Eternal World Fantasy ภาคความทะเยอทะยานของเปลวฟ้า

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 7 ยูดาส 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,179
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    8 ม.ค. 53


ตอนที่ 7 ยูดาส

เมื่อแสงสว่างจากตัวคมดาบค่อยๆวูบดับลง เปลวฟ้าก็ลืมตามองอีกครั้งพบว่าที่ตัวคมดาบมีแสงเหมือนออร่าสีฟ้าเข้มห่อหุ้มอยู่

“ดาบเล่มนี้มีชื่อว่า ดาบฟ้าจรัส มันไม่ใช่ดาบธาตุหรอกนะคะ”ยูเรียน่าบอกกับเปลวฟ้าถึงความสามารถของมัน “โดยปกติแล้วชุดเกราะบางประเภทจะแผ่พลังป้องกันที่เรียกว่าฟิลออกมาได้ซึ่งทำให้สามารถป้องกันการโจมตีได้ทุกรูปแบบ ตอนที่เจ้าปิศาจหน้ากากมีแสงห่อหุ้มนั่นแหละค่ะที่เรียกว่า ฟิล โดยฟิลแต่ละแบบจะมีขอบเขตความทนทานในการรับพลังโจมตีอยู่ ดังนั้นจึงต้องทำลายฟิลของมันให้ได้ก่อน ทว่า...”

“ดาบเล่มนี้สามารถฝ่าฟิลเข้าไปฟันถึงตัวมันได้สินะ”เปลวฟ้าตอบแทนก่อนที่ยูเรียน่าจะบอก ก่อนจะนำดาบเข้าฝัก

เธอรู้สึกทึ่งจนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะกระตุกยิ้มรับ “ใช่ค่ะ...นอกจากนี้ยังสามารถฟันพลังเวทมนตร์ได้อีกด้วย แต่ข้อเสียคือมันไม่สามารถใส่พลังเวทหรือนำไปสู้พร้อมพลังเวทได้”

“ไม่ค่อยเหมาะกับฉันเลยแฮะ”เปลวฟ้าผิดหวังเล็กน้อยที่มันนำมาใช้เป็นอาวุธหลักประจำตัวเขาไม่ได้

“เรื่องชุดเกราะ..”ยูเรียน่าอธิบายเรื่องเกราะต่อ “มันยังไม่สมบูรณ์แบบนัก ชุดเกราะสามารถฟิลได้ก็จริงแต่...”

“ความทนทานสูงสุดที่พอจะทนได้คือเท่าไร”เปลวฟ้าถามแทรกด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

ยูเรียน่าเข้าใจแล้วว่าเปลวฟ้ารู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้วว่าชุดเกราะไม่ได้พิเศษขนาดจะเป็นแรร์ไอเท็ม

“ถ้าคำนวณจากแรงโจมตีที่ทำให้ดาบของคุณหักได้ ฉันคาดว่าน่าจะทนได้สัก 2 ครั้งค่ะ”เธอตอบโดยไม่กล้าสบตาเขา “อีกอย่างพลังน้ำแข็งดูท่าจะล้มเหลวจริงๆค่ะ”ยูเรียน่าเดินเข้าไปสัมผัสที่เกราะขาและเท้า “แต่เรื่องการเพิ่มความเร็วใช้ได้แน่นอนค่ะ อีกอย่างยังมีการเพิ่มความเร็วระดับสูงที่เรียกว่า บูสอัพ หรือความเร็วระดับชั่วพริบตา แต่ใช้ได้แค่ 2 ครั้งเท่านั้นค่ะ จากนั้นจึงต้องเติมคาถาลงไปใหม่ ที่จริงฉันก็ยังไม่เก่งมากหรอกค่ะ”

“ไม่ต้องทำหน้ารู้สึกผิดขนาดนั้นก็ได้ เท่านี้ฉันก็พอใจแล้ว”เปลวฟ้าทำเป็นปลอบ เมื่อเห็นยูเรียน่ารู้สึกผิดที่ชุดเกราะที่สร้างเสร็จไม่ได้สมบูรณ์“เพราะยิ่งมีเงื่อนไขแบบนี้มันถึงจะน่าสนุก ขืนเอาแต่พึ่งพาอาวุธที่ดี เรื่องฝีมือคงไม่พัฒนาขึ้นแน่”

อีกอย่างฉันเริ่มเห็นแล้วว่าเธอมีประโยชน์สำคัญกับฉันในอนาคตอีกหึ หึ หึ

“ขอบคุณค่ะ คราวหน้าคิดว่าฉันคงจะทำได้ดีกว่านี้”ยูเรียน่ากล่าว

นั่นแหละที่อยากได้ยินละ

“ว่าแต่ยูเรียน่าเรื่องที่เล่าก่อนหน้านี้ถ้าหากเป็นความจริง การที่เธอมาเกาะนี้เพื่ออะไรกัน ?”เปลวฟ้ากลับมานึกถึงเรื่องที่ยูเรียน่าบอกว่าตัวเองเกิดและเติบโตที่โลกนี้ ดูจากความสามารถของเธอไม่น่าใช้ผู้เล่นเริ่มต้นจริงๆ

“ฉันกำลังต้องการหาผู้กล้าที่จะมาร่วมมือ เพื่อช่วยเหลือคนบนโลกนี้ค่ะ”ยูเรียน่าตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง ยามนี้ทั้งคู่ต่างนั่งเก้าอี้เข้าหาเพื่อคุยกัน

“ช่วยเหลือโลกนี้ยังไงกัน ฟังดูเหมือนคนบนโลกนี้มีชีวิตและกำลังถูกคุกคามอย่างงั้นแหละ”เปลวฟ้าถามต่อด้วยความข้องใจ

“พวกเรามีชีวิตจริงๆค่ะ แล้วผู้ที่คุกคามก็คือผู้มาจากอีกโลกก็คือผู้เล่นอย่างพวกคุณ”

“อย่าล้อเล่นน่า พวกเธอถูกสร้างขึ้นเพื่อการนี้ไม่ใช่หรือไง ?”เปลวฟ้าท้วงขึ้นทันที เพราะที่นี่เป็นโลกของเกมส์และ NPC ก็ถูกสร้างเพื่อความสนุกผู้เล่นอยู่แล้ว

“เพราะคุณยังไม่เข้าใจเรื่องโลกใบนี้ คุณเพียงรู้ในสิ่งที่ผู้อยู่เบื้องหลังให้พวกคุณเข้ามารู้เท่านั้น ถ้าจะให้เล่าคงเป็นเรื่องที่ยาวมากและเกรงว่าฉันในตอนนี้คงไม่มีหลักฐานที่มีน้ำหนักทำให้คุณเชื่อได้จริงๆ”

“เอาเป็นว่าฉันจะสมมุติว่าฉันเชื่อเธอก็ได้ ถ้างั้นเธอมีวิธีที่จะช่วยเหลือโลกของเธอยังไงละ หรือว่าเข้ามาขอความร่วมมือแล้วมาเล่าเรื่องที่ดูเพ้อเจ้อให้ทุกคนรู้งั้นเหรอ”

