Eternal World Fantasy ภาคความทะเยอทะยานของเปลวฟ้า

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 4 อดีตที่เจ็บปวด100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    20 ก.ค. 53

ตอนที่ 4 อดีตที่เจ็บปวด
ด้วยความร่วมมือและความเสียสละจากเพื่อนสนิททั้ง 4 ทำให้เปลวฟ้าสามารถเอาชนะไดโนครอปมอนเตอร์อันตรายระดับ 5 ดาว แม้จะใช้แผนสละเบี้ยแบบแกล้งโง่หลอกผู้ที่สังเกตมองพวกเขาอยู่ เพื่อให้พวกนั้นเข้าใจว่าพวกเขาเป็นผู้เล่นเกรียนเทพแค่ไหน สกิลก็ไม่ฝึก อาวุธก็ของฟรี แต่ดันกล้าไปสู้กับมอนเตอร์ซึ่งไม่มีชาวบ้านที่ไหนโง่ทำ
ทว่าด้วยไอเท็มดรอปที่มาจากการกลืนกินมอนเตอร์ทำให้เปลวฟ้าเปลี่ยนใจ จึงลงมือฆ่ามันไปด้วย โดยการใช้แผนยอมเสียเบี้ยในมือเพื่อให้คล้องกับการที่ทั้ง 4 คนจะต้องตายตามแผน แล้วจะได้ไปเกิดใหม่เล่นตัวละครเผ่าอื่นอย่างที่ตั้งใจไว้
ยามนี้เปลวฟ้ากำลังคิดถึงตอนที่ได้ข้อมูลจากผู้หญิงคนแรกที่มาต้อนรับเธอบอกว่าแม้เกมส์นี้จะไม่ได้เก็บประสบการณ์จากตัวเลข แต่ร่ายกายก็จะแข็งแกร่งขึ้นเองตามประสบการณ์จากการต่อสู้หรือการฝึก
เปลวฟ้าลองบีบก้อนหินขนาดลูกเทนทิส เขาบีบมันแตกละเอียดเป็นผงอย่างง่ายดาย ทั้งที่ในชีวิตจริงเขาทำแบบนี้ไม่ได้แน่นอน
“น่าสนุกจริงๆ หึหึหึ”เปลวฟ้ารู้สึกหลงใหลในพลังของเกมส์ เขารู้สึกว่าถ้าตัวเองใช้เวทมนตร์ได้ต้องลองเผาคนเล่นเสียหน่อย ดูซิว่าจะรู้สึกยังไงถ้าได้เผาคนทั้งเป็นแล้วดูร่างพวกนั้นค่อยๆกลายเป็นขี้เถ้า
แค่คิดก็ตื่นเต้นไปทั้งตัว เขาหยิบหอกออกมาใช้ มันเป็นอาวุธที่เหมาะสู้กับศัตรูที่เข้ามารุมได้ดี ขณะที่เขากำลังเดินทางต่อไปผ่านป่าสนตรงหน้า ก็เห็นเด็กสาวร่างระหงวิ่งออกมาจากอีกฝากแล้วสะดุดล้มลง  เด็กสาวผมดำพริ้มตาด้วยความเจ็บปวดขณะจับที่ข้อเท้า แล้วหันไปมองข้างหลังที่มีเสียงบ้างอย่างไล่ตามมา
“ไม่นะ ...!!”เธอกรีดร้องเสียงแหลม
หมาป่าสีดำตัวโตแถมมีเขี้ยวเหมือนดาบ 2 ตัวกระโจนออกมา ตัวหนึ่งค่อมเธอที่ล้มนอนอยู่ มันเริ่มเลียหน้าเธอ โดยที่สาวน้อยร้องครางด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
เปลวฟ้ามองดูนิ่งๆ คิดจะเก็บข้อมูลเท่านั้น แล้วเขาก็ถ่ายรูปพวกมันจนปรากฏข้อมูลว่า
ชื่อ: หมาป่าเกนแบล๊ค
ระดับอันตราย: 3 ดาว
คุณสมบัติ: หมาป่าสีดำตัวใหญ่เท่าเสือ มันมีกรงเล็บที่ยาวถึง 1ฟุตที่ขาหน้า และเขี้ยวที่ยาวเหมือนดาบ เมื่อคุณเจอมันคิดว่ามันคือเสือโคร่งตัวใหญ่ได้เลย
ไอเท็มดรอป: เขี้ยวดาบเกนแบล๊ค เนื้อเกนแบล๊ค ขนหมาป่าเกนแบล๊ค
 
