( nct ) - 19 daddy #markmin

ตอนที่ 16 : 14 : ถึงเวลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 220 ครั้ง
    22 ม.ค. 60



14

 

ถึงเวลา

 




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 



 





         

          แสงลางๆตีเข้าที่เปลือกตาของคนหลับสนิทจนดวงตากลมค่อยๆปรือเปิดขึ้น วันนี้แจมินตื่นขึ้นมาเองพร้อมกับความรู้สึกที่ได้นอนเต็มอิ่มหลังจากเป็นเวลาเกือบอาทิตย์ที่เขาต้องตื่นมาเพราะเสียงร้องของจีซอง

 

 

จีซอง???

 

 

          ร่างโปร่งดีดตัวผึงขึ้นนั่งทันทีที่นึกถึงนาฬิกาปลุกประจำวันของเขา สายตากวาดมองรอบเตียงและสุดท้ายก็ไปสะดุดกับเด็กน้อยที่นั่งจุ้มปุ้กเล่นของเล่นอยู่คนเดียวโดยมีหมอนข้างกักเป็นคอกอยู่รอบๆ

 

 

เท่านั้นแหละ ไอ้สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก็ไหลเข้ามาในหัวเขาทันที

มาร์คกลับมาที่นี่

 

 

ดวงตากลมสอดส่องไปทั่วก่อนจะลุกออกจากห้อง ขาเรียวเดินไปทุกส่วนในคอนโดชะโงกหน้ามองไปที่ห้องน้ำ ไปดูตรงระเบียง แต่ก็ปราศจากเงาของไอ้รุ่นพี่ร่วมห้องแล้ว

 

 

มาร์คกลับไปแล้ว

เขาถอนหายใจแต่ก็ไม่ได้รู้สึกแย่

แจมินเข้าใจอีกคนดี

 

 

สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ขยับตัวบิดขี้เกียจเดินกลับมาที่เตียงก่อนจะสอดแขนเข้าใต้รักแร้เด็กน้อยยกให้ลงมาหย่อนขาลงกับพื้นในท่ายืนแบบที่ทำในเช้าทุกวัน

 

 

ตั้งแต่เขาถูกรับหน้าที่เป็นผู้ปกครองของจีซองร่วมกับรุ่นพี่สองคนนั้น ก็กลายเป็นว่าอยู่ๆเขาก็ติดรายการเกี่ยวกับพ่อแม่มือใหม่ไปเฉย ล่าสุดคลิปที่เขาดูค้างไว้คือคลิปของหมอคุนที่มาสอนการพัฒนาร่างกายของเด็กวัยหัดเดิน

 

 

“จาจา จู้ว”

 

 

“วันนี้เก่งนะเนี่ยไม่ร้องด้วย”

 

 

“แอะฮี่”

 

 

แจมินเอ่ยเมื่อเห็นว่าเด็กที่ต้องตื่นขึ้นมางอแงทุกวันวันนี้กลับน่ารักเรียบร้อย

 

 

แต่เดี๋ยว

จีซองไม่ได้ใส่ชุดเดิม

 

 

มีคนอาบน้ำให้แล้วหรอรู้ดีว่าเป็นใครแต่เขาก็ยังจะเอ่ยถามเด็กน้อยที่ตอบเขาไม่ได้

 

 

แอะ บูม..บู

 

 

จีซองเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานจนแจมินต้องเอามือวางบนหัวกลมๆขยี้เบาๆด้วยความเอ็นดูก่อนจะจับไอ้ตัวเล็กให้ขยับขาเดินตามทางโดยที่ตัวเองประคองด้านหลังอยู่ ซึ่งกว่าจะพากันไถตัวมาถึงข้างนอกห้องได้ก็เล่นเอาเขาปวดหลังอยู่ไม่น้อย

 

 

แจมินพาจีซองไปนั่งเล่นที่พรมตรงหน้าทีวีก่อนจะเปิดช่องรายการเด็กทิ้งไว้เพื่อที่จะผละไปจัดการธุระส่วนตัว

 

 

ใช้เวลาไม่นานเด็กหนุ่มก็ออกมาพร้อมกับใบหน้าที่เปียกโชกจากหยดน้ำ มือเรียวยกผ้าผืนเล็กที่พาดคอซับหน้าในขณะที่ขาก็ก้าวไปที่เคาน์เตอร์ครัวแบบที่ทำเป็นประจำทุกวัน

 

 

แต่ที่ดูไม่เหมือนทุกวันก็คงจะเป็น

ถุงที่บรรจุของซึ่งตั้งอยู่

 

 

แจมินเดินเข้าไปแหวกถุงออกก็พบว่าเป็นพวกของทำอาหารนิดๆหน่อยๆ ยาสีฟัน(ซึ่งวันนี้เขาก็แทบจะเอาเตารีดรีดให้มันออก) กล่องซีเรียล ซีรีแลค แล้วก็นมขวดยี่ห้อที่เขาชอบซื้อมาติดตู้เย็น

 

 

ไม่ต้องสืบก็รู้ว่าใครซื้อมา

ยิ่งโพสต์อิทที่แปะอยู่ตรงถุงนั่นเป็นตัวยืนยันได้ดี

 

 

แอบใช้ยาสีฟันแล้วเห็นมันจะหมดเลยซื้อมาให้

อ่อ นมด้วยเมื่อเช้าหิวเลยกินไปแต่ซื้อมาคืนแล้ว

ไม่ต้องบ่นว่าไม่ประหยัดด้วย มีตังค์แล้วคร้าบ

 

 

แจมินย่นจมูกใส่กับประโยคสุดท้ายพลางส่ายหัวก่อนจะจัดการเก็บของให้เข้าที่เข้าทางแล้วเตรียมทำอะไรเป็นมื้อเช้าให้ตัวเองกับจีซอง

 

 

เสียงเพลงจากรายการการ์ตูนดังคลอจนเป็นเรื่องเคยชินสำหรับแจมินไปแล้ว เด็กน้อยที่นั่งเป็นก้อนก็ดูสนใจบ้างไม่สนใจบ้างตามประสาในขณะที่เขาก็จัดการทำอะไรของเขาไปในขณะที่เหลือบสายตามองจีซองเป็นระยะ

 

 

“(แอ๊ ฮึก แง๊!)”

 

 

มา! มูมมู

 

 

แจมินคิดว่าเสียงร้องเด็กจากในโทรทัศน์ดูเหมือนจะเรียกความสนใจจากจีซองได้จนเจ้าตัวร้องดังขึ้นตาม

 

 

แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมามองเขาก็พบว่า

 

 

จีซองไม่ได้ร้องเพราะมีเสียงเด็ก

แต่เพราะคนที่อยู่ในจอนั้นต่างหาก

 

 

“(มาร์คๆลูกเป็นอะไรอ่ะ)”

 

 

มา! จูจู้ว!”

 

 

แจมินที่กำลังจัดการใช้มีดกรีดแพ็คของใช้อยู่ที่เคานเตอร์ครัวเดินออกมาทันทีเพื่อจะมองจอทีวีใกล้ๆ ปกติเขาก็เปิดช่องนี้ให้จีซองประจำแล้วเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนโฆษณาที่ฉายคั่นรายการวันนี้จะดึงสายตาเขาไว้ได้

 

 

ภาพมาร์คที่กำลังเดินอุ้มเด็กคนอื่นดูแปลกตาไม่เหมือนกับตอนอุ้มจีซอง และดูเหมือนเด็กตาใสที่จ้องโฆษณาของคนเป็นพ่อตัวเองจะรู้ว่ามาร์คไปอุ้มเด็กคนอื่นเจ้าตัวเลยชี้นิ้วไปทั่วแล้วร้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ

 

 

แอ๊! มา! มูมมู

 

 

แจมินยืนดูโฆษณานั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆกับมาร์ค เมื่อเห็นไอ้รุ่นพี่ร่วมห้องที่อยู่ด้วยกันมาไปอยู่ในนั้น

 

 

แถมยังแปลกมากขึ้นอีกเมื่ออยู่ๆโฆษณาก็ฉายจนจบด้วยฉากนี้

 

 

“(ทำไมไม่ใช้แด้ดี้โป๊ะโกะล่ะ เพราะใช้แล้วขอบฟิต แถบกาวติดง่าย)”

 

 

จุ๊บ!

 

 

แจมินหรี่ตามองภาพที่หญิงสาวยื่นริมฝีปากไปจูบเข้าที่ข้างแก้มโดยที่เจ้าตัวก็ยิ้มระรื่นมองกล้องพลางดุนลิ้นกับกระพุ้งแก้มแล้วหันไปมองเด็กน้อยที่ยกนิ้วชี้มาที่จอทีวี

 

 

 

เอาไงดีอ่ะจีซอง

 

 

จู้ว!”

 

 

ก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกนะครับ ก็งาน

แต่ถ้าให้พูดอะไรสักหน่อยล่ะก็

 

 

มาร์คๆ ทำไมไม่ใช้มุมกล้องอ่ะ

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

หลังจากที่มาร์คถูกเปิดตัว แจมินก็รับรู้ได้เลยว่ามาร์คไม่มีเวลามากขึ้น ทั้งบางทีคุยๆกันอยู่มาร์คก็หายไปแทบจะเกือบวันกลับมาตอบเขาอีกทีก็บ่นว่าโดนเรียกด่วน บ้างก็ต้องไปฝากเนื้อฝากตัวเดินสายแคสงานบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงรายงานว่าจีซองใช้ชีวิตยังไง

 

 

อ่อ อีกอย่างที่ยืนยันว่ามาร์คกำลังไปได้ดีคือพี่โดยอง เมื่อไม่กี่วันก่อนๆนู้นพี่โดยองโทรมาคุยกับเขาว่าตอนนี้หาเวลาว่างไปช่วยดูจีซองไม่ได้ ในขณะนั้นพี่แฮชานก็อยู่ด้วย พี่แฮชานก็เลยบอกว่าจะจัดการเรื่องจีซองเองไม่ต้องให้พี่โดยองมาลำบาก

 

 

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยอมรับเลยว่ามันลำบากพวกเขาจริงๆ กับแจมินที่เมื่อต้องมาอยู่กับกลุ่มเพื่อนแบบนี้แล้วไม่สามารถบอกใครได้ แถมพี่แฮชานก็มีอะไรต้องทำ สุดท้ายก็ต้องพึ่งวิธีเดิมๆของพี่เขาด้วยการฝากจีซองกับป้า เอ่อ ป้าอะไรวะ อ๋อ ป้าซูยอง

 

 

อิแจม

 

 

ฮินะจ้องโทรศัพท์พร้อมกับเรียกเขาด้วยสรรพนามชินหูใบหน้านิ่งๆของหญิงสาวจ้องมายังเพื่อนสนิทที่นั่งเรียนอยู่ข้างๆ

 

 

อะไร

 

 

กูกับมึงเป็นเพื่อนกันมากี่ปี

 

 

หกเจ็ดปีมั้งแจมินเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเงยหน้าไปจดตามสไลด์ข้างหน้าห้องต่อ แต่ประโยคต่อมานั้นกลับเรียกให้เด็กหนุ่มชะงักพร้อมกับเพื่อนใหม่อีกสองคนที่จ้องมาทางเขาอย่างแปลกใจ

 

 

มันไม่มากพอให้มึงเชื่อใจที่จะบอกอะไรหรอวะ

 

 

เดี๋ยว.. มึงเป็นอะไร

 

 

แจมินเบิกตากว้างเมื่อได้ยินถ้อยคำตัดพ้อจากฮินะ เจโน่กับเหรินจวิ้นเองก็ดูตกใจจนหันมามองพวกเขาสองคนสลับกัน

 

 

เฮ้ย

หรือว่า

 

 

 

ที่มึงกลับห้องบ่อย ไม่ยอมไปไหนมาไหนกับพวกกู

 

 

 

“…”

 

 

 

เพราะแบบนี้ใช่ไหมหน้าจอโทรศัพท์ที่ถูกยื่นมาตรงหน้ายิ่งทำให้แจมินเบิกตากว้าง

 

 

ภาพของเด็กหนุ่มร่างสูงผมสีบลอนด์ทองไม่เป็นทรงสวมเสื้อฮู้ดของแบรนด์เสื้อผ้าดังยืนเอียงคอทำหน้านิ่งคู่กับชายอีกคนที่แต่งตัวแนวสปอร์ตคล้ายๆกันข้างๆเป็นสิ่งที่ปรากฏขึ้น

 

 

 

ถ้ากูไม่ตามเพจพี่แทยงกูก็คงไม่มีวันได้รู้จากปากมึงเลยว่าพี่มาร์คไปเป็นเด็กเจ๊โด

 

 

คือ..”