“ฉันเพียงแค่อยากจะลองบอกความจริงให้ทุกคนรู้เท่านั้น และไม่อยากให้พวกเขาเข้ามาในเกมส์ ในอนาคตพวกเขาจะต้องเข้าร่วมสงครามยึดอาณาจักร โดยพวกเขาไม่รู้หรอกว่าศัตรูของพวกเขาเป็นคนที่มีชีวิตจริงๆ ไม่เหมือนกับพวกคุณที่ตายไปก็จะสามารถกลับมาใหม่ได้ แต่พวกเราถ้าตายก็คือความตายจริงๆ”

“เดี๋ยวนะ สงครามยึดอาณาจักรงั้นเหรอเธอจะบอกว่าพวกเราถูกหลอกให้มาเล่นก็เพื่อเป็นหมากเข้าโจมตีพวกเธอที่ครอบครองอาณาจักรอยู่ก่อนแล้วงั้นเหรอ”เปลวฟ้าคาดเดาได้อย่างรวดเร็ว เรื่องราวทุกอย่างกำลังเชื่อมต่อ

“ถูกต้องค่ะ ผู้ที่เปิดประตูให้พวกคุณเข้ามาในโลกนี้ได้กุมกุญแจอวตารสร้างร่างผู้เล่นเข้ามาใช้ในโลกนี้ แถมยังเป็นร่างที่พัฒนาความสามารถได้ไวอีกด้วย ซึ่งพวกเขาต้องการจะมายึดโลกใบนี้มาเป็นของตัวเอง”

คราวนี้คำตอบของยูเรียน่ากลับไปพ้องกับระบบทฤษฏีของพ่อเปลวฟ้าที่เขาพบ ทำให้เขาเริ่มรู้สึกเชื่อขึ้นมาเล็กน้อย

“ฉันไม่เข้าใจเลยราวกับว่าโลกใบนี้ไม่ได้ถูกสร้างจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือยังไงกัน”

“เรื่องนั้นฉันเองก็ไม่ทราบทั้งหมดหรอกค่ะ ว่ามันถูกสร้างได้อย่างไร เพียงแต่พ่อแม่ของฉันถูกสร้างขึ้นด้วยน้ำมือของพระเจ้า ฉันเป็นเหมือนประชากรรุ่นแรกที่เกิดจากพ่อแม่ค่ะ”

“เธออายุเท่าไรกัน”เปลวฟ้าถามเพื่อคาดเดาอายุของโลกนี้

“ 30 ปีค่ะ”

“อะไรนะเธออายุถึง 30 แล้วเหรอ”เปลวฟ้าถึงกับตกใจเพราะหน้าตาของยูเรียน่ายังดูเหมือนเด็กผู้หญิงอยู่

“ค่ะโลกนี้ มีจำนวนเวลา 12 ชั่วโมง โดยแบ่งเป็นกลางวัน 6 ชั่วโมง และกลาง 6ชั่วโมง”เธออธิบาย “สำหรับพวกเราแล้วกว่าจะเป็นผู้ใหญ่จริงก็อายุ 60 ปี”

“เข้าใจละแบบนี้นี่เอง”เปลวฟ้าคิดว่ายูเรียน่า น่าจะอายุจริงประมาณ 15ปี เนื่องจากวันเดือนปีของโลกนี้ไวกว่าถึง 2 เท่า จึงนับอายุมากกว่าเป็น 2 เท่าถ้าเทียบกับโลกของเขา

“เอาละถ้าเช่นนั้นก็คือเธอต้องการขอความร่วมมือให้ผู้เล่นอย่างพวกเราออกไปจากโลกนี้ หรือเลิกเล่นเกมส์นี้สินะ”

“ใช่ค่ะ แต่ฉันเข้าใจค่ะว่าวิธีการบอกความจริงมันคงไม่ได้ผล เพราะฉันบอกหลายคนแค่ว่าเป็น NPC ที่มีชีวิตเป็นมนุษย์จริงเหมือนพวกเขา ก็ไม่มีใครเชื่อแล้ว บางทีคงไม่ผู้กล้าที่จะช่วยพวกเราได้จริงๆ”

“หึหึหึ ฮ่าฮ่าฮ่า”เปลวฟ้าถึงกลับเงยหน้าหัวเราะเสียงดัง

“มันไม่ใช่เรื่องที่น่าหัวเราะเลยนะคะ”ยูเรียน่าท้วงเสียงเขียวที่เห็นอีกฝ่ายทำท่าเหมือนหัวเราะเยาะ

“หึหึหึ ฉันไม่ได้หัวเราะเธอหรอก เพียงแต่ไม่นึกเลยว่าฉันกับเธอจะมีเป้าหมายเดียวกันซะได้แม้ว่าจุดประสงค์ที่ทำจะต่างกัน”เปลวฟ้ากระตุกยิ้มเชิดหน้าขึ้น เขาเอามือกุมตาข้างหนึ่งไว้ โดยที่อีกข้างเผยแววตาที่ชั่วร้ายมองมาที่อีกฝ่าย จนยูเรียน่ารู้สึกประหม่า

“หมายความว่าไงกันคะ ?

“เพราะฉันต้องการทำลายเกมส์นี้น่ะสิ”เปลวฟ้าตอบเสียงเรียบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ดีใจด้วยนะที่เธอมาหาผู้ร่วมมือถูกคนแล้วละ”

เปลวฟ้าก็ก้มหน้าลงปรับสีหน้าให้เยือกเย็นอีกครั้ง

“ขอโทษทีเผอิญฉันดีใจมากไปหน่อย เพราะไม่คิดว่าระหว่างเราจะมีจุดทำให้ร่วมมือกันได้ลงตัวแบบนี้”

ที่จริงเปลวฟ้าดีใจที่ไม่ต้องคิดแผนยุ่งยากเพื่อหลอกให้ยูเรียน่าร่วมมือกับเขาแล้ว กลายเป็นว่าการถามเพื่อหาความต้องการของอีกฝ่ายกลับไปพ้องกับเป้าหมายแรกของเขา

“จะทำลายเกมส์นี้ยังไงเหรอคะ !?”เธอเน้นเสียงถามด้วยความสนใจ

“ก็แค่เปลี่ยนให้โลกนี้เต็มไปด้วยการต่อสู้ฆ่าฟันกันเอง และมีความโหดร้ายและอันตรายที่ทำร้ายจิตใจผู้เล่น เท่านี้ก็ทำให้ผู้เล่นหลายคนไม่อยากเข้าเล่นแล้ว แต่ถ้ายังมีพวกที่ชอบเลือดนัก ก็ส่งมันไปเกิดใหม่หลายๆรอบ หรือกระตุ้นให้มันวุ่นวายจนเป็นโลกที่ไม่น่าอยู่...อันนี้ก็แค่แผนแรกที่คิดได้ตอนนี้นะ”

“ฟังดูเลวร้ายจัง”ยูเรียน่าแค่คิดตามก็เอามือกุมริมฝีปากทันที แต่ก็ไม่ได้คัดค้านว่ามันไม่ใช่หนทางการช่วยเหลือโลกของเธอ

