( nct ) - 19 daddy #markmin

ตอนที่ 8 : 07 : ในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,867
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 252 ครั้ง
    7 เม.ย. 60




07

 

ในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดี

 



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -



 




 


ซู้ด!

 

 

 

 

“ไอ้เชี่ยมาร์คดูดดีๆดิ้ น้ำมันกระเด็นโดนหัวจีซอง”

 

 

 

 

“อ้ออูไอ้อะอัดอ่ะ (ก็กูไม่ถนัดอ่ะ) ”เสียงอู้อี้เอ่ยตอบทั้งที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังคาอยู่ในปาก แฮชานวนตะเกียบในถ้วยไล่ควันร้อนๆออกก่อนจะคีบเส้นขึ้นแล้วจ่อไปที่ปากเพื่อนรักที่เคี้ยวใกล้จะเสร็จเพื่อรอป้อนคำต่อไป

 

 

 

 

ครับ ตอนนี้เชี่ยแฮชกำลังป้อนผมอยู่

 

 

 

 

มือหนาประคองร่างเด็กที่อยู่บนตักอย่างทุลักทุเล แถมมืออีกข้างก็ต้องจับขวดนมให้เอียงเข้าปากไอ้เปี๊ยกได้โดยไม่ให้มันสำลัก ถ้าชาติก่อนเขารู้ว่าชาตินี้จะต้องเกิดมามีลูกตั้งแต่สิบเก้านะ จะขอมือมาเพิ่มอีกสักข้าง รู้สึกมีแค่สองแล้วมันไม่พอใช้

 

 

 

 

หรือจริงๆเขาควรจะแก้ด้วยการไม่ทำให้ไอ้เปี๊ยกมันเกิดมาแทนวะ

แต่ก็ได้แค่คิดแหล่ะครับ ในเมื่อความจริงแม่งนอนดูดนมตาใสอยู่ขนาดนี้

 

 

 

หลังจากเมื่อวานที่มาร์คตระเวนหางานและในที่สุดก็ได้งานทำ ไอ้เฮียหานแม่งก็เล่นเขาซะเต็มที่ตั้งแต่เปิดจ๊อบ บอกว่าเลิกห้าทุ่ม พอเขาหงายนาฬิกาข้อมือดูนั่นแหล่ะถึงรู้ว่าได้กลับตอนเที่ยงคืน แต่เขาก็แย้งอะไรไม่ได้เพราะไอ้บ๊อบบี้มันยังทำงานได้อย่างน่าระรื่นแถมประจบประแจงเฮียหาน เดินเป็นเงาตามตัวซะจนเขาไม่ได้มีโอกาสไปเสนอหน้ากับเฮียบ้างเลย

 

 

 

 

พอกลับมา ด้วยความที่มันดึกมากแล้วเขาก็เลยตัดสินใจให้ไอ้แฮชมันนอนที่ห้องเขานั่นแหล่ะกลับดึกๆดื่นๆถึงมันเป็นผู้ชายก็อันตรายอยู่ดี หมายถึงไอ้เชี่ยแฮชเนี่ยไปเพ่นพ่านดึกๆดื่นๆอันตรายชาวบ้านเขา

 

 

 

 

ทั้งสองวันที่ผ่านมาชีวิตเขาดูวุ่นวายไปหมด มีแต่ปัญหาประดังเข้ามา แต่จะบอกว่าสองวันก็คงไม่ถูก ต้องบอกว่าตั้งแต่มีไอ้เปี๊ยกนี่ในชีวิตมากกว่า อ่อ ไม่ใช่แค่ไอ้เปี๊ยกอีกนั่นแหล่ะ

 

 

 

ไอ้รุ่นน้องอำมหิตนั่นอีกคน

 

 

 

          พอนึกถึงเรื่องเมื่อคืนแล้วเขาก็รู้สึกแปลกๆ เขาไม่รู้ว่าไอ้เด็กนั่นมันละเมอหรือมันเวทนาเขาถึงขนาดยอมสละผ้าห่มตัวเองมาให้ พอตื่นขึ้นมากะว่าจะเข้าไปปลุกไอ้เชี่ยแฮช เขาก็เจอร่างบางๆของน้องมันนอนขดอยู่บนเตียง ซึ่งพอก้มมองเส้นที่น้องมันตีตราอาณาเขตเอาไว้ ไอ้ความรู้สึกไม่อาจเอื้อมก็โผล่ขึ้นมาจนเขาตัดสินใจโยนผ้าห่มเข้าไปก่อนรอบนึง ซึ่งโอเค มันพลาดตกอยู่ข้างเตียง และก็นั่นแหล่ะ ผมกลั้นใจยกมือพนมไว้แนบอกก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปแล้ววางผ้าห่มคลุมให้น้องมันอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เนื่องจากกลัวมันตื่น แล้วรีบดีดขาวิ่งออกมาขโมยโพสต์อิทมันมาหนึ่งแผ่นเพื่อสารภาพบาปและขอบคุณน้องมันไป

 

 

 

“อึก” เสียงจากลำคอที่บ่งบอกว่าไอ้เปี๊ยกมันไม่ต้องการนมอีกแล้วเป็นตัวเรียกสติมาร์คออกมาจากความคิด มือหนาค่อยๆดึงจุกขวดนมออกจากปากแล้ววางไว้ข้างๆตัวตรงม้านั่ง ซึ่งไอ้เชี่ยแฮชก็ยื่นมือมันมาปาดหยดน้ำซุปที่กระเด็นจากเส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ผมดูดแล้วหยดตรงหน้าผากไอ้เปี๊ยกออก ก่อนจะเก็บนู่นเก็บนี่แล้วมันก็มาสะกิดบอกว่าจะไปห้องน้ำ

 

 

 

มาร์คอุ้มร่างน้อยๆของจีซองขึ้นมาพาดไว้บนไหล่กว้างของตัวเองพลางเขย่าเบาๆ คือหลังจากวันที่ได้คุยกับไอ้หมอแจแบบเป็นจริงเป็นจังในชีวิตที่สุดก็เลยเล่าไปว่าไอ้เปี๊ยกมันชอบสะอึกหลังกินนมแล้วก็แหกปากร้อง ซึ่งเขาก็เพิ่งรู้ว่ามันคืออาการที่เด็กมันอิ่มนมเลยสะอึก พอไม่ช่วยมันก็เลยร้องไห้

 

 

 

โอเค

ขอโทษนะไอ้เปี๊ยก

 

 

 

ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆบริเวณซึ่งก็ปราศจากคนเพ่นพ่าน เพราะจริงๆมุมนี้เป็นมุมที่ไม่มีคนมานั่งอยู่เลยด้วยซ้ำ ก็ตามแนวเดิมๆแหล่ะเขาเล่ากันต่อๆมาว่ามีรุ่นพี่ท้องตอนเรียนมากระโดดตึกฆ่าตัวตายเพราะแฟนไม่รับผิดชอบ

 

 

 

พอคิดแล้วถึงชีวิตตอนนี้เขาจะโคตรวุ่นวายแต่เขาก็ขอบคุณที่พี่แชยอนไม่คิดสั้นทำแบบนั้น นึกสภาพไอ้เปี๊ยกนี่เป็นผีเด็กมาหลอนเขาคงจะสาหัสกว่ามันมาในรูปแบบเด็กเป็นๆอย่างนี้

 

 

 

ว่าแล้วก็

เขาจะเอายังไงกับมันดีวะเนี่ย

จะให้มันไปสิงอยู่ตรงไหนตอนที่เขาเรียนอยู่

 

 

 

กูเซ็ง!”เสียงบ่นที่บ่งบอกถึงความหงุดหงิดพร้อมสีหน้ากระฟัดกระเฟียดจากเพื่อนรักที่กำลังเดินมาทำให้มาร์คหันไปมอง

 

 

ไม่ มึงแฮชาน

 

 

สงสัยมาม่ามึงคงไม่อิ่ม เลยหาเรื่องจะแดกตีนกูต่อ

 

 

โอ้โห ทำโหดว่ะกับเพื่อนกับฝูง เป็นอะไรคร้าบไอ้สัด

 

 


มึงดูตีนกูแฮชานเอ่ยพลางยกขาขึ้นโชว์รองเท้าที่ชุ่มด้วยน้ำขึ้นมากูอ่ะไม่เข้าใจป้าซูยองเลย แกจะรักในการล้างห้องน้ำอะไรขนาดนั้นวะ มึงจำตอนนั้นได้ป่ะ ก็พื้นมันเปียกอ่ะ กูเหยียบเข้าไปก็เป็นรอยดิ มองเหมือนกูไปฆ่าลูกป้าแก

 


 

เสียงบ่นพึมพำจากไอ้แฮชกับคู่กรณีขาประจำของมันยังคงดังอยู่ข้างหู ป้าซูยองแกเป็นแม่บ้านฝั่งนี้ครับ แต่ดูแล้วงานประจำที่แกโปรดปรานมากก็คงล้างห้องน้ำ แกมักจะถูพื้นเช็ดกระจกหมกตัวอยู่แต่ในนั้นตลอด ใครย่ำเข้าไปแค่คนเดียวแกก็เข้าไปล้าง ซึ่งส่วนใหญ่ห้องน้ำฝั่งนี้ไม่ค่อยมีคนเข้าหรอก ก็อย่างที่บอก คนมานั่งยังไม่มี

 

 

กูอ่ะ ต้องได้บวกกับป้าแกสักวัน ไฟแค้นกูปะทุละ จะล้างอะไรนักหนา ว่างมากก็ไปทำอย่างอื่นไป

 

 

แอะเสียงร้องของไอ้เปี๊ยกดังขึ้นทันทีที่ไอ้แฮชพูดจบ มาร์คหรี่ตามองหัวกลมที่อยู่บนไหล่ก่อนจะหันไปหาเพื่อนรักที่นั่งข้างๆ

 

 

เมื่อกี๊มึงว่าไงนะ

 

 

ว่าอะไร ที่กูบ่นป้าอ่ะหรอ กูบอกกูจะบวกกับป้าละ

 

 

ไม่ ถัดมาอีก

 

 

ไฟแค้นกูปะทุ

 

 

อีกนิด

 

 

จะล้างอะไรนักหนา

 

 

ยัง อีกครั้ง

 

 

โอ๊ย เชี่ยมาร์คกูก็ลืมได้ป่ะกูบ่นเฉยๆ

 

 

เร็วๆ

 

 

กูบอกว่าว่างมากก็ไปทำอย่างอื่นไป

 

 

ว่างมาก

ไปทำอย่างอื่น

 

 

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาที่มุมปาก ใบหน้าคมหันไปมองเพื่อนสนิทที่ยังคงทำหน้างงไม่เข้าใจ แล้วเขาก็ได้แต่ยักคิ้วให้

 

 

ไม่ต้องกลัวไอ้แฮช กูจะให้ป้าเขาได้ทำอย่างอื่นเอง

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

ฝากป้าหรอ

 

 

ครับ แค่สามชั่วโมงเองนะ นะป้านะ ป้าช่วยผมหน่อยนะน้ำเสียงออดอ้อนพร้อมการกะพริบตาปริบๆของมาร์คถูกส่งมายังหญิงวัยกลางคน เธอหรี่ตามองพวกเขาแหล่ะจีซองที่มองตาใสไม่รู้เรื่องอะไร

 

 

แล้วทำไมเอาเด็กมาด้วยหล่ะ

 

 

คือ เด็กไม่มีคนดูแลอ่ะครับ .. นะครับป้า นะ

 

 

“…”

 

 

น้า..”

