( nct ) - 19 daddy #markmin

ตอนที่ 20 : 18 : ความสับสน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,648
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 195 ครั้ง
    1 มี.ค. 60





18 : ความสับสน








แจมินเดินออกไปแล้ว

 

และมาร์คก็ได้แต่มองตามแผ่นหลังบางๆนั้นลับตาไปด้วยความรู้สึกที่แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้จะจัดการยังไง

 

เขาก้มหัวลงมองพื้นห้องก่อนจะหลับตาลงเมื่อรับรู้ว่าปัญหาทุกอย่างมันยังคงค้างคาอยู่

 

 

และที่แย่ไปกว่านั้น

คือมันเพิ่มขึ้น

 

 

ตาคมเปิดมองปลายเท้าตัวเองก่อนจะไล่สายตาไปตามพื้นห้อง และเขาก็หยุดมันลงกับปลายเท้าของอีกคนที่อยู่ใกล้ๆกัน

 

 

นี่มันเป็นเรื่องจริง

พี่แชยอนอยู่ตรงนี้จริงๆ

 

 

อึก

 

มาร์คเงยหน้าขึ้นมองไปยังต้นเสียงของเด็กน้อยที่สะอื้นอยู่ แต่เขากลับไม่ได้มองเห็นใบหน้าของจีซอง

 

 

เขามองเห็นแววตาแดงก่ำของคนที่อุ้มจีซองอยู่แทน

 

 

ไม่ได้มีใครหลบตาใคร มาร์คยังคงสบตากับแชยอนอยู่แบบนั้นและเธอเองก็มองกลับมาที่เขาเหมือนกัน

 

 

มาร์ค-”

 

 

ผมขออยู่คนเดียวก่อน

 

 

ทันทีที่ริมฝีปากสวยขยับพูด เสียงทุ้มก็เอ่ยตัดขึ้นมาจนเธอชะงัก มาร์คพรูลมหายใจออกมาพร้อมกับสีหน้าที่ดูเหนื่อยล้า และแชยอนก็พยักหน้ารับพร้อมกับกระชับกอดลูกชายที่อยู่ในอกเธอไว้แน่น

 

สายตาคมมองร่างของจีซองที่ยกแขนกอดรอบคอคนเป็นแม่ก่อนจะค่อยๆหันหลังเดินเข้าห้องนอนของตัวเอง ทันทีที่เขาพาร่างผ่านประตูเข้ามาได้ ร่างสูงก็ทิ้งตัวเองลงพื้นเตียงพร้อมกับซุกใบหน้าเข้าหาหมอนใบโตราวกับไม่อยากจะเผชิญปัญหาอะไรอีกแล้ว

 

ตอนนี้ในหัวเขามันมีแต่เส้นเชือกที่พันกันยุ่งเหยิงเป็นปมเต็มไปหมดและก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้มันที่ตรงไหน

 

เขาเหนื่อย

เหนื่อยเกินจะคิดอะไรแล้วในตอนนี้

 

 

ตั้งแต่ตอนที่เขาเห็นว่าพี่แชยอนยืนอยู่ตรงนั้น หัวสมองเขามันว่างจนลืมไปหมดว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่พอดึงสติกลับมาได้ เขาไม่อยากให้พี่แชยอนอยู่ตรงนั้น ไม่อยากให้ต้องมาโดนขุดโดนถามอะไรในตอนนั้น

 

แต่ก็นั่นแหละ

 

มันผิดที่

ผิดเวลา

 

และไม่ใช่ว่าเขาจะไม่โมโหอะไรเลย  แต่เพราะสีหน้าของเธอที่เขาเห็นมันมีอะไรบางอย่างที่ตัวเขาเองก็บอกไม่ถูก

 

ว่าเธอเองก็ดูไม่ได้รู้สึกดีที่เรื่องมันเป็นแบบนี้เหมือนกัน

 

 

Rrrrrrrrrrrrr

 

 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นไม่ได้ทำให้มาร์คละออกมาจากหมอนในทันที เขายังหมกตัวเองนอนคว่ำหน้าไว้อย่างนั้นอยู่สักพักจนเสียงมันดับไป

 

แต่สุดท้ายเมื่อมันดังขึ้นอีกครั้ง ร่างทั้งร่างก็พลิกมานอนหงายพร้อมกับคว้ามันขึ้นมาดู

 

แล้วเขาก็พบว่ามันคือเบอร์ของสเตฟานี่

 

ติ๊ด

 

“…”

 

เขาไม่ได้เอ่ยขึ้นก่อนอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงความเงียบที่เขาส่งมันออกมารับสาย และเหมือนคนที่โทรเข้ามาก็ดูจะเข้าใจมันดีถึงไม่ได้เอ่ยตำหนิอะไร

 

 

“(อยู่คอนโดแล้วใช่ไหมมาร์ค)”

 

 

อยู่แล้วสเตฟ

 

 

“(แล้ว.. แม่จีซอง?)”

 

 

เป็นไปตามคาด สเตฟรู้แล้ว

 

 

อยู่เหมือนกัน

 

 

“(อ่า.. งั้นวันนี้ ไอยังไม่เข้าไป โอเคไหม)”

 

 

แล้วไปอยู่ที่ไหน?”

 

 

“(จริงๆวันนี้ไอจะมาเช็คเอาท์ที่โรงแรม)”

 

 

“…”

 

 

“(แต่ให้ยูเคลียร์เรื่องยูสองคนก่อนดีกว่า)”

 

 

มาร์คเงียบไปอึดใจหนึ่ง เขาพรูลมหายใจออกมาทีละนิดราวกับอยากระบายความอึดอัดนั้น

 

 

สเตฟ

 

 

“(หื้ม)”

 

 

มันยุ่งเหยิงไปหมดเลย

 

 

“(…)”

 

 

ไม่อยากคิดอะไรแล้ว

 

“(มาร์ค)”

“(ไหวไหม)”

 

 

ไหว

แต่เมื่อไหร่มันจะจบสิ้นสักทีไม่รู้

 

 

น้ำเสียงเหนื่อยล้าที่ส่งออกมามันชัดเจนว่าเขาท้อกับปัญหามากแล้วจนปลายสายเงียบไป

 

 

“(ใจจริง ไออยากพายูกับจีซองกลับแคนาดาซะตอนนี้เลย)”

“(แต่การหนีปัญหามันไม่ช่วยอะไร)”

 

 

“…”

 

 

“(เชื่อไอนะ เชื่อใจตัวเอง แล้วค่อยๆแก้มันจากเรื่องใกล้ตัว ถ้าตอนนี้ยังไม่ไหวจะไฟท์ก็พักก่อน โอเคไหม)”

 

 

อื้ม

 

 

“(พักผ่อนได้แล้ว ไม่ไหวยังไง โทรมานะ)”

 

ขอบคุณนะสเตฟ

 

 

เสียงกดวางไร้ซึ่งคำสนทนาต่อเป็นตัวบอกว่าสายโทรศัพท์ถูกตัดไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นตัวของมาร์คยังคงนอนนิ่งอยู่เหมือนเดิม เพดานสีขาวในห้องเป็นภาพเดียวที่อยู่ในสายตาเขาพร้อมกับบรรยากาศเงียบๆ

 

 

แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบเลยสักนิด

 

แอด

 

 

ทันทีที่เสียงประตูเปิดดังขึ้นมา มาร์คก็ขยับสายตามองไปยังต้นเหตุตามสัญชาตญาณ ร่างของหญิงสาวพร้อมกับเด็กน้อยที่หลับสนิทบนไหล่เป็นภาพที่ปรากฏให้เห็น

 

 

ขอพาจีซองมานอนหน่อยได้ไหม

 

 

แชยอนพูดขึ้นเบาๆเพราะกลัวจีซองจะตื่น มาร์คขยับตัวลุกขึ้นก่อนจะพยักหน้า ร่างสูงก้าวเดินเข้าไปประชิดตัวเธอพร้อมกับมือหนาที่ยื่นออกไป

 

 

เธอชะงักกับการกระทำอีกคนนิดหน่อย แต่ก็ยอมส่งตัวเด็กน้อยให้กับคนที่รอรับแต่โดยดี และมาร์คก็ค่อยๆพาร่างน้อยๆที่จมอยู่ในห้วงนิทราวางลงกับเตียงอย่างแผ่วเบาที่สุด