“บางทีเธอไม่ได้มาหาผู้กล้าหรอกยูเรียน่า”เปลวฟ้าบอกพลางคลี่ยิ้ม “เธอต้องหาจอมมารผู้ลายล้างพวกเดียวกันเองต่างหาก หรือก็คือยูดาสนั่นเอง หึหึหึ (ยูดาสสาวกผู้ทรยศพระเยซู)”

ยูเรียน่าถึงกับคอเป็นน้ำแข็งไปทันที เธอยอมรับว่าวิธีของเปลวฟ้ามันฟังดูเลวร้ายเหลือเกิน เหมือนพวกหัวรุนแรงหรือพวกปิศาจที่ชั่วร้าย ทว่าถ้ามองในอีกแง่ของฝ่ายเธอแล้วมันก็เป็นวิธีที่จะช่วยเหลือคนบนโลกนี้และหลีกเลี่ยงสงครามได้

“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันเห็นด้วยกับวิธีของคุณ” ยูเรียน่าตอบรับในที่สุดแต่ไม่มีรอยิ้มที่ยินดี “ไม่รู้ว่าฉันคิดมากไปเองหรือเปล่าเหมือนกำลังทำสัญญากับปิศาจที่ชั่วร้ายอยู่เลย”

“หึหึหึ ก็คงงั้นแหละ”เปลวฟ้าว่าและยังยิ้มให้เธออยู่ “แต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำสัญญากับนางฟ้าอยู่นะ”

ยามนี้นางฟ้าผู้อาภัพได้หลงวาจาอันล่อลวงของปิศาจรูปงามเสียแล้ว

 

“เอาละ คราวนี้เธอช่วยบอกฉันหน่อยเถอะความสามารถของเธอคือยังไงกันแน่”เปลวฟ้าเปลี่ยนมาถามเรื่องพลังที่แท้จริงของยูเรียน่า

“ฉันสามารถใช้พลังในการอัญเชิญเทพเพื่อสร้างสรรค์ของวิเศษได้ค่ะ และสามารถอัญเชิญเพื่อยืมพลังมาใช้รักษาและชุบชีวิตได้”เมื่อยอมรับการร่วมมือยูเรียน่าจึงยอมตอบ

“เท่านั้นเองเหรอ ไม่สามารถอัญเชิญใช้ในการต่อสู้ได้เลยรึ ?”เปลวฟ้าซักถามต่อ

“ถ้าฉันทำได้คงไม่ต้องถูกพวกหมาป่าไล่หรอกค่ะ แค่เวทมนตร์คุ้มกันยังทำไม่ได้เลย”ยูเรียน่าหรี่ตาลงก้มมองตัวเองราวกับสมเพชในความอ่อนแอของตัวเอง

“อืม...สรุปคือเรื่องความสามารถในการปกป้องตัวเองของเธอเป็น 0 สินะ”ตอนนี้เปลวฟ้าเข้าใจสถานะของยูเรียน่าแล้ว

“อย่าตอกย้ำเลยค่ะ คุณก็รู้คำตอบอยู่แล้ว พวกเราน่ะไม่ได้มีร่ายกายที่จะสามารถเชี่ยวชาญไปได้ทุกอย่างหรือพัฒนาได้เร็วเหมือนคุณหรอกนะคะ”

“พูดถึงเรื่องนี้บอกตามตรงฉันก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเหมือนกัน”เปลวฟ้าแสดงสีหน้าไม่แน่ใจนัก “สิ่งที่ฉันยอมร่วมมือด้วยเพราะฉันอยากจะทำลายเกมส์นี้เท่านั้น”

“ถ้าให้เดาเหตุผลที่คุณอยากทำลายเกมส์นี้ไม่ใช่เพราะเห็นใจพวกเราสินะคะ”ยูเรียน่าบอกอย่างมัน่ใจพลางจ้องมองแววตาเรียบเฉยของเปลวฟ้าที่พยายามไม่แสดงอารมณ์ออกมา “ความต้องการของคุณคือะไรกันแน่”

“เอาเป็นว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน ขอไม่ตอบละกัน”เปลวฟ้าพริ้มตาปฏิเสธ แล้วลืมตาขึ้นตอบเพื่อให้อีกฝ่ายมั่นใจว่า “แต่ขอให้แน่ใจเถอะว่าฉันกับเธอ เราต่างมีเป้าหมายเดียวกัน”

“เข้าใจแล้วค่ะถ้าคุณไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรมันก็ไม่ได้เปลี่ยนเรื่องที่คุณจะช่วยพวกเรา”ยูเรียน่ายอมรับในข้อนี้ และเปลวฟ้าก็รับปากเช่นกันแม้เขาไม่แน่ใจว่าผลลงเอยที่ตามเอยจะเป็นเช่นไรก็ตาม

 หลังจากนั้นเปลวฟ้าก็เริ่มปรึกษาเกี่ยวกับไอเท็มต่างๆที่เขาอยากได้ในอนาคต ซึ่งยูเรียน่ายังไม่อาจคาดเดาวัตถุดิบที่จะทำได้ เนื่องจากในโลกของ EW (Eternal World)เต็มไปด้วยวัตถุดิบหลายหมื่นชนิด และของวิเศษที่ซุกซ่อนในที่ลับ ทำให้ตัวเธอแม้เกิดบนโลกนี้ก็ยังมีเรื่องที่ไม่รู้อีกมาก

เมื่อเปลวฟ้าเข้าใจปัจจัยต่างๆในการสร้างไอเท็มของยูเรียน่า เขาจึงกลับมานั่งคิดแผนต่อกรกับเจ้าปิศาจหน้ากากที่ตามล่าเขากับยูเรียน่าต่อ

เด็กหนุ่มจ้าวแผนการหยิบแผ่นกระดาษมาวางแล้วใช้ดินสอที่ซื้อมาจากตลาดก่อนหน้าจะมาโรงแรม เริ่มเขียนข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับความสามารถของเจ้าปิศาจหน้ากากที่รู้ทั้งหมด ตั้งแต่ ความรวดเร็ว อาวุธที่ใช้ รูปแบบที่มันชอบโจมตี ความสูงที่เขาประมาณ จากนั้นก็เริ่มไล่เดาแผนการที่จะจัดการมัน

ยูเรียน่าที่นั่งเงียบอยู่ก็นั่งชะเง้อมองที่แผ่นกระดาษซึ่งเปลวฟ้ากับกำลังนั่งเขียนไล่แผนการที่จะกำจัดเจ้าปิศาจ ซึ่งเขาเขียนออกมาได้ 3 แผ่น แต่ละแผ่นเท่ากับ 1 แผนการ

“แต่ละแผ่นเท่ากับ 1 แผนการหรือคะ”ยูเรียน่าถามขณะมองภาพแผนการที่เปลวฟ้าวาดบนกระดาษแล้วเขียนรายละเอียดการโจมตีและคำบรรยายกำกับไว้

