Eternal World Fantasy ภาคความทะเยอทะยานของเปลวฟ้า

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 6 คาถาอัญเชิญ 100 % แก้ไขสำนวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    4 ม.ค. 53

ตอนที่ 6 อัจฉริยะไม่ได้แค่หนึ่ง

การร่ายเวทมนตร์ในโลกของ Eternal World จะมีทั้งเอ่ยคาถาด้วยวาจา การใช้อักษรภาพโดยการนึกภาพสัญลักษณ์ซึ่งจะร่ายได้ไวกว่าการใช้วาจา และการร่ายในระดับสูงด้วยการเนรมิตเพียงแค่นึกคาถาในใจโดยไม่ต้องร่ายก็ก่อเกิดเวทได้ดั่งใจนึกแต่ปัจจุบันยังไม่มีใครทำได้ เพราะเป็นผู้ที่แตกฉานการใช้เวทอย่างแท้จริงเท่านั้น

การใช้ภาษาสัญลักษณ์โดยการนึกภาพ เป็นการผายมือออกไปเพื่อเล็งเป้าหมาย จากนั้นก็ใช้การนึกภาพสัญลักษณ์หรือภาษาเฉพาะที่เรียกว่า “ภาษาธรรมชาติ” แต่ละตัวนำมาเรียงกันเป็นการร่ายเวทย์ โดยเวทแต่ละสายธาตุจะมีการใช้สัญลักษณ์แตกต่างกันไป เช่นการร่ายเวทย์สายธาตุไฟทุกครั้งจะต้องมีสัญลักษณ์ไฟ ซึ่งเป็นรูปคล้ายดวงไฟที่ถูกจุด โดยวาดขึ้นด้วยเส้นโค้ง4เส้นนำเรียงกันเป็นรูปดวงไฟ ซึ่งมันมีลักษณะคล้ายภาษารูนโบราณ

การร่ายอักษรภาพแม้จะร่ายได้ไวกว่าการเอ่ยคาถา แต่ก็มีความยากมากกว่าเพราะตกจดจำภาษาสัญลักษณ์เวทระดับ 1 จะใช้สัญลักษณ์ 4 ตัวเวลาร่ายเมื่อเราผายมือออกไป สัญลักษณ์เวทจะถูกเขียนขึ้นในอากาศเรียงกันเป็นวงแหวนรอบข้อมือเรา ถ้าเป็นเวทระดับ 2 ก็จะต้องใช้สัญลักษณ์เพิ่มเป็น 2 เท่าจากระดับต่ำกว่านั่นคือใช้ 8 ตัว

หากเป็นเวทระดับ 5 และเป็นเวทโจมตีหมู่ก็จะบังเกิดวงเวทขนาดใหญ่ล้อมรอบศัตรูที่เป็นกลุ่ม ใช้สัญลักษณ์ 64 ตัว ยิ่งผู้ร่ายนึกภาพสัญลักษณ์ไวเท่าไรก็จะยิ่งร่ายได้ไวขึ้นเท่านั้น ซึ่งต่างจากการร่ายด้วยการท่องคาถาที่ต้องเปิดหนังสือท่องราวกับบทสวดมนตร์ขนาดเวทระดับ 1 ต้องท่องยาวเทียบเท่าสวดนมัสการพระรัตนตรัยซึ่งต่อท่องคล่องแค่ไหนก็ต้องใช้เวลากว่า 5 วินาที ตรงข้ามเวทระดับ 1 เพียงนึกภาพสัญลักษณ์แค่ 4ตัวก็ร่ายเสร็จอย่างช้าสุดแค่ 1 วินาทีเท่านั้น

 แม้จะมีความยากในการจำตัวอักษรภาพ ทว่าคนส่วนใหญ่ก็มักจะฝึกด้วยวิธีนี้กันเพราะมันจำเป็นหากจะร่ายเวทในระดับสูงๆ ไม่เช่นนั้นบางคนก็ต้องพกหนังสือมาเปิดสวดขณะร่ายเวทซึ่งมันไม่เหมาะหากต้องต่อสู้ตัวต่อตัว

 

ขณะนั้นเปลวฟ้าสามารถร่ายเวทระดับ 3 ด้วยการจำอักษรภาพพร้อมกันถึง 2 มือได้สำเร็จซึ่งใช้สัญลักษณ์ถึง 16 ตัวและต้องร่ายถึง 2 ครั้งเพื่อให้เกิดขึ้นทั้ง 2 มือ เขาร่ายเร็วเสียจนเหมือนใช้โปรแกรมโกง ในขณะที่คนอื่นร่ายเวทระดับ 3 กว่าจะภาพแต่ละตัวออกทีละตัว ใช้เวลาเฉลี่ย 10 วินาทีจะได้ 1 เวท แต่เขากลับใช้เวลา 4 วินาทีร่ายเวทระดับได้ถึง 2 เวท

อาจารย์สอนเวทนามว่า “มาดูคัส”ชายหนุ่มผมยาวสวมหมวกทรงสูงในชุดสีแดง ผู้สอนการร่ายคาถาให้เปลวฟ้า เขามองระดับพัฒนาของเปลวฟ้าด้านการร่ายเวทจนอ้าปากค้าง ส่วนใหญ่ผู้เข้ามาฝึกในสมาคมจอมเวทย์ จะเริ่มฝึกการร่ายคาถาระดับ 1-3 ก่อน โดยให้ผู้ร่ายเวทเป็นผู้เลือกที่จะจดจำคาถาและสายธาตุ ทำให้ผู้ร่ายแต่ละคนจบการเรียนสกิลคาถาแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความสามารถในการจดจำ แล้วถึงจะออกไปฝึกด้วยการใช้ภารกิจ

ส่วนใหญ่ผู้เล่นไม่อยากหยุดกับการมัวแต่เรียนจดจำสกิลคาถา ทำให้จำได้แค่ 2 ธาตุหรือธาตุเดียว บ้างก็ได้ทั้ง 3 ระดับ บ้างก็แค่ 2 ระดับ แล้วส่วนที่จำไม่ได้ก็จะจดลงบันทึก เนื่องจากการฝึกคาถาในตึกสมาคมจะแบ่งเป็นห้องส่วนตัว ทำให้มีแต่อาจารย์จอมเวทที่คอยรับผิดสอนเท่านั้นที่รู้ถึงความสามารถของเปลวฟ้าและพวกอาจารย์จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ

แต่ตอนนี้เปลวฟ้าได้ประสบอุปสรรค์ครั้งใหญ่ในการร่ายเวทเนื่องจากการรับการฝึกเวทระดับ 4 จำต้องไปทำภารกิจให้กับสมาคมโดยการล่าปิศาจในป่าซึ่งเจ้าปิศาจที่ตามล่าเขาหลบซ่อนอยู่

“เปลวฟ้าศิษย์ของข้าเจ้าเป็นอะไรไปรึ ?”มาดูคัสอาจารย์สอนเวทของเปลวฟ้า ถามเขาเมื่อดูจากสีหน้าลูกศิษย์ผู้น่าทึ่งกลับทำหน้าเคร่งเครียดขณะมองภารกิจง่ายๆ แค่การล่าปิศาจเต่าอสูรสีแดงฉาด “เรดองก้า” ความอันตรายระดับ 3 แล้วเอากระดองมันมาให้ได้ 20 กระดองเพื่อนำมาทำเกราะป้องกัน แม้จะพลังโจมตีกับพลังป้องกันจะสูง พลังชีวิตเยอะ แต่มันเคลื่อนที่ช้ามาก จึงแพ้ทางพวกจอมเวทโดยเฉพาะ

“ไม่มีอะไรหรอกครับ”เปลวฟ้ากล่าวเสียงเรียบแล้วแสร้งยิ้มให้มาดูคัสเป็นการกลบเกลื่อน “ผมแค่ขี้เกียจเดินเข้าป่าไปไกลเพื่อไปหามันที่ชายทะเลน่ะครับ...ผมขอตัวก่อนนะครับ”

เมื่อเปลวฟ้าเดินออกจากห้องฝึกเวทไป มาดูคัสก็เดินตามออกมา เขาพบ”วากเนอร์”เพื่อนผู้เป็นอาจารย์เช่นกัน เป็นชายหนุ่มผมยาวสีแดงที่กำลังเดินสวนมาหาเขาพอดี

“ว่าไงมาดูคัสศิษย์ของนายรอบนี้เจ๋งไหม ?”วากเนอร์ทักถามทันทีที่เห็น “ศิษย์ของฉันยังโง่จำอักษรภาพได้แค่ระดับ 2เอง ผ่านมาครึ่งวันยังได้แค่ธาตุเดียวเอง ฉันก็เลยไล่ให้จดคาถาลงสมุดแล้วก็ไล่ให้ไปทำภารกิจเลย”

“งั้นเหรอ แต่ของฉันโอเคกับลูกศิษย์รอบนี้”มาดูคัสตอบเสียงเรียบเมื่อนึกสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องฝึก ซึ่งปกติอาจารย์ที่สอนไม่ควรบอกความลับเรื่องลูกศิษย์ ซึ่งเขาก็เองก็ไม่อยากบอกว่าศิษย์ของตัวเองรอบนี้จดจำได้คาถาทุกระดับได้หมด และยังทุกสายธาตุทั้ง 5สายเช่น ดิน น้ำ ลม ไฟ และสายฟ้า แถมยังร่ายได้ไวกว่าอาจารย์ทุกคนในสมาคมเสียอีก ซึ่งเขาไม่อยากนึกเลยว่าถ้าเปลวฟ้าสำเร็จเวทระดับ 5 ไปแล้วจะมีใครสู้ได้

 

เมื่อเปลวฟ้าเดินออกมาจากสมาคมจอมเวทย์ เขาก็ถึงกับยืนไหล่ตกที่ยูเรียน่านั่งรอเขาอยู่ เมื่อเธอเห็นเขาก็คลี่ยิ้มแล้วเดินมาถามเขาทันทีด้วยสีหน้าอยากรู้

“เป็นไงคะ ร่ายได้กี่สายได้กี่ระดับ ?

“ก็ประมาณ 2 สาย”เปลวฟ้าเดินไปตอบไปโดยไม่หันไปมองอีกฝ่าย

“ฉันไม่เชื่อคุณหรอกค่ะ”ยูเรียน่าบอกเสียงใสด้วยความมั่นใจ “บอกความจริงมาเถอะค่ะ ฉันไม่บอกใครหรอก”

เปลวฟ้าหยุดเดินแล้วหันมาหายูเรียน่าถามอย่างลองเชิง“แล้วทำไมถึงคิดว่าฉันพูดไม่จริงละ ?

“ก็ตอนแรกคุณว่าจะแสดงความอัจฉริยะให้ฉันดูไม่ใช่เหรอคะ ?” เธอย้อนถามเรื่องก่อนที่เขาจะเข้าไปในสมาคมจอมเวทย์

“แล้วทำไมถึงคิดว่าว่าตอนนั้นฉันพูดลจริงละ ? ฉันอาจโม้ก็ได้”เปลวฟ้าถามต่อด้วยความรู้สึกถึงบางอย่างที่ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาไม่อาจทำเป็นไม่สนใจได้

“ไม่รู้ดอกนะว่าโม้แปลว่าอะไร แต่ถ้าหมายถึงเรื่องที่คุณอาจพูดไม่จริง...”ยูเรียน่ากล่าวโดยชะเง้อหหน้าไปทางเปลวฟ้าแล้วแหงนขึ้นมองตาเขา “อาจเป็นเพราะฉันชอบแววตาความมุ่งมั่นของคุณ นั่นเป็นแววตาของคนที่ไม่ใช่คนที่ชอบพูดเล่นแน่ๆ”

เปลวฟ้าทำหน้านิ่วมองยูเรียน่าด้วยความฉงน บางทีเวลาโกหกเขาคงต้องคำนึงถึงแววตาตัวเองด้วย ทีแรกเขาคิดว่าการพูดจาที่ดูโออวดแบบนั้น จะทำให้อีกฝ่ายนึกว่าเขาเป็นคนขี้โม้แล้วเลิกยุ่งกับเขา แต่กลับพลาดเรื่องแววตาตัวเอง ไม่นึกว่าผู้หญิงคนนี้จะอ่านแววตาคนเป็น แต่ถึงกระนั้นเขาก็เพิ่งจะเคยเจอผู้หญิงที่มองถึงตัวจริงส่วนหนึ่งของเขาออก

“ถ้าเธอคิดแบบนั้นก็น่าจะเดาได้ว่าอัจฉริยะที่แท้จริงจะทำได้แค่ไหน”เปลวฟ้าตอบพลางสะบัดหน้าหลบตาหญิงสาวผมดำแล้วเดินไปต่อ

“คุณเนี่ยชอบกลบเกลื่อน เพื่อไม่ให้คนอื่นอ่านตัวเองออกสินะ”ยูเรียน่าทำหน้านิ่วกลับ เพราะตัวเองไม่ได้คำตอบที่แท้จริง แล้วกล่าวเสียงขุ่นๆว่า

“แต่ฉันก็พอเข้าใจค่ะ เพราะฉันรู้จักจอมขมังเวทย์หลายคนที่มักทำแบบนี้...ว่าแต่คุณจะไปไหนคะเนี่ย ?