 

 

นิ้วยาวนั้นเกลี่ยปอยผมของจีซองก่อนจะขยับหมอนใบเล็กให้เจ้าของตัวน้อยๆนั้นหลับสบายขึ้น

 

 

การกระทำทุกอย่างของมาร์คที่ดูแลจีซองอยู่ในสายตาเธอทั้งหมด

และนั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกละอายใจขึ้นมากกว่าเดิม

 

เธอไม่คิดว่าจะเห็นมาร์คในมุมนี้

แต่ถึงเธอจะรู้สึกผิดขึ้นมา

เธอก็คิดว่ามันยากที่จะเดินกลับแล้ว

 

 

แรงยุบข้างๆตัวเรียกให้มาร์คที่ส่งสายตามองจีซองอยู่หันมา แชยอนทิ้งตัวนั่งข้างๆเขาและใบหน้าสวยนั้นก็จดจ้องไปที่เด็กน้อยด้วยแววตาที่มันทำให้เขาสับสน

 

 

เขาไม่ได้เข้าข้าง

ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งหมดทั้งมวลแชยอนคิดอะไรอยู่

แต่สายตาและการกระทำของแชยอนกับจีซอง

เขาคิดว่ามันเป็นความรู้สึกเธอจริงๆ

 

 

 

หญิงสาวจ้องร่างของเด็กตัวเล็กที่โตกว่าเดิมขึ้นมากก่อนที่ดวงตาเรียวรีนั้นจะมองกลับมายังคนที่จ้องตัวเองอยู่ แชยอนไล่สายตาทั่วใบหน้าของคนที่ไม่ได้เจอกันนับปี และเธอก็เห็นชัดเจนว่ามาร์คก็เปลี่ยนไปไม่แพ้กัน

 

พี่เคยคิดนะว่าถ้าเราสามคนอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าแต่แรกมันจะเป็นยังไงแชยอนเอ่ยขึ้นทั้งที่จ้องหน้ามาร์คอยู่

 

 

“…”

 

 

ไม่คิดว่ามันจะเป็นจริง-”

 

 

ผมก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกันเสียงทุ้มนั้นเอ่ยขึ้นมาจนหญิงสาวชะงัก สายตาคมเพ่งมองมาที่เธออย่างจริงจัง

 

 

แต่นั่นเป็นตอนที่ผมหวังว่าพี่จะกลับมา

 

 

“…”

 

 

ผมไม่คิดว่าพี่จะกลับมาตอนที่ผมไม่ได้หวังอะไรแล้วแววตาที่สื่อความผิดหวังจากเด็กหนุ่มมันปิดไม่มิดจนหญิงสาวต้องหลบตา

 

 

มาร์ค.. พี่ขอโทษ

 

 

เสียงแผ่วๆที่เอ่ยขึ้นทำให้มาร์คต้องข่มตาตัวเองลงกดความรู้สึกไม่ดีไว้ อะไรหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นเขาไม่เคยคิดจะโทษแชยอนเลยสักนิด

 

 

ไม่ดิ พี่ไม่เห็นต้องขอโทษผมเลย

 

 

“…”

 

 

ผมต่างหาก

 

 

“…”

 

 

ขอโทษที่ผมแย่จนไม่น่าพึ่งพิงอะไรได้

 

 

ใช่ เป็นมาร์คเองต่างหาก

ที่ก่อนหน้านี้เขาดูไม่น่าจะฝากความรับผิดชอบอะไรไว้ได้

 

 

ผมปล่อยให้พี่อุ้มท้องจีซองโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้อะไรเลย

 

 

“…”

 

 

ผมเลี้ยงจีซองมาแค่สามเดือนกว่าๆผมรับรู้แล้วว่ามันลำบากมาก

 

 

“…”

 

 

แต่กับพี่ที่ต้องท้องแล้วเลี้ยงจีซองมาจนเท่านั้น

 

 

“…”

 

 

ผมต่างหากที่ต้องขอโทษทุกอย่าง ผมรู้สึกผิด ..จริงๆนะ

 

 

มันค่อนข้างต่างกับเหตุการณ์ที่เธอคิดไว้ในหัว

เธอคิดว่ามาร์คคงจะต่อว่าเธอแบบที่เธอเพิ่งเจอมาจากแจมินเพราะสิ่งที่เธอทำไว้

 

 แต่เปล่าเลย

 

เธอไม่คิดว่ามาร์คจะเป็นแบบนี้

 

 

มาร์ค..”

 

ถึงแม้เธอจะรู้สึกผิดขึ้นมา

 

ถ้าเกิดว่า

 

 

แต่สิ่งที่เธอต้องทำคือผลักชีวิตตัวเองให้มันดีมากกว่าที่เป็นอยู่

และมาร์คทำให้เธอได้

เพราะฉะนั้น เธอคงได้แค่ขอโทษมาร์คในใจ

ที่ต้องทำให้เรื่องมันเป็นแบบนี้

 

 

 

 

พี่อยากจะทำให้เราอยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกอีกครั้ง มาร์คยังจะพอมีหวังให้พี่อยู่ไหม

 

 

 

 

-19DADDY-

 

 

 

 

ก๊อก ก๊อก

 

แอด

 

บานประตูที่มีหมายเลขห้องบอกไว้ตรงหน้าถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของคนที่แจมินคุ้นเคยดีปรากฏขึ้น

 

ร่างสูงนั้นอยู่ในชุดสบายๆพร้อมกับผ้าผืนเล็กที่วางแหมะอยู่บนหัว เส้นผมที่ดูเปียกชื้นปนกับหยดน้ำเกาะตามใบหน้าเป็นตัวยืนยันได้ชัดว่าอีกคนเพิ่งผ่านการอาบน้ำมาไม่นาน

 

 

ขอโทษที่มากวน

แต่เวลามืดๆแบบนี้ให้ไปหาฮินะมันคงจะดูไม่ดีอ่ะ

 

 

อย่าคิดมากดิ ก็เคยบอกแล้วไงว่ามีอะไรก็บอกกันได้

 

 

แจมินเอ่ยเหตุผลขึ้นมาจนเจโน่ต้องเอ่ยแย้ง มือหนาผลักบานประตูให้อ้ากว้างมากกว่าเดิมก่อนจะดันค้างแล้วหลบตัวให้แจมินเข้ามาในห้องได้

 

 

ร่างโปร่งก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับตากลมที่มองไปรอบห้อง ร่างของเหรินจวิ้นที่กำลังแต่งตัวเหมือนจะออกไปไหนสักที่พาให้แจมินขมวดคิ้วสงสัย

 

 

อ้าวแจมินเพื่อนร่างบางเอ่ยทักเขาก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายข้างขึ้นมา

 

 

เหรินจะไปไหนอ่ะ

 

 

อ่อ พี่ฮ่าวขอให้ไปช่วยทำงานที่หออ่ะ คืนนี้คงไม่ได้นอนนี่

 

ท่าทีที่ตอบมาสบายๆพร้อมกับชื่อรุ่นพี่ที่เขาคุ้นหูจากเพื่อนคนนี้บ่อยๆทำให้แจมินพยักหน้ารับ เหรินจวิ้นเดินมาตบไหล่เขาก่อนจะหันไปคุยอะไรกับเจโน่สองสามประโยคแล้วร่างนั้นก็หายลับผ่านประตูไป

 

 

มาตัวเปล่าเลยเหรอ

 

เจโน่เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าทั้งตัวแจมินดูจะมีแค่โทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลพยักหน้าขึ้นลงด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ก่อนจะทิ้งร่างตัวเองลงกับเตียงในห้อง

 

เจโน่มองท่าทางอีกคนแล้วก็ทำเพียงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าตัวเอง ยืนชั่งใจอยู่สักพักก็คว้ามาหนึ่งชุดพร้อมกับแพ็คผ้าเช็ดตัวผืนสำรองที่ยังไม่ได้แกะเอามายื่นให้คนที่นั่งอึนอยู่

 

ไปอาบน้ำก่อนไป

 

 

แจมินรับของมาก่อนจะผงกหัวให้เหมือนจะขอบคุณ ขายาวๆนั้นก้าวเอื่อยๆเข้าห้องน้ำไปจนเจโน่ได้แต่มองตามอย่างไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่

 

มือหนาคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิด ทันทีที่เข้าแอพพลิเคชั่นนกสีฟ้าเขาก็เห็นสิ่งที่เขาพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าทำไมแจมินถึงมาอยู่ที่นี่

 

มันก็เกินคาดไปหน่อยที่อยู่ๆแจมินก็ตัดสินใจมาพึ่งเขา

 

แต่นั่นแหละ

ก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่ามันดีใจลึกๆ

 

เขายกมือจับผ้าบนผมเช็ดไปมาพลางเลื่อนอ่านอะไรไปเรื่อย ใช้เวลาไม่นานประตูห้องน้ำก็เปิดออกพร้อมกับร่างของคนที่เขากำลังรออยู่ ขนาดเสื้อของเขาที่ใหญ่กว่าอีกคนนิดหน่อยพอไปอยู่บนตัวแจมินแล้วไหล่มันก็ลู่ตกลงมาจนเขาเผลอหลุดขำ แล้วก็โดนสีหน้าประจำของเจ้าตัวส่งมาจนเขาต้องรีบกลืนเสียงหัวเราะลงคอไป

 

ร่างโปร่งเดินมาทิ้งตัวลงตรงปลายเตียงของเจ้าของห้องเจโน่ที่พิงตัวกับหัวเตียงลอบมองแผ่นหลังบางที่นั่งนิ่งๆอยู่อย่างเป็นห่วง

 

แจมินปกติดูนิ่งๆก็จริง

แต่ครั้งนี้ในความนิ่งนั้นแจมินไม่ได้ดูปกติเลยสักนิด

 

 

 

คนเราอ่ะ”

“อยู่ด้วยกันทุกวันมันเป็นไปได้ป่ะที่จะไม่สนใจใยดีอะไรกันเลย

 

ปริศนาธรรมจากแจมินดังขึ้นมาจนเจโน่ได้แต่ขมวดคิ้วสงสัย หัวกลมๆนั้นหันเสี้ยวหน้ามาหาเขาหลังจากพูดจบเหมือนจะสื่อว่าต้องการคำตอบ

 

 

เจโน่ขยับตัวขึ้นก่อนจะเลื่อนตัวไปนั่งใกล้ๆอีกคนลมหายใจพรูออกจากสันจมูกโด่งแล้วพยายามเรียบเรียงคำพูดตอบคนข้างๆที่สีหน้าไม่สู้ดีไป

 

 

มันก็.. เป็นไปได้อยู่นะเจโน่เอ่ยตอบพลางมองท่าทีอีกคน

 

 

เหรอ

 

 

“…”

 

 

ถ้าไม่ไปใส่ใจก็คงเป็นไปได้แหละ

 

 

“…”

 

 

แต่ใส่ใจไปแล้วไง

 

 

คำพูดของแจมินตอนนี้อาจจะดูจับใจความไม่ได้ไม่มีที่มาที่ไป แต่เจโน่ก็พอมองอะไรออก

 

เขารู้ว่าแจมินกำลังพูดถึงใคร

 

จากสิ่งที่เขาเจอนั่นแหละ

 

 

ทำไมถึงยอมช่วยขนาดนั้นล่ะเจโน่เอ่ยถามขึ้น และนี่คือสิ่งที่ค้างคาใจของเขามานานเหมือนกัน

 

 

ทำไมแจมินต้องยอมลำบากตัวเองด้วย

 

 

ไม่มีเสียงตอบอะไรกลับมาอยู่พักใหญ่ คนที่ถูกถามยังนิ่งเงียบพร้อมกับสายตาที่หลุบต่ำมองพื้นเตียง แต่สักพักเสียงแผ่วๆนั้นก็เอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบระหว่างตัวเองกับเจ้าของห้องที่อยู่ด้วย

 

 

สงสาร

 

 

“…”

 

 

“..ตอนแรกน่ะสงสาร

 

 

“…”

 

 

นายอาจจะไม่เข้าใจ นี่ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แค่เห็นว่าเด็กมันน่าสงสาร พ่อมันก็ต้องมารับภาระอะไรตู้มเดียวตั้งเยอะ เห็นอยู่ทุกวัน จะใจร้ายเมินๆไปก็ทำไม่ลง

 

 

“…”

 

 

ตอนนั้นคิดว่าช่วยอะไรได้ก็ช่วย แต่พอได้รับรู้อะไรในชีวิตเขามากขึ้น

 

 

“…”

 

 

รู้ตัวอีกทีก็ไปเอาเรื่องเขามาเป็นเรื่องตัวเองซะหมดแล้วอ่ะ

 

 

                จบประโยคของอีกคนแจมินก็พรูลมหายใจออกมาแผ่วเบาแต่เจโน่ก็มองออกว่าอีกคนกำลังแย่ยังไง

 

 

แจมิน

 

 

หือ

 

 

รู้สึกอะไรกับมาร์คหรือเปล่า?”

 

 

แจมินชะงักไปกับคำถามที่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยชื่อของคนที่เขาเลี่ยงจะพูดออกมา ดวงตากลมวูบไหวจนคนที่มองอยู่สัมผัสได้ แจมินแทบจะไม่ต้องตอบอะไรเจโน่ก็พยักหน้ารับมันเหมือนเข้าในทุกอย่าง

 

 

เราไม่รู้ว่าตอนนี้แจมินรู้สึกไปมากแค่ไหน

 

 

“…”

 

 

แต่ถ้ามันเพิ่งเริ่ม

 

 

“…”

 

 

หยุดตอนนี้ก็ยังทันนะ

 

 

ใบหน้าเรียวหันมาสบตาตอนที่เจโน่กำลังพูด และเขาก็มองออกว่าแจมินกำลังอ่อนไหว

 

 

หน้าที่ที่แจมินทำอยู่ตอนนี้คนที่ควรทำเขาก็กลับมาแล้วนี่

 

 

หน้าที่ที่เขาทำ?

หมายถึงการดูแลจีซอง

กับการอยู่ข้างๆมาร์คเหรอ

 

 

ถ้าอย่างนั้น

 

 

ก็จริง

 

 

“…”

 

 

มันคงจะง่ายตามที่นายพูดอ่ะ ถ้าเราทำทุกอย่างไปงั้นๆ

 

 

“…”

 

 

แต่นี่มันยาก

 

“…”

 

 

เพราะเราใช้ความรู้สึกทำไปด้วยเนี่ยดิ

 

 

 

 

 

 

 

-19DADDY-

 

 

 

 

ตั้งแต่แชยอนพูดประโยคนั้นมา เขาก็ไม่ได้ให้คำตอบเธอไปด้วยเหตุผลที่ว่าเขายังไม่อยากคิดอะไรตอนนี้  ในใจของเขามันทั้งขุ่นมัวและมีอะไรยุ่งเหยิงในหัวเต็มไปหมดจนไม่รู้จะเริ่มจัดการมันยังไงก่อน

 

 

ซ่า!

 

มือหนาวักน้ำขึ้นสาดเข้าใบหน้าตัวเองก่อนจะยกมือลูบเหมือนเรียกสติ ความเย็นของน้ำทำให้เขารู้สึกดีขึ้นนิดหน่อย แต่นั่นก็เพียงแค่ภายนอก

 

สายตาคมจ้องมองสิ่งที่ปรากฏขึ้นในกระจก ใบหน้าของเขาเป็นภาพสะท้อนชัดจนเห็นความเหนื่อยล้า และเขาก็สะบัดหัวคล้ายจะไล่ความรู้สึกแย่ๆออกไป มือหนาคว้าหยิบโฟมล้างหน้าขึ้นมาแต่ก็พบว่ามันไม่ใช่ของตัวเขาเอง

 

นี่มันของแจมิน

 

 

ปึก!