 

 

 

มึงจะปิดกูทำไมอ่ะ บอกกูมากูก็ไม่บอกใครหรอก โห่เว้ย ต้องมาแอ๊บกลับห้องไวเพราะไม่มีใครอยู่ก็พูดตรงๆได้นี่วะ มึงอ่ะ อิแจม กูโกรธ ฮือ แต่พี่มาร์คหล่อกูให้อภัย

 

 

 

ฮินะคร่ำครวญกอดโทรศัพท์บ่นอุบอิบพลางเลื่อนรูปชูมาตรงหน้าให้พวกเขาดู

 

 

โอ๊ย ถ้ากูรู้ว่าเขาจะงานดีแบบนี้กูเอาตั้งนานละ คอนโดเขาไม่มีทางตกถึงมือมึง กูจะรับหน้าที่นี้เอง ฮือ อิแจม มึงไปเลย

 

 

แจมินแทบจะหยุดหายใจไปแล้วแต่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อมันไม่ใช่เรื่องที่เขาระแวง

 

 

เมทแจมินไปเป็นนักแสดงหรอเป็นเหรินจวิ้นที่เอ่ยถามขึ้นมาพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ฮินะมาดู มีบ้างที่เจโน่เหลือบตามองเป็นครั้งคราว แจมินได้แต่พยักหน้าเป็นคำตอบไปเพราะไม่อยากพูดอะไร

 

 

 

โชคดีจังเนอะเสียงทุ้มจากคนที่ยังไม่ได้เปิดปากออกความคิดเห็นอะไรเอ่ยขึ้นแค่ประโยคสั้นๆก่อนที่คนพูดจะหันไปจดสไลด์หน้าห้องต่อ แจมินมองเจโน่ที่ดูนิ่งๆแล้วก็รู้สึกแปลกๆเพราะน้ำเสียงนั้น

 

 

บอกไม่ถูก

เขาแค่รู้สึกว่าเจโน่ไม่พอใจ

 

 

เมทขยันออกไปทำงานขนาดนี้ แจมินคงเหนื่อยน่าดูเจโน่หันมาจ้องหน้าเขาแล้วยิ้มบางๆ ยิ้มแบบที่ใครมองก็ดูอบอุ่น

 

 

แต่สำหรับเขา

มันไม่

 

 

ลำบากอะไรก็บอกได้นะ เผื่อเราจะช่วยให้มันสบายขึ้น

 

 

เจโน่ไม่ได้ดูอบอุ่นแบบประโยคที่พูดเลยสักนิด

 

 

 

ครืด

 

 

แรงสั่นจากโทรศัพท์ในกระเป๋าเรียกให้แจมินเลิกสนใจสิ่งที่เพิ่งเจอจากเพื่อนร่วมกลุ่ม เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นดูก็พบว่าเป็นแจ้งเตือนจากไอ้รุ่นพี่ที่ถูกพูดเป็นประเด็นเมื่อครู่

 

 

M.

วันนี้เลิกกี่โมง

.

Read สี่โมง

Read ทำไมครับ

M.

ออกมากินข้าวกัน

 

 

แจมินขมวดคิ้วมุ่นทันทีกับคำชวนของมาร์ค ถ้าเป็นเมื่อก่อนมันไม่แปลกหรอก แต่นี่ลืมไปแล้วหรอว่าตัวเองทำอะไรเป็นอะไรอยู่

 

 

M.

เอาจีซองมาด้วย

 

 

เขาว่ามาร์คเป็นบ้า

ยิ่งจะให้พาจีซองไปด้วยยิ่งบ้า

 

 

.

Read คิดอะไรอยู่

 

M.

คิดถึง

 

.

Read คิดถึงพร่ำเพรื่อนะ

M.

ก็ไม่ได้เจอกันทุกวันนี่

เนี่ยเย็นนี้ว่างสุดแล้ว

วันอื่นตารางงานเต็มเลย

 

 

แจมินอ่านข้อความจากมาร์คแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

 

โคตรเสี่ยง เสี่ยงมาก

แต่ถามว่าอยากให้จีซองเจอมาร์คไหม

ก็อยากอยู่แล้ว

จริงๆ ก็เขาด้วยนั่นแหละ

งั้นรีบหาเวลาไปเจอก่อนไม่ได้เจอกันง่ายๆแล้วกัน

 

 

.

ที่ไหนยังไง ว่ามาครับ

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

หมวกสีดำถูกกระชับลงให้ปกปิดใบหน้าจนคนที่เดินผ่านไปมาเห็นก็ไม่สามารถรู้ว่าใครถ้าไม่ได้เพ่งมอง แจมินสอดมือประคองก้นเด็กตัวน้อยที่เริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นตามการเจริญเติบโตไว้ให้มั่นเพื่อช่วยผ่อนแรงจากสายเป้ที่รั้งแขน

 

 

 

นี่ยังมีแรงผู้ชายมากพอที่จะแบกเด็กตัวแค่นี้ได้สบายนะ

แต่ก็หนักอยู่ดี

 

 

 

ร่างโปร่งก้าวขาเข้าไปในร้านอาหารตามที่ได้นัดแนะกับคนเป็นพี่ไว้ ตากลมมองเข้าไปยังมุมสุดซึ่งเป็นที่ที่มาร์คบอกว่าจะมานั่งรอแล้วก็ได้แต่กวาดสายตาหา

 

 

 

เป็นเรื่องน่าอึดอัดใจสำหรับเขา

ตอนนี้ทำไมรู้สึกเหมือนพวกไอดอลที่มาแอบเดทเลยวะ

 

 

ตื๊อดึ่ง!

 

 

M.

ทางซ้าย

 

 

แจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าจอโทรศัพท์ทำให้แจมินหันไปตามข้อความของอีกคน

 

ทางซ้าย

 

แจมินกวาดสายตามองไปตามโต๊ะทางฝั่งที่รุ่นพี่บอกมาแต่มองแล้วก็ไม่พบใครที่ดูคล้ายกับไอ้พี่นี่สักคน

 

 

 

M.

จะบอกว่า

ทางซ้ายไม่มี

มองไรอ่ะ

 

.

Read ไปเล่นที่บ้านพี่เหอะครับ

Read เร็วๆ จะบอกดีๆแล้วเก็บปากไว้กินข้าวไหม

 

M.

ค้าบ

ทางขวาโต๊ะที่สอง

เดี๋ยวชูมือให้ดู

 

 

แจมินเงยหน้าจากโทรศัพท์ทันทีที่อ่านข้อความจบ ร่างสูงชุดสีดำสวมหมวกและแมสปิดปากไว้มีไรผมสีสว่างของเจ้าตัวลอดออกมานิดหน่อย

 

 

มองปราดเดียวก็ดูแปลกตาจากคนปกติแล้ว

 

 

 

แก คนนั้นคล้ายคนที่ถ่ายแบบกับแทยงเลย

 

 

เสียงพูดใกล้ๆแว่วเข้าหูแจมินที่กำลังจะก้าวขาเดินไปให้ชะงัก หญิงสาวกลุ่มที่นั่งอยู่ส่งสายตาไปยังมาร์คที่กำลังมองมาทางเขา

 

 

เด็กใหม่เจ๊โดป่ะที่โฆษณากับโกอึน

ฉันรู้ ชื่อมาร์ค

ไหนดูดิ้

เออ คล้ายอ่ะ แกว่าใช่ป่ะ

 

 

 

แจมินได้แต่ชะงักอยู่กับที่และส่งสายตากลับไปหาคนยังคงจ้องมาที่เขาอยู่

 

 

บู..บูม

 

 

เสียงร้องเบาจากเด็กหัวกลมๆที่มุดอกอยู่ดึงสายตาให้แจมินก้มลงไปมองสลับกับมาร์คและหันมาที่โต๊ะของกลุ่มหญิงสาวใกล้ๆ

 

 

มาร์คเห็นท่าทางดูชะงักนิ่งกับที่ไปของคนเป็นน้องก็ได้แค่สงสัยว่าทำไมถึงไม่รีบเดินเข้ามาทั้งที่ก็เหมือนจะเห็นเขาแล้ว

 

 

หรือยังไม่เห็น

 

 

พอคิดได้อย่างนั้นมาร์คก็รีบยกแขนตัวเองขึ้นเพื่อทำท่าทางให้อีกคนเห็นทันที แต่ในระหว่างที่กำลังยกแขนขึ้น

 

 

มือของเขามันดันปัดหมวกที่สวมไว้ตกลงพื้น

 

 

เขาชะงักเล็กน้อยแต่ไม่ได้คิดอะไรก่อนจะก้มลงไปหยิบหมวกที่ตกอยู่กับพื้นขึ้นมาใส่เหมือนเดิม แต่ว่าพอเงยหน้าขึ้นมาเนี่ยดิ

 

 

หญิงสาวสามสี่คนดันมายืนอยู่ตรงโต๊ะของเขาพร้อมกับมือที่กุมโทรศัพท์ไว้แนบอกทุกคน

 

 

ใช่มาร์ค.. หรือเปล่าคะ

 

 

ดูเหมือนมาร์คจะยังไม่ได้สติเท่าไหร่จนกระทั่งหญิงสาวอีกคนยื่นรูปในสมาร์ทโฟนที่เขาถ่ายแบบคู่กับพี่แทยงให้ดูนั่นแหละ

 

 

เขาก็ได้แต่พยักหน้าไปเพราะไม่คิดว่ามันจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

 

 

แก! ใช่!”

