( nct ) - 19 daddy #markmin

ตอนที่ 21 : 19 : ทางเลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,757
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 180 ครั้ง
    7 เม.ย. 60





19 : ทางเลือก








 

 

มาร์คเดินออกไปแล้ว

 

และแจมินก็ทำได้แค่ส่งสายตาผ่านลอดประตูมองแผ่นหลังกว้างนั้นค่อยๆไกลออกไป

 

ขอโทษเหรอ

ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายทั้งที่มันไม่เกี่ยวกับเขาเหรอ

 

 

ผ่านอะไรมาด้วยกันขนาดนั้นยังไม่คิดว่าเขาเต็มใจที่จะทำให้หรือไง

 

 

ดวงตากลมหลุบมองปลายเท้าตัวเองพร้อมกับปิดเปลือกตาลงในห้องที่มีแต่ความมืด

 

 

ความรู้สึกที่มันค้างคาในใจหลายวันยังคงเป็นอยู่แบบนั้น

และการที่มาร์คมาวันนี้มันไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้น

หนำซ้ำยังมาย้ำให้เขารู้สึกแย่กว่าเดิมอีก

 

 

 

แกร๊ก

 

 

เสียงล็อคประตูดังขึ้นจนดวงตากลมที่ปิดสนิทค่อยๆเปิดเปลือกตาออกมา ปลายเท้าของอีกคนปรากฏเป็นภาพแรกที่เขาได้เห็นผ่านแสงลางๆจากหน้าต่าง

 

ไม่มีใครปริปากเอ่ยอะไรขึ้นมา บรรยากาศในห้องมีเพียงความมืดและเสียงของเครื่องปรับอากาศ จนกระทั่งฝ่ามือของอีกคนแตะเข้าที่แก้มของแจมินนั่นแหละ

 

ไอ้สิ่งที่เขาพยายามกดมันเอาไว้ได้ตั้งหลายวันก็แทบจะปะทุออกมา

 

 

เราไม่เข้าใจว่ะ

 

“…”

 

“..ไม่เข้าใจอะไรเขาเลยอ่ะ

 

“…”

 

มาแค่นี้ มาพูดว่าขอโทษแค่นี้

 

“…”

 

อึก.. มันหมายความว่ายังไงวะ

 

 

หมับ!

 

 

เสียงสั่นเครือจากคนตรงหน้าในความมืดบ่งบอกได้ดีว่าอีกคนกำลังอยู่ในสภาพไหน แจมินกำลังร้องไห้ และนั่นก็ทำให้มือหนาแทบจะเลื่อนไปกดสวิตซ์ไฟให้เปิดเพื่อดูอาการอีกคนแทบไม่ทัน

 

ทว่า

 

ฝ่ามือเรียวกลับคว้าเข้าที่ข้อมือเขาเสียก่อน

 

อย่าเปิด

 

“…”

 

อย่าเปิดนะ

 

“…”

 

อย่าเห็นเราตอนนี้เลย

 

 

เจโน่รู้สึกว่าใจตัวเองมันหล่นวูบทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นจากปากแจมิน สัมผัสเย็นๆจากมืออีกคนที่ถูกอุณหภูมิห้องเกาะกุมหายไปเมื่อแจมินเอามันออกจากข้อมือของเขา

 

มือข้างนั้นถูกเจ้าของมันใช้ปิดปากตัวเองเอาไว้เพื่อกลั้นไม่ให้มีเสียงใดๆเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากบาง

 

 

อึก

 

เสียงนั้นหลุดจากมือทั้งที่แจมินพยายามปิดมันไว้ มันเป็นเพียงการกลั้นสะอึกที่ออกมาเบาๆก็จริง แต่กับเจโน่ที่ยืนอยู่ตรงหน้ามันกลับดังชัดเจน

 

 

เพราะแจมินดูเป็นคนไม่แสดงออกอะไร

การที่เห็นอีกคนพยายามกลั้นเสียงร้องไห้เอาไว้มันยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่

 

 

มือหนาคว้าร่างคนที่ยืนก้มหน้าปิดปากร้องไห้เงียบๆเข้ามาในอ้อมกอดตัวเอง เรือนผมสีน้ำตาลนั้นแนบเข้ากับไหล่ของเขา มือเรียวยกขึ้นจับยึดรอบไหล่ไว้และสุดท้ายแจมินก็ปล่อยให้ทุกอย่างออกมา

 

 

สัมผัสชื้นแฉะตรงอกพาให้มือหนาต้องยกขึ้นลูบเรือนผมอีกคนเบาๆ เจโน่ปิดเปลือกตาลงกดความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ก่อนจะกระชับกอดร่างของแจมิน

 

 

เขารู้สึกไม่ดีเลยที่เห็นแจมินเป็นแบบนี้

 

ทำไมแจมินต้องเข้ามาเกี่ยวกับอะไรแบบนี้ด้วย

ทำไมต้องไปรู้สึกกับมาร์ค

ทำไมมาร์คต้องเป็นคนที่ได้ความใจดีจากแจมินไป

ทำไมต้องมาทำให้แจมินเสียใจ

 

 

ทำไมมาร์คต้องทำให้คนใกล้ตัวเขาเจอแต่เรื่องแย่ๆ

 

 

                เจโน่ไม่อยากให้แจมินเอาความรู้สึกตัวเองถลำลึกไปมากกว่านี้กับมาร์คอีก

 

แจมิน

 

สายตาหลุบมองคนในอ้อมกอดก่อนที่ริมฝีปากหนาจะขยับชิดข้างใบหูคนที่กำลังฝังหน้าร้องไห้เงียบๆ และเขาคิดว่านี่เป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับคนคนนี้แล้ว

 

 

ตัดใจจากมาร์คได้ไหม

 เราขอ

 

 

 

 

-19DADDY-

 

 

 

 

หน้าชา

มาร์คกำลังรู้สึกแบบนั้น

 

 

ทั้งที่เขาตัดสินใจจะไปเผชิญหน้าคุยกับแจมินเองแท้ๆแต่พอเจอคำพูดของไอ้เด็กคนนั้นเข้าไป

แค่กับเงาของแจมินยังทำเขาพูดอะไรไม่ออกเลย

 

 

ทุกประโยคที่เจโน่พูดมันเหมือนการตอกกลับสิ่งที่เขาพลั้งปากใส่แจมินไปในตอนนั้น ขนาดแจมินไม่ได้พูดเองเขายังรู้สึกจุกขนาดนี้

 

 

แล้วตอนที่เขาทำ

อีกคนจะรู้สึกแย่กับคำพูดเขาจนไม่อยากเจอหน้าก็ไม่แปลก

 

 

มาร์คถอดหมวกที่ตัวเองสวมไว้ก่อนจะเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นพลางถอนหายใจ สุดท้ายเขาก็พาตัวเองกลับมาที่คอนโด มาร์คกลับมาได้พักใหญ่ๆแล้วก็จริง แต่เขายังไม่ได้เข้าไปข้างใน ข้างในที่มีแชยอนกับจีซองอยู่

 

เขายังคงยืนอยู่หน้าประตูนิ่งๆอย่างนั้น ตาคมจ้องมองแผ่นไม้โล่งๆราวกับอยากให้ปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน

 

แต่มันยากจัง

 

มันก็จริงอย่างที่ไอ้เด็กนั่นบอก ปัญหาในชีวิตเขามันยุ่งเหยิงไปหมด แล้วทุกอย่างมันไม่เกี่ยวกับแจมินเลย เขาเป็นคนทำมันขึ้นมาเองทั้งนั้น

 

 

แต่แจมินก็ยังคอยอยู่ช่วยเขาข้างๆเสมอ

 

แล้วดูเขาดิ

เขาทำบ้าอะไรกับแจมินลงไปวะ

 

ให้แบกหน้าไปขอโทษแล้วเอาแจมินกลับมาตอนนี้มันก็ไม่ควร ยิ่งเวลาที่เขายังจัดการเองไม่ได้แบบนี้ ในหัวเขามันยังไม่มีอะไรชัดเจนอะไรเลยด้วยซ้ำ

 

แต่เขารู้แค่ว่าการที่ไอ้เด็กนั่นใช้คำว่าพี่แชยอนเป็นคนของเขาและทำเหมือนแจมินเป็นคนของมัน

 

นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการจะให้เป็น

 

เขาก็รู้ตัวว่าตลอดสามสี่วันมานี้เขายังไม่ได้ทำให้เรื่องระหว่างเขากับพี่แชยอนมันชัดเจนเลย นั่นสิ แล้วยังมีหน้าไปคุยกับแจมินอีก

 

สุดท้ายแล้วใบหน้าคมถอนหายใจออกหนักๆก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูห้องเข้าไปข้างใน เมื่อคิดว่าอยู่ข้างนอกไปมันก็ไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้น

 

และแสงไฟจากห้องนั่งเล่นที่ยังเปิดอยู่ก็พาให้มาร์ครีบวางรองเท้าพร้อมกับก้าวอาดๆไปยังต้นทาง

 

 

 

ยังไม่นอนอีกเหรอ

 

ทันทีที่เห็นหญิงสาวซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางห้องหันมา มาร์คก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความแปลกใจ

 

 

อื้ม

นอนไม่ค่อยหลับน่ะ

 

“…”

 

 

แล้วก็..”

เห็นมาร์คยังไม่กลับเลยมานั่งรอ

 

“…”

 

ไปไหนมาเหรอ?”