 

 

อ่ะๆก็ได้  แล้วไอ้หนูนี่มันชื่ออะไร

 

 

จีซองครับมาร์คตอบหน้าระรื่นก่อนจะยกเป้อุ้มเด็กถอดออกแล้วเอาตัวไอ้เปี๊ยกให้กับป้าซูยองทันที หญิงวัยกลางคนรับตัวเด็กน้อยเข้ามาก่อนจะก้มหน้าไปมอง ซึ่งจีซองก็ยิ้มหวานจนป้าแม่บ้านรู้สึกเอ็นดู

 

 

แอะ อูมม ..มม

 

 

ว่าไง เอ้อ ชื่อจีซองหรอ

 

 

 

มาร์คหันไปมองหน้าแฮชานพลางยักไหล่ อย่างน้อยก็มีที่ฝากไอ้เปี๊ยกไปสักระยะแหล่ะ มือหนาวางกระเป๋าที่ใส่ขวดนมและผ้าอ้อมเตรียมไว้ให้จีซองบนโต๊ะของป้าซูยองที่ตั้งอยู่ ก่อนที่ทั้งสองจะกล่าวขอบคุณและโค้งให้

 

 

แล้วผู้หญิงที่นั่งด้วยกับพ่อหนุ่มตรงม้านั่งไปไหนหล่ะ

 

 

 

ครับ?”

 

 

ผู้หญิง

ผู้หญิงอะไรวะ

แถวนี้นอกจากผู้ชายสามคนคือเขา ไอ้แฮช ไอ้เปี๊ยก

สิ่งมีชีวิตอื่นก็มีแค่ป้าแกนี่แหล่ะที่เป็นผู้หญิง

 

 

ก็ตอนพ่อหนุ่มนั่งอยู่ตรงนู้น ป้าเห็นมีผู้หญิงนั่งซบไหล่พ่อหนุ่มอยู่ก็นึกว่าแม่เด็กซะอีก

 

 

 

“…”

 

 

 

ใส่ชุดนักศึกษา

 

 

 

“…”

 

 

 

เอ๊ะ ไม่สิไม่รู้ชุดอะไรเสื้อแดงเป็นวงๆเลย

 

 

 

อ่อ เดี๋ยวผมจะรีบกลับมารับเด็กนะครับ ไว้เจอกันครับ สวัสดีครับป้าเมื่อมาร์คเอ่ยเสร็จ เด็กหนุ่มทั้งสองก็รีบโค้งหัวให้ป้าแม่บ้านก่อนจะมองหน้ากันแล้ววิ่งแจ้นไปทันที

 

 

 

เออเขารู้ตัวนะว่าเขามีเสน่ห์

แต่กับผีก็ไม่ไหวเหมือนกันว่ะ

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

อิแจม มึงถ่ายรูปกูอ้วนอ่ะฮินะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะงอแง นิ้วเรียวกดปัดรูปบนหน้าจอโทรศัพท์สไลด์ผ่านไปมาพลางเบะปาก

 

 

ก็มึงอ้วนครับ ให้กูไปยืนดาดฟ้าแล้วถ่ายลงมามึงก็อ้วน

 

 

          “เดี๋ยวก็ตบปากมึงตามน้ำหนักกูเลยนี่”ฮินะว่าพลางง้างมือใส่เพื่อนสนิทอย่างแจมินที่ลอยหน้าลอยตาไม่สนใจ

 

 

 

          เนื่องจากวันนี้มีเรียนบ่าย ใจจริงเขาก็อยากจะนอนตื่นสายถ้าไม่ติดว่าฮินะที่มีศักดิ์เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขคนเดียวในชีวิตตอนนี้มันโทรปลุกเพื่อลากตัวเขาออกมากินข้าวตอนเช้าเป็นเพื่อน ครับก็มีกันอยู่สองคนแหล่ะเพราะเขายังไม่กล้าพอจะนับเหรินจวิ้นกับไอ้ขี้อ่อยนั่น  

 

 

          และตอนนี้เวลามันก็มีอยู่มากพอที่เขากับฮินะจะมานั่งเรื่อยเปื่อยกันอยู่ที่มอ ทั้งสองคนเลยตัดสินใจเดินเล่นสำรวจนู่นนี่ไปเรื่อย จนมาเจอกับมุมๆหนึ่งทางด้านหลังมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างจะเงียบสงบถ้าเรียกในตอนเช้า แต่น่าจะเรียกว่าวังเวงแทนถ้าเป็นตอนกลางคืน

 

 

 

          “มึงรู้ป่ะ ตึกนั้นอ่ะมีเรื่องเล่า” ฮินะเอ่ยเสียงนิ่งก่อนจะยกนิ้วชี้ไปที่ตึกเรียนตึกหนึ่ง

 

 

 

          “ไปเอามาจากไหนอีก”

 

 

 

          “ยูตะเล่าให้กูฟัง ว่ามีรุ่นพี่ผู้หญิงมากระโดดตึกตาย”

 

 

 

         

 

 

 

          “ตายทั้งกลมด้วย”

 

 

 

         

 

 

 

          “เขาเล่าต่อๆกันมา  ว่าคนที่เจอส่วนใหญ่อ่ะจะเป็นพวกนักศึกษาชายเพราะแฟนพี่ผู้หญิงคนนั้นไม่รับว่าเด็กในท้องเป็นลูก แล้วก็ทิ้งพี่เขา”ฮินะเบ้ปาก “ไอ้พวกผู้ชายนี่นะ”

 

 

 

พอสิ้นเสียงเล่าจากเพื่อนสนิท ใบหน้าของไอ้รุ่นพี่ร่วมห้องก็โผล่ขึ้นมาให้เขานึกถึง

 

 

 

          “แล้ว มึงว่าผู้ชายที่มันพลาดทำผู้หญิงท้องแล้วรับผิดชอบนี่เป็นยังไง”

 

 

 

          “อืม.. ก็ดีแล้วนะสำหรับกูอ่ะ ก็ถือว่ารับผิดชอบการกระทำตัวเอง คือมึงฟังนะฝ่ายที่เสียมากกว่ามันผู้หญิงไง ต้องอุ้มท้องเกือบสิบเดือน ไปเรียนก็ไม่ได้ เผลอๆต้องลาออก อายคนอื่นไหม ก็อาย เนี่ยไอ้พวกผู้ชายแม่งรับผิดชอบหน่อยมันจะยากนักหรือไงวะ พูดแล้วก็ขึ้น”ฮินะกระฟัดกระเฟียดแล้วก็บ่นต่อไปตามประสา แต่แจมินเองรู้ตัวว่าเสียงของเพื่อนสนิทไม่ได้เข้ามาในโสตประสาทเขาแล้ว

 

 

          เป็นใบหน้าของไอ้รุ่นพี่ร่วมห้องกับเพื่อนสนิทของเขาที่เข้ามาแทน ทั้งสองร่างกำลังวิ่งกันไปไหนไม่รู้อย่างเร่งรีบ ซึ่งจากการคาดเดาจากเขาเองก็คิดว่าคงจะไปเรียน

 

 

 

แล้วจีซองหล่ะ

เขาจำได้ว่าออกจากห้องมาก็ไม่เจอใคร

แล้วไอ้รุ่นพี่นั่นจะเอาเด็กไปไว้ไหนวะ

 

 

 

         

          แจมินขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะสะบัดหัวไล่ความคิดออกไป   เขารู้สึกว่าเขาจะเริ่มเข้าไปยุ่งเกี่ยวเกินควรแล้ว อย่าสนใจเลยดีกว่า

 

 

 

และถึงแม้จะคิดห้ามตัวเองแบบนั้นแต่สายตาเขามันก็ดีจนเหลือบไปเห็นใบหน้าของเด็กน้อยที่เขาคุ้นเคยจนได้ ร่างเล็กๆนั่นอยู่ในอ้อมกอดของคุณป้าคนหนึ่งซึ่งดูจากการแต่งตัวก็รู้ได้ทันทีว่าเธอเป็นแม่บ้านประจำมหาวิทยาลัย หญิงวัยกลางคนอุ้มตัวเด็กน้อยเดินไปเดินมาพลางแหย่เล่นจนได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักมาแต่ไกล

 

 

 

อย่าบอกนะว่ามาฝากเด็กเอาไว้

เออ แต่แก้ปัญหาได้ก็ดีแล้วแหล่ะ

 

 

 

วันนี้นึกยังไงถึงเปลี่ยนที่เสียงดังข้างหูพร้อมกับใบหน้าของบุคคลที่เขาหงุดหงิดไม่แพ้ไอ้รุ่นพี่ร่วมห้องปรากฏขึ้นทันทีที่แจมินหันไปมอง เจโน่มานั่งอยู่ข้างเขาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้และเมื่อมองไปอีกฝั่งก็เจอเหรินจวิ้นนั่งข้างฮินะอยู่เหมือนกัน

 

 

 

ไปหาอะไรกินกันมาอ่ะ เลยมาเดินย่อยในมอซะหน่อยแล้ว แจมินมันเห็นตรงนี้เงียบเลยชวนกันมานั่งเป็นฮินะที่เอ่ยตอบขึ้นมา ซึ่งเจโน่ก็พยักหน้ารับรู้ก่อนที่ฮินะจะหันไปอวดรูปที่ถ่ายให้เหรินจวิ้นที่นั่งข้างๆดูพลางบ่นถึงฝีมือการถ่ายของแจมินที่ทำให้ตัวเองดูไม่ดี

 

 

 

เป็นพวกไม่ชอบอะไรวุ่นวายหรือไงเจโน่เอ่ยขึ้นมาในขณะที่แจมินเตรียมจะก้มหน้าลงอ่านหนังสือที่เปิดทิ้งไว้บนโต๊ะต่อ ใบหน้าของบุคคลที่ถูกถามเปลี่ยนทิศทางหันกลับมาจ้องหน้าคนข้างๆก่อนจะเอ่ยตอบ

 

 

 

ทำไมถึงคิดงั้น

 

 

 

ก็จากที่สังเกตมา วันที่รับน้องแจมินหน้าหงุดหงิดจะตาย

 

 

 

ก็เลยช่วยเรา ว่างั้น?”แจมินเลิกคิ้วพลางพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

 

 

 

ก็ดูหน้าดิ เดินผ่านเฉยๆก็เหมือนพร้อมจะกัดแล้ว

 

 

 

“ขอบใจนะที่ชมว่าเป็นเสืออ่ะ เท่ดี”

 

 

 

“ต้องให้พูดตรงๆป่ะว่าหมา”

 

 

“ปากแบบนี้ไม่อยากแก่ตายป่ะ ไม่ต้องมาสนใจเลย”

 

 

“ก็อยากสนใจอ่ะ”

 

 

ปึก!