“ไม่ใช่  3 แผ่นที่เขียนเสร็จยังอยู่ในช่วงแผนการที่ 1”เปลวฟ้าตอบขณะที่กำลังวาดแผนการในแผ่น ที่ 4 “ฉันต้องคำนวณถึงเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นด้วย จากแผ่นแรกฉันก็ต้องคำนวณว่ามันจะโผล่มาแบบไหน ซึ่งขอเดาว่ามันต้องลอบโจมตีฉันแน่นอน ที่จริงทีแรกฉันคิดจะใช้แผนตั้งเงินรางวัลล่ามันใช้ให้ผู้เล่นคนมากมายบีบมันให้ออกมา แต่คงเป็นไปไม่ได้ถ้าดูจากความสามารถของมันแล้วคงยากที่ใครจะพบตัวในป่าที่กว้างใหญ่ ดังนั้นฉันต้องไปด้วยตัวเองเพื่อเป็นตัวล่อให้มันปรากฏเท่านั้น”

“ถ้างั้นแผ่นแรกคือสิ่งที่คุณเดาว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวคุณในการโจมตีครั้งแรกของมัน”ยูเรียน่าเริ่มเข้าใจความหมายของแผ่นแรก ที่มีภาพทิศทางการจู่โจมแต่ละทิศเข้าหาตัวเปลวฟ้ารวมถึงตัวหมากที่เขาสมมุติ

“ใช่ฉันเดาว่ามันมีความสามารถในแบบนักฆ่าใช้การลอบสังหารในระยะประชิดเป็นเอกลักษณ์ ถ้าไม่ใช่เป้าหมายมันคงไม่ทำร้ายใครนอกเสียจากว่าจะมีใครมาเข้ามาขวาง เหมือนตอนที่มันมุ่งตรงมาที่เธอโดยไม่รู้ตัว แต่ฉันมันก็โง่ที่ดันไปจับสัมผัสมันได้ แล้วบอกให้เธอหนีไป มันจึงมาเล่นงานฉันก่อน”

“ขอโทษนะคะ”เด็กสาวสลดด้วยความรู้สึกผิด

“อย่าขอโทษเลย เรื่องนี้มันเป็นเพราะฉันเสียสติมากกว่า อาจเป็นเพราะพิษสุนัขบ้าตอนโดนกัดก็ได้ถึงได้หาเรื่องใส่ตัวแบบนี้เข้า”เปลวฟ้าที่คิดถึงเรื่องนั้นเขายังไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะทำเรื่องโง่ๆแบบนั้นลงไปได้

“แต่ฉันว่าตอนนั้นคุณโดนกรงเล็บมันนะคะ เขี้ยวของมันไปไม่ถึงเพราะคุณเอาดาบแทงปากมันก่อน”

“ฉันแค่พูดประชดตัวเองต่างหากเล่า !”เปลวฟ้านึกฉุนในความซื่อของยูเรียน่า และเธอก็ยังปิดท้ายด้วยการขอโทษเขารอบที่สิบกว่า จนเขาชักรำคาญประโยคนี้ของเธอ

 

หลังจากคิดแผนการเสร็จเปลวฟ้าก็สั่งให้ยูเรียน่าคอยเขาที่ห้อง ไม่ต้องตามมาเพราะเขารู้แล้วว่าความสามารถในการปกป้องตัวเองของเธอเป็น 0 จากนั้นเขาก็เริ่มสวมชุดเกราะ คาดดาบไว้ที่เข็มขัดข้างเอวและใช้ผ้าคลุมสีดำที่ได้มาจากตัวไดโนครอปสวมทับปิดบังตัวเอง เพราะการเดินออกไปในชุดเกราะสีดำมันจะดูเตะตาเกินไป เนื่องจากชุดเกราะที่ยูเรียน่าสร้างขึ้นรูปร่างแตกต่างจากของคนบนเกาะอยู่มากในเวลานี้

 แผนการที่เปลวฟ้าคิดมีทางเลือกอยู่มากมาย แต่เขาจะเลือกหนทางที่ตัวเองจะปลอดภัยที่สุดและบาดเจ็บน้อยที่สุด การจะหาตัวหมากหรือตัวช่วยน่าจะเป็นความคิดที่ดีที่สุดและถ้าเป็นตัวหมากที่ใช้แล้วทิ้งก็จะยิ่งดีใหญ่ แต่การจะหาคนที่เข้าร่วมก็ต้องหาจากที่บาร์ของเมืองเพราะผู้เล่นส่วนใหญ่ที่รับว่าจ้างร่วมทีมจะไปรวมตัวดื่มเครื่องดื่มรอผู้ว่าจ้างและรวมถึงหาเพื่อนร่วมที่นั่นกัน

ภายในบาร์เหล้าขนาดใหญ่ก่อสร้างจากปูนและปูพื้นหินอ่อนสีดำขลับมัน โต๊ะกลมล้วนทุกจับจอง เปลวฟ้าจึงไปนั่งเก้าอี้ที่หน้าบาเทนเดอร์

ขณะที่เขาเดินผ่านผู้คนเข้าไป ผู้เล่นหลายคนต่างจับจ้องเขากันหมด อาจเพราะการสวมชุดคลุมสีดำทำให้ดูลึกลับและเป็นการแสดงถึงการปกปิดตัวเองอย่างชัดเจน อีกกรณีเนื่องจากเปลวฟ้าไม่ได้ใส่ฮูตคลุมหน้าทำให้พวกสาวๆต่างมองใบหน้าเขาตาไม่กระพริบ

“รับอะไรดีครับ”

พอก้นรองเก้าอี้นั่งบาเทนเดอร์ก็เข้าถามเครื่องดื่มอย่างสายฟ้าแลบ

“ขอเบียร์สดละกัน”เปลวฟ้าตอบ

“ขอโทษนะครับ ถึงที่นี่จะเป็นบาร์เหล้าแต่ถูกกำหนดไม่ให้เสริฟเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครับ”

“เข้าใจแล้ว ผมก็แค่ถามลองเชิงไปแบบนั้น”เปลวฟ้าพูดแก้ด้วยรอยยิ้มที่เป็นอย่างที่คิดไว้ “แล้วส่วนใหญ่ที่นี่เขาดื่มอะไรกัน ?

