( nct ) - 19 daddy #markmin

ตอนที่ 23 : 20.1 : ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 208 ครั้ง
    29 ก.ค. 60




20.1 : ความจริง









(วันนี้ก็เป็นเกียรติอย่างมากที่เราได้รับการตอบรับจากคนที่ถือว่าเป็นหัวข้อให้ชาวเน็ตได้ถกเถียงกันอยู่นับหลายวันมาแล้วหลังจากประเด็นเก่ายังไม่จบก็มีประเด็นใหม่แทรกเข้ามาอีกจนคนเดากันไปสารพัด ล่าสุดตอนนี้ความจริงทุกอย่างจะถูกเปิดเผยที่นี่ที่แรก ที่เดียว ยินดีต้อนรับคุณมาร์คครับ!)

(สวัสดีครับ)

(แนะนำตัวกันหน่อยครับผม)

(สวัสดีครับผม มาร์คลีครับ ส่วนนี่ ลีจีซองครับ)

 

 

เสียงรายการดังขึ้นจากโทรทัศน์ด้านหลังพร้อมกับชื่อของคนที่แจมินคุ้นเคยดีทำให้มือที่กำลังขีดเขียนบนกระดาษอยู่ชะงัก

 

 

(สวัสดีค่ะ แชยอนค่ะ ลีแชยอน)

 

ยิ่งชื่อของคนที่ถูกเอ่ยตามหลังชื่อของคนคนนั้นมายิ่งทำให้แจมินนั่งนิ่งค้างพร้อมกับความรู้สึกรวนๆในอกที่ช่วงนี้มันเป็นบ่อยเกินไป

 

เป็นทุกทีที่เกี่ยวกับเรื่องของมาร์ค

 

 

ฟึบ!

 

เสียงจากโทรทัศน์ขาดหายไปทันทีเมื่อเสียงฝีเท้าที่เดินไปมาในห้องดังขึ้น แจมินเอียงเสี้ยวหน้าไปมองแล้วเขาก็เห็นว่าเจโน่กำลังวุ่นกับการแกะกล่องอาหารมื้อเย็นที่ซื้อมาให้กับเขาและตัวเอง

 

ไม่ต้องดูหรอก

“…”

เสียความรู้สึกเปล่าๆ

 

เสียงทุ้มนั้นเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองแจมินแม้แต่น้อย และนั่นก็ทำให้แจมินได้แต่ระบายความรู้สึกในอกออกมาผ่านลมหายใจแผ่วๆของตัวเอง

 

เรื่องของเขากับมาร์คมันจบไปแล้ว

แต่ทำไมมันยังคาใจเหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ก็ไม่รู้

 

นั่นอาจจะเป็นเพราะข้าวของเขามันคงอยู่ที่นั่นและแจมินไม่ได้ลืม เพียงแต่ คงไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาพร้อมจะเผชิญหน้ากับอีกคนเท่าไหร่

 

 

เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกอะไร มันเหมือนจะดีที่ไม่ได้มีเรื่องอะไรมาข้องเกี่ยวให้วุ่นวายอีกแล้ว

 

แต่ในใจลึกๆเขานึกถึงแต่คนที่ต้องเผชิญปัญหาตรงนั้นอยู่คนเดียว

 

มาร์คจะเป็นยังไงบ้าง

 

แล้วแจมินควรจะรับรู้ไหม

 

 

สุดท้ายทุกความคิดมันก็หยุดลงเพราะเสียงเรียกจากเจ้าของห้องที่เขามาอาศัยอยู่ด้วย อาหารมื้อเย็นที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่อร่อยแบบที่มันเป็นมาสักพัก

 

แจมินพอจะรู้ว่าเจโน่ลอบมองเขาอยู่บ่อยๆ มันก็อึดอัดแต่เขาก็ยังรู้สึกขอบคุณที่อีกคนไม่ถามอะไร

 

บรรยากาศในห้องไร้ซึ่งเสียงสนทนาจากคนทั้งคู่ ตั้งแต่เริ่มกิน แยกย้ายมาทำอะไรของตัวเอง จนกระทั่งพวกเขาต่างทิ้งตัวลงบนเตียงนอน

 

 

 

แจมินยังลืมตาอยู่ในความมืด ไม่ต่างจากคนอีกฝั่งเตียง

 

นอกจากกินข้าวไม่อร่อยก็มีนอนไม่ค่อยหลับนี่แหละที่เป็นอีกอาการ และแจมินเกลียดช่วงเวลานี้ที่สุด

 

เพราะมันเป็นตอนที่เขาคิดถึงมาร์คมากที่สุด

 

 

 

เคยรู้สึกลังเลว่าตัวเองตัดสินใจอะไรผิดไหม

 

 

เสียงพูดที่ยาวเป็นประโยคของแจมินดังขึ้นเป็นรอบแรกของวัน  ยังคงไม่มีเสียงใดๆตอบมาจากคนที่เขาคิดว่าฟังอยู่

 

แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น

 

 

เคย

 

 

เสียงทุ้มนั้นเอ่ยตอบกลับมา

 

 

เราจะรู้ได้ยังไงว่าระหว่างปล่อยมันไปกับกลับไปแก้ไขอะไรมันจะดีกว่า

 

 

คำถามที่ดูไม่มีที่มาที่ไปชัดเจนจากปากแจมินนั้นยังคงทยอยออกมา และเจโน่ก็พร้อมจะรับฟังถ้ามันเป็นตัวระบายความอึดอัดในใจของอีกคน

 

 

ถ้าตัดสินใจไปแล้ว.. มันก็คือสิ่งที่ผ่านมาแล้วนั่นแหละ


 

“…”

 


มันก็เป็นอดีตอยู่ดี

“..อดีตที่แก้ไขไม่ได้

 

 

ดวงตากลมยังแน่นิ่งอยู่แบบนั้นแม้อีกคนจะมีคำตอบออกมาให้

 

 

แล้วก็ปล่อยให้ทุกอย่างมันดำเนินต่อไปทั้งที่เรายังลังเลอยู่น่ะเหรอ

 

 

ถามไปแบบนั้นทั้งที่ก็รู้ว่าเวลามันไม่หยุดรอการตัดสินใจอะไรใคร

 

 

ถ้ารู้สึกแบบนั้น

 

“…”

 

มันจัดการไม่ยากหรอกแจมิน

 

 

“…”

 

 

ทางที่จะไม่ทำให้ตัวเราแย่นั่นแหละ คือทางที่สมควรถูกเลือก

อาจจะดูเห็นแก่ตัวหน่อย แต่คนที่รักตัวเองเขาจะเลือกแบบนี้

 

 

คนที่รักตัวเองจะเลือกแบบนี้

 

ใช่

 

แจมินรักตัวเอง

เลยเลือกทางที่จะทำให้เขาไม่เจ็บต่อไป

 

แต่มันไม่ใช่เลย

 

กับสิ่งที่เลือกอยู่ตอนนี้ ทำไมคนรักตัวเองแบบเขายังรู้สึกเจ็บ

 

หรือเพราะนอกจากรักตัวเอง

 

เขาก็กำลังรักใครอีกคนอยู่

 

แจมินถึงไม่ได้มีความสุขกับการตัดสินใจแบบนี้เลย

 

ไม่มีสักนิดเดียว

 

 

 

 

-19DADDY-

 

 


 

 

ใช่ป่ะ

ใช่ดิ

 

เสียงหญิงสาวที่ซุบซิบกันดังขึ้นข้างๆและมันก็เป็นแบบนี้แทบทั้งวันที่เขาออกมาข้างนอก

 

นี่น่าจะเป็นวันแรกที่เขาออกมาใช้ชีวิตแบบปกติที่เคยทำหลังจากผ่านเรื่องอะไรหลายๆอย่างเข้ามา แน่นอน เขารู้สึกได้ถึงสายตาคนรอบข้างตั้งแต่ออกจากคอนโด เข้าไปนั่งเรียนจนถึงตอนนี้ที่เขายืนอยู่ในมินิมาร์ทข้างล่างคอนโด โชคดีที่มีไอ้แฮชอยู่ด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ

 

มาร์คไม่มีอารมณ์จะสนใจใคร

 

สุดท้ายเขาก็พาร่างที่คนเห็นแล้วจะเรียกว่าไร้วิญญาณก็ไม่เชิงออกมา ขายาวค่อยๆเดินตามทางเพื่อกลับไปยังห้องที่ตัวเองอาศัยอยู่

 

แต่เขารู้ดีว่าแต่ละก้าวที่ขยับเดินของตัวเองมันช้า

ช้าเหมือนสมองเขาตอนนี้ที่มันไม่อยากจะคิดอะไร

 

เอ่อ น้องมาร์คคะ..”

 

เสียงเรียกไม่ดังมากจากประชาสัมพันธ์คนสวยทำให้เด็กหนุ่มต้องหันหน้าไปตามต้นเสียงนั้น และคงเพราะใบหน้าที่ดูเรียบนิ่งจนน่ากลัวของมาร์คเลยทำให้พี่ไอรีนที่กุมโทรศัพท์ไว้กับอกมีท่าทีประหม่า แล้วก็ได้แต่ส่ายหัวไม่มีอะไรส่งมาแทน

 

กว่าเขาจะขึ้นมาถึงบนห้องก็กินเวลากับการคิดอะไรในหัวระหว่างทางไปมาก เสียงโทรทัศน์ที่ดังออกมาเป็นตัวบ่งบอกว่าในห้องๆนี้ไม่ได้มีเขาใช้ชีวิตอยู่คนเดียว

 

ผู้หญิงที่นั่งอยู่กับลูกเขาตรงนั้น คือคนที่กำลังใช้ชีวิตอยู่กับเขาแบบที่มันสมควรจะเป็น

 

สมควรจะเป็น ?

ในความคิดแจมินคงมองว่าแบบนี้มันถูกต้องแล้วแหละ

 

มา!”

 

เด็กน้อยที่โผล่หัวขึ้นมาเหนือพนักโซฟาพร้อมกับตาใสแป๋วจ้องมายังมาร์คที่กำลังเดินตรงมาทางห้องนั่งเล่น มือน้อยๆยกชูขึ้นเหมือนรอให้เขาเข้าไปอุ้มแล้วนี่ก็คงเป็นตัวที่ทำให้เขาหลุดยิ้มได้ในครั้งแรกของวัน

 

แต่ก็เพียงชั่วครู่แค่นั้น

 

เขาอุ้มตัวจีซองขึ้นมากอดพลันสายตาก็มองไปรอบห้องจนเหมือนหญิงสาวที่อยู่ตรงนั้นด้วยจะรู้ว่าเขามองหาอะไรเลยเอ่ยขึ้นมา

 

แม่กับพี่จอห์นไปข้างนอกน่ะ

 

มาร์คพยักหน้ารับหลังจากเธอพูดก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งใกล้ๆพร้อมกับจีซองที่นั่งอยู่บนตัก เด็กหนุ่มมองหญิงสาวข้างๆก่อนจะเปลี่ยนสายตาไปยังโทรทัศน์ที่ฉายภาพอยู่

 

ความเงียบเกาะกุมทั่วบริเวณ และแชยอนก็เหลือบสายตามามองคนที่นั่งข้างๆด้วยความรู้ที่มันรวนในอก  มาร์คยังคงนิ่งเฉยอยู่แบบนั้น เหมือนคนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา

และแน่นอน

เธอพอเดาออกว่ามันเป็นเรื่องอะไร

 

เด็กหนุ่มยกแขนกระขับกอดร่างเด็กตัวเล็กบนตักพลางสางสายตาไปยังโทรทัศน์ข้างหน้า ภาพเคลื่อนไหวเหล่านั้นไหลผ่านสายตา แต่มันไม่ได้เข้าหัวเขาเลยสักนิด

 

ในหัวเขามีแต่เรื่องอะไรเยอะแยะเต็มไปหมดจนไม่รู้จะรับเรื่องไหนเข้ามาในหัวได้ใหม่

 

แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขาต้องรับผิดชอบอีกคนก่อน

 

พี่อยากไปเรียนไหม

 

แชยอนดูจะชะงักกับคำพูดของอีกคนที่อยู่ๆก็เอ่ยขึ้นมา มาร์คถอนหายใจเบาๆก่อนจะขยับตัวมานั่งจ้องหน้าหญิงสาว

 

ตั้งแต่มาร์ครู้ว่าแชยอนต้องไม่ได้เรียนเพราะมีจีซองแล้วทะเลาะกับคนที่บ้านจนออกมาอยู่เองเขาก็รู้สึกว่าเขาทำชีวิตเธอแย่ไปหลายอย่าง

 

เขาทิ้งแชยอนไม่ได้

แต่เขาก็รักแชยอนไม่ได้เหมือนกัน

 

อยากสิ ..แต่’’

 

ถ้าอยากก็ไม่มีแต่หรอก

 

ใบหน้าเรียบนิ่งแต่ส่งแววตาจริงจังออกมาของอีกคนพาให้แชยอนรู้สึกตื้อในอก

 