 

เขาวางมันลงก่อนจะหยิบของของตัวเองขึ้นมาแทน แต่ถึงอย่างนั้นสายตาของมาร์คก็ยังคงวนเวียนมองไปที่มัน คำพูดของแจมินที่เกิดขึ้นก่อนหน้าจะออกไปยังคงอยู่ในหัวของเขา

 

และเขาก็รู้ตัวว่าเขาพลั้งปากพูดแรงเกินไปเหมือนกัน

แต่เขาไม่อยากให้แจมินตัดสินอะไรไปก่อนแบบนั้น

 

 

เขาอยากจะจัดการปัญหาตรงนี้เอง

 

 

มาร์คใช้เวลานานพอสมควรกับการจมความคิดหลายๆเรื่องในห้องน้ำ กว่าร่างสูงจะผละออกมาได้ก็กินเวลาไปเกือบชั่วโมง

 

เขาเดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ครัว หยุดยืนอยู่หน้าตู้เย็นแล้วเปิดมันด้วยเรี่ยวแรงที่แทบจะหมดจากเรื่องที่เจอก่อนจะกวาดสายตามองหาสิ่งที่ต้องการ

 

ทว่า

 

มันกลับไปสะดุดกับขวดนมยี่ห้อประจำที่คนเป็นน้องร่วมห้องชอบซื้อมาติดไว้

 

ใบหน้าคมหันมองนาฬิกาที่ติดอยู่กับฝาผนังทันที มันกำลังบอกเวลาห้าทุ่ม แล้วเหมือนสติเขาก็เพิ่งจะประมวลผลได้

 

 

แจมินไปอยู่ที่ไหน?

 

 

มือหนาคว้าโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดเบอร์ที่คุ้นเคยแล้วโทรออก ความรู้สึกผิดที่เขาพยายามมองข้ามมันชัดขึ้นมาจนเริ่มรู้สึกไม่ดี

 

สัญญาณรอสายยังคงดังอยู่ต่อเนื่องเป็นตัวยืนยันว่าแจมินยังสามารถติดต่อได้ มันยังคงดังอยู่อย่างนั้นก่อนจะดับไปเมื่อเวลาผ่านไปนานเกิน

 

 

แจมินไม่รับสายเขา

 

 

นิ้วยาวกดโทรออกอีกครั้งอย่างไม่รีรอ แต่ผลก็คือเหมือนเดิม

 

 

แจมินไม่รับ

 

 

ครั้งที่สามเกิดขึ้น แต่มันต่างตรงที่เสียงสัญญาณรอสายดังอยู่ไม่นานมันก็ดับไปเหมือนถูกกดวาง โทรออกอีกทีก็ติดต่อไม่ได้แล้ว

 

 

ลมหายใจถูกพ่นออกมาหนักๆทันที

 

 

แจมินปิดเครื่องหนีเขา

 

 

ความขุ่นมัวในใจมันตีเข้ามามากกว่าเดิม มาร์คพยายามข่มตาไล่ความรู้สึกแย่ๆที่สาดเข้ามาอีกครั้งให้มันลดลง

 

 

แต่มันไม่หายไปเลย

 

 

สุดท้ายเขาก็ล้มเลิกความพยายาม แจมินคงโกรธเลยไม่อยากคุยกับเขาตอนนี้ และเขาเองก็เหนื่อยเกินจะอธิบายอะไรกับใครไม่ต่างกัน

 

 

แออ๊!”

 

 

เสียงดังไกลๆจากในห้องพาให้มาร์คยุติความฟุ้งซ่านในใจก่อนจะรุดหน้ารีบก้าวเดินไปตามเสียง มือหนาดันบานประตูเปิดก่อนจะพบว่าจีซองกำลังงอแงจนแชยอนต้องอุ้มอยู่

 

 

จีซองอมของเล่น พี่เลยดุไปเธอเอ่ยบอกมาร์คพร้อมกับมือที่ตบหลังปลอบลูกชายเบาๆจนเด็กน้อยมุ่นหน้ากับไหล่คนเป็นแม่

 

 

มาร์คยืนมองภาพตรงหน้าอยู่อย่างนั้นด้วยความรู้สึกที่มันหลากหลาย

 

พูดตรงๆว่าเขาก็อดคิดไม่ได้ว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้

มันคือคำว่าครอบครัวหรือเปล่า

 

 

สายตาเขายังคงจดจ้องอยู่อย่างนั้นแม้ว่าเธอจะสนใจแค่การปลอบลูกชายที่อุ้มไว้แนบอก

 

 

แต่มันกลับไม่ใช่ภาพที่ชินตา

เพราะที่ผ่านมาคนที่เขาเห็นว่าจะอยู่กับจีซองในมุมแบบนี้

 

ก็มีแต่แจมิน

 

 

ร่างสูงสะบัดหัวราวกับจะไล่ความคิดออกไปแต่สุดท้ายมันก็ยากอยู่ดีในเมื่อเรื่องทุกอย่างมันตีรุมในหัว สุดท้ายแล้วเขาก็ตัดสินใจผละตัวออกจากตรงนั้นมา

 

 

มาร์ค

 

 

แต่เสียงของแชยอนรั้งเขาไว้ก่อนจนต้องหันไป

 

 

จะนอนที่นี่หรือเปล่า

 

 

คำถามของเธอทำให้เขาเหลือบมองเตียงสองเตียงที่อยู่ข้างกัน ถึงแม้เขาจะยังไม่อยากคิดอะไรแต่เห็นแบบนั้นเขาก็พอจะรู้ว่าสิ่งไหนควรทำไม่ควรทำ

 

 

ผมนอนข้างนอกดีกว่า

 

 

ถึงเขาจะรู้ตัวว่าเขาจะไม่ทำอะไรเธอ

แต่เขาก็ไม่อยากรู้สึกไม่ดีไปมากกว่านี้แล้ว

 

 

เพราะยิ่งเห็นอะไรรอบตัวในก็ยิ่งทำให้เขาไม่อยากจะยอมรับว่าเขารู้สึกผิดกับแจมินมากขึ้นเรื่อยๆทุกที

 

 

 

 

 

-19DADDY-

 

 

 

 

มาร์ค

 

มาร์ค

 

เสียงทุ้มๆที่เอ่ยเรียกชื่อเขาพาให้ดวงตาที่ปิดสนิทเปิดขึ้นช้าๆ ภาพของพี่ชายร่วมสายเลือดปรากฏตรงหน้าเป็นภาพแรกของวัน เขามองไปรอบห้องก็เห็นว่านี่เป็นห้องนั่งเล่นที่คุ้นเคยและตัวเขาเองก็นอนเหยียดบนโซฟาพร้อมกับแขนที่กอดอกอยู่

 

มานานยัง

 

สักพัก

 

สเตฟอ่ะ

 

จอห์นนี่ไม่ได้ตอบ เขาทำเพียงเพยิดหน้าไปอีกทางจนมาร์คต้องยืดตัวลุกขึ้นนั่ง  และเขาก็เห็นร่างสเตฟานี่ที่มีจีซองบนตักนั่งอยู่กับผู้หญิงซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแม่ของลูกเขาตรงโต๊ะกินข้าว

 

 

อ้าวมาร์ค ไปล้างหน้าล้างตาไปจะได้มากินข้าวสเตฟเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปคุยกับแชยอนต่อ ท่าทีของเธอก็ดูปกติดีกับแม่ของเขาจนมาร์ครู้สึกแปลกๆ

 

 

ใช้เวลาไม่นานที่มาร์คไปจัดการตัวเองพอเขาเดินออกมาเขาก็พบว่าสเตฟยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าวแต่แค่เปลี่ยนคนข้างๆเป็นพี่ชายเขา

 

 

ส่วนแชยอน

 

เธอกำลังเดินออกมาพร้อมกับเหยือกและแก้วน้ำ

 

 

แชยอนใส่ชุดยูแล้วทำไมดูไม่แก่อ่ะสเตฟ

 

 

จอห์น ถ้าว่างก็ไปช่วยแชยอนเตรียมของ

 

 

เสียงพูดคุยของแม่และพี่ชายดังเข้ามาในหู ทำให้เขานึกได้ว่าเมื่อคืนเขาเอาชุดของสเตฟให้พี่แชยอนใส่ ฟังแค่นั้นเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรนอกจากเดินไปเอาของจากมือแชยอนจนเธอมองเขากลับมาด้วยความสงสัย

 

 

ผมช่วยมาร์คเอ่ยแค่นั้นเธอก็ยอมปล่อยมือออกแล้วละไปทำอย่างอื่น

 

 

กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็กินเวลาไปพักหนึ่ง บนโต๊ะอาหารมีแต่ของที่เขาชอบซึ่งดูแล้วสเตฟจะตั้งใจซื้อมาให้ แต่ตอนนี้เขากินไปมันก็ไม่อร่อยเท่าที่ควร

 

 

