Eternal World Fantasy ภาคความทะเยอทะยานของเปลวฟ้า

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 18 แฟนธ่อม 4/4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,815
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 มี.ค. 54

ตอนที่ 18 แฟนธ่อม

กลุ่มศิลาถล่มฟ้า คือชื่อกลุ่มผู้เล่นที่มีนายศิลาเป็นหัวหน้า เขานำลูกน้องหรือเพื่อนๆเล่นเกมส์ผจญภัยในโลกออนไลน์มามากมาย ซึ่งพวกเขาชอบทำแหกกฎ ทำในสิ่งที่เกมเมอร์ไม่ควรทำ เช่นการไปแอบแจมฆ่ามอนเตอร์คนอื่นที่กำลังจะฆ่า บางครั้งก็ไปก่อกวนไล่ตีมอนเตอร์คนอื่น ไม่ก็ลากมอนเตอร์ใส่ผู้เล่นอื่นแล้วตัวเองก็หนีออกจากเกมส์ โดยส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้เล่นที่จำนวนน้อยกว่ากลุ่มของตัวเอง

เนื่องจากศิลาและกลุ่มเพื่อนในชีวิตจริงมักดำเนินชีวิตอยู่ในกรอบ ตั้งใจเรียน เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่มาตลอด จนบางครั้งก็มีความเก็บกด พวกเขาจึงมักหาวิธีปลดปล่อยโดยที่ไม่กระทบกระเทือนในชีวิตจริงของพวกเขา นั่นคือการเล่นเกมส์ ฆ่ามอนเตอร์ และฆ่าผู้เล่น ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรคจิตหรือเปล่า พวกเขาต่างชอบมองสีหน้าพวกที่เจ็บใจที่ถูกพวกเขาถูกรุมฆ่าและแย่งไอเท็มหรือของสำคัญไป โดยเฉพาะการไล่ล่าคนที่อ่อนแอและกำลังหนีตายเป็นสิ่งที่พวกเขามักทำเสมอ

สำหรับพวกศิลาโลกในเกมส์คือโลกที่พวกเขาจะได้ปลอดปล่อยด้านมืดที่เก็บมานานนั่นเอง

ล่าสุดพวกเขาแย่งฆ่าหนึ่งในสี่บอสแห่งป่า บีทวัลเล่ย์ จากผู้เล่นชายหญิงคู่หนึ่ง ที่จริงพวกเขาต้องฆ่าผู้เล่นทั้ง 2คนเพื่อขโมยเอาเงินและความสนุกสะใจอย่างที่เคยทำ แต่ศิลาเอะใจได้ว่าพวกเขาสามารถไล่ต้อนไทรกัสด้วยจำนวนคนเพียงแค่นั้นทำให้เขาไม่กล้าสั่งให้ทุกคนลงมือ

ทว่าพวกเขากลับมาเผชิญหน้าชายลึกลับที่โผล่มาโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว นักบวชซึ่งเป็นสมาชิกที่สำคัญที่สุดก็กลับถูกฆ่าในพริบตา

ศิลาเดาว่าอีกฝ่ายต้องเป็นผู้เล่นอาชีพนักฆ่าแน่ถึงได้เข้าใกล้พวกเขาได้อย่างไร้ร่องรอย ซึ่งการต่อสู้กับนักฆ่าสำหรับกลุ่มของเขาถือว่าเสียเปรียบมากเนื่องจากภายในกลุ่มไม่มีใครมีอาชีพที่จะมีความเร็วตามทันนักฆ่าเลย แม้จะมีนายพรานอยู่ในกลุ่มก็ไม่ใช่คู่มือนักฆ่าเลยหากต่อสู้ในระยะประชิด แม้อาชีพนายพรานจะเปลี่ยนอาวุธจากใช้ธนูเป็นใช้มีดได้ก็ตาม

“ช้าก่อนท่านนักฆ่าหน้ากาก พวกเราไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกัน ไม่จำเป็นที่เราต้องสู้กันเลย”ศิลาพยายามกล่าวนอบน้อมพร้อมกับผายมือปรามไม่ให้อีกฝ่ายโจมตี “ถ้าเรามีของที่ท่านต้องการ เราจะมอบให้ท่านทันที หรือว่าต้องการหัวใจไทรกัส กับหัวของมันละ”

ของทั้งหมดที่ศิลาพูดถึงเป็นของจำเป็นที่ใช้ส่งในภารกิจระดับ  B ซึ่งของรางวัลที่ได้จะเป็นของระดับ B และยังได้รับเงินหนึ่งแสนโกลี่ขึ้นไป แถมหนังเสือยังเป็นของหายากใช้ตกแต่งหรือทำชุดได้อีกรวมถึงเขี้ยวและหัวเสือทีเหลือรวมแล้วมูลค่าเกือบล้านโกลี่

“ถ้าท่านฆ่าพวกเราตอนนี้จะได้ก็แค่เงินเท่านั้นส่วนของอื่นๆจะสลายทันที ระหว่างผู้เล่นด้วยกันเมื่อฆ่ากันเองของที่ได้จะมีแต่เงินกับของที่สวมใส่อยู่ในตอนนี้กับอาวุธที่ท่านเห็นเท่านั้น ส่วนของอื่นๆที่เก็บไว้ในกระเป๋าพิเศษจะหายไปหมดรวมถึงชุดที่พวกเราเก็บไว้ใน***กำไลเปลี่ยนชุดด้วย”

***กำไลเปลี่ยนชุด เป็นกำไลประดับลูกแก้วที่ใช้เก็บชุดที่ผู้เล่นจัดเอาไว้แล้วกำไลจะดูดชุดเหล่านั้นไว้ในลูกแก้วเล็กที่อยู่ที่ตัวกำไล ผู้เล่นสามารถนำชุดมาใส่สลับกับชุดที่ใส่อยู่ได้ทันทีเมื่อกดไปที่ลูกแก้วที่กำไล แต่ละกำไลจะเก็บได้กี่ชุดขึ้นอยู่กับลูกแก้วที่ติดอยู่ทที่กำไล

“...”