เขารู้ทันทีว่าตอนนี้สู้ไม่ได้แน่ก่อนจะเดินหนีผ่านไปโดยไม่ให้พวกหมาป่า 2 ตัวรู้ตัว
“ใครก็ได้ช่วยด้วย ช่วยด้วย... !!” เธอพยายามส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ไร้วี่แววของพระเอกขี่ม้าขาว
แล้วเขี้ยวของเกนแบล๊คก็ฝังใส่ที่ไหล่อันเปลือยเปล่าขาวๆของเธอ
“อ๊า... !!!”
เด็กสาวกรีดร้องทรมานเสียงแหลมแทบขาดใจจนน้ำตาไหลริน พอมันดึงเขี้ยวออกมา เธอก็กรีดร้องอีก
“ไม่นะ...ได้โปรด...”เธอร้องครางบอกพวกมันที่เป็นเดรัจฉานด้วยความวิงวอน
เหมือนมันกำลังจะค่อยๆทรมานเหยื่อให้สิ้นใจ ท่ามกลางเสียงร้องแหบดังถี่ แฮ่ แฮ่ ของพวกมันที่ราวกับกำลังหัวเราะเยาะด้วยความสะใจ
เปลวฟ้าหยุดยืนนิ่ง เมื่อได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างในสมองมันกระตุก
“เวรเอ๋ยเป็นแค่หมา ดันเสือกหัวเราะเหมือนไอ้พวกสถุล...”
แววตาสีดำของเปลวฟ้าหรี่ลง คิ้วขมวดเป็นปมด้วยความหงุดหงิด เขารู้สึกตัวเองกำลังถูกหยามถ้าหากหนีไอ้พวกที่ทำเสียงหัวเราะเหมือนพวกปลายแถวที่เขาเคยเหยียบจมดินทั้งในเกมส์และชีวิตจริงมาแล้ว
ขณะที่เจ้าหมาป่าตัวโตกำลังจะปักเขี้ยวใส่เด็กสาวพร้อมกับทำเสียงหัวเราะกวนประสาท
หอกเล่มยาวก็พุ่งปักทะลุหัวหมาป่าที่ยืนค่อมเด็กสาว จนร่างใหญ่โตของมันตาเหลือกเลือดพุ่งกระฉูดอออกทวารและค่อยๆล้มตะแคงออกจากตัวเด็กสาวผู้เคราะห์ร้าย
เจ้าหมาป่าอีกตัวที่เห็นเพื่อนนอนตัวแข็งไปแล้ว มันสะดุ้งนิ่งอึ้งจนไม่เข้าใจเลยว่าหอกนั่นมันมาจากไหน ทันใดนั้นมันก็ได้ยินเสียงคนเดินผ่านพุ่มหญ้าคาที่ขึ้นสูง ชายหนุ่มรูปงามผมเกือบปกตาข้างหนึ่ง กำลังใช้แววตาที่เลือดเย็นจ้องมองมันพร้อมกับลากดาบเล่มยาวมาด้วย
แม้แต่เด็กสาวที่ถูกช่วยก็ถึงกับตัวแข็งและสั่นสะท้านเมื่อสบตาของเขาที่เต็มด้วยความเหี้ยมเกรียมและเย็นยะเยือก เธอไม่เข้าใจเลยว่าพระเอกที่มาช่วยเธอไปโกรธแค้นใครมา
หมาป่าเกนแบล๊ค หันไปขู่คำราม ทั้งตัวมันขนลุกขึ้นซู่ทันที เหมือนแมวที่พยายามพองขนให้ตัวเองตัวโต
เปลวฟ้ามองมันด้วยใบหน้าเรียบเฉย เขาเชิดหน้าด้วยความทะนงให้มัน โดยไม่มีอาการเกรงกลัวแม้แต่นิดเดียวตรงข้ามเด็กสาวกลับคิดว่าชายหนุ่มร่างเพรียวเหมือนตะเกียบจะสู้มันได้อย่างไรกัน
“ปกติฉันไม่ค่อยชอบทำตัวเป็นพระเอกสักเท่าไร อย่าว่าแต่ถือดาบเลย จะให้คุกฝุ่นลุยระยะประชิดแทบไม่เคยด้วยซ้ำ แม้จะเล่นเกมส์ก็เถอะอย่างเก่งก็แค่ ชกหน้าไอ้พวกปลายแถวที่หัวเราะได้สถุลแบบนั้น”
เด็กสาวเริ่มงงไปหมด นี่เขาทำหน้าเหมือนโกรธแค้นบรรพบุรุษเพราะเจ้าหมาป่าหัวเราะไม่ถูกใจเขางั้นเหรอ
“บัดซบเอ๋ย แกทำให้ฉันหงุดหงิดด้วยเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ แกต้องชดใช้อย่างสาสม”เขาทำหน้าเดือดขึ้นเรื่อยๆ
แน่นอนว่าเจ้าหมาป่าไม่เข้าใจ มันพุ่งกระโจนด้วยอย่างรวดเร็วพร้อมกับกรงเล็บขาหน้ามันที่ยาวเป็นพิเศษ ส่วนเด็กหนุ่มก็มองมันตาไม่กระพริบขณะยกดาบขึ้น
เด็กสาวหลับตาแน่นก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเข้าปะทะกัน แม้เธออยากจะเอาใจช่วยชายรูปงามผู้นี้แต่ด้วยรูปร่างที่ผอมบางแบบนั้นก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่าใครจะเป็นผู้ชนะ เมื่อนึกถึงแมวกับหนูกำลังพุ่งชนกัน
ฉัวะ !!
เสียงปะทะกันดังขึ้นในชั่วพริบตา เมื่อทุกอย่างเงียบลงเด็กสาวก็ลืมตาขึ้น
“ไม่นะ !!”
เธออุทานเลิกคิ้วงามสูงต่อภาพที่เห็น เด็กหนุ่มผอมบางนอนจมกองเลือดสีแดงสดไปแล้ว ส่วนเจ้าหมาป่ายืนนิ่งต่อหน้าร่างเขาที่ล้มนอนอยู่ โดยที่กรงเล็บมันเต็มไปด้วยเลือด แต่ก็มีบางอย่างที่ผิดปกติ เธอเห็นคมดาบแหลมโผล่ออกมาที่กลางหัวเจ้าหมาป่าตัวโต
เธอเอามือกุมปากนิ่ง เมื่อเจ้าหมาป่าเลือดทะลักออกมาจากปากพร้อมกับล้มลงข้างๆตัวเขา เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าดาบของเด็กหนุ่มจิ้มเข้าไปในปากจนทะลุถึงสมองของมัน
เด็กสาวเลิกสนใจหมาป่าที่กำลังสลายร่าง เธอเข้าไปคุกเข่ามองสีหน้าเด็กหนุ่มที่หลับตานิ่งสนิทไปแล้ว
 