จีซองนั่งบนเก้าอี้เด็กข้างแชยอนและเธอก็ทยอยตักอาหารป้อนให้เด็กน้อยที่ไม่งอแงเหมือนเมื่อคืน แต่อยู่ๆเสียงพูดที่แปลกๆก็ดังขึ้น

 

 

จา! ..มมมูนิ้วน้อยๆนั้นชี้ไปทั่วจนสเตฟหัวเราะกับท่าทาง ผิดกับเขาที่กำลังนึกถึงอะไรบางอย่าง

 

 

เขานึกถึงแจมินอีกแล้ว

 

 

แล้วนี่น้องไปไหนล่ะเสียงเอ่ยถามของคนเป็นแม่ดังขึ้นจนมาร์คที่เกือบหลุดเหม่อไปหันกลับมา

 

 

แจมินน่ะ

 

 

ชื่อของอีกคนที่หลุดออกมาพาให้แชยอนชะงักจนหันไปมองผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างๆ ตาคมจ้องไปยังใบหน้าของสเตฟที่เลิกคิ้วรอคำตอบ

 

 

คงไปหาเพื่อนแหละ

 

 

ใบหน้าเรียบนิ่งหลังจากตอบเสร็จทำให้สเตฟานี่เห็นแล้วก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างไม่เซ้าซี้ต่อ

 

 

เธอตัดสินใจมาหามาร์คแต่เช้าเพราะเป็นห่วง แล้วก็ไม่คิดว่าคนที่มาเปิดประตูรับเธอจะเป็นแชยอน คนที่ออกตัวว่าเป็นแม่ของจีซอง ตามที่เธอเห็นข่าว

 

 

แวบแรกที่เธอรู้ เธอก็แทบจะออกตัวโมโหแทนลูกชาย แต่มาร์คโตแล้ว เธอเลยคิดว่ารอให้มาร์คเอ่ยขอความช่วยเหลือจากเธอเองคงจะดีกว่าเธอเข้าไปออกความคิดก่อน

 

 

แน่นอนว่าการเจอกับคนที่ทำให้ชีวิตของลูกชายวุ่นวาย ลึกๆเธอไม่พอใจอยู่แล้ว แต่มาร์คเองก็ไม่ได้เป็นฝ่ายถูกกระทำทั้งหมด เธอมองแบบไม่เข้าข้างลูก เพราะอย่างนี้เธอก็คิดว่าเธอควรจะรอฟังจากปากคนสองคนดีกว่า

 

 

กลับมาหลังจากที่เธอเจอแชยอน ท่าทีอ่อนน้อมนั้นก็ทำให้สเตฟานี่ไม่อยากจะวางท่าอะไรใส่ เพราะตัวเธอก็เข้าใจ ยิ่งเคยมีประสบการณ์เกือบจะไม่ลงรอยกับแม่สามีก็พอรู้อยู่ว่ามันอึดอัด และยิ่งเรื่องของแชยอนกับมาร์ค ก็ต้องยอมรับว่ามันผิดที่ผิดทาง แบบนี้เธอเลยไม่อยากทำตัวให้คนเด็กกว่ารู้สึกไม่ดีเพิ่มไปอีก

 

 

พอรู้ว่ามาร์คนอนอยู่ข้างนอก เธอก็ไม่ละลาบละล้วงอะไรเด็กสาวตรงหน้า แชยอนก็ดูรู้งานอยู่ถึงได้ช่วยถือนู่นนี่ที่เธอหอบมาพะรุงพะรังไปเก็บแล้วก็จัดการหาน้ำหาท่ามารับ

 

 

ดูแล้ว

แชยอนก็วางตัวเป็น

 

 

ซึ่งมันขัดกับความคิดแรกหลังจากเธอเห็นข่าว สเตฟานี่คิดว่าเธอจะเป็นคนแรงๆมากกว่านี้ด้วยซ้ำ

 

 

เก็บไว้ในใจดีกว่า รอดูท่าทีไปก่อน

 

 

Rrrrrrrrrrrrrr

 

 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้สเตฟานี่หยุดความคิดของตัวเองแล้วมองไปยังลูกชายคนเล็กที่ดูเงียบมาตั้งแต่พบหน้า เป็นโทรศัพท์ของมาร์คที่มีสายเรียกเข้า เขารีบคว้ามันขึ้นมาดูทันทีเพราะคิดว่าคงจะเป็นคนที่พยายามติดต่อ

 

 

แต่ไม่ใช่

 

เป็นพี่โดยอง

 

 

เขาชี้โทรศัพท์บอกทุกคนที่อยู่รอบๆเป็นเชิงขอตัว และในขณะที่ลุกเดินไปหามุมที่จะคุยนั้น เขาก็รับรู้ว่าแชยอนมองตาม

 

ขายาวพาร่างตัวเองมายังที่ระเบียง เขาชั่งใจมองสายเรียกเข้าของพี่โดยองที่ไม่ได้พูดอะไรกันเลยหลังจากเหตุการณ์เมื่อวานจนพี่เขามาส่งที่นี่ สุดท้ายนิ้วยาวก็เลื่อนกดรับ เพราะเขารู้ว่าตอนนี้เขาใจเย็นขึ้นกว่าเดิมแล้ว

 

 

“(น้องมาร์ค)”

 

 

ครับพี่

 

 

“(โอเคขึ้นหรือยังคะ)”เสียงเอ่ยถามของอีกคนที่ดังขึ้นก็ทำให้เขาต้องย้อนถามตัวเองเหมือนกัน

 

 

นั่นดิ เขาโอเคไหมตอนนี้

 

 

ก็ยังตายไม่ได้นี่ครับสุดท้ายก็เอ่ยตอบไปแบบนั้นจนคนในสายถอนหายใจดัง

 

 

“(ไม่จบไม่สิ้นสักที)”

 

 

“…”

 

 

“(น้องมาร์ค)”

 

 

ครับพี่

 

 

“(คือ..)”

 

 

“…”

 

 

“(มันมีรายการนึงติดต่อมา เขาอยากนั่งสัมภาษณ์น้องมาร์ค)”

 

 

“…”

 

 

“(พี่ว่ามันก็ดีนะ ใช้ตรงนี้ชี้แจงทุกอย่างให้มันจบๆ เรากรองคำถามก่อนได้ สื่อไม่ถึงตัวด้วยแล้วก็.. กันบุคคลไม่พึงประสงค์โผล่มาอีก)”

 

 

“(คงไม่มีใครโผล่มาอีกนะ?)”

 

 

ประกาศชวนเลยดีไหมจะได้มากันทีเดียว

 

 

“(ติดตลกหรือเอาจริงเนี่ย)”

 

 

เสียงหัวเราะในลำคอของมาร์คพาให้โดยองโล่งใจไปเปราะนึงที่อย่างน้อยเด็กคนนี้มันก็ยังไม่บ้าตาย

 

 

“(แต่ว่า)”

 

 

ครับ?”

 

 

“(เขาขอให้เอาแชยอนกับจีซองไปด้วย)”

 

 

“…”

 

 

“(พี่เข้าใจน้องมาร์คนะ ที่ไม่อยากพาจีซองไปออกสื่อ)”

“(แต่ว่าแชยอนก็โป๊ะมาแล้ว ว่ากันตามตรงก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว)”

“(มันก็จะได้จบๆไปสักทีอ่ะ)”

 

 

 

มาร์คยังคงนิ่งกับคำโน้มน้าวของพี่ที่ใกล้จะกลายเป็นอดีตผู้จัดการของตัวเอง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนเขาต้องยกมือขึ้นมาคลึงมันออก

 

นั่นดิ

 

 

“(…)”

 

 

ก็อย่างที่พี่ว่า มันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

 

 

“(…)”

 

 

งั้นผมจะทำให้ทุกอย่างมันจบตรงนั้นจริงๆละนะ

 

 

 

 

-19DADDY-

 

 

 

 

 

เหริน เรามาเบียดเบียนเปล่าวะ

 

 

เบียดเบียนอะไร คิดมากแล้วเห้ย

 

 

ก็..”