 

คำถามจากเธอเรียกให้มาร์คซึ่งเดินมาทิ้งตัวนั่งอีกฝั่งโซฟาชะงักในขณะที่มือกำลังถอดสิ่งที่ปกปิดหน้าออก เขาวางหมวกและผ้าปิดปากไว้กับโต๊ะตรงกลางก่อนที่สายตาซึ่งถูกมองอยู่กับสิ่งของจะตวัดกลับไปจ้องยังคนที่ถาม

 

 

ผมไปหาแจมินมา

 

 

แชยอนคิดว่าเธอรู้ตัวเอง หลังจากที่มาร์คเอ่ยตอบมาแบบนั้นเธอคงเผลอหลุดสายตาที่ตื่นตระหนกออกไป แต่จะไม่ให้เธอรู้สึกแบบนั้นได้ยังไง

 

ในเมื่อเธอพอจะดูออกว่าเด็กที่เอ่ยต่อว่าเธอตั้งแต่วันแรกที่เหยียบที่นี่ ต้องมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกับมาร์ค

 

 

ที่ไม่ใช่แค่คนร่วมห้องกัน

 

 

และนี่แหละคือสิ่งที่เธอหวาดระแวงที่สุด ถ้าเป็นแบบนั้น

เธอไม่รู้เลยว่ามาร์คจะตัดสินใจอะไรยังไง

 

 

พี่เอาคำถามมาอ่านดูแหละแชยอนตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องโดยการยื่นใบเอกสารที่ผู้จัดการของอีกคนเอามาให้

 

 

เธอกลัวว่าหากถามต่อมาร์คจะพูดอะไรบางอย่างออกมา

อะไรที่ทำให้การกลับมาหาจีซองครั้งนี้ของเธอมันจบลง

 

 

มาร์คเหลือบตามองมันด้วยสีหน้าที่คาดเดายากแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา

 

 

พี่ครับ

 

 

แชยอนเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงเรียก มาร์คก้มหัวลงพลางค่อยๆพรูลมหายใจออกแล้วหันหน้ากลับมาจ้องอีกคน

 

 

เรามาคุยอะไรหลายๆอย่างที่มันค้างคากันหน่อยไหมสายตาจริงจังของมาร์คที่ส่งมาพาให้แชยอนเริ่มรู้สึกหวั่นใจจนเผลอหลบตา

 

อะไรเหรอ..”เธอเอ่ยถามเสียงแผ่ว

 

ท่าทางที่ดูประหม่าของเธออยู่ในสายตาของเขาตลอด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็คิดว่าเวลาตอนนี้มันเหมาะสมที่จะคุยแล้ว

 

ที่กลับมาตอนนี้

 

“…”

 

พี่อยากจะกลับมาอยู่กับจีซองใช่ไหม

 

คำถามเริ่มแรกจากปากมาร์คพาให้แชยอนพยักหน้ารับเป็นคำตอบอย่างเดียวโดยไม่เอ่ยอะไร และมาร์คก็ดูเข้าใจ แต่ดูเหมือนประโยคต่อมาเด็กหนุ่มจะไม่ให้เธอใช้ความเงียบเป็นตัวตอบคำถามอีกแล้ว

 

แล้วทำไมพี่ถึงตัดสินใจเอาจีซองมาไว้ที่ผม

 

“…”

 

ผมเชื่อนะว่าตลอดสามสี่วันที่ผ่านมาเวลาที่พี่อยู่กับจีซองไม่ว่าจะรู้ตัวว่าผมสังเกตหรือไม่สังเกต ผมเชื่อว่าพี่รักจีซอง

 

“…”

 

แต่ทำไมก่อนหน้านี้ที่พี่มองว่าผมไม่น่าจะรับผิดชอบอะไรได้ พี่ถึงยอมทิ้งเด็กคนนี้ไว้กับผม

 

“…”

 

แล้วทำเหมือนเขาเป็นภาระ-”

 

ไม่! พี่ไม่เคยมองว่าจีซองเป็นภาระนะ

 

แชยอนเอ่ยตัดขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำนั้น แววตาของเธอจ้องกลับมาอย่างตั้งใจปฏิเสธ แต่เมื่อสบตากันมาร์คก็เห็นว่ามันวูบไหว

 

ที่ก่อนหน้านี้พี่ไม่บอก พี่ยอมรับว่าพี่กลัว

 

“…”

 

กลัวว่าถ้ามาบอกแล้วนายปฏิเสธมันคงจะแย่มาก

 

“…”

 

เพราะตอนนั้นนายก็ดูพึ่งไม่ได้จริงๆนี่

“..แล้วความสัมพันธ์ของพวกเรา

 

“…”

 

ก็ไม่ต่างอะไรจากคู่นอนเลยว่าไหม

 

 

สถานะระหว่างเขากับแชยอนที่ถูกเอ่ยขึ้นมามันทำให้มาร์ครู้สึกแย่ในใจแปลกๆ ยิ่งท่าทีของพี่แชยอนตอนนี้ แววตาที่เธอมองมาที่เขา

 

พี่รู้ว่าพี่ผิดที่ไม่บอก

 

“…”

 

แต่..”

 แต่.. ตอนนั้นมันแย่จริงๆนะ

 

“…”

 

ตอนที่รู้ว่าตัวเองกำลังมีเด็กในนี้

 

แววตาสั่นไหวนั้นหลุบมองที่ท้องตัวเองก่อนจะหันมาหาเขา พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ย้ำความผิดพลาดทุกอย่างที่เกิดขึ้น

 

 มีโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

 

 

เหตุการณ์ทุกอย่างตั้งแต่วันแรกที่มีสิ่งมีชีวิตอีกหนึ่งชีวิตเข้ามาอยู่กับเธอมันไหลเข้ามาเป็นฉากๆ

 

 

เธอก็เป็นแค่ผู้หญิงอายุ 19

ที่เต็มใจทำอะไรผิดๆจนต้องได้รับผลที่ไม่เต็มใจนั้นเข้ามา

 

 

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุกคนมองเธอตอนนี้มันอาจจะดูเลวร้าย แต่เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เธอเจอมันเลวร้ายกว่า เธอบอกมาร์คไม่ได้ เธอพูดมันไม่ได้ เธอเดินหน้ามาขนาดนี้แล้ว เธอไม่ได้จะทำให้มาร์คแย่ลง แต่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น กำลังบีบเธอให้อึดอัด

 

แชยอนไม่รู้จะบอกให้มาร์ครับรู้ยังไงว่าเธอ

 

ไม่ได้อยากทิ้งจีซอง

 

“…”

 

ฮึก.. พี่ไม่ได้อยากทิ้งจีซองเลยนะ

 

 

หยดน้ำตาที่ร่วงจากใบหน้าของอีกคนพาให้มาร์ครู้สึกใจโหวงอย่างบอกไม่ถูก

 

 

นั่นสิ

 

ไอ้เด็กตาดำๆนั่นใครจะกล้าทิ้งลง

 

แค่วันแรกที่จีซองอยู่ในรถเข็นหน้าห้องเขา

แค่เขาจะปล่อยเอาไว้ เขายังทำไม่ลงเลย

 

 

พี่ครับ

ที่พี่ถามผมวันนั้น -”

 

มาร์ค

 

“…”

 

อย่าไล่พี่นะ

 

“…”

 

อึก.. อย่าแยกพี่กับจีซองเลยนะ

 

“…”

 

ได้ไหม..”

 

สายตาเว้าวอนที่คลอเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสมองหน้าเขาอย่างขอร้อง

 

..พี่ไม่อยากแยกกับจีซองอีกแล้ว ฮึก

 

เธอเอ่ยเสียงสั่นพร้อมกับมือที่วางมาบนหน้าตักของเขา มาร์คก้มมองมือเรียวสลับกับใบหน้าหวานที่จ้องเขาเหมือนต้องการคำยืนยัน

 

แต่พี่ครับ

รู้ใช่ไหมว่าตอนนี้

 

“…”

 

เราไม่ได้รักกัน

 

 

ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาจากริมฝีปากของเด็กหนุ่มมันดังชัดจนหญิงสาวชะงักกึก

 

 

รู้สิ

แชยอนรู้ดีแล้วรับรู้อยู่แก่ใจเลยด้วยซ้ำ

 

แต่ถ้าเธอไม่ทำอะไรเลย

การกลับมาครั้งนี้มันคงจะสูญเปล่าเกินไป

 

 

ไม่เป็นไร..”

จะไม่เห็นแก่พี่ก็ไม่เป็นไร

 

“…”

 

แต่เห็นแก่จีซองได้ไหม

อยากให้จีซองเหมือนพวกเราเหรอ

 

 

คำพูดของแชยอนที่ดังขึ้นพาให้มาร์คหน้าชาขึ้นมา

เหมือนพวกเรา

 

 

ใช่ มาร์คน่ะโตมาโดยมีแต่สเตฟ

ส่วนพี่แชยอน.. เธอขาดทั้งคู่

ขาดทั้งพ่อและแม่

 

 

“ไม่”

 ผมไม่อยากให้จีซองเหมือนพวกเรา

 

 

แล้วแบบนี้จะให้เขาเลือกที่แยกจีซองกับพี่แชยอนได้ยังไง

 

 

 

 

 

 

-19DADDY-

 

 

 

 

 

มาร์ค

 

มาร์ค!”

 

ครับ

 

 มาร์คขานรับพร้อมกับหันหน้าไปยังต้นเสียงที่เรียกดังข้างหูเขาพี่โดยองวางมือบนไหล่เด็กหนุ่มก่อนจะบีบเข้าเบาๆแล้วมองด้วยสายตาเป็นห่วง

 

อีกสามสิบนาทีนะมาร์คพยักหน้ารับคำพูดอีกคนด้วยใบหน้าที่พาให้โดยองรู้สึกเป็นห่วงมากกว่าเก่า

 

พี่ถามครั้งสุดท้ายแล้วนะ จะไม่ตัดคำถามไหนออกใช่ไหม

 

เจ้าของเรือนผมสีแดงจ้องหน้ามาร์คด้วยแววตาจริงจัง เด็กหนุ่มคลี่ยิ้มจางๆให้อีกคนสบายใจก่อนจะพยักหน้ารับพลางวางมือลูบมือพี่โดยองบนไหล่ตัวเองเบาๆ

 

ผมโอเค ขอบคุณมากนะครับ

 

โดยองเบะปากกับท่าทีอีกคนก่อนจะทิ้งตัวเข้ากอดมาร์คไว้

 

ดีใจนะที่ได้รู้จักกันอ่ะ

 

ดวงตากลมขึ้นน้ำใสคลอพลางพูดกับเด็กหนุ่มในอ้อมกอดเมื่อคิดได้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่มาร์คจะต้องอยู่กับเขาแล้วจริงๆ ถึงต่างคนจะวุ่นวายเพราะปัญหาที่มันประดังเข้ามา แต่โดยองก็คิดว่าทุกอย่างมันกำลังจะจบไป

 

ยังไม่ได้จะหายจากกันไปซะหน่อยน่า

 

มาร์คยิ้มมองท่าทีพี่โดยองที่อายุมากกว่าแต่ทำตัวเป็นเด็กๆอยู่อย่างนั้นสักพักจนพี่เขาต้องผละตัวออกไปเพราะถูกทีมงานเรียก

 

                ทันใดนั้นรอยยิ้มที่เขาสร้างมันขึ้นมาก็ค่อยๆหุบลงจนกลับมาเป็นใบหน้าเรียบนิ่งแบบเดิมเมื่ออยู่กับตัวเอง

 

ทั้งๆที่ทุกอย่างมันกำลังจะดีขึ้น

ทำไมเขาถึงไม่ได้รู้สึกมีความสุขเลย

 

                ดวงตาคมยังคงเหม่ออยู่แบบนั้นจนเสียงพูดไม่เป็นภาษาของเด็กน้อยที่ดังขึ้นเรียกสติไว้ มาร์คถึงได้มองภาพสะท้อนในกระจกให้เห็นว่าด้านหลังเขายังมีเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่ง

 

ที่อยู่กับผู้หญิงอีกคน

ผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูกเขา

 

สายตาเขามองไล่ไปยังอีกคนที่นั่งข้างๆเด็กน้อย และเหมือนเธอจะรู้สึกว่าถูกมองอยู่ถึงได้ส่งสายตากลับมาผ่านกระจกในห้องพักนั้น

 

และเป็นแชยอนที่หลบตาไปก่อน

 

ร่างสูงที่ในอ้อมแขนแกร่งยกอุ้มตัวเด็กน้อยขึ้น  ด้วยทรงผมและการแต่งตัวของคนที่เป็นพ่อลูกกันบวกกับหญิงสาวข้างตัวที่ใบหน้าสะสวย คนในนั้นที่ได้เห็นภาพก็ได้แต่รู้สึกว่ามันเหมาะสมไปหมด

 

ในที่สุดทุกอย่างก็กำลังจะปิดฉากเรื่องวุ่นวายในชีวิตวงการบันเทิงที่เขาก้าวเข้ามา

 

พวกเขาสามคนถูกนั่งในที่ของแขกรับเชิญโดยมีพิธีกรนั่งตรงข้ามการบอกสัญญาณจากฝ่ายทีมงานพร้อมกับไฟสีแดงจากกล้องซึ่งมาร์ครับรู้ดีว่ามันคือการบันทึกแล้ว ทำให้เด็กหนุ่มต้องส่งรอยยิ้มจางๆออกมา

 

วันนี้ก็เป็นเกียรติอย่างมากที่เราได้รับการตอบรับจากคนที่ถือว่าเป็นหัวข้อให้ชาวเน็ตได้ถกเถียงกันอยู่นับหลายวันมาแล้วหลังจากประเด็นเก่ายังไม่จบก็มีประเด็นใหม่แทรกเข้ามาอีกจนคนเดากันไปสารพัด ล่าสุดตอนนี้ความจริงทุกอย่างจะถูกเปิดเผยที่นี่ที่แรก ที่เดียว ยินดีต้อนรับคุณมาร์คครับ!”