“ครีมโซดา โคล่า ชา นมหรือไม่ก็กาแฟครับ”

อืมงั้นขอชาอูลอง”เปลวฟ้าลองสั่ง

“ได้ครับ จะรับแบบเย็นหรือร้อนครับ”

“ขอร้อนละกัน”

เปลวฟ้ายิ้มเจื่อนขณะมองบาเทนเดอร์กำลังชงชาให้ดื่ม เขาไม่แน่ใจว่าภาพที่เห็นมาน่าหัวเราะหรือเปล่า มันดูตลกร้ายชัดๆ เมื่อสังเกตว่าคนส่วนใหญ่นั่งในบรรยากาศบาร์เหล้าแต่ดันดื่มนม ดื่มกาแฟ ไม่ก็โคล่าหรือบางคนทานไอศกรีมเสียด้วยซ้ำ

บาเทนเดอร์นำแก้วใบเล็กใส่ว็อดก้ามาเสริฟพร้อมกาน้ำชาจีน

“25 โกลี่ครับ”

เปลวฟ้าหยิบแบงค์สีเขียวให้ 2 ใบ ทันที

“ที่เหลือไม่ต้องทอน”

“โอ้ขอบคุณครับ”บาเทนเดอร์ยิ้มกว้าง “ถ้ามีอะไรอยากถามก็ถามได้นะครับ เพราะผมจะบอกข้อมูลที่รู้ได้เฉพาะคนที่ให้ทิปผมเท่านั้น”

เปลวฟ้าเข้าใจทันทีว่ากลไกของเกมส์นี้ล้วนเต็มไปด้วยเงื่อนไข

“ฉันอยากรู้ตำแหน่งของคาสิโนที่นี่มีไหม เพราะฉันเดินดูรอบๆเมืองแล้วไม่เห็นมีเลย”เปลวฟ้าถาม

“คุณถามได้ถูกคำถามแล้วครับ นึกว่าจะถามเรื่องไอเท็มลับที่คนอื่นชอบถามซึ่งผมไม่สามารถตอบได้”บาเทนเดอร์กล่าวอย่างดีใจดูท่าคงไม่ค่อยมีใครถามสิ่งที่เขารู้ “มองไปที่หลังห้องคุณเห็นชายร่างใหญ่ 2 คนนั่งขว้างประตูไหมครับ”

เปลวฟ้ามองตามไปเขาเห็นชายร่างกำยำใส่แว่นตาดำและสวมเกราะหนาโดยเฉพาะที่ไหล่มีหนามแหลมติดอยู่ ใบหน้าขึงขังและเหี้ยมเกรียมตลอดเวลา

“ถ้าคุณอายุไม่ถึง 18ปี จะเข้าไปไม่ได้นะครับ”

“แล้วถ้าไม่ถึงแต่อยากเข้าละ”

“ต้องไปชั้นบนพบเจ้าของบาร์เพื่อรับความเควสครับ หรือไม่ก็ติดสินบนพวกเขาทั้ง 2 คนละ 1000 โกลี่ ไม่ใช่เงินน้อยๆเลยใช่ไหมละครับ ถ้าอยากเข้าไปเสี่ยงดูจึงต้องมีเงินหนาพอดูแล้วก็ไม่ค่อยคุ้ม”บาเทนเดอร์ “ผมว่าอย่าไปเล่นการพนันจะดีกว่า”

“โอเค ขอบคุณที่แนะนำ แล้วมีข้อมูลที่น่าสนใจอีกไหม ? อย่างเช่นมอนเตอร์ลึกลับที่มีแค่ตัวเดียวในเกาะนี้หรือตัวที่ยังไม่ได้ถูกล่า”เปลวฟ้าถามต่อพร้อมให้เงินบาเทนเดอร์ 500โกลี่ ทำให้เจ้าตัวเข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายมีเงินทุนเยอะแค่ไหน

“อะ...แฮ่ม”บาเทนเดอร์ถึงกับกระแอมแล้วคว้าแก้วมาเช็ด พร้อมกับโยกหน้ากระซิบบอกว่า “ผมได้ยินมาว่าไดโนครอปตัวแรกถูกล้มไปแล้ว ซึ่งมันเป็นตัวที่กินผู้เล่นกับมอนเตอร์ไปเยอะมาก คนที่ฆ่ามันได้ก็คงรวยเละเลย ตอนนี้คงต้องให้ไดโนครอปตัวใหม่กินผู้เล่นไปสักพักถึงจะน่าล่า...”

เปลวฟ้าขมวดคิ้วเพราะเขานี่แหละที่โค่นมัน “มีข่าวอื่นไหม ?

“เขาว่ากันว่าอาชีพที่ทรงอำนาจที่สุดในเกมส์คืออาชีพสายจอมเวท ถ้าร่ายเวท...”

เปลวฟ้าส่ายหัวตัดบท“ขอข่าวอื่น”

บาเทนเดอร์เกาหัวเมื่อเห็นลูกค้าทำสีหน้าไม่พอใจจึงพยายามนึกข่าวต่อไป

“อืมล่าสุด ได้ยินว่ามีคนเข้าป่าไป แล้วเห็นมอนเตอร์หน้าตาแปลกๆเหมือนนักฆ่าสุ่มอยู่ แล้วพอตามไปจู่ๆมันหายตัว สักพักรู้ตัวก็นอนกองกับพื้นแล้ว เป็นไปได้ว่าถูกลอบทำร้ายจากด้านหลัง ไม่รู้จริงหรือเปล่า เพราะมีคนโดนคนเดียว เขาสร้างตัวละครใหม่แล้วมาเล่าในบาร์ ผมก็ชะแง้มหูได้ยิน”

เปลวฟ้าคิดว่าไอ้ผู้เล่นที่ถูกฆ่ามันเก่งที่หาพบหรือว่าโคตรซวยกันแน่ที่ดันไปเจอ

“ทราบไหมว่าพบมันที่ไหน?

“ป่าทางตะวันออกใกล้ๆปากทางออกจากป่า ตอนนี้ก็มีคนกำลังไปพิสูจน์อยู่เหมือนกัน”

เขาชักสีหน้าร้อนรนแล้ว มันชักไม่ได้การถ้าความร้ายกาจของมันมีคนรู้กันเยอะเขาคงหลอกใครมาร่วมตายไม่ได้แน่ ขณะที่เขาจะรีบลุกเข้าไปหาซักถามหาเพื่อนร่วมทีมก็มีชายผู้หนึ่งก้าวเข้ามาขว้างหน้าเขา

“หวัดดีไม่ได้พบซะนานนะเปลวฟ้า”

ชายผมดำหน้าตี๋ที่ทักสูงประมาณเท่าเปลวฟ้า ติดผ้าคลุมหลังสีแดงเหมือนซูปเปอร์แมนสวมชุดผ้าไหมสีเขียวและกางเกงขายาวสีน้ำเงินเข้มที่มือถือไม้เท้ายาวและมืออีกข้างหนึ่งถือหมวกทรงสูง เห็นได้ชัดๆว่าเป็นพวกจอมเวท

“ นายเป็นใครกัน ?

“อะไรกัน ! จำเสียงฉันไม่ได้แล้วเหรอ ฉันไง ทาวาระ โยชิกิ ที่แพ้นายในเกมส์  Point Break ตอนชิงแชมป์ในระดับเอเชียไงเล่า !!”ชายหน้าตี๋เริ่มขึ้นเสียงและชักสีหน้าบึ้งตึงใส่“แกทำได้แสบมาก ยังจำได้ไหมคนที่ถูกแกเอาลูกระเบิดมากลิ้งที่เท้าโดยไม่รู้ตัวโดยอาศัยเสียงปืนยิงสวนกลบตอนนั้น ทำให้ฉันตัวลอยจนปืนกระเด็นแทบปางตายจนต้องคานไปเอาปืน แล้วแกก็มาเหยียบมือฉันจำได้ไหม ?