“เฮ้ยๆ...นั่นไงไอ้เด็กที่โดนพ่อทิ้งน่ะ”
เปลวฟ้าสะดุ้งเฮือกขณะที่เสียงนินทาของเด็กชายคนอื่นแว่วเข้าหู
“น่าสงสารชะมัดเลยว่ะ ถูกพ่อตัวเองทิ้ง ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เด็กน้อยเปลวฟ้ากำหมัดน้อยๆแน่น พยายามข่มกลั้นอารมณ์ และคิดว่ามันเป็นแค่เสียงหัวเราะพวกปลายแถว
“สงสัยเพราะรู้ว่าลูกหน้าตาเหมือนผู้หญิง ก็คิดว่าเป็นตุ๊ดไปแล้วมั้ง”
“พ่อมันทิ้ง... พ่อมันทิ้ง... พ่อมันทิ้ง...”เสียงล่อดังขึ้นหลายเสียง
เด็กน้อยเปลวฟ้าก้มหน้ากอดเข่าแน่น ร่างน้อยๆเริ่มสั่นเทิ้ม
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เสียงหัวเราะเยาะของพวกสถุลยังคงดังไม่หยุด จนเขาเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาเคียดแค้น แล้วคำรามลั่นพร้อมกับพุ่งเข้าไปชกเหล่าเด็กพวกนั้นแบบตะลุมบอน จนบางคนฟันหักบ้าง ล้มคว่ำกลิ้งไปบ้าง แม้อีกฝ่ายมีมากกว่าเขาก็สู้พวกนั้นยิ่งกว่าหมาบ้า เป็นครั้งแรกที่เขาทำตัวโดยเผยสันดานดิบออกมาแบบนั้น
“ฟ้า...ลูกอย่าทำแบบนั้นสิจ๊ะ”เสียงอันอ่อนโยนดังขึ้นเตือนสติเขา
คำเรียกย่อๆว่า “ฟ้า”มีเพียงแม่ของเขาเท่านั้นที่เรียก
“แม่ครับ...”เปลวฟ้าหันไปมองตามเสียง แต่เขากลับเห็นแสงสว่างอันอบอุ่นส่องลงมา แล้วแสงนั้นก็พลันสว่างจ้าจนเขาเห็นทุกอย่างเป็นสีขาว
ทันใดนั้นเขารู้สึกตัวขณะที่ลืมตาเขาร้องไห้ออกมาพร้อมกับเห็นแสงส่องสว่างที่บริเวณหน้าอก เขาพยายามมองลงมันมาจากมือขาวๆที่เรียวเล็กและบอบบางน่าทะนุถนอม พอมองขึ้นเขาก็เห็นใบหน้าของเด็กสาวหน้าน่ารักผมยาวสีดำเงาประกาย มีโบว์สีขาวอันใหญ่มัดรวบผมดูเด่นชัดสะดุดตา เธอกำลังทำสีหน้าเป็นห่วงเขาอยู่
“รู้สึกตัวแล้วเหรอคะ ตกแทบแย่เลยนึกว่าจะช่วยคุณไม่ทันซะแล้ว ตอนนี้เป็นไงบ้างคะ ดีขึ้นไหมคะ ?”เธอยิงคำถามใส่เขาด้วยแม้น้ำเสียงจะเป็นทุกข์ แต่ก็เป็นเสียงที่ใสเหมือนกระดิ่งเงินซึ่งมันไพเราะจนเขาเผลอตอบไปอย่างเป็นธรรมชาติ
“ดีขึ้นแล้วละครับ”เด็กหนุ่มตอบอย่างแผ่วเบา สักพักเขาส่ายหน้าแรงเพราะรู้ตัวเผลอเคลิ้มไป “ขอบคุณครับที่ช่วย”
“ไม่นะคะ คนที่ช่วยคือคุณต่างหาก”เธอบอกด้วยน้ำเสียงสั่นคอ
“เข้าใจแล้วครับ งั้นผมต้องขอตัวก่อน”
พอบอกตามมารยาทเปลวฟ้าก็รีบลุกขึ้นทันที