ชายในหน้ากากไม่ได้ตอบ แต่ยังยืนนิ่งๆไม่ลงมือ ทำให้ศิลาคิดว่านี่เป็นโอกาส เขาแอบกดปุ่มในPDAเพื่อทำการพูดคุยในช่องลับทำให้สามารถสั่งการโดยการพูดในใจให้เฉพาะสมาชิกในกลุ่มได้ยินเท่านั้น

“เอาละทุกคนวางไอเท็มที่เพิ่งได้มาข้างหน้าเร็วเข้า”ศิลาสั่งทุกคนด้วยคำพูดที่ชายหน้ากากได้ยิน

ทุกคนต่างพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแล้วเอาของทุกอย่างที่เพิ่งได้มาวางไว้ข้างหน้าแล้วถอยห่างจากไอเท็มออกไป 3 ก้าว ทว่ามีคนเดียวที่ไม่ได้เอาของไปวางเป็นผู้เล่นจอมเวทที่หลบอยู่หลังสมาชิกคนอื่นจนอยู่หลังสุดยากที่จะเห็นตัว

“ถ้ารับไปแล้วก็โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วยนะครับ”ศิลากล่าวต่อกุมมือเป็นการขอร้อง

ชายในหน้ากากสีดำก้าวไปข้างหน้าช้าๆทีละก้าว พวกศิลาก็ค่อยๆถอยตาม เมื่อนักฆ่าลึกลับก้มลงมาจะหยิบของ นักรบถือหอกที่มีความเร็วกว่าผู้เล่นอาชีพสายนับรบก็พุ่งเข้ากอดรัดชายในหน้ากากเอาไว้แน่น

“จับได้แล้วโว๊ย”ชายถือหอกร้องอย่างดีใจ “อย่าเข้าใจผิดนะโว๊ยฉันไม่ใช่กระเทย!!!

“ทำได้ดีมาก ออกจากเกมส์เมื่อไรฉันจะให้แก้ 2,000 บาทเลย”ศิลาคลี่ยิ้มแล้วสั่งไปที่จอมเวทที่อยู่ข้างหลังตลอด “ได้หรือยังวะ”

“ได้แล้ว”จอมเวทตอบพลางฉีกยิ้มกว้าง พร้อมกับชูมือขึ้นบังเกิดบอลเพลิงลูกใหญ่เหนือศรีษะทุกคน “เฮริออสอิมแพค!!

ลูกบอลเพลิงที่ใหญ่ราวกับดวงอาทิตย์ที่เฉิดฉายอย่างร้อนแรงพุ่งตรงมาที่เป้าหมายนั่นคือชายในหน้ากากที่ถูกจับ เมื่อพลังเพลิงเวทที่มีระดับ 4 กระแทกเข้าใส่ก็เกิดแรงระเบิดมหาศาล การโจมตีด้วยเวทมนตร์ส่วนใหญ่มักฆ่าผู้เล่นได้ในครั้งเดียวหากถูกจุดสำคัญ หรือไม่เกราะเวทที่ป้องกันธาตุ

ยิ่งพลังทำลายเวทระดับ 4 ที่มีพลังทำลายเป็นวงกว้างแม้มีเกราะป้องกันธาตุหรือหลบได้ก็ต้อมีความเสียหาย ถึงไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บจนขยับไม่ได้

ขณะที่ทุกคนกำลังมองดูผลโดยรอให้กลุ่มควันจางลง ก่อนหน้านั้นศิลาก็สั่งให้นักเวทร่ายมนตร์แบบเดิมอีกครั้งและให้ทุกคนคอยปกป้องนักเวทเอาไว้ ทันใดนั้นเองดาบที่ส่องประกายสีฟ้าก็พุ่งมาเหมือนศรพุ่งแทงร่างนักบวชอีกคน ซึ่งไร้การป้องกัน

“อะไรกันวะ”

ทุกคนสบถกันเสียงหลง ส่วนนักบวชคนที่สองของกลุ่มกระอักเลือดจนพูดอะไรไม่ออกแล้ว เมื่อควันจางลงก็เห็นเพื่อนในกลุ่มยืนเป็นตอตะโกและล้มลงไปเหมือนถูกเขี่ยทิ้ง เผยให้เห็นนักฆ่าใส่หน้ากากยืนแทนที่ ทำให้ทุกคนเข้าใจว่ามันใช้เพื่อนของพวกเขาเอามาเป็นโล่ลดความเสียหาย

“ไม่ใช่แค่นั้นเกราะของมันต้องมีฟิลด์แน่”ศิลาเตือนเพราะดูแล้วเจ้านักฆ่าแทบไม่ได้บาดเจ็บ และหันไปทางทุกคนพร้อมกับสั่งนักธนูว่า“ทุกคนคุ้มครองจอมเวท ไอ้เอฟแกใช้ธนูยิงสกัดมันไว้”