เธอไม่คิดว่ามาร์คจะสนใจเรื่องนี้

 

ผมจะคุยกับสเตฟให้ เราคงต้องจัดการอะไรๆให้มันเข้าที่เข้าทางมากกว่าอยู่ไปวันๆถูกไหม

ผมทำพี่เสียอะไรหลายๆอย่างไป ผมอยากจะรับผิดชอบ แล้วก็ไม่ต้องกังวลหรือเกรงใจด้วย

 

“…”

 

แล้ว.. น้องชายพี่

 

“…”

 

ถ้านี่เป็นคนในครอบครัวคนเดียวที่พี่ยังมีอยู่

 

“…”

 

ผมก็อยากเจอนะ

ถ้าพวกเราเป็นพี่น้องกัน น้องพี่ก็เป็นน้องผมด้วยโอเคไหม

 

มาร์คเอ่ยขึ้นอย่างนั้นก่อนจะหันหน้าไปสนใจกับทีวีต่อ มีเพียงแชยอนที่ยังคงนิ่งค้างเพราะคำพูดของอีกคน

 

คำพูดของคนที่เธอไม่เคยคิดว่าเธอจะพึ่งได้

 

ยิ่งเธอเจอแบบนี้ไอ้คำที่เธอถูกบอกให้อดทนกับการอยู่กับมาร์คจากเจโน่มันยังเหมือนถูกพังลง ความอึดอัดมันกำลังหายไปแต่มันเป็นความรู้สึกผิดที่เข้ามาแทน

 

มาร์คและครอบครัวมาร์คดีกับเธอมาก

ต่างกับเธอที่ทำให้มาร์คต้องเจอแต่เรื่องแย่ๆ

 

แล้วแบบนี้เธอจะอดทนทำในสิ่งที่มันทำร้ายคนที่ดีกับเธอต่อได้ยังไง

 

หญิงสาวละตัวออกมาที่ระเบียงห้องอีกครั้งโดยที่มาร์คก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร เพียงแค่ตอนนี้เธออยู่ตรงนั้นไม่ได้ ทุกอย่างที่มันอัดอยู่ในใจเธอมันทำให้เธอรู้สึกแย่มากกว่าจะรู้สึกดีที่อีกฝ่ายดีกับเธอขนาดนี้

 

เธอไม่อยากจะเดินหน้าทำมันต่อแล้ว

เธอทนทำแบบนี้กับพวกเขาไม่ไหว

 

ไม่มีความสุขเลย

 

ไม่ใช่แค่เธอคนเดียว

ไม่มีใครมีความสุขเลยสักคน

 

แจมินเลือกที่จะปล่อยทุกอย่างให้เธอ มาร์คและครอบครัวมาร์คหวังดีกับเธอ แต่ทุกอย่างที่เธอกำลังทำนี่มันพาลให้ทุกคนเสียความรู้สึกกันเองทั้งนั้น

 

เธอทนไม่ไหวแล้ว

 

สุดท้ายมือเรียวก็คว้าเข้าที่โทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาก่อนจะกดโทรออกในเบอร์ที่เธอเพิ่งจะโทรออกไปไม่กี่วันก่อน และครั้งนี้เธอคิดว่าเธอคงไม่สามารถคุยกับอีกคนผ่านโทรศัพท์ได้

 

เจโน่

พี่ว่าเราต้องออกมาคุยกันจริงจังสักทีแล้วแหละ

 

 

 

-19DADDY-

 

 

 

จีซองเป็นยังไงบ้างล่ะ

 

ครับ?”

 

เมื่อกี๊ฉันถามว่าจีซองเป็นยังไงบ้าง ฉันจำชื่อถูกไหม จีซองหรือเปล่า หลานนายน่ะ

 

อ่อ.. สบายดีครับ อยู่กับพ่อกับแม่แล้ว แหะๆ

 

แฮชานยิ้มแหยๆส่งไปก่อนจะโค้งหัวให้เมื่อหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามตักอาหารขึ้นมาวางในจานของเขา

 

ไม่ต้องเกร็งก็ได้ ทำตัวตามสบายเหมือนเป็นคนกันเองสิ เราก็รู้จักกันมานานนะ

 

แต่คุณ -”

 

ฉันเคยบอกว่ายังไง

 

แต่พี่.. กับผมไม่ได้สนิทกันนี่ครับ

 

หญิงสาวเอ่ยเสียงดุทันทีเมื่ออีกคนเอ่ยเรียกเธอด้วยสรรพนามที่เคยกำชับให้เปลี่ยน

 

แล้วอยากสนิทไหมล่ะ

 

ฮโยลินพูดพลางส่งยิ้มให้เด็กหนุ่มพร้อมกับสายตาสื่อความหมายจนแฮชานต้องรีบเบนสายตามาก้มตักอาหารเข้าปากแล้วเสตามองไปทางอื่น

 

ใช่ ตอนนี้แฮชานกำลังนั่งอยู่กับเจ๊ฮโยลินผู้จัดการผับที่เขาทำงานอยู่  ตั้งแต่เจ๊ฮโยลินถูกอกถูกใจเขาเลยกลายเป็นว่าเขาต้องยอมไปไหนมาไหนกับเจ๊แกด้วยความเกรงใจเพราะเจ๊แกมักจะหยิบยื่นเงินที่อ้างว่าฝากให้จีซองอยู่หลายครั้งหลายที ปฏิเสธไม่รับก็แล้ว ก็แอบมาหย่อนให้ สุดท้ายก็เป็นแบบนี้ เขาเลยต้องมาตามทดแทนบุญคุณให้เจ๊แทนไอ้เปี๊ยกที่ไม่รู้อะไรเลย

 

ได้แต่ภาวนาในใจตลอดว่าคืนนี้ต้องรอด

 

บรรยากาศยามเย็นทำให้คนเดินเข้าออกร้านมากขึ้น และแฮชานก็เลือกจะวางสายตาไว้ตรงช่องประตูนั้นสลับกับพยักหน้าเออออในสิ่งที่หญิงสาวอีกคนพูดคุยอะไรๆให้ฟัง

 

ทุกอย่างมันก็ดูลื่นไหลปกติดีนั่นแหละ

ถ้าไม่ติดว่าเขาไปเห็นอะไรบางอย่างเข้า

 

แฮชานหรี่ตามองร่างของคนสองคนไกลๆด้วยความรู้สึกที่มันคุ้นๆแม้ว่าเธอจะสวมหมวกด้านบนไว้ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้แฮชานดูไม่ออกว่าเป็นใคร

 

เขาคุ้นเคยกับใบหน้าของเธอดีเลย

พี่แชยอน

 

และแน่นอนเขาจะไม่อะไรเลยถ้าคนข้างๆเธอคือผู้หญิง

แต่นั่นเป็นผู้ชาย

 

ผู้ชายที่ไม่ใช่มาร์คด้วย

 

เชี่ยละ..”

 

แฮชานสบถกับตัวเองเบาในขณะที่มองไม่ละสายตา ร่างสองร่างที่ยืนใกล้กันพลางหันไปพูดคุยด้วยท่าทีที่ดูคุ้นเคยเริ่มพาให้เขาใจไม่ดี

 

อะไรวะเนี่ย

              ถ้าไม่ใช่ไอ้มาร์คแล้วมากับใคร

ทำไมแตะหลังแตะมือกันดูสนิทขนาดนั้น

 

แฮชาน

แฮชาน!”

 

ครับ

 

ฟังอยู่ไหม เหม่อมองหน้าพี่นานแล้วนะ

 

เธอเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มๆพลางยกมือปัดผมมาด้านเดียวจนแฮชานที่พยายามจะสอดส่องว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครถูกเส้นผมยาวตลบมาบังหมด

 

เฮ้ย

อะไรเนี่ย

 

แบบนี้เขาก็ไม่รู้ดิว่าอีกคนใคร

เอาไงดีวะ..

 

พี่ฮโยลินครับ..”

 

หืม

 

ปัดผมมาอีกฝั่งสวยกว่านะ

 

ทันทีที่แฮชานพูดจบ หญิงสาวก็ยกมือเรียวตัวเองปัดผมให้ไปกองอีกข้างตามที่เด็กหนุ่มบอกพร้อมด้วยใบหน้าที่ดูเขินอาย

 

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่แฮชานสังเกต สายตาเขากำลังเพ่งไปยังคนที่นั่งหันหลังให้ตรงโต๊ะมุมสุดของร้าน และในเมื่อมันไกลไปเขาก็คิดว่าเขาคงต้องใช้ตัวช่วยเพิ่ม

 

เด็กหนุ่มคว้าโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากำไว้ก่อนจะเหลือบสายตามองผู้หญิงฝั่งตรงข้ามสลับกับคนที่เป็นเป้าหมาย สีหน้าที่ดูเคร่งเครียดของพี่แชยอนฉายชัด สองคนนั้นพูดคุยอะไรกันไม่รู้แต่เขาคิดว่ามันต้องมีอะไรพอสมควร

 

หัวใจของเขามันเต้นรัวเหมือนเด็กกำลังจะแอบทำความผิดเมื่อเห็นรุ่นพี่คนสวยตวัดสายตามองรอบๆจนตัวเขาต้องเอียงหน้าหนี กระทั่งเมื่อเธอหันกลับไปคุยกับผู้ชายที่นั่งตรงข้ามต่อเขาถึงได้ส่งสายตามองกลับไปใหม่

 

อันดับแรกเลยถ้าผู้ชายคนนี้ไม่ชอบมาพากล เรื่องมันเกี่ยวกับไอ้มาร์คเต็มๆ

ใจอยากจะเข้าไปกระชากไหล่ให้หันหน้ามาให้รู้แล้วรู้รอด

แต่ดูท่าทีแล้ว

 

 

ลางสังหรณ์เขามันบอกว่าเรื่องนี้มันมีเงื่อนงำ

 

นี่ แอบถ่ายพี่เหรอ

 

หญิงสาวเงยหน้าจากจานอาหารก่อนจะเอ่ยขึ้นมื่อเห็นเด็กหนุ่มยกโทรศัพท์ทำเก้ๆกังๆไว้ในมือ

 

ไม่ใช่! นี่เขากำลังทำราชการลับอยู่

 

แต่

 

โดนทักแบบนี้เขาว่าเขาคิดอะไรออก

 

งั้น.. ผมถ่ายรูปพี่ได้ไหมครับ

“..วันนี้พี่สวยอ่ะ

 

ฮโยลินไม่ได้ตอบอะไรนอกจากยิ้มน้อยๆพร้อมกับยกมือจัดปลายผมตัวเองแล้วยืดตัวตรงและแฮชานคิดว่านี่ก็ชัดเจนดี

 

อา.. ครับแบบนั้น เอียงตัวนิดนึงครับ แบบนั้นแหละ

 

เล่นใหญ่ไปงั้นแหละ ที่พูดไปนี่ตัวของหญิงสาวแทบจะหายไปจากเฟรมแล้ว

 

แฮชานเอ่ยบอกเธอแบบนั้นในขณะที่สายตาก็เพ่งมองบุคคลสองคนผ่านจอโทรศัพท์ นิ้วยาวเลื่อนขยายภาพในกล้องให้มองเหตุการณ์ตรงนั้นใกล้มากขึ้น

 

จนกระทั่งใบหน้าของคนที่เขารอคอยจะเห็นนั้นหันมานั่นแหละ

 

แฮชานรู้สึกว่าหัวใจเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะจนต้องละสายตาจากหน้าจอมามองยังภาพเป็นจริง

 

 

เขาคิดว่าเขาจำไม่ผิด

แต่เขาเองยังไม่อยากจะเชื่อสายตา

 

ว่าคนที่นั่งอยู่กับพี่แชยอนตรงนั้น

คือ เพื่อนของแจมิน

 

 

เพื่อนที่ชื่อเจโน่

 

 

ความคิดที่ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับแค่ไอ้มาร์คมันหายไปทันที แบบนี้มันไม่ใช่แล้ว มันไม่ธรรมดาแล้ว

 

 

ดูเหมือนว่าสุดท้ายแจมินก็ยังคงต้องเกี่ยวข้องกับมาร์คอยู่ดี

 

 

 


 

-19DADDY-

 

 



 

 

ปวดหัว

 

แจมินตื่นขึ้นมาในตอนเย็นและอาการหนักๆที่ศีรษะข้างเดียวก็ตีเข้ามาจนไม่อยากลืมตา

 

บางทีก็คิดว่าร่างกายเขามันกำลังแย่ นอนไม่หลับตอนกลางคืนตื่นเช้าไปเรียนและกลับมาตายตอนเย็น แย่ไปหมด

 

ในห้องมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศอย่างเดียวที่ดังอยู่และเขาพอจะจำได้ลางๆก่อนจะวูบไปว่าเจโน่ออกไปข้างนอก เพราะอย่างนั้นนี่ก็แปลว่าอีกคนยังไม่กลับ

 

ร่างโปร่งลุกขึ้นมานั่งปลายเตียงพร้อมกับยกมือลูบเข้าที่ใบหน้าราวกับจะเรียกสติแต่ลมหายใจร้อนผ่าวดูจะเป็นสัญญาณเตือนว่าถ้าเขาฝืนตัวมากกว่านี้เขาคงจะได้ไม่สบายแน่ๆ

 

 

ครืด

 

J.