 

 

พี่ฮ่าวมันอยู่หอคนเดียว เราไปนอนหอมันปกติได้เลยอ่ะ จริงๆเลิกเป็นเมทกับโน่ยังได้เลย ที่ยังอยู่นี่เห็นแก่มิตรภาพ

 

 

อ้าว

 

เจโน่เหล่ตามองเพื่อนตัวเล็กอีกคนก่อนจะส่ายหัวยิ้มๆ เหรินจวิ้นโบกมือลาพวกเขาสองคนจนเหลือแค่แจมินกับเจโน่ที่ยืนอยู่ด้วยกัน

 

 

แจมิน

 

 

ห้ะ

 

 

ถามไรหน่อยดิ

 

 

ใบหน้าหล่อนั้นดูจะปรับอารมณ์จากเมื่อครู่ให้ดูจริงจัง สายตานิ่งๆถูกส่งมาก่อนที่เจโน่จะขยับริมฝีปากมาใกล้หูเขาจนแจมินแทบจะขยับหนีถ้าไม่ได้ยินคำถามออกมาก่อน

 

 

 

กางเกงในเราใส่พอดีป่ะ

 

 

ไอ้..”

 

 

อ้าว แกะกล่องใหม่ให้ใส่เนี่ย ควรขอบคุณป่ะ

 

 

ซื้อคืนก็ได้วะ

 

 

สีหน้าไม่สบอารมณ์หลังจากโดนแหย่พาให้เจโน่หัวเราะใส่ ทั้งสองคนพาร่างหลังจากเลิกเรียนออกมาทิ้งตัวที่ร้านข้าวใกล้ๆหอที่แจมินใช้หลบภัยอยู่

 

 

นี่นับได้ก็

สามสี่วันมาแล้ว

 

 

สามสี่วันที่มาร์คยังโทรมาแต่เขาก็เลือกที่จะไม่คุยอะไรทั้งนั้น

 

 

อาจจะดูใจร้าย

แต่เขาเองก็กลัวอะไรบางอย่าง

กลัวว่าถ้ามาร์คมั่นใจจะบอกเขาว่าเลือกครอบครัว

แจมินเองอาจจะตั้งรับไม่ค่อยทันเท่าไหร่

 

 

 

ปกติชอบกินไรอ่ะ

 

 

กินอะไรก็ได้ กินง่าย

 

 

ดูขัดๆนะ

 

 

ขัดๆอะไร

 

 

แจมินดูไม่พอใจทุกอย่างบนโลก

 

 

งั้นก็ดีใจซะสิที่ตอนนี้พอใจจะอยู่ด้วยอ่ะ

 

 

เฮ้ย เขินดีป่ะ

 

 

เขินทำไม ไม่ได้จีบ

 

 

เจโน่พยักหน้ารับพลางยกไหล่ใส่ซึ่งแจมินก็มองว่ามันเป็นท่าทางที่กวนตีนอยู่พอควร แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็สบายใจกว่าที่คิด

 

พวกเขาสั่งอาหารแล้วก็นั่งคุยอะไรกันเรื่อยเปื่อยต่อแบบที่เริ่มเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเขาก็ขอบคุณที่เจโน่ไม่เคยพูดถึงหรือทำอะไรที่มันมีนัยยะเกี่ยวข้องกับคนคนนั้นเลยให้เขารู้สึกแย่

 

 

แต่ถึงเจโน่ไม่ทำก็เป็นเขาเองนี่แหละที่เป็นฝ่ายนึกถึง

แต่ทำไงได้

คนมันอยู่ด้วยกันมาทุกวัน

 

 

กินเนื้อป่ะแจมินเอ่ยถามอีกคนที่กำลังเตรียมจะจ้วงช้อนตักอาหาร เจโน่พยักหน้ารับและแจมินก็เอาตะเกียบคีบชิ้นเนื้อชิ้นหนึ่งวางใส่จานเจโน่ไป

 

 

มันปนมากับหมู

 

 

ไหนบอกกินไรก็ได้

 

 

ก็กินไรก็ได้ แต่ไม่ชอบเนื้อไง มีปัญหาอะไรไหมครับ

 

 

ครับๆไม่มีก็ได้

 

 

เจโน่ผงกหัวสื่อว่ายอมแพ้ก่อนจะคีบชิ้นเนื้อที่แจมินเพิ่งวางให้ขึ้นมามองสลับกับในจานของแจมิน

 

 

มันก็คล้ายกันนะ ทำไมดูออกอ่ะ

 

 

เคยทำๆอะไรกินกับแม่อ่ะ

 

 

อ๋อเจโน่ลากเสียงรับยาวๆก่อนจะยัดมันเข้าปาก งี้ก็ทำกับข้าวเป็นดิ

 

 

ก็ได้อยู่ ทำกินเองง่ายๆประมาณนั้น

 

 

แล้วเคยทำให้ใครกินป่ะ

 

 

จบคำถามของเจโน่แจมินเองก็แทบจะวางช้อนลงตรงนั้น

คนที่เคยกินอะไรที่เขาทำนอกจากที่บ้านก็มีอยู่คนเดียว

 

มาร์ค

 

 

ท่าทางที่ดูเข้ามิติตัวเองของแจมินก็ทำให้เจโน่พอจะตีความอะไรออก เขาตัดสินใจสงบปากสงบคำกินต่อไม่เอ่ยถามอะไรและเจ้าตัวเองก็คงอยากให้เป็นแบบนั้นเหมือนกัน

 

 

พวกเขานั่งกินกันต่อเงียบๆ โดยไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อ แต่อยู่ๆเสียงจากกลุ่มนักเรียนใกล้ๆโต๊ะก็ดังขึ้น

 

 

แก เห็นที่มาร์คจะมาออกรายการกับแชยอนป่ะ

 

เออเห็นละ จะดูป่ะ

 

ทำใจไม่ลงอ่ะอกหัก  แต่แฟนมาร์คก็สวยจริง

 

เอาลูกมาด้วยนี่ป่ะ

 

อ๋อย น่ารักแน่เลยอ่ะ

 

ไม่ได้พ่อก็เปลี่ยนเป็นรอลูกเขาโตละกัน

 

แต่เอาจริงๆนะ ฉันว่าก็เหมาะกันดีอ่ะ ละแบบฉันว่ามาร์คก็ดูเทคแคร์ ฮือ อิจ

 

นางสวยนะเอาจริงๆ อยากเห็นหน้าลูกละ

 

คือถ้ามีผู้ชายรับผิดชอบละมีลูกน่ารักมันก็โอเคอยู่ป่ะ

 

เออ นี่มีคนบอกเห็นว่าเดินลงมาด้วยกันข้างล่างคอนโดที่มาร์คอยู่ละมาร์คอุ้มลูกอ่ะ แบบแด๊ดดี้มาก

 

เห้ย งี้ก็อยู่ด้วยกันอ่อ

 

 

ไปเหอะเจโน่ยันตัวลุกขึ้นยืนทันทีโดยที่แจมินยังนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น

 

 

ไม่เป็นไรอ่ะ กินต่อเหอะ

 

 

แจมินเงยหน้ามองก่อนจะยกมือปัดๆ พลางทำเป็นก้มหน้ากินต่อ แต่แว้บเดียวที่เจโน่สบตากับอีกคนเขาก็เห็นแล้ว

 

 

จะไม่ไหวแล้วยังทำนิ่งอีก

 

 

อยู่ต่อก็กินไม่อร่อยหรอก

 

 

มันก็กินอะไรไม่อร่อยมาหลายวันแล้วอ่ะ

 

 

หมับ

 

 

ไม่ได้มีคำพูดอะไรเอ่ยต่อจากปากเขา แต่เจโน่เลือกที่จะดึงข้อมืออีกคนขึ้นมาแทนจนเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลต้องมองหน้าเขาตรงๆ

 

 

ลุก

 

 

เขาคิดว่าเขาไม่ได้ออกคำสั่งหรอก เพียงแต่ย้ำสิ่งที่แจมินคิดไว้แต่แรกแต่ไม่อยากจะทำมันให้ทำจนได้

 

 

เพราะถ้าแจมินลุกนั่นก็เท่ากับว่ามาร์คมีอิทธิพลกับแจมินพอตัว

 

 

และผลก็คือ

 

 

ทันทีที่สัมผัสกับข้อมือเรียวนั้น แจมินก็ยืดตัวลุกแล้วก้าวขานำเขาออกจากร้านไปโดยไม่รอเขาเลยด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

-19DADDY-

 

 

 

 

“(ตายยังมึง)”

 

 

ตายแล้ว

 

 

“(โห่ไอ้เปี๊ยก อายุยังไม่ได้ขวบเลยต้องมากำพร้าพ่อซะแล้ว ฮือ)”