“หัวหน้าช่วยเอาดาบออกจากท้องของผมก่อนเถอะ”นักบวชฝืนใจบอก เขาพยายามจึงดาบ แต่พริบตานั้นนักฆ่าก็มาจับด้ามดาบเอาไว้

นักบวชเงยหน้าขึ้นด้วยความหวาดกลัวจนแทบทำอะไรไม่ถูก

“ไอ้ก๊อฟจับมันไว้ เดี๋ยวฉันให้ 2000 บาท”ศิลาสั่งอีกครั้งเพื่อให้นักบวชสละชีวิต

นักบวชรู้ว่าตัวเองยังไงต้องตายตามเพื่อนอีก 2 คนที่ล่วงหน้าไปก่อนแน่จึงใช้เรี่ยวแรงที่เหลือจับแขนอีกฝ่ายไม่ให้ดึงดาบออกไปจากตัวเขา

“ดีละไอ้วินร่ายคาถาโซ่ตรวนแห่งความมืดจับมันไว้อีกชั้นคราวนี้มันเอาเพื่อนเราเป็นโล่ไม่ได้แน่”ศิลาสั่งนักเวทอีกคน และให้นักเวทอีกคนร่ายเวทเพลิงระดับ 4 อีกครั้ง คราวนี้เขามั่นใจว่าพลังฟิลด์ที่เหลือของนักฆ่าทานพลังทำลายครั้งนี้เอาไว้ไม่ได้แน่

คราวนี้นักเวทร่ายคาถาเพลิงต่อหน้านักฆ่าจนร่ายจบเกือบ 3 นาทีลูกบอลเพลิงยักษ์ก็พุ่งเข้าหานักฆ่าอีกครั้ง แต่คราวนี้นักฆ่าสะบัดดาบอย่างแรงจนดึงดาบออกมาได้ พร้อมกับร่ายคาถาสลายโซ่ตรวน

พวกศิลาต่างอ้าปากค้างราวกับว่านักฆ่าผ่อนแรงมาตลอดและแกล้งถูกจับเพื่อจุดประสงค์บางอย่างที่ประหลาดใจก็คือทำไมนักฆ่าถึงสลายคาถาโซ่ตรวนแห่งความมืดได้ทั้งๆที่ไม่ใช่จอมเวทมนตร์ดำ

ลูกบอลเพลิงระเบิดอีกครั้ง ศิลารู้ทันทีว่ายังไงก็ฆ่านักฆ่าไม่ได้แต่ก็ไม่เห็นว่าอีกฝ่ายจะหนีไปที่เดิม ทันใดนั้นท่ามกลางควันของระเบิดพวกเขาก็เห็นแสงบางอย่างเป็นแสงที่ดูคุ้นๆ

“เฮ้ยนั่นมันเฮริออสอิมแพค!! นี่ฉันตาฝาดหรือเปล่าวะ”จอมเวทเบิกตากว้างที่เห็นนักฆ่ากำลังรวมพลังเพลิงระดับ 4 แบบเดียวกับตนพร้อมกับกำลังยืนเหยียบนักบวชที่นอนเป็นตอตะโกราวกับผ้าปูพื้น

นักฆ่าปาลูกบอลเพลิงออกไปทางศิลา ทำให้ทั้งกลุ่มต่างหนีกระจายกันอลม่านแรงระเบิดดังตูมสนั่น

ยามนี้ทั้งกลุ่มต่างแตกกระจายห่างกันคนละทิศละทาง ทำให้นักฆ่าเคลื่อนไหวไล่ฆ่าทีละคน เริ่มจากจอมเวทที่ใช้โซ่ตรวน แน่นอนว่าอีกฝ่ายรีบร่ายคาถา

ทว่านักฆ่ากลับร่ายคาถาทำให้อีกฝ่ายเป็นใบ้ ทำเอาเจ้าตัวงงไก่ตาแตก เพราะไม่คิดว่านักฆ่าจะใช้คาถาจอมเวทมนตร์ดำได้ สุดท้ายจอมเวทผู้นั้นก็ถูกแทงคอเลือดกระฉูดและฟันหัวหลุดจากบ่า

จอมเวทอีกคนเห็นเพื่อนทุกฆ่าไปแล้วแม้จะกลัวจนตัวสั่นแต่ก็ร่ายคาถาสายฟ้าเสร็จพอดีแล้วเล็งไม้เท้าไปที่นักฆ่าขณะที่หันหน้ามองมาทางตนด้วยใบหน้าที่ใส่หน้ากากสีดำแต่เปื้อนด้วยคราบเลือดสีแดงฉานจนย้อมเกือบทั้งหน้ากาก

“ไลท์นิ่งสไตร์ค!!!!

คาถาสายฟ้าระดับ 2 ที่ร่ายได้ไวแม้จะใช้จัดการได้เป้าหมายเดียวแต่ก็มีพลังทำลายสูงขนาดมอนเตอร์ที่อันตรายระดับ 3 ยังตายในครั้งเดียวยิ่งเป็นพวกธาตุน้ำระดับ 5 ก็ตายในครั้งเดียวเหมือนกันเนื่องจากแพ้ธาตุสายฟ้า ด้วยความมั่นใจทำให้ทุกคนยิ้มออก

นักฆ่าก็เผลอยิ้มเหมือนกันเขาโยนดาบขึ้นพลังสายฟ้าผ่าลงแต่ดาบ และดาบเริ่มดูดพลังสายฟ้าเข้าไปจนหมด รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกศิลาหายไปหมด นักฆ่ารับดาบกลับมาพร้อมกับสะบัดดาบที่ตัวคมดาบอาบไปด้วยสายฟ้ากลายเป็นดาบสายฟ้า

