( nct ) - 19 daddy #markmin

ตอนที่ 26 : 22 : สิ่งที่ต้องทำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    12 ธ.ค. 60



22 : สิ่งที่ต้องทำ






( หมายเหตุ : เราตัดฉากสุดท้ายของตอนที่ 21 ให้มาอยู่ในตอนนี้แทนค่ะ ไปคิดมาแล้วว่ามันยาวเกินไปและควรมาอยู่ในตอนนี้มากกว่า

สามารถเลื่อนผ่านได้เพราะเนื้อหาเหมือนเดิม เนื้อหาที่มาใหม่จริงคือพาร์ทของเจโน่นะคะ )



 

 

โอเค.. เดี๋ยวก่อนนะ

 

มือเรียวของหญิงวัยกลางคนยกขึ้นนวดขมับก่อนจะพรูลมหายใจออกมา เธอลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังพยายามตั้งสติว่าเรื่องเมื่อครู่ที่ได้ยินเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับชีวิตลูกชายคนเล็กของเธอ

 

พระเจ้าช่วย..”

 

สเตฟานี่พึมพำกับตัวเองก่อนจะหันหลังมามองคนสามคนที่นั่งเรียงอยู่ที่โซฟา ดวงตาเรียวเหลือบมองลูกชายคนโตที่ยักไหล่ตอบเป็นเชิงให้เธอจัดการ

 

มันก็..”

คงไม่ได้มีใครอยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่อย่างที่ผ่านมาใช่ไหม

 

ไม่มีเสียงตอบอะไร มีเพียงเด็กหนุ่มที่อายุน้อยสุดในที่นี้ที่เธอเพิ่งได้รู้จักว่าเป็นน้องชายแท้ๆของแชยอนส่งสายตามองมาที่เธอ ก่อนร่างสูงนั้นจะยืนขึ้นแล้วก้มหัวให้

 

 

ผมขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ

 

เอาเถอะ

“..มันผ่านไปแล้วนะ

 

เธอมองเด็กชายคนนั้นในขณะที่ตอบ แววตารู้สึกผิดฉายชัดพร้อมกับการก้มหัวขอโทษซ้ำๆทำให้เธอต้องสลับสายตาไปยังคนที่ได้รับทุกอย่างเต็มๆอย่างมาร์ค

 

ลูกชายคนเล็กของเธอยิ้มบางๆส่งมาคล้ายจะบอกว่าตนเองไม่ได้โกรธเคืองอะไรแล้ว และในฐานะที่สเตฟานี่เป็นผู้ใหญ่ แม้สิ่งที่เธอรับรู้มาจากคนทั้งสองจะเป็นสิ่งที่ทำร้ายลูกชายเธอเอาไว้ แต่ในเมื่อเจ้าตัวให้อภัย เธอเองก็ควรทำให้คนอายุน้อยกว่าสบายใจด้วย

 

 

ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรเจโน่

ทุกอย่างที่เกิดมันก็มีเหตุที่ทำให้ผลออกมาเป็นแบบนี้ ปัญหากับความผิดพลาดมันมีไว้เป็นบทเรียนแล้วทำให้พวกยูโตขึ้น

เคลียร์กันแล้วจบกันแล้ว จากที่ต่างฝ่ายต่างคิดแต่มุมตัวเอง คราวนี้มีปัญหาอะไรก็ต้องบอกต้องแก้ร่วมกันนะ

 

 

สเตฟานี่ทิ้งตัวนั่งลงพลางมองทุกคนด้วยสายตาจริงจัง มือเรียววางเข้ากับไหล่ของเจโน่พลางลูบเบาๆก่อนจะส่งยิ้มจางๆให้

 

ถ้าแชยอนเป็นลูกสาวไอ ยูก็เป็นลูกชายไอนะเจโน่

 

อ้าวเตฟ ผมไม่อยากมีมันเป็นน้องอะ

 

งั้นยูก็ไม่ต้องเป็นลูกไอสิ

 

ว้อท!?”

 

มาร์คโวยวายขึ้นมาทันทีแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็แค่อยากจะทำให้บรรยากาศมันเปลี่ยนแล้วก็ดูได้ผลเมื่อทุกคนหัวเราะกันออกมา

 

แล้วนี่คิดกันไว้หรือยังว่าจะทำยังไงต่อ

 

จากใบหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่ของมาร์คกลายเป็นสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันทีที่สเตฟานี่เอ่ยคำถามนั้นขึ้น ใบหน้าคมหันไปทางห้องนอนที่ในนั้นมีร่างของเด็กน้อยหลับสนิทอยู่แล้วหันกลับมามองหน้าแชยอนที่ดูรอฟังสลับกับคนเป็นแม่

 

อีกไม่กี่วันไอจะกลับแคนาดาแล้วนะ

 

หือ ทำไมยูรีบกลับล่ะ

 

มาร์คเลิกคิ้วขึ้นสูงพลางมองหน้าคนมีศักดิ์เป็นมารดาสลับกับพี่ชาย สเตฟานี่เองก็หันขวับไปที่จอห์นนี่พร้อมกับใบหน้าที่ไม่ต่างจากมาร์ค

 

ยูยังไม่ได้บอกมาร์คเหรอจอห์น

 

พี่ชายคนโตชะงักก่อนจะพยักหน้ารับ

 

ยังหาช่วงบอกไม่ได้น่ะ คุยเรื่องนี้กันก่อนแล้วค่อยบอกก็ได้

 

สเตฟานี่พยักหน้ารับต่างจากมาร์คที่มองจอห์นนี่ไม่วางตาด้วยความสงสัยแต่เขาก็ต้องเบี่ยงความสนใจไปเพราะมีเรื่องของตัวเองรออยู่

 

ที่ไอห่วงน่ะ

คือยูยังต้องเรียน จีซองน่ะให้ไปอยู่กับไอไหม เพราะ –”

 

สเตฟ

 

หือ

 

ถ้าไอบอกว่าไอทำได้ล่ะ

 

หญิงวัยกลางคนเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัยไม่ต่างจากคนที่นั่งอยู่รอบๆ

 

หมายความว่า? “

 

จีซองน่ะ ไอเลี้ยงได้

 

“…”

 

ไออยากให้จีซองอยู่กับไอที่นี่

 

“…”

 

ไอทำได้ ไอพูดจริงๆนะ

 

แววตาที่ส่งมาของมาร์คไม่มีท่าทีที่ดูเล่นๆเลยสักนิด

 

ส่วนกับพี่แชยอน เราคุยกันแล้ว เรายังเป็นพ่อกับแม่ให้จีซองได้ แต่ถ้าการใช้ชีวิตเราคงต่างคนต่างอยู่

 

แต่เลี้ยงเด็กคนนึงไม่ได้ง่ายนะมาร์ค ยูคนเดียวจะ –”

 

ไอรู้ว่ามันเหนื่อยสเตฟ

แต่ไออยากทำ ไออยากเลี้ยงจีซองเอง

 

“…”

 

อยากเห็นจีซองโตเรื่อยๆกับตาตัวเอง

ไออยากทำจริงๆนะ

 

อีกอย่าง..”