เปลวฟ้าถอนหายใจเล็กน้อย เธอยังคงรังควานซักถามเขาต่อไป แต่เขาก็ไม่ตอบจนกระทั่งเดินมาถึงร้านช่างตีเหล็กที่รับทำเครื่องป้องกัน อาวุธ รวมทั้งขายของที่ทำสำเร็จด้วย

“จะมาทำเครื่องป้องกันกับอาวุธเหรอคะ หรือว่าจะซื้อ ?

“ไม่เกี่ยวกับเธอ”เปลวฟ้าตอบห้วนๆ ขณะรอเข้าแถวลูกค้าที่รอกำลังสั่งทำอาวุธโดยการให้วัตถุดิบกับช่างและตกลงราคากัน

ยูเรียน่าจึงถลึงตาใส่ แน่นอนว่าเขาไม่สนอยู่แล้ว อยากให้โกรธด้วยซ้ำ

เด็กสาวเริ่มทำหน้างอนแม้จะรู้อีกฝ่ายเย็นชากลับ เธอมองไปในร้านที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบที่วางเกลื่อนกลาด อาวุธที่เสียบในกระถาง และของชั้นดีที่วางประดับอยู่ตามฝาผนัง รวมถึงชุดเกราะมากมายที่ตั้งโชว์

“ที่จริงฉันทำได้ดีกว่าของพวกนั้นอีก”ยูเรียน่าเปรยขึ้น

เปลวฟ้าที่คิดว่ายูเรียน่าเป็นแค่นักบวชที่มีพลังรักษา รู้สึกเอะใจต่อคำพูดที่ดูไม่มีมูลของเธอ ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นเขาปล่อยให้เป็นลมออกหูไปแล้ว

เขาหันไปมองเธออย่างครุ่นคิด ซึ่งอีกฝ่ายก็กอดอกยิ้มให้เขาเหมือนรอคำถามของเขาอยู่ ท่ามกลางสายตาของผู้เล่นชายคนอื่นๆที่ต่างจ้องมองยูเรียน่าด้วยหลงใหลในหน้าตาที่น่ารัก  

“เฮ้อ ที่เธอพูดนั่นมันหมายความว่าไง ?”เปลวฟ้าถามยูเรียน่าในที่สุด ซึ่งใจจริงไม่อยากจะสนใจนัก แต่ในใจลึกๆแล้วเขามีความคิดว่าผู้หญิงคนนี้มีบางสิ่งที่ไม่ธรรมดา

“ช่วยจองห้องในโรงแรมใหญ่ให้ฉันสิคะ แล้วฉันจะแสดงให้คุณดู”ยูเรียน่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม ซึ่งบรรดาผู้เล่นคนอื่นๆรอบข้างต่างทำหน้าอิจฉาเปลวฟ้าเพราะคิดกันไปไกล

“หึหึหึ คงไม่ได้จะชวนเข้าห้องไปเล่นจ้ำจี้หรอกนะ”เปลวฟ้าเหล่มองยูเรียน่าด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ และทำท่าแสร้งปั้นหน้าอยากจะกินเธอโดยการเลียริมฝีปาก

“คนบ้า ทะลึ่งแล้ว!!”ยูเรียน่าถลึงตาใส่เขา เธอเบ้ปากเถียงท้วงเสียงเขียวใหญ่ “ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องแบบนั้นสักหน่อย !! แต่ถ้าคุณอยากได้เครื่องป้องกันดีๆ คุณก็ต้องลองเชื่อฉันก่อน”

“ก็ได้”เปลวฟ้าตอบตกลงอย่างง่ายดาย เขาคิดว่าคนอย่างยูเรียน่าดูไม่ใช่คนที่ชอบหลอกลวง เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนี้ซ่อนความลับอะไรไว้อีก

“ขอบคุณค่ะ ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”เธอยิ้มให้เปลวฟ้าอย่างมั่นใจ ยิ่งทำให้เขาอยากรู้มากขึ้นว่าเธอจะแสดงอะไรให้เขาเห็น

 

เปลวฟ้าจึงเดินออกจากร้านตีเหล็กไปยังโรงแรมขนาดกลางเป็นตึกทรงสี่เหลี่ยมคล้ายขนมปังปอนที่มีด้านบนสุดเป็นเส้นโค้ง

ภายในมีพนักงานที่ต้อนรับเป็นหญิงสาวเคาเตอร์ผมทอง 2 คนพวกเธออยู่ชุดบริกรสีชมพู

“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับมีอะไรให้รับใช้คะ ?”พวกเธอกล่าวทักทันที่เปลวฟ้ากับยูเรียน่าเดินมาถึงเคาเตอร์

“เออ คือว่า...”

“ของห้องที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดของโรงแรมค่ะ”

ยูเรียน่าเอ่ยแทรกเปลวฟ้าทันที ทำให้เขาถลึงตามาทางเธอ ซึ่งเจ้าตัวหันมาบอกเขาว่า

“ต้องใช้ห้องใหญ่ๆค่ะ รับรองคุณจะไม่ผิดหวัง”

เปลวฟ้าเก็บอารมณ์แล้วหันมาทางพนักงานสาวทันที

“ห้องสวีทราคา 4000โกลี่(หน่วยเงินในเกมส์)ค่ะ”

“ปกติห้องธรรมดาเท่าไรครับ”

“ปกติห้องธรรมดาราคา 500 โกลี่ค่ะ”

คราวนี้เปลวฟ้าหันมาทางยูเรียน่าถามเธอว่า

“ห้องธรรมดาไม่ได้หรือไง ราคามันต่างกันมากเลยนะ บอกมาดีกว่าทำไมต้องใช้ห้องใหญ่”เปลวฟ้ามีเงินติดตัวอยู่ทั้งหมด 21,500 โกลี่ ซึ่งยังไม่รวมไอเท็มอื่นๆที่เขาได้มา แถมเขายังต้องเผื่อราคาตั๋วเดินทางยังทวีปหลักอีกตั้ง 20,000 โกลี่