 

 

เฮ้ยฮินะ เราขอโทษ จับไม่แน่นอ่ะมือเรียวของเหรินจวิ้นยกโทรศัพท์ของฮินะขึ้นมาใหม่ซึ่งดูจากท่าทางแล้วฮินะคงให้เหรินจวิ้นถ่ายรูปให้อยู่ เสียงกระแทกเมื่อครู่เลยเรียกให้แจมินและเจโน่หันมามอง แต่แจมินคิดว่ามันก็ดีแล้วแหล่ะ เพราะประโยคแปลกๆที่เจโน่พูดขึ้นมามันทำเขารู้สึกร้อนๆหนาวๆยังไงไม่รู้

 

 

 

แจมินเตรียมก้มหน้าลงอ่านหนังสือต่อทว่าสายตาเขากลับเหลือบไปมองยังใต้ตึกที่ก่อนหน้านี้มีร่างของหญิงวัยกลางคนกับลูกไอ้รุ่นพี่ร่วมห้องอยู่ ดวงตากลมไล่สอดส่องไปทั่วแต่ก็ไม่พบแม่บ้านคนนั้นแล้ว

 

 

 

ไปไหนซะหล่ะ

 

 

 

ร่างบางเผลอชะโงกหน้าไปมองก่อนจะหันกลับมาสงสัย เขาว่าจะไม่สนใจแล้วนะ แต่อดไม่ได้จริงๆว่ะ

 

 

 

             “เดี๋ยวมานะ ไปเข้าห้องน้ำก่อน

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

หญิงวัยกลางคนหยิบสมุดที่เธอมักใช้จดประจำขึ้นมาโบกพัดให้เด็กน้อยที่นอนหลับอยู่บนโต๊ะ หน้าตาน่ารักน่าชังของไอ้หนูนี่มันก็เห็นแล้วอดไม่เอ็นดูไม่ได้

 

 

 

ซูยอง! ว่างไหม

 

 

 

ทำไม!”

 

 

 

ห้องน้ำตรงตึกสามหน่ะ วานไปล้างที!”

 

 

 

เออ!” เธอตะโกนตอบรับพลางถอนหายใจ มือเรียวเลื่อนไปหยิบผ้าในกระเป๋าขึ้นมาแล้วคลุมร่างไอ้หนูน้อยเอาไว้เพราะกลัวแมลงจะบินมาก่อกวนจนเด็กนี่ตื่น ก่อนจะเดินดุ่มๆไปยกถังอุปกรณ์แล้วไปตามงานที่ได้รับมอบหมาย

 

 

 

แจมินชะโงกหน้าออกมาจากประตูทางเข้าห้องน้ำเมื่อได้ยินบทสนทนาเมื่อสักครู่พร้อมเสียงฝีเท้าที่เดินออกไป ร่างโปร่งก้าวขาออกมาพลางเหลือบตาไปมองบนโต๊ะ ใบหน้าของเด็กน้อยที่เขาคุ้นเคยกำลังหลับสนิทด้วยลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ

 

 

 

ขายาวทั้งสองข้างขยับพาร่างของเด็กหนุ่มให้เข้ามาใกล้มากขึ้น แจมินย่อตัวลงจนหน้าพอดีระดับโต๊ะแล้วมองใบหน้าของจีซองใกล้ๆ ดวงตากลมก็ไล่มองไปทั่วจนเห็นว่าผ้าที่คลุมร่างเด็กน้อยอยู่นั้นมันหมิ่นเหม่ มือเรียวเลยจัดการยื่นไปเพื่อช่วยดึงขึ้นให้พอดีตัว

 

 

 

แต่ทว่า

 

 

..แอะ

 

 

ฉิบหายแล้วไม่น่าเลย

 

 

เด็กหนุ่มชักมือกลับทันทีเมื่อไอ้เด็กน้อยมันลืมตาแป๋วขึ้นมา ปากเล็กๆเผยอร้องขึ้นจนแจมินทำตัวไม่ถูก

 

 

เอาไงดีวะ

 

 

 

แอออ๊

 

 

 

ไม่เอาอย่าร้องดิ ชู่ว! เงียบ!”

 

 

 

แอะ .. แอออ๊

 

 

 

 

แม่งเอ๊ย

ทำไงดี

 

 

 

 

ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนอย่างกระวนกระวนหันซ้ายทีขวาทีจนสุดท้ายก็กลับมามองเด็กน้อยที่ดูทีท่าว่าถ้าเขายังไม่ทำอะไรเสียงร้องมันจะต้องดังกว่านี้อีกแน่นอน

 

 

 

 

แจมินตัดสินใจยื่นมือไปสอดเข้าใต้แขนแล้วจับไอ้ตัวเล็กให้นั่งขึ้น รอยยิ้มหวานจากจีซองถูกส่งมาให้แจมินแถมไอ้เด็กนั่นยังบ้วนน้ำลายเล่นเป็นการตอบแทน

 

 

 

มือเรียวเตรียมจะยกออกจากร่างของเด็กน้อยแล้วหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดน้ำลายให้แต่แล้วมือเล็กๆนั่นก็มาคว้าเข้าที่กำไลข้อมือสีดำของเขา แจมินยื้อมือออกแต่ดูถ้าทางไอ้เด็กนี่จะถูกใจ มือน้อยนั่นจึงกำแน่นแถมยื้อไว้อีกต่างหาก

 

 

แขนยาวพยายามชักมือกลับอีกครั้งแต่มือของจีซองก็กำกำไลข้อมือเขาดึงไว้จนมีแรงยื้อนิดๆซึ่งจริงๆเขาสามารถกระชากให้มันหลุดรู้แล้วรู้รอดเลยก็ได้ แต่ถ้าทำแบบนั้น แน่นอน มหาลัยแตกแน่ๆ

 

 

ปล่อยน่า

 

 

 

แอะ

 

 

 

จีซองแจมินกดเสียงต่ำ

 

 

 

แอออ๊

 

 

 

ปากเล็กๆที่เริ่มคว่ำเบะทำให้แจมินถอนหายใจ เด็กมันก็แบบนี้ทุกที ไม่ได้ดั่งใจก็ร้องไห้

เฮอะ!

 

 

 

สุดท้ายแจมินก็ยอมดึงมือลอดกำไลสีดำออกมา มือเล็กๆของจีซองกำกำไลแน่นแล้วพยายามจะเอาเข้าปากจนแจมินต้องดันห่วงนั้นเข้าไปในข้อมือเล็กๆนั่นแทน

 

 

 

อมไม่ได้ เข้าใจไหม

 

 

 

อมม แอะ คิเป็นเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นแทนแถมแขนสั้นๆนั่นยังยกชูไปมาราวกับจะโชว์ว่าขโมยกำไลจากเจ้าของมาได้สำเร็จ แจมินย่นจมูกใส่พลางหัวเราะกับท่าทางของเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาแล้วก็เพิ่งคิดได้ว่า

 

 

 

เขาไม่ชอบเด็ก

 

 

 

ริมฝีปากบางหุบยิ้มลงก่อนจะปล่อยให้เจ้าเด็กน้อยนั่งเล่นกำไลที่ตัวเองสละให้แล้วค่อยๆเคลื่อนตัวออกเงียบๆร่างโปร่งขยับมานั่งโต๊ะที่ใกล้ที่สุดแล้วมองดูจีซองอยู่ห่างๆ ดวงตากลมตวัดมองตึกสูงที่อยู่ใกล้ๆแล้วก็นึกถึงคำพูดของฮินะ

 

 

 

แจมินไม่รู้หรอกว่าไอ้รุ่นพี่ร่วมห้องมันมีเหตุผลหรือมีปัญหาอะไร

แต่จะว่าไป

มาร์คก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นแฮะ

 

 

 

 

มานั่งอยู่นี่เอง

 

 

 

 

“…”เสียงทุ้มเรียกให้แจมินที่กำลังเหม่อหันไปมองก็พบร่างสูงของเจโน่ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้

 

 

 

เห็นหายไปนานอ่ะ เลยมาดู มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ใบหน้าคมขมวดคิ้วจ้องมาอย่างสงสัย

 

 

 

 

บอกว่ามาเล่นกับเด็กก็จะดูแปลกๆป่ะวะ

หน้าตาเขาก็ยิ่งน่าเชื่อด้วยถ้าบอกว่ารักเด็ก

งั้น

 

 

 

 

อ๋อ.. คนเยอะอ่ะเลยรอ

 

 

 

คนเยอะ?” เจโน่ขมวดคิ้วแล้วมองไปยังทางเข้าห้องน้ำที่ดูเงียบสงบแล้วหันกลับมามองหน้าแจมิน

 

 

 

หมายถึง.. ตรงอื่นอ่ะเลยกะว่าจะมารอแต่เข้าตรงนี้ไปแล้วแจมินเอ่ยด้วยท่าทีสงบนิ่งพลางยักไหล่ เจโน่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะหันไปมองยังร่างของเด็กน้อยที่นั่งเล่นอยู่บนโต๊ะ

 

 

 

เด็กที่ไหนเนี่ยร่างสูงของเจ้าของประโยคก้าวเข้าไปหาทันทีที่พูด เจโน่โค้งตัวจ้องหน้าเด็กน้อยแล้วยิ้มให้จนตาขึ้นเป็นสระอิ

         

 

 

แอะ.. แออออ๊!”

 

 

 

อ้าวเฮ้ยแจมินลุกขึ้นทันทีที่เด็กน้อยแผดเสียงร้องออกมาขายาวรีบก้าวมายังต้นเหตุที่ยืนทำหน้างงอยู่

 

 

 

นายทำอะไรเนี่ย

 

 

 

แค่ยื่นหน้าไปมองเอง

 

 

 

ตื่นแล้วเรอะเป็นเสียงป้าแม่บ้านที่แจมินเห็นว่าเธออุ้มจีซองอยู่ก่อนหน้านี้เดินเข้ามาพอดี ทั้งสองคนหลีกทางให้เธอเข้ามาหาตัวเด็กแล้วยืนมองอยู่เงียบๆ แต่แจมินก็หันไปมองเจโน่ด้วยสายตาตำหนิที่ไปทำให้จีซองร้อง

 

 

 

แอออ๊!!” เด็กน้อยอ้าปากร้องไห้แล้วซุกหน้ากับไหล่ป้าแม่บ้านทันทีที่เธออุ้มตัวขึ้น

 

 

 

สงสัยหิวนมแล้วแหล่ะมั้ง พ่อหนุ่มสองคนมาเล่นด้วยหรอ

 

 

 

อ๋อ ผมแวะมาเข้าห้องน้ำอ่ะครับเห็นเด็กอยู่คนเดียวเลยมายืนดู

 

 

 

เป็นเจโน่ที่เอ่ยตอบจนป้าแม่บ้านหันมาขอบอกขอบใจแล้วก็เอ่ยบ่นว่ามีคนมาฝากเด็กไว้แล้วตัวเองติดทำงานซึ่งไอ้ขี้อ่อยนั่นก็พูดคุยกับแม่บ้านทำเข้าอกเข้าใจจนน่าหมั่นไส้ แจมินเลยรีบโค้งลาแล้วดึงร่างอีกคนออกมา เพราะเขากลัวว่าขืนอยู่คุยมากกว่านี้เจโน่คงได้รู้พอดีว่าไอ้เด็กนี่เป็นลูกไอ้รุ่นพี่ร่วมห้องของเขา