 

สวัสดีครับเด็กหนุ่มที่อุ้มร่างเด็กน้อยซึ่งยกแขนกอดคออยู่โค้งหัวให้พิธีกรและคนดูในขณะที่นั่งพร้อมกับหญิงสาวข้างๆตัว

 

แนะนำตัวกันหน่อยครับผม

 

สวัสดีครับผม มาร์คลีครับ ส่วนนี่ ลีจีซองครับ

 

ชื่อจีซองใช่เปล่าครับ ไหนหันหน้าให้ดูหน่อยหล่อเหมือนพ่อไหมพิธีกรเอ่ยทวนชื่อก่อนจะผายมือไปทางกล้องเป็นเชิงจะให้มาร์คอุ้มเด็กน้อยให้หันหน้าออกมา

 

บูบู้!”

 

เด็กน้อยที่ถูกจับนั่งบนตักแทนชูของเล่นในมือไปมาพร้อมกับทำเสียงตามประสาจนคนที่เห็นต้องยิ้มเอ็นดูเพราะความน่ารัก แต่เสียงพิธีกรที่เอ่ยขึ้นมาก็ทำให้ทุกคนต้องละความสนใจไปที่อื่นต่อ

 

แนะนำตัวเลยครับ

 

สายตาที่ส่งมายังผู้หญิงข้างตัวมาร์คทำให้เธอโค้งหัวรับก่อนจะเอ่ยขึ้นมา

 

สวัสดีค่ะ แชยอนค่ะ ลีแชยอน

 

อ่า คุณแชยอน! ที่นี่เรียกว่าเป็นที่แรกเลยใช่ไหมครับที่มาเปิดตัวครอบครัวที่นี่

 

ครับ ที่แรกเลยแล้วก็คงเป็นที่เดียวด้วย

 

คุณโดยองเขาแง้มๆนะครับว่า คุณมาร์คหวงจีซองมาก เหมือนจะไม่อยากพามาเท่าไหร่ นี่ต้องยอมที่เขาเกลี่ยกล่อมมาได้เลยนะครับ ไม่งั้นเสียดายมาก เจ้าหนูน่ารักจนไม่แปลกใจเลยเพราะคุณพ่อคุณแม่นี่หน้าตาดีทั้งคู่เลย

 

โหขอบคุณครับมาร์คผงกหัวให้คำชมของอีกคน

 

มันมีสิ่งที่ค่อนข้างคาใจใครหลายๆคนเลยว่า เอ๊ะ ลูกคุณมาร์คตัวเท่านี้แล้ว ทั้งที่เข้าวงการมาแค่ระยะเวลาเกือบๆสองเดือนได้เอง แบบนี้ก็คือ ต้องมีมาก่อนแล้ว ใช่หรือเปล่าครับ ไหนมันเป็นมายังไง

 

 

ครับมาร์คพยักหน้ารับคำถามจากพิธีกรก่อนจะส่งสายตามองไปยังที่กล้องสลับกับกระชับกอดตัวเด็กน้อยไว้ในอ้อมแขน

 

ผมมีจีซองก่อนที่จะได้มาทำงานตรงนี้ครับ แต่ช่วงนั้นมีเหตุจำเป็นจริงๆที่ผมตัดสินใจมารับงานตรงนี้ แล้วก็อย่างที่เคยชี้แจงไป ผมไม่อยากให้มีอะไรเป็นประเด็น เลยไม่อยากบอกใครเรื่องนี้ครับ

 

อ่า.. พอเข้าใจนะครับ จากที่เห็นตอนนี้ก็อยู่ด้วยกันสามคนพร้อมหน้าพร้อมตาเลย มันก็มีคนที่สงสัยจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร่วมกับอายุของทั้งสองคน ซึ่งคุณมาร์ค.. โอเคจะพูดแน่ๆใช่ไหมครับ

 

ปลายคำถามที่พิธีกรเอ่ยเสียงแผ่วพอให้เขาได้ยินพร้อมกับท่าทีเป็นห่วงทำให้มาร์คพยักหน้ารับแล้วยิ้มจางๆส่งไป โอเคครับ

 

ตั้งใจจะมีลูกหรือเปล่าครับ

 

มาร์ค..”แชยอนเอ่ยเสียงแผ่วมองมาที่เขา มาร์คหันไปสบตากับเธอตามเสียงเรียกก่อนจะหันไปมองยังกล้องเหมือนเดิม

 

 

ส่วนใหญ่ในอายุเท่านี้ของใครหลายๆคน เรื่องสร้างครอบครัวยังไม่มีใครพร้อมจะคิดเป็นจริงเป็นจังหรอกครับ มันเป็นวัยของการใช้ชีวิตวัยรุ่นถูกไหม

 

“…”

 

ผมเองก็เป็นคนส่วนใหญ่เหมือนกันครับ

 

“…”

 

ไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะมีในตอนนี้

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะ.. ผมใช้ชีวิตแบบไม่มีขอบเขตเกินไป นอกจากจะทำให้ตัวเองลำบากแล้ว ก็ทำให้คนใกล้ตัวแย่ไปด้วย

 

“…”

 

แต่ถึงอย่างนั้น

มาถึงตรงนี้แล้วผมก็ไม่เสียใจเลยนะที่มีจีซอง

 

พิธีกรพยักหน้ารับจนนิ่งไปสักพักเหมือนคิดอะไรอยู่ เขาเหลือบตามองสคริปท์ในมือสลับกับแขกรับเชิญก่อนจะตัดสินใจถามออกมา

 

อื้ม.. แบบนี้

 

“…”

 

ความสัมพันธ์ของคุณทั้งคู่ เป็นยังไงครับตั้งแต่มีจีซองมา เพราะว่าก็เป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ยังวัยรุ่นอยู่

 

จริงๆ-”

 

ก่อนหน้านี้พวกเราก็ผ่านช่วงแย่ๆกันมาค่ะเป็นแชยอนที่เอ่ยตอบขึ้นมาพวกเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน ปรับความเข้าใจกัน

 

“…”

 

มันก็เลย.. มีปัญหาหลายๆอย่าง โดยที่เราก็ผิดกันทั้งคู่ เพราะอายุที่ยังน้อย

 

ก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันเหรอครับ

 

พิธีกรทำหน้าแปลกใจก่อนจะหันมามองยังมาร์ค เขานิ่งไปครู่ใหญ่เมื่ออยู่ๆแชยอนก็เอ่ยตอบขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็พยักหน้ารับไปเมื่อมันเป็นความจริง

 

แล้วตอนนี้ได้ปรับความเข้าใจกันหรือยังครับ

 

ก็.. เข้าใจกันดีแล้วค่ะ

 

แบบนี้ก็มีโอกาสกลับมาอยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกด้วยใช่ไหมคำถามคุ้นหูที่ดังขึ้นแต่เหมือนจะผิดคาดไปหน่อยตั้งแต่แชยอนเลือกที่จะตอบคำถามออกมา

 

พิธีกรถามสิ่งที่มันไม่มีในสคริปท์

 

ก็-”

 

มีครับและทันทีที่แชยอนกำลังจะเอ่ยพูด มือหนาของมาร์คก็วางเข้าที่มือเรียวของผู้หญิงข้างๆ แชยอนชะงักกับท่าทางนั้นพร้อมกับคำตอบที่หยุดไปเพราะมาร์คตอบขึ้นแทน

 

เธอมองใบหน้าคมของอีกคนพร้อมกับรอยยิ้มที่แทบจะนับครั้งได้ตั้งแต่เกิดเรื่องทุกอย่างมา

 

การที่มาร์คตอบแบบนี้นั่นก็แปลว่า

มาร์คเลือกแล้ว

 

เราเป็นครอบครัวกันอยู่แล้ว

ในฐานะพ่อแม่ของจีซอง

 

“…”

 

แต่ในฐานะของคนรัก พวกเราไม่ใช่ครับ

 

กึก

 

สายตาคมที่จ้องกลับมาทำให้แชยอนชะงักจนสีหน้าที่มีแต่รอยยิ้มเมื่อครู่มันเกือบจะหายไป

 

ใช่

มาร์คเลือกแล้ว

 

 

มาร์คไม่เลือกเธอ

 

“เราเป็นพี่น้องกันได้ แล้วก็เป็นพ่อแม่ให้กับจีซองได้ ผมเชื่ออย่างนั้นนะ”

 

เชื่ออย่างนั้นเหรอ?