 

 

สิ้นสุดการให้สัญญาณระหว่างเพื่อนสาวด้วยกันคนที่เหลือในโต๊ะก็ลุกมาหาเขาแถมยังมาขอถ่ายรูปคู่ด้วยจนเขางงไปหมด

 

 

แต่เขาไม่ได้ปฏิเสธและก็ปฏิบัติกับพวกเธอด้วยความเป็นกันเองตามที่ควรทำไป

 

 

 

แจมินมองภาพตรงหน้าที่มีกลุ่มคนไปยืนล้อมรอบมาร์คแล้วหันหลังก่อนจะเดินออกมาจากร้านอาหารพร้อมกับจีซอง

 

 

 

เขาว่าตั้งแต่วันนี้ไปมันไม่ง่ายแล้ว

มาร์คไม่ใช่มาร์คที่จะเป็นพ่อจีซองได้ตลอดเวลาอีกแล้ว

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

สุดท้ายแล้วแจมินก็กลับมาที่คอนโด เด็กหนุ่มพาร่างของเด็กตัวเล็กวางให้นั่งลงกับเตียงกว้างแล้วปล่อยให้เล่นของเล่นไปตามประสา เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเพราะคิดว่ามาร์คอาจจะหาพวกเขาไม่เจอแล้วรัวแชทหรือโทรมา แต่ก็ไม่ ไม่มีการแจ้งเตือนใดๆที่เกี่ยวกับมาร์คเกิดขึ้น

 

 

 

แจมินถอนหายใจก่อนจะทิ้งตัวลงนอนมองเพดานในขณะที่โทรศัพท์อยู่ในมือ ตากลมเหลือบไปมองเด็กตัวเล็กที่ยังคงไม่รับรู้อะไรอยู่

 

 

 

เขาคิดว่าเขาทำถูกที่พาจีซองออกมา

ถึงใจจริงๆจะอยากให้ไอ้ตัวเล็กนี่ได้เจอพ่อบ้างก็เถอะ

แต่ตอนนี้มันยากแล้ว

การที่มีคนพูดถึงมาร์ค มีคนจำมาร์คได้นี่เป็นตัวยืนยันชัดเจนว่ามาร์คกำลังเปลี่ยนสถานะแล้ว

 

 

 

Rrrrrrrrrrrrrrrrr

 

 

ระหว่างที่ในหัวของแจมินกำลังคิดอะไรมากมายอยู่ เสียงเรียกเข้าก็ดั่งขึ้นมายุติทุกอย่าง มือเรียวยกโทรศัพท์ขึ้นมามอง แล้วก็พบว่ามันเป็นสายเรียกเข้าจากเจโน่

 

 

ร่างโปร่งดีดตัวขึ้นก่อนจะรีบลุกออกมานอกระเบียง เพราะเขากลัวว่าจีซองจะเผลอส่งเสียงเข้าตอนที่คุยกันอยู่แล้วมีอะไรน่าสงสัย

 

 

 

ฮัลโหล

 

 

“(ทำไรอยู่)”เสียงทุ้มกรอกเข้ามาตามสาย

 

 

อ๋อ.. นอนเล่นอ่ะ

 

 

“(พรุ่งนี้หยุด ไปดูหนังกันไหม)”

 

 

คือ-”แจมินเงียบไปเกือบอึดใจพลางส่งสายตามองเด็กน้อยในห้อง แต่ยังไม่ทันจะได้หาเหตุผลอะไรเสียงอีกคนก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

 

 

“(วันนี้โทรมานัดล่วงหน้า ไม่ได้เพิ่งบอกด้วย มีเหตุผลอะไรอ้างอีกป่ะ)”

 

 

“…”

 

 

“(เพื่อนก็ไปกันหมด อีกอย่างแจมินไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันหลายครั้งแล้วนะ)”

 

 

น้ำเสียงเอ่ยนิ่งๆแต่แฝงอาการตัดพ้อดังให้เขาได้ยิน แจมินยังคงไม่ได้ละสายตาจากจีซอง แต่เขาคิดเหตุผลไม่ออก เอาจริงๆแล้วถ้าเขาไม่ไปเขาโคตรกลัวเจโน่จะมาบุกที่นี่แล้วเจอจีซองเข้ามากๆ

 

 

เพราะทุกครั้งที่เขาไม่ไปไหนด้วย

สายตาเจโน่มันฟ้องว่าสงสัยตลอด

 

 

ถ้าอย่างนั้น

ให้จีซองอยู่กับพี่แฮชานสักวันก็ได้มั้ง

 

 

 

อื้อ กี่โมงอ่ะ

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

ฮินะล่ะ

 

 

ไม่มา

 

 

เหรินอ่ะ

 

 

ไม่มา

 

 

เอ้า ไหนว่ามากันหมดไง

 

 

ถ้าบอกว่าเราอยากชวนแจมินมาข้างนอกกับเราก็เลยอ้างแบบนั้นจะโกรธไหม

 

 

“…”

 

 

แจมินจ้องหน้าอีกคนนิ่งๆเมื่อเจ้าตัวสารภาพด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ได้ดูรู้สึกผิดสักนิด เขาถอนหายใจแรงๆก่อนจะกวาดตามองรอบห้างสรรพสินค้าที่ดูผู้คนจะขวักไขว่เป็นพิเศษแล้วก็กลับมามองหน้าอีกคน

 

 

โกรธ

 

 

“…”

 

         

ทำไมต้องหลอกวะ

 

 

ก็..”

 

 

 

“…”

 

 

ถ้าให้บอกตรงๆว่าอยากมาเดินเล่นกับแจมินแค่สองคนแจมินจะยอมออกมาไหม

 

 

แจมินชะงักกับคำพูดอีกคนแววตาที่ดูยิ้มแย้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นแววตานิ่งๆราวกับจะสื่อว่ากำลังจริงจังแทน เด็กหนุ่มมองหน้าเพื่อนที่เพิ่งเอ่ยสารภาพก่อนจะถอนหายใจหนักๆแล้วชี้มือไปยังร้านขนมที่อยู่ใกล้ๆ

 

 

เลี้ยง ไถ่โทษ

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

สำหรับวันนี้ก็มาพบกับสองพรีเซนเตอร์ ซึ่งคนแรกเราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้วนะคะกับน้องโกอึน อ้ะๆ วันนี้ไม่ได้มาคนเดียว เขามาพร้อมกับคนที่ร่วมทำให้ประโยคมาร์คๆลูกเป็นอะไรอ่ะติดปากกันทั่วหมู่คุณแม่ เรียกได้ว่าเป็นการเปิดตัวน้องตัวเป็นๆครั้งแรกต่อหน้าสื่อมวลที่นี่ก็ว่าได้ ขอเชิญน้องโกอึนและน้องมาร์คขึ้นมาบนเวทีด้วยค่า

 

 

เสียงพิธีกรประจำงานเอ่ยเปิดตัวพร้อมเสียงรัวแฟลช ข้อมือของโกอึนยกขึ้นมาเกี่ยวเข้าที่แขนของเขา และมาร์คก็เข้าใจดีว่าที่ทำแบบนี้เพราะต้องออกงานคู่กัน

 

 

หลังจากที่ได้นั่งประจำที่ไปเขาก็ถูกบอกให้แนะนำตัวและพิธีกรก็เอ่ยถามเกี่ยวกับการเข้ามาทำงานตรงนี้ตามที่ได้ซักซ้อมกันหลังเวทีซึ่งพี่โดยองก็จัดการเตี๊ยมเค้าไว้ทุกอย่าง

 

 

ค่ะ ไหนคุณแจ็คสันคะ ช่วยพูดความประทับใจต่อทั้งสองคนในการทำงานร่วมกันหน่อยสิคะ

 

 

ครับ! ก็สำหรับโกอึน! เราได้เตรียมงานตรงนี้กันมาก่อนแล้วอย่างที่รู้ไปว่าตอนแรกเป็นคุณแทยงที่จะมาแสดงคู่ด้วย! แต่! เกิดแอคซิเดนนิดหน่อย! ก็เลยมีการเปลี่ยนตัวนะครับ! โกอึนก็น่ารักสดใสสมวัย! ครับ! ประทับใจ!”เสียงดังฮึกเหิมตามแบบเจ้าตัวยังคงเหมือนเดิม

 

 

ค่ะ..”คุณพิธีกรสาวยิ้มแห้งพลางขยับตัวห่างผู้กำกับแล้วยกมือจับหูตัวเอง

 

 

ส่วนน้องมาร์ค.. ครับ.. ก็น่ารัก ตั้งใจทำงาน เชื่อฟัง ว่าง่าย ถ่อมเนื้อถ่อมตัว ตอนเล่นกับเด็กก็เป็นธรรมชาติเหมือนคนคุ้นเคยกับเด็กดีแบบมีลูกแล้วอะไรทำนองนั้น ผมดีใจมากที่ได้ร่วมงานกับน้องมาร์คครับ..”แจ็คสันว่าพลางยิ้มกรุ้มกริ่มมองมาทางมาร์คจนคนถูกยิ้มให้ได้แต่เบือนหน้ามองไปทางอื่น

 

 

แม่ง ทำเสียงสองกับกูอีกแล้ว

แจมินช่วยด้วยT_T

 

 

เหมือนมีลูกเลยหรอคะ หรือจริงๆคุณมาร์คมีลูกแล้วเนี่ย

 

 

เสียงเอ่ยแซวจากพิธีกรดังขึ้นจนมาร์คชะงัก สายตาคนโดยรอบเพ่งมองมายังเจ้าของชื่อที่ถูกเอ่ยถึง บรรยากาศตอนแรกที่ดูเซ็งแซ่ด้วยเสียงคนกลับเงียบลงจนมาร์คได้แต่กวาดมองคนรอบๆจนไปสบตาเข้ากับพี่โดยองซึ่งนั่งอยู่แถวหน้าสุดกับสื่อมวลชนที่จ้องเขม็งมา

 

 

จะมีได้ไงล่ะครับ ผมอายุแค่นี้เองสุดท้ายมาร์คตอบแบบนั้นไปแค่เคยเล่นกับเด็กครับ เลยสบายๆมาก

 

 

ชักอยากเห็นตอนคุณมาร์คเล่นกับเด็กน้อยแล้ว ต้องมีความเป็นคุณพ่อมากแน่ๆเลย

 

 

ครับ

มีความเป็นคุณลูกคนนึงแล้วด้วยครับ

 

 

การสัมภาษณ์เสร็จสิ้นไปด้วยดีผ่านการช่วยเหลือของโกอึน สายตากระลิ้มกระเหลี่ยจากไอ้ผู้กำกับ และใบหน้าฉีกยิ้มพิฆาตที่คอยส่งมาของพี่โดยอง หลังจากเสร็จสิ้นก็ไปแว้บถ่ายรูปกับพิธีกรทีมงานถ่ายคู่กับโกอึนและผลิตภัณฑ์ เล่นเอายิ้มจนปากเกร็งจริงๆ

 

 

โอ๊ย เจ็บเท้าอ่ะ หนูจะไม่ใส่คู่นี้กลับแน่นอน! จะซื้อใหม่!”

 

 

 

Rrrrrrrrrr

 

 

แป๊บนะเพื่อนรักโทรมา กวังฮีสแตนด์บาย!”