 

 

ไอ้พี่มาร์ค

ติดบุญคุณเขาอีกรอบจนได้นะ

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

พรุ่งนี้กูไม่มาเรียนนะ ไอ้หมอแจนัดตรวจจีซอง

 

 

 

ให้กูไปด้วยป่ะ

 

 

 

มึงอยู่เรียนเหอะ อยู่ด้วยกันสามคนบ่อยๆจนคนเขามองเป็นพ่อแม่ลูกละ

 

 

 

กูอ่ะก็แค่อยู่ข้างนอก เอาคนที่อยู่ที่ห้องมึงดีกว่าคร้าบ กินนอนด้วยกันอ่ะ แฟมิลี่โมเม้นท์สุดๆ

 

 

 

ไอ้เชี่ยแฮชมาร์คมองใบหน้าของเพื่อนสนิทที่มันทำยักคิ้วหลิ่วตาพลางก้มลงมามองไอ้เด็กที่อยู่บนอกเขาซึ่งวันนี้แปลก ส่งไปอยู่กับป้าซูยองวันเดียว ทำไม่พูดไม่จา

 

 

 

อะไรในมือวะสายตาคมเพ่งมองมือน้อยๆที่ดึงเส้นห่วงยืดไปมา เขาจับข้อแขนนิ่มให้หงายขึ้นก็พบว่าเป็นกำไลสีดำสำหรับผู้ชาย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยทันทีก่อนจะหันไปหาเพื่อนสนิทที่อยู่ข้างๆของมึงหรอไอ้แฮช

 

 

 

เหอะ ไม่ใช่อ่ะแฮชานเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมามองแล้วก็ส่ายหัวไปมาก่อนจะก้มลงต่อ มาร์คหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด

 

 

 

 

หรือป้าซูยองแกเอาอะไรมาให้มันเล่นวะ

แต่ก็ดี เล่นแล้วก็สงบปากสงบคำ

 

 

 

สุดท้ายเขาก็ปล่อยให้จีซองมันสนอกสนใจกำไลในมือต่อไป จะว่าไปเขาก็ยังไม่มีของเล่นให้ไอ้เปี๊ยกเลยสักชิ้นแฮะ

 

 

กำไลนี่คงเป็นสัญญาณว่าเขาต้องหาของมาให้มันเล่นบ้างแล้วมั้ง

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

วันนี้เป็นวันที่สองที่มาร์คยังคงต้องฝากจีซองไว้กับแฮชาน เขารีบมาถึงร้านก่อนเวลา เพราะคิดว่าอย่างน้อยเห็นเขามาไวก็น่าจะปล่อยกลับไวบ้างแหล่ะ ร่างสูงเดินเข้าห้องแต่งตัวที่เมื่อวานเฮียหานได้บอกไว้ พนักงานที่นี่ต้องใส่เสื้อถังจวง หรือเสื้อคอจีนผู้ชายตามคอนเซ็ปต์ร้าน แต่เขาไม่อิดออดอะไรหรอกตราบใดที่ยังไม่ต้องทำผมทรงแมนจูหน่ะนะ

 

 

 

มาร์คเดินออกมายังหน้าร้านก่อนจะโค้งหัวทักทายบรรดารุ่นพี่ในที่ทำงานที่มองมาที่เขาแล้วก็ไม่ได้สนใจอะไร

 

 

 

เอ๊ะ อุตส่าห์โค้งให้แม่งยังทำเมิน

 

 

 

ทันทีที่ลูกค้าเปิดประตูเข้ามาสายตาของทุกคนก็เพ่งเล็งไปหาเหมือนเสือที่เจอเหยื่อ ครับอยู่ที่นี่ต้องแย่งกันบริการ และก็นั่นแหล่ะ ร้านมันเพิ่งเปิด เขาจะยังไม่ขอลงสนามแย่งไอ้พวกรุ่นพี่มันแล้วกัน ด้วยความที่โซนโต๊ะนั่งที่มาร์คต้องบริการมันอยู่ช่วงหลังร้านและโซนดีๆก็ต้องโดนไอ้รุ่นพี่มันแย่งไปแล้วเขาเลยขอสงบเสงี่ยมเจียมตัวรอให้คนมานั่งเองดีกว่า

 

 

 

และนั่นไอ้บ๊อบบี้ที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาแล้วมองเขาด้วยสายตาที่ไร้ความเป็นมิตร ร่างสูงของมันยืนอยู่ที่โซนตรงข้ามเขามาร์คจ้องหน้ากลับอย่างไม่ยี่ระก่อนที่เสียงของกลุ่มหญิงสาวกลุ่มหนึ่งจะดังขึ้นมาจนทั้งสองสายตาที่ฟาดฟันกันอยู่ต้องยุติแล้วหันไปมอง

 

 

 

กลุ่มหญิงสาวหน้าตาสะสวยกลุ่มหนึ่งเดินขึ้นมาอยู่ระหว่างกลางโซนของเขากลับบ๊อบบี้ เธอมองสลับไปสลับมาพลางส่งเสียงซุบซิบกัน

 

 

 

ฝั่งนี้ว่างนะครับ – ”

 

 

 

มีเมนูอะไรน่าทานบ้างคะกลุ่มของพวกเธอเดินมาทางโซนฝั่งของมาร์ค รอยยิ้มมุมปากที่กระตุกขึ้นถูกส่งไปให้ไอ้เจ้าของเสียงที่ยังไม่ทันพูดได้ขาดคำเมื่อครู่ทันทีก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปบริการหญิงสาวกลุ่มนั้น

 

 

 

แน่นอนว่าถึงแม้เขาจะกำลังดวงตกอย่างแรงกับชีวิตตอนนี้แต่เรื่องมีโชคกับผู้หญิงนี่คงเส้นคงวากับมาร์คเสมอ

 

 

ต้องให้กระหยิ่มยิ้มย่องในใจอีกกี่ครั้งหล่ะครับ

ของแบบนี้

หนักใจเหมือนกันเกิดมาหล่อ

โทษทีนะเว้ยไอ้บ๊อบบี้

 

 

 

แล้วก็ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น เพราะเมื่อเวลาเดินมาถึงช่วงที่ร้านยุ่งที่สุด ก็เป็นมาร์คนี่แหล่ะที่แทบจะเดินตัวเป็นระวิง เขาเทียวรับเมนูไปส่งที่เคาน์เตอร์แล้วก็ทยอยยกมาเสิร์ฟอย่างไม่หยุดหย่อน เมื่อโต๊ะไหนลุกไปเขาก็ต้องไปยกเก็บเคลียร์โต๊ะต่ออีก ซึ่งเอาจริงๆแล้วพนักงานที่รับมาเกินอย่างไอ้บ๊อบบี้(เขาจะไม่โทษตัวเอง)มีมาแล้วก็ยังรู้สึกว่าแทบจะไม่พอด้วยซ้ำ ไอ้เฮียหานนี่ก็งกใช่เล่นอยู่หรอกดูท่าทาง

 

 

 

มือหนายกขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดตามกรอบหน้าพลางกวาดสายตามองโต๊ะในเขตดูแลของตัวเองเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าห่วงเขาก็ถือโอกาสยืนพิงตัวกับผนังให้หายเหนื่อยเสียหน่อย

 

 

 

ดวงตาคมไล่มองไปตามโต๊ะลูกค้าในร้านจนกระทั่งเจอผู้หญิงคนหนึ่งกับลูกสาวตัวเล็กๆกำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ เธอคีบชิ้นปลาป้อนเด็กน้อยที่อ้าปากรับพลางเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยจนแก้มกลมๆนั่นขยับไปมาน่าเอ็นดู

 

 

 

ตั้งแต่เขาเลี้ยงไอ้เปี๊ยกเขาก็เผลอมองเด็กบ่อยขึ้นโดยไม่รู้ตัว

แล้วก็ชอบเผลอคิดว่าถ้ามันโตแล้วจะเป็นยังไงตลอด

 

 

 

หญิงสาวที่คาดว่าน่าจะเป็นแม่หยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมา ดูจากใบหน้าเหมือนเธอกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง มือเรียวนั้นคว้าเข้าที่บัตรในช่องกระเป๋าก่อนจะหันมาลูบหัวลูกสาวพลางพูดอะไรสักอย่างที่มาร์คก็ไม่สามารถรู้ได้แล้วลุกออกจากโต๊ะไป

 

 

 

เขามองตามร่างของเธอจนสุดสายตาก่อนจะโดนลูกค้าที่อยู่ใกล้ๆเรียกใช้ให้ช่วยถ่ายรูปซึ่งมาร์คก็ยิ้มรับและช่วยบริการอย่างดี สเตฟเคยบอกว่าเขาออเซาะเก่ง แล้วมาร์คก็คิดว่าพอมาทำงานในร้านแบบนี้ก็มีประโยชน์กับเขาดีเพราะลูกค้ากระเป๋าหนักๆบางทีก็ยกเงินทอนเป็นทิปให้เขาด้วย

 

 

 

มาร์คยื่นโทรศัพท์คืนลูกค้าโต๊ะนั้นเมื่อเจ้าของดูพออกพอใจกับรูปถ่ายแล้ว ในขณะที่ร่างสูงกำลังจะกลับมายืนที่เดิม สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นเด็กน้อยคนเมื่อสักครู่ที่ถูกมารดาปล่อยไว้กำลังพยายามเอื้อมมือไปคีบชิ้นปลาที่ดูจะไกลแขนไปเสียหน่อยจนตัวเล็กๆนั่นปีนโต๊ะขึ้นมาโดยไม่ระวังว่าเจ้าตัวกำลังเบียดถ้วยกระเบื้องที่ริมโต๊ะจนหมิ่นเหม่แถมเกาอี้ก็เริ่มหลุดพ้นจากร่างเต็มทีและ

 

 

 

เพล้ง!

ปึก!

 

 

 

ว้าย!” มาร์ควิ่งเข้าไปรับตัวเด็กน้อยที่ตกลงมาพร้อมถ้วยเซรามิก เสียงแตกของภาชนะไม่ได้ทำให้มาร์คสนใจเท่ากับตัวเด็กที่เขารับไว้อยู่ ลูกค้าโต๊ะข้างเคียงต่างตกใจกับเหตุการณ์พร้อมกับแม่ของเด็กที่กลับเข้ามาพอดี เธอรีบคว้าตัวลูกสาวเธอขึ้นพลางอุ้มกอดเมื่อเด็กเริ่มร้องไห้ออกมา

 

 

 

ขอบคุณนะคะ ขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆค่ะเธอหันมาก้มหัวขอบคุณเขาหลายทีจนเขาต้องยกมือขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้เธอพอ มือหนาพยายามยันตัวเองขึ้นจากพื้นซึ่งเขาก็รับรู้ถึงความชื้นแฉะที่อยู่ตรงมือ

 

 

 

สงสัยไอ้อาหารในถ้วยมันกระจายเลอะพื้นแน่ๆ

 

 

 

เสียงร้องไห้จ้าของเด็กน้อยในอกมารดาทำให้หญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ต้องกดจูบหน้าผากปลอบให้เสียงดังนั้นให้หยุดลง เธอกอดเขย่าตัวพลางส่งสายตามามองเขาแล้วอุทานออกมาเสียงดัง

 

 

 

 

ว้าย! เลือดหญิงสาวเบิกตากว้างทันทีที่ก้มลงมามองพื้น มาร์คขมวดคิ้วก่อนจะหันไปด้านหลังพื้นที่ตัวเองล้มลงอยู่ก่อนจะมองตามหยดแดงๆที่ลากเป็นทาง

 

 

 

เลือดใครวะ

 

 

 

ร่างสูงลุกขึ้นก่อนจะไล่มองตามคราบ สายตาคมหันไปมองตัวเด็กที่โดนอุ้มอยู่ว่ามีบาดแผลตรงไหนหรือเปล่าเพราะเสียงร้องไห้จ้าเมื่อครู่ แต่ก็พบว่าไม่มี คราบเลือดที่หยดเพิ่มอยู่ข้างตัวทำให้มาร์คก้มลงไปมองอีกครั้งก่อนจะพบว่า

 

 

อ่อ เลือดเขาเอง

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

ตื๊อดึง!