ถามเธอสักคำหรือยัง

 

สายตาที่มองกลับมาของแชยอนทำให้มาร์คพอเข้าใจว่าเธอรู้สึกยังไง

 

แต่เขาไม่ได้รักเธอ ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ

เขารู้สึกกับแจมิน

               

แต่เขาก็ไม่ได้อยากทอดทิ้งเธอหลังจากผ่านเรื่องแย่ๆมา

มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายแล้ว

 

บรรยากาศการสัมภาษณ์ทุกอย่างผ่านไปจนจบตามที่รายการกำหนด ทุกอย่างเสร็จสิ้นไปด้วยดีพร้อมกับประโยคปิดท้ายของมาร์ค

 

ผมขอโทษจริงๆนะครับ สำหรับคนที่สนับสนุนผมแล้วต้องทำให้ผิดหวัง แล้วก็ขอบคุณคนที่เข้าใจด้วย ผมขอบคุณมากๆ

และนี่ก็คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะทำงานตรงนี้แล้ว ผมขอบคุณทุกคนมากๆที่ให้โอกาสครับ ขอบคุณครับ

 

 

แต่ผิดกับแชยอน

เธอรู้สึกเหมือนโดนอะไรหนักๆฟาดเข้าที่หัวตั้งแต่คำพูดของมาร์คตรงนั้น และเธอก็ทำได้แค่ฝืนยิ้มจนกระทั่งรายการมันจบ

 

 

ทั้งที่เมื่อคืนมาร์คตอบเธอเหมือนกับว่า

เขาพร้อมที่จะกลับมา

แต่เปล่าเลย มันไม่ใช่เลย

 

 

ตลอดทางตั้งแต่อยู่ในรถจนถึงคอนโดที่เธอมาอาศัยใช้ชีวิตที่นี่มาได้หลายวันแล้วนั้น มีแต่ความเงียบ แชยอนไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเลย เหมือนกับมาร์คที่นั่งอยู่กับจีซองและตอบโดยองบ้างเวลาถูกเอ่ยถาม

 

และเธออึดอัด

 

จนกระทั่งทั้งมาร์คและเธอเข้ามาอยู่ในคอนโดแล้ว เธอคิดว่าเธอคงปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้

 

 

ที่มาร์คพูดออกไปแบบนั้น

มาร์คกำลังปฏิเสธเธอ

แล้วมันเจ็บกว่าโดนแจมินด่าตรงๆมากกว่าวันนั้นด้วยซ้ำ

 

 

ร่างสูงของเด็กหนุ่มที่เดินเข้าห้องไปพร้อมกับเด็กน้อยก่อนจะเดินออกมาพร้อมกับชุดของจีซองและผ้าเช็ดตัวเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ดีว่ามาร์คคงกำลังจะพาจีซองไปอาบน้ำ

 

พี่หิวหรือยังครับ

 

มาร์คเอ่ยถามในขณะที่กำลังเดินผ่านร่างของหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงโซฟา เธอจ้องใบหน้าคมของอีกคนกลับก่อนจะส่ายหัวเบาๆตอบไป

 

นี่มาร์คกำลังทำดีกับเธอเพราะอะไร

เพราะรู้สึกผิดอย่างเดียวหรือเปล่า

 

อยากกินอะไรบอกนะครับ พี่โทรสั่งก็ได้ เดี๋ยวผมเอาจีซองอาบน้ำก่อนมาร์คเอ่ยบอกก่อนจะอุ้มร่างเด็กน้อยเดินเข้าห้องน้ำไป และแชยอนก็มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกจุกๆในอก

 

 

ยิ่งมาร์คมาทำดีแบบนี้

ทั้งที่มาร์คไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอ

 

 

เธอควรทำยังไง

 

 

ดวงตาเรียวมองทางฝั่งห้องน้ำสลับกับโทรศัพท์ของอีกคนที่วางบนโต๊ะกลางห้องนั่งเล่น ฉับพลันความคิดในหัวที่มันเข้ามาพักใหญ่ก็เริ่มผลักดันให้เธอต้องตัดสินใจ

 

 

การที่มาร์คพูดเอาไว้แบบนั้น

มันก็หมายความว่า เราสองคนคงอยู่ตรงนี้ด้วยกันไม่ได้นาน

 

แน่นอน เธอเชื่อว่ามาร์คจะไม่ยอมยกจีซองให้เธอ

 

และที่มันทำให้เธอฉุกคิดได้เป็นเหตุผลสุดท้าย

มาร์ครู้สึกกับแจมิน

 

 

เธอยังไม่พร้อมจะห่างจีซองไป

และนี่ก็เป็นทางเลือกที่เธอจำเป็นต้องทำ

 

 

มือเรียวคว้าเข้าที่โทรศัพท์ของคนมีศักดิ์เป็นเจ้าของห้อง หน้าจอที่ไม่ได้ตั้งค่าล็อคเอาไว้ทำให้เธอสามารถเข้าไปในตัวเครื่องได้ง่าย รายชื่อเบอร์โทรศัพท์เรียงขึ้นมาตรงหน้า เธอเลื่อนหาเบอร์ที่ต้องการสลับกับมองทางฝั่งห้องน้ำด้วยแววตาหวาดระแวง

 

และทันทีที่เธอเจอ

 

มืออีกข้างก็หยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาเพื่อกดเบอร์นั้นไว้ในเครื่องของตน

 

 

ร่างเพรียวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเมื่อได้สิ่งที่ต้องการ และการพาตัวเองไปยังระเบียงก็เป็นที่ที่ปลอดภัยสุดที่เธอเลือกจะใช้มันทำอะไรบางอย่าง

 

 

ตาสวยมองจอโทรศัพท์อย่างชั่งใจอีกครั้ง

และเธอก็เลือกที่กดโทรออก

 

 

เสียงสัญญาณรอสายที่ค่อยๆดังขึ้นขยับขัดกับจังหวะหัวใจที่ถี่รัวของเธอ เธอยังมีเวลาที่จะเลือกว่าจะหยุดหรือเดินหน้าต่อได้ทันก่อนที่อีกคนจะรับ

 

 

แต่เธอเลือกแล้ว

 

 

“(สวัสดีครับ)”

 

 

เลือกที่จะทำแบบนี้

 

 

ออกมาเจอกันหน่อยได้ไหม

แจมิน




-19DADDY-

 

 

 

แจมินกำลังคิดว่าตัวเองบ้าที่อยู่ๆก็ตกลงยอมมาเจอกับผู้หญิงคนนี้ คนที่ทำให้เขาไม่ได้กลับไปเหยียบคอนโดของมาร์คในหลายวันที่ผ่านมา

 

ใบหน้าสวยที่เขาจดจำได้ดีนั้นนั่งอยู่มุมสุดของร้านพร้อมกับสวมหมวกบนหัว ขายาวก้าวเข้าไปอย่างใจเย็น ถึงแม้ลึกๆในใจเขามันแทบจะระเบิดทุกทีที่นึกถึงสิ่งที่เธอทำ

 

ทันทีที่ร่างของแจมินหยุดยืนอยู่กับที่นั่งฝั่งตรงข้ามเธอ หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะผายมือเป็นเชิงให้เขานั่งลง แน่นอนว่าเขารู้ว่าสีหน้าตัวเองมันเรียบนิ่งจนน่ากลัวมากแค่ไหน จากแววตาที่ดูประหม่าของอีกคน

 

 

จะสั่งอะไรหรือเปล่า-”

 

ไม่ล่ะครับ

 

แทบจะทันทีที่แชยอนเอ่ยขึ้นแจมินพูดตัดบทจนหญิงสาวชะงัก และเธอก็พยักหน้ารับเหมือนเข้าใจกับท่าทีของเด็กหนุ่มตรงหน้า แววตาเรียบนิ่งที่ส่งมานั้นไม่ฉายแววอะไรเลย แชยอนจ้องอีกคนอย่างพิจารณาก่อนจะยกมือตัวเองขึ้นมาประสานกันวางบนโต๊ะ

 

นายคงไม่อยากคุยกับพี่นาน

งั้นพี่จะไม่อ้อมค้อมนะ

 

แจมินจ้องหน้าอีกคนกลับในขณะที่หญิงสาวเอ่ยพูดแล้วมองตรงมาอย่างต้องการคำตอบจากเขา

 

มาร์คกับแจมิน

เป็นอะไรกันเหรอ?

 

แต่คำถามที่ดังออกมากลับทำให้แววตาที่สงบนิ่งมาตลอดของแจมินวูบไหว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคุมความรู้สึกตัวเองได้

 

ถามทำไมเหรอครับ

 

พี่แค่อยากแน่ใจว่าพี่ดูไม่ผิด

 

“…”

 

ว่าไง

 

ถ้านี่เป็นเหตุผลหลักที่นัดผมออกมาเจอ ผมอยากจะบอกว่าถามมาร์คคงง่ายกว่าครับ

แล้วพี่ก็คงมาเสียเที่ยวด้วยเพราะผมไม่มีคำตอบอะไรระหว่างความสัมพันธ์ของผมกับมาร์คให้

 

“…”

 

แค่นี้หรือเปล่าครับ ถ้าแค่นี้ผมจะได้ขอตัว-”

 

มาร์คเขาไม่เลือกพี่

 

เสียงที่เอ่ยขึ้นมาทำให้เด็กหนุ่มที่เกือบจะยันตัวลุกขึ้นชะงัก ตากลมเหลือบมองหญิงที่นั่งก้มหน้าอยู่ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมามองเขากลับพร้อมกับแววตาที่เขาคาดเดาความรู้สึกไม่ได้

 

เขากำลังไล่พี่ทางอ้อม ไม่ให้พี่อยู่กับจีซอง

 

“…”

 

แล้วพี่คิดว่าเขาก็จะไปหาแจมิน

 

พี่กำลังจะสื่อว่าผมทำให้พี่ไม่ได้อยู่กับจีซองเหรอ?”

 

“…”

 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้พี่ก็ทำให้ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเอง

 

“…”

 

อย่ามาโยนให้ผม

 

เด็กหนุ่มกดน้ำเสียงนั้นจนแชยอนเม้มริมฝีปากของเธอแน่นราวกับอดทนกับความรู้สึกของตัวเองอยู่

 

พี่ไม่ได้โยนให้แจมินนะ

 

“…”

 

แต่.. แจมินไม่สงสารจีซองเหรอ

 แจมินเลี้ยงจีซองมาแจมินไม่อยากให้จีซองมีครอบครัวที่สมบูรณ์เหรอ แค่นี้มันก็เป็นปมของจีซองแล้วที่เขามาเกิดในตอนที่พวกพี่อายุเท่านี้

พี่ไม่อยากทำเขาขาดอีกแล้ว

 

คำเอ่ยอ้างที่แจมินได้ยินจากหญิงสาวนั้นทำให้เด็กหนุ่มนั่งนิ่งพร้อมกับแววตาที่จ้องตรงไปยังหญิงสาว

 

พี่คิดดีแล้วครับ แต่ช้าไปแจมินเอ่ยขึ้นมาทันทีที่แชยอนพูดจบ

อีกอย่าง มาร์คเขาก็บอกแล้วว่าผมไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ พี่จะดึงผมเข้าไปอีกเหรอ

 

ไม่ พี่ไม่ได้ดึงแจมินนะ..”

แต่แจมินเกี่ยวจริงๆ

ถ้าไม่ใช่แจมินพี่ก็ไม่รู้จะขอมันกับใคร

 

ในเมื่อมาร์คไม่ให้มันกับเธอ

ก็มีแค่แจมินที่ให้ได้

 

ต่อจากนี้ให้เราได้อยู่เป็นครอบครัวได้ไหม

 

“…”

 

พี่อยากได้โอกาส

จริงๆนะแชยอนจ้องหน้าเด็กหนุ่มอีกคนอย่างขอร้อง

 

พี่ต้องการอะไร

 

“…”

 

พอแล้วได้ไหม

 

“…”

 

กับมาร์คน่ะ.. แจมินพอแค่นี้ได้ไหม

 

“…”

 

“..พี่ขอร้องแววตาที่เอ่อคลอด้วยน้ำใสจ้องมาอยู่อย่างนั้น

 

และเขาไม่ได้แพ้น้ำตาผู้หญิง

 

แล้วทำไมเขาต้องพอ?