 

 

 

เสียงโวยวายจากโกอึนดังขึ้นพร้อมกับการยืนโยกตัวไปมาด้วยความเจ็บแต่ยังไม่ทันที่โดยองจะได้ตอบอะไรเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นและแน่นอนไม่ใช่ของเขา

 

 

เพราะโดยองยึดโทรศัพท์เขาไปอ่ะดิ

 

 

เปิดสปีกเกอร์เลยแกพี่กวังฮีที่เดินมายืนข้างๆพี่โดยองเบ้ปากแล้วมองโทรศัพท์ มาร์คแอบเหลือบมองหน้าจอแล้วก็พบว่ามันขึ้นชื่อว่าโจควอน

 

 

ฮาย เพื่อนรัก จะตายแล้วหรอถึงโทรมาอ่ะเป็นพี่โดยองที่กรอกเสียงลงไปก่อน

 

 

“(อุ๊ย! ถึงจะเบื่อที่จะต้องหายใจร่วมโลกกับพวกแกแล้วแต่ฉันก็ไม่รีบด่วนตายก่อนเห็นพวกแกมีผัวหรอกจ้า เอ๊ะ ก็ยังไม่รู้เลยว่าฉันตายแล้วเกิดใหม่จะได้เห็นพวกแกมีผัวหรือเปล่าอ่ะ)”เสียงจีบปากจีบคอที่ดังลอดสายมาเรียกให้พี่โดยองกับพี่กวังฮีกัดฟันกรอด

 

 

หมาที่แกเลี้ยงไว้ในบ้านมันที่ไม่พอหรอ ถึงขยายมาเลี้ยงในปากอ่ะ นี่มีอะไรก็รีบพูดมาคนมีงานมีการทำเขาไม่มีเวลาโทรไปรังควาญใครหรอกนะยะพี่โดยองเอ่ยสวน

 

 

“(ก็นะ ก็จะมาแสดงความยินดีอ่ะจ้าที่แย่งงานจากน้องมินกยูของฉันไปได้ แกนี่ก็เก่งจริ๊งขอให้ตกต่ำๆในหน้าที่การงานนะยะ)”

 

 

นี่ ฉันแย่งงานอะไรไม่ทราบยะ งานนี้มันของตาแทยงของฉันแล้วถ้าฉันจะคุยกับพี่แจ็คสันให้เปลี่ยนมาพิจารณาเด็กใหม่แทนแล้วมันจะทำไมอ่ะ น้องมินกยูไปอยู่กับคนแบบแกสิงานเลยไม่เข้า ดูแลไม่ได้ยกให้ฉันก็เอาน้า เอาเป็นผัว คึคึ

 

 

“(นี่ก่อนจะว่าฉันอ่ะดูตัวเองก่อนสิคะยัยโด เด็กแกแต่ละคนทำตัวดีๆทั้งนั้นอ่ะ เอ๋ ก็นะคนดูแลเป็นไงเด็กก็ติดนิสัยงั้นมา)”

 

 

พี่โดยอง! พี่กวังฮี พาหนูไปซื้อรองเท้าใหม่เดี๋ยวนี้!”

 

 

ในขณะที่พี่โดยองกับพี่กวังฮีกำลังปะทะฝีปากกับคนในสายโกอึนก็ฉายอาการงอแงเพิ่มเข้าไปด้วยจนดูวุ่นวายกันไปหมด

 

 

โกอึนไปเองได้ป่ะ พี่ต้องอยู่เป็นทัพเสริมโดยองก่อน

 

 

พี่กวังฮี! ไปกับหนู!!! หนูเจ็บเท้า!”โกอึนยังคงเบะปากสะบัดสะบิ้งตัวด้วยความไม่พอใจแม้กวังฮีจะไม่ได้มีท่าทีสนใจเธอเลยก็ตาม มาร์คมองสภาพสาวๆทั้งสามคนแล้วก็ถอนหายใจก่อนเอ่ยพูดขึ้น

 

 

โกอึน เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อน

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

หลังจากทั้งคู่ตระเวนไปนั่งกินแล้วพากันเดินเล่นจนทั่ว ทั้งสองคนก็มาหยุดอยู่ที่โซนรองเท้าเนื่องจากเจโน่ชวนให้เขามาเลือกเป็นเพื่อน



เจโน่เดินเลือกอะไรไปเรื่อยและมีหันมาถามเขาบ้างซึ่งเขาเองก็ช่วยเลือกไป แต่ในหัวเขายังกังวลอะไรนิดหน่อย จริงๆก็ไม่ค่อยนิด เรื่องไอ้พี่ร่วมห้องนี่แหละ



มาร์คขาดการติดต่อไปนานเกินไปจนเขากลัวว่าไอ้พี่นั่นจะโหมงานแล้วเป็นอะไรขึ้นมากะทันหันหรือเปล่าหรือเกิดอะไรขึ้น



แจมินถอนหายใจออกหนักๆอย่างไม่อยากคิดมากแต่มันก็อดคิดไม่ได้ สายตาเขากวาดมองไปทั่วร้านเพราะพนักงานกำลังเดินมาคุยกับเจโน่แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะมาเจออะไรบางอย่างที่ไม่ได้ทำให้เขาสบายใจขึ้นเลยเมื่อเห็นกับตา

 

 


เขาเจอมาร์ค

มาร์คเดียวกับที่เป็นรุ่นพี่ร่วมห้องเขานี่แหละ

 

 

 

หญิงสาวเดินมองรองเท้าฝั่งของผู้หญิงโดยที่ไอ้รุ่นพี่นั่นก็ได้แต่เดินตามแถมยังยิ้มเล็กยิ้มน้อยคุยกัน แล้วถ้าเขาจำไม่ผิด ผู้หญิงคนนี้คือโกอึน เธอหยิบรองเท้าลงมาแล้วนั่งลงกับที่นั่งลอง มีพนักงานเข้ามาต้อนรับอย่างดีส่วนมาร์คก็ดูเก้ๆกังๆแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

 

 

จับโทรศัพท์

แต่ไม่ตอบเขาเนี่ยนะ

 

 

แจมินเห็นแบบนั้นก็เลยถอยมาด้านหลังเจโน่ที่เลือกรองเท้าอยู่ เขาลอบมองการกระทำไอ้รุ่นพี่ร่วมห้องที่ดูจะเล่นมือถือเลื่อนไปมา ก่อนจะตัดสินใจกดโทรหาเพราะมั่นใจว่ามาร์คว่างที่จะรับแน่นอน

 

 

 

ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก

 

 

เดี๋ยว

คืออะไรวะ

 

 

นี่มาร์คกำลังทำอะไรอยู่วะ

 

 

ไอ้รุ่นพี่นั่นที่ดูยังคงยืนสบายใจหันหน้าจอโทรศัพท์ไปทางหญิงสาวแถมยังเลื่อนไปมาให้ดูแล้วก็คุยอะไรกันไม่รู้อีก

 

 

รู้แต่เขาหงุดหงิด

 

 

 

แจมิน

 

 

ห้ะร่างโปร่งสะดุ้งทันทีที่เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อจนหลุดจากสิ่งที่กำลังคิด

 

 

ได้แล้ว เดี๋ยวไปจ่ายเงินกัน

 

 

เจโน่ชูกล่องรองเท้าให้ดู จนแจมินได้แต่พยักหน้ารับไป สองคนเดินมาที่เคานเตอร์ซึ่งมันใกล้พอที่จะทำให้เขาเห็นชัดๆเต็มตาว่านั่นเป็นไอ้รุ่นพี่ร่วมห้องของเขาจริงๆ

 

 

 

ตอนนี้เขารู้สึก

แปลกๆไปหมด

หัวร้อน หัวร้อนมากๆ

 

 

เล่นโทรศัพท์แต่ไม่ได้ตอบไม่ได้คุยกับเขาเลย แม่งทำไรอยู่วะ

 

 

เหมือนกระแสจิตที่รุนแรงของแจมินจะแผ่ไปถึงคนที่ถูกกร่นด่าในใจ มาร์คเงยหน้าจากจอโทรศัพท์ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาดียืนอยู่

 

 

ถ้าเขาไม่เสียดายเงินเขาคงจะเดินกลับเข้าไปซื้อรองเท้าใหม่

แล้วก็ถอดคู่เก่าไปฟาดหน้าไอ้พี่นั่นแม่ง

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

เป็นไงอ่ะ หายเจ็บเท้ายังโดยองเอ่ยขึ้นหลังจากจัดการธุระทุกอย่างเรียบร้อยและเป็นฝ่ายขับรถมาส่งโกอึน

 

 

หายแล้ว ดูรองเท้าใหม่หนูสิ สวยป่ะ”เด็กสาวเอียงเท้าไปมาให้คนที่นั่งข้างๆฝั่งเบาะคนขับดู

 

 

เออสวย”โดยองตอบปัดๆ

 

 

มาร์คเลือกให้ว่าแล้วโกอึนก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเย็น

 

 

แค่ไปเป็นเพื่อนช่วยยืนรอช่วยเลือกก็ว่าคนดีแล้ว ตอนเธอกำลังใส่รองเท้าด้วยความที่กระโปรงมันสั้น มาร์คเลยยืนหันหลังบังให้ แถมตอนจะขึ้นลงบันไดก็คอยระวังให้เธออีก คิดแล้วก็เขิน

 

 

พี่โดยอง

 

 

หือ

 

 

หนูอยากรู้เรื่องของมาร์ค มาร์คเป็นลูกใคร อยู่ยังไง มีแฟนยัง

 

 

อย่าอยากรู้เลยน่า

 

 

พี่ไม่ห้ามเดทกันเองนี่ หนูอ่ะตุ้มๆต่อมๆเวลาอยู่ใกล้มาร์ค มาร์คดูมีอะไรจริงๆนะ

 

 

ไม่บอกโดยองโพล่งตัดบทในใจก็ภาวนาให้โกอึนไม่สนใจเด็กคนนี้

 

 

ถ้าพี่ไม่บอกหนูจะสืบเอง

 

 

ยัยบ้าโดยองชะงักพลางหันมาว่าผู้หญิงที่ลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างๆ นี่ถ้ายัยนี่ไปหาคนมาสืบล่ะก็ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถ้านอกจากเรื่องจะหลุดแล้ว ไอ้คนที่ถูกจ้างมาจะเอาความลับไปขายอีกหรือเปล่า

 

 

แล้วพี่จะบอกหนูป่ะ

 

 

ฉันว่าแกอย่าสนใจมาร์คเลย

 

 

ขอโทษน้า ที่จะไม่ทำตาม”โกอึนตอบยียวน

 

 

นี่โกอึน

 

 

คะ

 

 

ฉันจะถือว่านี่คือการตัดไฟแต่ต้นลมนะ และแกก็เป็นเหมือนน้องฉัน ฉันเชื่อว่าเราจะไม่ทำกันตกต่ำโดยองหันไปจ้องหน้าเด็กสาวด้วยใบหน้าจริงจังก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โกอึนเบิกตากว้างจนพูดอะไรไม่ออก

 

 

“…”

 

 

มาร์คน่ะมีลูกแล้ว

 

 

“…”

 

 

ยังจะอยากได้อยู่อีกไหม

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

“(มันเกี่ยวกับจีซองครับ ขอผมคุยกับมันหน่อย)”

 

 

โดยองที่กำลังคุยโทรศัพท์เหลือบมองมาที่เขาหน้าเครียดก่อนจะตัดสินใจยื่นมันให้ มาร์ครับมาเตรียมจะลุกขึ้นออกไปด้านนอกระเบียงทว่าสัญญาณมือจากเจ๊ใหญ่ดันชี้เขาเป็นคำสั่งให้นั่งกับที่เหมือนเดิม

 

 

ว่าไงวะมึง

 

 

“(ไอ้มาร์ค กูอยากให้มึงตัดสินใจอะไรหน่อย)”มาร์คหรี่ตามองบรรยากาศโดยรอบที่มีโดยอ พี่กวังฮี และโกอึนนั่งอยู่ด้วย

 

 

เรื่องอะไร

 

 

“(เรื่องจีซอง)”

 

 

เรื่องจีซองหรอมาร์คเอ่ยทวนประโยค จริงๆก็ไม่เชิงทวน เรียกว่าพูดให้คนที่จ้องหน้าเขาด้วยความสงสัยรู้มากกว่า

 

 

งั้นเปิดสปีกเกอร์เลยโดยองเพยิดหน้าแล้วกอดอกมองมาร์คที่ดูยังคงลีลา ก็รู้กันหมดแล้ว มีแต่คนกันเอง

 

 

มาร์คถอนหายใจก่อนจะเอ่ยบอกกับคนในสายว่าจะเปิดสปีกเกอร์ซึ่งแฮชานก็ตอบตกลงมา

 

 

“(กูคิดว่า ตอนนี้ที่มึงยังต้องทำงานอยู่ ในขณะที่กูก็เช่นกัน ทุกอย่างมันไปตกอยู่ที่น้องมากไปว่ะ แจมินมีเพื่อนแล้วเพื่อนน้องมันก็คงสงสัยว่าทำไมแจมินดูห่างๆ เพราะแจมินต้องมาคอยติดแหง็กดูจีซอง)”

 

 

“…”

 

 

“(จ้างคนเลี้ยงจีซองไหมวะ)”

 

 

จ้างหรอ..”