เรากลับดึกนะ

ซื้อข้าวไว้ให้ กล่องอยู่บนโต๊ะ

 

แรงสั่นจากโทรศัพท์ค้างตัวบนเตียงดังขึ้น ทันทีที่เห็นข้อความนั้นสายตาเขาก็กวาดมองหาสิ่งที่อีกคนบอก และเขาก็เห็นว่ามันตั้งอยู่ใกล้ๆบนโต๊ะหนังสือ แจมินเลยหยิบมันขึ้นมาเพื่อกดตอบอีกคนไป

 

.

ขอบคุณนะ

J.

ไม่เป็นไร

เต็มใจ

 

แจมินถอนหายใจออกกับประโยคแบบนี้ของอีกคน ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกว่าเจโน่ดูพยายามทำอะไร

 

 

แต่

 

เขาก็มองเจโน่แค่เพื่อน และเขาก็ขอบคุณในฐานะเพื่อน

 

แค่นั้น

 

อาการหนักหัวที่แล่นเข้ามาอีกครั้งพาให้แจมินต้องยกนิ้วคลึงขมับก่อนจะคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง แชทที่ยังไม่ได้กดออกก็เกือบจะถูกต่อบทสนทนาด้วยคำถามของเขาเอง

 

มียาแก้ปวดหัวไหม

 

กดแป้นพิมพ์ไว้แบบนั้นแต่สุดท้ายเขาก็ลบ ดวงตากลมตวัดมองไปที่แถวลิ้นชักใกล้โต๊ะเหรินจวิ้นและแจมินว่าเขาคุ้นๆเหมือนเห็นเจโน่เคยมาหยิบของจำพวกนั้นแถวนี้

 

แบบนั้นเขาเลยเลือกที่จะไม่ต่อบทสนทนาก่อนจะส่งสติ้กเกอร์ปิดท้ายไปแล้วลุกขึ้นหาเอง

 

 

ครืด

 

แรงสั่นที่มีมาอีกรอบทำให้แจมินยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้ไม่ใช่คนคนเดิมที่เขาเพิ่งสนทนาไป

 

พี่แฮชาน

 

 

L.Haechan

แจมิน

 

 

แจ้งเตือนที่แสดงขึ้นมานั้นไม่ได้ทำให้เขากดอ่าน แจมินทิ้งโทรศัพท์ลงกับเตียงและผละตัวขึ้นไปหาสิ่งที่ต้องการแทน

 

ถ้าการที่พี่แฮชานทักมาเพราะคนที่กำลังทำให้เขาเป็นแบบนี้ขอเขาก็คงจะไม่คุย

 

ครืด ครืด

 

แรงสั่นพร้อมกับแสงสว่างจากจอยังส่งมาเรื่อยๆแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้แจมินหันไปสนใจอะไร เขาเลือกที่จะเปิดลิ้นชักแล้วมองหาสิ่งที่มันจะทำให้เขากินแล้วหายปวดหัวไปได้บ้างดีกว่า

 

เขาเปิดตามชั้นพลางชะโงกหน้าดูไปเรื่อยๆจนกระทั่งสายตาปะทะกับกระเป๋าใสที่มีซองกับกระปุกเล็กๆข้างในบรรจุอยู่แจมินเลยตัดสินใจยกมันออกมาเพื่อหาสิ่งที่ต้องการ

 

แหมะ!

 

ทว่าบางสิ่งที่คุ้นตากลับหล่นลงกับพื้นจนเขาต้องก้มลงไปมอง และมือเรียวก็คว้ามันขึ้นมาอย่างประหลาดใจ

 

เส้นยางวงกลมสีดำหนาๆแบบที่เขาเคยมีและมันหายไปอยู่ในลิ้นชักของเหรินจวิ้น

 

และเขาก็คิดว่ามันคงไม่แปลกอะไรที่อีกคนจะมีแบบเดียวกันเพราะมันก็ไม่ได้หาซื้อยาก

 

แต่แจมินก็ต้องมาไม่แน่ใจเมื่ออยู่ๆเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์นั้นดังขึ้นมาเป็นชื่อรุ่นพี่ที่รัวไลน์ใส่เมื่อครู่ และแจมินก็ได้แต่หยิบมันขึ้นมาปิดเสียงโดยยังไม่กดรับเพียงแต่เลื่อนนิ้วอ่านข้อความในกล่องป๊อปอัพนั้น

 

L.Haechan

แจมิน

อยู่ห้องคนเดียวหรือเปล่า

ตอบหน่อย

เรื่องนี้สำคัญจริงๆ

เกี่ยวกับไอ้มาร์ค

เกี่ยวกับแจมินด้วย

Sent a photo

 

ส่วนสุดท้ายที่เป็นรูปเหมือนจะเป็นไพ่ตายที่แจมินหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขากดอ่านอย่างไม่ลังเลและสิ่งที่เห็นก็ทำให้มือที่ถือกำไลสีดำนั้นกำแน่นพร้อมกับหัวใจที่เหมือนหยุดไปชั่วขณะ

 

L.haechan

ถ้าอยู่กับเพื่อนคนนี้ก็แล้วไป

แต่ถ้าไม่

พี่ว่าที่ผู้ชายคนนี้มาอยู่กับพี่แชยอนสองต่อสองมันไม่ธรรมดาแล้วว่ะ

 

ใช่ มันไม่ธรรมดา

เขาจำทรงผมเสื้อผ้าของเจโน่ตอนก่อนออกจากห้องได้ดี

 

ซ้ำยิ่งจำได้ดีเลยว่ามันเป็นแบบในรูปที่พี่แฮชานส่งมา และที่มันทำให้อาการปวดหัวของเขามันหนักขึ้น

 

ก็คือเจโน่อยู่กับพี่แชยอน

 

ภาพที่แสดงบนหน้าจอมันชัดเจนจนแจมินไม่สามารถจะคิดเข้าข้างได้ว่าไม่ใช่ เขาทิ้งโทรศัพท์ลงกับเตียงอีกครั้งก่อนจะยกกำไลสีดำในมือขึ้นมาดู และอะไรหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นเริ่มทำให้เขากลัว

 

ถึงเขาจะไม่ใช่คนสังเกตอะไรใคร แต่เขามั่นใจว่าเขาไม่เคยเห็นเหรินจวิ้นใส่มัน  

 

กำไลข้อมือแบบนี้ที่แจมินเคยมีซึ่งเขาให้จีซองไว้และมันก็หาย แจมินไม่อยากจะแน่ใจว่านี่มันเป็นของเขา แต่ว่า

 

มันหายไปตอนที่มีคนมาเอาจีซองไป

ซึ่งคนๆนั้นก็คือพี่แชยอน

 

และตอนนี้

เจโน่อยู่กับพี่แชยอน

กำไลข้อมือที่มันหายไปอยู่ในลิ้นชักเหรินจวิ้น

 

 

คนที่มาลักพาตัวจีซองไป

เป็นผู้ชาย

 

 

เหตุการณ์ทุกอย่างประดังเข้ามาในหัวเป็นฉากๆจนแจมินรับรู้ได้ว่ามือเขากำลังสั่นจนคุมไม่อยู่ ทุกอย่างมันฟาดเข้าที่หัวจนมันว่างเปล่าไปหมด ดวงตากลมเหลือบมองไปทั่วห้องด้วยความรู้สึกที่มันจุกๆในอก

 

 

ถ้าเป็นแบบนี้

สองคนนั้นเป็นอะไรกับพี่แชยอน?

 

ทำไมเจโน่ถึงไปอยู่กับเธอ

ทำไมกำไลนี้มันมาอยู่กับเหรินจวิ้น

 

 

เขาไม่กล้าคิด

ไม่กล้าคิดอะไรเลย

 

 

ตอนนี้แจมินไม่รู้เลยว่ามันมีเรื่องบ้าอะไร

มันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น

 

 

 

แต่มีเพียงอย่างเดียวที่ใจของแจมินกำลังบอกให้ทำ

 

 

เขาปล่อยให้มาร์คเจอเรื่องแย่ๆอีกไม่ได้แล้ว

 

 

 

-19DADDY-


 




ปึก!

 

 

เสียงเลื่อนประตูตรงระเบียงดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่ค่อยๆเดินมาทิ้งตัวลงปลายเตียง เหรินจวิ้นวางโทรศัพท์ที่อยู่ในมือทิ้งใส่กองผ้าห่มก่อนจะเอนตัวนอนพลางถอนหายใจ

 

 

สายเรียกเข้าจากเจโน่ที่เขาเพิ่งรับไปมันมีแต่ประโยคที่ระบายออกมาด้วยความเครียด และเหรินจวิ้นเองก็ทำเพียงรับฟังเงียบๆ

 

อาจจะเป็นเพราะความรู้สึกน้อยใจที่มันเกิดขึ้นพักนึงแล้ว มันเริ่มทำให้เขารู้สึกอยากเอาแต่ใจตัวเองขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นแค่รู้ว่าเจโน่โทรหาเพราาะยังนึกถึงเขาก็โกรธอะไรอีกคนไม่ลง

 

 

คราวนี้นายมึงสั่งอะไรอีกล่ะ

 

อย่าพูดแบบนั้นดิ

 

 

เหรินจวิ้นเอ่ยสวนขึ้นทันทีที่รุ่นพี่คนสนิทใช้คำเปรียบเปรยแบบนั้นกับความสัมพันธ์ของเขาและเจโน่

 

 

กูถามอะไรหน่อย

 

“…”

 

ที่มาอยู่กับมันที่หอมึงอ่ะ ใคร

 

“…”

 

เป็นอะไรกับไอ้โน่

 

 

หมิงฮ่าวหมุนเก้าอี้จากโต๊ะหนังสือหันมาจ้องคนที่นอนปลายเตียงอย่างต้องการคำตอบ เพราะเขาอยากจะรู้ว่าเหรินจวิ้นจะทำเป็นไม่มองไม่เห็นอะไรแล้วก้มหน้าทำตามความต้องการของคนคนนั้นต่อไปหรือเปล่า

 

 

เพื่อน

 

แน่ใจว่าเพื่อน?”

 

แจมินเป็นเพื่อนในกลุ่มผม

 

หลายทีแล้วนะที่กูเห็น มึงยังมองไม่ออกเหรอว่าเจโน่ชอบคนนั้น

 

 

ทันทีที่ประโยคแทงใจดำของรุ่นพี่คนสนิทเอ่ยขึ้น ก้อนสะอึกก็เหมือนมาจุกอยู่ที่ลำคอของเหรินจวิ้นอย่างไรอย่างนั้น ดวงตาเรียวเปิดมองเพดานก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างพยายามกดความรู้สึกตัวเองเอาไว้

 

แต่สุดท้ายก็เหมือนจะพังออกมาอยู่ดี

 

 

ถ้ามันไม่ได้คิดเหมือนมึงมึงก็ถอยออกมาดิ จะทนเห็นมันทำแบบนี้ใส่ทำไมวะ แล้วปัญหาของมันก็ให้มันจัดการไปคนเดียว

 

“…”

 

มึงช่วยมันมาเยอะแล้วนะเหริน

 

“…”

 

มึงทำอะไรเพื่อมันขนาดนี้มันยังไม่เห็นมองมึงบ้างเลย

 

ผมไม่ได้หวังอย่างนั้น –”

 

มึงหวัง

 

“…”

 

เลิกหลอกตัวเองสักทีเหอะ กูไม่โอเคว่ะ

 

หลอกตัวเอง ?