 

 

หมายถึงมึงอ่ะ เดี๋ยวได้ตายแล้ว

 

 

“(ปากหมาได้แบบนี้ เพื่อนกูนี่มันใจแกร่งดั่งหินผาว่ะ)”

 

 

ห่วงกูป่ะ รักกูไหม

 

 

“(ห่วงอ่ะได้นะ แต่เรื่องความรักกูให้มึงไม่ได้จริงๆ เราเป็นแค่เพื่อนกันก็พอ)”

 

 

ก็เหี้ยละ

 

 

“(อ่ะๆ เป็นอะไรไหนบอกหมอซิ)”

 

 

โทษนะไม่น่ารักก็อย่าทำ ขนลุก

 

 

“(ถ้ามึงยังไม่เลิกปากหมากูวางนะไอ้เชี่ยมาร์ค)”

 

 

กูเศร้าว่ะ

 

 

“(อ้าวคบกันมาตั้งนานเพิ่งรู้ว่ามึงเศร้าว่ะ กูคิดว่ามาร์คมาตลอด)”

 

 

ฝันดีครับหลับให้สบายแล้วก็อย่าตื่นมาอีกนะมึงอ่ะ

 

 

“(อ่ะๆๆ สาระแล้วสาระ ว่ามา)”

 

 

มาร์คถอนหายใจออกหนักๆพลางมองไปรอบๆห้องที่ไม่มีใคร ใช่ พี่แชยอนออกไปกับสเตฟ จอห์นไปหาเพื่อน เขาอยู่กับไอ้เปี๊ยกที่นอนหลับปุ๋ย

 

 

กูคิดถึงแจมิน

 

 

“(ก็รอให้ง้างปากบ่นมาอยู่หลายวันละ)”

 

 

ทำไม

 

 

“(กูคิดว่ามึงจะกลับไปรู้สึกอะไรกับพี่แชยอน)”

 

 

กู..”

 

 

“(…)”

 

 

กูไม่รู้ว่ะ กูสับสน

 

 

“(สับสนยังไง)”

 

 

เวลาที่กูเห็นพี่แชยอนอยู่กับจีซอง

กูจุกๆ กูพูดไม่ค่อยออก

 

 

“(อ่า..)”

 

 

พูดแบบเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ กูไม่รู้เลยเว่ย

กูไม่รู้ว่ากูควรจะทำอะไรยังไง

 

 

“(...)”

 

 

กับพี่แชยอน กูทำเขามาก็เยอะ เขาเป็นผู้หญิงคนนึงที่กูก็เชื่อว่าเขาไม่ได้เลวร้ายอะไรเลยตอนอยู่กับลูกอ่ะ กูไม่สงสัยหรอกว่าเขาจะกลับมาทำไม คำตอบมันเต็มตากูอยู่ทุกวันว่าเขาอยากอยู่กับจีซอง

 

 

“(…)”

 

 

แค่มึงกับกูเลี้ยงจีซองกันมาแค่สามสี่เดือนยังรักยังหวงกันฉิบหายขนาดนี้

แล้วเขาจะขนาดไหนวะ

 

 

“(…)”

 

 

 

แต่ที่เหี้ยก็คือ กูคิดถึงน้องตลอด ทำอะไรในห้องแม่งก็แบบโหวงๆ

 

 

“(…)”

 

 

สเตฟก็ดูเข้ากับพี่แชยอนได้ พี่โดยองก็บอกกูว่ากระแสกูไม่เลวร้าย

กูไม่รู้ว่ะ ทุกอย่างมันเหมือนจะโอเคแต่มันไม่โอเค

กูอยากคุยกับแจมินดู กูอยากรู้ว่ามันจะทำให้กูหายสับสนได้ไหม

 

 

“(มึงโทรหาน้องแล้วใช่ป่ะ)”

 

 

จะเหลือเหรอ

 

 

“(เขาไม่คุยด้วยสินะ)”แฮชานพอจะเดาออกคร่ำครวญขนาดนี้ ต่างคนต่างเงียบไปอึดใจนึง และเพราะเขาเป็นเพื่อนไอ้มาร์คนี่แหละ เขาเลยรู้ว่ามันมีจุดประสงค์อะไร

 

 

 

“(เดี๋ยวกูถามฮินะให้)”

 

 

 

 

-19DADDY-

 

 

มาร์คคิดว่าตัวเองกำลังบ้า พรุ่งนี้เขามีสัมภาษณ์แล้ว แต่ตัวเองกลับมาโผล่ยังที่ที่ไอ้แฮชบอกมาในแชทไลน์ แน่นอนว่าสภาพที่ปกปิดตัวเองขนาดนี้เขาดูน่าสงสัยมากอยู่แล้ว แต่นั่นแหละก็ขอบคุณที่ยังรอดมาได้โดยไม่โดนอะไร

 

ขายาวพาตัวเองมาหยุดยังหน้าห้องที่มีหมายเลขบอกอยู่เหมือนตามที่ไอ้แฮชบอก มือหนาพลิกข้อมือมองนาฬิกาแล้วเขาก็พบว่าเวลาตอนนี้คือห้าทุ่ม

 

มาร์คชั่งใจอยู่พักใหญ่

 

แต่ในเมื่อเขามาขนาดนี้แล้ว

 

 

ก๊อก ก๊อก

 

มือหนายกเคาะประตูข้างหน้า สายตาคมลอบมองช่องเล็กๆตรงปลายประตูที่มีแสงลอดออกมาและมาร์คก็เห็นว่ามันมีเงาของเท้าคนขยับเดินอยู่

 

 

เขายืนรออยู่สักพัก แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเงาตรงช่องประตูหายไปพร้อมกับแสงเหมือนจะสื่อว่าคนในห้องหลับไปแล้ว

 

 

มาร์คควักโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมาก่อนจะกดเข้าแชทที่เขารัวไปหลายวันแต่ไม่มีอะไรตอบรับกลับมาเลยแม้กระทั่งเปิดอ่าน

 

 

แจมินใจร้ายเกินไปแล้ว

 

M.

พี่อยู่หน้าห้องเพื่อนเรา

มาคุยกันหน่อยได้ไหม

 

 

มาร์คเหลือบสายตามองช่องประตูราวกับมันจะทำให้เห็นปฏิกิริยาอีกคนได้

 

แต่ก็ไม่

 

ความเงียบตอบเขากลับอีกแล้ว

 

 

M.

 แจมิน

พี่ขอร้อง

 

 

สายตาคมจ้องไปยังตาแมวที่หน้าประตูห้อง เขามองค้างมันไว้อย่างนั้นเหมือนเห็นมันเป็นแนมินแล้วจะสื่อว่าเขาอยากจะคุยด้วยจริงๆ

 

 

เวลามันผ่านไปพักหนึ่ง ทุกอย่างก็ยังตกอยู่ในความเงียบจนคนที่เดินผ่านหลังเขาไปมาชักจะดูสงสัย

 

 

โอเค จะไม่ออกมาคุยใช่ไหม

 

 

ปึก! ปึก!

 

แจมิน!”

 

ปึก!

 

แจมิน!!”