 

 

“(อย่างน้อยก็จนกว่ามึงจะจบงานนี้ เพราะยังไงมึงก็จะบินไปหาแม่มึงอยู่แล้ว)”

 

 

กูไม่กล้าไว้ใจเลยว่ะ

 

 

“(รับรอง คนนี้มึงไว้ใจได้แน่)”

 

 

ใคร

 

 

“(ป้าซูยอง)”

 

 

เดี๋ยว แกเลิกเป็นแม่บ้านแล้วหรอวะ

 

 

“(เออ เลิกละเขาบอกเขาเลี้ยงจีซองบ่อยจนผันมารับเลี้ยงเด็กแทนดีกว่า กูเลยจะมาคุยกับมึง)”

 

 

แล้วเขารู้ป่ะวะ ว่าจีซองลูกกู

 

 

“(มึงจำที่แกล้างห้องน้ำบ่อยได้ป่ะ)”

 

 

เออ จำได้

 

 

“(เออ แกขี้ลืม แต่แปลก จำจีซองได้)”

 

 

แล้วแบบนี้จีซองต้องอยู่กับป้าซูยองตลอดเวลาป่ะวะ

 

 

“(ก็เอาไว้เวลากู แจมินไปเรียนหรือติดธุระก็คงฝากไว้กับแกแล้วแวะไปหาเอา วันไหนหยุดก็ค่อยไปรับกลับมาอยู่ด้วยจะได้ไม่พะวงหน้าพะวงหลัง ยังไงก็อีกไม่นานแล้วนี่หว่า ถือว่าให้น้องมันได้หายใจหายคอ)”ชื่อของรุ่นน้องที่อยู่ในบทสนทนาเรียกให้มีความสงสัยบางอย่างจากมาร์ค

 

 

แจมินขอมึงมาหรอ

 

 

“(เปล่า นั่นตัวไม่เอาเลยแหละ แต่กูเห็นแล้วเหนื่อยแทนน้องมัน กูแค่ช่วยรับส่ง น้องมันต้องคอยเลี้ยงอยู่คนเดียวไหนจะเรียนจะอ่านหนังสืออีก)”

 

 

มาร์คได้ฟังแบบนั้นแล้วก็นิ่งไป พอนึกถึงแจมินกับจีซองแล้วเขาก็ไม่รู้ว่าอีกสองคนเป็นยังไงบ้าง เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่เขาแอบไปนัดเจอแจมินเขาก็ไม่ได้คุยกับอีกคนเลย

 

 

เขาเข้าใจว่าแจมินต้องเหนื่อยมากแน่ๆ

ยิ่งจีซองยิ่งต้องโตขึ้นในช่วงนี้

ดันเป็นแจมินกับไอ้แฮชที่ต้องมารับภาระแทนเขา

 

 

 

ไอ้แฮช

 

 

“(ว่าไงวะ)”

 

 

งั้น...”ประโยคที่บ่งบอกถึงการตัดสินใจถูกเอ่ยขึ้นจนสุดท้ายมาร์คก็ได้แต่ถอนหายใจหนักๆก่อนจะพูดมันออกมา“กูฝากมึงนะ

 

 

“(เออ ได้ดิวะ)”

 

 

ขอบใจว่ะทันทีที่สายตัดไปสายตาคมก็ตวัดมองผู้จัดการตัวเองที่นั่งอยู่ตรงข้าม

 

 

คืนโทรศัพท์ผมเลยไม่ได้หรอ

 

 

พรุ่งนี้ก็ครบกำหนดแล้ว กฏต้องเป็นกฏสิน้องมาร์ค

 

 

“…”

 

 

ก็ผมแค่อยากเจอลูกอ่ะ

 

 

มาร์คว่าพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดูซึมลง เด็กหนุ่มที่ตอนนี้เรียกได้ว่าโดยองจับมาชุบใหม่จนเปลี่ยนไปมาก แต่สิ่งที่โดยองเห็นว่ามาร์คยังเหมือนเดิมก็คงเรื่องลูกนี่แหละ

 

 

ก็เพราะอยู่ๆวันนั้นมีเวลาว่างแค่แป๊บๆโดยองเองก็เพลียๆเลยงีบไป รู้ตัวอีกทีกวังฮีส่งรูปน้องมาร์คมาว่ามีคนไปเจอข้างนอก เท่านั้นแหละ เขาบึ่งรถไปรับตัวเด็กคนนี้กลับทันที

 

 

มาร์คคงยังไม่รู้กระแสตัวเองด้วยซ้ำ

 

 

และนั่นแหละ เขายึดโทรศัพท์มาร์ค จริงๆนี่ก็เป็นกฏที่เขาทำมากับเด็กๆทุกคนและแผนแบบนี้ เขารู้เลยว่าแทยงยุแน่นอนไอ้แผนแอบหนีเที่ยวนี่

 

 

ตั้งแต่มาร์คทำงานกับแทยงนี่ก็เริ่มต่อปากต่อคำเขามากขึ้น

ไม่น่าจับแพ็คคู่ด้วยกันได้เลย

 

 

แล้วพรุ่งนี้ผมมีงานอะไรบ้าง

 

 

พรุ่งนี้มีนัดเลี้ยงฉลองจากพี่แจ็คสัน

 

 

คนเดียว?”

 

 

ไปกับโกอึน

 

 

ดีใจจังเลยค่ะ แต่จะดีกว่านี้ถ้ามาร์คกินได้

 

 

แหม พอรู้ความจริงเข้าหน่อยอ่ะเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังตีนเลยนะ ตอนนั้นยังบอกว่ามาร์คมีอะไรอยู่เลย

 

 

ก็ไม่คิดว่ามีอะไรที่ว่าจะคือมีลูกป่ะ พี่โดเพิ่งบอกอ่ะ

 

 

อ่ะบ่นๆ

 

 

เอ๊ะ แต่จะว่าไป มาร์คก็แค่มีลูกนี่ ไม่ได้มีเมียถูกป่ะโกอึนเอ่ยพูดขึ้นมาพลางยิ้มทำหน้ามีเลศนัยจนกวังฮียื่นมือมาฟาดเข้าที่แขน

 

 

 

บ้าผู้ชายจริง เคยได้บ้างป่ะ

 

 

ไม่เคย! ทำแมะ จะเอาอะไรกับหนู ใครหล่อหนูก็ชอบหมดแหละ ไม่เรื่องมาก

 

 

สองเสียงยังคงเถียงกันไปมาทำให้มาร์คได้แต่เหลือบสายตามองรอบๆก็เห็นแต่โดยองที่จดจ่ออยู่กับใบเอกสารปึกใหญ่ จนสุดท้ายมาร์คก็ลุกขึ้นเดินออกมาด้านนอกระเบียงแล้วยกนิ้วนวดขมับตัวเอง

 

 

ในหัวเขาตอนนี้มีแต่เรื่องไอ้เปี๊ยก ไอ้แฮชไม่ผิดเลยที่มันจะแนะนำหนทางแบบนั้นให้เขา จริงๆมันเป็นสิ่งที่เขาควรจะรับผิดชอบด้วยตัวเองทั้งนั้น นี่เขาทำทั้งไอ้แฮชทั้งแจมินเหนื่อยกันไปหมด แต่เขาก็โคตรขอบคุณที่ไม่มีใครมองไอ้เปี๊ยกเป็นตัวปัญหา มันผิดที่เขาเอง ผิดที่คิดน้อย ผิดที่ทำอะไรไม่ระวัง จนมามีจีซองในตอนนี้  ทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีความพร้อมจะเลี้ยงดูเด็กคนนึงให้ได้รับการดูแลอย่างที่ควรจะได้จากคนเป็นพ่อเป็นแม่ แต่ถึงย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็ขอที่จะมีจีซองเข้ามาในชีวิตอยู่ดี

 

 

เพียงแต่คงขอให้เข้ามาในตอนที่เขาพร้อมจะให้จีซองได้ทุกอย่างที่ควรจะได้

ไม่ใช่ต้องให้เด็กคนนึงไปให้คนนู้นดูทีคนนี้ดูทีแบบนี้

 

 

ขอโทษนะจีซอง

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

“นี่ น้องมาร์คกับโกอึน เกาะๆกันไว้หน่อยนะ”

 

 

ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในคลับที่แจ็คสันนัดเลี้ยงฉลองพี่โดยองก็ฉุดข้อมือทั้งเขาและผู้หญิงตัวเล็กข้างๆไว้แล้วกระซิบกระซาบก่อนจะตบไหล่เขาทั้งคู่ซึ่งดูเหมือนโกอึนจะเข้าใจอะไรแบบนี้ดีเลยควงแขนเขาก่อนจะเขย่งมากระซิบข้างๆหู

 

 

“มันเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอ่ะ พี่จงอินกับพี่ซูจองก็ต้องทำแบบนี้มาก่อน”

 

 

“แล้วทำไมต้องเป็นพวกเรา”

 

 

“เอ๊ะ ก็ทีมงานเขาเห็นว่าเคมีเราเข้ากัน เขาจะได้จับคู่ป้อนงานเพิ่มไง”ทันทีที่หญิงสาวพูดจบมาร์คก็พยักหน้าหงึกหงักตามก่อนจะมองโกอึนที่เกาะแขนเขาแล้วกึ่งลากกึ่งควงเข้าไปในงาน

 

 

สารภาพเลยว่าตั้งแต่เขาโดนเธอหอมแก้มแบบนอกบทไปวันนั้น เขาก็เริ่มหวาดกลัวความรุกแรงของยัยคนนี้ ถ้าเป็นมาร์คคนก่อนนะ เจอผู้หญิงแบบนี้เขาเองก็คงรุกกลับไปเหมือนกัน แต่ตอนนี้เขารู้สึกว่า การที่เขาพลาดทำผู้หญิงท้องเพราะความคึกคะนองของตัวเอง มันทำให้เขารู้สึกหักห้ามใจในการแตะเนื้อต้องตัวกับผู้หญิงไปได้ระดับหนึ่ง แค่ไอ้เปี๊ยกคนเดียวก็ทำเขาเข็ดหลาบขนาดนี้ เขาจะไม่มีทางไปเผลอสร้างไอ้เปี๊ยกรุ่นสองมาอีกแน่ๆ

 

 

“อ้าว! มากันแล้ว!