“อ๋อ ตอนนั้นนั่นเอง” ที่จริงเขาจำไม่ค่อยได้นัก แต่แกล้งจำได้เพราะไม่อยากมีเรื่องกับใครตอนนี้ เนื่องจากเหยื่อที่ถูกระเบิดด้วยวิธีนี้มีหลายราย

“เชอะ!! ถึงแม้ว่าเกมส์จะไม่แสดงหน้าจริงให้ดู แต่แกก็น่าจะจำชื่อคู่แข่งในรอบชิงซะบ้างสิวะ ระดับเอเชียเชียวนะโว๊ย”อีกฝ่ายเริ่มต่อว่าดูท่าทาวาระจะจำชื่อเปลวฟ้าได้ขึ้นใจ แถมยังออกเสียงเรียกชื่อเขาอย่างชัดเจน ตรงข้ามขนาดในระดับชิงแชมป์โลกเปลวฟ้าก็จำไม่ได้ว่าคู่แข่งชื่ออะไร

“ขอโทษนะเผอิญฉันกำลังรีบต้องหาเพื่อนร่วมทีมน่ะ”เปลวฟ้าชักสีหน้าเหนื่อยใจพยายามจะเดินเลี่ยง แต่ทวาระก็กันท่าขวางต่อ

“หืมหาเพื่อนร่วมทีมจะไปทำภารกิจงั้นรึ ?”ทาวาระถามด้วยความสนใจ เขาเองก็รู้จักความฉลาดเปลวฟ้าที่ทุกความเคลื่อนไหวในการเล่นเกมส์นั้นต้องไม่ธรรมดา

หรือจะเอาไอ้หมอนี่เข้ามาดีไหมนา...?

เปลวฟ้าลูบคางลังเลก่อนจะตอบว่า “ใช่ฉันต้องการคนมีฝีมือเพื่อไปล่ามอนเตอร์ลับของเกาะ”

“มอนเตอร์ลับมีด้วยรึ?

“มีสิปกติคนเขาสร้างเกมส์ก็ต้องซ่อนความลับอะไรไว้อยู่แล้วไม่ว่าจะที่ไหนก็ตามเพื่อความสนุก”

“นายรู้ได้ไงกัน ?”ทาวาระยังคงซักถาม

“บอกให้โง่หรือไง? ฉันจะบอกก็แค่คนที่ร่วมทีมเดียวด้วยเท่านั้น”เปลวฟ้าเริ่มหยั่งเชิงโดยการวางเหยื่อนักเล่นเกมส์มักหลงติดกับจากคำล่อลวงที่ว่า “ความลับของเกมส์”

“อะไรกันถ้างั้นทำไมไม่ชวนฉันเล่า ฉันน่ะฮันเตอร์เลเวล 21 เชียวนะ NPC ยังบอกเลยว่าสูงที่สุดในเกาะตอนนี้แล้ว”จากนั้นทาวาระก็เอามือถือมากดแล้วชูให้เห็นข้อมูลฮันเตอร์เลเวลซึ่งมีเลข 21 เต็มจอ

“อะไรคือฮันเตอร์เลเวล ?”เปลวฟ้าเองก็ยังไม่รู้ แต่การหย่อนเบ็ดถือว่าประสบความสำเร็จ

“ปัดโธ่ดูท่าคนที่ฟลุคชนะฉันได้ มันจะตกข่าวเกินไปแล้วมั้ง”ทาวาระชักสีหน้าดูแคลนเปลวฟ้าทันที “จะบอกอะไรให้ข้อมูลที่เราล่ามอนเตอร์ในระดับต่างๆมาได้เมื่อเอาไปส่งที่ศูนย์ข้อมูลนักล่าที่มีภารกิจให้ทำสามารถระบุความสามารถของเราได้จากข้อมูลในการล่าของเรา เพราะบางภารกิจก็ต้องตรงกับระดับ ฮันเตอร์เลเวลจึงมีสิทธิ์ที่จะรับภารกิจ”

“แบบนี้นี่เอง เพราะไม่มีเลเวลบ่งบอกก็เลยใช้จุดนี้แบ่งระดับความน่าสนใจในการดึงคนเข้าทีมนี่เอง”ทีแรกเปลวฟ้าจะอาศัยคัดคนจากเครื่องแต่งกาย ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคงไม่จำเป็น และสำหรับที่ยังฝึกสกิลยังไม่เสร็จคงเป็นการยากที่จะดึงคนเข้าร่วมทีม แม้ว่าเขาจะมีหน้าตาในวงการเกมส์ก็ตาม

“อะไรกันอย่าบอกนะว่ายังไม่ได้ไปทำการวัดระดับฮันเตอร์เลเวล หรือว่านี่แกยังฝึกสกิลไม่เสร็จที่สมาคมถึงยังไม่รู้”

“ใช่”เปลวฟ้าตอบอย่างไม่อาย

“ทำไมชักช้าจังวะ ฉันน่ะฝึกเสร็จแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น ร่ายเวทระดับ 3ใช้เวลาแค่ 7วินาที ล่ามอนเตอร์อันตรายระดับ3ไป 30 ตัว กับระดับ 4ไปตั้ง 2 ตัวแล้วนะเฟ้ย ตอนนี้พอรวบรวมเงินได้ 55,000แล้วนี่ไม่รวมแร่หายากที่ได้มาซึ่งยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นเงิน ที่จริงก็ว่าจะเตรียมออกจากเกาะแล้วละ...”ทาวาระพยายามพูดอวดอ้างเพื่อให้เปลวฟ้ารู้สึกเจ็บใจ แต่อีกฝ่ายกลับสีหน้าไม่เปลี่ยนแถมยังอ้าปากหาวให้อีกต่างหาก ซึ่งในใจเขากำลังคิดถึงบางอย่าง

ท่าทางไอ้หมอนี่จะรวยน่าดู ต้องเอามันมาร่วมทีมครั้งนี้ให้ได้

“ดูท่านายจะเล่นเกมส์แนวนี้เก่งเหมือนกันนี่ ถ้างั้นขอให้เดินทางโชคดีละกัน”เปลวฟ้าอวยพรด้วยสีหน้าเรียบเฉย แกล้งไม่แยแส

“เฮ้ย !!”ทาวาระยังคงยืนกันไม่ปล่อยให้เปลวฟ้าไป “ไหนๆฉันก็ยังไม่รีบไป จะให้ฉันช่วยปราบมอนเตอร์ลับที่ว่าไหมละ ? นายคนเดียวรวมกับพวกกระจอกแถวนี้ทำไม่ได้หรอก ฉันร่ายเวทไวนะเฟ้ย”

เจ้าหน้าตี๋คลี่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ซึ่งเปลวฟ้ามองเห็นความโลภในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

“เข้าใจละ ถ้านายมีน้ำใจขนาดนั้นจะร่วมทีมด้วยก็ได้”เปลวฟ้ายักไหล่แกล้งยอมอีกฝ่าย “ว่าแต่ แล้วนายต้องการอะไรตอบแทนหลังจากปราบมันได้”

“ครึ่งหนึ่งจากที่จัดการมันได้ แต่ถ้าเป็นแรร์ที่มีชิ้นเดียวฉันขอเป็นเงินสัก 9,000 โกลี่ หรือถ้านายไม่มีปัญญาจ่าย นายก็เอาไอเท็มมาให้ฉันก่อน ไว้มีปัญญาจ่ายค่อยไถ่คืน ยุติธรรมพอไหม ?