“ก็ไหนคุณบอกว่าจะเชื่อใจฉันไม่ใช่เหรอคะ ?”ยูเรียน่าย้อนถาม

“ก็ได้ ถ้าฉันไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เธอต้องชดใช้อย่างสาสม”เปลวฟ้าขมวดคิ้วทำเสียงขู่ยูเรียน่า แต่เธอกลับไม่กลัวแถมจ้องมองกลับด้วยแววตาที่มั่นใจอยู่เช่นเดิม

 

เมื่อพวกเขาเข้ามาในห้องพักซึ่งอยู่บนชั้นที่แปดชั้นบนสุดของโรงแรม เป็นห้องขนาด 10 x 10 เมตรมีเตียงใหญ่กว้าง 6 x 8 ฟุตและเป็นเตียงที่มีเสา ถึง 2 เตียง ด้านหนึ่งของห้องเป็นกระจกทั้งหมดและเปิดออกไปมีระเบียงชมวิว ทำให้เห็นโดยรอบของเมืองทั้งหมด ทั้งยังตกแต่งไปด้วยพรมและ เก้าอี้ไม้ลวดลายไม้เลื้อยอย่างหรูหรา ทั้งยังมีโคมไฟทำจากแก้วที่เปล่งประกายติดอยู่ข้างบน

ยูเรียน่ามองดูห้องที่ดูเลิศหรูด้วยสีหน้าเรียบๆ“ก็กว้างพอใช้ได้”เธอทำหน้าเหมือนว่าเข้ามาห้องธรรมดาที่ไม่มีประดับแต่ของราคาถูก

“ตอนนี้เธอเริ่มแสดงในสิ่งที่ฉันอยากดูได้แล้ว”เปลวฟ้าชักเหลืออด เขาเริ่มหงุดหงิดแล้วว่าตัวเองคิดถูกหรือเปล่าที่ลองเชื่อในตัวผู้หญิงคนนี้ บางทีเขาอาจเลอะเลือนไปแล้วก็ได้ที่ผู้หญิงคนนี้จะให้ในสิ่งที่เขาต้องการ

“ใจเย็นค่ะ ฉันจะแสดงให้ดูเดี๋ยวนี้...เซลฟี่”ยูเรียน่าเรียกภูตของเธอออกมาขณะยืนอยู่ในพื้นที่โล่งที่สุดของห้อง

เกิดเสียงระเบิดในอากาศเบาๆ แล้วเซลฟี่ปรากฏร่างใกล้ๆตัวผู้เรียกทันที

“มีอะไรยูเรียน่า ?

“ฉันขอพรมพิธีเรียกเทพตีเหล็ก”

“ว่าไงนะ พูดเป็นเล่นไปได้”เซลฟี่ทำหน้าค้านความคิดของเธอ “เขาไม่เชื่อในสิ่งที่เธอบอกตอนแรก แต่เธอกลับจะแสดงพลังที่แท้จริงของเธอให้เขารู้งั้นเหรอ ?

เปลวฟ้าจ้องมองทั้งคู่ พยายามนิ่งฟังเพื่อจับความจริงบางอย่าง ซึ่งมันทำให้รู้สึกสนใจเรื่องของยูเรียน่ามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว แม้เรื่องที่เธอเป็น NPC เขาก็ยังไม่คิดเชื่ออยู่ดี

“ฟังนะเซลฟี่ ฉันเชื่อในตัวของเขา เพราะแบบนั้นเพื่อที่จะเอาชนะเจ้าปิศาจนั่นได้ เราต้องช่วยสนับสนุนเขา”

เซลฟี่หันไปเหล่มองเปลวฟ้าผู้มีใบหน้าหล่อเหลา ซึ่งเธอรู้สึกลังเลและไม่อยากไว้ใจคนแบบนี้

“ก็ได้ เธอคงหลงหน้าตาไอ้หมอนั่นหมดหัวใจแล้วนี่”

“เซลฟี่พูดให้ดีๆหน่อย เราจะช่วยเขาต่างหาก ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเชื่อในพลังของเขา ไม่ใช่หน้าตา”

“ได้ๆ รอสักครู่”เซลฟี่ทำหน้ายอมอย่างไม่เต็มใจ แล้วประสานมือเล็กเข้าหากันเกิดแสงบางอย่าง และมีผ้าสีขาวที่ถูกม้วนเหมือนเสื่อร่วงลงมาต่อหน้ายูเรียน่า

จากนั้นเด็กสาวก็แก้ปมเชือกที่ม้วนผ้า แล้วปูมันซึ่งมันเป็นผ้าผืนใหญ่รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส เปลวฟ้าเดินเข้าไปมองด้วยความฉงนกับลายอักษรสีดำและวงเวทที่อยู่บนตัวผ้า มันมีอักษรที่ไม่เหมือนกับคาถาเวทอยู่หลายตัว แต่มันก็มีอักษรภาพของธาตุทั้ง 6 ธาตุที่เขารู้จักอยู่ในนั้น

“นี่มันอะไรกัน”เปลวฟ้าถามขึ้นทันที

“ฉันจะสร้างเกราะป้องกันให้คุณยังไงละคะ”ยูเรียน่าตอบด้วยรอยยิ้มแล้วถามกลับ “ไหนบอกฉันสิคะว่าคุณอยากได้เกราะแบบไหน ?