 

แจมินลืมตาขึ้นเมื่อถูกเสียงออดรบกวน เขาเผลอหลับคาหนังสือไปตอนไหนก็ไม่รู้ มือเรียวยกขึ้นนวดหว่างคิ้วก่อนจะลุกขึ้นพลางเดินบิดขี้เกียจไปที่ประตูห้อง

 

 

 

ไม่ต้องบอกก็รู้ เขาเดาออกว่าต้องเป็นเพื่อนของไอ้รุ่นพี่ร่วมห้องนี่แหล่ะ

 

 

 

ทันทีที่ประตูเปิดออกแฮชานพร้อมด้วยร่างของเด็กน้อยบนอกที่มองตาแป๋วก็ยืนรออยู่หน้าห้อง สภาพของรุ่นพี่ที่ดูจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ทำให้แจมินนึกสงสารในใจ

 

 

 

แฮชานยิ้มบางๆให้ก่อนจะค่อยๆลากตัวเองพร้อมด้วยเด็กน้อยเข้ามาในห้อง มือหนาแกะเป้อุ้มเด็กออกก่อนจะค่อยๆประคองวางอย่างทุลักทุเลลงกับโซฟา

 

 

 

ใบหน้าที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าของรุ่นพี่ที่รู้จักพาลให้แจมินรู้สึกเห็นใจ

 

 

ตัวเองก็ดูจะไม่ไหวอยู่แล้วยังช่วยเพื่อนอีก

 

      

      เขาถอนหายใจพลางมองไปยังเด็กน้อยที่กำลังเริ่มคลานไปตามโซฟาและแจมินคิดว่าเขาเป็นบ้าแน่ๆที่อยู่ๆก็พูดประโยคฆ่าตัวตายออกไป

 

 

         

พี่แฮชานกลับเลยก็ได้ครับ

 

 

 

 

เดี๋ยวผมดูจีซองให้เอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก็นั่นแหล่ะครับ

 

 

 

เขาเลยมานอนจุ้มปุ้กอยู่กับไอ้ตัวเล็กนี่บนเตียง ซึ่งไอ้เด็กนี่ดูจะชอบอกชอบใจกับกำไลเขาเหลือเกินจนเขาไม่กล้าทวงคืน

 

 

 

มือเรียวคว้าสมาร์ทโฟนตัวเองขึ้นมาก่อนจะกดเปิดเพลงฟังแบบที่ชอบทำเมื่อเห็นว่าจีซองไม่ได้มีท่าทางน่าเป็นกังวลอะไร เขาเลือกเพลย์ลิสต์ที่เข้าบ่อยแล้วกดเปิดขึ้นพลางนอนแผ่กับเตียง

 

 

 

 

แนวเพลงอาร์แอนด์บีเบาๆที่ดังขึ้นทำให้แจมินเคาะนิ้วตาม ปกติเขาชอบฟังเพลงแล้วเสียบหูฟังเสียมากกว่า มันทำให้รู้สึกเหมือนมีโลกของเขาคนเดียว

 

 

 

แต่ตอนนี้เห็นทีจะไม่ได้

 

 

 

 

แอะ อูม .. แอะเสียงร้องของจีซองดังขึ้นแต่ไม่ใช่เสียงร้องที่บ่งบอกว่างอแงหรือสื่อความหมายอะไร

 

 

 

 

ไอ้ตัวเล็กเอียงหัวไปมาตามจังหวะ พลางดีดดิ้นตัวเบาๆจนดูคล้ายกับจะเต้นยังไงยังงั้น แจมินขมวดคิ้วพลางหลุดหัวเราะกับท่าทางประหลาดของเด็กน้อยแล้วแกล้งกดเปลี่ยนเพลง ซึ่งผลก็คือท่าทางที่เริ่มไม่เหมือนเดิมพร้อมเสียงหัวเราะคิกคักจนเขารู้สึกสนุก

 

 

 

 

แจมินก็ยังยืนยันคำเดิมว่าเขาไม่ชอบเด็ก

แต่ถ้าถามว่าเขาไม่ชอบจีซองหรือเปล่า

เขาคิดว่านั่นก็ไม่เหมือนกัน

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

มาร์คยกนาฬิกาขึ้นดูเวลาก็พบว่านี่เป็นเวลาเที่ยงคืนครึ่ง โอเค เขารู้แล้วว่าการเข้างานก่อนไม่ได้ช่วยให้เลิกงานเร็วแถมวันนี้ก็ยังผ่านไปด้วยความทุลักทุเล เนื่องจากไอ้มือข้างซ้ายของเขาโดนเศษถ้วยปาดเข้ากลางมือตอนที่วิ่งถลาเข้าไปรับตัวเด็กคนนั้น โชคยังดีแหล่ะที่ข้างซ้าย ถ้าข้างขวาชีวิตเขาได้ทรหดกว่านี้แน่นอน

 

 

 

จริงๆนี่ก็ถือว่าเป็นบุญของเขาที่ช่วยลูกค้าไว้ เลยได้ลบล้างไอ้ส่วนที่ทำถ้วยเวรนั่นแตก ซึ่งจริงๆแล้วเขาก็ไม่ผิดป่ะวะ แต่ก็ช่างเหอะ

 

 

 

มาร์คยกคีย์การ์ดที่ได้มาจากพี่ไอรีนหลังจากสั่งไปหลายวันก่อนขึ้นทาบกับเครื่องหน้าประตูห้อง สัญญาณที่ดังขึ้นเป็นอันบ่งบอกว่าประตูปลดล็อคทำให้มาร์คยกมือดันเข้าไปในห้องทันที

 

 

ภายในที่มืดสนิทปราศจากแสงทำให้มาร์คขมวดคิ้วอย่างสงสัย เขากดมือเปิดสวิตซ์ไฟแล้วมองไปที่หน้าประตูห้องก็ไม่พบกับรองเท้าของไอ้เพื่อนสนิท สายตาคมกวาดมองไปทั่วก่อนจะหยุดลงเมื่อเห็นแสงสว่างที่ลอดออกมาใต้ประตูห้องนอน ขายาวค่อยๆก้าวไปใกล้จนได้ยินเสียงเพลงคลอเบาๆเขาจึงตัดสินใจยกมือเคาะประตู

 

 

 

 

เงียบ

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

 

 

มาร์คยืนรออยู่นานพอสมควร แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากคนข้างในห้องนั้นเลย เห็นแบบนั้นเขาจึงตัดสินใจผลักประตูให้เปิดออก และภาพที่เห็นก็ทำให้มาร์คชะงัก

 

 

 

ร่างของแจมินที่นอนตะแคงหันหน้าไปทางเตียงเขาพร้อมกับโทรศัพท์ที่ส่งเสียงเพลงดังออกมาปรากฏขึ้นตรงหน้า แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเท่ากับอะไรบางอย่างข้างตัวไอ้เด็กรุ่นน้องนั่น

 

 

 

 

ก็สิ่งที่ทำให้เขาต้องเดินเข้าไปมองใกล้ๆก็คือร่างของไอ้เด็กที่เขามองหาตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้ต่างหาก หัวกลมๆนั้นซุกเข้ากับหน้าท้องของรุ่นน้องร่วมห้องที่เขากลัวนักกลัวหนาแถมดูท่าจะหลับสบายซะด้วย

 

 

 

มือหนาเสยผมขึ้นแล้วกุมมือค้างไว้บนหัวอย่างไม่เชื่อตัวเองพลางโคลงศีรษะไปมาก่อนจะเผลอยิ้ม

 

 

 

 

ถ้าโดนถ้วยบาดมือแล้วมาเจออะไรแบบนี้มันก็ไม่แย่เท่าไรนะว่าไหม?

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

 

แอะ.. แออ๊!”เสียงปลุกที่ดังขึ้นแปลกไปจากทุกวันเรียกให้นาแจมินขยี้ตาแล้วมองไปรอบห้องอย่างสลึมสลือ ภาพของไอ้รุ่นพี่ที่นอนตะแคงมาทางเขาด้วยลมหายใจสม่ำเสมอเป็นภาพแรกที่เขาพบในเช้าวันนี้

 

 

 

เมื่อคืนเขาหลับไปตอนไหน

จำได้ว่าเปิดเพลงฟังกับจีซองแล้วก็หลับไปเลย

จีซอง!?

 

 

 

แออ๊แรงยุกยิกตรงหน้าท้องเรียกให้แจมินต้องก้มลงไปดูแล้วก็พบว่าไอ้เด็กนี่กำลังขยับเขยื้อนตัวแถมปากก็เบะเตรียมจะร้องไห้ออกมาด้วย

 

 

 

ที่หนักไปกว่านั้นคือกลิ่น

ที่เขาพอจะเดาออกว่ามันมาจากตรงไหน

และคืออะไร

 

 

 

 

แจมินหันซ้ายหันขวามองไอ้รุ่นพี่ที่นอนหลับอยู่แล้วก็ได้แต่สะกดจิตในใจให้มันรีบตื่นมาสักทีก่อนจะยกมือสอดใต้แขนให้เด็กน้อยลุกขึ้น ผ้าอ้อมที่ตุงขึ้นข้างหลังเป็นตัวยืนยันชั้นดีว่าแจมินไม่ได้คาดคะเนผิด

 

 

 

 

แออออ๊!”เสียงร้องที่ดังลั่นขึ้นในระดับที่มากกว่าเดิมเรียกให้มาร์คที่นอนหลับอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที มาร์คลืมตาก่อนจะเห็นว่ารุ่นน้องเตียงข้างๆกำลังส่งสีหน้ากล้ำกลืนมาให้พร้อมกับประคองไอ้เปี๊ยกอยู่

 

 

  ขายาวรีบก้าวลงจากเตียงตัวเองเดินไปเตียงอีกฝั่งโดยไม่ได้สนถึงเส้นเขตแบ่งอะไรทั้งนั้น มือหนายื่นเข้าไปรับตัวเด็กน้อยจากมืออีกคนทันทีเพื่อเตรียมจะพาไปเปลี่ยนแพมเพิสแบบที่เคยทำแต่เหมือนมาร์คจะลืมอะไรไป