ทำไมเขาต้องยอมตัดใจตัวเองเพื่อให้เธอได้อยู่กับจีซอง

ทำไมเขาต้องยอมทำอะไรเพื่อคนอื่น

 

                ใช่ ถ้าแชยอนเป็นใครก็ไม่รู้เขาไม่ลังเลเลยที่จะลุกออกไปโดยไม่สนใจคำขอร้องอะไรจากเธอ

               

                แต่เพราะเธอเป็นแม่ของจีซอง

                แม่ของเด็กที่แจมินก็รักเหมือนเป็นลูกตัวเองเหมือนกัน

 

                ดวงตากลมตวัดมองผู้หญิงที่นั่งตรงข้ามด้วยความรู้สึกที่มันตีเข้ามาในอก ถึงมันจะน่าหงุดหงิด แต่ตอนนี้เขารู้สึกเหนื่อยหน่ายกับทุกสิ่งทุกอย่างจนไม่ได้รู้สึกอารมณ์ขึ้นแล้วคุมตัวเองไม่อยู่กับคำพูดนั้น

 

               

 

อย่างแรกเลยนะ

ยังไงมาร์คไม่มีทางไล่ผู้หญิงที่เป็นแม่ของลูกเขาหรอก

 

แจมินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพร้อมกับจ้องตาของแชยอนกลับ

 

อย่างที่สอง

คนที่พี่ควรจะขอโอกาสน่ะ

“..คือมาร์ค ไม่ใช่ผม

 

ตอนที่พี่ทิ้งจีซองไว้กับมาร์ค มาร์คเหนื่อยมาก

 

“…”

 

ปัญหาร้อยแปดอย่างมันโถมเข้ามาตั้งเยอะ แต่มาร์คก็พยายามจะดูแลจีซองให้ดีที่สุดเท่านี่คนอย่างนั้นจะมีปัญญาทำ คนที่พี่ไม่เคยเชื่อว่าเขาจะรับผิดชอบชีวิตใครได้นั่นแหละ

“สองคนนั้นผ่านเรื่องแย่ๆกันมาเยอะ เรื่องแย่ๆที่พี่ทำให้มันใหญ่ขึ้นมา”

 

“…”

 

เพราะฉะนั้นคนที่พี่ควรไปขอโอกาสก็คือคนที่พี่ไม่ให้โอกาสเขาได้รับรู้อะไรเลยแต่แรกต่างหาก

 

แชยอนรู้สึกว่าน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ไม่ได้เจือด้วยอารมณ์ใดๆของแจมินนั้นมันกำลังบีบลมหายใจเธออย่างบอกไม่ถูก

 

แล้วที่มาขอให้ผมพอ

 ผมก็ไม่ได้ทำเพื่อใคร ผมทำให้ตัวเอง

 

“…”

 

แต่ที่ผมอยากบอก

จำเอาไว้ด้วยว่าวันนี้มาขอร้องผมยังไง

แล้วอย่าหันหลังให้เขาถ้าเขาลำบากอีก อย่าทำอะไรที่ตัวเองคิดไม่รอบคอบอีก

 

 

ริมฝีปากที่เอ่ยพูดออกมามากมายหยุดชะงักก่อนจะถอนลมหายใจออกมาแผ่วเบาอย่างพยายามประคองความรู้สึกตัวเองไว้

 

ใช้โอกาสนี้ให้มันดีแล้วกันครับ

 

จบประโยคที่พูดร่างโปร่งก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกมาทันทีโดยไม่ได้รอให้อีกฝ่ายเอ่ยตอบอะไรเลยด้วยซ้ำ

 

บางทีคนที่เห็นแก่ตัวอาจจะเป็นแจมินเองที่ไม่อยากฟังอะไร

แต่เขาผิดหรือไงที่จะเลือกทางที่ไม่ทำให้ตัวเองแย่กว่านี้

 

ไม่สิ

จริงๆเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเลือกทางไหนแล้วมันจะดีกว่ากัน

 

เพราะเลือกทางไหนเขาก็รู้สึกแย่

แย่ทุกทาง

 

 

 

 

-19DADDY-

 

 

 

มึง

แจม!”

 

เสียงตะโกนข้างหูของคนที่นั่งเรียนข้างๆทำให้แจมินหันใบหน้าเรียบนิ่งไปมองก่อนจะหมุนกลับมาจดจ่อกับสไลด์ที่อาจารย์เปิดสอนอยู่

 

อือ จะพูดอะไรก็พูดมา

 

เสียงนั้นเอ่ยเรียบนิ่งพร้อมกับปากกาในมือที่ถูกจับในท่าทางพร้อมเขียน แต่เปล่าเลย มันไม่มีตัวอักษรอะไรบนแผ่นกระดาษสักตัว และฮินะก็พอดูออก มองผ่านๆเหมือนอีกคนกำลังตั้งใจดูสไลด์

 

แต่จริงๆแจมินกำลังเหม่อ

 

มึงอึนๆมาหลายวันละนะ

แต่วันนี้หนักๆกว่า

 

เหรอ

 

เออแทบจะทันทีที่แจมินถามกลับฮินะก็โพล่งคำตอบให้โดยไม่ลังเล

 

ท่าทางที่ดูเหมือนวิญญาณไม่อยู่กับร่างของแจมินพาลให้เธอเห็นแล้วเป็นห่วง และถ้าให้ถามเจ้าตัวเอง ถ้ามันไม่อยากเล่ามันก็ไม่เล่า

 

เรื่องที่เพื่อนสนิทไม่อยู่คอนโดรุ่นพี่ที่รู้จักแล้วมาหมกอยู่กับเจโน่นี่เธอก็เพิ่งรู้หลังจากเห็นว่าสองคนนี้มาเรียนพร้อมกัน

 

ส่วนมีปัญหาอะไร

 

ฮินะเองก็ไม่อยากไปคาดคั้น เพราะดูจากท่าทางแล้วเขาก็ไม่ค่อยอยากถามให้แจมินลำบากใจเท่าไหร่ เลยได้แต่ตะล่อมถามนิดๆหน่อยๆ แล้วก็ได้แค่รออีกคนพร้อมบอกเอง

 

หลังจากโดนฮินะถามไปแบบนั้น แจมินก็เริ่มรู้สึกว่าสายตาเพื่อนสนิทตัวเองคอยลอบมองอยู่เป็นพักๆ เขาเลยพยายามรวบรวมสติให้มันจดจ่อกับสไลด์แล้วจดอะไรลงไปบ้างไม่ให้ดูน่าสงสัย

 

ถึงแม้เขาจะเผลอไปหลายทีจนเรียนไม่รู้เรื่องก็เถอะ

 

และตลอดคลาสจนจบนั้นแจมินก็ไม่รับรู้อะไรในวันนี้เลย ในหัวเขามันมีแต่เรื่องนั้น

 

เขาทำถูกแล้วหรือเปล่า

ที่จะปล่อยเรื่อองนั้นไปโดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว

 

 

เหริน!”

 

เสียงเรียกไกลๆที่ดังขึ้นมาเป็นชื่อเพื่อนในกลุ่มเขาทำให้แจมินหลุดจากภวังค์แล้วเบนสายตาไปมอง ร่างโปร่งของพี่หมิงฮ่าวที่แจมินจำได้ว่าเหรินจวิ้นสนิทแล้วก็ไปขลุกอยู่ด้วยในขณะที่เขามาอยู่กับเจโน่โผล่ขึ้นก่อนจะเดินกอดคอเจ้าของชื่อเอาไว้อย่างสนิทสนม

 

เฮ้ย ไปก่อนนะ

เหรินจวิ้นยกมือขึ้นเป็นเชิงบอกลาก่อนจะเดินออกไปตามแรงลากของคนเป็นพี่ แต่ก่อนที่สองคนนั้นจะหันไป เขากลับเห็นว่าสายตาของพี่หมิงฮ่าวส่งมามองเจโน่แปลกๆ

 

นั่นยิ่งพาลให้เขารู้สึกว่าตัวเองทำให้สองคนนี้ลำบากไปด้วยเพราะเรื่องที่มันเกิดขึ้น

 

แย่

แย่ไปหมดแล้ว

 

ระหว่างทางกลับหอของเขากับเจโน่มันเงียบกว่าปกติ ตั้งแต่เมื่อวานแจมินรู้สึกว่าพลังงานในตัวเขามันจะลดลงทุกครั้งที่พูด

 

 

เขาไม่ได้เหนื่อยกายอะไรสักนิด

แต่ใจมันล้าไปหมด

 

 

เหมือนเจโน่จะรับรู้ว่าอีกคนคงไม่อยากจะพูดอะไรเจ้าตัวเลยปล่อยให้แจมินอยู่กับความเงียบนั้นจนกว่าอีกคนจะยอมเอ่ยอะไรขึ้นเอง

บรรยากาศในห้องยังคงเงียบ แจมินนั่งหันหลังอยู่บนโต๊ะหนังสือของเหรินจวิ้นจนเจโน่ได้แต่เหลือบมองอย่างห่วงๆ

 

 

สภาพเป็นแบบนั้นคิดว่าจะอ่านหนังสือรู้เรื่องหรือไง

 

 

 

Rrrrrrrrrrrrrrr

 

 

แต่ยังไม่ทันที่เจโน่จะคิดไปมากกว่านั้นเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นก็พาให้เจ้าตัวต้องหยิบมันขึ้นมาก่อน แล้วเขาก็พอเห็นว่าแจมินหันเสี้ยวหน้ามาสนใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปเหมือนเดิม

 

 

ฮัลโหล

เดี๋ยวออกไป

 

เสียงทุ้มเอ่ยตอบคนในสายและแจมินก็ได้ยินมันดีถึงแม้เขาจะทำเหมือนกำลังตั้งใจดูหนังสืออยู่

 

แต่เปล่า

 

แจมินก็แค่ทำไปอย่างนั้น เขาทำไปเพราะยังไม่อยากคุยกับใคร

 

แจมิน

 

เจโน่เรียกเขาจากข้างหลังแต่แจมินไม่ได้หันไป เสียงหยิบของที่ดังขึ้นพร้อมเสียงเท้าเดินไปเดินมานั่นก็พอทำให้แจมินเดาได้ว่าเจโน่กำลังทำอะไร

 

เดี๋ยวเราไปข้างนอกนะ

ถ้ายังไม่หิวก็รอก่อน จะรีบกลับมากินข้าวด้วย

 

“…”

 

เจโน่ยังคงยืนอยู่แบบนั้นหลังจากพูดจบแต่ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมาจากแจมินนอกจากความเงียบ พอเห็นแบบนั้นแล้วเขาก็ได้แต่ยอมเดินออกไปเงียบๆให้แจมินได้อยู่กับตัวเองบ้างก็ยังดี

 

ปึก!