 

 

“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ”

 

 

“น้องมาร์คน้องโกอึนมาๆมานั่งนี่”

 

 

พี่ๆทีมงานที่พอจะคุ้นหน้าบ้างพากันมาลากตัวพวกเขาทั้งคู่ไปเสียงเอ่ยแซวดังไปทั่วแต่เขาก็ได้แต่ยิ้มรับไว้ ถ้ามีใครยื่นเครื่องดื่มให้ก็ต้องรับมาเป็นมารยาท

 

 

จะว่าไปเขาเองก็ห่างเรื่องพวกนี้มาพอสมควร

 

 

มือหนายกเครื่องดื่มจิบพลางมองบรรยากาศรอบๆที่มีคนเต้นเบียดเสียดกันไปมาจนแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในร่างกายเริ่มทำให้พวกเขาเริ่มออกท่าทาง คำยุยงจากบรรดาพี่ๆส่งเสียงเชียร์ให้เขาและโกอึนเต้นด้วยกัน หญิงสาวที่ดูจะคึกคักก็ดึงแขนเขาไปตามคำยุยง

 

 

มาร์คยิ้มรับแล้วก็ทำตามด้วยความสนุกเพราะไม่อยากให้บรรยากาศกร่อย ในขณะที่ขยับตัวไปตามเพลงสักพักสายตาเขาก็ไปสะดุดกับคนคนนึงที่คุ้นหน้าคุ้นตาดีกำลังยืนหัวเราะอยู่กับคนที่เขาคิดว่าชักจะเห็นอยู่ด้วยกันบ่อยๆ

 

 

คนที่เจอที่ร้านเฮียหาน

และที่ร้านรองเท้า

 

 

ใช่เขาเจอแจมินกับไอ้เด็กหน้าหล่อนั่น

 

 

มาร์คหรี่ตามองไปยังสองคนที่รายล้อมด้วยคนอื่นๆอีกหลายคนยืนเป็นกลุ่ม ในมือของแจมินมีแก้วเครื่องดื่มรอยยิ้มที่นานๆจะเกิดขึ้นกับริมฝีปากบางนั้นถูกแจกจ่ายเรี่ยราดเสียจนเขาแปลกใจ

 

 

พอไม่ต้องมีไอ้เปี๊ยกอยู่ด้วยแล้ว

ก็มาที่แบบนี้เลยหรอวะ

 

 

และดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่ามีสายตาคู่นึงจับจ้องอยู่ ดวงตากลมนั่นเลยตวัดมองกลับมา

 

 

 

แจมินหันไปมองมุมที่เขารู้สึกว่ามีบางอย่างจับจ้องอยู่

และสิ่งที่เจอก็เรียกอารมณ์โมโหจากเขาได้เป็นอย่างดี

 

 

มาร์คกับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว

 

 

มือเรียวยกเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ขึ้นกรอกปากพลางกลืนลงคอเพราะหวังว่ามันจะดับความร้อนรนในใจเขาได้

 

ไปทำงานตรงนั้นก็ต้องเจอแต่ผู้หญิงสวยๆป่ะวะ แต่ไม่คิดว่ามาร์คจะเผอเรอจนไม่สนใจจีซองไม่สนใจเขาขนาดนี้ ทั้งที่เขาน่ะค้านแทบตายเพราะไม่อยากเอาจีซองให้ใครดูแล แต่ไอ้พี่นั่นดันยอมง่ายๆ เหมือนกับไม่เชื่อว่าเขาจะดูแลจีซองได้ เออ ก็ตามใจ  คงไม่อยากจะต้องกังวลแวะกลับคอนโด

 

แล้วทำไมเขาต้องหัวร้อนวะ ก็มาร์คเป็นผู้ชาย ก็ต้องชอบผู้หญิงนี่ เออ แล้วเขาก็เป็นผู้ชายไง ทำไมต้องมารู้สึกอยากจะเข้าไปกระชากสองคนนั้นแยกจากกันวะ

 

 

“แจมิน!

 

 

ห้ะ

 

 

เป็นรุ่นพี่ยองแจที่ถือแก้วเข้ามาใกล้ๆพร้อมกับดึงแก้วเปล่าในมือเขาออกไปแล้วยัดแก้วใหม่ให้ แจมินโค้งหัวเป็นเชิงขอบคุณจนพี่เขาหันไปคุยกับเจโน่นั่นแหละ เขาถึงได้หันไปยังจุดสนใจเดิมพลางกระดกแก้วใส่เครื่องดื่มเข้าปากซึ่งรสชาติขมปร่ากว่าเดิมเรียกให้ใบหน้ามันเบ้ออกจนอาการชัด เสียงหัวเราะที่ดังใกล้ๆทำให้แจมินหันหน้าไปมอง

 

เชี่ย น้องมึงท่าจะมอมง่ายว่ะจินยองเป็นพี่ยองแจที่เอ่ยกลั้วหัวเราะกับผองเพื่อนซึ่งในนั้นมีพี่จินยองพี่รหัสของเขารวมอยู่ด้วย ใบหน้าแสดงอาการรู้สึกผิดชัดจนเขาได้แต่ยกมือให้เป็นเชิงไม่เป็นไรส่งไป

 

 

วันนี้พี่รหัสของพวกเขาลักลอบกันพาน้องมาเปิดหูเปิดตา จริงๆก็ตามที่สมัครใจ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ที่เขามีจีซองอยู่ด้วยเขาไม่มีทางมาเหยียบที่นี่แน่ แต่ตอนนี้ อือ ก็พ่อเขาตัดสินใจให้คนอื่นแล้วนี่ ก็ว่างนี่ ก็มาดิ

 

 

หลายๆคนผลัดเปลี่ยนกันยกแก้วมาให้ซึ่งแจมินก็รับแถมยังเทลงคอไม่ยั้ง เขาก็ไม่รู้วันนี้คึกอะไร แค่รู้สึกอยากฟาดทุกอย่างที่ขวางหน้า

 

 

มาร์คยังคงยืนข้างเคียงกับผู้หญิงคนนั้น ไม่ก็หันไปคุยกับคนอื่นบ้างด้วยท่าทีมีมารยาท แต่เมื่อไหร่ที่มีโอกาสล่ะก็ เขาจะเห็นสายตานั้นจับจ้องกลับมาที่เขา แจมินไม่ได้เกรงกลัวอะไรอยู่แล้ว เขาจ้องมาร์คกลับ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองทำหน้ายังไง

 

 

แจมิน ไม่ไหวแล้วมั้งเป็นเจโน่ที่เข้ามาจับไหล่เขาให้ยืนตัวตรง

 

 

ไหวดิแจมินเอ่ยตอบแต่เจ้าตัวคงไม่รู้สภาพตัวเองที่โอนเอนสักเท่าไหร่ มือไม้แจมินเริ่มหาเกาะที่ยึดก่อนจะคว้าเข้าที่ลำคอของคนที่ช่วยพยุงไว้ ภาพตอนนี้อาจจะดูปกติในสายตาคนทั่วไปที่จะเจอใครนัวเนียกันในที่อโคจร แต่มันไม่ปกติสำหรับมาร์คเอาซะเลย

 

 

แจมินน่ะ

ยิ้มก็ยาก

เข้าใกล้ก็ยาก

ทำไมไอ้หน้าหล่อนั่นมันดูทำได้ปกติจังวะ

 

 

มาร์คสะบัดหัวพยายามไม่สนใจก่อนจะหันไปคุยกับพี่ๆในโต๊ะต่อแต่แล้วหางตาเขามันก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองจนเห็นภาพที่มันทำให้หางคิ้วเขามันกระตุก

 

 

ไอ้เด็กนั่นที่อยู่กับแจมินบ่อยๆ

แม่งซุกคอแจมินอยู่

 

 

พี่โดยอง พรุ่งนี้ผมไม่มีงานใช่ไหม

 

 

 

 

 

วันนี้กลับคอนโดนะ

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

.

 

 

ตีสอง

 

สายตาคมเหลือบมองนาฬิกาบนผนังห้องนั่งเล่นพลางขมวดคิ้วมุ่น

 

 

พอไม่มีจีซองเป็นภาระก็ออกไปฉลองให้กับอิสรภาพจนเต็มที่เลยดินะ

 

 

มาร์คคิดพลางถอนหายใจเมื่ออารมณ์ขุ่นมัวมันครอบงำ ภาพที่ไอ้เด็กอีกคนกำลังกอดๆซุกๆกับนาแจมินแว้บเข้ามาในหัวจนเขารู้สึกแปลกๆ

 

 

แม่ง เห็นแล้วหัวร้อน

 

 

 

แอด

 

 

เสียงเปิดประตูเรียกให้มาร์คที่จมอยู่กับอารมณ์มาคุหันไปมองสองขารีบลุกไปยังประตูเพราะเขารู้ดีว่าคนที่จะได้เจอคือใคร

 

 

แต่เขาไม่คิดว่ามันจะเกินคาดไปหน่อยแบบนี้

 

 

ขอบใจน้ำเสียงที่พยายามเค้นพูดให้รู้เรื่องถูกส่งมาจากปากแจมิน ร่างโปร่งโงนเงนเกือบจะถลาเข้าไปหาคนเป็นเพื่อนที่อยู่หน้าประตูแต่แขนแกร่งนั้นก็จับพยุงเอาไว้ได้

 

 

เจโน่โบกมือลาแต่สายตามองตรงเลยแจมินไป ดูเหมือนไอ้เด็กรุ่นน้องนั่นจะเห็นว่าเขายืนอยู่ เพราะก่อนประตูจะปิดลงแววตานั้นก็จ้องกลับมาที่มาร์คด้วยความรู้สึกที่คาดเดายาก

 

 

ทันทีที่ไร้ร่างของบุคคลที่สามคนเป็นน้องก็เตรียมจะหันตัวเดินเข้ามาในห้อง ทว่ากลับต้องชะงักด้วยความแปลกใจเมื่อหันมาเจอกับคนที่ไม่คาดคิด

 

 

“กลับช้านะ”

 

 

“ยุ่ง”แทบจะทันทีที่มาร์คเอ่ยไปแจมินตอบกลับมาด้วยใบหน้าหงุดหงิด

 

 

เดี๋ยวเป็นอะไร

 

 

“แล้วพี่จะรู้ทำไมครับ”ดวงตากลมตวัดขึ้นมองพลางพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “พี่เองเป็นอะไรยังไม่เห็นบอกเลย”

 

 

“แจมิน ทำไมพูดแบบนี้วะ”

 

 

พี่นึกให้ดีดิว่าทำอะไรไว้

 

 

“…”

 

 

สาบานเลยว่าถ้าพี่ไม่ได้เป็นดารา ผมแม่งจะไปลากพี่มาเอาคำตอบตั้งแต่ตรงนั้น”

 

 

 

 

 “ผมพยายามจะเข้าใจพี่มาทุกอย่างแล้วเว่ย แต่ตั้งแต่หลังจากนัดเจอที่พี่หายไปติดต่อไม่ได้ จนวันที่ผมเจอพี่ที่ห้างกับผู้หญิงคนนั้น พี่เปลี่ยนใจให้คนอื่นเลี้ยงจีซอง แล้วก็มาวันนี้อีก พี่กำลังคิดอะไรวะ พี่กำลังทำอะไร กำลังทำอะไรกับความรู้สึกผม ผมแม่งไม่เข้าใจพี่เลยว่ะ คือตั้งแต่พี่ทำงานตรงนั้นผมแม่งรู้สึกแบบเหมือนโดนพี่ตัดขาด ไม่อยากให้มีส่วนไรในชีวิตอ่ะ”น้ำเสียงกระแทกเจือด้วยอารมณ์โมโหถูกปล่อยออกมาพร้อมสีหน้าที่อดทนไม่ไหว