 

 

 

 

โอ๊ย!” มือข้างที่ถูกพันด้วยผ้าพันแผลชักกลับโดยอัตโนมัติเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บ เขาลืมไปซะสนิทว่ามือข้างซ้ายเขาเป็นแผลอยู่

 

 

 

 

มา ผมอุ้มให้แจมินเอ่ยขึ้นก่อนจะยกตัวเด็กน้อยให้พ้นออกจากเตียง ซึ่งนั่นก็ทำให้มาร์คมองตามอย่างไม่เชื่อตาตัวเองอีกครั้ง

 

 

 

 

เฮ้ย นี่ใช่นาแจมินจริงป่ะวะ

 

 

 

 

เอ้าอย่ามัวนิ่งดิ หยิบผ้าเช็ดตัวแล้วตามมาในห้องน้ำนะ

 

 

 

โอเค ประโยคเผด็จการแบบนี้ดิเขาก็ค่อยคุ้นหน่อย

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

ดูท่าวันนี้ไอ้เปี๊ยกมันจะดูร่าเริงเป็นพิเศษ

 

 

         

แอะ คิกด้วยความที่มือผมเดี้ยงไปข้างนึง หน้าที่ของผมตอนนี้ก็เลยทำได้แค่ถือฝักบัวให้แจมินที่กำลังถูตัวให้ไอ้เปี๊ยกทำหน้าที่อาบน้ำมันแทนไป

 

 

 

 

ซึ่งไอ้เด็กรุ่นน้องนั่นก็ทำได้อย่างดีซะด้วย

 

 

 

เสียงหัวเราะคิกคักตอนแจมินถูตัวมันนี่น่าหมั่นไส้มาก ไหนจะยิ้มหวานจนตาหยีแถมทำยังนั่งนิ่งให้เขาอาบให้อีก

 

 

 

กับบุพการีอ่ะ ทำตัวให้มันว่านอนสอนง่ายแบบนี้มั่งป่ะ

 

 

 

อ่ะ เสร็จแล้วแจมินเอ่ยขึ้นก่อนจะหันมามองผมปิดน้ำสิ

 

 

 

อ่อ แหะมาร์คเคลื่อนตัวไปบิดก๊อกปิดก่อนจะหันกลับมาแล้วเจอมือเรียวที่แบรออยู่ ดวงตากลมตวัดสายตาไปที่ราวแขวนผ้าเช็ดตัวซึ่งมาร์คก็เข้าใจถึงคำสั่งนั้นดี มือหนาจึงรีบไปหยิบมายื่นให้

 

 

 

ร่างของไอ้เปี๊ยกที่ถูกห่อด้วยผ้าเช็ดตัวถูกวางไว้บนเตียงของเขา แจมินถอนหายใจก่อนจะขยับผ้าซับตามตัวเปียกๆของจีซองให้แห้ง

 

 

 

วันนี้ผมมีเรียนแปดโมง

 

 

 

 

“…”

 

 

 

 

และตอนนี้สิบโมงครึ่ง

 

 

 

 

“…”

 

 

 

 

พี่ว่าผมควรวิ่งแจ้นไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วเสนอหน้าไปเรียนดีป่ะแจมินเอ่ยขึ้นนิ่งๆพลางหยิบแพมเพิสที่มาร์ควางไว้แกะออกแล้วหันมามองหน้ารุ่นพี่ร่วมห้อง

 

 

         

          ก็เพราะเมื่อคืนเขาเปิดเพลงในโทรศัพท์ทิ้งไว้แล้วตัวเองก็เผลอหลับไปเมื่อไรไม่รู้ แต่ไอ้การที่เขามาตื่นเอาเพราะเสียงจีซองนั่นก็พอจะเดาได้ว่าแบตโทรศัพท์เขามันหมด เพราะฉะนั้นนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ในมือถือนั่นก็จบ ไม่ต้องพูดถึงเพื่อนสนิทเขา คงกระหน่ำโทรมาเป็นร้อยสายแล้วแน่ๆ

 

 

 

เดี๋ยวพี่ทำเองก็ได้ เราไปเรียนดีกว่ามาร์คพูดเสียงแผ่วเมื่อเห็นหน้าตาไม่สบอารมณ์จากอีกคน

 

 

 

ผมก็คิดงั้นตั้งแต่ก้าวเข้าห้องน้ำไปก้าวแรกแล้วแหล่ะครับ

 

 

 

“…”

 

 

 

แต่พอเห็นสภาพพี่ ขาดวันนึงแล้วมาทำอะไรแบบนี้มันก็ไม่แย่หรอกมั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ครับและก็เป็นอันว่าไอ้รุ่นน้องร่วมห้องนั่นช่วยผมจัดการเกี่ยวกับไอ้เปี๊ยกซะทุกอย่างแถมยังเข้าครัวเตรียมมื้อเช้าที่เอนไปจะเที่ยงให้ผมด้วย

 

 

 

ส่วนผมตอนนี้อ่ะหรอ

ก็นั่งป้อนซีรีแล็คจีซองมันอยู่ที่โต๊ะรอนาแจมินยกกับข้าวกับปลามาให้

 

 

 

ถ้ารู้ว่ามือเจ็บแล้วไอ้เด็กนี่จะใจดีแบบนี้เขาจะชิงเอามีดแทงตัวเองตั้งแต่วันแรกที่เจอแล้ว

ไม่ปล่อยให้มันข่มขู่มานานขนาดนี้หรอก หึ

 

 

 

กลิ่นของอาหารตรงหน้าลอยมาแตะจมูกมาร์คทันทีที่แจมินนำมาวาง ใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นแล้วโค้งหัวขอบคุณเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปป้อนไอ้ตัวเล็กที่นั่งอยู่เก้าอี้ข้างๆต่อ เด็กรุ่นน้องส่งสายตามองรุ่นพี่ที่ดูท่าทางจะยากลำบากในการใช้ชีวิตหนักกว่าเดิมเพราะมือข้างซ้ายนั่นแล้วก็ถอนหายใจ

 

 

 

มือเรียวคว้าเข้าที่เก้าอี้จากฝั่งตรงข้ามลากเข้ามาข้างตัวเจ้าของห้องที่หันมามองตามเสียงด้วยสายตางุนงง แจมินทิ้งก้นนั่งแล้วดึงจานข้าวผัดที่เขาทำให้อีกคนเข้ามาอยู่ตรงหน้าตัวเองซึ่งไอ้รุ่นพี่ก็ดูจะชะงักค้างเพราะไม่เข้าใจการกระทำของเขา จนแจมินยกช้อนตักข้าวขึ้นมาพอดีคำแล้วยื่นจ่อปากไอ้พี่พ่อลูกอ่อนนั่นแหล่ะ

 

 

 

พี่ป้อนจีซองไป เดี๋ยวผมป้อนพี่เอง

 

 

 

เออ เขาก็รู้สึกขอบคุณไอ้เด็กนาแจมินนะ

แต่คือป้อนข้าวกูไม่ต้องทำหน้าโหดก็ได้มั้ง

 

 

 

คิดแล้วมาร์คก็ได้แค่อ้าปากรับข้าวร้อนๆนั่นเข้ามาแล้วก็ต้องกล้ำกลืนเคี้ยวลงคอไปจนหมดเพราะความมีน้ำใจแกมบังคับของไอ้รุ่นน้องนั่น

 

 

 

พี่บอกว่าจะพาจีซองไปหาหมอใช่ป่ะ

 

 

 

อ่อ ใช่ครับ หมอนัดตรวจแหล่ะ

 

 

 

อ่อ

 

 

 

“…”

 

 

 

เดี๋ยวผมไปด้วย

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

เป็นเวลาหลายวันแล้วที่ไอ้เปี๊ยกมันไม่ได้สัมผัสกับรถเข็นเด็กซึ่งเป็นสมบัติติดตัวมันมากับไอ้จุกดูดสองชิ้น

 

 

 เนื่องด้วยวันนี้ ก็อย่างที่เห็น ผีเข้านาแจมินจนผมถึงกับชะงักกับการกระทำมันไปแทบทุกอย่าง ซึ่งกลายเป็นว่าผมอยากโดนน้องมันด่าแทนเพราะอย่างน้อยก็ยังรู้สึกใจชื้นถึงแจมินคนเดิมขึ้นมาหน่อย

 

 

 

ผมเดินตัวปลิวหาที่นั่งเพื่อรอคิวซึ่งตาก็จดจ่อกับเอกสารและรายละเอียดการตรวจของไอ้เปี๊ยกไปด้วยจนแจมินที่เข็นรถเข็นตามมาต้องสะกิดผมเมื่อเจอที่นั่งว่าง

 

 

บรรยากาศโดยรอบก็มีแต่บรรดาเด็กและผู้ปกครองเพราะนี่มันเป็นโรงพยาบาลเด็กโดยเฉพาะ คุณพยาบาลในชุดสีครีมหน้าตาน่ารักเดินจูงเด็กพาไปห้องตรวจทำให้มาร์คมองตาม

 

 

 

แหม่ ก็นอกจากลูกค้าเมื่อวานเขาก็แทบจะไม่ได้เจอผู้หญิงให้ชุ่มชื่นหัวใจเลย

วันๆก็เล่นอยู่แต่กับไอ้เปี๊ยก ไอ้เชี่ยแฮช แล้วก็ ไอ้เด็กนาแจมินเนี่ย

 

 

 

ร่างของเด็กชายวัยเท่าไรก็ไม่รู้เพราะมาร์คเดาไม่เป็นวิ่งวนไปวนมารอบรถเข็นของไอ้เปี๊ยกจนเขาต้องขมวดคิ้วมอง หน้าขาวๆแก้มแดงๆของมันฉีกยิ้มจนตาหยีมองมาซึ่งทำให้เขาก็งงกับมันเหมือนกัน

 

 

 

อะไรวะ

 

 

 

จื้อไยฮับเสียงใสๆแต่พูดไม่ค่อยชัดเอ่ยขึ้น มาร์คยิ้มเอ็นดูกับท่าทางของเด็กตัวเล็กแล้วก้มหน้าลงไปหา

 

 

 

พี่ชื่อมาร์คครับ

 

 

 

ไม่ย่ายถามยุง ป๋มถามย้องในยดเข็น

 

 

 

“…”

 

 

 

ไอ้เด็กเวร

 

 

 

จื้อไยฮับ

 

 

 

“…”

 

 

 

มึงถามไปเหอะไอ้หน้าเจ๊ก จีซองมันไม่ตอบมึงหรอก

 

 

จื้อไยฮับ

 

 

 

“…”

 

 

 

พูดย่วยกะไม่ตอบ

 

 

 

“…”

 

 

 

จุ้บ!