 

ใครบอกว่าไอจะเลี้ยงคนเดียว

 

คิ้วเรียวขมวดแน่น เป็นสเตฟานี่คนเดียวที่ทำหน้าแบบนั้นต่างจากแชยอน เจโน่และจอห์นนี่ที่นั่งอยู่ด้วย ทุกคนมองมาร์คด้วยสายตาเหมือนกัน

 

เห้ย ไอ้จอห์นด้วยเหรอ!?

 

 

ไงสเตฟ ไอบอกแล้วว่าเซ้นส์ไอไม่ผิด

 

จอห์นนี่ยกยิ้มอย่างรู้ทันและพูดประโยคที่ดูเหมือนจะรู้แค่กับสเตฟานี่ออกมา คนเป็นมารดาชะงักไปเหมือนกำลังประมวลคำพูดของลูกชายคนโตว่ากำลังสื่ออะไรจนทำให้เธอนึกย้อนไป

 

และแล้วเธอก็เข้าใจ

 

 

เชื่อไอไหมสเตฟ มาร์คกับแจมินน่ะไม่ใช่แค่รูมเมทกัน

อะไรของยูจอห์น

 

ในตอนนั้นจอห์นนี่ไม่ได้ตอบอะไรเธอไป

แต่ภาพที่มาร์คยืนกอดแจมินตรงหน้าห้องICUก็พอให้เขามั่นใจได้ไม่ยากว่าระหว่างสองคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ

 

 

 

-19DADDY-

 

 

 

“(น้องมาร์คไม่คิดจะกลับมาทำงานตรงนี้จริงๆเหรอ)”

 

เสียงจากปลายสายของพี่โดยองที่ไม่ได้ยินนานถามเขา หลังจากเหตุการณ์ที่ผ่านมากลับกลายเป็นว่ามีคนพยายามติดต่องานมาร์คทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าเขาตัดสินใจไม่ทำตรงนั้นแล้ว

 

ครับ

ผมขอบคุณนะที่พี่ยังอยากให้โอกาสตรงนี้กับผม

แต่ผมตัดสินใจแล้ว ขอโทษนะครับพี่โดยอง

 

 

“(พี่เข้าใจน้องมาร์คนะคะ ไม่เป็นไรเลย)”

“(แล้วนี่น้องมาร์คเป็นยังไงบ้าง ทุกอย่างโอเคดีไหมคะ)”

 

 

ครืด

 

เสียงเปิดประตูบานเลื่อนจากด้านหลังเรียกให้มาร์คที่เท้าแขนคุยโทรศัพท์กับราวระเบียงหันไปมอง เป็นร่างของพี่ชายที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับกระป๋องเครื่องดื่มในมือสองข้าง จอห์นนี่ยื่นมันให้มาร์คและเขาก็รับไว้โดยที่ปากก็ตอบคนในสายไปด้วย

 

ยิ่งกว่าโอเคอีกครับ

 

จบประโยคสายตาของเขาก็มองลอดผ่านกระจกประตูจนเห็นภาพสเตฟที่นั่งอยู่กับแชยอนและเจโน่ข้างใน ใบหน้าจริงจังแต่แฝงด้วยรอยยิ้มแบบฉบับแม่ของเขากำลังพูดคุยกับคนทั้งสองออกรส ก่อนที่เขาจะเหลือบตาไปมองพี่ชายร่วมสายเลือดตัวเองที่ยืนกระดกเครื่องดื่มจากกระป๋องเข้าปากแล้วก้มหน้ามองทิวทัศน์จากระเบียงเงียบๆ

 

 

พี่โดยองถามสารทุกข์สุขดิบเขาอีกนิดหน่อยก่อนจะวางสายไป มือหนาหย่อนโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงก่อนจะหันหน้ากลับไปเท้าแขนที่ราวระเบียงเหมือนเดิมพลางกระดกเครื่องดื่มที่พี่ชายหยิบมาให้ไปด้วย

 

 

ตั้งแต่สเตฟกับจอห์นนี่มาถึงเขาเองก็ยังไม่ได้ว่างคุยเรื่องจิปาฐะตามประสาครอบครัวเลยสักที ก็เพราะเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นหลายๆอย่างนั่นแหละ

 

นี่เขาก็เพิ่งได้รู้สึกหายใจเต็มปอดขึ้นมาหน่อยที่ทุกอย่างมันจบลงด้วยดีแบบนี้

 

เหนื่อยแย่เลยดิมึง

 

จอห์นนี่หันหน้ามามองน้องชายที่ยืนอยู่ข้างๆ หว่างคิ้วที่ขึ้นรอยขมวดชัดเป็นตัวบ่งบอกว่ามาร์คมีแต่เรื่องให้ปวดหัว ไหนจะสภาพหน้าที่ตอบลง

 

แต่ก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่ามาร์คมันดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเหมือนกัน

 

 

สุดจะบรรยายว่ะ

แต่กูว่ากูก็ไม่เสียใจนะที่มันเป็นแบบนี้

 

ไม่อยากจะชมหรอกกูกระดากปาก

แต่มึงเก่งมากไอ้น้องเวร

 

มือหนาของจอห์นนี่ตบเข้าที่ไหล่ของน้องชายแรงๆจนมาร์คหรี่ตามองแต่สุดท้ายต่างคนก็ต่างหัวเราะและหลังจากนั้นก็ไม่มีคำพูดอะไรออกมา สายตาเขาเปลี่ยนไปมองที่ด้านล่าง บรรยากาศภายนอกที่ถนนดูแออัดเต็มไปด้วยรถราที่บ้างก็ทยอยกันขับกลับที่หมาย บ้างก็คงออกมาเผชิญกับโลกตอนกลางคืน แต่นั่นไม่ได้ดึงสายตาเขาไว้

 

สิ่งที่ทำให้เขาหยุดมองคือป้ายโฆษณาบนตึกตึกนั้น ที่มีภาพคนบางคนอยู่

 

 

เออจอห์นที่สเตฟบอกมึงจะกลับ –”

 

มาร์คกูถามไรหน่อยดิ

 

ห้ะ

 

ยังไม่ทันที่มาร์คจะได้พูดจบจอห์นนี่ก็เอ่ยประโยคนึงขึ้นมาจนคนน้องต้องกลืนเสียงตัวเองแล้วหันหน้ามามองพี่ชายอย่างงงๆ

 

แต่มาร์คก็ได้งงกว่าเมื่อได้ยินคำถามนี้จากพี่ชาย

 

ลีแทยงนี่เป็นคนยังไงวะ

 

คิ้วหนาขมวดแน่นพร้อมส่งสายตาสงสัยว่ามึงจะถามเรื่องพี่แทยงทำไมออกไป แต่พอเจอกับใบหน้าจริงจังของพี่ชายเขาก็พับความคิดนั้นไว้ก่อนจะรวบรวมความรู้สึกที่ได้รู้จักในระยะเวลาที่ผ่านมา

 

ภายนอกเขาก็ดูขี้เหวี่ยง ชอบทำหน้าไม่เอาอะไร ดูหยิ่งๆ

แต่ที่กูเจอ จริงๆเขาก็แค่ทำไปเพราะเขาไม่อยากแคร์พวกสื่อมากกว่า อย่างอื่นเขาก็ –”

 

เหรอ

น่าจะไม่ได้ไม่แคร์แค่สื่อมั้ง

 

“…”

 

น่าจะไม่แคร์อะไรเลยนอกจากตัวเอง

 

 