“ไม่ได้นะคะ ตอนนี้น่ะ ว้าย...”เด็กสาวร้องห้ามแต่ไม่ทัน เธอร้องขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มที่พยายามลุกอย่างหุนหันกลับทรุดลงจนล้มนอนพื้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
“โอ๊ย...!”เปลวฟ้าร้องเจ็บที่หลังและหัวกระแทกกับพื้น
“ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะที่เตือนคุณช้าไป”เด็กสาวรีบขอโทษขอโพยเขาใหญ่ด้วยความรู้สึกผิดต่อผู้มีพระคุณ “ถึงเวทมนตร์รักษาจะช่วยให้แผลหายได้ แต่เพราะคุณเสียเลือดมาก ซึ่งเวทรักษาไม่สามารถคืนเลือดให้คุณได้หรอกนะคะ คุณควรนอนพักตรงนี้ก่อนแล้วก็ทานอะไรช่วยบำรุง...”
“คงไม่ได้หรอกครับ”เปลวฟ้าขมวดคิ้วพูดขัด เขารู้สึกเหมือนถูกหมอห้ามไม่ให้ออกจากโรงพยาบาลยังไงอย่างงั้น “ขืนอยู่แถวนี้นาน ต่อไปมีหวังถูกมอนเตอร์ที่ผ่านมาเล่นงานอีกแน่”
“ถ้างั้นให้ฉันเป็นคนอุ้มคุณไปเองเถอะค่ะ ฮืม...”เด็กสาวบอกอย่างมั่นใจพร้อมกับพ่นหายลมใจเล็กน้อยอย่างเชื่อมั่นที่กำลังแขนเล็กๆของตัวเอง
แววตาเธอจริงจังมาก จนเปลวฟ้าถึงกับกุมขมับเพราะดูจากรูปร่างที่ผอมบางแถมดูยังไงก็ตัวเล็กกว่าเขาชัดๆ พอเธอจะสอดมือเข้ามาใต้ขา เปลวฟ้าก็รีบจับข้อมือเธอทันที
“ผมว่าผมหาอะไรทานก่อนดีกว่า เดี๋ยวคงมีแรงแน่ๆ”
เปลวฟ้าจำยอมในที่สุด แล้วเขาก็รีบปล่อยข้อมือเธอเมื่อพูดจบ ซึ่งเธอก็ยิ้มเขินๆจนหน้าแดงแล้วพยักหน้าช้าๆให้เขาอย่างเห็นด้วย
“เดี๋ยวภูตรับใช้ของฉันก็กลับมาค่ะ เธอไปเอาอาหารมาให้คุณ รอแปปนะคะ”
“ภูตรับใช้เหรอครับ ?”เปลวฟ้าได้ยินก็รู้สึกสนใจทันที
“ค่ะ...เออ...คือ”เธอทำหน้าเหมือนกำลังจะเอ๋ยอะไรบางอย่างกับเขา ทำให้อีกฝ่ายมองเธอด้วยความฉงนแล้วเธอก็สูดลมหายใจลึกๆ หน้าแดงเล็กน้อยก่อนจะเปรยขึ้นว่า
“เออ...คือ...ฮืม..ฉันมีนามว่ายูเรียน่า ไม่ทราบว่าคุณชื่อ...”
แนะนำตัวนั่นเอง...เปลวฟ้านึกอยู่นานว่าเธอจะพูดอะไร
“เปลวฟ้าครับ”
“เปลว...ฟ้า...”เธอค่อยๆเรียกชื่อเขาทีละคำด้วยความสนใจ “เป็นชื่อแปลกดีนะคะ แต่ออกเสียงเพราะดี...เปลวฟ้า...”เธอคลี่ยิ้มน้อยๆให้เขา เธอรู้สึกชอบออกเสียงชื่อนี้ และเป็นครั้งแรกที่มีคนรู้สึกดีๆกับชื่อของเขา เปลวฟ้าจึงพูดเธอด้วยน้ำเสียงสุภาพปกติ
“ใครก็ว่างั้นแหละครับ ชื่อคุณก็แปลกเหมือนกัน คุณมาจากไหนครับเนี่ย”