แม้เปลวฟ้ายังไม่เข้าใจต่อรูปการที่เกิดขึ้น แต่ก็อยากลองดูสิ่งที่จะเกิดต่อไป

“ฉันอยากได้เกราะเบาๆที่มีความทนทานสูง และทำให้เพิ่มความสามารถทางร่างกายให้เคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น ถ้าให้ดีขอให้ที่ว่าเพิ่มพลังโจมตีเวทและป้องกันพลังเวทด้วย”

เปลวฟ้ายิ้มอย่างท้าทายและบอกความความสามารถไอเท็มที่เขาต้องการหลายอย่าง ซึ่งมันเป็นไปได้ยากที่จะมีเครื่องป้องกันแบบนั้น ทว่าสีหน้าของยูเรียน่าก็ยังคงยิ้มให้เขาด้วยความมั่นใจอยู่

“ได้ค่ะ ก่อนอื่นฉันต้องการวัตถุดิบเสียก่อน ขอฉันดูวัตถุดิบที่คุณมีอยู่ได้ไหมคะ รวมถึงอาวุธด้วย”

คำตอบและสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างไม่ถูกสั่นคลอนของยูเรียน่า ทำให้เปลวฟ้ายิ่งรู้สึกแปลกใจมากขึ้น เขาเอากระเป๋าแต่ละใบเทวัตถุดิบต่างๆรวมถึงอาวุธและเครื่องป้องกันที่ได้มาจากไดโนครอปที่มันกินผู้เล่นมากมาย ซึ่งมันมีทั้ง เกราะหนัก เกราะเบาของพวกอัศวิน ดาบ หอก ไม้เท้า เสื้อคลุมซึ่งเป็นของธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ

ยูเรียน่ามองไอเท็มต่างๆที่อยู่ตรงหน้าเหมือนหาของที่ใช้ได้จากกองขยะ สาวน้อยเริ่มหยิบของแต่ละชิ้นอย่างพึงพอใจ

“อันนี้ใช้ได้ อันนี้ก็น่าจะได้” เธอนำของที่เลือกมากองไว้กลางวงเวทเรื่อยๆประมาณ 20 ชิ้นมีทั้งดาบ กระดอง หางลิง เกราะหนักของอัศวิน เปลวฟ้าเริ่มมองออกแล้วว่าเธอจะต้องมีความสามารถของนักเล่นแร่แปรธาตุแน่ๆ

“เปลวฟ้าคะ ฉันมีไอเดียดีๆเรื่องเกราะของคุณ จะลองใส่เวทธาตุน้ำลงไปไหมคะ ?แบบว่าเมื่อถูกศัตรูโจมตีจะถูกเวทแช่แข็งด้วย”ยูเรียน่าถามเขา

เปลวฟ้าเลิกคิ้วสูงด้วยความสนใจอย่างยิ่งกับความคิดนี้ “เธอทำได้งั้นเหรอ ?

“ค่ะแต่ต้องให้คุณร่ายเวทน้ำแข็งระดับ 2 ใส่ลูกแก้วใส่นี่ก่อน”ยูเรียน่าแบมือออกไปแล้วเซลฟี่ก็นำลูกแก้วใสมาไว้บนมือเธอ “ตอนนี้ฉันคงทำได้แค่ระดับ 2 เท่านั้นค่ะ”

เปลวฟ้ารีบหยิบลูกแก้วมาแล้วร่ายคาถาแช่แข็งระดับ 2 ที่มือขวารอบข้อมือปรากฏตัวอักษร 8 ตัวเรียงกันเป็นวงเวทอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นลูกแก้วก็ดูดเวทน้ำแข็งที่ปล่อยออกมาเข้าไป ทำให้ลูกแก้วกลายเป็นผลึกน้ำแข็งทั้งภายในและภายนอก

“สุดยอด คุณร่ายเวทระดับ 2 ได้เร็วมากเลยนะคะ”ยูเรียน่ามองมือเปลวฟ้าที่ร่ายคาถาด้วยความทึ่ง “ฉันเคยพบนักเวทเก่งมาเยอะแต่ยังไม่เคยเห็นใครร่ายได้ไวเท่าคุณมาก่อนเลย”

“เรื่องชมไว้ทีหลังเถอะ รีบจัดการให้ฉันเห็นซะ”เปลวฟ้าเร่งเร้ารีบยื่นลูกแก้วที่เต็มไปด้วยไอเย็นให้ยูเรียน่าทันที เพราะเขาอยากเห็นเกราะที่เขาต้องการ

“เข้าใจแล้วค่ะ ว่าแต่อยากได้เกราะสีอะไรดีคะ ?

“ขอสีดำละกัน”เปลวฟ้าคิดว่ามันเหมาะในการซ่อนตัวตอนกลางคืน

จากนั้นยูเรียน่าก็นำลูกแก้วน้ำแข็งไปไว้ในสัญลักษณ์แห่งน้ำบนผืนผ้าที่มีวงเวท แล้วเธอก็เอาลูกแก้วใสอีกลูกจากเซลฟี่มาร่ายคาถาบางอย่าง แล้วนำไปวางไว้ที่สัญลักษณ์ธาตุลม

“เอาละทุกอย่างพร้อมมูล”ยูเรียน่ามองผืนผ้าที่เต็มไปได้ด้วยวัตถุดิบ หลายชนิดบนผืนผ้า จากนั้นเธอก็คุกเข่าลง “เซลฟี่ช่วยปิดม่านให้หน่อย”

จากนั้นห้องก็มืดสลัว เปลวฟ้าเดินมายืนข้าหลังยูเรียน่า เธอกุมมือเหมือนภาวนา จากนั้นก็พริ้มตาท่องคาถาด้วยภาษาบางอย่างที่เปลวฟ้าไม่เข้าใจ

สักพักยูเรียน่าก็ลืมตาขึ้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาของเธอเปล่งปะกายสีฟ้าส่องสว่างด้วยพลังอำนาจ จากนั้นวงเวทที่เขียนด้วยหมึกสีดำก็เรืองแสงสีเหลืองออกแดงเหมือนไฟที่ลุกโชน

“ข้าขออัญเชิญเทพแห่งช่างเหล็ก เฮลเฟตัส โปรดจงสร้างสรรค์ความปรารถนาของข้าให้เป็นความจริงด้วยเถอะ !!

ทันใดนั้นแสงมากมายจากวงเวทก็ก่อตัวเป็นรูปร่างเป็นชายร่างใหญ่กำยำที่ดูดุดัน สง่างามเต็มไปด้วยอำนาจ ร่างทั้งร่างยังคงส่องแสงเรืองรองสว่างประดุจเทพ

“นี่น่ะเหรอการใช้มนตร์อัญเชิญ”เปลวฟ้าครุ่นคิดจากสิ่งที่เห็น แล้วเขาก็ได้คำตอบที่น่าทึ่งว่า “ เธออัญเชิญเทพมาสร้างไอเท็มเชียวหรือเนี่ย ?