เขาหลอกตัวเองว่าไม่หวังอะไรจากเจโน่งั้นเหรอ

 

เขาไม่ได้หลอกอะไรตัวเองทั้งนั้น เพราะมันไม่มีอะไรให้หวังในความสัมพันธ์แบบนี้เลย

 

ใช่ เขาชอบเจโน่

และมันก็เป็นความรู้สึกที่อยู่กับเขาคนเดียวมานานแล้ว

 

เขารู้ว่าเจโน่รับรู้มัน แต่อีกคนเลือกที่จะไม่พูดเพราะเราเป็นเพื่อนกัน เหรินจวิ้นก็มีแค่เจโน่ และเจโน่ก็มีแค่เหรินจวิ้นเป็นเพื่อน เขากลับขอบคุณด้วยซ้ำที่อีกคนไม่เคยเอ่ยถามอะไรขึ้นมา

 

เพราะเขาก็กลัวว่ามันจะพังเหมือนกัน

 

สุดท้ายเขาก็ยังคงอยู่กับเจโน่แบบนี้ และเขาก็คิดมาตลอดว่าตัวเองสำคัญกับอีกคนมาก

 

เพราะมันไม่มีใครเข้าใจเจโน่เท่าเขาหรอก

 

เขาถึงพร้อมจะช่วยอีกคนทุกอย่างแม้ว่ามันจะผิดยังไงก็ตาม

 

 

 

 

-19DADDY-

 

 

 

 

แทบจะทั้งคืนที่เขานอนไม่หลับ

 

ทุกอย่างที่เขารับรู้มามันทำให้การอยู่ร่วมกับเจโน่น่ากลัวไปหมด

 

 

หลังจากได้คุยกับพี่แฮชานและตัดสินใจไม่บอกเรื่องนี้กับมาร์คจนกว่าทุกอย่างจะมัดตัวทั้งคู่ได้ แจมินเลือกที่จะทำตัวเหมือนหลับไปแล้วทั้งที่จริงๆเขาลืมตาภายใต้ความมืดนั้นแทบทั้งคืน

 

แต่สุดท้ายเขาก็เลี่ยงไม่ได้

 

 

ยังไงเขาก็ต้องออกมาเรียนพร้อมกับเจโน่

และเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับเหรินจวิ้น

 

 

ภายในคาบเรียนที่แสนอึดอัดนี้ แจมินไม่มีสมาธิกับอะไรเลย และสารภาพว่าเขาเผลอมองคนทั้งคู่บ่อยจนเหมือนไม่กลัวว่าจะถูกจับได้

 

ใช่ เพราะสองคนนั้นจับไม่ได้

 

ในหัวเขาตอนนี้มีแต่เรื่องเก่าๆให้นึกย้อนเต็มไปหมด

 

 

ตั้งแต่วันที่เจโน่เจอจีซองพร้อมๆกับเขาที่ใต้ตึกนั้น

ถ้าแบบนี้ เจโน่ก็ต้องรู้อยู่แล้ว

 

 

รู้ว่าจีซองเป็นลูกของมาร์ค

 

 

คำถามตอนนี้ในหัวของแจมิน

คือเจโน่กับเหรินจวิ้นเป็นอะไรกับพี่แชยอน

 

 

ดวงตากลมลอบมองใบหน้าของเจโน่ที่ยังคงจดจ่ออยู่กับสไลด์อยู่อย่างนั้นก่อนจะเปลี่ยนไปยังอีกคนที่มีท่าทีไม่ต่างกัน

 

 

และเหมือนเหรินจวิ้นจะรับรู้ได้ว่าแจมินกำลังมองอยู่ เขาเลยหันมาส่งยิ้มให้ และแจมินก็ทำเพียงยิ้มตอบไปก่อนจะหันใบหน้ากลับมายังจอโปรเจคเตอร์หน้าห้องแทน

 

แต่มันไม่มีเนื้อหาในหัวเขาสักนิด

เขากำลังมีอะไรให้คิดหนัก

และต้องลงมือทำ

 

 

 

 

 

เจโน่

 

 

แจมินเอ่ยเรียกอีกคนที่กำลังเก็บของบนโต๊ะในขณะที่เขาเองก็ยกกระเป๋าขึ้นสะพายหลัง มือเรียวกอดเข้าที่รอบคอเพื่อนสาวร่างเล็กก่อนจะดึงตัวเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยพูดต่อ

 

 

วันนี้กลับก่อนเลยนะ พอดีจะไปหาพี่ยูตะเป็นเพื่อนฮินะ

 

ห้ะ

 

ฮินะขมวดคิ้วงงกับท่าทีและคำพูดของเพื่อนที่กำลังกอดคอตัวเองอยู่ก่อนจะเงยหน้าไปมองแจมิน แล้วเธอก็พบว่ามันกำลังส่งสายตาและคำพูดบางอย่างออกมา

 

มึงรีบไม่ใช่เหรออย่ามัวเอ๋อ ป่ะ –”

 

เดี๋ยว แจมิน

 

ยังไม่ทันที่แจมินจะได้หมุนตัว เสียงทุ้มนั้นก็เอ่ยรั้งขึ้นจนเขาต้องหันไปมองเจโน่อีกครั้ง ใบหน้าคมมองตรงมาที่เขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่งจนดูแปลกไป

 

หายปวดหัวแล้วนะ?”

 

อ่อ..”

 

“…”

 

หายแล้ว

 

อื้ม ดีละ รีบกลับนะเดี๋ยวรอกินข้าวด้วย

 

 

สีหน้าเป็นห่วงจากเจโน่ที่ส่งมาทำให้แจมินได้แต่พยักหน้ารับไป แขนยาวออกแรงรวบตัวหญิงสาวให้ตามออกมา และเมื่อพ้นสายตาผู้คนจากแถวนั้นฮินะก็ถึงได้สะบัดตัวแล้วจ้องแจมินอย่างต้องการคำตอบ

 

 

มึงเล่นอะไรเนี่ยแจม!”

 

“…”

 

ตอบกูดิวะมัวแต่มองอะไรเนี่ย

 

 

หญิงสาวตีมือเข้าที่ไหล่เพื่อนสนิทอย่างจังแต่แจมินก็ไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งร่างของผู้ชายอีกคนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาดีโผล่มานั่นแหละ ฮินะก็ยังคงต้องยืนขมวดคิ้วต่อไป

 

 

ออกมาจากห้องหรือยัง

 

ผมว่าอีกไม่นาน

 

แฮชานเอ่ยถามแจมินทันทีโดยที่ตัวเองก็ยืนหลบมุมอยู่แบบนั้นต่อดวงตากลมของคนเป็นน้องลอบมองไปยังร่างที่คุ้นเคยของเพื่อนร่วมกลุ่มทั้งคู่ จนกระทั่งทั้งสองเดินลงมาพร้อมกันที่หน้าตึก

 

ต่างคนต่างพูดคุยอะไรกันอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายเหมือนเจโน่จะไม่ได้สนใจเพราะเจ้าตัวก็เดินออกไปคนเดียวทิ้งให้เหรินจวิ้นมองตามไปแค่นั้น

 

 

และแน่นอนถ้าคนที่พวกเขากำลังจับตาคือเจโน่เขาคงตามไปแล้ว แต่นี่ไม่ สายตาพวกเขายังอยู่ตรงนั้น ตรงคนตัวเล็กที่เดินเอื่อยๆอยู่นั่น

 

 

ใช่

พวกเขากำลังตามเหรินจวิ้น

 

 

มีอะไรกันเนี่ยทำไมไม่บอก!”

 

 

เสียงเร่งเร้าจะเอาคำตอบจากหญิงสาวดังขึ้นอีกครั้ง แจมินหันมาตามเสียงก่อนจะยกมือกดไหล่บางให้เลิกดีดดิ้นพลางเอ่ยพูดใกล้ๆและแฮชานก็ได้ยินมันพอดี

 

กำลังหาอะไรอยู่

 

หาอะไรล่ะ

 

กูรู้ว่ามึงกำลังสงสัย

แต่ไม่ต้องกลัวฮินะ คราวนี้มึงไม่มีทางมาน้อยใจกูว่ารู้ทีหลังแล้ว

 

 

เดี๋ยวเราจะได้รู้พร้อมกันนี่แหละ

 

 

 

-19DADDY-

 

 

แผ่นหลังเล็กๆนั่นกำลังเดินอยู่คนเดียวและแจมินคิดว่าพวกเขาเว้นระยะไว้ไกลพอสมควร

 

ไม่รู้จะเรียกว่าโชคดีหรืออะไรที่เหรินจวิ้นไม่รู้ตัวเลยว่าพวกเขากำลังแอบตามอยู่

 

ใช่ เมื่อคืนเขากับพี่แฮชานตกลงกันที่จะทำแบบนี้

 

ทั้งที่จริงๆเขาอาจจะคาดคั้นจากเจโน่ก็ได้ แต่การที่เจโน่ไปอยู่กับพี่แชยอนแบบนั้น

มันทำให้เขาไม่ไว้ใจไปแล้ว

 

และเหรินจวิ้น เขาคิดว่าเหรินจวิ้นคงจะมีคำตอบให้กับอะไรหลายๆอย่างได้พอสมควร

 

ทั้งเรื่องเจโน่

และเรื่องกำไล

 

ร่างเล็กๆนั้นผลุบหายไปในมินิมาร์ทข้างใต้ตึกสูงซึ่งแจมินคิดว่าคงเป็นที่นี่ ที่ที่เหรินจวิ้นมาอยู่หลังจากเขาเข้าไปอาศัยห้องของเจโน่

 

พวกเขาสามคนทั้งแจมินทั้งแฮชานและฮินะต่างพยายามเวียนเดินสลับสังเกตว่าเหรินจวิ้นกำลังทำอะไร ผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมายังคงเป็นตัวที่ช่วยบดบังว่าพวกเขากำลังจับตามองอีกคนอยู่

 

แต่แจมินคิดว่าถ้ามันช้ากว่านี้ เขาอาจจะไม่มีโอกาสได้อะไรจากปากอีกคน

 

ร่างโปร่งพยายามเดินเข้าไปให้ใกล้เป้าหมายมากที่สุด แจมินเหลือบมองยังคนที่ยืนเลือกของอยู่ ใกล้ๆเหรินจวิ้นยังคงมีคนอยู่สองสามคนบริเวณตู้น้ำ และในใจเขาก็ได้แต่ภาวนาให้คนพวกนั้นออกไปก่อนที่เหรินจวิ้นจะออก

 

มือเล็กๆนั้นค่อยๆหยิบของที่ต้องการออกมาและทุกอย่างยังอยู่ในสายตาแจมินดี เขามองสลับคนกลุ่มนั้นและเหรินจวิ้นจนกระทั่งคนที่ได้ศักดิ์เป็นเพื่อนเขาละตัวออกมาก็เป็นจังหวะเดียวกับที่คนกลุ่มนั้นเดินออกไป

 

ที่ตรงนี้ไม่มีใครแล้ว

นอกจากพวกเขา

 

 

ปึก!

 

ขอโทษครั .. อ้าว แจมิน

 

ทันทีที่ไหล่นั้นชนเข้ากับไหล่ของเขาคนตัวเล็กกว่าก็เอ่ยขอโทษปนกับสีหน้าตกใจ และดูเหมือนจะยิ่งตกใจมากขึ้นด้วยที่เห็นว่าไม่ใช่แค่แจมินคนเดียวที่อยู่ตรงนี้

 

มีทั้งฮินะ แล้วก็..

พี่แฮชาน

 

มาทำอะไรที่นี่เหรอ

 

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยสลับกับมองหน้าแจมินและผู้หญิงคนเดียวที่ยืนตรงนั้น

 

อ่อ มาหาเพื่อนอ่ะ

 

“…”

 

มาเอาของ

 

 

เป็นแจมินที่เอ่ยตอบขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ฮินะเหลือบตามองท่าทางของเพื่อนตัวเองแล้วก็ได้แต่แตะหลังมือนั้นเบาๆ และเหรินจวิ้นก็ได้แต่พยักหน้ารับพร้อมกับส่งยิ้มจางๆไป

 

งั้น.. เดี๋ยวเราไปจ่ายเงินก่อนนะ

 

เดี๋ยวดิ

 

“….”

 

ไม่ถามหน่อยเหรอว่ามาเอาอะไรกับใคร

 

คำพูดที่น่าสงสัยจากปากแจมินพาลให้เหรินจวิ้นต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน แต่ยังไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น โทรศัพท์ที่ยื่นออกมาจากมือคนที่เอ่ยถามก็แทบจะทำให้ขวดน้ำซึ่งถือไว้ในมือของเหรินจวิ้นนั้นหล่นลง

 

 

ไม่ถามก็ไม่เป็นไร

 

“…”

 

เดี๋ยวเราบอกเองก็ได้

 

เหรินจวิ้นจ้องรูปนั้นค้างไว้ด้วยใบหน้าที่ชาวาบ แจมินตวัดตามองอีกคนก่อนจะเดินเข้าไปชิดตัวพร้อมกับยื่นมือไปจับข้อแขน

 

เรามาหาเหรินนั่น

 

“…”

 

ส่วนของที่จะมาเอาอ่ะ

 

 

 

 

ความจริงไง

 

 

 

 

-19DADDY-

 

 

 

เป็นเวลาพักใหญ่แล้วที่เหรินจวิ้นยังไม่เอ่ยปากพูดอะไรออกมาทั้งที่รูปในโทรศัพท์มันก็ชัดเจนว่าคือเจโน่กับพี่แชยอน

 

ตอนนี้จะเรียกว่าทุกคนนั่งล้อมเหรินจวิ้นอยู่ก็คงไม่ใช่ ฮินะก็ดูลำบากใจจนต้องเลื่อนตัวไปอยู่ตรงกลางแถมมือนั้นก็แตะเข้าที่ไหล่ของเหรินอย่างเป็นกังวล

 

“มีอะไรจะอธิบายไหม”

  

  “…”

  

             “เหริน”

  

                แจมินยังคงเอ่ยอย่างพยายามใจเย็นแต่กลับไม่มีเสียงหลุดออกมาจากปากคนที่เขาต้องการคำตอบสักนิดจนการที่เขาเรียกชื่ออีกคนย้ำมันคงดูน่ากลัวในสายตาผู้หญิงในกลุ่มคนเดียวอย่างฮินะทำให้มือเล็กนั้นพยายามจับแขนเขาเอาไว้ด้วย

 

แจมินมึงใจเย็นๆ

 

“…”

 

  “เหริน..”