“อ๋อ...ออสเทรียค่ะ”
“ออสเตรียเหรอครับ” เปลวฟ้าทำหน้างงหนัก บางทีเธออาจออกเสียงผิดหรือเขาออกเสียงผิดกันแน่
“ไม่ใช่ค่ะ...คือ...”
“ยู...เรีย...น่า !!!”
เสียงเจี๋ยวจ๋าวใสๆดังขึ้นมาแต่ไกล ทำให้เธอหยุดที่จะเอ๋ย แล้วหันไปมองก็พบว่ามีหญิงสาวผมทองร่างเล็กๆในชุดกระโปรงเขียวมีปีก4ปีสีชมพูใสๆ บินมาทางนี้
“ข้าหาอาหารมาให้ผู้มีพระคุณของเจ้าแล้ว”เธอตัวเล็กแท้ๆยังคงบอกด้วยเสียงใสกังวานจนเปลวฟ้าต้องอุดหู
“ขอโทษนะคะเธอเสียงดังแบบนี้ละค่ะ”ยูเรียน่าเหมือนเข้าใจสีหน้าของเปลวฟ้าดี
“กรุณาให้เธอใช้เสียงเบาๆหน่อยเถอะเดี๋ยวมีพวกกินเนื้อได้ยินจะมาทางนี้อีก”เปลวฟ้าเกือบถลึงตาใส่ เขาเตือนเสียงเครียดทันที เขาชักเริ่มหงุดหงิดที่คนธรรมดาไม่รู้จักระวัง เพราะแบบนี้เขาถึงมองคนอื่นๆที่ไม่รู้จักเป็นเหมือนพวกน่ารำคาญและเป็นภาระ
“ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ”ยูเรียน่ารีบบอกทันที แล้วหันไปทางภูตของเธอ “เซลฟี่เงียบลงหน่อยได้ยินที่เขาเตือนแล้วใช่ไหม แล้วเอาอาหารมาได้แล้ว”
“ค่ะค่ะ”เซลฟี่กล่าวรับเบาๆอย่างไม่เต็มใจ เหมือนว่าเธอไม่ชอบให้ใครมาอุดลิ้นให้เธอออกเสียงเบาลง
เปลวฟ้ามองไปยังเซลฟี่ภูตัวเล็กที่บินมามือเปล่าเขาไม่เข้าใจเลยว่าเธอเอาอาหารมาได้ยังไง แล้วสักพักภูตตัวสาวน้อยก็กุมมือจนมีแสงสว่างออกมา ทันใดนั้นก็มีผลไม้หลากสี หลายชนิดซึ่งเปลวฟ้าไม่เคยเห็นในโลกความจริงร่วงลงมาที่ตักเขาประมาณ 20 ลูก
“ขอโทษนะคะคงมีแต่ผลไม้เท่านั้นละค่ะ”ยูเรียน่ามองด้วยความอ่อนใจ ในขณะที่เซลฟี่มองผลงานตัวเองด้วยความภูมิใจ
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร...ฮ่ะ ฮ่ะ”เปลวฟ้าได้แต่ฝืนใจยิ้มและหัวเราะอย่างประชดในความซวยของตัวเองที่ดันพลาดไปลุยกับพวกหมาป่าพวกนั้น ทำให้ต้องตกมาอยู่ในสภาพอ่อนแอเช่นนี้ เขาเริ่มกัดผลไม้สีเหลืองคล้ายแอปเปิลอย่างจนใจ
ตอนนี้เขาชักกลุ้มแล้วว่า ด้วยผลไม้พวกนี้เขาจะมีเลือดกลับมาไหมเนี่ย บางทีเขาอาจเลือดขึ้นหน้าแทนเพราะทนไม่ไหวที่อยู่กับคนพวกนี้นานเกินไป จนเลือดกลับมาก็ได้ถ้ามองในมุมกลับกันเขาคิด
ขณะที่ต้องทนกินผลไม้รสชาติแปลกๆ เขาก็เริ่มสงสัยผู้หญิงคนนี้ ทำไมถึงมีภูตตามติดแบบนี้ได้
“นี่ ขอถามหน่อยได้ไหม ?”