นักธนูของกลุ่มกระโดดยิงธนูรัวใส่ด้วยสกิลยิ่งต่อเนื่องทีละ 3 ดอกแต่นักฆ่าก็รวดเร็วพอฟันลูกธนูที่พุ่งเข้ามาจนหักหมด และโจมตีกลับด้วยการฟันดาบออกบังเกิดสายฟ้าพุ่งเข้าใส่ ทำให้นักธนูที่คาดไม่ถึงถูกพลังสายฟ้าเข้าไปเต็มๆ ร่างทั้งร่างยืนนิ่งสั่นไปมาไม่หยุด ทำให้ทุกคนรีบเข้าไปช่วยนักธนู แต่ชั่วพริบตานักฆ่ากลับพุ่งตัวออกไปเร็วกว่าใครฟันผ่าร่างนักธนูจนเลือดกระฉูดสาดกระเซ็นไปทั่วราวกับสายฝนแห่งโลหิต

จอมเวทเริ่มหันหลังจะหนีจากฉากฆ่าอันสยดสยอง แต่นักฆ่าหยิบธนูของมือธนูที่ฆ่าไปยิงใส่รัวราวกับเจ้าของที่เคยถือมัน ทำให้จอมเวททั้งร่างทุกปักด้วยธนูเหมือนเม่นและล้มลงอย่างสิ้นสภาพ

คนที่เหลือเริ่มหันไปมองศิลาแต่พูดอะไรไม่ออก แม้แต่หัวหน้ากลุ่มก็นึกไม่ออกว่าจะสั่งการอย่างไร จิตใจพวกเขาได้ถูกความกลัวครอบงำจิตใจอย่างสมบูรณ์ ทั้งภาพที่เพื่อนถูกฆ่าทีละคนและความสับสนของความสามารถที่แท้จริงของนักฆ่าที่ราวกับลอกเลียนแบบท่าไม้ตายได้

นักฆ่าเริ่มลงมือจัดการคนที่เหลือแม้ว่าพวกศิลาอีก 2 คนจะร่วมมือกันแต่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ ด้วยความเร็วที่เหนือกว่า คนที่ช้าสุดคือนักรบถือขวานก็ถูกฟันแขนขาจนล้มก่อนจะแทงเข้าไปที่หัวใจจนสิ้นใจ นักฆ่ายืนนิ่งค่อยๆหันมามองเหยื่อคนสุดท้าย

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

ศิลาที่เหลือคนสุดท้ายแทนจะกลัวจนวิ่งหนี เขากลับหัวเราะในที่สุดก็มาถึงช่วงเวลาสุดท้ายของเกมส์ในสายตาเขา แม้ว่าอาจต้องตายแต่ก็ทำให้รู้ว่านี่ช่วงเวลาของหมาจนตรอกที่พร้อมจะทำทุกอย่าง เขาควักยาออกมาขวดหนึ่ง เมื่อดื่มเข้าไปจนหมด

ทั้งร่างๆก็สั่นเทิ้มก่อนที่พลังลึกลับที่เพิ่มเข้ามาจะไหลเข้าสู่ทั่วร่าง พริบตานั้นร่างของศิลาก็ใหญ่ขึ้นด้วยมัดกล้ามพร้อมกับเรืองแสงสีแดงดั่งแสงออร่าและมีพลังฟิลด์เพิ่มเข้ามา

“พลังแห่งนักรบคลั่งงั้นเหรอ”นักฆ่าคาดเดาจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกะทันหันมีเพียงแต่ยาแห่งความบ้าคลั่งเท่านั้น “ถึงกับยอมสูญเสียสติและการพูดไปเพื่อทำลายล้างศัตรูตรงหน้าให้พินาศ...น่าสนุก!!!ต้องแบบนี้สิถึงจะเป็นการทดสอบตัวข้าเมื่อใส่หน้ากากตอนนี้ได้!!

นักฆ่าพุ่งเข้าฟาดฟันปะทะดาบกับศิลาที่บ้าคลั่ง ดาบปะทะดาบเกิดเสียงดังก้องกังวานยิ่งกว่าเสียงระฆัง ฝ่ายนักฆ่าเริ่มถอยเมื่อกลายเป็นฝ่ายรับดาบ แขนของเขาถึงกับชาไปทั้งแขน

ศิลาที่สูญเสียสติและคำพูดพุ่งเข้าหานักฆ่าดุจสัตว์ป่า ฟาดฟันดาบอย่างไม่ลังเลและไร้ซึ่งวิชาดาบมีแต่การทำลายทุกอย่างตรงหน้า แม้ความเร็วจะเพิ่มขึ้นแต่นักฆ่าก็ยังหลบได้ แล้วเริ่มเปลี่ยนไปใช้เวทสายฟ้าโจมตีด้วยร่างที่แข็งแกร่งของนักรบคลั่งทำให้ต้านทานเวทได้ระดับหนึ่ง

นักฆ่ายังคงระดมยิ่งเวทโดยเปลี่ยนเป็นเวทลูกไฟยิ่งถล่ม  แต่นักฆ่ายังคงพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งพร้อมฝ่าพลังลูกไฟ ทำให้นักฆ่าใช้เวทโซ่ตรวนแห่งความมืดตรึงร่างเอาไว้ และเริ่มร่ายเวทไฟระดับ 4

“เฮริออสอิมแพค!!