                 “คือ.. เราก็ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอะไร”

  

“…”

 

 “แต่เรายังอยากฟังความจริงทุกอย่างนะไม่ว่ามันจะแย่แค่ไหน มาขนาดนี้มันปิดไม่ได้แล้วนะ”

  

                ฮินะพยายามเอ่ยขึ้นเมื่อรับรู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันน่าอึดอัด เธอแค่ไม่อยากให้มันเลวร้ายกว่านี้แล้ว

  

ยังไงทุกคนก็เป็นเพื่อนเป็นพี่ที่รู้จักของเธอ

  

 “ก็ถ้าไม่พูดก็ไม่ต้องพูด”

  

 “…”

 

 “แต่พี่จะเข้าใจเอาเองว่าเจโน่กับพี่แชยอนเป็นแฟนกัน –”

  

                 “ไม่ใช่! เจโน่ไม่ใช่แฟนพี่แชยอนนะ”

  

                 เหรินจวิ้นแย้งขึ้นมาทันทีที่แฮชานเอ่ยประโยคนั้นขึ้น ดวงตาเรียวตวัดจ้องคนที่เพิ่งพูดออกมาอย่างจริงจังจนพาให้คนโตสุดในกลุ่มเลิกคิ้วมองกลับ

 

แล้วเป็นอะไรล่ะ

 

“…”

 

ยังไม่มีคำตอบออกมาอยู่ดี เหรินจวิ้นปิดปากเงียบอีกครั้ง อาการทุกอย่างอยู่ในสายตาพวกเขาและนั่นก็พาลให้แจมินถอนหายใจออกมา

 

ก็ไม่รู้นะว่าทำไมมันตอบยากขนาดนั้นแฮชานเอ่ย

 

“…”

 

แต่เรื่องบ้าๆนี่มันเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้ก็ได้ ถ้าเราเลือกที่จะไม่มาถามนาย

 

 

ใช่ พวกเขาจะจบเรื่องนี้แล้วให้ทุกอย่างมันพังทีเดียวเลยก็ได้ พวกเขาจะไม่ฟังเหตุผลอะไรก็ได้

 

 

เห็นใช่ไหมว่ามันวุ่นวายแค่ไหน

 

“…”

 

พวกเราแค่อยากรู้ความจริงทุกอย่าง

 

 

ปึก!

 

แจมินพูดจบก็วางเส้นยางวงกลมสีดำลงกับโต๊ะข้างหน้าคนที่ถูกสอบสวน แต่ดวงตารีเรียวของเหรินจวิ้นกลับเหลือบมองมันด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

 

 

เราเคยมีกำไลเส้นนี้

 

“…”

 

แล้วก็ใส่ให้เด็กคนนึง อยู่ๆเด็กคนนั้นก็โดนลักพาตัวหายไปหนึ่งวันเต็มๆได้ แล้วไอ้คนที่ลักพาตัวไปก็พามาคืน กลับมาอีกทีกำไลเส้นนี้ก็ไม่อยู่บนแขนแล้ว

 

“…”

 

ตอนนั้นเราไม่ใส่ใจเพราะเราห่วงชีวิตเด็กคนนั้นมากกว่าจนเราลืมมัน

 

“…”

 

แถมพ่อเด็กก็ไม่เอาเรื่องอะไรด้วย เพราะอะไรรู้ไหม

 

“…”

 

เขารู้ไงว่าคนที่มาเอาไปคือแม่ของเด็กคนนั้น แล้วเขาก็ไม่อยากจะทำให้เดือดร้อน

 

“…”

 

เรื่องมันก็ผ่านมานาน แม่เด็กคนนั้นกลับมาและตอนนี้เขาก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาจนเมื่อวานนี้แหละ

 

“…”

 

แม่เด็กคนนั้นออกไปข้างนอกกับผู้ชายคนอื่น แล้วท่าทางก็ดูสนิทสนมด้วย

 

“…”

 

เราจะไม่อะไรเลยถ้าคนนั้นไม่ใช่เพื่อนเรา

 

“…”

 

ไม่ใช่เจโน่

 

“…”

 

แล้วกำไลเส้นนี่มันก็ไม่ได้อยู่กับนาย

 

 

ใบหน้าถอดสีของอีกคนหลังจากแจมินเอ่ยทุกอย่างจบฉายขึ้นชัด ดวงตาเรียวหลุบต่ำพร้อมกับริมฝีปากบางที่กัดไว้แน่นจนน่ากลัวว่ามันจะห้อเลือด

 

 

พวกเรายังอยากฟังเหตุผลนะ และถ้ารู้จากปากนาย ไม่ว่ามันจะแย่ยังไงอะ

 

“…”

 

เหรินเป็นเพื่อนเรา ถึงมันจะน่าโกรธ ยังไงเราก็ช่วยอยู่ดี

 

 

 

อย่าให้พี่ไปหาวิธีอื่นเพื่อรู้เองเลย ถ้าเป็นแบบนั้นพี่ไม่รับประกันนะว่าทุกอย่างมันจะจบดี

 

 

สีหน้าเอาเรื่องจากแฮชานส่งมาพร้อมกับประโยคที่แฝงความไม่พอใจเอาไว้ เหรินจวิ้นถอนลมหายใจออกมาแผ่วเบาพร้อมกับก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก

 

 

ถ้าเปรียบเทียบแล้วตอนนี้

เขาไม่ต่างอะไรกับโจรที่โดนตำรวจวิ่งต้อนให้จนมุมเลยด้วยซ้ำ

 

 

ทั้งที่ทุกอย่างมันกำลังจะเป็นไปแบบที่เจโน่อยากให้เป็น

แต่เขาไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้

ไม่คิดว่าแจมินกับแฮชานจะรู้

 

 

ใช่และเขาก็รู้ดีว่าทุกอย่างที่ทำลงไปมันพาให้ชีวิตของมาร์ควุ่นวาย

แต่เขาเองก็ทนเห็นเจโน่กับพี่แชยอนลำบากไม่ได้เหมือนกัน

เขาถึงยื่นมือช่วย

 

แม้จริงๆพี่แชยอนจะไม่เต็มใจที่สุดในเรื่องนี้

และเจโน่

เจโน่ก็แค่ทำเพื่อพี่สาวตัวเอง

 

 

ถ้าเขาบอกความจริงทุกอย่างไป ทุกคนจะเข้าใจเจโน่หรือเปล่า

แต่ถ้าเขาไม่บอกเขาก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดกับเจโน่อีกอยู่ดี

 

 

ลมหายใจที่เหมือนถูกริบรอนไปตั้งแต่คนทั้งสามคนเข้ามาถามความจริงกับเขาถูกสูดเข้าในอกอีกครั้ง ดวงตาเรียวไล่มองใบหน้าทุกคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆและสุดท้ายเหรินจวิ้นก็ตัดสินใจ

 

 

ถ้าเราเล่าทั้งหมดไป

ช่วยไม่พูดอะไรได้ไหม..”

 

“…”

 

เราจะไปจัดการทุกอย่างกับเจโน่เอง

 

 

“จัดการเอง?”

 

 

“แม่งไม่พังกว่าเดิมเหรอวะ”

 

 

แจมินจ้องหน้าเหรินจวิ้นก่อนจะสลับไปมองแฮชานที่เพิ่งเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ คนเป็นรุ่นพี่ถอนหายใจหนักๆก่อนจะเสมองไปทางอื่น

 

“เราไม่รู้ว่าเหรินจะใช้วิธีไหนจัดการ”

“แต่รู้ใช่ไหมว่าเราก็ไม่อยากให้เรื่องมันแย่กว่านี้”

 

 

เหรินจวิ้นเม้มริมฝีปากแน่นพร้อมกับพยักหน้า ถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เขาจะยื่นมือช่วยแต่สิ่งที่กำลังเป็นอยู่เขาเองก็ไม่เห็นด้วยกับเจโน่เหมือนกัน

 

แจมินเห็นแบบนั้นก็ได้แต่พยักหน้ารับก่อนจะจับเข้าที่แขนแฮชานจนอีกคนได้เพยิดหน้าใส่ส่งๆ เหรินจวิ้นมองท่าทางของคนสองคนก่อนจะสลับไปมองคนที่นั่งใกล้ที่สุดอย่างฮินะอีกครั้งและเธอก็แตะมือเขาเอาไว้ ก่อนที่ดวงตาเรียวจะจ้องมองยังเส้นกำไลสีดำบนโต๊ะพลางนึกถึงเหตุการณ์ทุกอย่าง

 

               

 

เจโน่เป็นน้องชายของพี่แชยอน

 

 

 

ดวงตากลมของแจมินเบิกค้างทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น ไม่ต่างกับแฮชานและฮินะ

 

ส่วนกำไลเส้นนี้ที่มันอยู่กับเรา จริงๆเราเกือบลืมไปแล้วว่าเก็บมันเอาไว้

 

“….”

 

แต่เราจำได้ว่าเราถอดมันออกจากแขนจีซอง

 

เดี๋ยวเหริน..”

 

“…”

 

หมายความว่า ? “

 

ใช่

 

“…”

 

เราเป็นคนไปเอาตัวจีซองมาเอง

 

บรรยากาศรอบๆเงียบลงทันทีหลังจากเหรินจวิ้นเอ่ยประโยคนี้ขึ้นมา แววตาของแฮชานที่ตวัดมองขึ้นมาพร้อมกับมือที่กำแน่นพาให้แจมินยกมือขึ้นแตะข้อแขนไว้ และแฮชานก็ได้แต่ข่มอารมณ์ที่มันตีขึ้นมาเมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้น

 

 

ทำแบบนี้ทำไมวะ!”

 

“…”

 

แม่ง

 

ตอนที่พี่มาร์คไลน์มาบอกพี่แชยอนว่าจีซองป่วย พี่แชยอนอยากเจอจีซองมาก –”

 

ก็เลยทำแบบนั้น?”แฮชานเอ่ยสวนขึ้นมาทันที

 

“…”

 

ย้อนแย้งป่ะวะ ทิ้งลูกให้แล้วจะมาอยากเจออะไร

 

ไม่

 

“…”

 

จริงๆพี่แชยอนไม่ได้อยากทิ้ง

 

“…”

 

ผมกับเจโน่เป็นคนทำมันทั้งหมด

 

“…”

 

ทั้งจดหมายทั้งพาเด็กไปทิ้งไว้หน้าห้อง พี่แชยอนไม่ได้รู้เห็นอะไรเลย

 

“…”

 

เจโน่เขียนมัน และก็เป็นผมเองที่เอาเด็กไปไว้หน้าห้องพี่มาร์ค

 

“…”

 

เราคิดว่าทุกอย่างมันคงจะจบแค่วันนั้น

 

“…”

 

ไม่คิดว่าแจมินกับฮินะจะรู้จักกับพี่แฮชานแล้วก็พี่มาร์ค

 

 

ใช่ เหรินจวิ้นยังจำวันนั้นได้ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมมันดูมีความสุขกับชีวิตขนาดนั้นได้วะ

 

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยที่สายตานั้นยังคงจดจ้องอยู่กับคนคนหนึ่งที่พาดแขนเข้ากับไหล่ของหญิงสาว จนกระทั่งแผ่นหลังของร่างสองร่างนั้นหายลับตาไปในตัวคอนโด

 

มันมีความสุขแต่พี่สาวเราร้องไห้ทุกวัน

 

“…”

 

เราเกลียดมัน

 

 

แววตาของอีกคนที่ฉายชัดออกมาดูน่ากลัว แต่มันก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น เหรินจวิ้นถอนหายใจพลางมองใบหน้าของเจโน่ที่มีรอยแดงพาดเข้ากับสันแก้มอย่างเป็นห่วง มือเรียวแตะเข้าที่ไหล่หนาก่อนที่เขาตัดสินใจจะพูดอะไรออกมา

 

 

จะไม่บอกเขาจริงๆเหรอ

 

บอกเหรอ?”