 

 

 

ยี่แย่ะ

 

 

 

แออ๊!!!” และไอ้เด็กนั่นมันทำสิ่งที่เหนือความคาดหมายครับ มันยื่นหน้าเข้ามาจุ๊บปากไอ้เปี๊ยก ซึ่งพอทำเสร็จเสียงแหกปากของไอ้เด็กในรถเข็นก็ดังลั่นจนไอ้หมอที่ผมคุ้นหน้าคุ้นตารองจากไอ้หมอแจก็วิ่งมาพอดี

 

 

 

ไอ้หมอคัน

 

 

 

 

คุณเล่อ หนีมาเล่นนี่อีกแล้วนะร่างสูงของหมอในชุดกาวน์คว้าเข้าที่มือของเด็กตัวเล็กแล้วโค้งขอโทษก่อนจะรีบจูงลากไอ้เจ๊กนั่นออกไป

 

 

ม่ายเงา! เล่อจะเย่นกะย้องยดเข็น!! ย้องยดเข็น!!”เสียงงอแงของไอ้หน้าเจ๊กนั่นพูดประโยคเดิมซ้ำๆในตอนที่โดนพาตัวออกไป ซึ่งไอ้เด็กนั่นก็ดูจะอาลัยอาวรณ์ไอ้เปี๊ยกของผมเพราะมันยังส่งสายตามามองไม่ยอมหันหน้ากลับสักทีถึงแม้จะโดนดึงออกไปแล้วก็ตาม

 

 

 

ถ้าไอ้เปี๊ยกมันขี้หลีผมก็จะโทษไอ้แฮชครับ

แต่ถ้าเรื่องมันมีเสน่ห์ตั้งแต่เด็กผมก็จะรับไว้เองแล้วกัน

เชื้อไม่ทิ้งแถวก็เงี้ย

 

 

 

และก่อนที่เขาจะคิดเพ้อเจ้ออะไรไปมากกว่านั้นเสียงประกาศเรียกคิวของทางโรงพยาบาลก็ถึงคิวของจีซองพอดี แจมินดันตัวเขาให้ลุกนำก่อนจะเข็นรถเข็นไอ้เปี๊ยกตามเพื่อที่จะไปเข้าห้องตรวจกัน

 

 

 

แกร็ก!

 

 

 

มือหนาหมุนลุกบิดประตูที่ติดหมายเลขหน้าห้องตรวจตรงตามที่ประชาสัมพันธ์บอกแล้วค่อยๆผลักประตูเปิดเข้าไป มาร์คชะโงกหน้ามองแล้วก็พบกับไอ้หมอที่เขาคุ้นเคยกับหน้ามันเป็นอย่างดีและหมออีกคนหนึ่งที่จะเรียกว่าแปลกหน้าก็เรียกได้ไม่เต็มปาก เพราะหน้ามันก็คุ้นๆคลับคล้ายคลับคลาอยู่

 

 

 

แจฮยอนผายมือให้มาร์คและแจมินเข้ามานั่งพร้อมกับรีบช่วยเข็นรถเข็นของจีซองเข้ามาในห้องตรวจจนแจมินต้องละมือออกไปปล่อยให้หมอหนุ่มทำหน้าที่แทน ซึ่งเมื่อมาร์คและแจมินมายืนอยู่ข้างในร่างเล็กของหมออีกคนในชุดกาวน์ก็ยืดตัวเต็มความสูงแล้วยิ้มต้อนรับอย่างอบอุ่น

 

 

 

“สวัสดีครับ ก่อนอื่นเลยหมอขอแนะนำตัวก่อนเนอะ ผมนายแพทย์ จอง จุนมยอน ตำแหน่งแพทย์ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญกุมารเวชศาสตร์ ด้านโรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกัน การเลี้ยงดูและพัฒนาการเด็ก-

 

 

 

“พี่ชายผมเองครับ”ไอ้หมอแจยิ้มร่าพูดผ่าขึ้นมาจนหมอจุนมยอนยิ้มเจื่อน

 

 

 

 

กูว่าแล้วไง

หน้าแม่งถอดกันมาไม่พอ

ดูจากการพูด

วันนี้กูจะได้กลับกี่โมง

 

 

 

 

“สวัสดีครับ”มาร์คกับแจมินโค้งหัวให้หมอร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงโต๊ะประจำตำแหน่ง

 

 

 

“พี่จุนมยอนเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้ของโรงพยาบาลเราครับ ประสบการณ์การรักษามีมากกว่าแปดปี แต่จริงๆเจ็ดปีแรกก็ไม่ค่อยมีอะไรหรอกครับ เพิ่งจะมามีอะไรตอนปีที่แปด ฮ่าๆ”

 

 

 

“แจฮยอน”

 

 

 

“ประวัติการศึกษาพี่จุนมยอนก็เรียนเฉพาะทางด้านโรคภูมิแพ้มาเลยครับ ไม่ต้องกังวล -

 

 

 

“แจฮยอนพอแล้ว”หมอหนุ่มผู้เป็นพี่ยกมือปรามน้องชายก่อนจะหันมามองมาร์คและแจมินด้วยใบหน้ากระอั่กกระอ่วน “หมอขอเอกสารด้วยนะครับ”

 

 

 

“นี่ครับ”มาร์คยื่นซองใสที่เป็นผลตรวจจากครั้งก่อนให้กับจุนมยอน หมอหนุ่มรับไปก่อนจะทำการดึงเอกสารออกมาไล่สายตาอ่านพลางพิมพ์กอกแกกที่แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ ตาคมกวาดสายตามองรอบห้องตรวจไปทั่วจนหันไปเห็นไอ้หมอแจที่เล่นปิดหน้าเปิดหน้ากับไอ้เปี๊ยกหัวเราะคิกคักกันสองคนเหมือนห้องนี้ไม่มีคนอื่น

 

 

 

“ก่อนอื่นหมอขออธิบายให้ฟังก่อนนะครับว่าการทำสกินเทสต์คืออะไร – แจฮยอนยังไม่ไปอีกหรอ”

 

 

 

“ไม่เป็นไรครับ พวกเราสนิทกัน”

 

 

 

หรอ???

 

 

 

มาร์คเลิกคิ้วสูงพลางหันไปมองไอ้หมอแจที่ยิ้มร่าแล้วก้มลงไปเล่นกับไอ้เปี๊ยกต่อ

 

 

 

พวกเรา

สนิทกัน

พวกเรานี่นับแค่มึงกับไอ้เปี๊ยกป่ะ

 

 

 

นั่นแหล่ะครับและพี่ชายของไอ้หมอแจก็สาธยายเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจที่จะต้องกระทำกับไอ้เปี๊ยกที่ตอนนี้ยังคงหัวเราะคิกคักไม่รับรู้ชะตากรรมตัวเองอยู่กับไอ้หมอแจ ซึ่งก็ตามคาดมากันถึงขั้นนี้แล้วไอ้เปี๊ยกมันไม่รอดพ้นจากไอ้อาการภูมิแพ้แน่นอน การตรวจครั้งนี้จึงเป็นการยืนยันให้รู้ว่าเป็นแล้ว แล้วแพ้อะไรเสียมากกว่า แถมหมอจุนก็ยังพูดเสริมเกี่ยวกับวิธีการดูแลเกี่ยวกับไอ้เปี๊ยกเพิ่มมาหน่อยจนกินเวลาไปเกือบชั่วโมงกว่าจะเริ่มทำการตรวจ

 

 

 

ผมชักอยากจะเห็นหน้าพ่อแม่ไอ้หมอสองคนนี้ละ

เลี้ยงมายังไงให้พูดมากกันขนาดนี้

 

 

 

เนื่องด้วยฝ่ามือผมที่เจ็บอยู่ก็เป็นแจมินที่ช่วยอุ้มจีซองขึ้นมาไว้บนตักแทน ซึ่งถ้าไอ้หมอแจไม่ติดโดนเรียกตัวด่วนออกไปมันก็คงจะมาทำหน้าที่นี้ให้เหมือนกัน  ไอ้เปี๊ยกที่ตอนแรกนั่งยิ้มหวานอยู่บนตักเหมือนจะเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติเมื่อหมอจุนออกมาจากประตูเชื่อมอีกฝั่งพร้อมถุงมือยางและถาดเข็นที่มีเครื่องมือแพทย์จำพวกเข็มและขวดน้ำยาหลากชนิดอยู่บนนั้น

 

 

 

 

“ขออนุญาตนะครับ”หมอหนุ่มจับแขนของเด็กน้อยยืดตรงออกมาพลางกดปากขีดเป็นสัญลักษณ์อะไรสักอย่างที่ตัวเขาก็ดูไม่ออกแต่เดาว่าคงเป็นพวกชนิดน้ำยาที่ทดสอบแบบที่จุนมยอนบอกไว้ในตอนที่คุยกัน

 

 

 

“แอะ”

 

 

 

เสียงร้องของจีซองดังขึ้นทันทีที่ปลายแหลมของปากกาปาดลงบนผิวตาเล็กๆเบิกโตพลางมองมาหามาร์คซึ่งเขาก็ทำได้แค่ยืนยิ้มพร้อมกะพริบตาปริบๆให้กำลังใจ

 

 

ไอ้เปี๊ยก สู้ๆนะ

อดทนก่อน

 

 

 

น้ำยาหลอดแรกถูกกดส่วนปลายที่เป็นเข็มจิ้มเข้าไปที่ผิวนิ่มๆของเด็กน้อยเบาๆ เบาๆในสายตาผู้ใหญ่ แต่คงไม่เบาสำหรับจีซอง

 

 

 

“แออ๊!!

 

 

 

“ไม่เจ็บนะไม่เจ็บ มดกัดๆ” เออ เจาะเลือดตรวจเลือดฉีดวัคซีนที่เคยโดนมาไอ้พวกหมอก็พูดกันแต่แบบเนี้ย ละเป็นไงอ่ะ  เด็กร้อยทั้งร้อยมันก็แหกปากกันทั้งนั้นแหล่ะ

 

 

 

“แอออ๊!!!”เสียงร้องดังขึ้นกว่าเดิมแถมแขนเล็กๆนั้นก็พยายามจะยื้อกลับ แต่หมอหนุ่มยังคงรั้งไว้และจิ้มหลอดน้ำยาลงมาต่อ ปากของเด็กน้อยเบะคว่ำแถมน้ำตาก็เริ่มเอ่อล้นจากขอบตาแดงๆจนทำให้มาร์ครู้สึกสงสาร

 

 

 

“เจ้าหนูแรงเยอะจัง”

 

 

 

“แออ๊!!” นอกจากเสียงแล้วแรงดิ้นแรงๆก็ดูจะทำให้แจมินเริ่มควบคุมไม่ได้ ใบหน้าของรุ่นน้องหันมามองเขาเมื่อจีซองเริ่มกระชากดึงคอเสื้อคนที่ให้นั่งตักจนมาร์คต้องช่วยแกะมือน้อยๆออก

 

 

 

“เดี๋ยวผู้ปกครองช่วยเบนความสนใจเด็กนะครับ แรงเยอะใช่เล่นเลยตัวแค่นี้”มาร์คพยักหน้ารับพลางมองจุนมยอนที่ถอนหายใจก่อนจะล็อคแขนจีซองให้ตึงกว่าเดิม

 

 

 

เขาจะเบนความสนใจมันยังไงดีวะ

 

 

 

ร่างสูงเริ่มกระวนกระวายเพราะคิดไม่ออกก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วโคลงหัวไปมาใส่หวังให้จีซองสนใจซึ่งดูแล้วท่าทางจะได้แค่ตอนแรกเพราะมันหยุดมองเขาแค่แป๊ปเดียวแล้วก็เบะปากร้องต่อ แจมินที่ดูพยายามช่วยเขาก็ยกมืออีกข้างเปิดปิดหน้าใส่ซึ่งไอ้ปากเบะๆนั่นก็หัวเราะขึ้นมาทีนึงแล้วก็หันไปร้องไห้ต่อทันที หมอจุนเริ่มทำสีหน้าลำบากใจกับแขนที่ไม่อยู่นิ่งพลางหันมามองเขาสองคนจนมาร์คเริ่มกุมขมับเครียด

 

 

โว้ย ยากเย็นจังวะ

 

 

  ทันใดนั้นภาพตอนที่มาร์คกำลังล้มอยู่เมื่อวานแล้วเห็นเด็กผู้หญิงที่เขาช่วยไว้ร้องไห้ลั่นจนแม่ของเด็กพยายามจูบปลอบที่หน้าผากก็แว้บเข้ามาในหัว

 

 

จูบหน้าผาก

 

 

อยู่กันมาเขายังไม่เคยทำอะไรเทือกนั้นกับไอ้เปี๊ยกเลย

ลองดูดีไหมวะ ยังไงก็คิดทางอื่นไม่ออก

 

 

เอาวะ!