ร่างของเทพช่างเหล็กลอยสง่าบนวงเวท จากนั้นเขาก็กางแขนออกไป จู่ๆเหล่าวัตถุดิบที่ยูเรียน่าก็ลอยตัวขึ้นกลางอากาศในระดับอกของเฮลเฟกัส และลอยอยู่ระหว่างแขนทั้งสองของเทพช่างเหล็กที่กำลังโอบล้อมวัตถุดิบเหล่านั้น

จากนั้นเหล่าวัตถุดิบก็หมุนวนกันไปมา แล้วค่อยๆถูกบีบให้ชิดกัน ของทุกชิ้นต่างเรืองแสงสว่างเหมือนกำลังถูกกำลังหลอมละลายต่อหน้าเทพช่างเหล็ก จนกลายเป็นกลุ่มก้อนเดียวกันขนาดใหญ่

จากนั้นก็แยกออกเป็น 3 ชิ้น ขนาดต่างกัน ชิ้นหนึ่ง ค่อยๆเปลี่ยนรูปคล้ายรองเท้าคู่หนึ่ง อีกชิ้นเปลี่ยนรูปเป็นเหมือนเกราะลำตัว และชิ้นสุดท้ายเหมือนปอกแขน 1 คู่

เปลวฟ้ามองสิ่งที่เปลี่ยนแปลงด้วยความทึ่ง เขามองยูเรียน่าที่กำลังกุมมือเหมือนสวดอธิษฐาน เธอทำให้เขาไม่ผิดหวังจริงๆ และมากเกินกว่าที่เขาหวังเสียด้วยซ้ำ ยามนี้เขาเริ่มเชื่อแล้วว่า ยูเรียน่าอาจไม่ใช่ผู้เล่น เพราะพลังอำนาจของเธอที่ต้องมาแสดงในห้องส่วนตัว อาจเป็นสิ่งที่เธอต้องการจะปิดบังความจริง เปลวฟ้าจึงเพิ่งเข้าใจทุกอย่างที่เธออยากให้เขาเชื่อ

ยามนี้ชุดเกราะที่สร้างไม่ได้มีแค่ สามชิ้นมันยังแยกออกมาเป็นส่วนต่างๆและเปลี่ยนรูปร่างไป จนกระทั่งรูปลักษณ์ของมันแต่ละชิ้นเป็นส่วนป้องกันต่างๆที่เป็นจุดตายสำคัญของผู้สวมใส่

จากนั้นมันก็ลอยตัวประกอบกันเป็นเหมือนหุ่นรูปร่างคนโดยที่ตัวเกราะยังคงเรืองแสงสีแดงสว่างอยู่ จากนั้นเฮลเฟกัสก็ค่อยๆเลือนหายไป ห้องทั้งห้องที่สว่างวาบก็กลับสู่ความมืดสลัวเช่นเดิม

“เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ขาดไปส่วนหนึ่ง”ยูเรียน่าลุกขึ้น แล้วเดินเข้ายืนข้างเกราะๆที่ผิวค่อยมอดลงกลายเป็นสีดำสนิท มันเป็นเกราะที่ไม่หนารูปร่างเล็กและมีชุดเสื้อสีดำเย็บติดกับปอกแขนและส่วนขาด้วย “ขอโทษด้วยนะคะที่วัตถุดิบไม่พอเลยไม่มีเกราะส่วนหัว”

“ไม่หรอก ที่จริงฉันอยากได้แค่ส่วนลำตัวกับปอกแขนเท่านั้น ไม่นึกเลยว่าเธอจะทำให้ฉันทั้งชุด” เปลวฟ้าเดินเข้าไปถอดเกราะที่ประกอบกันสำรวจมองทีละชิ้น แล้วหันมาถามยูเรียน่าว่า“มันจะเพิ่มความสามารถด้านความเร็วจริงๆเหรอ ?

“แน่นอนค่ะ ทุกอย่างที่คุณบอกกับฉันตอนแรก ยกเว้นเรื่องธาตุน้ำแข็งที่ฉันไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จ บางทีพลังของฉันอาจยังไม่ถึงขั้นที่จะสร้างคุณสมบัติได้ถึง 2 ธาตุ”

“เธออัญเชิญอีกครั้งได้ไหม เพราะฉันอยากได้อาวุธด้วย ?”ยามนีเปลวฟ้ากังวลเรื่องอาวุธมากกว่า

“คงไม่ได้หรอกค่ะ พลังอัญเชิญจะใช้ได้แค่หนึ่งครั้งในสิบสองชั่วโมงและมันก็ใช้พลังอำนาจมากด้วย อีกอย่างถ้าวัตถุดิบไม่ถึงก็สร้างตามที่ต้องการไม่ได้นะคะ”ยูเรียน่าตอบ แล้วเดินไปนั่งพักที่เก้าอี้ “แต่ว่าเรื่องอาวุธคุณไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันมีอาวุธที่อยากจะมอบให้คุณใช้จัดการเจ้าปิศาจนั่น ถ้าเป็นคุณอาจจะนำไปใช้ได้ก็ได้”

“อย่าบอกนะยูเรียน่า เจ้าจะมอบสิ่งนั้นให้กับเขา”เซลฟี่ร้องท้วงขึ้นทันที “เจ้าจะมอบสิ่งนั้นไม่ได้เด็ดขาด นั่นเป็นของดูต่างหน้าอาจารย์เจ้านะ อีกอย่างข้าไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะเป็นคนที่พวกเราตามหาน่ะ”

เปลวฟ้าที่ได้ยินก็ยิ่งสนใจมากขึ้น “อาวุธอะไรกัน ? ขอฉันดูก่อนได้ไหม ?

“ไม่มีทาง ข้าไม่มีวันจะมอบสิ่งนั้นให้เจ้าเด็ดขาด”เซลฟี่ลอยตัวแล้วหายไปในอากาศ

“เซลฟี่หยุดนะ นั่นไม่ใช่ของที่เจ้าจะตัดสินใจ คนที่ตัดสินคือข้าต่างหาก”ยูเรียน่าพูดด้วยเสียงก้องกังวานราวกับออกคำสั่ง “จงออกมาหาข้าเดี๋ยวนี้ !!