 

“…”

 

คนอย่างมันบอกไปแล้วได้อะไร

 

“…”

 

เหรินก็เห็นนี่

 

 

จบประโยคนั้นเหรินจวิ้นก็ไม่รู้จะพูดอะไรตอบออกมา อารมณ์ขุ่นมัวที่ฉายออกชัดของอีกคนทำให้เขาเลือกที่จะเก็บความคิดต่างๆนาๆไว้คนเดียวและพยายามเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจโน่

 

มันไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเอง

เขาคงรู้สึกไม่เท่าอีกคน

 

สุดท้ายเขาก็ได้แต่ปล่อยให้สองขาเดินตามร่างสูงกว่ามาเรื่อยๆโดยไร้ซึ่งเสียงสนทนาต่อกัน ดวงตาเรียวจ้องมองยังแผ่นหลังกว้างที่ตอนนี้มันดูหนักอึ้งมากขึ้นกับการต้องแบกรับสิ่งที่เจอ

 

ทั้งที่เจโน่เองก็เป็นแค่เด็กอายุ 18 คนนึง

 

ทั้งสองร่างทิ้งตัวลงยังที่นั่งริมแม่น้ำ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบไร้ซึ่งผู้คนอาจจะด้วยเพราะเป็นตอนกลางคืน และเขาก็คิดว่ามันคงดี ที่จะช่วยให้อีกคนพักหัวจากเรื่องที่วุ่นวายได้บ้าง

 

มือหนาถอดหมวกที่สวมไว้ออกจนใบหน้าที่เขาชอบแอบมองบ่อยๆปรากฏขึ้นชัด ใบหน้าเรียบนิ่งกับดวงตาที่ดูว่างเปล่าจ้องตรงไปยังแม่น้ำข้างหน้าเหมือนเหม่อลอย

 

ต่อจากนี้ต้องทำยังไงเราไม่รู้เลย

 

“…”

 

ถ้าเรามีกันสองคนพี่น้อง ออกมาอยู่เองแบบนี้มันคงไม่ยากเท่าไหร่

 

“…”

 

แต่ตอนนี้เรามีเด็กเข้ามาเพิ่มในชีวิต เด็กที่เป็นลูกของพี่เรา

 

“…”

 

ลูกของไอ้มาร์ค

 

“…”

 

มันพังทุกอย่างที่เราเคยคิดไว้หมด พังชีวิตพี่เรา

 

“…”

 

เราเกลียดมันทั้งพ่อทั้งลูก

 

“…”

 

ถึงจะไม่มีไอ้มาร์คแต่เด็กนั่นมันอยู่ในท้องพี่เรา อยากจะให้เอามันออกไป แต่ก็ทำไม่ได้ แค่นี้พี่เราก็แย่พอแล้ว

 

“…”

 

ทำไมทุกอย่างมันพังไปหมดเลยวะ..”

 

 

ปลายเสียงที่เอ่ยแผ่วพร้อมกับแววตาวูบไหวจากอีกคนซึ่งหันหน้ามามองพาให้เขารู้สึกตื้อในอกไปด้วย ร่างบางเลื่อนตัวเข้าไปนั่งใกล้อีกคนมากขึ้น มือเรียวทาบเข้ากับกรอบหน้าคมปลายนิ้วเล็กแตะตามรอยแดงจางๆเบาๆจนเจโน่ต้องจ้องอีกคนกลับ

 

เจ็บอยู่ไหม

 

เหรินจวิ้นเลือกที่จะถามไปแบบนั้น โดยที่สายตาก็ยังไม่ได้ละออกไปไหน เขาจ้องตาอีกคนกลับและนี่ก็แทบจะเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองใกล้กับอีกคนมาขนาดนี้

 

ไม่ได้มีคำพูดอะไรตอบมา เจโน่พยักหน้ารับแล้วก็ปล่อยให้อีกคนสัมผัสอยู่แบบนั้น

 

เราไม่รู้ว่าเราจะทำอะไรได้มากแค่ไหนนอกจากรับฟัง

 

“…”

 

แต่ถ้าอยากให้เราช่วยอะไรเราก็พร้อมจะช่วยนะ

 

“…”

 

เราเต็มใจ

 

 

ดวงตาคมจ้องหน้าอีกคนกลับก่อนที่แววตานั้นจะหลุบลงเหมือนใช้ความคิด ลมหายใจเฮือกใหญ่ถูกพ่นออกมาก่อนที่สายตานั้นจะประสานกับสายตาของเหรินจวิ้นอีกครั้ง

 

 

 

เหริน

 

“…”

 

เราไม่อยากเก็บเด็กคนนี้ไว้

 

แล้วจะทำยังไง พี่แชยอนไม่ยอมเอาออกหร –”

 

คนที่สมควรจะรับภาระพวกนี้มันก็คือคนที่ทำให้เกิด

 

“…”

 

แล้วมันก็คงไม่ผิดด้วยถ้าเราจะเอาลูกไปคืนพ่อ

 

โน่..”

 

ถ้าเด็กคนนี้คลอดเมื่อไหร่

               

“…”

 

เหรินช่วยเรานะ

 

“…”

 

ตอนนี้ก็ให้มันมีความสุขให้พอก่อนจะได้ทำหน้าที่พ่อคนแล้วกัน

 

 

 

 

 

 

 

ใจสั่น

เหรินจวิ้นรู้สึกอยู่แบบนั้น

 

ดวงตาเขาเหลือบมองเด็กน้อยที่นอนอยู่ในรถเข็น มือเรียวกำเข้ากับที่จับแน่นก่อนจะจ้องไปยังประตูคอนโดที่เขาเคยมาที่นี่กับเจโน่ มือเรียวกระชับหมวกที่ปิดใบหน้าไว้

 

ตากลมใสๆนั้นจ้องขึ้นมาในขณะที่เขากำลังดันเคลื่อนรถเข็นนั้นเข้าไปในตัวคอนโดด้วยท่าทางที่พยายามเป็นปกติที่สุด ไม่มีใครจับผิดหรือสงสัย แล้วเหมือนจีซองก็ดูจะเป็นใจเลยสงบเงียบมาตลอดทาง

 

 

หัวใจเขามันเต้นรัว ยิ่งเลขบอกชั้นลิฟต์ใกล้ถึงที่หมายเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกเหมือนใจจะหลุดจากอกไปเท่านั้น

 

 

ติ๊ง!

 

 

เมื่อกี๊ลืมมือถือน่ะค่ะ มาร์คหยิบให้หน่อยสิ

 

เสียงคนพูดคุยกันหลังจากประตูลิฟต์เปิดทำให้เหรินจวิ้นชะงักมือที่กำลังจะดันรถเข็นแล้วเปลี่ยนเป็นดึงกลับเข้ามา ชื่อที่เขาคุ้นหูนั้นพาลให้ดวงตาเรียวเหลือบไปมองแล้วเขาก็พบว่า

 

คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือเจ้าของห้องที่เป็นพ่อของเด็กในรถเข็นนี่

 

ร่างของชายหนุ่มที่ยืนคุยกับหญิงสาวอยู่หน้าประตูพาให้เขาต้องกดลิฟต์ปิดก่อนจะขึ้นไปอีกชั้นเพื่อตั้งหลัก หัวใจเขาสั่นระรัวมากขึ้นเมื่อพบกับมาร์ค

 

ไม่ต่างอะไรกับเด็กที่กำลังจะทำความผิดแล้วกลัวถูกจับได้

 

เขาออกจากลิฟต์มาอยู่อีกชั้นนึงเหนือชั้นของห้องมาร์ค จีซองยังคงสงบนิ่งพร้อมกับปากที่คาบจุกดูดอยู่ ตาใสๆนั้นมองมาที่เขาก่อนจะยกนิ้วน้อยๆชี้มา ปากเล็กๆยกขึ้นยิ้มจนคนมองดูอย่างเหรินจวิ้นเผลอยิ้มตาม

 

 

แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะต้องทำมันก็พาลให้รอยยิ้มที่ถูกจุดขึ้นค่อยๆจางลง

 

 

ลมหายใจถูกถอนออกช้าๆพร้อมกับความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นในใจ เขาตัดสินใจหันไปมองอย่างอื่นมากกว่าจะมองจีซองต่อ

 

 

ความเงียบของบรรยากาศรอบๆแม้เวลาจะผ่านไปเพียงชั่วครู่กลับเป็นสิ่งที่น่าอึดอัด มือเรียวยังจับกับรถเข็นอยู่แบบนั้นสลับกับตาเรียวที่เหลือบเวลายังนาฬิกาข้อมือ

 

 

ครืด

 

เด็กหนุ่มตัดสินใจพารถเข็นนั้นเข้ามาในลิฟต์อีกครั้ง ตัวเลขชั้นที่เขาเพิ่งขึ้นมาถูกกดและทันทีที่ประตูปิดเงาสะท้อนก็เกิดขึ้นให้เห็น

 

ภาพที่ตัวของเขามีรถเข็นเด็กอยู่ด้านหน้า

 

ติ๊ง

 

และก่อนที่เขาจะคิดอะไรความเร็วของการเคลื่อนชั้นมันก็มากพอที่จะทำให้เขามาถึงที่หมายในเพียงพริบตา

 

ร่างของหญิงสาวที่เขาจำได้ว่าเพิ่งคุยกับมาร์คเดินเข้ามาในลิฟต์  ประตูหน้าห้องนั้นปิดสนิท เธอสลับสายตามองเขากับเด็กในรถเข็นชั่วครู่และเหรินจวิ้นก็เลือกที่จะพาตัวเองกับจีซองออกมาทันที

 

เขาพยายามเดินช้าๆให้แน่ใจว่าประตูลิฟต์ถูกปิดไปแล้วก่อนจะดันสิ่งที่บรรทุกร่างจีซองมายังหน้าประตูห้องที่เขาจำหมายเลขได้ดี

 

 

แอะ

 

ปากเล็กๆอ้าขึ้นพร้อมกับเสียงร้องจนจุกดูดนั้นหล่นออก เหรินจวิ้นย่อตัวลงจ้องหน้าก่อนจะเก็บมันขึ้นแล้วพยายามดันเข้าปากเด็กน้อยอีกครั้ง ตาใสๆยังคงมองมาที่เขาแบบเดิมมือเล็กพยายามยื่นมาแตะเข้าที่ปีกหมวกแต่สุดท้ายเขาก็เอียงหลบแล้วยืนขึ้นเต็มความสูงแทน

 

เขาไม่อยากมีความรู้สึกนี้

ความรู้สึกที่ทำให้เขาทำไม่ลง

 

 

ร่างโปร่งเดินไปกดที่ลิฟต์เตรียมให้มันเปิดออกรอแล้ววิ่งกลับไปกดออดหน้าประตูที่มีรถเข็นตั้งอยู่ แต่ก่อนที่เขาจะกลับมายังลิฟต์ใหม่ ไอ้สิ่งที่มันคาอยู่ในกระเป๋าเสื้อก็ทำให้มือเรียวหยิบมันออกมาก่อน

 

 

จดหมายที่เจโน่เขียน

 

 

ไวกว่าความคิดเขาสอดมันไว้กับรถเข็นแล้วพาร่างตนเองเข้าตัวลิฟต์ทันที

 

 

และก่อนที่ประตูลิฟต์มันจะปิดลง

 

 

เขาก็เห็นว่าประตูห้องนั้นถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของคนที่เขาจำชื่อได้ดี แต่สายตาเขากลับโฟกัสแต่ด้านหลังของรถเข็นที่มีตัวเด็กน้อยอยู่ในนั้น ก่อนจะพูดบางคำออกมาแม้จีซองจะไม่มีทางรับรู้เลย

 

 

ขอโทษนะ

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

มันคงเป็นความรู้สึกผิดในใจก็ว่าได้

 

 

พี่แชยอนทะเลาะกับเจโน่ แน่นอนว่าเธอโกรธ แต่เพราะหลายๆอย่างในตอนนั้นมันก็มีเหตุผลมากพอให้เจโน่ทำ ความเป็นพี่น้อง สุดท้ายเธอก็พยายามลืมมันไปแล้วตั้งตัวใหม่ในชีวิต

 

 

แต่เหมือนโชคชะตาจะเล่นตลก

 

 

เจโน่กับเขาเข้ามหาวิทยาลัยที่เดียวกันและได้พบกับเพื่อนใหม่ มันดูเป็นการเริ่มต้นที่ดี ถ้าไม่ติดว่าต้องมาเจอกับอะไรบางอย่างตั้งแต่วันแรก

 

 

เฮ้ย พี่แฮชาน!”