 

เสียงประตูห้องที่ปิดลงนั้นพาให้ดวงตากลมละจากการจดจ่อตัวอักษรบนแผ่นกระดาษที่มันไม่ได้เข้าไปในหัวเขาเลยสักนิด

 

เขาพยายามที่จะไม่นึกถึงไม่รับรู้ไม่มองหา

แต่ทุกอย่างของมาร์คกลับเข้ามาในความคิดของเขาไม่หยุดหย่อน

 

มันเหมือนการถามย้ำว่า

เขาเลือกที่จะหันหลังให้มาร์คแล้วจริงๆงั้นเหรอ?

 

แกร็ก

 

เสียงบิดประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปิด และแจมินก็พอจะรู้ว่าอีกคนเป็นใครถึงได้กล้าเปิดประตูห้องแล้วเดินเข้ามาแบบนี้

 

เจโน่คงลืมของ

 

เขาเลือกที่จะนั่งหันหลังอยู่แบบนั้นไม่อยากไปเผชิญหน้าอะไรแล้วก้มหน้าก้มตาทำเหมือนอ่านหนังสือต่อ

 

แต่ทว่า

บรรยากาศมันเงียบ

เงียบเกินไป



กึก!

 

ทันทีที่รู้สึกแบบนั้นร่างโปร่งก็ยืดตัวขึ้นเต็มความสูงจากเก้าอี้แล้วหันหน้าไปโดยไม่เสียเวลาคิด และทันทีที่สบตากับอีกคนแจมินก็รู้สึกว่าความชาวาบมันแล่นปราดเข้ามาทั้งตัว

 

อย่าไล่

 

“...”

 

อย่าเพิ่งไล่พี่

 

แววตาขอร้องนั้นส่งมาหาเขาพร้อมกับขายาวที่ค่อยๆก้าวเข้ามา และแจมินก็ก้าวเข้าไปหาอีกคนเหมือนกัน

 

แต่มันต่าง

 

ออกไป

 

“…”

 

ออกไปเถอะครับ

 

ทันทีที่แขนแกร่งแทบจะคว้าร่างของคนที่เขาคิดถึงแทบตายเข้ามาหามือบางก็ดันเข้าที่อกแกร่งพร้อมกับออกแรงผลักตัวต้อนเขาออกมาสุดแรงจนตัวมาร์คถอยหลังหลุดออกจากประตูห้องมาด้านนอก

 

มือเรียวคว้าเข้าที่ลูกบิดประตูทว่าความไวกว่าของคนเป็นพี่กลับวางทับแล้วออกแรงกระชากไว้ให้ประตูนั้นปิดลงไม่ได้

 

แจมิน! ฟังพี่หน่อยได้ไหม! กว่าพี่จะรอให้เราอยู่คนเดียวได้มันยากนะ

 

กึก

 

แรงดึงที่ยื้อแย่งกับอีกคนอยู่เมื่อครู่ของแจมินหยุดลงทันที ตากลมตวัดขึ้นมองใบหน้าที่ไม่ถูกปกปิด และทันทีที่ดวงตาประสานกันความรู้สึกที่มันตีขึ้นมาในอกก็ทำให้เขาต้องตีสีหน้าเรียบนิ่งออกไป

 

ถึงแม้จริงๆแจมินกำลังจะคุมตัวเองไว้ไม่ได้แล้วก็ตาม

 

แจมิน

พี่ขอโทษ

 

ผมเข้าใจ

 

มาร์คจ้องหน้าคนเป็นน้องที่เอ่ยตอบขึ้นมาจนอีกคนต้องก้มหน้าหลบสายตาเขาไป

 

ผมให้อภัย แล้วผมก็ขอโทษเหมือนกัน

 

“…”

 

แต่พี่กลับไปเหอะ

 

พี่จะกลับก็ต่อเมื่อเราคุยกันเข้าใจแล้ว

 

มาร์คเอ่ยสวนขึ้นทันทีกับสิ่งที่เขาตั้งใจเอาไว้ เปลือกตาบางของแจมินปิดลงพร้อมกับปล่อยลมหายใจออกมาเบาๆเหมือนกลัวว่าถ้าเขาพลาดหายใจแรงกว่านี้

 

เขาจะเก็บความรู้สึกที่มันค้างคาในใจตัวเองไม่ได้

 

 

พี่

พี่เป็นพ่อคนแล้วนะ

 

“…

 

จะทำอะไร ต้องนึกถึงจีซองเข้าไว้มากๆดิ

ผมว่าชีวิตพี่มันวุ่นวายมามากพอแล้ว มันควรจะสงบสักที

 

“…”

 

ให้จีซองเขามีแม่มีครอบครัวแบบที่เขาควรจะมีเถอะครับ

 

แจมิน เรากำลังจะบอกอะไร

 

มาร์คขมวดคิ้วมุ่นกับประโยคที่อีกคนเอ่ยขึ้นมา ก้อนเนื้อในอกมันเต้นรัวจนเขากลัวว่ามันหลุดออกเพราะคำพูดแปลกๆนั่น คำพูดที่พาให้เขาคิดอะไรบางอย่างที่เขาไม่อยากให้เป็น

 

พี่

 

“…”

 

เราพอกันแค่นี้เถอะ

 

“ไม่ดิ”

 

มันต้องไม่ใช่แบบนี้ดิ ที่เขามาวันนี้เขาไม่ได้ต้องการคำแบบนี้จากปากแจมิน เขาอยากมาคุยมาปรับความเข้าใจกับเรื่องทุกอย่าง มันจะเป็นแบบนี้ได้ยังไง

 

 

ตัดเรื่องของผมออกไปมันง่ายแล้วก็ดีที่สุดแล้ว ดีทั้งครอบครัวพี่เอง ดีทั้งกับจีซอง

 

แจมิน ไม่เอาดิ

ไม่เป็นแบบนี้ไม่ได้เหรอ

 

ไม่ได้

 

“…”

 

ทุกสิ่งทุกอย่างตอนนี้มันมีแค่เรื่องของพี่กับเขา เรื่องของครอบครัวพี่แล้ว

มันไม่เกี่ยวอะไรกับผมอีกแล้วครับ

 

แต่ที่พี่ทำตอนนี้  มาหาเราตอนนี้ไม่ใช่ว่าพี่ไม่นึกถึงจีซอง

 

“…”

 

แต่พี่นึกถึงเราเปล่าวะ

เพราะคนที่ทำให้พี่รู้สึก คนที่อยู่ข้างกันมาตลอดมันคือเราอ่ะ

 

พี่มาร์ค อย่าทำแบบนี้

 

“…”

 

อย่าทิ้งพี่แชยอน

เขาเป็นผู้หญิงเป็นแม่ของลูกพี่

 

“…”

 

พี่ก็บอกเองไม่ใช่เหรอ

 

ประโยคคุ้นหูถูกหยิบยกขึ้นมาราวกับแจมินจะตอกย้ำให้เขาไม่ลืมในคำพูดตัวเอง มือเรียวที่ถูกฝ่ามือเขาวางทับไว้บนลูกบิดประตูขยับดึงออกก่อนจะเปลี่ยนมาแตะหลังมือเขา ดวงตากลมก้มมองมันก่อนจะค่อยๆแกะออก

 

จีซองน่ะ สมควรจะได้รับอะไรที่ดีๆ

 

“…”

 

ซึ่งผมรู้ว่าพี่เก่ง พี่พยายามทำมาโดยตลอด

 

“…”

 

เพราะฉะนั้น ตอนนี้มันก็แค่ พี่ทำของพี่เหมือนเดิม เลือกทางที่ดีที่สุดให้เขา

 

“…”

 

และนี่ก็เป็นอย่างสุดท้ายแล้วที่ผมจะช่วยทำมันให้จีซองกับพี่

 

 

พี่”

               

               

 

                “เราพอกันแค่นี้นะ”

 

 

ปึก!

 

            ทันทีที่ริมฝีปากบางพูดมันจบมือเรียวที่จับกับมือเขาไว้ก็ปล่อยออกพร้อมกับดันมันให้มาอยู่ข้างตัวของเจ้าของมันก่อนที่ประตูนั้นจะถูกปิดไป

 

                มาร์คยืนนิ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับสายตาที่ยังคงค้างอยู่กับบานประตูนั้นราวกับว่ามันยังเปิดอยู่

 

ทุกอย่างมัน..

จบแล้วเหรอ?

 

อะไรคือทางที่ดีสุดของพวกเรา

 

ทางเลือกของมาร์คคือแจมิน

แต่ทำไมทางเลือกของแจมินถึงไม่ใช่เขา

 

ทำไม

 

 

-19DADDY-

 

 

 

ปึก!

กริ๊ก

                แรงประตูที่ถูกกระชากปิดถูกล็อคกลอนลงก่อนที่มือบางจะยกขึ้นกุมเข้าที่หัวตัวเองอย่างพยายามคุมสติ

 

เขาทำมันไปแล้ว

เขาพูดมันกับมาร์คไปแล้ว

 

                เขาควรจบกับมาร์คแบบนี้  ไม่ดิ จะเรียกจบมันก็ยังพูดไม่เต็มปากเลยด้วยซ้ำในเมื่อเขาสองคน

 

ยังไม่ได้เริ่มอะไรกันเลย

 

                เขาแทบจะไม่ได้มองหน้ามาร์คชัดๆเลยด้วยซ้ำ แม่งแย่ แย่กว่าที่คิด แต่แจมินไม่อยากดันทุรังต่อให้ตัวเองรู้สึกแย่ไปกว่านี้แล้ว

 

แต่ทำไมรู้สึกว่าเลือกแบบนี้แล้วมันแย่กว่าก็ไม่รู้

 

                ร่างโปร่งทิ้งตัวยืนพิงประตูอยู่อย่างนั้นพร้อมกับฝ่ามือสองข้างที่ยกขึ้นมาปิดตาของตัวเองเอาไว้ เขาไม่อยากจะร้องไห้ ไม่อยากจะเสียใจกับเรื่องที่เขาตัดสินใจแบบนี้เอง

 

แต่เหมือนเขาจะทำไม่ได้

ทั้งที่ทำเพื่อตัวเองแท้ๆ

 

แล้วทำไมเขาถึงมาเสียใจอยู่แบบนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

               

 

 

-19DADDY-

 

 

 

 

บางทีมาร์คก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นจริง

ของทุกอย่างของแจมินยังอยู่ที่นี่

 

แต่เจ้าของไม่ได้อยู่แล้ว

 

เขาไม่รู้วันรู้เวลาเท่าไหร่แต่ก็คิดว่ามันผ่านมาหลายวันพอสมควร

 

กับคำถามที่ยังอยู่ในหัว

นี่เขากับแจมินจบกันแล้วเหรอ?