เซลฟี่ปรากฏตัวขึ้นอีกด้วยสีหน้าจำยอม

“นำสิ่งนั้นออกมา !”ยูเรียน่าสั่งภูตของเธอเสียงเข้ม

“ทราบแล้วค่ะ”เซลฟี่พูดเปลี่ยนไปอย่างนอบน้อมแม้จะยังมีแววตาที่ขัดขืนอยู่ก็ตาม เธอก็เรียกของสิ่งหนึ่งปรากฏเป็นแสงเรืองรองมีลักษณะยาว จากนั้นเมื่อมันถูกวางบนมือของยูเรียน่า แสงเหล่านั้นก็หายไป และปรากฏรูปลักษณ์ที่แท้จริง มันคือดาบเล่มยาวที่ด้ามเป็นสีดำตัวปลายดาบโค้งอีกด้านตรงเหมือนคาตานะแต่ไม่มีส่วนที่กลมตรงด้าม เปลวฟ้ามองจากด้ามสีดำที่เป็นทรงกลมเหมือนยอดเจดีย์สูงผอมแล้วมันมีลักษณ์เหมือนดาบไทยสมัยโบราณมากกว่า

ยูเรียน่ายื่นดาบออกไปทางเปลวฟ้าด้วยสองมือ เธอมองตัวดาบอย่างชื่นชม “นี่คือผลงานชิ้นสุดท้ายของอาจารย์ข้าค่ะ ผู้ซึ่งเป็นนักสร้างเล่นแร่แปรธาตุในตำนานของโลกนี้ ท่านบอกว่ามีแต่คนที่เหมาะสมกับมันและมีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเท่านั้นถึงจะชักมันออกได้”

เปลวฟ้าจับที่ตัวดาบที่ใส่ฝักสีดำอันเงางาม เขารู้สึกว่ามันหนักมากจนต้องรับทั้ง 2 มือ และใช้มือข้างหนึ่งจับที่ด้ามดาบ

“เหมือนดาบแบบไทยจริงๆ แต่ตัวดาบยาวกว่า”เปลวฟ้ามองพิจารณาตัวดาบที่ทำให้คนรู้สึกแปลกใจทำไมมันถึงมีความคล้ายกับดาบของคนไทยในสมัยก่อนนัก อาจารย์ของยูเรียน่าเป็นใครกันแน่

ขณะที่เขาจะออกแรงดึงดาบออกจากฝักก็เกิดความลังเลหากว่าเขาดึงไม่ออกจะเป็นอย่างไร จากนั้นเขานึกถึงคำพูดที่ยูเรียน่าบอกเขา ต้องเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า เขาจึงหลับตาและอธิษฐานในใจต่อความมุ่งมั่นที่ตัวเองเข้ามายังโลกนี้ และต้องการใช้ดาบเล่มนี้เพื่อมุ่งไปเป้าหมายตัวเอง

แล้วเปลวฟ้าลืมตาขึ้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำให้สิ่งที่ตัวเองหวังให้เป็นจริงพร้อมกับดึงดาบซึ่งมันกลับรู้สึกแน่น ยูเรียน่าเริ่มมีสีหน้ากังวล แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้พยายามดึงมันด้วยกำลังทั้งหมด

ยังหรอก ยัง...ไม่ว่ายังไงถ้าสิ่งนี้คือสิ่งที่จะทำให้ความปรารถนาเป็นจริง ฉันจะต้องดึงมันให้ออก แต่ถ้าไม่...มันก็แค่ขยะที่ไร้ค่าเท่านั้น

จู่ๆความแน่นก็คลายลงอย่างรวดเร็ว จนเปลวฟ้าชักดาบออกมาได้อย่างง่ายดาย ทว่าตัวดาบที่ออกจากฝักกลับส่องแสงสีฟ้าสว่างเจิดจ้าจนเขาต้องหลับตา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,139 ความคิดเห็น

  1. #1836 MeriMaire (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2553 / 18:36
    สนุกมากกกกกกค่ะ

    อัพต่อไวๆๆนะ
    #1,836
    0
  2. #1834 Kingdom of Nightmare (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2553 / 17:20
    5555+ มันส์ว่ะ
    ติดลม (โว่ยยย)
    #1,834
    0
  3. #1833 annaaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2553 / 16:15
    อัพต่อเร็สๆน้า
    #1,833
    0
  4. #1832 เงา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2553 / 14:21

    อัพไดเเระ
    นานละ
    คิดเถิง

    #1,832
    0
  5. #1831 xeliilex (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2553 / 12:28
    ดาบฟ้าฟื้น-*-
    #1,831
    0
  6. #1830 -_Saki_- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 23:47
    น่าสนใจมากๆเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆเลย

    สนุกมากๆค่ะ  ดูเป็นทีมเวิร์ค ที่น่าจะเวิร์คจริงๆเลยเพื่อนของเปลวฟ้า

    สวัสดีปีใหม่ค่ะ ^^

    ปล.อย่าลืมไปอัพ เรื่องคาเรนด้วยนะคะ  อัพทุกเรื่องต้อนรับปีใหม่  ขอเบิ้ล 2 ตอนได้มั้ยอิอิ
    #1,830
    0
  7. #1829 lPhoEniXl (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 22:27

    ขอเร็วๆ ได้มั้ยคับ

    #1,829
    0
  8. #1828 กินะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 21:34
    อ่า แค่นี้เปลวฟ้าก็พร้อมแล้วสินะ

    หนุกๆ คับ

    อัพต่อน้า
    #1,828
    0
  9. #1827 OrchidGIRL (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 21:24
    สนุกมากค่ะ
    #1,827
    0
  10. #1824 annaaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2553 / 19:46
    อัพต่อเร็วๆน้า
    #1,824
    0
  11. #538 ~หมoกsาตรี~ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มีนาคม 2552 / 15:14
    ไหงชื่อป๋มกลายเป็นผู้หญิงไปสะงั้น หนูม่ายยอมอ่า
    #538
    0
  12. #537 - - (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 / 20:37
    ปัญหาธุรกิจสะสางปัญหาเรื่องเพื่อนตามมาอีก ผมว่าเปลวฟ้าทำเป็นไม่สนใจชัวร์เพราะคนกลุ่มนี้หมดประโยชน์แล้ว (อาจเเห็นแก่ตัวไปนิดแต่ธุรกิจไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร) อยากรู้จังผู้เขียนจะแก้ไขปัญหานี้ไง

    เพระาถ้าตามความจริงควรจะไม่สนใจคนกลุ่มนี้แต่ถ้าหากตามโครงเรื่อง เจ๊แกมีแววเป็นนางเอก พระเอกจะทำไงกับปัญหานางเอก ถ้าหากจะออกแนวเป็นคนในบุญไปพูดแก้ต่างก็มีแววว่าความลับจะแตกอีกเพราะเจ๊แกก็มิใช่โง่ๆ