เมื่อนักฆ่าร่ายชื่อคาถาออกไปลูกไฟที่ใหญ่ขนาดดวงตาของมังกรยักษ์ก็พุ่งเข้าทำลายนักรบคลั่ง จนฟิลด์ทั่วร่ายแหลกสลาย ศิลาทรุดก้มลงพร้อมร่างที่ร้อนระอุจนไอร้อนแผ่ออกมา

ฝ่ายนักฆ่าจึงพุ่งเข้าไปฟันแขนขาและลำตัวพร้อมกับแทงเข้าสู่หัวใจของศิลาจนเลือดพุ่งออกมาจากทั่วร่าง

“อึก อ้าก!!!”ศิลาร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดซึ่งหมายความว่าพลังของนักรบคลั่งได้หมดลงแล้ว

“แกคงจะสนุกสินะ ที่เป็นเหมือนช้างที่ไล่บี้มดทีละตัว ทีละตัวแบบนี้”ศิลาคลี่ยิ้มก่อนที่สติจะหายไป “ฉันไม่ได้พูดประชดหรอกนะ แต่เข้าใจเลยละไอ้การเป็นคนที่แข็งแกร่งกว่าและเข่นฆ่ารังแกพวกที่อ่อนแอ มันสนุกสะใจจริงๆ แกก็คิดเหมือนกันสิ....นะ...”

เมื่อศิลาล้มลง นักฆ่าก็กดปุ่มที่กลางหน้ากากทำให้กลายเป็นหน้ากากหนึ่งใบหน้า และถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้าของหนุ่มรูปงาม นั่นคือเปลวฟ้าที่กำลังคลี่ยิ้มกับคำพูดของศิลา

“หึหึหึหึหึหึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่เลย !!!ฉันสนุกมากที่ไล่บี้พวกอ่อนแอเหมือนมดอย่างพวกแก สะใจจริงๆว่ะ”เปลวฟ้าหัวเราะดังก้อง

 “นี่คุณคะ คุณ คุณช่วยเอาฉันลงจากต้นไม้ก่อนได้ไหมคะ”ยูเรียน่าตะโกนบอก

ในตอนที่เปลวฟ้ากับยูเรียน่าหนีพวกศิลาจนหายเข้าไปในป่า เปลวฟ้าก็สวมหน้ากากและใส่ชุดเกราะสีดำ แล้วพายูเรียน่าไปไว้บนต้นสนซึ่งสูงกว่า 10 เมตร เพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วงและไม่เป็นที่สงสัยให้คนอื่นรู้ว่าตัวจริงของเขาเป็นใคร

หลังจากพายูเรียน่าลงมาโดยการอุ้มเจ้าหล่อนลงจากต้นไม้ เธอทำหน้าแดงระเรื่อก้มหน้าก้มตา เปลวฟ้าแม้ว่าจะพบเจอผู้หญิงมาเยอะและมักพยายามไม่คิดอะไรตลอด ทว่าการที่ได้มาเห็นผู้หญิงมาเขินอายตรงๆ ก็ทำให้เขารู้สึกกะอักกะอ่วนไปด้วย ที่จริงเขาอ่อนเรื่องผู้หญิงสุดๆเมื่ออยู่กับผู้หญิงที่ใกล้ชิดนานๆ

“ปล่อยลงได้แล้วมั้งคะ”ยูเรียน่าเบาๆซึ่งเธอยังคงถูกอุ้มอยู่ “ว้าย!!!

เปลวฟ้าได้สติ ก็ลนลานปล่อยร่างอันบอบบางโดยทันทียังดีที่ยูเรียน่าเอาเท้าลงทันจึงทรงตัวได้ก่อน ไม่อย่างงั้นเธอคงก้นกระแทกแน่

“ขะ..ขอโทษที”

ยูเรียน่ากำลังจะโกรธแต่พอเปลวฟ้าที่ยังไม่หายลนลานเผลอขอโทษ เธอก็หัวเราะคิกคักทันที ทำให้เจ้าคนลนลานรู้ตัวรีบกลับเต๊ะท่าหยิ่งยโสเช่นเคย แล้วก้าวเดินหนีทำทีไปเก็บไอเท็ม

ยูเรียน่าคิดหาทางออกเพื่อเบี่บงประเด็นเรื่องเมื่อครู่ไม่อย่างงั้นเธอคงอึดอัดตายแน่ จึงถามขึ้นว่า “จะว่าไปแล้วตอนที่พวกเขาถามว่าคุณเป็นใคร คุณไม่คิดจะตั้งนามแฝงใหม่หรือคะ”

เปลวฟ้าชะงักแล้วหันไปตอบว่า“ก็ไม่เห็นจำเป็นนี่”

“แต่ถ้าคุณคิดจะแผ่ขยายความน่ากลัวของจอมมารออกไปก็น่าจะตั้งไว้นะคะ เพื่อให้ทุกคนได้รู้”

“ยูเรียน่าฉันขอดูPDA หน่อย”

“เครื่องสีแดงนี่หรือคะ”

“ใช่”

ก่อนหน้านี้เปลวฟ้าฝากของส่วนตัวรวมถึงPDAให้ยูเรียน่า พอเขารับเครื่องมาก็กดดูข้อมูลไล่ดูรายชื่อค่าหัวที่น่าจะมีชื่อของตัวเองอยู่ แต่กลับพบว่าไม่มีรายชื่อปรากฏในนี้

“หึหึหึ ไม่มีรายชื่อและค่าหัวของฉันปรากฏ รู้ไหมหมายความว่าไง”เขาหัวเราะแล้วถามยูเรียน่า