 

 

 

แกร่ก

แอด

 

 

เสียงปลดล็อคกลอนพร้อมกับบานประตูที่ค่อยๆเลื่อนเปิดพาให้เขาที่ทุบประตูพร้อมตะโกนชื่ออีกคนอยู่ต้องถอยหลังออกมา

 

 

แต่ใบหน้าของคนที่ปรากฏขึ้นนั้นกลับทำให้เขาชะงัก

 

 

แจมินหลับแล้ว

 

 

“…”

 

 

หรือถึงจะตื่นอยู่ก็คงไม่อยากคุยกับพี่หรอกครับใบหน้าไม่สบอารมณ์ของคนที่เอ่ยขึ้นมันชัดจนมาร์คก็เก็บอาการตัวเองเกือบไม่อยู่

 

 

บอกแจมินหน่อยได้ไหมว่าพี่อยากคุยด้วยจริงๆ

 

 

ไม่ได้

 

 

“…”

 

 

โทรตื๊อเขาทุกวันแล้วเขาไม่รับมันไม่ชัดพอเหรอครับ

 

 

คำพูดจากคนที่เด็กกว่าตรงหน้าพาให้เขารู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกตรงลำคอจนพูดไม่ออก

 

 

ชีวิตพี่ดูปัญหาเยอะนะ

 

 

“…”

 

 

ผมว่ามาทำแบบนี้กับแจมินมันไม่ดีเลยอ่ะครับ คนของตัวเองก็กลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ

 

 

ไม่รู้อะไรก็อย่ามาพูดมากได้ป่ะวะมาร์คโต้กลับพลางพยายามข่มอารมณ์ตัวเอง เขาชักจะเหลืออด

 

 

ก็ไม่รู้อะไรหรอกครับ นอกจากรู้ว่าควรทำยังไงกับคนที่จะดึงแจมินไปเกี่ยวกับปัญหายุ่งเหยิงในชีวิตตัวเองอ่ะ

 

 

“…”

 

 

กลับไปจัดการอะไรๆของพี่เหอะครับ

 

 

“…”

 

 

อย่าให้คนอื่นเขาวุ่นวายไปด้วยเลย

 

 

“…”

 

 

แจมินเหนื่อยมามากแล้วทั้งที่มันไม่เกี่ยวกับแจมินด้วยซ้ำ

 

 

 

ไม่เกี่ยวกับแจมิน

 

 

เหมือนคำนี้จะสะกิดต่อมความรู้สึกของมาร์คได้พอสมควร

ก็เขาพลั้งปากพูดไปเองนี่

 

 

 

 

พี่กลับก็ได้

 

 

สายตาคมหลุบลงต่ำด้วยความรู้สึกที่มันตีรวนในอก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็คิดว่าเขาควรพูดอะไรบางอย่างออกไป

 

 

 

ขอโทษ

 

ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายมาตลอดทั้งที่มันไม่เกี่ยวกับเราเลย

 

 

ที่พูดไปแบบนั้นถึงเจโน่จะไม่รับฟังเขาก็ไม่เป็นไร

แต่เขาแค่ขอให้เงาคนที่ยืนอยู่ตรงช่องว่างประตูนั้นได้ยินก็พอแล้ว

 






- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

-19 DADDY –



 

 พระเอกเขาก็น่าสงสารอยู่นะเฮ่ย


ฝากแท็ก #แด๊ดดี้มาร์คลี ด้วยนะฮับ

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 195 ครั้ง

4,529 ความคิดเห็น

  1. #4517 pipepais (@pattarapornjara) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 00:19
    ปีชงสัสๆ
    #4517
    0
  2. #4485 rain_18 (@rain_18) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 10:06
    สงสารมาร์ค ต้องเหนื่อยต้องเครียดอีกแค่ไหนอ่า
    #4485
    0
  3. #4451 xq779 (@xq779) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 23:48
    เห้อมมมมหน่วงเกินไปแล้วเจ้าค่าาาาา
    #4451
    0
  4. #4430 chemistrykmetwin (@chemistrykmetwin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 10:20
    ฮือออออออ แย่มากเลย สงสารมาร์ค
    #4430
    0
  5. #4352 mmyu24 (@mmyu24) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 17:59
    ร้องไห้แล้ว
    #4352
    0
  6. #4292 Hoseki Shika シカ (@hoseki-shika) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 16:12
    สงสารทุกคนในเรื่องหมดเลย รวมถึงเรา(คนอ่านด้วย) อย่าอินเกินว้อยยยย // คิดถึงป้าซูยอง ป้าหายยังง
    #4292
    0
  7. #4162 jaxxh.BD (@zofield) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 09:12
    สงสารแจมิน สงสารมาร์คด้วย ยังไงก็ปรับความเข้าใจกันเร็วๆนะ แม่จะคอยเปงกำลังใจให้เอง!
    #4162
    0
  8. #4139 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 06:12
    เราเข้าใจทุกคนนะ การกระทำทุกคนมีเหตุผล
    #4139
    0
  9. #4131 SoRa ^_^ (@puntiti) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 14:24
    ส่วนตัวครอบครัวที่อบอุ่นไม่จำเป็นต้องประกอบด้วยพ่อแม่ลูกเสมอไป ทำไมไม่ลองพ่อ2ลูก1 ดูล่ะมาร์ค
    #4131
    0
  10. #4125 payumty (@payumty) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 19:04
    ไม่เข้าใจหลายๆคนยกเว้นแจมินกับเจโน่ เข้าใจสองคนนี้สุดละ รู้สึกว่าถ้าเราเป้นแจมินเราก็จะทำแบบนั้น แล้วก็ถ้าเราเป็นแบบเจโน่เราก็จะพูดแบบนั้น ในฐานะคนนอกแบบเจโน่ เจโน่ก็ทำถูกแล้ว เจโน่จำเป็นต้องรู้หรือไงว่ามาร์คกับแชยอนก็เสียใจ อือ เสียใจแล้วไง ถ้ามันจะทำให้คนที่เจโน่ชอบอย่างแจมินเสียใจและรู้สึกไร้ค่านิดๆ การต่อว่ามาร์คแบบนี้ เราเห็นด้วย //รอบนี้เจโน่นำพี่ม้าคไป 1-0
    #4125
    0
  11. #4114 My Little G. (@199012001) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 04:00
    สู้ๆไว้นะ
    #4114
    0
  12. #4086 7z.rq (@minmin_bambam) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 04:19
    คนที่ไว้ใจได้คงมีแค่สเตฟจอนแล้วก็คงแฮชาน ที่เราไม่กลัวความรู้สึกตัวละครเลย ไม่มีทางเปลี่ยนต่อมาร์คแน่ๆ
    #4086
    0
  13. #4028 _namyns (@_namyanisa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 13:33
    ไอก็ทำเต็มที่แล้ว // กอดปลอบน้องแจมฮรือออ เศร้า
    #4028
    0
  14. #3993 __vvic64 (@__vvic64) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 12:22
    ตบตีกับพี่แชยอนนี่จะผิดมั้ยคะ ฮื้อ
    หน่วงเกินไปแล๊วววว
    #3993
    0
  15. #3953 Qewilx (@tarpuang1) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 05:52
    เฮ้อสงสารทุกคนเลยอ่ะ
    #3953
    0
  16. #3921 plxjy (@plxjy) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:10
    จุกไปด้วยเลย ;-;
    #3921
    0
  17. #3886 thelioncubsleex (@alpaca_chan) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 12:48
    สงสารไปหมด สงสารทุกคนเลย
    #3886
    0
  18. #3700 ยุน ซารัง (@fm-project) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 18:34
    สงสารทั้งมาร์คทั้งแจมอ่ะ แงงงงงง //ย้องไห้เป็นสายรุ้ง
    #3700
    0
  19. #3696 มายพี (@ttonpt) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 05:56
    ตอนนี้เชียร์ให้เเจมินได้กับเจโน่แล้ว ทำให้หมาแบบนี้ พอ หยุดพาย
    #3696
    0
  20. #3695 มายพี (@ttonpt) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 05:56
    ตอนนี้เชียร์ให้เเจมินได้กับเจโน่แล้ว ทำให้หมาแบบนี้ พอ หยุดพา
    #3695
    0
  21. #3602 Min Mine (@minmine1234) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 00:27
    หน่วงเวอร์ ให้เดานะเจโน่ร้ายแน่นอลลลลลลลลลลลล
    #3602
    0
  22. #3570 Dear|thun:) (@dearthunthima) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 16:15
    ฮืออออไม่เอาแบบนี้แล้วแงงงงงงงง
    #3570
    0
  23. #3494 Wrn Js (@js-wrn) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 09:35
    หน่วงไปอีกก
    #3494
    0
  24. #3366 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 01:49
    สับสนเข้าไปค่ะมาร์คคคคค รอดูไปเถอะผู้หญิงคนนั้นอะ แค่เก็บอาการ น้องแจมดิ ซึมไปหลายวันแล้วนะ!
    #3366
    0
  25. #3224 MintQueen (@MintQueen) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 17:42
    ฮือออออออออออ สงสารพี่มาร์คคคคคคคคค รู้ว่าน้องแจมเจ็บอ่ะที่โดนพูดใส่แบบนั้น แต่ให้โอกาสพี่เขาหน่อยพี่เขาเหนื่อยมาเยอะนะแล้วพี่เขาก็มีแค่หนูอ่ะฮืออออ พี่เขาคิดถึงหนู แง้งงงงง ดีกันเถอะนะ ใจบางมาก จะม่ายหวายแหล้ววววว
    #3224
    0