“ได้ค่ะ อยากถามอะไรเหรอคะ ?”ยูเรียน่าบอกกับเปลวฟ้าก่อนจะเรียกภูตให้หายตัวไป
“เธอได้ภูตแบบนั้นมาจากไหนกัน ?”
“อ๋อ เป็นการทำสัญญาค่ะ ภูตบางตนเราสามารถทำสัญญาให้มารับใช้ได้ บางทีจะทำสัญญากับมังกรก็ได้นะคะ เอาไว้ขี่บินไปไหนมาไหนก็ได้”
“มังกร…”เปลวฟ้าครุ่นคิดจินตนาการทันที เพราะเขาชอบมังกรมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ส่วนใหญ่เกมส์ที่เล่นมา มีแต่ต้องฆ่ามังกรทั้งนั้น “แล้วเธอไปได้ภูตทำสัญญาที่ไหนมาละ คงอยู่ในเกาะนี้ใช่ไหม ?”
“อ๋อ...”เธอร้องขึ้นจะตอบแต่ก็เงียบ เขารู้เลยว่ามีอะไรบางอย่างที่เธอกำลังจะปิดบัง เพราะยามนี้เธอหลบตาแล้ว“เออ...”
เปลวฟ้าที่กำลังเค้นถามให้ได้ความจริง ก็พลันต้องหยุดความคิดลง จู่ๆเขาก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที มีบางอย่างกำลังย่องเข้ามาทางนี้ เขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นผู้เล่นหรือมอนเตอร์ แต่ที่แน่ๆมันต้องเป็นตัวอันตรายสุดๆ
เขาทำหน้านิ่ง พลันลุกขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งครั้งนี้ดูเหมือนว่าเรี่ยวแรงจะกลับมาแล้ว แม้จะรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย
“ลุกไหวแล้วเหรอคะ ?”ยูเรียน่าถามด้วยความห่วง
“เธอรีบลุกขึ้นเร็วเข้า”เปลวฟ้าบอกด้วยเสียงเย็นชา โดยไม่ได้หันมามองเธอ“ฟังฉันนะ ค่อยๆเดินออกไป แล้วพอฉันบอกว่าให้เธอวิ่งก็วิ่งให้เร็วที่สุดไม่ต้องหันกลับมา”
“มีอะไรที่อันตรายสินะคะ !?”ยูเรียน่าถามเสียงแข็ง เธอกำลังจะแสดงความดื้อรั้นออกมา “ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้นละค่ะ เพราะบางที...”
“หนวกหูโว๊ย !!”เปลวฟ้าคำรามใส่เธอด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม “ไปให้พ้นซะยัยตัวซวย เธออยู่มีแต่จะให้ฉันซวยตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว !!”
ยูเรียน่าถึงกับยิ่งเงียบไป แววตาเริ่มสั่นคลอทันทีที่ถูกตะวาดใส่
“บอกให้ไป ก็ไปสิวะ !! ยัยโง่ ฉันชักหมดความอดทนแล้วนะ !!” เปลวฟ้าตะวาดซ้ำ เมื่อเห็นเธอยังยืนนิ่ง
ยูเรียน่าจึงเริ่มก้าวถอยแล้วโค้งให้เขาหนึ่งครั้ง ก่อนที่เธอจะพริ้มตาวิ่งออกไป โดยที่เปลวฟ้าได้ยินเสียงสะอื้นแว่วเข้ามาเบาๆ
 