“ เอ๋ แต่เท่าที่ฉันรู้มาถ้าฆ่าคนก็ต้องมีชื่อปรากฏทันทีนี่คะ”

“ถ้าผู้เล่นถูกมอยเตอร์ฆ่าก็ไม่ก็ปรากฏ แต่บางทีไอ้ PDAนี่แหละคือตัวปัญหาเลยละมันอาจเป็นเครื่องติดตามและคอยรับข้อมูลเมื่อผู้เล่นกำลังทำอะไรที่ผิดกฏ ถ้าหากเราไม่พกไว้กับตัวฉันอาจฆ่าใครก็ได้โดยไม่มีชื่อปรากฏด้วย หึหึหึเรื่องนี้รู้ถึงคนอื่นๆละก็”

 

“แบบนี้ก็ทำให้ไม่มีใครรู้สินะคะ ว่าฆาตกรเป็นใคร ถ้าเรื่องนี้แผ่กระจายออกไปต้องเป็นปัญหาแน่”ยูเรียน่าเบิกตากว้างเหมือนเข้าใจแผนของเปลวฟ้าแล้ว

“ตอนนี้ฉันคิดว่าเรื่องตั้งชื่อที่เธอว่ามาชักจะจำเป็นซะแล้วสิ”เปลวฟ้าบอกพลางครุ่นคิด“ให้ตายเถอะแต่ฉันไม่มีพรสวรรค์เรื่องตั้งชื่อซะเลย”

“ถ้าจำไม่ผิดตอนที่คุณเห็นหน้ากากครั้งแรก คุณคิดว่ามันเหมือนอะไรคะ”ยูเรียน่าแนะนำ

เปลวฟ้าคลี่ยิ้มเพราะนึกออกแล้วว่าจะใช้ชื่ออะไรเป็นนามแฝงจนอุทานออกมาว่า

“ดาร์กแฟนธ่อม!!

 

ภายในสำนักงานใหญ่ขององค์กรผู้พิทักษ์หรือที่ทำการของเกมส์มาสเตอร์ผู้ดูแลเกมส์ที่อยู่ภายในเกมส์นี้ ซึ่งตั้งอยู่ในอาณาจักรอัสเทียก็เกิดเรื่องที่ทำให้พวกเขาต่างตกใจกันทั่วหน้าโดยหญิงสาวร่างผมยาวสีแดงผู้หนึ่งที่ได้อ่านเอกสารสำคัญบางอย่างซึ่งได้รับมาจากหน่วยข่าวร้องทุกข์ เธอมีสีหน้าร้อนรนเมื่ออ่านจบ และรีบตรงขึ้นไปชั้นบนของอาคารที่ๆ หัวหน้าผู้บังคับการเหล่า GMอยู่

หัวหน้าคะ หัวหน้าลูเซียสหญิงสาวร่างผมยาวสีแดงเอ่ยเรียก เสียงแหลมของเธอนำมาก่อนที่ประตูห้องจะเปิด

ว่าอย่างไรคุณเปิล มีใครมาร้องทุกข์ให้ปวดหัวอีกละชายฉกรรจ์ผมสั้นไว้เคราอายุประมาณ 30 นั่งจิบชากล่าวถามอย่างใจเย็น โดยที่สายตายังคงจดจ้องเอกสารมามายที่เรียงเป็นกองๆบนโต๊ะทำงาน

อะแฮ่ม หัวหน้าเจ้าคะ ภายในเกมส์กรุณาเรียกดิฉันว่า เบลล่า ด้วยค่ะเธอบอกอย่างเคร่งขรึม

โอ๊ะขออภัย เผอิญผมไม่ชินกับชื่อใหม่ของคุณน่ะลูเซียสกล่าวอย่างอ่อนโยนต่ออีกฝ่าย ว่าแต่มีเรื่องอะไรรึถึงได้ดูหน้าตื่นแบบนั้น ถ้าเรื่องร้องทุกข์ก็ไปสั่งการให้คนที่ว่างอยู่ได้เลย

“เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่ธรรมดามากๆเลยค่ะ กลุ่มผู้เล่นชื่อกลุ่มศิลาถล่มฟ้าถูกผู้เล่นด้วยกันฆ่า”

“เอ๋ เรื่องผู้เล่นจะฆ่ากันเองก็ไม่เห็นจะแปลกนี่”ลูเซียสขัด “ไม่เห็นต้องมารายงานผมเลย”

“ปัญหาก็คือรายชื่อคนที่ฆ่าและค่าหัวไม่ปรากฏค่ะ ผู้เล่นชื่อศิลาบอกว่ามันขึ้นคำว่า ‘unknown’ หัวหน้าคิดว่าไงคะ”เบลล่าบอกด้วยน้ำเสียงแตกตื่นแล้วยื่นเอกสารรายละเอียดที่เธอไปหามาให้ดู

ลูเซียสเข้าไปคีย์ข้อมูลที่คอมพิวเตอร์ส่วนตัวพลางกล่าวว่า“การที่ผู้เล่นถูกฆ่าโดยไม่มีรายชื่อค่าหัวก็มีแต่มอนเตอร์เท่านั้น แต่ถ้าหากว่าขึ้น unknown ก็หมายความว่าพวกเขาถูก NPCในเกมส์ฆ่า”

“ยังมีอีกกรณีนี่คะที่พวกเราต่างนึกกลัวกันอยู่และไม่อาจอุดช่องว่างของเกมส์นี้ได้ จึงต้องสร้าง PDA ให้ผู้เล่นมีกันทุกคน”