 

 

ร่างสูงจ้องไปยังหน้าผากของเด็กน้อยที่กำลังเบะปากร้องแถมแขนอีกข้างก็กอดคอรุ่นน้องร่วมห้องไว้เหมือนกลัวว่าไอ้หมอจุนจะฉุดกระชากตัวมันออกจากแจมินไป ใบหน้าคมโน้มลงหาหน้าน้อยๆของไอ้เปี๊ยกที่เกร็งตัวสุดฤทธิ์ริมฝีปากหนากดเข้าไปทันทีที่หัวกลมๆนั่นโดยหวังว่าจะกลบเสียงร้องและเบนความสนใจของเด็กได้

 

 

 

“...”

 

 

 

เฮ้ย ได้ผลว่ะ!

 

 

 

          เสียงที่เงียบลงของเด็กน้อยทำให้มาร์คกดริมฝีปากย้ำเข้าไปอีกทีเป็นการให้รางวัลที่ไอ้เปี๊ยกมันสงบลงได้ก็ถ้าเขารู้ว่าจูบหัวมันแล้วมันจะหุบปากง่ายๆแบบนี้เขาก็ทำนานแล้วป่ะวะ

 

 

 

ดวงตาคมลืมตาก่อนจะค่อยๆละใบหน้าออกมา บรรยากาศเงียบสงบในห้องตรวจเริ่มทำให้มาร์ครู้สึกแปลกๆจนกระทั่งระยะห่างระหว่างใบหน้ามันมากพอจะให้เขาเห็นอะไรๆชัดขึ้นนั่นแหล่ะ

 

 

 

เขาถึงได้รู้ว่า

 

 

 

 

ไอ้เปี๊ยกมันเอียงหัวไปด้านข้าง

และ

ไอ้ที่ปากเขาแนบเข้าไปเมื่อครู่นี้

 

คือริมฝีปากของนาแจมิน

 

 



มาร์คเบิกตากว้างพลางถอยออกด้วยความตกใจต่างจากรุ่นน้องที่นั่งสงบนิ่งใบหน้าไร้ซึ่งความรู้สึก

 

 

 

แต่ทว่ามือที่วางอยู่บนตักนั้นกำลังกำหมัดแน่น

 

 

 

เอ่อ คือหมอให้เบนความสนใจแค่เด็กเนอะ ไม่เห็นต้องเบนความสนใจหมอด้วยเลย แหะ

 

 

 

ถ้าเขาไม่รู้สึกใบ้กินขึ้นมาดื้อๆแบบตอนนี้เขาก็อยากตอบไอ้หมอจุนมยอนไปเหมือนกัน ว่าช่วยเบนความสนใจนาแจมินที

 

 

 

 

ก่อนที่มันจะเหวี่ยงหมัดมาจนปากเขาพูดไม่ได้จริงๆ

 

 

 







- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

19 d a d d y


เห็นโล่

ฮือโอ๊ย

นี่เป็นตอนที่พิมพ์ไปพิมพ์มาก็ล่อไป 9000+ คำ

คือล่อพลังงานมากแต่เรามีอะไรจะบอก

มีบอทฟิคแล้วโว้ย

มาร์ค @19DADXML

แจมิน @19DADXJM

ไอ้เปี๊ยก @19DADXJS

เพื่อนแฮช @19DADXHC

หมอแจ @19DADXJH

ไปเล่งกะเด็กๆได้ฮะ

   อย่าลืม #แด๊ดดี้มาร์คลี ฝากด้วยฮับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 252 ครั้ง

4,529 ความคิดเห็น

  1. #4520 yuwinisreal (@yuwinisreal) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 18:45
    กรี๊ดดดดดดดดด เขิน โมเม้นที่มาอย่างไม่ทันตั้งตัว
    #4520
    0
  2. #4439 xq779 (@xq779) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 23:58
    โอ้!!มาย!!ก้อททท!!!ฉันจะบ้าาามันอะไรกันเนี่ยยยยยยยย เขินระดับแปดร้อยล้านนนนนน
    #4439
    0
  3. #4400 yuri_miko (@yuri_miko) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 14:17
    แงงงงงงง 555555555
    #4400
    0
  4. #4340 mmyu24 (@mmyu24) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 00:06
    เอ็นดูมาก น้องเล่อก็มาแล้วววว คุนก็ยังคงเป็นคัน 55555 สองพี่น้องหมอจองคือพูดเก่งมากกกก พิมาร์คเธอระวังนาแจมินเลย!
    #4340
    0
  5. #4256 Hoseki Shika シカ (@hoseki-shika) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 17:57
    โถ่ ป้าซูยอง 5555
    #4256
    0
  6. #4225 พิชยนจม (@spy_thailand) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 00:48
    เขาจูบกันค่าาาาา. 5555555555 ขำมากกว่าฟินอีกออ่ะ
    #4225
    0
  7. #4194 ๋๋๋่่Janenoii (@janejomza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 21:37
    เอาแล้วๆ
    #4194
    0
  8. #4178 Galaxy_q (@king-banana) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 18:10

    น่ารักกกกกก

    #4178
    0
  9. #4150 jaxxh.BD (@zofield) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 00:39
    ตายแล้ว แบบนี้ได้กินกำปั้นแทนข้าวแน่ๆ 555555555
    #4150
    0
  10. #4119 Nam_Monster (@Nam_Monster) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 23:59
    ขำมาก555555
    #4119
    0
  11. #4080 7z.rq (@minmin_bambam) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 19:56
    จีซองคือความหวังหมู่บ้านพี่
    #4080
    0
  12. #4056 KM8WS (@BBKANYA) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 17:24
    มาร์คโว้ยยย นรกเป็นไงให้เเจมินทำนายกัน 555555555555555555555555555555555555555
    #4056
    0
  13. #4019 _namyns (@_namyanisa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 01:58
    นี่มันเรื่องฮาอะไรเนี่ย ขรรมโว้ยยย
    #4019
    0
  14. #3982 bohriawer (@bohriawer) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 22:50
    ผิดคนค่ะอุนพ่อออ 55555555555
    #3982
    0
  15. #3973 falalefay (@Fay_Cutie) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 08:32
    น้องเล่อออออ เอ็งดูวอยากบีบแจ้มมม แต่สำหรับจีซองนั้น หนูรู้กกก ทำดีมากกกก อยากหอมไปทั้งตัว (สารภาพว่าอ่านฉากนั้นแล้วกรี๊ดอัดหมอน55555)
    #3973
    0
  16. #3942 Qewilx (@tarpuang1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 04:03
    น้องเล่อออออออน่ากัดดดแก้มมากก จุ้บกันแล้วววววกรีสอัดหมอน
    #3942
    0
  17. #3932 Twotone22 (@Twotone22) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 14:32
    กรีดร้องดังๆในใจ ฮืออ
    #3932
    0
  18. #3909 plxjy (@plxjy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:33
    เอ็งลูอาเล่อมากอะ นึกถึงหน้าน้องตอนพูดตอนทำตั่งต่างคือแบบ อาเล่ออออออออออออออ น่าาาาาาารักกกกกกกมากกกกกกกกกกอยากฟัดดดดด ส่วนคุมแด๊ดกับน้องแจมิน พูดเลยว่ากำทอสับแน่นมาก จีซองอยากได้อะไรคับ ป้าจะประเคนให้ คือแบบฟหดเ่าสงงเก่สวง ฮือออออ ใจพิ
    #3909
    0
  19. #3868 thelioncubsleex (@alpaca_chan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 15:30
    จีซองหนูทำดีมากก5555
    #3868
    0
  20. #3699 ยุน ซารัง (@fm-project) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 15:18
    จีซองอยากได้อะไรคะลูกกก มาเอาเงินที่พี่มา //me ยื่นเงินค่าโมเม้น
    #3699
    0
  21. #3628 110611 (@110911) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 03:39
    ม้าคคคคคค ไอที่ฟินๆตอนที่แล้วเรื่องห่มผ้าให้ แท้จริงแล้วถึงกับต้องพนมมือ ว้อยยยยยยยย พี่น้องหมอจองแจจองจุนนี่อีกแล้ว หมออีกแล้วววววว ทำไมตัลลกกก แล้วคือน้องเล่อ หมอคุนเรียกคุณเล่อได้กลิ่นความเป็นมาเฟียนมผง

    ฮืออออ ฉากมัคจูบหน้าผากเปี๊ยกคืออบอุ่นมาก ไปๆมาๆเด๋อ อหหหหเปลี่ยนอารมณ์มาไว้อาลัยให้แทบไม่ทัน สู้เอาเด้อมัคลี
    #3628
    0
  22. #3592 Min Mine (@minmine1234) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 02:04
    ทไมำจีซองหักหลังแด๊ดดี้ขนาดนี้ล่ะเนี่ย 555555 เด็กคนใหม่ที่มาหาจีซองคงจะเป็นเฉินเล่อสินะ อยากรู้จัง ถ้าจีซองโตขึ้น แล้วกับเฉินเล่อจะเป็นยังไงงงง
    #3592
    0
  23. #3464 Wrn Js (@js-wrn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 23:10
    นี่หยุดขำไม่ได้ตอนรู้ว่ามาร์คจูบผิดโถ่555 แต่ชอบความครอบครัวสุขสันต์
    #3464
    0
  24. วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 19:41
    55 ทำไมถึงแต่ให้แจฮยอนเป็นคนเด๋อขนาดนี้ ฮืออ ตลกอะ แจมินจะเริ่มหวั่นไหวกับพี่มาร์คมากขึ้นกว่าเดิมไหม นี่โดนพี่มาร์คขโมยจูบไปละ 555
    #3395
    0
  25. #3353 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 22:47
    โอ๊ยยยยยย ยอมใจกับความแฟมิลี่นี่ งื้อออออออ อยู่ด้วยกันก็สุขสันต์เอง~~ แต่หมอแจกับพี่นี่เชื้อไม่ทิ้งกันจริงๆ ค่ะ 55555
    #3353
    0