 

เสียงใสจากเพื่อนใหม่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยเรียกชื่อคนคนนึงที่พวกเขารู้สึกคุ้น เหรินจวิ้นเงยหน้ามองกับเจโน่ก่อนจะหันไปยังต้นเหตุที่ทำให้หญิงสาวตะโกนขึ้น

 

และนั่นจะไม่ทำให้เขาตกใจเลยถ้าคนคนนี้

ไม่ใช่เพื่อนมาร์ค

 

 

อ้าว ฮินะแจมิน เฮ้ยพี่รีบเดี๋ยวไว้คุยกัน –”

 

ร่างที่ตรงเข้ามาเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีที่ดูสนิทสนมกับเพื่อนใหม่สองคน ถ้าหากแค่รู้จักกันนั่นก็ยังพอให้เขารู้สึกโอเคกว่านี้

 

แต่นี่ดูเหมือนจะไม่

 

พี่มาร์คอ่ะครับ

 

ชื่อของคนที่เขาหวังว่าเพื่อนใหม่ทั้งสองจะไม่รู้จักกลับดังขึ้นจากปากของคนที่ดูนิ่งที่สุด ท่าทีอึกอักจากแฮชานส่งมาชัดเจนและรุ่นพี่คนนั้นก็เรียกแจมินออกไป

 

 

เหรินจวิ้นรู้สึกกลัว

 

นั่นอาจเพราะเขาเป็นคนลงมือทำเขาเลยรู้สึกว่าตัวเองกำลังร้อนรน ดวงตาเรียวรีตวัดมองคนใกล้ตัวอย่างหาที่พึ่งและเขาก็พบว่าเจโน่กำลังมองตามสองคนนั้นอย่างไม่วางตา

 

 

 

เราว่าเราไม่ควรรู้จักกับสองคนนั้นต่อ

“..เขาสนิทกับพวกมาร์ค อย่าไปยุ่งเกี่ยวกันอีกเลยดีกว่านะ

 

 

เหรินจวิ้นเอ่ยขึ้นทันทีที่พวกเขากลับมาอยู่ที่หอ ใบหน้าเรียบนิ่งของเจโน่ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบรับออกมา ท่าทางแบบนั้นยิ่งพาให้เขาร้อนใจเพราะเขาไม่รู้ว่าเจโน่กำลังคิดอะไร

 

 

เขารู้สึกกลัวตั้งแต่อาการที่เจโน่แสดงกับแจมิน

กลัวเจโน่จะสนใจคนคนนั้น

 

 

โน่..”

 

 

ก๊อกๆ

 

 

ยังไม่ทันที่เหรินจวิ้นจะได้พูดอะไรออกมามากกว่านั้น เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นก็พาให้คนที่ยังนิ่งเงียบเดินออกไปเปิด ร่างของหญิงสาวที่พวกเขาคุ้นตาดีเดินเข้ามาด้วยท่าทีร้อนรนแถมมือนั้นยังกุมโทรศัพท์เอาไว้

 

โน่..”

จีซองไม่สบาย

 

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจ้องหน้าคนเป็นน้องชาย อาการวิตกกังวลของพี่แชยอนฉายชัดจนเจ้าของชื่อที่เพิ่งถูกเรียกต้องดันไหล่เล็กนั้นนั่งลงปลายเตียง

 

ใจเย็นก่อน รู้ได้ยังไง

 

ไม่มีเสียงตอบคำถาม มีเพียงมือเรียวที่ยื่นโทรศัพท์ออกมาให้เจโน่รับไปดู ทันทีที่อีกคนเห็นหน้าแชทรูมนั้นใบหน้าก็แสดงอาการหงุดหงิดชัดเจนแต่เขาก็ดูออกว่าเจโน่พยายามคุมสติอยู่

 

ผมบอกแล้วไงให้บล็อคมัน

 

พี่ห่วงจีซอง

 

“…”

 

โน่.. พี่ห่วงจีซอง พี่อยากเจอจีซอง

 

ไม่ได้

 

ฮึก.. พี่อยากเห็นหน้าจีซอง

 

ผมบอกแล้วไงว่าให้พี่ลืมๆมันไป

 

หญิงสาวเงยหน้ามองน้องชายตัวเองทั้งน้ำตา มือเรียวที่กุมโทรศัพท์สั่นขึ้นชัดเจนและนั่นก็ยิ่งพาให้เหรินจวิ้นยิ่งรู้สึกผิด

 

 

เขาเป็นคนเอาจีซองไปจากพี่แชยอน

เขาเป็นคนลงมือทำ

 

 

พี่จะลืมยังไงโน่ ฮึก .. อยู่ๆโน่ก็เอาจีซองไปไม่ถามพี่สักคำ จะให้พี่ลืมยังไง ลูกพี่ทั้งคนนะ..”

 

น้ำเสียงปนสะอื้นที่ดังเป็นประโยคจากหญิงสาวพาลให้เจโน่ถอนหายใจออกหนักๆ สายตาคมตวัดมองมาทางเขาก่อนจะหันกลับไปมองคนที่นั่งอยู่ใกล้ตัวเหมือนเดิม

 

แต่จีซองอยู่กับไอ้มาร์คไปแล้ว

 

“…”

 

ถ้ามันเลี้ยงได้มันไม่ปล่อยให้จีซองเป็นอะไรหรอก

 

พี่รู้..”

 

“…”

 

พี่แค่อยากเห็นหน้าจีซอง แค่อยากอยู่กับจีซอง วันเดียวก็ยังดี

 

“...”

 

ฮึก .. โน่ไม่ให้พี่ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำตอนเอาจีซองไป โน่ไม่เห็นใจพี่เลยเหรอ

 

ถ้อยคำที่พูดออกมาทั้งน้ำตาพาลให้เจโน่ชะงักลง สายตาตัดพ้อจากคนเป็นพี่สาวคนเดียวในชีวิตยิ่งพาให้เจโน่จุกในใจ

ลมหายใจค่อยๆพรูออกจากอกพร้อมกับอาการเงียบที่บ่งบอกว่าอีกคนกำลังใช้ความคิดอะไรอยู่

 

แต่สิ่งที่ทำให้เขาคิดคือ

เจโน่คงไม่ยอมให้ไปขอมาร์คมาดีๆแน่ๆ

 

สายตาคมนั้นจ้องมองไปยังพี่สาวตัวเองที่ยังคงขอร้อง สลับกับมองมาที่เขาอยากหนักใจ และเขาก็พอรู้ว่าอีกคนก็รู้สึกแย่ไม่ต่างกันที่เห็นพี่แชยอนเป็นแบบนี้

 

 

 

แค่วันเดียวนะ

 

 

 

 

สุดท้ายสิ่งที่เขาร้องขอไปตอนเพิ่งเข้ามาในห้องก็ไม่สามารถทำได้

 

 

เจโน่ตัดสินใจตีสนิทกับสองคนนั้น

เพื่อจะหาทางที่ทำให้เขาได้รู้ว่าชีวิตจีซองตอนนี้เป็นยังไง

 

และเหมือนทุกอย่างมันจะดูปูทาง

แจมินเป็นรูมเมทมาร์ค

 

 

เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด แจมินจะต้องรู้ว่ามาร์คมีลูกแล้ว

 

 

ทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไปโดยที่เหรินจวิ้นพยายามเข้าใจว่าอาการที่เจโน่แสดงกับแจมินมันคือการตีสนิทไม่ใช่สนใจ

 

แต่มันก็มีหลายครั้งที่เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่

 

บางทีอาการน้อยใจมันก็เกิดขึ้นมาในความรู้สึกของเขา เจโน่ดูเข้าหาแจมินมากไป มากเกินกว่าที่เขาจะมองแค่เพื่อน

 

 

แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีในเมื่อเจโน่ก็ไม่เคยมองเขามากกว่านั้น

 

 

เราเจอจีซอง

เหมือนมาร์คมันจะเอามาฝากแม่บ้านที่ตึกท้ายมหาลัย

 

 

 

ไอ้มาร์คทำงานอยู่ร้านอาหาร

แจมินอยู่กับเราด้วย แล้วก็บอกว่าไม่สนิทกับมัน  แสดงว่าตอนเย็นจีซองไม่ได้อยู่กับแจมิน

 

 

 

เหรินช่วยตามดูแฮชานให้เราได้ไหม

 

 

หลังจากคำพูดพวกนั้นเขาก็ช่วยเจโน่ด้วยการตามตัวจีซองให้ และมันก็เป็นอย่างที่คาดไว้

 

แฮชานพาจีซองไปที่ทำงาน

 

เหรินจวิ้นรู้สึกตัวเองเหมือนเป็นstalker เป็นเวลาสองอาทิตย์ได้ที่เขาต้องคอยตามพี่แฮชานเป็นประจำเพื่อดูว่าแต่ละวันอีกคนทำอะไร

 

               

อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ

 

พาจีซองมาให้พี่แชยอน

 

 

นี่ เย็นนี้เราไปหาพี่ฮ่าวนะ

 

อ้าวจวิ้น วันนี้อุตส่าห์คุยๆกันไว้ว่าจะไปหาอะไรกินอ่ะ เราต้องไปช่วยกันขวางคอไอ้สองคนนี้ดิ

 

เสียงหญิงสาวเอ่ยแย้งขึ้นมาพาลให้เขาต้องหันไปสบตากับเจโน่ที่ยืนอยู่  ใบหน้าเรียบนิ่งที่ฉายชัดบ่งบอกในตัวดีอยู่แล้วว่าเขาต้องหาเรื่องแก้ตัว

 

พี่เขาเรียกไปช่วยด่วนอ่ะ ถ้าจะขวางฮินะคนเดียวก็ไหวมั้ง

 

ตอบไปแบบนั้นพร้อมกับส่งยิ้มให้ก่อนที่เขาจะหันมามองใบหน้าเจโน่อีกครั้ง มือเรียวยกกระเป๋าสะพายเข้ากับไหล่ข้างเดียว ยกมือลาคนในนั้นก่อนจะรีบพาตัวไปยังคนที่เขาใช้เวลาตามมาสักระยะ

 

เขารู้ว่าพี่แฮชานจะตรงไปยังตึกหลังมหาลัยและพาตัวเองกับเด็กที่อยู่ในเป้อุ้มมาขึ้นรถประจำทางสายหนึ่ง รอไม่กี่อึดใจร่างนั้นก็ปรากฏขึ้นจนเหมือนจะชินตาและเขาก็ทำเหมือนเดิมคือเว้นระยะห่างและตามเงียบๆ

 

ทั้งตามขึ้นรถ ไปรออยู่แถวที่ทำงาน และทุกวันนั้นมันก็ทำให้เห็นว่าจีซองดูมีความสุขดีและติดกับแฮชานอยู่มากจนเขาไม่สามารถหาช่วงจังหวะที่จะพาตัวจีซองออกมาได้เลย

 

 

“(ว่าไง)”

 

โน่

 

“(…)”

 

เราใจไม่ดีเลย

 

เสียงถอนหายใจจากปลายสายดังออกมาชัดเจน และเขาก็พอรู้ว่าอีกคนหนักใจไม่ต่างกัน

 

“(ถ้าจีซองไม่กลัวเราเราก็อยากจะทำเอง)”

 

“…”

 

“(ถ้าพาตัวมาวันนี้ได้มันก็แค่วันเดียว แล้วทุกอย่างก็จะจบแล้ว)”

 

“…”

 

“(ขอร้องนะเหริน..)”

 

แค่เจโน่พูดเฉยๆเขาก็พร้อมจะช่วยอยู่แล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่อีกคนพูดแบบนี้พร้อมกับน้ำเสียงที่ขอร้องเขา

 

เขาแพ้เจโน่

 

เราจะพยายามนะ

 

 

ตอบไปแบบนั้นทั้งที่ยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสมากพอให้เขาทำได้ไหม เพราะในหลายๆวันที่ผ่านมามันไม่มีทางเลย

 

 

แต่วันนี้เหมือนจะมีอะไรแปลกไป

 

 

แฮชานเลิกงานช้ากว่าปกติและก็อยู่ในช่วงเวลาที่บรรยากาศภายนอกเงียบสงัด เขาต้องเว้นระยะในการตามมากกว่าเดิมเมื่อคนรอบตัวน้อยจนแทบไม่มี

 

 

ทุกอย่างดูยากไปหมด

ทว่า

 

กลับมีบางอย่างเป็นใจ

 

 

 

ร่างที่สงบนิ่งโดยข้างๆมีเด็กน้อยขยับยุกยิกคนเดียวอยู่ในสายตาเขา และนั่นก็ไวกว่าความคิด ขายาวรีบวิ่งก้าวตรงไปยังจุดหมายทันทีก่อนจะผ่อนแรงเมื่อใกล้ตัวคนสองคน

 

จีซองนั่งเล่นสายกำไลหลวมๆในมือพร้อมกับเสียงเพลงจากโทรศัพท์ที่ดังคลอ และเหมือนเด็กน้อยจะรับรู้ถึงการมาเยือนของเขาตาใสๆนั้นถึงได้ขยับขึ้นมาจ้องเหรินจวิ้นไว้

 

แอะ!”

 

เด็กน้อยสะบัดแขนยกขึ้นจนเส้นกลมๆเขย่าไปมา เหรินจวิ้นเหลือบมองฝ่ามือของแฮชานที่จับกับสายเป้ไว้แน่นและเขาก็ตัดสินใจค่อยๆปลดสิ่งที่รั้งตัวจีซองอยู่ออกโดยที่สายตาก็หวาดระแวงไปด้วย

 

 

แอ๊

 

ชู่ว..”