 

 

แจมินมาร์คพยายามเรียกชื่ออีกคนเมื่อได้ยินคำพ่นระบายออกมาแต่ดูเหมือนจะหยุดไม่ได้

 

 

ผมรู้ละ พี่แม่งกำลังชอบผู้หญิงคนนั้นป่ะวะแจมินยังคงพูดต่อ

 

 

“…”

 

 

เออ คือแม่งมันก็ปกติอ่ะ พี่เป็นผู้ชายก็ชอบผู้หญิงถูกป่ะ

 

 

“…”

 

 

แต่ผมแม่งเป็นบ้าอ่ะ ผมแม่งโคตรหัวร้อนเลยตอนเห็นพี่อยู่กับผู้หญิงคนนั้น ยิ่งพี่มาเมินผมที่เจอกันผมแม่งโคตรรู้สึกแย่อ่ะ เหมือนสำคัญตัวไปว่าตัวเองจำเป็นกับพี่ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่  พี่กำลังให้ความสำคัญกับคนนั้น

 

 

“…”

 

 

ทั้งๆที่ผมแม่งให้พี่เต็มร้อย ทำไมเจออะไรแบบนี้วะผมไม่รู้ว่าผมแม่งเป็นอะไรโมโหทุกอย่างโมโหจนอยากร้องไห้ อยากไปดึงพี่ออก-อื้อ!”

 

 

ประโยคที่ถูกพ่นออกมาจากปากเล็กถูกกลืนลงคอไปจนหมดเมื่อถูกริมฝีปากหนากดทับลงมาแนบสนิทจนไร้ซึ่งเสียงคำพูดเล็ดลอด  ไม่รู้ว่ามือที่อยู่ข้างลำตัวมันถูกยกไปกอดรอบคอคนเป็นพี่ไว้เมื่อไหร่ รู้แต่แจมินไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสนั้น

 

 

มาร์คยังคงเบียดริมฝีปากเข้าหาพร้อมกับเรียวลิ้นที่กวาดต้อนราวกับจะเอาคำตัดพ้อนั้นออกจากปากเล็กให้หมดและอาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์และสติที่มีอยู่น้อยจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้เขาตอบโต้การกระทำเหล่านั้นไปเช่นเดียวกัน

 

 

“...”

 

 

ไม่มีคำพูดใดๆหลังจากพวกเขาละริมฝีปากออกมา มาร์คมองใบหน้าคนเป็นน้องใกล้ๆทั้งที่ปลายจมูกยังชนกันอยู่ ลมหายใจของแจมินดูติดขัดจนเขาคิดจะรังแกซ้ำทว่า

 

 

อุก!”

 

 

แจมินชิงรังแกเขาก่อน

ด้วยการพ่นอ้วกใส่เขานี่แหละ

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

สุดท้ายคืนนี้ก็เป็นมาร์คที่ยังนอนไม่หลับ

 

 

เขาตะแคงตัวหันข้างมองใบหน้าของรุ่นน้องที่เปลือกตาปิดสนิทลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแล้วก็ยกมือวางบนกลุ่มผมนิ่มนั้นเบาๆ

 

 

หลังจากเขาคอยพยุงให้อีกคนจัดการตัวเองแล้วพามานอนเขาก็ถึงได้ชำระล้างร่างกายบ้าง และหลังจากอาบน้ำเสร็จเขาก็มานอนตาค้างอยู่แบบนี้

 

 

ไม่รู้ว่าเพราะอาบน้ำหรือคำพูดของอีกคนกันแน่

 

 

เขาผ่านการคบผู้หญิงมาตลอด

และมันก็เป็นเรื่องยากที่จะมายอมรับว่า

เขากำลังรู้สึกอะไรกับผู้ชายด้วยกัน

 

 

ยิ่งเพราะเราเริ่มต้นกันแบบนั้น

เขาเลยไม่คิดว่ามันจะมาเป็นแบบทุกวันนี้ได้

 

 

เขาปล่อยให้การกระทำกับความรู้สึกมันนำไปเยอะแล้ว

มันถึงเวลาแล้วแหละที่เขาควรจะมาทบทวนอย่างจริงจังในตอนนี้สักที

และเขาคิดว่าเขาจะมาทบทวนมันคนเดียวไม่ได้

คงต้องรอไอ้เด็กที่หลับปุ๋ยอยู่นี่ตื่นขึ้นก่อน

นอกจากจะอธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะได้คุยกันให้เคลียร์สักที

แต่ตอนนี้

 

 

 

คิดแล้วมาร์คก็ขยับตัวคว้าร่างอีกคนมานอนกอดพร้อมกับเอาคางเกยหัว

 

 

ขอฉวยโอกาสหน่อยแล้วกัน

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

อาการหนักที่ศีรษะโจมตีเข้าอย่างจังหลังจากแจมินตื่น ดวงตากลมปรือเปิดก่อนจะลืมตามองเพดานแล้วก็พบว่า เขาอยู่ในห้องตัวเอง

 

 

ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนไหลเข้ามาเป็นฉากๆทันทีและดูเหมือนฉากที่จะอยู่ในหัวเขาก่อนสติจะจำอะไรไม่ได้ก็คือ

 

 

เขาจูบกับมาร์ค

 

 

ทันทีที่ชื่อของรุ่นพี่ร่วมห้องเข้ามาในร่างโปร่งก็ลุกพรวดจากที่นอนแล้วมองไปรอบห้องทันที

 

 

 

ไม่มีใคร

หรือเมื่อคืนเขาฝันวะ

 

 

มือเรียวสอดเข้าปอยผมที่ปรกหน้าตัวเองแล้วเสยขึ้นก่อนจะค้างไว้บนหัวอย่างนั้นด้วยที่ตัวเองพยายามนึก แต่แล้วเขาก็คิดว่าตัวเองคงไม่ต้องนึกอะไรต่อแล้วเมื่อในตะกร้าที่ไร้เสื้อผ้าของคนร่วมห้องมานับหลายอาทิตย์กลับมีชุดแปลกตาที่เปื้อนคราบอาเจียนกองอยู่

 

 

หลังจากตั้งสติได้แจมินก็ตัดสินใจเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำอยู่สักพัก นอกจากเสียเวลาอาบน้ำเขายังเสียเวลาคิดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอีกด้วย นั่นแหละ และทันทีที่ก้าวออกมาเขาก็เผชิญกับเหตุการณ์ที่น่าลำบากใจที่สุด

 

 

ร่างสูงคุ้นตากำลังยืนอยู่ที่เคานเตอร์ครัว

 

 

แจมินพยายามถอนหายใจออกแล้วทำตัวปกติเดินออกไปยังกลางห้องโดยเป้าหมายก็คือกลับไปมุดหน้ากับเตียง ถ้าเสียงอีกคนไม่ดังขึ้นมาก่อนแบบนี้

 

 

มากินข้าวกัน

 

 

 

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความตึงๆ แจมินไม่พูดอะไรเอาแต่ก้มหน้าก้มตากิน เขาเองก็ไม่อยากขัดอะไรขึ้นมาตอนนี้

 

 

ถึงแม้เขาจะทนไม่ไหวอยากจะปลุกอีกคนมาคุยให้รู้เรื่องตั้งแต่เมื่อคืนแล้วก็เถอะ

 

 

ดูเหมือนแจมินจะอิ่มไว ร่างโปร่งลุกขึ้นพร้อมกับยกจานตัวเองเดินเข้าไปที่ซิงค์ล้างจาน เสียงน้ำที่ถูกเปิดเรียกให้บรรยากาศเงียบๆตึงได้มีเสียงอะไรแทรกขึ้นมาบ้าง

 

 

และดูเหมือนว่านี่จะเป็นเหตุการณ์ทับซ้อนแบบคราวก่อน

 

 

มาร์คเข้าไปยืนอยู่ด้านหลังของแจมินจุดประสงค์หลอกคือมาต่อล้างจาน จุดประสงค์จริงคือเขาจะพูดกับคนเป็นน้องนั่นแหละ แต่ดูเหมือนจะหักมุมเขาไปหน่อยเมื่ออีกคนเอ่ยขึ้นก่อน

 

 

เมื่อคืนผมเมาอ่ะ พูดอะไรไม่รู้ ช่างมันเหอะแจมินอ่ยขึ้นทั้งที่ยังหันหลังอยู่

 

 

มาร์คได้แต่มองแล้วถอนหายใจกับท่าทีที่ดูไม่คิดจะเอาอะไรกับเรื่องเมื่อคืนแล้ว และแน่นอนเขาไม่ยอมหรอก

 

 

เมื่อคืนเราพูดอะไรไม่รู้ แต่เช้านี้พี่จะพูดให้รู้เรื่อง แล้วก็ไม่ช่างมันด้วย

 

 

“…”

 

 

เมื่อคืนที่บอกถ้าพี่ไม่ได้เป็นดาราจะไปลากพี่มาเอาคำตอบตั้งแต่ตรงนั้นเลย

 

 

“…”

 

 

ตอนนี้ก็อยู่นี่แล้ว

 

 

“…”

 

 

ให้ตอบเลยไหมไม่มีเสียงตอบจากแจมิน แผ่นหลังเล็กนั้นยังคงหันหลังให้เขาอยู่

 

 

จริงๆวันนั้นที่นัดเจอกันพี่ไม่ได้ว่างยาว มันเป็นแค่ช่วงที่ได้พักหลังจากเดินสายทำงานมาทั้งวัน แล้วก็มีงานต่อ

 

 

“…”

 

 

แต่พี่อยากเจอจีซอง อยากเจอเรา พี่ก็เลยแอบออกมา ก็ไม่คิดว่าจะมีคนรู้จัก ตอนนั้นกว่าจะออกไปได้พี่โดยองต้องมาช่วยกัน แล้วก็นั่นแหละ พี่โดยองก็เลยยึดโทรศัพท์ทำโทษ

 

 

“…”

 

 

วันที่เจอเราที่ร้านรองเท้า วันนั้นพี่ไปทำงานกับโกอึนแล้วโกอึนรองเท้ากัด พี่โดยองกับพี่กวังฮีก็ไม่ว่าง จะให้ไปคนเดียวก็ยังไง พี่เลยไปเป็นเพื่อน

 

 

“…”

 

 

ส่วนวันนี้ ที่ไปน่ะมันก็เป็นงานเพื่อคอนเน็คชั่น สานสัมพันธ์ ฝากเนื้อฝากตัว

 

 

“…”

 

 

แล้วเรื่องจีซอง ที่พี่ตัดสินใจแบบนั้น พี่ว่ามันดีกับตัวเรา ไอ้แฮชมันก็เหนื่อยเราก็เหนื่อย พี่ก็ไม่อยากให้จีซองไปอยู่ตรงนู้นทีตรงนี้ทีด้วยจนกว่าจะจบงานแล้วทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทางมาร์คเอ่ยต่อ ไว้เราเข้าไปหาจีซองเอาดีกว่า

 

 