“คุณกำลังจะบอกว่าอีกฝ่ายคือผู้เล่นเหรอ”

“ตามที่ศิลาบอกมาจะต้องเป็นผู้เล่นแน่นอนแม้เขาจะไม่มีอะไรยืนยัน แม้ว่าอีกฝ่ายจะใส่หน้ากากแถมใช้วิชาต่อสู้ได้เกือบทุกอาชีพ ทว่าจากการพูดคุยเขามั่นใจว่าอีกฝ่ายคือผู้เล่น แม้ว่าฉันจะคิดว่าศิลาไม่เคยเจอNPC กเถอะ”

“ใช้ได้ทุกอาชีพเลยงั้นเหรอ แล้วจะเป็นผู้เล่นได้ไงกัน”

“ตามที่ได้ยินมาจากนักสร้างเกมส์ ตัวเกมส์ที่การพัฒนาที่ไม่อาจจะควบคุมได้แม้แต่นักสร้างเกมส์ NPCก็มีชีวิตจริงไม่อาจควบคุมได้ การที่พวกเขาจะสร้างอะไรขึ้นมาหรือก่อเรื่องอะไร ก็ไม่มีใครจะคาดเดาได้ จึงเป็นหน้าที่ของ GM(เกมส์มาสเตอร์) ที่ต้องดูแลเรื่องนี้ ดังนั้นจากที่ฉันวิเคราะห์การจะมีอาชีพใหม่เกิดโดยที่เราไม่รู้ว่าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะ”

“คุณจะบอกว่าถ้าหมอนี่คือผู้เล่น แต่ไม่ได้พก PDAติดตัวงั้นรึ แบบนี้เขาก็ต้องยอมเสียผลประโยชน์น่ะสิ แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่ามันเป็นแบบนี้”

“เรายังมีวิธีพิสูจน์อยู่ค่ะ แม้ว่าฆ่าผู้เล่นจะไม่ได้ไอเท็มอันใดเลยจากกระเป๋าหรือกำไลเปลี่ยนเสื้อผ้านอกเสียจากของที่ใช้อยู่ กับเครดิตการ์ดที่สะสมเงิน ถ้าหากเขาใช้การ์ดพวกนั้นซื้อของเราจะรู้ทันทีว่าเขาอยู่ที่ไหน ตอนนี้ฉันได้ข้อมูลตัวเลขเงินประจำตัวของกลุ่มศิลาแล้วค่ะ”

“ผมคิดว่าถ้าผู้เล่นคนนั้นเป็นคนฉลาด...”ลูเซียสคาดเดาเสียงเข้ม “เบลล่าผมคิดว่าคุณจะล้มเหลวกับเรื่องนี้แน่”

ทว่าเบล่ากลับไม่ยอมแพ้แม้จะถูกคาดคั้นแบบนั้น

 

หลังจากเก็บไอเท็มที่ได้จากการฆ่าผู้เล่นเข้ากระเป๋าหมดเปลวฟ้ากับยูเรียน่าก็เดินกลับเข้าเมืองอีกครั้ง ยูเรียน่าพอจะรู้เรื่องการ์ดสะสมเงินจากที่เปลวฟ้าเคยเอาเงินไปแลกเป็นการ์ดที่ธนาคาร ซึ่งสามารถนำใช้ซื้อของตามร้านค้าในเมืองได้โดยไม่ต้องพกถึงเงินนั่งนับให้เมื่อย เห็นเปลวฟ้ายิ้มการ์ดพลางคลี่ยิ้ม เธก็รู้เลยว่าเข้าเมืองมาเพื่อซื้อของเตรียมออกเดินทางแน่ๆ

ทว่าเปลวฟ้ากลับโยนการ์ดใบหนึ่งลงถังขยะ และโยนอีกใบไว้ใต้ตู้กดน้ำผลไม้ บางทีก็โยนมันขึ้นไปบนหลังคา เขาทิ้งมันอย่างไร้ค่าตามจุดต่างๆ

“คุณทิ้งเงินทำไมคะ”ยูเรียน่าอยากถามตั้งแต่ใบแรกที่เขาทิ้งแล้ว แต่ตกใจจนพูดไม่ออก

“เธอไม่รู้เหรอว่าถ้าเราถูกเพ่งเล็งเรื่องที่ฆ่ากลุ่มคนเมื่อกี้แล้วไม่มีชื่อปรากฏ พวกจีเอ็มต้องมาหาพวกเราแน่ ดังนั้นถ้าใช้การ์ดพวกนั้นซื้อของละก็พวกเขาจะรู้ที่อยู่ของเราทันทีถึงจะไม่มีการเซ็นชื่อให้ยุ่งยากก็ตาม เพราะระบบเงินทั้งหมดพวกจีเอ็มต้องเป็นคุมแน่ๆ ต่อไปฉันเอาเงินเหรียญไปแลกเป็นธนบัตรดีกว่า”

“ให้เพื่อนคุณใช้ไม่ได้เหรอคะ”

“ยิ่งให้คนรู้จักยิ่งไม่ได้ใหญ่ยังไงก็ต้องถูกสอบสวนถึงตัวฉันแน่ๆ”

“คุณนี่รอบคอบจริงๆ เคยทำเรื่องไม่ดีแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า”

เปลวฟ้าแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายกับคำถามนี้“ฉันว่าเธออย่ารู้ดีกว่า”

 