“หึ... เอางั้นก็ได้เป็นอันตกลง”เปลวฟ้าที่ได้ยินอีกฝ่ายดูมั่นใจในฝีมือตัวเองและกระเหี้ยนกระหืออยากร่วมทีม ทำให้ต้องกุมปากอดเผลอหัวเราะเบาๆ ซึ่งเขารู้ดีว่าทาวาระต้องคิดแน่ๆว่าที่เขาอยากล่ามอนเตอร์ลับก็เพื่อแรร์ไอเท็มที่ต้องมีแน่นอนซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะสำคัญรวมไปถึง1ในไอเท็ม23ชิ้น และการที่มันเสนอเงินไม่เยอะแบบนี้เพราะกลัวว่าเขาจะปฏิเสธ แถมยังคิดเผื่อในทางเลือกอื่นไว้อีก...

หัวเราะหึอะไรของมัน...

ทาวาระคิด เขาชักสีหน้าไม่ชอบใจที่เปลวฟ้าชอบทำหน้าราวกับหัวเราะดูถูกเขาตลอดเวลา ทำให้นึกถึงตอนแข่งเกมส์ที่เขาแพ้เปลวฟ้า และนอนกองอยู่แทบเท้าอีกฝ่าย เขายังจำเสียงหัวเราะเยาะที่กำลังสะใจนั่นได้ดี มันทำให้เขาเคียดแค้นชายที่ชื่อเปลวฟ้ามาตลอด

คอยดูเถอะเมื่อได้แรร์ไอเท็มเมื่อไรต่อให้แกมีเงินมาไถ่ฉันก็ไม่คือให้หรอกไอ้เปลวฟ้า และต่อให้แกมีเงินมาจ่ายทันที เอาไว้ถึงเกาะหลักเมื่อไรฉันค่อยฆ่าแกแล้วชิงมาก็ได้ ครั้งนี้แหละที่แกต้องอยู่แทบเท้าฉันบ้าง...ฮิ ฮิ ฮิ


ปล.เหอๆๆที่คิดไว้ตอนแรกพอมาแต่งจริงเรื่องชักดิ้นไม่ตามที่ผมคิดตอนแรกก็เลยเสียเวลาอยู่หลายวันครับกว่าจะปะติดปะต่อกับเหตุการณ์ตอนต่อไปได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,139 ความคิดเห็น

  1. #2075 GiGaS_[Amaki Haruka] (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 10:18
    ทากาๆอะไรนี่มาจากไหนนี่ โง่โดนพระเอกหอกจนได้นะ ฮะๆๆๆ
    #2,075
    0
  2. #2065 Kingdom of Nightmare (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2554 / 15:45
    เหอะๆ ได้ตายฟรีแน่แล้ว...
    #2,065
    0
  3. #2052 .... (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 มีนาคม 2554 / 20:58
    มีอะไรอยากจะแนะนำหน่อยนะ

    คือเรื่องเกี่ยวกับยูดาส คุณน่าจะลองศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับคนๆนี้อีกหน่อยนะ

    สาเหตุของการกระทำที่ดูเหมือนทรยศนะมีมากกว่าเหตุผลง่ายๆอย่างแค่เห็นแก่เงิน

    ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ผูกคอตายหลังพระเยซูถูกจับหรอก

    ถ้าศึกษาดีๆคุณจะรู้ว่ายูดาสไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเปรียบเปรยในกรณีนี้

    หวังว่าคุณจะเจอเรื่องนี้ก่อนตีพิมพ์>>อันนี้ขออวยให้จากใจจริง^^

    โชคดีน้าา
    #2,052
    0
  4. #2051 ... (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2554 / 20:44
    ยูดาสหรือยูดามันแล้วแต่สำเนียงคนออกเสียง แต่ถ้าเป็นคนไทยจะคุ้นหูกับคำว่ายูดาสมากกว่า
    #2,051
    0
  5. #1856 Glด็กlดน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 13:15
    ไรท์เตอร์ ครับ ผมว่าสาวกของพระเยซูคนที่ทรยศ บอกที่อยู่ของพระเยซูให้โดนประหารนี้ ชื่อยูดา ถูกแล้วน้าครับ
    #1,856
    0
  6. #1854 ashiroki (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2553 / 19:08
    ยังกะคิระเลย..
    #1,854
    0
  7. #1851 happylady (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 23:35
    จริง ๆ แล้วโรค พิษสุนัขบ้า ไม่จำเป็นต้องเกิดจากรอยกัดของสุนัขหรือแมวเท่านั้นนะ แต่รอยเล็บข่วนก็ทำให้เป็นได้เหมือนกันอ่ะ อ้างอิง http://www.doctor.or.th/node/1890 นะจ๊ะ เพราะงั้นเปลวฟ้าที่น่าจะมีความรู้รอบตัวเยอะ น่าจะประชดว่า รอยข่วนก็ป่วยโรคนี้ได้เหมือนกันมากกว่า ชอบเรื่องนี้ มาก ๆ ลุ้นดี ^ ^
    #1,851
    0
  8. #1847 OrchidGIRL (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 19:58
    คุณเลิศพบคะ ข้าพเจ้าจำได้ว่าคนที่ทรยศพระเยซูชื่อยูดานะ ไม่ใช่ยูดา ข้าพเจ้าอยู่โรงเรียนคาทอลิกอ่ะ

    จำได้ว่าในเนื้อหาเเป็นยูดาสนะคะ ส่วนยูดา... เราว่ามันน่าจะเป็นชื่อของพวกเทพพระเจ้ามากกว่านะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 มกราคม 2553 / 19:56
    #1,847
    0
  9. #1841 ไม่หญิงไม่ชาย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2553 / 18:20
    สนุกมาก อัพต่อด่วน อิอิ
    #1,841
    0
  10. #1840 xeliilex (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2553 / 10:12
    อย่างนี้ก็ลงตัวดีแล้วนะ ดูสมเหตุสมผลกว่าตอนแรกเยาะนะ เพราะตอนแรกบอกตามตรงการที่เปลวฟ้าไปทำ
    ร้ายจีเอ็มและทรมาณจนเสียสติน่ะดูไม่สมเหตุสมผลดูอาละวาดไร้สาระไปนิด แต่ถ้าเป็นเวอร์ชั่นนี้ทำชั่วร้ายยังไงก็จะกลายเป็นเรื่องควรทำความสมเป็นพระเอกดี-*-
    #1,840
    0
  11. #1838 123 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มกราคม 2553 / 02:40
    จะทำสัญญากับปีศาจก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนนะจ๊ะ
    #1,838
    0
  12. #1837 ..... (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มกราคม 2553 / 23:18
    คำผิดคับ ขืนเอาแต่พึ่งพาอาวุธที่ดีฝีมือ>>>> ขงฉันของ
    #1,837
    0
  13. #551 เสือน้อยน่าร๊ากกก (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2552 / 21:19
    เหอๆ ถูกใจมากมาย
    #551
    0
  14. #550 - - (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2552 / 21:17
    555 ตรงตามแผนเป๊ะๆเลยแฮะ