‘นี่เรากำลังทำบ้าอะไรอยู่วะเนี่ย ไม่ใช่พระเอกลิเกซะหน่อย...งี่เง่า !! เลิกคิดไร้สาระได้แล้วนาเปลวฟ้า มันกำลังมาแล้ว...’
เขาบอกกำลังตัวเองในใจ ขณะที่จ้องมองไปยังสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามา เปลวฟ้าหยิบดาบยกขึ้นทันที มันเริ่มเคลื่อนไหวผ่านใบไม้และพุ่มหญ้ามาอย่างไว อาจเป็นเพราะเสียงของยูเรียน่าที่เคลื่อนไหวก็เป็นได้
ยามนี้เขาชักรู้สึกว่าทำไมถึงได้ซวยขนาดนี้ หลังจากได้สมบัติมาก็ถูกหมาป่าขย้ำด้วยเรื่องที่ทำให้นึกถึงอดีตที่น่าจะลืมไปแล้ว แถมยังมาเจออะไรบางอย่างที่เคลื่อนที่ได้ว่องไวยากที่จะหนีทัน และรู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวที่มันแผ่ออกมา น่าจะเป็นจิตสังหาร ที่แย่ที่สุดคือเขามีแต่วิชาดาบงูๆปลาๆ กับหมัดมวยที่เรียนตอนเด็ก ทั้งๆที่คิดว่าเข้ามาในเกมส์จะไปเป็นนักเวทแท้ๆ
“เร็วมาก !!!...”
เงาลึกลับเคลื่อนไหวไปตามพุ่มหญ้าและต้นไม้บดบังตัวจริง แล้วจู่ๆมันหยุดลง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆก็เงียบเป็นป่าช้าในชั่วอึดใจ  
ทันใดนั้นด้วยปฏิกิริยาที่ขัดเกลาอันตรายของเปลวฟ้าก็ตื่นขึ้น เขาเลิกคิ้วหันหลังกลับตัวอย่างเร็วที่สุด แล้วใช้ดาบฟันออกไปต้านรับอาวุธมีคมของมัน เมื่อเงาร่างอันว่องไวคิดใช้กรงเล็บสังหารดูเหมือนมันคิดเล็งที่หลังต้นคอเขา ยังดีที่รับได้ทันอย่างฉิวเฉียด แต่เรี่ยวแรงมันก็มากมายจนมีแรงกระแทกผลักให้ตัวเขาถึงกับถอยหลังเป็นทางยาว
คราวนี้มันยืนนิ่งให้เขาเห็นตัว จ้องมองมาด้วยความแปลกใจ ที่เปลวฟ้ารับการลอบโจมตีที่ไร้สุ่มเสียงของมันได้ แต่คนที่ประหลาดใจกว่าคือเปลวฟ้า เพราะเจ้าตัวที่ยืนต่อหน้า มันมีรูปร่างเหมือนมนุษย์ผอมเพรียว มีผ้าพันสีดำทั่วทั้งแขนและขา นอกจากนี้ยังใส่หน้ากากสีดำปิดหน้า แขนทั้งสองติดอาวุธทีแรกเขามองเป็นกรงเล็บ แท้จริงมันคือ คาตาดาบสามแฉกที่พวกลอบสังหารชอบใช้กัน
สิ่งบ่งบอกได้เลยว่ามันไม่ใช่มนุษย์ก็คือดวงตาสีแดงฉานที่ออกมาจากทางหน้ากาก กับจิตสังหารที่แผ่คุกคามเหมือนราวกับสัตว์ป่า เป็นครั้งแรกของการต่อสู้ตัวต่อตัวของเปลวฟ้าที่เขาคิดว่าไม่มีทางสู้ได้เลย หรือต่อให้หนีไม่วันรอดจากเงื้อมมือของมัน
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,139 ความคิดเห็น