ภายในป่าที่เคยเกิดเหตุการณ์คนๆเดียวฆ่ากลุ่มผู้เล่นทั้งกลุ่ม สำนักงานใหญ่ก็ได้ส่งจีเอ็มเข้ามาตรวจสอบทันที โดยราพินทร์เป็นหนึ่งในสองจีเอ็มที่เข้ามาตรวจสอบ

พวกเขามีอุปกรณ์ตรวจสอบแบบพิเศษเป็นไฟฉายที่ฉายร่างศพผู้เล่นที่ถูกฆ่าให้ปรากฏขึ้นแม้ว่าศพผู้เล่นจะหายไปจากเกมส์แล้วก็ตามรวมถึงคราบเลือด แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถฉายเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นได้

“ดูสิคุณแคธี่ เจ้าคนที่ใส่หน้ากากต้องเป็นนักฆ่ามืออาชีพแน่ๆ ทุกรอยแผล ฟันเข้าจุดตายหรือไม่รู้เส้นเอ็นอีกฝ่าย” ราพินทร์พูดด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ขณะส่องไฟดูสภาพศพของศิลา “เกือบทุกคนตายเพราะดาบทั้งนั้น ดูคราบเลือดพวกนี้สิ มันสาดกระเซ็นแสดงว่าฟันเข้าเส้นเลือดใหญ่ด้วย...โอ๊ะบางคนหัวขาด หมอนี่โรคจิตหรือเปล่าเนี่ย”

หญิงสาวผมยาวในชุดคลุมสีรัตติกาล เธอเดินมาพร้อมกับลากเคียวอันโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์  แล้วพูดกลับไปว่า “ถ้างั้นก็คงตรงกับข้อมูลที่เราได้มาสินะ...แบบนี้แย่แน่ถ้าผู้เล่นรู้ว่าโลกที่พวกเขาน่าจะปลอดภัยจะไม่ปลอดภัยอีกแล้ว ถ้าหากจีเอ็มอย่างพวกเราไม่อาจรู้ตัวคนร้ายได้”

“ถึงจะไม่ถูกฆ่าจริงๆ แต่ความเจ็บปวดและภาพตอนที่ตัวเองถูกฆ่ามันก็กระทบจิตใจผู้เล่นได้อยู่ดีผมไม่อยากเชื่อเลยว่าโลกที่สวยงามแห่งนี้ เราจะให้กำเนิดฆาตกรซะได้”ราพินทร์ว่าขณะมองดูศพมากมายที่ถูกฆ่าอย่างโหดร้าย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,139 ความคิดเห็น

  1. #2117 Killer of Darkness (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2554 / 19:15
     โหดดดดดดดดมั่กมากกกก
    #2,117
    0
  2. #2087 GiGaS_[Amaki Haruka] (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 มีนาคม 2554 / 14:43
    โหดได้ใจ
    #2,087
    0
  3. #2055 inasba (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มีนาคม 2554 / 23:49
    ฆ่าได้สะใจมากๆ
    #2,055
    0
  4. #2054 Dexsar (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2554 / 13:06
    สะใจจริงๆ สมน้ำหน้าสุดๆๆ
    #2,054
    0
  5. #2049 บรื้อ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 / 16:25
    คิดซะว่าเราเปนคนที่ถูกฆ่า







    บรื้อ !! คิดแล้วสยอง
    #2,049
    0
  6. #2047 ★ฟะ'เอิน {sihan}{๑๐๓} (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:31
    รอค่ะ  :D
    #2,047
    0
  7. #898 แสบซ่าท้าเตะ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มีนาคม 2552 / 00:06
    มันแปลกๆวามะ ดูทุกอย่างมันเหมาะเจาะเกินไป ทั้งโซดินา และทั้งเพื่อนเก่ามันมาพอดีกันเกินไป 
    อืมน่าสน น่าสน
    #898
    0
  8. #897 .... (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2552 / 22:27
    สู้ๆๆ สู้ๆๆ



    เปงกำลังใจให้งับ
    #897
    0
  9. #896 มินามิ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2552 / 21:13
    จะให้เปลวฟ้าไว้ใจโดยไม่ยอมเปิดตัวเองนี้นะจะเอาเปรียบไปล่ะ

    ไงๆก็เกลียดโซดีน่าอยู่ดี
    #896
    0
  10. #895 GigGaPaNg (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2552 / 21:11
    เปลวฟ้ายังไม่ทันได้โชว์ความเลวแบบเต็มstroke ก็โดนชาวบ้านเค้าปั่นหัวซะล่ะ

    สรุป เปลวฟ้ามันเป็น กบในกะลา หรือเปล่าหว่าที่เก่งเฉพาะในด้านที่ตัวเองรู้จัก - -*



    อัพด่วนนนนนนน...........
    #895
    0
  11. #894 Prcblem Chllcl (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2552 / 21:04
    ชักจะเกลียดยัยนี่ จริงๆแหละ
    #894
    0
  12. #893 Froze (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มีนาคม 2552 / 20:51
    มาเม้นแบบรวดเร็วเช่นกัน
    รอตอนเต็มอยู่นะคะ โซดีน่านี่ชักยังไงๆอยู่
    อยากให้เปลวฟ้าหลงกลชาวบ้านเค้ามั่งแฮะ 555 ซะใจ (มาแบบแหวกแนว)
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    ไม่ค่อยได้เม้นเท่าไหร่ (ขี้เกียจ เหอ)
    แต่ก็ยังติดตามนะคะ =w=
    #893
    0