ไม่รอให้มาร์คพูดจบ จอห์นนี่ตวัดสายตามามองน้องชายและแววตาก็ฉายความไม่พอใจออกมาชัดเจนจนมาร์คยิ่งขมวดคิ้วสงสัยกับประโยคที่ดูไม่ชอบมาพากลเข้าไปใหญ่

 

ทำไมมึงคิดแบบนั้นวะ

 

คนเป็นพี่ชายทำเพียงยักไหล่ก่อนจะเอ่ยอย่างอื่นออกมา

 

เมื่อกี๊มึงจะถามกูเรื่องที่กลับไวใช่ไหม

 

มาร์คแค่พยักหน้ารับแต่ไม่ได้ส่งเสียงตอบ เพราะไม่ทันได้ตอบและตอบไปก็พูดไม่เคยจบ ในหัวเขามีแต่เครื่องหมายเควสชั่นมาส์กกับท่าทางตั้งแง่ของพี่ชาย และนั่นแหละ ไม่ต้องรอมาร์คพูดจอห์นนี่ก็ต่อเอง

 

กูมีเรื่องต้องจัดการนิดหน่อย

 

เรื่องไรวะ

 

ลูกบุญธรรม

 

ห้ะ

 

ลูกบุญธรรม

ลูก บุญ ธรรม

 

แปลว่าไม่ใช่ลูกแท้ๆ แล้วใครอะไรยังไง

 

มีผู้หญิงคนนึงจะยุติการตั้งครรภ์ไม่พร้อม

แต่กูขอไว้

“..แล้วก็ตัดสินใจจะรับเป็นลูกบุญธรรม สเตฟก็โอเคเพราะกูเองก็มีงานมีการทำรับผิดชอบได้

 

 

กูว่ามึงไม่ใช่คนใจบุญขนาดว่าเจอผู้หญิงสักคนจะทำแบบนี้แล้วตัดสินใจได้เลย

ตอบกูมา

 

ใคร?”

 

มาร์คหรี่ตามองคนเป็นพี่ชายจนจอห์นนี่ถอนหายใจออกมาหนักๆ มือหนาล้วงเข้าที่กระเป๋ากางเกงก่อนจะควักโทรศัพท์เครื่องหรูออกมาแล้วกดนิ้วบนหน้าจอสักพัก

 

สุดท้ายก็ยื่นมาให้ดู

 

 

มึงจำได้ไหม

มึงก็รู้ว่ากูรู้สึกยังไงกับเขา

 

มาร์คจ้องภาพที่อยู่ตรงหน้าอยู่อย่างนั้นพร้อมกับอาการนิ่งไป

และถึงแม้แสงที่จอมันจะดับไปแล้ว แต่อะไรบางอย่างกลับชัดขึ้นมาในหัวเขา

 

 

ภาพๆนั้นซ้อนทับขึ้นมาทันที

 

ใช่ รูปในโทรศัพท์จอห์นนี่

กับรูปในกระเป๋าสตางค์พี่แทยง

 

 

เป็นรูปผู้หญิงคนเดียวกัน

 

 

ตอนแรกกูก็จำไม่ได้

 

มาร์คไม่ได้หมายถึงเมื่อครู่

เขาหมายถึงวันนั้นที่อยู่ที่ระเบียงกับแทยง

 

 

แต่ตอนนี้กูนึกออกละ

 

 

พี่เวนดี้

 

 

 

-19DADDY-

 




 

จบลงด้วยดี

เจโน่ควรจะรู้สึกโล่งอกที่มันเป็นแบบนั้น

 

 

แน่นอนว่าสิ่งที่เขาทำลงไปจนมันส่งผลให้ทุกอย่างบานปลายขนาดนี้เมื่อมาเทียบกับสิ่งที่เขาได้รับ เจโน่ว่าตัวเองไม่ได้รับสิ่งที่สาสมเลยด้วยซ้ำ

 

เขาเข้าใจพี่สาวตัวเองแบบไร้ข้อกังขาเลยเมื่อเจอกับครอบครัวของมาร์ค สเตฟานี่เป็นผู้หญิงที่มีความคิดดีมาก และดีกับพี่เขาและเขาจริงๆแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ทำให้ลูกชายเธอต้องลำบากขนาดนั้น พวกเรานั่งคุยกัน  เธอถามทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาและพี่สาว  มันน่าแปลกที่ผู้หญิงคนนี้แม้จะเจอกันครั้งแรก แต่ความเป็นผู้ใหญ่จากตัวเธอทำให้พวกเขาไว้ใจ

 

สีหน้าของสเตฟานี่ออกชัดทุกเรื่องที่ได้รับฟัง และเมื่อมันจบทุกอย่างเธอก็ได้แต่พยักหน้าเบาๆ

 

 

ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง

“แต่มันอาจจะดีกว่านี้ถ้าเราหันหน้าคุยกันแต่แรก ถูกไหม”

 

 

ประโยคนี้ของเธอทำให้เจโน่รู้สึกผิดแต่นั่นก็สื่อว่าเธอเข้าใจเขา

 

 

ก่อนจะกลับเขาได้คุยกับมาร์คนิดหน่อย รอยช้ำที่หน้าดูจะชัดขึ้นเพราะเขาเองก็แรงไม่ใช่น้อย และบนหน้าเจโน่เองก็คงเหมือนกัน เรื่องที่คุยกันก็เป็นข้อความที่แจมินส่งมาในแชทรูมว่าคืนนี้แจมินจะไม่กลับมาที่หอของเขา

 

 

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องทำใจรับ

แจมินชัดเจนมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว

 

 

 

               “นี่กูทำมึงอกหักปะวะ”

 

               

 

               “ขอโทษที่หล่อ”

 

               “ถ้าแจมินชอบคนที่หน้าตามึงก็น่าจะรู้แก่ใจนะว่าในความเป็นจริงแจมินจะเลือกใคร”

 

               “พูดขนาดนี้ไล่กูไปส่องกระจกแทนก็ได้นะ”

 

 

                สุดท้ายก็เป็นเสียงหัวเราะเบาๆของมาร์คที่ปิดบทสนทนาก่อนเจโน่จะเดินออกมา

 

 

ทุกอย่างเหมือนจะจบลงด้วยดีจริงๆ

 

 

 

เรื่องที่สเตฟบอกพี่ พี่คิดยังไง

 

มันก็เป็นโอกาสที่ดีนะ อีกอย่างก็ยังได้ติดต่อกับจีซอง แต่พี่เองก็เกรงใจ”

“แล้วพี่ก็อดห่วงไม่ได้เรื่องเราเนี่ย

 

ถ้าจะมาติดที่ผมก็ไม่ต้องเลย

 

“…”

 

ชีวิตพี่ยอมเสียสละให้ผมมาเยอะแล้วอะ เรื่องนี้พี่ให้โอกาสตัวเองบ้างดิ

ผมขอเลยนะ

 

รู้แล้วน่า ขอไปคิดอะไรให้แน่ใจก่อนดิ อะ ถึงแล้วโทรมาบอกด้วย แผลที่หน้าก็ทายาซะ เข้าใจไหม

 

อื้ม

 

ปึก

 

 

เสียงปิดประตูรถพร้อมกับร่างพี่สาวที่เดินออกไปทำให้เจโน่มองตามจนลับสายตา เขาหันมาจ้องเงาตัวเองในกระจกฝั่งคนขับแท็กซี่ที่อยู่ข้างหน้าและสิ่งที่เขาเห็นก็เหมือนจะมีเพียงใบหน้าที่เรียบเฉยเมื่ออยู่คนเดียว

 

 

เขาควรจะโล่งใจกับเรื่องทุกอย่างสักที

แต่ทำไมมันถึงยังค้างคาอยู่แบบนี้

 

หรืออาจจะเป็นเพราะ

แชทรูมที่อยู่ก่อนหน้าแจมินนั้นไม่มีทีท่าจะตอบเขาสักทีก็ได้

 

 

J.