  1. #2073 GiGaS_[Amaki Haruka] (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 09:48
    อ่านต่ออย่างแรง!!!
    #2,073
    0
  2. #1792 ขอบคุณจ้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2552 / 23:07
    แอะ...ตอนแรกเหมือนเรื่องเดิมจะสนุกกว่า

    แต่พออ่านไปอ่านมาเรื่องนี้ซักจะหนุกกว่าซ่ะแล้วซิ



    คิดว่าคนเขียนเขียนออกมาทำให้ตื่นเต้นก็ได้มั้ง



    แล้วจะรออ่านต่อไปครับ



    ขอบคุณครับที่แต่งเรื่องดีๆมาให้อ่าน
    #1,792
    0
  3. #1791 OrchidGIRL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2552 / 22:26
    ว๊าวๆ คราวนี้คงได้หน้ากากแล้วสิ
    #1,791
    0
  4. #1788 WOF (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2552 / 20:24
    โอ้ เปลวฟ้ามาดพระเอกแบบซึน ช่างน่ารักซะจริงๆ เหอๆๆ

    มาถึงจะได้หน้ากากแล้วหรือ? แฟนธ่อมจะปรากฏกายในอีกไม่นานนี้

    ชักเริ่มรู้สึกว่าเนื้อเรื่องสนุกขึ้นเรื่อยๆ แต่บทนำผมก็ยังคงคิดว่าอีกเรื่องดีกว่านะ

    แต่เนื้อเรื่องเริ่มสูสีแล้วครับ
    #1,788
    0
  5. #1782 666 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2552 / 01:18
    สรุปว่าภาคนี้ไม่มีเลเวลเหรอ
    #1,782
    0
  6. #509 +~mojune~+ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 / 09:01

    สุดยอดมากเลยค่ะ แต่ผู้หญิงในเรื่องนี้กะน่ากลัว

    เอาแต่ใจกันจิงๆ แงๆ

    #509
    0
  7. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 / 07:20
    สุดยอด โหมดนี้อย่างโหด ใช้ได้ตั้ง 1 นาทีแนะ

    แต่ท่านไม่บอกคูลดาวน์นะ หรือไม่มีครับ แบบว่าวันนึงใช้ได้กี่ครั้ง คูลดาวน์ครั้งละเท่าไหร่ ผลกระทบหลังจากใช้ เช่นเสีย hp หรือ มานา

    แต่เวทย์เข้ากะชื่อเลย เปลวฟ้า เลยใช้ไฟ

    ชื่อเปลวฟ้า เอามาจากเปลวฟ้าผ่าปฐพี ป่าวเนี้ยใช้ไฟเหมือนกันด้วย -.-
    #508
    0
  8. #507 เสือน้อยน่าร๊ากกก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 / 04:13
    อย่าดองนานนะครับเดี๋ยวขี้เกลือขึ้น
    #507
    0
  9. #506 zombiegal (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 / 00:44

    สนุกมากค่ะ

    #506
    0
  10. #505 n0ng-X (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2552 / 22:12
    พยายามต่อไปคับ เปงกำลังใจให้
    #505
    0