หลังจากมาร์คไล่อธิบายมายาวเหยียดบรรยากาศก็เงียบไปพักใหญ่ จนในที่สุดแจมินก็หันมาประจันหน้ากับเขา สายตาคมจ้องหน้าคนเป็นน้องที่สีหน้าดูคลายความเครียดกว่าเดิมจากเมื่อคืนแต่หัวคิ้วนั้นยังไม่เลิกมุ่นจนเขาต้องยกมือขึ้นจับหัวกลมๆนั่น

 

 

แล้วที่บ่นมาตั้งยาวว่าไม่รู้เป็นอะไรเวลาเห็นพี่กับคนอื่นแล้วโมโห

 

 

“…”

 

 

หวง

 

 

“…”

 

 

มันเรียกว่าหวง

 

 

พี่รู้ได้ยังไงริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนมาร์คต้องก้มหน้าลงมาหาใกล้กว่าเดิม

 

 

รู้ดิ

 

 

“…”

 

 

ก็ตอนเราอยู่กับไอ้คนที่มาส่งพี่ก็รู้สึกเหมือนกัน

 

 

บรรยากาศเงียบๆเกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากมาร์คเอ่ยจบ แจมินยืนนิ่งจ้องหน้าคนเป็นพี่อย่างไม่เชื่อหูตัวเอง และคนเป็นน้องยิ่งได้ตัวแข็งกว่าเก่าเพราะนอกจากหน้ามาร์คยังขยับตัวเข้ามาใกล้อีก คนเป็นพี่จ้องตากลมๆที่ฉายแววสงสัยก่อนจะพูดอะไรบางอย่างออกมา

 

 

“อาการหลายๆอย่างมันชัดเจนแล้วแหละ อยู่ที่ว่าพวกเราจะยอมรับมันไหม”

 

 

“...”

 

 

“มันอาจจะยังไปไม่ถึงจุดนั้น แต่มันก็เกินจุดปกติที่เราจะทำตัวเฉยๆต่อกันทั้งที่มันมาขนาดนี้แล้ว”

 

 

แจมินรู้สึกว่าใจเขามันเต้นแรงจนกลัวว่าไอ้รุ่นพี่ร่วมห้องที่อยู่ใกล้ๆจะได้ยิน

 

 

แต่ถ้าแจมินมาเป็นมาร์ค แจมินก็จะรู้ว่ามาร์คไม่ได้ยินอะไรอีกแล้วนอกจากใจตัวเอง

 

 

“ผมถามคนคนนึงว่าเราจะรู้สึกอะไรกับคนเพศเดียวกันยังไง”

 

 

 

 

แล้วเขาก็ตอบว่ามันก็เหมือนรู้สึกกับคนคนนึงแค่ไม่ได้เอาเพศมาเป็นตัววัด

 

 

“…”

 

 

แล้วผมก็ยังสงสัยว่ามันจะรู้สึกยังไงอยู่ดี

 

 

“…”

 

 

เขาบอกว่า เรื่องแบบนี้ไม่มีใครบอกใครได้หรอก ถึงเวลาก็จะรู้สึกเอง

 

 

“…”

 

 

พี่

 

 

“…”

 

 

สำหรับผม.. ผมว่ามันถึงเวลาแล้วว่ะ

 

 

“…”ไม่มีเสียงตอบอะไรจากมาร์คมีเพียงลำตัวที่ขยับห่างออกแถมเบี่ยงตัวไปราวกับหลบหลีกจนแจมินเกือบจะหน้าชาแล้วถ้าไม่หันไปมองว่ามาร์คกำลัง

 

 

 

เลื่อนมือปิดก๊อกน้ำ

 

 

 

พี่ถึงเวลาก่อนเราไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

 

 

“…”

 

 

ไหนๆตอนนี้ก็ถึงเวลาด้วยกันแล้วทั้งคู่

 

 

 

ขอแก้ตัวตอนน้ำล้นหน่อยแล้วกัน

 

 




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

19 d a d d y

 


โกอึนบอกว่าหนุแค่มาทำให้เขาหวงกันเฉยๆอย่าทำหนุ
ก็หนุไม่รู้ว่าลูกมีเห็นหล่อดีหนุก็เลยชอบเขา
ละสองคนนั้นแม่งเป็นไรกะอ่างล้างจาน
มาอัพตีห้าแล้ว กุ้ดมอเน่งเด้อรีดเด้อ

*ขออนุญาตอีดิทบางฉากนะคะคือลงแล้วรู้สึกทำให้ตอนยืดเยื้อ
ต้องขอโทษด้วยเด้อ แต่ไม่มีเนื้อหาอะไรเปลี่ยนแปลงแน่นอนแค่เป็นบทสนทนาค่ะ
ใครที่อ่านก่อน10.10อาจจะเจอแต่ยังยืนยันว่าเนื้อเรื่องเหมือนเดิมเด้อ

ฝาก #แด๊ดดี้มาร์คลี เหมือนเดิมฮับ




                    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 220 ครั้ง

4,529 ความคิดเห็น

  1. #4526 B.A.M.B.S•05_MSG (@pohnanan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 13:41
    พึ่งมานึกออก ถ้ามองในแง่ร้าย ย้ำ แง่ร้าย หรือว่าเจโน่คือคนที่พูดกับแชยอนตอนนั้นวะ ที่ตอนนั้นไปเอาจีซองมาแล้วก็บอกว่า ดีแล้วจะได้ไม่เป็นภาระเรา ที่น่าสงสัยคือ หรือจะเป็นพ่อจริงๆของจีซองกับแชยอน อันเนี้ยไม่แน่ใจ จีซองเนี่ยลูกใครกันแน่🤔
    #4526
    0
  2. #4498 MPSLlllll (@MPSLlllll) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 14:11

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
    #4498
    0
  3. #4497 MPSLlllll (@MPSLlllll) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 14:10
    ㅜ_______________ㅜ
    #4497
    0
  4. #4480 rain_18 (@rain_18) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 22:32
    อร๊ายยยยย หลังจาดปิดน้ำนี่เกิดอะไรขึ้น
    #4480
    0
  5. #4447 xq779 (@xq779) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 21:51
    ไปเถิดทั้งคู่ไปสู่ประสวรรค์ อ่าาาาหน้าร้อนหมดแล้ววววอร้ายยย////////
    #4447
    0
  6. #4348 mmyu24 (@mmyu24) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 16:42
    มีการแก้ตัวด้วยนะคะ มาร์คคคคคค
    #4348
    0
  7. #4327 jeepxx (@jeepxx) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 12:35
    คือพี่แจ็คสันอ่อนไหวกับคำว่ามาร์คหรอ55555555555
    #4327
    0
  8. #4280 Hoseki Shika シカ (@hoseki-shika) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 00:46
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกก ฟินมาก จิกหมอน แก้มแตกกกกก งื้ออออ
    #4280
    0
  9. #4158 jaxxh.BD (@zofield) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 10:50
    เป็นการบอกรักที่ไม่มีคำว่ารักอ่ะคุ๊ณณณณณณณ
    #4158
    0
  10. #4110 My Little G. (@199012001) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 02:14
    โอ้ยยฟินฮืออออออออออ
    #4110
    0
  11. #4062 KM8WS (@BBKANYA) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 19:15
    พอจะหวานก็นะ ฮืออออออ รับไม่ไหววววววว
    #4062
    0
  12. #4025 _namyns (@_namyanisa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 04:45
    แก้มจะแตกละโว้ยย
    #4025
    0
  13. #3975 falalefay (@Fay_Cutie) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 09:03
    กี๊ดดดด หวงกันทั้งคู่นั่นแหละ เขินตรงแก้ตัวตอนน้ำล้น ฮอลลลลลล ;___;
    #3975
    0
  14. #3949 Qewilx (@tarpuang1) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 05:17
    เขินมากกกหวงก็บอกว่าหวงกันนะคะทั้งคู่เลยย
    #3949
    0
  15. #3917 plxjy (@plxjy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:50
    โอ๊ยยยยยยยยย เขินไปหมดแน้วววว มีแก้ตัวน้ำล้นด้วย เอาเสสสสสสสสส้ ฮออลลลล แอ้ก
    #3917
    0
  16. #3880 thelioncubsleex (@alpaca_chan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 18:07
    มันเรียกว่าหวงนะ มันเรียกว่าหวงนะ มันเรียกว่าหวงนะ ฮื่อออออ หวงงงงงงงงงง โอยเขินไปหมดแล้วววววว มีความปิดก๊อกน้ำ เขินเขินเขิน ใจบางง
    #3880
    0
  17. #3704 110611 (@110911) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 21:48
    ม้าคๆ ทำไมไม่ใช้มุมกล้องอ่ะ แล้วม้าครู้มั้ยม้าค มีคนแถวนี้ไม่พอใจอ่ะ งุ้ยยยย คือเค้ารับรู้ยอมรับกันแล้วอะเนอะคุณเนอะ ตอนนี้มีความพร้อมจะทิ้งพายอีกแล้วอะ แต่ยังก่อนเลาจะยังไม่ทำแบบนั้น เผื่อเหตุฉุกเฉินต้องใช้ 5555555 ถ้ามีสถานะมาเมื่อไหร่ค่อยว่ากัลนะจ๊ะม้าคจ๊ะ ละสรุปคือม้าคปิดก๊อกน้ำ โอเค ผ่าน ถือว่ารอบคอบ 5555555555555

    เปงไงโกอึนเปงไง มาร์คมีอะไรๆจริงๆอย่างที่หนูว่านั่นแหละ แรกๆก็หมั่นไส้จริงๆนะ ตอนนี้ตัลลก ใครหล่อหนูชอบหมดแหละ ไม่เรื่องมาก หนูรูก

    เจโน่ นายยยยย เลากลัวใจ นายเปงคัยยย
    #3704
    0
  18. #3686 chickenkyung (@chickenkyung) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 23:31
    เจโน่ใช่ผู้ชายที่อยู่กับแชยอนตอนนั้นมั้ยวะ? ดูรู้ทึกอย่างเลยอ่ะ แงงง
    #3686
    0
  19. #3599 Min Mine (@minmine1234) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 17:47
    ฮอลลลลลลลลลลลลลลลลล เขิลเด้ออออออออ
    #3599
    0
  20. #3490 Wrn Js (@js-wrn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 08:43
    เข้าใจกันแล้ววว แหมมาร์คจะไม่มีการพลาดครั้งที่สองใช่มั้ยรีบปิดน้ำเชียว
    #3490
    0
  21. วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 16:21
    โหย เข้าใจกันแล้วอะ ดีใจมาก แบบนี้เขาก็ใจตรงกันแล้วใช่ม้าาาา 55
    #3404
    0
  22. #3362 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 00:42
    มีความเข้าใจกันแล้วววว แต่กว่าจะคุยกันได้ นี่ลุ้นหนักมากค่ะ งื้อออออออ
    #3362
    0
  23. #3219 MintQueen (@MintQueen) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 12:24
    โอ้ยยยย มันดีมาก ใฝ่ฝันถึงเอ็นซีสุดๆไปเลยต่ะ ฟหสกนวดทปนองหทห
    #3219
    0
  24. #3201 _boba9490 (@_boba9490) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 21:37
    รอบนี้มีความรอบคอบ55
    #3201
    0
  25. #2891 นายจันทร์. (@gensgens) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 19:19
    เห้ย ดีๆปิดน้ำก่อน5555
    #2891
    0