เหริน

อยู่ไหน

 

 

ปึก!

 

 

เวลาร่วมชั่วโมงได้ที่เขาจ้องแชทรูมนั้นตั้งแต่ก่อนส่งพี่แชยอนจนรถมาส่งเขาถึงที่หมาย ร่างสูงของเด็กหนุ่มก้าวลงมาหยุดยืนที่หน้าหอพักก่อนจะแหงนมองขึ้นไปยังระเบียงห้องที่ปิดไฟมืดสนิท พอถึงเวลาที่เขาได้อยู่คนเดียวทีไร เรื่องที่กวนใจลึกๆมันก็ทำให้เขาฟุ้งซ่านขึ้นมา

 

 

เจโน่ปล่อยให้ขาเป็นตัวนำร่างของเขาขึ้นห้องพักอย่างไม่เร่งรีบ ตอนนี้ในหัวของเขามันกำลังใช้ความคิดกับหลายๆเรื่อง

 

 

และเรื่องที่กำลังอยู่ในหัวตอนนี้ก็คือเรื่องของคนที่นัดเขาออกไป

 

 

เหตุการณ์วันนั้นที่เหรินจวิ้นพยายามเข้ามาพูดด้วยย้อนขึ้นในหัว และเขาก็ไม่รู้ว่าวันนั้นจะเป็นวันที่อีกคนโดนเค้นความจริงจากแฮชานและแจมิน

 

ก็พอรู้ตัวว่าวันนั้นเขาใช้อารมณ์มากไป เพียงแต่เขาคิดว่าเหรินจวิ้นคงชิน เพราะเขาก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่อารมณ์ไม่ดี

 

 

และครั้งนี้ก็ด้วย

 

 

J.

  Read เหริน

Read อยู่ไหน

 

ข้อความที่ขึ้นอ่านแล้วทำให้ขาของเจโน่ที่พามายืนอยู่หน้าห้องตัวเองพอดีหยุดชะงัก ตาคมจ้องไปที่หน้าจอรอคำตอบจากอีกฝ่ายอย่างตั้งใจและเขาคิดว่ามันคงไม่นาน

 

แต่เจโน่คิดผิด

 

 

          J.

 Read เหริน

Read อยู่ไหน

Read ทำไมอ่านแล้วไม่ตอบวะ

 

 

ไวกว่าความคิด เจโน่พิมพ์มันแล้วส่งทันทีที่รู้สึกว่านานเกินไปที่คนอ่านแล้วจะตอบ

 

ความหงุดหงิดเริ่มตีเข้ามา มือหนาไขกุญแจห้องก่อนจะผลักเข้าไปโดยที่สายตายังอยู่ที่จอโทรศัพท์ เหรินจวิ้นทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดจนเขาต้องสูดหายใจเข้าลึกๆเพราะไม่อยากจะเผลอพิมพ์อะไรที่ไม่ดีลงไปเหมือนตอนพูด

 

แต่ทันทีที่นิ้วยาวเตรียมจะกดพิมพ์ต่อ

 

 

‘Empty Room’

 

 

หน้าแชทรูมก็ขึ้นแบบนี้มาเสียก่อน

 

 

หายไปแล้ว

เหรินจวิ้นลบไลน์ทิ้ง

 

 

นิ้วยาวสลับมาอีกหน้าจอเขาพิมพ์เบอร์ที่จำได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้อย่างรวดเร็วพร้อมกับกดโทรออก แต่ดูเหมือนว่าทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้นมามองห้องที่เปิดไฟสว่าง คำถามที่ว่า เหรินจวิ้นเป็นบ้าอะไร  ในหัวก็ดูจะได้คำตอบโดยไม่ต้องรอเจ้าตัว

 

 

 

ข้าวของอีกฝั่งห้องว่างเปล่า ไม่มีอะไรหลงเหลือบนโต๊ะ ไม่มีอะไรแขวนในตู้เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทางหายไป

 

 

ทุกอย่างที่บ่งบอกว่าเป็นของอีกคนหายไปหมด

 

 

เจโน่ทิ้งตัวนั่งลงปลายเตียงอยู่แบบนั้นพร้อมกับสายตาที่กวาดไปรอบๆ ก่อนที่มันจะมาหยุดอยู่หน้าจอโทรศัพท์ซึ่งขึ้นว่าสิ้นสุดการสนทนาทั้งที่เขายังไม่ได้ยินเสียงอีกคนสักคำนอกจากโอเปอเรเตอร์ที่บอกว่าเบอร์นี้ติดต่อไม่ได้

 

 

นี่คงเป็นทางเลือกที่เขาบอกให้เหรินจวิ้นไปตัดสินใจเอาเอง

เหรินจวิ้นเลือกจะทำแบบนี้

เลือกที่จะเอาตัวเองหายไป

 

 

ในเมื่อเขาให้อิสระกับความคิดอีกคน เจโน่ก็ควรจะโล่งอกได้เพราะดูเหมือนมันจะจบลงด้วยดี

 

แต่ไม่เลย

 

มันจะจบลงด้วยดีก็ต่อเมื่อการที่เหรินจวิ้นหายไปมันไม่ได้ทำให้เขาใจหายไปด้วยแบบนี้ต่างหาก





 

 

-50%-

 


“ขอกอดหน่อยสิ”

 

“ไอ้จอห์นอุ้มจีซองให้กูหน่อย กูจะกอดเตฟ”

 

“ไม่ ไอหมายถึงจะกอดจีซอง”

 

“โห่ เตฟฟฟ”

 

เด็กหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นลูกชายเบะปากทันทีที่ถูกมารดาแกล้ง สเตฟานี่หัวเราะออกมากับท่าทีที่ดูไม่โตก่อนจะยกแขนกอดรอบตัวมาร์คที่อุ้มเด็กตัวเล็กพิงกับไหล่ไว้ เธอกดจมูกเข้ากับแก้มลูกชายสลับกับจีซองจนเด็กน้อยหันมามองตาใสแล้วหัวเราะชอบใจ

 

“ยังงอแงอยู่แบบนี้จะไม่ให้ไอห่วงได้ยังไงเนี่ย”

 

“อย่าพูดจาแบบนี้ดิเตฟ ไอไม่อยากเสียน้ำตาลูกผู้ชาย”

 

“อะไรเปียกๆที่ตายูวะมาร์ค”

 

“เฮ้ย เหงื่อออกตาได้ไงวะ”

 

ไม่ว่าเปล่ามาร์คยกมือซับหางตาไปด้วยหลังจากตอบจอห์นนี่จนสเตฟต้องยกมือโยกหัวลูกชายแรงๆก่อนที่เธอจะหันไปเล่นกับหลานชายตัวน้อยต่อ

 

รอบตัวเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ทั้งนั่งอยู่และเดินไปมาในสนามบิน จนกระทั่งภาพในจอใหญ่ขึ้นเป็นโฆษณาของคนที่เขารู้จักดีฉายขึ้น นั่นทำให้เขาหันไปมองพี่ชายของตัวเองทันที

ใช่ และจอห์นนี่ยังคงจ้องอยู่ไม่วางตา

เพราะคนในโฆษณานั้นคือลีแทยง

 

 

“แอะ มาๆ”

 

ไม่ทันที่มาร์คจะสังเกตอะไรไปมากกว่านั้น เสียงของจีซองก็ดังขึ้นจนเขารีบก้มไปดูลูกชายบนตักมารดา เด็กน้อยจ้องไปยังทางๆนึงตาใสพร้อมกับชูมือไปมาไม่ต่างกับสเตฟานี่ที่ยกยิ้มกว้างมองไปยังที่เดียวกัน นั่นเลยส่งผลให้เขาต้องหันไปมองตาม

 

และสาเหตุนั้นก็คือ

แชยอนที่เดินมาพร้อมกับเจโน่

 

“คิดว่าจะไม่ไปด้วยกันแล้ว”

 

สเตฟานี่ลุกขึ้นก่อนจะเดินไปหาเด็กสาวที่มาพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า มือเรียวลูบผมยาวปรกไหล่เบาๆไปด้วย

 

“หนูคิดหนักทั้งคืนเลย

 

 

“จริงๆ กลัวว่าที่คุณชวนหนูจะเป็นแค่เพราะคุณรู้สึกผิด”

 

“แล้วตอนนี้เปลี่ยนความคิดหรือยังหือ”

 

“เปลี่ยนตั้งแต่คุณโทรมาคุยเมื่อคืนแล้วค่ะ”

 

คนโตกว่ายิ้มบางๆอย่างเข้าใจก่อนจะสลับมามองหน้าลูกชายคนเล็กที่ดูไม่เข้าใจเหตุการณ์ตรงหน้าและดูจะรอคำตอบจากเธอตอนนี้มากที่สุด

 

“เดี๋ยว”

 

“อะไรมาร์ค”

 

“ที่บอกว่ารอเพื่อน? คือรอพี่แชยอนเหรอเตฟ”

 

“ใช่ ก็แชยอนเป็นเพื่อนไอ”

 

ว่าแล้วคนเป็นแม่ก็ควงแขนเด็กสาวเอาไว้พลางยักไหล่ใส่ลูกชายจนมาร์คได้แต่ส่ายหัว

 

“ยูไม่ได้เบบี้เฟซขนาดนั้นเตฟ”

 

“แต่ไอไม่โอนเงินให้ยูได้นะ”

 

“ขอโทษครับ ผิดไปแล้วครับ”

“เดี๋ยว แล้วไปคุยกันยังไง ตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

“ก็ตั้งแต่วันที่พวกยูมาคุยกับไอนั่นแหละ”

 

….

 

“ไออยากชวนแชยอนไปเที่ยวกับไอสักพัก”

 

….

 

“เดี๋ยวจอห์นก็ไม่ว่างแล้วด้วย”

 

“อ่อ กลัวเหงา”

 

….

 

“ยูรู้เปล่าเตฟ นี่คืออาการอะไร”

 

“อาการ?”

 

“ใช่ นี่มันอาการคนแก่ โอ๊ย!! เตฟฟ ไอลูกยูนะ”

 

“ไอก็แม่ยูมาร์ค  ไม่อยากให้เลี้ยงจีซองเองเลยดูสิจอห์น กลัวหลานนิสัยเหมือนพ่อ”

 

….

 

“จอห์น?”

 

“หือ ยูว่าไงนะเตฟ”จอห์นนี่ที่เพิ่งจะได้สติหลังจากสเตฟานี่เรียกซ้ำหันมาถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

 

“โอเค ช่างมันเถอะ แต่วันนี้ยูดูใจลอยนะ เป็นอะไรหรือเปล่า”

 

สเตฟานี่ยกมือแตะไหล่ลูกชายคนโต จอห์นนี่หันมาสบตากับมาร์คที่จ้องมาก่อนจะสลับไปมองคนเป็นแม่แล้วส่ายหน้าเบาๆ

 

“ไม่ .. ไม่มีอะไรหรอก เหลืออีกชั่วโมงนี่ แชยอนหิวไหม”

 

เปลี่ยนเรื่องชัดเจน มาร์คดูออกแต่เขาคิดว่าพี่ชายเขาโตพอจะจัดการกับความคิดตัวเองเลยได้แต่ยกมือตบหลังมันไป

 

พวกเขาพูดคุยกันอยู่อีกพักจนกระทั่งถึงเวลาที่ทั้งสามคนต้องเข้าเกต แชยอนหันมากอดน้องชายและนั่นก็เป็นภาพแรกที่มาร์คเห็นว่าเจโน่ก็มีมุมเป็นเด็กตอนมันเอาคางไปเกยไหล่พี่สาวทั้งที่ตัวก็ใหญ่กว่าหลายเท่า

 

ทำตัวแบบนี้ก็เป็นนะเนี่ยมึง แต่ทำไมหน้าแม่งซึมๆจังวะ

 

มาร์คได้แต่คิดในใจในขณะที่มองไปทางนั้น และเป็นจังหวะเดียวกันที่แชยอนเองก็หันมาสบตาเขาพอดี

 

“เดี๋ยวพี่มานะโน่”

 

เขาอ่านปากได้แบบนั้น ก่อนที่แชยอนจะเดินมาตรงหน้ามาร์ค เธอยื่นมือสองข้างออกมาและมาร์คก็รู้ทันทีว่าเขาต้องส่งจีซองให้ เด็กตัวน้อยที่ไม่รู้เรื่องอะไรแต่รับรู้ว่าผู้หญิงที่อุ้มไปเป็นใครยกแขนกอดเข้ารอบคอคนเป็นแม่ มือเรียวนั้นประคองเข้ากับตัวเล็กๆพร้อมกับกดจมูกกับกลุ่มผมบางๆหลายๆทีจนมาร์ครู้สึกหวิวๆในใจขึ้นมา

 

ก็เขาเป็นแม่ลูกกันนี่นะ

 

“ขอบคุณนะมาร์ค”

“หือ”

มาร์คเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าที่เอ่ยประโยคนึงขึ้นมาในขณะที่เขายืนมองอยู่

 

“ที่เปลี่ยนเป็นคนที่ดีขึ้น”

“แล้วก็..ขอโทษอีกครั้งนะ”

กับทุกอย่างเลย”

 

มาร์คยืนนิ่งอยู่แบบนั้น เขามองหน้าของหญิงสาวสลับกับเด็กตัวน้อยในอ้อมกอดเธอ และนี่ก็ทำให้เขาคิดถึงคำนี้ขึ้นมาอีกครั้ง

 

ครอบครัว

 

“พี่ครับ”

“หือ”

“กอดกันหน่อยไหม”

“อะไรนะ –”

 

ยังไม่ทันที่แชยอนจะพูดจบมาร์คก็เดินเข้าไปรวบตัวอีกคนตรงหน้าที่อุ้มจีซองอยู่เข้ามากอด แชยอนชะงักไปแบบนั้นสักพักแต่สุดท้ายเธอก็ยกมือข้างที่ว่างไปตบหลังเด็กหนุ่มเข้าเบาๆ

 

เธอเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรเหมือนกัน แต่การที่มาร์คเข้ามากอดแบบนี้มันกลับทำให้แชยอนรู้สึกว่ามาร์คต้องการบอกเธอ

 

ว่าพวกเราบริสุทธิ์ใจต่อกันทุกอย่างแล้ว

 

และคำว่ารอบครัวที่มาร์คนึกถึงมันก็ไม่ได้หมายความว่า พ่อ แม่ หรือลูก

แต่คงจะเป็นความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างทำให้อีกคนโตขึ้นผ่านกับเรื่องแย่ๆที่ทั้งดีไม่ดี แต่สุดท้ายเราก็กลับมาเข้าใจความรู้สึกกันและยังอยู่รอบๆตัวกันแบบนี้มากกว่า

 

ต่างฝ่ายต่างค่อยๆผละกันออกมาก่อนจะเผยรอยยิ้มที่เพิ่งมีชัดๆหลังจากผ่านเรื่องทั้งหมดมาได้  ไม่ได้มีใครพูดอะไรไปมากกว่านั้น  มีเพียงมือเรียวของหญิงสาวที่ตบบ่าเด็กหนุ่มเอาไว้ก่อนจะยกไปประคองตัวเด็กน้อยบนอกต่อ

 

“แอะ มามมา”

 

              “อะไรอ้วน ตัวแค่นี้เรื่องเยอะตั้งแต่เกิด” มาร์คจ้องหน้าเด็กน้อยที่พูดภาษาตัวเอง จนแชยอนหลุดขำกับท่าทีหาเรื่องของเด็กหนุ่ม แล้วดูจีซองก็จะไม่ยอมถึงขั้นหันหน้าไปจ้องมาร์คตาแข็ง

 

              “แอ๊!!

 

“เถียงอะไรกันอีกคนเป็นแม่กับพี่ชายเดินเข้ามาพร้อมกับของพะรุงพะรังที่เพิ่งหายไปซื้อก่อนจะหันไปคุยกับแชยอนเรื่องใกล้เวลาขึ้นเครื่อง เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ระหว่างนั้นเลยรับตัวลูกชายกลับมาที่อกตัวเอง

 

ภาพที่มีอยู่ตอนนี้เลยเป็นเด็กวัยรุ่นหัวยุ่งๆที่อุ้มเด็กตัวเล็กๆไว้มองหญิงสาวที่ต่างคนต่างมีศักดิ์เป็นแม่ของตัวเองด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์จนพอสเตฟานี่และแชยอนหันกลับมาก็อดขำกับสิ่งที่เห็นไม่ได้

 

“จะไปแล้วนะมาร์ค”เธอพูดขึ้นหลังจากก้มดูนาฬิกาข้อมือ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มในตอนแรกเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่จริงจังปนเป็นห่วง

“เซฟไฟลท์นะมัม”

 

“ซึ้งจังโดนเรียกแม่ในรอบยี่สิบปี”

 

เธอพูดติดตลกแต่ก็ยกมือลูบผมลูกชายก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆสลับมองกับเด็กตาแป๋วที่มาร์คกอดไว้

 

“ไม่ไหวก็บอกนะ เป็นห่วง”

 

“เป็นห่วงไอ?”

 

“เปล่า ห่วงจีซอง กลัวหลานไม่โต”

 

“อีกแล้วนะ”

 

มาร์คเบะปากเมื่อโดนแกล้งก่อนจะยกแขนข้างนึงเข้ากอดรอบตัวสเตฟานี่ ฝังหน้าเข้ากับไหล่แม่อยู่แบบนั้นก่อนจะผละออกมาแล้วยิ้มพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

“เชื่อไอดิไอเลี้ยงได้ ตัวก็แค่เนี้ย”หันไปย่นจมูกใส่เด็กที่มองคนรอบๆไม่รู้เรื่องรู้ราวทีนึง จนคนเป็นแม่ได้แต่พยักหน้าอย่างตามใจ

 

“ก็มั่นใจดิว่าเลี้ยงได้ ไม่ได้เลี้ยงคนเดียวอยู่แล้วนี่”

 

จอห์นนี่พูดขึ้นหลังจากเงียบมานานก่อนที่ทุกคนจะส่งสายตามาที่มาร์ค เด็กหนุ่มส่งสายตากลับไปหาพี่ชายก่อนรอยยิ้มมุมปากจะจุดขึ้น สเตฟานี่เลยเลิกคิ้วมองไปที่ลูกชายคนเล็ก

 

“ยังไงมาร์ค”

 

                “ก็..

“เอาไว้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางจะบอก”

“เพราะตอนนี้ไอก็ติดอยู่เรื่องนี้เรื่องเดียวนี่แหละสิ่งที่ต้องทำ”

 

“คือเอาคนช่วยเลี้ยงจีซองกลับมานี่แหละ”

 

 

 

-19DADDY-

 

 

“มมมา”

“เมื่อไหร่จะเรียกมาร์คได้เนี่ย ชื่อก็ไม่ได้ยาก”

“บูบู้”

“หนักกว่ามมมาอีก เรียกใครวะเปี๊ยกอันนี้สงสัยนานละ แต่มีแต่ซีนดราม่าไม่ว่างถาม”

“แอะ คิก”

“ใครอะ  แฟนหรือไง หรือเพื่อนเทพ”

 

บทสนทนาที่เหมือนจะคุยกันคนละเรื่องของสองพ่อลูกดังไปตามทางขึ้นคอนโด และภาพนั้นก็อยู่ในสายตาของประชาสัมพันธ์สาวที่ยืนกุมโทรศัพท์มองอย่างลังเล และดูเหมือนมาร์คจะรู้สึกได้จึงหันกลับมาสบตาเข้ากับเธอ

 

เด็กหนุ่มยิ้มก่อนจะก้มหัวทักทายเล็กน้อยและไอรีนก็พยักหน้ารับ และก่อนที่มาร์คจะหันหน้ากลับเธอจึงตัดสินใจเรียกอีกคนเพราะเรื่องที่รบกวนใจเธอมานาน

 

“น้องมาร์คคะ!

“ครับ?”

 

ขาสองข้างนั้นชะงักหยุดก่อนจะหันมามองที่เธอ รอยยิ้มแหยๆแบบวันนั้นที่เขาเห็นตอนที่กำลังมีเรื่องยุ่งๆในหัวโผล่มาอีกครั้ง และมาร์คก็พอจะรู้สึกได้ว่าไอรีนดูอยากพูดอะไรอยู่

 

“พอจะมีเวลาว่างสักหน่อยไหมคะ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”

 

โอเค เดาผิดซะที่ไหนล่ะ

 

 

-19DADDY-

 

 

“อ่อ”

ที่พี่จะบอกผมก็คือ”

 “กล้องวงจรปิดที่เห็นวันนั้นไม่ใช่ผู้หญิงแต่เป็นผู้ชาย”

 

“ค่ะ แต่เขาเหมือนผู้หญิงมากเลยนะคะ ก็ตัวเล็กๆบางๆแถมใส่หมวกปิดหน้าปิดตา แล้วเข็นรถเข็นเด็กอีกพี่ตกใจพี่เลยโพล่งออกมา แล้วเราก็อุปทานหมู่กันไปหมด”

 

“อ่อ..