    หวังว่าคงจะไม่อิงโครงเรื่องมากไปอิงตามความจริงบ้างนะครับผผ ^^
    #537
    0
  13. #536 - - (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 / 20:31
    ผมสงสัยอ่ะครับกลุ่มล่าสัตว์ที่ว่าหมายถึงการล่าสัตว์อสูรใช่มั้ยครับจริงอยู่ที่ผมพอเข้าใจว่าต้องการเงินทุนและคนมีฝีมือแต่ในเมื่อเขามีเสนาธิการประจำกลุ่มแล้วแถมดูแต่ละคนก็เลเวลมากๆไม่เห็นจำเป็นต้องหาเพิ่มจริงอยุ่ที่หากมีคนมีฝีมือเพิ่ม

    จะเป็นประโยชน์แต่ว่าเท่าที่เข้าใจคือว่าเขาบอกเงินทุน 100000 ซึ่งหากมามากกว่า 4 คนหล่ะนั่นหมายความว่าคุณจะได้แค่พวกที่หาเงินเก่งเท่านั้นซึ่่งผมคิดว่าการตั้งกลุ่มล่าสัตว์หรือว่ากลุ่มแนวทหารรับจ้างไม่จำเป็นที่ต้องไป

    ติดประกาศใดๆเพื่อหาคนหรือเงินเพิ่มเลย(ช่วยชี้แจงหน่อยครับ) แต่ผมยอมรับครับว่าหากมีการตั้งกลุ่มลักษณะนี้ขึ้นมาจริงจะทำให้เปลวฟ้าได้ประโยชน์มากถ้าเป็นผมผมก็คงทำเพราะนอกจากจะได้เลเวลอัพโดยไม่เสียเงินแล้ว(อาจเสียเล็กน้อย)

    ค่ายาผื้นพลังเงินทุนที่เหลือยังก่อให้เกิดประโยชน์แถมยังสามารถเพิ่มเลเวลจากการล่าสัตว์กับคนกลุ่มนี้ นอกจากนั้นยังเป็นการวางรากฐานของตัวเองให้มั่นคงอีกและแน่นอนคนกลุ่มนี้เขาก็สามารถนำมาใช้เป็นเบี้ยได้ แถมยังได้เงินเพิ่มเรื่อยๆ

    เพราะผลของธุรกิจอีก ผมคิดว่าการเดินหมากตานี้ไม่ใช่ได้นกสองตัวแต่ได้ถึง 3 ตัวต่างหาก

    คนเขียนสุดยอด มีแววเป็นนักธุรกิจนะครับเนี่ยเหอๆ ถ้ากระผมเม้นต์ผิดพลาดประการใดขออภัย ณ ที่นี้
    #536
    0
  14. #535 battle_master (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 / 17:40
    เปลวฟ้าเจออิรรึปล่าวเนี่ย
    #535
    0
  15. #534 ★TuaGuaN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552 / 17:01
    มาต่ออีกเร็วๆน้า
    #534
    0
  16. #533 pearvi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 / 21:46
    อัพเยอะๆนะคะ อยากอ่านอีกอะ
    #533
    0
  17. #532 battle_master (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552 / 11:47
    ง่ายๆ เลยครับ พอดีมีเพื่อนจากนอกเกมพึ่งเจอกัน เลยคุยกันนิดหน่อย มีไรหรอ? (ต้องรีบถามเรื่องเค้าเอาไหเปไกลๆตัวไง)
    #532
    0
  18. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 / 22:51
    กำทำไมมันไม่เว้นบรรทัดให้เนี้ย   แถมพิมพ์ผิดอีก  คำว่าหลอก พิมพ์เป็น หรอก 
    กำแท้
    #531
    0
  19. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 / 22:49
    คาแรกเตอร์พอมองออกลางๆ ดููจะเป็นนักธุรกิจที่เจ้าเล่ห์พอดูเลย เหมือนพวกเล่นหุ้นเก็งกำไร แล้วชอบปล่อยข่าวลือให้ราคาหุ้นขึ้นแล้วขายทิ้งเลย -..- อ่านผ่านไปนิดเดียวแต่คิดเป็นตุเป็นตะ อยากให้ในเกมส์ไม่ต้องมีการจำกัดความว่า นักเวทย์ต้องใส่เสื้อคลุมนักเวทย์อะ แบบว่าแต่งตัวฟรีสไตล์สามารถปกปิดอาชีพตัวเองได้ด้วย เอาไว้หรอกพวกผู้เล่น หรือมอนสเตอร์ (คิดเอาเองว่ามอนสเตอร์จะมีปัญญาประดิษฐ์แบบมนุษย์ คือสามารถวิเคราะห์คาดเดาจากข้อมูลที่ได้พบเห็น คือมอนจะปรับการโจมตีต่อผู้เล่น เช่น ถ้าเจอผู้เล่นใส่ชุดนักเวทย์ ก็จะคิดได้เองว่าเป็นนักเวทย์โดยคาดเดาจากชุดนักเวทย์ ก็เลยจะเลือกโจมตีก่อน และจะสู้แบบซึ่งๆหน้า ทำเดมเมจให้เยอะเพราะคิดว่านักเวทย์ป้องกันทางกายภาพน้อย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็อาจโดนนักดาบที่สวมชุดนักเวทย์จัดการได้ง่ายๆ เสนอไอเดียตัวนี้ ขอให้รับพิจารณาด้วยครับ เพราะไม่อยากให้เกมส์ถูกจำกัดอยู่ในกรอบเก่าๆที่ว่า นักเวทย์ต้องใส่ผ้าคลุม นักดาบต้องถือดาบใหญ่ ไนท์ต้องสวมเกราะหนัก ผมว่าการใส่ชุดให้ตรงกับสายอาชีพอาจจะมีบวกโบนัสพิเศษ แต่ว่าบางครั้งการครอสสายก็ถือว่าเป็นการเล่นที่ทำให้เป็นทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น เช่นนักดาบอาจไปใส่ชุดนักธนู เพราะเพิ่มอัตราหลบและความแม่นยำ นักเวทย์ไปใส่เกราะเพราะมี def ที่ต่ำ ถ้าท่านเห็นว่าเป็นไอเดียที่พอจะนำไปปรับใช้กับนิยายของท่านได้ ผมก็คิดว่านั่นเป็นเกียรติ ที่ท่านเห็นความสำคัญของไอเดียผมนะ)
    #530
    0
  20. #529 เสือน้อยน่าร๊ากกก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 / 22:34
    ถ้าคำนวณไม่ถูกบอกได้นะ จะช่วย อิอิ
    #529
    0