 

นิ้วยาวแตะปากตัวเองพร้อมกับจ้องหน้าเด็กน้อยไว้ มือเรียวจับเข้าที่กำไลตรงมือออกมาชูล่อให้จีซองสนใจแต่ของในระดับสายตาก่อนที่เขาจะสอดแขนอุ้มตัวเล็กนั้นขึ้น

 

 

และเขาพาตัวจีซองมาได้ในวันนั้น

 

 

 

 

แกร๊ก

 

จีซอง..

 

 

 

ทันทีที่ประตูนั้นเปิดออกหญิงสาวที่อยู่ด้านในยืนชะงักกับสิ่งที่เธอเห็นจีซองถูกพาตัวเข้าไปในอ้อมอกเธอทันที และเขาก็รับรู้ว่าเจโน่กำลังมองเด็กคนนี้อยู่ด้วยสายตาเรียบนิ่ง

 

 

 

ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะ

 

 

 

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นข้างๆเขาในขณะที่ออกมาอยู่ด้วยกันตรงระเบียง

 

จากใจเขาที่วิตกกังวลอะไรหลายๆอย่างอยู่

 

กลับรู้สึกดีขึ้นแม้มันจะเป็นแค่ประโยคเล็กน้อยจากอีกคน

 

 

 

เขารู้ว่าที่ทำอยู่มันแย่

 

แต่เขาก็ยินดีที่จะทำให้อีกคนตราบใดที่เจโน่ยังนึกถึงเขา ยังมองว่าเขามีความสำคัญกับชีวิตอยู่

 

 

 

ไม่เป็นไร เราเต็มใจ

 

 

 

เจโน่ไม่เคยให้ความหวัง และเขาก็ไม่คิดจะขอ เพราะการที่อีกคนยังพึ่งเขา แค่นี้มันก็พอแล้ว แต่เหมือนว่ามันจะไม่ใช่ เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังหมดความสำคัญไป

 

เจโน่สนใจแต่แจมิน

 

 

และมันก็เป็นเหตุผลเดิมที่อีกคนใช้

               

เจโน่แค่จะดึงให้แจมินไม่ยุ่งกับมาร์ค

 

 

หลังจากที่ทุกอย่างดูเหมือนจะจบมันกลับไม่จบ อยู่ๆมาร์คก็เป็นดารา

 

 

 

ในขณะที่พี่เราชีวิตแย่ แต่ทำไมมันถึงดีขึ้น

 

 

 

ประโยคนี้จากเจโน่ทำให้เขารู้สึกว่าอีกคนยังฝังใจเจ็บอยู่ เขารู้สึกว่าเจโน่จะทำอะไรบางอย่างโดยที่ไม่ปรึกษาเขา

 

 

 

แล้วก็จริงด้วย

 

 

 

พี่แชยอนกลับเข้าไปในชีวิตพี่มาร์คโดยที่เหรินจวิ้นเองก็ไม่รู้ว่าเจโน่ทำยังไง เจโน่ไม่บอกเขา

 

หนักกว่านั้นคือ แจมินมาขออยู่ด้วยตั้งแต่ทะเลาะกับมาร์ค

 

 

เขาอึดอัดถึงได้ตัดสินใจออกมาอยู่กับพี่ที่สนิทสักพัก

 

และเหรินจวิ้นก็รับรู้เลยว่าตอนนี้

 

 

 

เขาไม่สำคัญแล้ว

 

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยเกลียดแจมินและยังห่วงทุกอย่างที่เกี่ยวกับเจโน่

 

 

 

แต่ถ้าเขารู้ว่าเจโน่จะทำแบบนี้เขาจะห้ามเพราะเจโน่กำลังทำกับความรู้สึกพี่สาวตัวเอง แม้ว่านั่นจะเป็นทางที่ทำให้พี่แชยอนได้อยู่กับจีซองและมาร์คควรรับผิดชอบ

 

แต่การที่พี่แชยอนนัดมาคุยเพื่อขอให้พอกับสิ่งที่ทำทุกอย่างเหรินจวิ้นว่ามันเกินไปแล้ว

 

 

 

 

อยู่กับคนที่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรามันแย่

            เขาเข้าใจ

 

 

 

 

               ต่างคนต่างนิ่งค้างกับสิ่งที่ได้ยินมาทั้งหมด แจมินไม่คิดว่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดมันจะมาจากคนใกล้ตัวเพียงแค่นี้ ดวงตาเรียวของเหรินจวิ้นหลุบต่ำอย่างยอมรับสิ่งที่ทำและบรรยากาศยังคงเงียบอยู่แบบนั้น

 

 

               “เราขอโทษ”

 

               “ถ้าจับไม่ได้ก็คงไม่ได้ยินคำนี้หรอกมั้ง”

 

 

               แฮชานตอกกลับเหรินจวิ้นทันทีที่เขาเอ่ยขอโทษออกมาพร้อมกับสายตาที่ตวัดมองอีกคน

 

 

 

               “เหริน”

 

               “

 

               “จริงๆมันก็ช้าไปแหละนะ แต่ว่า”

 

               “

 

               “เรื่องมันแย่มานานเกินไปแล้ว อย่ายืดเยื้อให้มันเป็นความผิดในใจตัวเองมากกว่านี้เลย เข้าใจที่เราพูดใช่ไหม”

 

               "..."

 

“เรื่องนี้ใครผูก คนนั้นก็ควรมาแก้”

 

 

“พวกเรารู้ทุกอย่างหมดแล้วก็จริง แต่คนที่เขาควรเคลียร์กันมากที่สุดก็คือมาร์คกับเจโน่นั่นแหละ”

 

 

คำพูดจากแจมินได้แต่ทำให้เหรินจวิ้นพยักหน้ารับ มือเรียวสองข้างที่ประสานกันถูกดึงออกก่อนที่ดวงตาเรียวจะมองหน้าทุกคนรอบๆ

 

 

“ในเมื่อเราเป็นคนยื่นมือไปช่วยให้เรื่องมันเริ่ม เราก็จะช่วยทำให้มันจบเอง”

 

 

“เราก็ไม่อยากจะรู้สึกผิดคาใจแบบนี้ไปเหมือนกัน”

 

 

 

ตอนนี้เขาไม่รู้สึกเลยว่าที่ทำอยู่มันจะเป็นผลดีกับใครอีกแล้วแม้กระทั่งพี่แชยอนเอง

 

 

 

 

เพราะฉะนั้นมันควรจบลงสักที

 




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

-19 DADDY –



มาแล่ว

แบ่งเป็น .1 .2 เพราะมันยาวมากค่ะ

ซึ่งปกติมันก็ยาวทุกตอนอยู่แล้วฮือ

ฝากแท็ก #แด๊ดดี้มาร์คลี ด้วยนะฮับ


O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 208 ครั้ง

4,529 ความคิดเห็น

  1. #4487 rain_18 (@rain_18) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 12:00
    โห้ เจโน่แมร่ง สุดยอดมาก ติดอะไรผิดๆ จนมันวุ่ยวานอ่า ส่วนเหรินก็รักโน่เกินไปจนไม่รู้ถูกผิดแล้ว
    #4487
    0
  2. #4454 xq779 (@xq779) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 06:39
    ดีแล้วล่ะค่ะน้องเหรินนนนน สงสารเหรินแต่เรื่องมันก็ควรจบได้แล้วอ่ะ
    #4454
    0
  3. #4354 mmyu24 (@mmyu24) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 18:55
    ใช่ค่ะ มันควรจบลงสักที
    #4354
    0
  4. #4164 jaxxh.BD (@zofield) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 10:23
    เข้าใจเจโน่นะ ถ้าเราเป็นเจโน่ เราก็คงมำแบบนี้เหมือนกันอ่ะ ทำไมจะต้องเป็นพี่เราคนเดียวที่จะต้องเจออะไรแบบนี้ อีกคนที่ร่วมกันทำจะต้องรับผิดชอบด้วยกัน คือมันก็ไม่สมควรทำแหละ แต่จะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้อ่ะเนอะ
    #4164
    0
  5. #4141 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 06:35
    ทุกคนมีเหตุผลของตนเอง
    #4141
    0
  6. #4069 KM8WS (@BBKANYA) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 20:22
    สงสารเหรินอ่ะ เพราะความรักเเท้ๆเลยลูก ㅠㅠ
    #4069
    0
  7. #4029 _namyns (@_namyanisa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 16:09
    ฟังแล้วโกรธใครไม่ลง แต่มั่นใจอย่างเดียวสงสารมาร์คมาก
    #4029
    0
  8. #3995 __vvic64 (@__vvic64) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 13:22
    โอ้โห หักมุมไปอีก ฮือ
    ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองจริงๆ
    ทำไมเราปวดใจได้ขนาดนี้กันนะ T-T
    #3995
    0
  9. #3967 quaterymin (@napraewa) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 17:24
    อ่านมาราธอนเลยค่าไรท์555555
    #3967
    0
  10. #3956 Qewilx (@tarpuang1) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 11:41
    โหทุกคนมีที่มาหมดเลยยฮืออ
    #3956
    0
  11. #3924 plxjy (@plxjy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:47
    เห็นใจทุกคนนะ เข้าใจทุกคน ฮือ แต่ไม่เข้าใจตัวเอง T_T
    #3924
    0
  12. #3888 thelioncubsleex (@alpaca_chan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 13:29
    โอ้โห มีความ เป็นความสัมพันธ์สีเทาที่แท้ทรู สงสารทุกคนเลย ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองจริงๆ
    #3888
    0
  13. #3738 Sopia (@sopia) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 21:33
    สงสารเหรินจวิ้น สงสารตัวละครทุกตัว คิอทุกคนทำเพราะมีเหตุผลของตัวเอง แต่ว่ามันก็ผิดไง
    #3738
    0
  14. #3689 chickenkyung (@chickenkyung) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 10:56
    เห็นใจเจโน่กับแชยอน ที่ผ่านมาสองคนนี้คงลำบากผ่านอะไรมาพอสมควร แต่ประเด็นของเจโน่ก้บเหรินนี่ขอด่าหน่อยนะ มุงเชี่ยมากเจโน่ อกลียดดดด
    #3689
    0
  15. #3605 Min Mine (@minmine1234) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 02:37
    อ่านแล้วเชื่อมโยงทั้งหมด มันจุกไปหมดจริงๆ ไรท์วางปมเก่งมาก มีเหตุผลทุกอย่างเลย
    #3605
    0
  16. #3574 Dear|thun:) (@dearthunthima) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 17:43
    เกิดความสงสารเหรินขึ้นมางืออออ
    #3574
    0
  17. #3497 Wrn Js (@js-wrn) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 12:28
    ควรคุยกันดีๆน้า
    #3497
    0
  18. #3370 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 11:31
    เจโน่แบบบ รักพี่แบบผิดๆ อะ เหมือนโยนภาระแล้วเอาดีเข้าตัวอะ คนรอบข้างนี่แบบเดือดร้อนไปหมด ดีที่เหรินยอมบอกความจริง ;^;
    #3370
    0
  19. #3226 MintQueen (@MintQueen) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 18:50
    เจโน่เห็นแก่ตัวจัง รู้ว่าทำเพื่อพี่สาวแต่มันกำลังทำร้ายทุกคนไม่ใช่แค่มาร์คไม่ใช่แค่แจมินแต่เป็นพี่สาวตัวเองและเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวอย่างเหรินด้วย แล้วเจโน่ก็รู้อ่ะว่สเหรินรู้สึกพิเศษด้วยทำแบบนี้ให้ความหวังเขาแล้วก็หลอกใช้เขาเพราะเขารักตัวเอง นายแย่กว่ามาร์คแต่ก่อนอีกรู้ตัวป่ะ /อินจัด
    #3226
    0
  20. #3165 Mookxoxo (@mookmookkung) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 20:25
    โถ่เหรินลูกแม่ ขอบอกอีกครั้ง เกลียดโน่โว้ย
    ไรท์แต่งดีเกิน อินหมดแล้วเนี่ย

    #3165
    0
  21. #3150 Nitrogen Cute (@puwpuw241044) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 11:58
    โน่ยูหลอกใช้เหรินหรอ อย่าเอาความเหงามาลงที่ฉัน เกี่ยวเหรอ ไม่เกี่ยว ถือเคียวกลับบ้านดิ...
    #3150
    0
  22. #3132 Ajoo_monster (@gamemiemoexia) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 01:02
    อตอนแรกเข้าใจผิดว่าโน่ทำแชยินท้องฮืออเราขอโทษสงสารเหรินอ่ะฮือออ
    #3132
    0
  23. #3131 Ajoo_monster (@gamemiemoexia) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 00:14
    อตอนแรกเข้าใจผิดว่าโน่ทำแชยินท้องฮืออเราขอโทษสงสารเหรินอ่ะฮือออ
    #3131
    0
  24. #3038 HT1527 (@HT1527) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 17:15
    คิดถึงแล้วนะะะะะ
    #3038
    0
  25. #3031 Pimchanok Sainet (@pim19pim) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 19:45
    ไรท์มาอัพเร็วๆน้าาาา
    #3031
    0