 

“นี่นะคะน้องมาร์ค พี่ซูมเข้าหลายมุมมากเลยค่ะเผื่อน้องมาร์คอยากตามหาว่าเขาเป็นใครยังไง แล้วก็.. อ้าว! น้องมาร์ค! จะไปไหนคะยังไม่หมดเบาะแสเลย”

 

“ขอบคุณนะครับ”

 

“เดี๋ยวสิคะน้องมาร์ค ฟังพี่ก่อน”

 

“เหรินจวิ้นครับ”

 

“คะ?”

 

“คนนั้นชื่อเหรินจวิ้น”

 

“อ้าว น้องมาร์ครู้?”

 

เขาก็รู้กันหมดเรื่องแล้วปะ อยากมีซีนตอนจบอะดิทำเป็นมาเรียก

 

คิดในใจไปแค่นั้นแหละครับแล้วก็พยักหน้ารับๆเขาไปแล้วรีบละตัวเดินดุ่มๆออกมาปล่อยให้พี่เขาเรียกตามหลังอยู่แบบนั้น ก่อนจะขึ้นห้องมาพาไอ้เปี๊ยกนอนหลังจากมันสัปหงกโชว์พี่ไอรีนไปหลายที

 

 

ปึก!

 

ร่างสูงทิ้งตัวลงกับโซฟาอย่างหมดแรง ดวงตาคมมองรอบห้องที่ตอนแรกมีแต่คนอยู่ต่างกับตอนนี้ที่เหลือเพียงเขากับไอ้เด็กที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราว( ซึ่งจริงๆมันก็ไม่เคยรู้เรื่องรู้ราวอะไรมาแต่แรก)แค่นั้น

 

 

นี่เรื่องทุกอย่างมันจบแล้วจริงดิ

เหลือเชื่อ

 

Rrrrrrrrrrrrrrrrrrr

 

“ต้องมีบทให้ได้เลยนะมึงอะ”

 

เอ่ยต้อนรับอย่างสุภาพทันทีที่เห็นว่าหน้าจอขึ้นเป็นชื่อเบอร์ใคร

 

“(นิดนึงปะวะไอ้สัด เป็นไง บอกเตฟให้กูยังว่าแนะนำกูกะแหม่มแถวบ้านมึงให้หน่อย)”

“อ่อ โทรมาเช็คแค่นี้ปะ”

“(เฮ้ยบ้า กูเป็นห่วงเพื่อนต่างหาก เป็นไงบ้างคะพี่มาร์ค โล่งไม่โล่ง)”

“ก็แปลกๆดีวะ”

               

                มาร์คเหยียดตัวนอนยาวกับโซฟาเมื่อแฮชานถามก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง   ในใจตอนนี้มันโล่งแบบบอกไม่ถูกจนเขายังต้องถามกับตัวเองซ้ำๆว่าทุกอย่างมันผ่านไปแล้วจริงเหรอ

 

 “ปกติปัญหาแม่งรอบด้านชิบหาย แม่งรุมในหัวจนกูจำไม่ได้ละว่าความรู้สึกตอนไม่มีอะไรต้องคิดมันเป็นยังไง”

“(เออ กูก็โล่งใจไปด้วยเนี่ยที่ทุกอย่างมันโอเค ที่ผ่านมาหน้ามึงแม่งบูดกว่านมไอ้เปี๊ยกที่มึงชงละมันไม่แดกอีก)”

“ขอบใจนะสัด แต่กูชงนมโปรแล้วแค่ตวงผงไอ้เปี๊ยกก็แทบคลานมาหา”

“(กูจะรอถามเปี๊ยกตอนมันพูดได้นะว่านมที่พ่อมันชงรสชาติเป็นไง)”

“เรียกชื่อกูให้ได้ก่อนเหอะตอนนี้”

(เชี่ยเอ๊ยกูขำ ฮ่าๆๆๆๆๆ)

“เออมึง”

“(ห้ะ)”

….

“(เอ้าไอ้สัดเรียกแล้วไม่พูด ไม่โทรฟรีกูด่าไปแล้ว)”

“แป๊บดิ”

“(….)

“ขอบคุณนะมึง”

“(ว้อทครับ)”

“ก็ขอบคุณไงสัด แต๊งกิ้วอะ”

“(เออรู้ แต่อารมณ์ไหนของมึงกูขนลุก)”

“อารมณ์สำนึกบุญคุณ”

“(กูบอกแล้วว่าให้ไอ้เปี๊ยกเลี้ยงกูด้วย)”

“ให้มันเดินให้รอดก่อน”

“(แม่งเอ๊ย เออ ไม่ต้องขอบคุณหรอก ก็มึงเพื่อนกู)”

….

“(ไม่ให้ช่วยเพื่อนกูให้ช่วยใครวะ นอกจากมึงก็ไม่มีใครคบละเนี่ย)”

“เกือบซึ้งละ แต่มึงพูดงี้ก็ดีเลย”

“(อะไรอีกสัด ด่ากูว่าหาบท มึงแหละมีแต่เรื่องให้กูต้องเสนอหน้าทำ)”

“เออ แต่เรื่องนี้มึงเป็นคนชักจูงกู รับผิดชอบด้วย”

“(เรื่อง?)”

“รูมเมทกูไม่จ่ายค่าเช่ามาหลายเดือนละว่ะ ว่าจะไปทวงซะหน่อย

 

รอยยิ้มมุมปากจุดขึ้นมาทันทีพร้อมกับการออกเสียงย้ำประโยคท้าย

 

“โอ้โหเขาช่วยตัวแทบขาดมึงยังมีหน้าไปทวงเงิน”

“ใครบอกว่ากูทวงเงิน”

 

 

 

“ที่กูจะไปทวงอะ”

….

 

“คือทวงเขากลับมาอยู่ด้วยต่างหาก”

 

 

 

 




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

-19 DADDY –

 


เฮ้ย ลืมกันยังอะ U_U
ไม่ลีลาแล้วมาอัพแล้ว


รู้สึกว่าฟิคตัวเองปมเยอะจนคนอ่านเอาไประแวงฮือๆ
มีคนสงสัยยันกล่องยาที่เหรินจวิ้นทิ้งไว้ให้เจโน่ ว่าแบบเฮ้ยกล่องยาอะไรเอ่ย รู้เลยว่านายจะโยงไปเรื่องพ่อจีซอง
เราอยากพูดถึงพาร์ทนี้ว่า เพราะเหรินจวิ้นเห็นเจโน่ต่อยกับมาร์คเขาเลยทิ้งเอาไว้ค่ะ
เอาพี่แชยอนมาขยี้เรื่องให้ไปทายาอีกซักรอบ ให้นึกถึงกล่องยาเหรินหน่อย ก็นั่นแหละเหมือนจะใจเด็ดแต่ก็เด็ดไม่สุด


กุ้ดไนท์เบ้บ

 

-

 

หวัดดีคับ

กลับมาอัพในรอบสี่เดือนที่ทิ้งไว้กับ50% คือมันอีกตอนเดียวมันจะจบแล้วโว้ย

ไม่มีใครอ่านก็จะอัพ พี่จะกลับมา น้องแจมกลับมาพี่ก็จะกลับมา T_T

ขอโทษที่หายไปเหมือนไม่มีชีวิตแล้ว เรายังอยู่ค่ะแต่งานรั้งมากๆ  นี่พยายามพิมพ์ไว้แต่ไม่ได้ฤกษ์จะอัพสักที