 

มาร์ค

มาร์ค

 

ไปแต่งตัวไปจะได้ออกไปกินข้าวกัน

 

เป็นแชยอนที่วางมือแตะลงบนไหล่ของมาร์ค เด็กหนุ่มเหลือบสายตาขึ้นมามองเธอก่อนจะพยักหน้ารับแล้วลุกออกไปโดยไม่พูดอะไร

 

แผ่นหลังกว้างนั้นผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำและเธอก็มองตามมันด้วยความรู้สึกที่อึดอัด

 

เธอรู้ว่ามาร์คเป็นแบบนี้เพราะอะไร

แต่ในเมื่อมาร์คไม่พูดออกมา

เธอก็ไม่คิดจะพูดมันเหมือนกัน

 

ตั้งแต่ที่เรื่องวันนั้นผ่านมา เธอรู้แค่ว่ามาร์คไปหาแจมิน

 

และ

 

แจมินเลือกที่จะไม่ข้องเกี่ยวอะไรกับมาร์คอีก

 

มันเหมือนจะดีที่มันเป็นตามที่เธอเคยต้องการ แต่เปล่าเลย มาร์คไม่ได้สนใจเธอมากขึ้น หลายๆอย่างที่เป็นเหมือนมาร์คทำเพราะรู้สึกผิดและให้เกียรติเธอในฐานะแม่ของจีซองแค่นั้น

 

แต่นั่นแหละ

ยิ่งมาร์คดีกับเธอ ครอบครัวมาร์คดีกับเธอ

เธอกลับรู้สึกอึดอัด

 

มีเพียงจีซองที่ยังเป็นที่พึ่งทางใจให้เธอกล้าอยู่ตรงนี้ต่อ แต่ก็เพียงบางที ถึงแม้จะหวังลึกๆว่าความสัมพันธ์ของเธอกับมาร์คจะดีขึ้นกันบ้าง

 

แต่มันกลับยิ่งดูห่างมากกว่าเดิมเหมือนแค่คนอยู่ร่วมกันไปวันๆเฉยๆเท่านั้น

 

 

สเตฟ ยูว่าเราควรมีบ้านที่เกาหลีไหม

นึกอะไรถึงพูดเนี่ยจอห์น

ครอบครัวเราใหญ่ขึ้นนี่

 

 

เสียงพูดคุยจากฝั่งเบาะหน้าพาให้สเตฟานี่หันมายิ้มให้กับแชยอนที่นั่งอยู่ด้านหลัง แต่ระยะห่างที่เว้นว่างนั้นก็ไม่ได้หลุดรอดสายตาเธอไป

 

มาร์คนั่งอยู่อีกมุมประตูรถ ใบหน้าที่ดูเรียบนิ่งส่งสายตามองออกนอกกระจกเงียบๆและเธอก็พอสังเกตมาในหลายๆวันแล้วว่าลูกชายคนเล็กของเธอดูแปลกไป

 

ไม่สิ

ไม่ใช่แค่ลูกชายเธอ

ลูกชายของเธอกับแชยอนต่างหาก

 

ไอว่าจีซองตาเหมือนไอนะ

ยูเกี่ยวอะไรเนี่ยสเตฟ ไอว่าเหมือนแชยอนนะ

ก็ไอเป็นแม่มาร์ค หลานจะคล้ายไอบ้างไม่ได้หรือไง เนอะจีซองเนอะ

 

ถึงแม้ว่าเธอจะแกล้งพูดประโยคที่มีชื่อลูกชายขึ้นมาบ้างแต่มาร์คก็ไม่ได้มีท่าทีจะเข้าร่วมบทสนทนาเลยสักนิด

 

โอเค

เธอว่ามันมากไป

มาร์คกำลังผิดปกติ

 

 

มาร์คยังคงดูไร้วิญญาณจนกระทั่งมาอยู่บนโต๊ะอาหาร ถึงแม้เธอจะพยายามเลือกที่ฝั่งเดียวกับลูกชายคนโต เพื่อให้สองคนนั้นนั่งข้างกันแต่มันก็ดูน่าอึดอัดไปหมด

 

มา!”

 

สองแขนของเด็กน้อยที่อยู่บนตักของสเตฟานี่ยกขึ้นแล้วมองไปยังคนเป็นแม่ เห็นอย่างนั้นเด็กหนุ่มที่ไม่พูดไม่จามาตลอดก็ขยับตัวเดินไปรับไอ้ตัวเล็กก่อนจะอุ้มพาตัวมายังคนที่จีซองต้องการ

 

ถึงแม้นี่จะเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่ผ่านมาที่มาร์คดูจะหืออือแต่นั่นก็ยังพาให้เธอรู้สึกแปลกๆอยู่ดี

 

ทุกคนบนโต๊ะอาหารยกเว้นมาร์คพูดคุยกันบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็คงเป็นเธอกับจอห์นนี่ที่พยายามทำให้บรรยากาศมันไม่เงียบ อาหารบนจานมาร์คดูพร่องไปช้ากว่าคนอื่น และเธอก็แอบเห็นว่าแชยอนดูจะมีสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่

 

ไม่อร่อยเหรอมาร์ค

 

คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะส่ายหัวเป็นคำตอบ ถึงแม้ใบหน้ากับท่าทางจะแสดงในสิ่งที่ตรงข้ามกันก็เถอะ แต่สเตฟานี่ก็ได้แต่พยักหน้ารับก่อนจะตักอาหารตรงกลางให้แชยอนพลางยิ้มบางๆส่งไป

 

ทานเยอะๆ เดี๋ยวยูผอมแล้วเลี้ยงจีซองไม่ไหวนะ

ขอบคุณค่ะ

 

แชยอนได้แต่พยักหน้ารับพลางยิ้มบางๆส่งให้ จนสุดท้ายบรรยากาศหน้าอึดอัดตรงนี้ก็จบลงหลังจากทุกคนทานอาหารกันเสร็จแล้วสเตฟานี่ก็ออกปากชวนเธอไปเดินเล่นแยกกับมาร์คและจอห์นนี่ โดยที่จีซองก็ถูกมาร์คพาไปด้วย

 

อาทิตย์หน้าไอจะกลับแคนาดาแล้วแหละ นี่ก็กำลังคิดอยู่ว่าจะคุยกับมาร์คกับยูเรื่องจีซอง พวกยูยังต้องเรียนให้จีซองมาอยู่กับไอก่อนดีไหม

 

“…”

 

หนูคิดว่ายังไง

 

แชยอนชะงักกับสิ่งที่ได้ยินไปครู่หนึ่งจนสเตฟานี่รู้สึกได้ถึงหันมาถามซ้ำอีกครั้ง สีหน้ากระอักกระอ่วนของแชยอนที่เธอเห็นอยู่หลายๆครั้งฉายออกมาชัดจนเธอพอจะเดาออกว่าอีกคนรู้สึกยังไง

 

มือเรียวของคนโตกว่านั้นยกเกลี่ยไรผมของเด็กสาวเบาๆก่อนจะค่อยๆเอ่ยถาม

 

ช่วงนี้มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า

บอกไอได้นะ

 

ไม่มีอะไรค่ะ แค่มีเรื่องให้คิดเยอะนิดหน่อย

 

แชยอนเอ่ยตอบก่อนจะพยายามยิ้มจางๆให้ แต่เธอดูออกว่ายังไงมันก็ฝืน

 

จริงๆหลายวันที่ผ่านมานี่ ไอรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆระหว่างพวกยูสองคนนะ

 

“…”

 

อะไรที่ไอก็เคยผ่านมาเหมือนกัน

ไอกับพ่อของจอห์นและมาร์ค

 

ดวงตาเรียวรีขยับมองใบหน้าที่ดูเหมือนนึกคิดเรื่องอะไรบางอย่างอยู่ของคนอายุมากกว่า แต่เมื่อเจอสิ่งที่สเตฟานี่ถามมาเธอก็รู้ตัวเลยว่าสีหน้าเธอคงแสดงออกไปชัดว่ากำลังรู้สึกอะไร

 

ยูรักมาร์คไหมแชยอน

 

ใช่ นี่เป็นสิ่งที่เธอพยายามให้คำตอบกับตัวเองว่า เราจะกลับมารักกันได้ถ้าอยู่ด้วยกัน แต่มันดูไม่มีทางเลย

 

ไอไม่ได้ถามให้ยูตอบนะ แค่..”

“..ลองเอาไปคิดทบทวนดู

 

ดวงตาสวยหลุบลงตั้งแต่เจอคำถามแบบนั้นจนสเตฟานี่สังเกตได้

 

มันก็มีหลายคู่นะที่มีความรักกันตั้งแต่วัยรุ่นแล้วมันยืนยาวมาจนมีครอบครัวจนแก่เฒ่าด้วยกันได้ แต่มันก็มีหลายๆคู่เหมือนกันที่ก็มีความรักในวัยรุ่นแล้วคิดว่ามันจะมั่นคงจนทุ่มอะไรไปเยอะ

 

“…”

 

สุดท้ายมันก็.. พัง

แบบไอ

 

สเตฟานี่ยักไหล่ราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่เฉยๆทั้งๆที่เธอก็เจ็บปวดกับมันมามากพอสมควร แต่เธอผ่านมาแล้ว

 

ตอนนั้นที่ไอมีจอห์น อายุเราก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่ นี่.. จอห์นกับมาร์คยังไม่เคยรู้เลยนะ

 

เธอหัวเราะเบาๆก่อนจะเอ่ยเล่าต่อในขณะที่มือก็ยกจับกับมือของเด็กสาวไว้ในขณะที่เดินไปด้วย

 

ตอนนั้นกับพ่อของสองคนนั้น พูดตรงๆว่าก็พลาดนั่นแหละ แต่ไอก็ไม่ได้เสียใจเพราะไอคิดว่าเรารักกันมากพอที่จะผ่านเวลาตอนนั้นไปได้ แล้วมันก็ใช่

แต่ไม่นานเท่าไหร่

มันไม่ได้มั่นคงอะไรขนาดนั้น.. ไม่มีอะไรมั่นคง

 

เขามีคนอื่น และ ตอนแรกไอทนที่จะอยู่เพราะตอนนั้นกำลังมีมาร์คในเวลาสามสี่ปีหลังจากมีจอห์นนี่

 

“…”

 

แต่มันแย่มากที่ไอต้องผ่านแต่ละวันไปกับเขาแบบไม่มีความสุข กับการอยู่กับคนที่เขาไม่ได้รักแล้วก็ใช้ชีวิตด้วยกันไปอย่างนั้นเฉยๆเพราะอยากให้ครอบครัวเป็นครอบครัวแล้วก็หวังว่าเขาจะคิดได้น่ะ

“…”

ไอไม่รู้ว่าไอปล่อยให้สุขภาพจิตตัวเองแย่จนพามาร์คที่อยู่ในท้องป่วยไปด้วยได้ยังไง แต่พอเกิดแบบนั้นขึ้นมาไอว่าไอไม่ไหว

สุดท้ายก็.. หย่ากัน  แล้วมันก็มีความสุขกว่าจริงๆนะ ถึงช่วงแรกมันจะลำบากสักหน่อย แต่ผ่านมาแล้วไอว่าไอเข้มแข็งขึ้นเยอะ

 

“…”

 

แชยอน ไอรู้ว่าช่วงเวลาที่ยูเคยผ่านมามันลำบาก.. ไอเข้าใจดี

เห็นสีหน้ายูแต่ละครั้งเวลาอยู่กับมาร์คแล้วไอไม่สบายใจเลย แต่มันก็อยู่ที่พวกยูสองคนนะ

 

แต่ไออยากจะบอกว่า

ไม่ว่าอนาคตพวกยูจะตัดสินใจกันยังไง ยูก็ยังเป็นแม่จีซอง และ..”