    แต่ระวังนะครับอัศวิน กับ บิชอบ ที่เป็นตัวล่อจะทำเสียเรื่องนะครับเพราะจริงอยู่ที่คนเขียนเป็นคนบงการเรื่องอยากจะบังคับให้ตัวละครเดินยังไงก็ได้ตามใจแต่ผมเชื่อครับว่าผู้เขียนสามารถปิดจุดอ่อนนี้ได้

    ผมยอมรับครับว่าเป็นเรื่องแรกที่ผมติด เหอๆจริงๆติดหลายเรื่องแต่เรื่องนี้ติดมากสุดแหะๆ ระวังนะครับหมากที่ดูเหมือนควบคุมได้แต่อาจควบคุมจริงๆไม่ได้ก็เป็นได้ เกิดบิชอบคะนองไปสดคนที่ซวยคือเปลวฟ้านะครับ

    ผมแค่แนะนำเฉยๆว่าควรจะมีบ้างที่เกิดคะนอง พวกกลุ่มที่ได้ idcode23 ผมว่าตามหลักคนกลุ่มนี้เปลวฟ้าคุมไม่ได้ แต่เปลวฟ้ากลับมาใช้ประโยชน์บนคนกลุ่มนี้อีกครั้ง เหอะๆพอเดาแนวออกยังครับ

    ทำนาบนหลังคน เพิ่มความโหดเข้าไปอีก อิอิ อนึ่งลดศัตรูที่จะเป็นคู่แข่ง อนึ่งเพื่อตอกย้ำว่าคนที่ไม่เชื่อฟังคำพูดโปรเกมจะเป็นอย่างไร อนึ่งทำให้ชื่อเสียงแพร่กระจาย ได้อีก 3 ตัวอีกแล้วเหอๆ
    #550
    0
  15. #549 N.234R ตุ๊กแกดอง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2552 / 21:10
    คห.125 ถ้าเปลวฟ้าใส่หน้ากากเวลาเล่นเกม คงดูลึกลับเสน่ห์แรงดีเนอะ วะฮ่าๆๆ

    Ps.เออ แล้วก็แอบคิดเหมือนคห.129 นะ ... หึๆๆ
    #549
    0
  16. #548 ★TuaGuaN (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2552 / 21:08
    ทำไมไม่โชว์ไอดีให้ล่ะ (คห.129) ยังไงก็มาต่ออีกเร็วๆนะ
    #548
    0
  17. #547 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2552 / 21:06

    อย่างงี้ต้องบอกว่า

    ไรเตอร์เก่ง ที่สามารถสร้างตัวละคร 'เปลวฟ้า' ได้ เพราะสิ่งที่เปลวฟ้าคิด ก็คือสิ่งที่ไรเตอร์คิด


    อ๊ะ งั้นไรเตอร์จะเป็นแบบเปลวฟ้าไหมเนี่ย หึหึ

    PS.น่าลุ้นแหะ ว่าเปลวฟ้าจะมีวิธีอะไรที่ทำให้ตัวเองไม่ผิด (หรือต้องบอกว่าไรเตอร์ดีนะ 555 5)

    #547
    0
  18. วันที่ 1 มีนาคม 2552 / 21:00
    เสน่ห์แรงจริงๆ - -
    #546
    0
  19. #545 anuyasha (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2552 / 19:42
    โอ๊ะ พระเอกดูเหมือนตัวร้ายเลยเนาะ

    55+ ชอบอ่ะ จะดีมากถ้าลดจำนวนผู้หญิง กร๊ากกกก
    #545
    0
  20. #544 battle_master (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2552 / 19:15
    โหยๆ หน้ากากอันเดียวในเกมนั่น บรรยากาศตื่นเต้นดีจิงๆ
    #544
    0
  21. #543 - - (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2552 / 15:36
    ใช้ได้วางแผนดีให้คนอื่นเป็นหมากแต่ปัญหาคืออย่าลืมนะครับว่าสิ่งที่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทำ ยิ่งแสดงบทบาทมากยิ่งมีโอกาสได้รางวัล หึหึ จะใช้หมากอย่างไร แล้วจะกำจัดหมากทิ้งอย่างไร น่าสนุกจริงๆ

    แต่ว่านะครับถ้าหากการกำจัดหมากครั้งนี้รุนแรงเกินชื่อเสียงเปลวฟ้าในทางที่แย่ๆเพิ่มพูนครั้งต่อไปการดำเนินหมากยิ่งหาหมากยากขึ้น พี่แกจะทำยังไงเอ่ย เหอๆ แถมดูท่าหมากพวกนี้จะเอาไปชยก็ไม่ได้แลกก็ไม่ได้

    ถ้าหากหมากพวกที่ชนไม่ได้แลกไม่ได้เอาไปกินก็ไม่ได้เป็นผมจะใช้หมากเหล่านี้เป็นเหยื่อล่อ ล่อควีนออกจากถ้ำแล้วใช้ควีนตัวเองตลบหลังจัดการคิงคาบ้าน หึหึ คงพอเข้าใจความหมายใช่มั้ยครับว่าผมจะทำยังไงกับหมากเหล่านี้

    อยากรู้จังผู้เขียนจะเหมือนเรารึเปล่า เอแต่เปลวฟ้าดันมีม้าให้ใช้อีกสี่ตัวนี่นา ม้าพยศพวกนี้จะล่อให้มันไปสู้อีกรอบก็ง่าย ผู้เขียนคงไม่ซาดิสม์เกินนะครับ ผมสยอง
    #543
    0
  22. #542 N.234R ตุ๊กแกดอง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2552 / 13:56
    อย่างมันส์ เรื่องนี้ทำให้ลุ้นได้ตลอดเวลาเลย

    เฮ้ย เชียร์เปลวฟ้าโชว์เทพสุดฤทธิ์เลยนะเนี่ย ฮุวะฮ่าๆๆๆ
    #542
    0
  23. วันที่ 1 มีนาคม 2552 / 12:46
    กำลังอันด้อยกว่าแถมยังไม่วางแผน+ประมาทอีกต่างหาก ตายชัวร์ ดีแล้วเปลวฟ้าไม่เอาเข้าพวก มีแต่กำลัง เค้าก็บอกอยู่ประตูเมืองกันได้ 30 นาที ก็ไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์ แล้วอีกอย่างไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าเป็นเมืองที่มีกำแพง มันจะไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเมืองอยู่แล้ว พวกบาติสต้า หรือไม่ก็เครื่องยิงก้อนหินมันน่าจะมีติดตั้งบนกำแพงอยู่แล้วไม่หามาใช้ ดีไม่ดีมีปืนใหญ่ด้วย เราเวลน้อยต้องใช้พวกมากให้เป็นประโยชน์ดิ 1-1 ไม่ 10-1 ไป *0* ฮาๆ
    #541
    0
  24. วันที่ 1 มีนาคม 2552 / 01:19
    แปะชื่อไว้รอเลยนะท่าน
    #540
    0