เอาแด๊ดดี้มาร์คลีมาสุขสันต์วันพ่อคับ  

แล้วก็ขอบคุณหลายๆคนที่ยังมาทวงยังบอกคิดถึง มาอัพแล้วนะ คิดถึงเหมือนกาน


 

ฝากแท็ก #แด๊ดดี้มาร์คลี ด้วยนะฮับ

 

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

4,529 ความคิดเห็น

  1. #4503 MPSLlllll (@MPSLlllll) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 16:24
    รู้สึกโล่งไปกับทุกคน แต่ติดใจเรื่องเหรินของฉัน มันแบบน้องงงง
    #4503
    0
  2. #4490 rain_18 (@rain_18) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 20:58
    อ๊ากกก เขิล ไปทวงไวๆนะมาร์ค // นี่ติดใจเรื่องของจอน แทยง กับเวนดี้มาก
    #4490
    0
  3. #4357 mmyu24 (@mmyu24) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:16
    ไปค่ะ ไปเอาเค้ากลับมา //จะเคลียร์เรื่องแทยงเวนดี้ต่อใช่ไหม ติดตาม
    #4357
    0
  4. #4301 Hoseki Shika シカ (@hoseki-shika) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 21:42
    เวนดี้ท้องกะแทยง? ละจอนจะรับเป็นลูกแทนหรอ
    #4301
    0
  5. #4234 พิชยนจม (@spy_thailand) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 06:12
    เคลียร์เกือบหมดแล้ววววว ลุ้นจนเหนื่อยเลยบอกตรง โน่เหรินจะจบแบบไหนเนี่ย มีตัวละครลับมาเพิ่มอีก
    #4234
    0
  6. #4167 jaxxh.BD (@zofield) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 12:11
    รีบไปตามกลับมาเลยคุณแด๊ดดี้
    #4167
    0
  7. #4072 KM8WS (@BBKANYA) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 22:34
    รีบไปทวงเขากลับมาเร็วๆๆๆ
    #4072
    0
  8. #3960 Qewilx (@tarpuang1) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 12:26
    โง้ยยๆๆๆๆจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันแล้วววพ่อแม่ลูกแฟมิลี่มากก
    #3960
    0
  9. #3927 plxjy (@plxjy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:51
    โหยยยยยๆๆๆๆๆๆๆๆ ขำพี่เบ เค้ารู้กันหมดเรื่องแล้วพิขา
    #3927
    0
  10. #3891 thelioncubsleex (@alpaca_chan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 12:27
    ทวงคนนนนนนน กรีสสสสสสส
    #3891
    0
  11. #3762 mamiah (@mamiah) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 20:42
    รอมานานเลยค่ะไรท์ ใกล้จบแล้ว อยากให้ไรท์รวมเล่ม ><
    #3762
    0
  12. วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 08:38
    ฮือออ รอมานานเหมือนกัน เห็นอัพนี่แบบเห้ยจริงดิ 55 แต่ทุกอย่างเคลียร์ใกล้หมดแล้ว เหรินจวิ้นจะไม่กลับไปหาโน่จริงหรอ
    #3761
    0
  13. #3760 palloy (@paloycho) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 10:51
    รออยู่นะคะจริงๆก็ตกใจเห็นอัพ5555 มาร์คยูไปทวงรูมเมทกลับมาให้ได้เลย สงสารน้องเหรินเจโน่รู้ใจตัวเองแล้วใช่ไหม สู้ๆๆๆนะคะ
    #3760
    0
  14. #3759 black-village (@peam-ff) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 10:51
    โอ้ยยยยยย จะสมน้ำหน้าเจโน่ก็สมไม่หลงอ่ะ น้องเหรินหนีไปแล้ววว ไปแบบไม่กลับมาด้วย น้องเล่นลบไลน์ไปด้วยเลย ฮืออ อยากให้เจโน่สำนึกแล้วก็คิดได้ ซึ่งตอนนี้น้องก็ได้แล้วแต่คงสายที่จะรั้งน้องเหรินไว้แหละ ตอนนี้แจมินไม่ออกเลยคิดถึงงงงง พี่มาร์ครีบทวงร้องกลับมาเร็ววว ไอเปี๊ยกต้องการคนช่วยดูแลๆๆๆ
    #3759
    0
  15. #3758 pchybf (@pchybf) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 02:15
    เจโน่รู้ใจตัวเองสักทีสิ ฮือ
    #3758
    0
  16. #3756 PinKwiyo.PP (@poppy_exo-L) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 20:16
    คิดถึงจังแค่ แงงงง สู้ๆนะคะมาร์คต้องทวงมาให้ได้ 55555 สู้นะคะไรท์ เลิ้ปยูวววว>___<
    #3756
    0
  17. #3755 gingerya_1stfeb (@fanta-z-103) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 17:32
    แงงง คิดถึงงงงงง อบอุ่นหัวใจอ่ะะะ ยอมรับว่าตอนอ่านลืมเรื่องไปนิดนึงต้องนักนึกถึง5555555 สู้ๆค่ะไรททท์
    #3755
    0
  18. #3754 fonepooh (@221096) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 08:59
    โอ้นยยยย งื้ออคิดถึงงงงง นึกว่าจะไม่มาต่อแล้วว คิดถึงแด๊ดดี้มาร์คมั่กๆๆๆ ตอนหน้าขอให้ไปง้อน้องแจมกลับมาอยู่ด้วยกันเถอะนะๆๆ5555 รอวันที่เขาพวกเขารักกันอยู่ จอห์นยงนี้ยีงไงๆๆๆ
    #3754
    0
  19. #3753 dmsasi (@dmsasi) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 08:07
    แจมินออกมาได้แล้ววววววววววววว
    #3753
    0
  20. #3752 jjeex (@bjhxqk-) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 02:18
    มมมาาาาา คิดถึงจังเลยค่ะ < 3
    #3752
    0
  21. #3751 meiliy_char (@maejin_narak) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 01:14
    ฮือออ วันนี้เข้ามาเช็คฟิค เห็นแล้วแทบกรี๊ด ไรท์พาเจ้าเปี้ยกกลับมาแล้ว ฮืออ ขอบคุณนะคะที่ไรท์กลับมา ถึงจะหายไปน๊านนานจนเรานึกว่าไรท์เลิกแต่งไปแล้ว ฮืออ ดีใจมากๆที่ไรท์ไม่ทิ้งเรื่องนี้ ไม่ทิ้งเจ้าเปี้ยก ;_;
    #3751
    0
  22. #3750 sianfeng (@beampc61) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 00:39
    คิดถึงมากกกกกก เป็นเรื่องที่หนึ่งในใจจริงๆค่ะ คิดถึงน้องแจมม ตามาร์คไปทวงน้องมาให้ได้นะ
    #3750
    0
  23. #3749 beerbluemk (@beerbluemk) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 23:44
    นานจนเกือบลืมไปละ แต่ก็ไม่ลืม555 คิดถึงเหมือนเดิมมมมมมมมม
    #3749
    0
  24. วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 23:38
    ไปค่ะมาร์ครูมเมทค้างอะไรไว้ต้องไปทวงกลับมานะคะ อย่ายอมให้หายไปง่ายๆ
    #3748
    0
  25. วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 23:37
    กลับมาแล้วววว คิดถึงมากเลย ขอบคุณที่มาอัพนะคะ
    #3747
    0