เป็นลูกสาวของไอด้วย

 

ทันทีที่จบประโยคของสเตฟานี่ แชยอนกำลังรู้สึกว่าสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตเธอรวมกับสิ่งที่เธอกำลังทนทำอยู่มันก็จุกเข้าในอก ตาสวยขยับมองใบหน้าของอีกคนพลันไล่ไปมองยังมือเรียวที่กอบกุมมือเธอไว้ และสเตฟานี่ก็ยกมือขึ้นมาพร้อมกับทับมืออีกข้างลงไป

 

 

“ถ้าทุกอย่างมันผ่านไป ยูจะเข้มแข็งขึ้นนะ”

 

 

เจอแบบนี้มันทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจขึ้น

แต่ในขณะเดียวกันความรู้สึกผิดก็โถมเข้ามาในอกเธอเช่นกัน

 

 

และมันทำให้เธอคิดว่าทางเลือกที่เธอกำลังทำอยู่ตอนนี้มันไม่ได้ทำให้เธอสบายใจเลย

 

 

สุดท้ายเธอก็ขอตัวมาเข้าห้องน้ำคนเดียวด้วยความรู้สึกแย่ๆและกำลังคิดว่าควบคุมมันไม่ได้

 

 

เธอเดินหน้ามาขนาดนี้มันยากจะถอยกลับ

แต่เธอคิดว่ามันก็ยังทัน เธอไม่อยากรู้สึกผิดไปมากกว่านี้กับใครทั้งนั้น

ยิ่งกับสเตฟ

ที่ไม่เคยทำท่าทางรังเกียจหรือไม่พอใจเธอเลย

 

สุดท้ายมือเรียวก็คว้าเอาโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดไปยังเบอร์ๆหนึ่งที่ช่วงนี้ไม่ได้ติดต่อกันมาสักพักจากเรื่องที่เกิดขึ้น

 

ความหวั่นใจลึกๆว่าอีกคนจะไม่พอใจมันมีขึ้นมา

แต่เธอไม่ไหวแล้ว

 

“(คุยได้หรือไงถึงโทรมา)”

 

ฮึก

 

“(เป็นอะไร ใครทำอะไร)”

 

แชยอนคิดว่าเธออ่อนแออีกแล้ว แล้วก็ร้องไห้อีกจนได้ยิ่งได้ยินเสียงอีกคนในสายด้วย

 

ไม่ทำแล้วได้ไหม

 

“(เป็นอะไร)”

 

อึก.. พี่ไม่ไหวแล้ว ยิ่งทุกคนดีกับพี่พี่ยิ่งรู้สึกผิด ไม่อยากทำแบบนี้แล้ว

 

“(เรามาไกลกันแล้วนะ)”

 

ให้มันไกลแค่นี้พอได้ไหม พี่รู้สึกแย่มันแย่ไปหมดแล้ว เราทำทุกอย่างแย่เกินไปแล้วนะ

 

“(…)”

 

พอกันไหม แล้วบอกความจริง

 

“(ไม่ นี่พี่กำลังไม่เชื่อผมอีกแล้วนะ)”

 

ฮึก พี่รู้ว่าครั้งนั้นมันแย่ที่ไม่เชื่อ แต่นี่มันไม่เหมือนกันนะ ครั้งนี้มันพังเกินไป มันไม่ใช่แค่มาร์ค อึก แจมินก็ด้วย ยิ่งครอบครัวมาร์คดีกับพี่พี่ไม่อยากทำ

ไม่อยากทำลายความรู้สึกใครแล้ว





 

ไม่อยากทำแบบนี้แล้วเจโน่





- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

-19 DADDY –



 ขอโทษที่มาช้าฮับตอนนี้มันฮือๆ แย่ๆ

ตอนเริ่มต้นมันเป็นตอนต่อเนื่องจากตอนก่อนถ้าใครอ่านตอนก่อนแล้วมาอ่านต่อก็จะดีเลยค่ะแต่อ่านตอนนี้เลยก็ด้าย

จะชี้แจงว่าเราใช้นามสกุลตัวละครตามครอบครัวและตัวหลักนะคะ

เพราะฉะนั้นนามสกุลในตัวจริงจะไม่ได้เชื่อมโยงอะไรในเรื่องนี้ขออิงนามสกุลตามที่บอก

แต่ใครครอบครัวใครก็อ่าเดี๋ยวจะได้รู้แล้ว ตอนนี้มันจะบู้มแล้ว

กุ้ดไนท์คนที่มาอ่านก่อนนอนฮับ


ทอล์ครอบ 2


แง่ร้อยเปอร์แล้ว รู้อะไรแล้วด้วย

ขอโทษที่มาอัพช้าค้าบ แล้วเค้าขอบคุณม้ากที่ฮือเข้าใจกัน T_T

ตอนนั้นไม่สบายใจพออ่านทุกคอมเม้นแล้วโอเคสบายใจขึ้นจริงๆค่ะ

ยิ่งเจอคอมเม้นนึงที่บอกว่าตัวละครทุกตัวรอให้ความจริงเปิดเผยอยู่เรารู้สึกแบบเฮ้ยชอบชอบมาก

รู้สึกขยันพิมพ์เลย เดี๋ยวอะไรๆต่อจากนี้มันจะคลายแล้ว นั่นก็แปลว่าใกล้แล้วใกล้จบแล้ว เย่ะ

มาดึกอีกเหมือนเดิม ยังไงก็กุ้ดไนท์ค้าบทุกคน



ฝากแท็ก #แด๊ดดี้มาร์คลี ด้วยนะฮับ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 180 ครั้ง

4,529 ความคิดเห็น

  1. #4529 CRJ1012 (@CRJ1012) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 22:02
    ผิดหวังอะ
    #4529
    0
  2. #4524 Divaview (@Divaview) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 00:36
    โกรธมากนะผิดหวังจริงๆ
    #4524
    0
  3. #4511 jieun28 (@jieun28) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 21:51
    ว๊อทททททท!!!!
    #4511
    0
  4. #4486 rain_18 (@rain_18) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 10:53
    ว่าแล้วอิโน่
    #4486
    0
  5. #4461 Pony C (@amzeenkakkak) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 18:29
    ยอมรับว่าเป็นเรื่องแรกที่ไม่ชอบเจโน่มากๆ อ่านมากี่รอบเข้าใจทุกปมของตัวละครแต่เราก็ยังไม่ชอบ ;-; เจนแม่ขอโทษลูกกกก
    #4461
    0
  6. #4452 xq779 (@xq779) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 00:26
    เจโน่ยูหยุดเดี๋ยวนี้เลยน้าาาาาาาา
    #4452
    0
  7. #4446 KritchayaDonsing (@KritchayaDonsing) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 21:22
    ชั้นว่าแล้ว...
    #4446
    0
  8. #4423 itsnotsn (@snyjx) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 16:00
    .... พีค
    #4423
    0
  9. #4421 Tokoyai (@tokoyai) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 17:14
    ว่าแล้ววววว -โนนนนนน่
    #4421
    0
  10. #4416 nayanaaaaa (@nayanaaaaa) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:28
    แย่ที่สุด!!!!!!!!!!!!!!!! เกร้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #4416
    0
  11. #4409 FrIeNdLyYy (@FrIeNdLyYy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 22:18
    เดี๊ยววววว เจโน่!? 😱😱😱😱
    #4409
    0
  12. #4404 yuri_miko (@yuri_miko) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 19:51
    อ่า...จริง ๆ ก็สังหรณ์​ใจมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่คิดว่าโลกคงไม่กลมขนาดนี้หรอก หึ
    #4404
    0
  13. #4392 youngqueenDD (@yongqueenDD) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 02:32
    เจโน่ เอ็ง!
    #4392
    0
  14. #4382 strengthong (@ritjang-zizi) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 20:33
    เห้ย เจโน่ถามจริง นี่ลูกนายกับแชยอนหรอ??!!!!????
    #4382
    0
  15. #4376 arryftyou (@arryftyou) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 07:23
    แอบคิดไว้นิดนึงว่าคือเจโน่

    แล้วใช่จริงด้วย!!
    #4376
    0
  16. #4364 pphl. (@_Little_me) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 15:44
    เพิ่งได้อ่านเรื่องนี้ เราอ่านรวดเดียวเลย ชอบคาแรคเตอร์ของสเตฟมากๆ สเตฟคือแม่จริงๆ เป็นแม่ที่เป็นที่พึ่งให้กับทุกคนรวมถึงแชยอน ชอบที่สเตฟพยายามจะเข้าใจทั้งมาร์คทั้งแชยอนที่ผิดพลาดกันทั้งคู่แล้วไม่เกลียดแชยอน เราชอบตอนที่สเตฟคุยกับแชยอนมากๆ จากที่มาร์คเคยบอกว่าแชยอนไม่มีทั้งพ่อและแม่ รู้สึกเหมือนมีที่พึ่งทางใจให้กับแชยอน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเราก็รู้สึกว่าแชยอนไม่ได้ร้ายและแชยอนเองก็ลำบากมามาก นางอาจจะทำผิดพลาดแต่ก็มีเหตุผลของนาง ไรท์เก่งมากที่สร้างตัวละครทุกตัวให้มีเหตุผล ไม่มีใครถูกทั้งหมด ทุกคนทำผิดพลาดกันทั้งนั้น
    #4364
    0
  17. #4353 mmyu24 (@mmyu24) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 18:20
    อห ห้วร้อนไปเลย
    #4353
    0
  18. #4331 Theeeearthhhh (@MickeyBarebare) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 21:46
    พีค!!!!
    #4331
    0
  19. #4318 FA_WK (@fangylovely) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 19:25
    ช็อค....
    #4318
    0
  20. #4308 เคเฮชเย็นเย็น (@loveddie) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 16:40
    โคตรพีคคคคคค
    #4308
    0
  21. #4277 มหีนน (@-BYUNNAT) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 23:26
    นั่นไงกุว่าแร้ววววววววววววว
    #4277
    0
  22. #4163 jaxxh.BD (@zofield) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 09:43
    เจโน่!!!!!! อะไรวะเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยย
    #4163
    0
  23. #4140 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 06:25
    กุมหัว
    #4140
    0
  24. #4132 SoRa ^_^ (@puntiti) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 14:44
    อหๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจโน่โว้ยยยยยยยย
    #4132
    0
  25. #4115 My Little G. (@199012001) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 04:21
    สรุปเจโน่เป็นพ่อ
    #4115
    0