Eternal World Fantasy ภาคความทะเยอทะยานของเปลวฟ้า

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 12 การพนันบนเรือ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    22 ก.ค. 53

ตอนที่ 12 การพนันบนเรือ
ทางด้านหญิงสาวนามว่าปิศาจหมอกราตรี หลังจากที่ตัดการติดต่อกับเปลวฟ้าเธอก็หันมาถอนหายใจและกำลังจะเอ่ยบ่นกับคนที่เป็นเจ้าความคิดให้เธอต้องมาพูดโกหก
“ แซน (Sand) พี่จะไม่พูดโกหกอีกแล้ว พี่ขอบอกไว้ก่อน รู้ไหมว่าพี่ลำบากใจแค่ไหนที่ต้องทำแบบนั้นน่ะ”
เด็กหนุ่มหน้าฝรั่งผมสีบลอนด์เป็นทองอร่าม นั่งอยู่บนเก้าอี้หิน เขาคลี่ยิ้มเมื่อหญิงสาวที่อายุมากกว่าเริ่มบ่นถึงตน โดยขณะนั้นเด็กหนุ่มกำลังเช็ดคันธนูไม้สีน้ำตาลเข้ม ที่เรียวยาวและโค้งงอสวยงามอย่างสมดุล จากนั้นเขาก็ง้างมันเบาๆเพื่อวัดแรงง้างของมัน
“แซนร๊อค พี่พูดอยู่ได้ยินหรือเปล่า” ปิศาจหมอกราตรีในชุดนักสู้สีดำที่ดูคล่องตัว ตะเบ็งเสียงใส่อีกฝ่าย ทำให้คนคนรอบข้างต่างหันมามองด้วยความตกใจ
“ได้ยินแล้วครับ พี่ราตรี หูผมไม่ได้หนวกซะหน่อย”เขาตอบพลางยิ้มยิงฟันใส่
“เรานี่กวนตลอดเลยนะ ถามจริงเถอะ ให้พี่ไปโกหกเขา รู้ไหมถ้าเขามารู้ความจริงทีหลังขึ้นมาเงินทุนได้บินหนีจริงล่ะ จะทำไงนี่อย่าบอกนะว่าเธอพูดจริงเรื่องข้อตกลงแบ่งกันคนละครึ่ง”หญิงสาวเริ่มโวยทันทีที่อีกฝ่ายทำเป็นเงียบ “พี่ไม่ยอมหรอกนะ !! เขามีแค่คนเดียวแต่เรามีกันตั้ง 8 คนนะ”
“ถ้าเขารับไม่ได้ที่เราโกหก เราก็ต้องรอต่อไปสิครับ”แซนตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อนแล้วยังคงสนใจคันธนูของตนเหมือนเดิม
“รอ...รออีกนานเท่าไรล่ะจ๊ะ พี่ละไม่เข้าใจความคิดประหลาดๆของเราจริงๆ ไหนจะตั้งเงินหาผู้ลงทุนตั้ง 5หมื่นโกลี่ที่เกาะเริ่มต้น เพื่อหายอดฝีมือ แล้วพอเจอเข้า ยังให้พี่ไปโกหกเขาอีก พอมาทำข้อตกลงกันก็จะเบี้ยวซะงั้น นี่เราคิดอะไรอยู่เนี่ย”ราตรีที่กำลังมองท่าทางอีกฝ่ายที่ดูอารมณ์ดีด้วยความฉุนเฉียว
“ใจเย็นครับพี่ราตรี”เด็กหนุ่มสังเกตเห็นท่าทางของพี่สาวที่ไม่ชอบใจตน เขาจึงเปลี่ยนมาพูดกล่อม “คนที่พี่คุยด้วยชื่อเปลวฟ้าสินะครับ”
“จ๊ะ แล้วมันยังไงละ”ราตรีถามเสียงขุ่น
“พี่คงจะไม่รู้จัก เพราะพี่ไม่ค่อยได้ติดตามข่าวคราวในโลกเกมส์การแข่งขันสักเท่าไร คนที่ชื่อเปลวฟ้าน่ะ เขาเป็นถึงแชมป์เกมส์ในระดับประเทศมาหลากหลายเกมส์แล้วครับ เรียกได้ว่า คนที่เป็นเซียนเกมส์ไม่มีใครไม่รู้จัก นอกจากนี้ไม่มีเกมส์ใดที่พี่เขาเข้าแข่งขันแล้วจะไม่ได้ที่1 เซียนเกมส์มากมายในประเทศเสียน้ำตาและแพ้พี่เขาราบคาบมานักต่อนักแล้ว ขอบอก”
ราตรีถึงกับทำตาโตด้วยความตกใจ
“อะไรกัน ในเมื่อเรารู้ถึงขนาดนั้นแล้วทำไมถึงยังไปโกหก นี่ถ้าเราไปเบี้ยวเขาเรื่องส่วนแบ่งแบบนี้ไม่กลัวเขาโกรธมาแว้งกัดเราทีหลังเหรอ”
“เพราะคำสนทนาของพี่เขามันฟังดูเสแสร้ง จนไม่เชื่อว่าจะเป็นพี่เปลวฟ้าคนนั้นน่ะสิครับ”แซนตอบพลางเกาหัว“ถึงผมจะไม่ได้รู้จักพี่เขาตรงๆ แต่ผมก็ติดตามข่าวคราวเขามาตลอด อย่างในเวลาสัมภาษณ์หลังจากการแข่งชิงชนะเลิศ ผมฟันธงได้เลยว่า คนนิสัยเย็นชา คนนั้นไม่มีทางมานั่งพิมคุยแล้วใส่เครื่องหมายยิ้มปัญญาอ่อนหรอก”
“ถ้างั้นเราคิดว่า คนที่คุยกับพี่เป็นตัวปลอมล่ะสิ”
“ผมคิดว่าถ้าเขาเป็นตัวจริงแล้วมาฟังเหตุผลของทางเราที่ต้องการเจอตัวจริงเพื่อพิสูจน์ว่าใช่พี่เขาหรือไม่ เขาก็น่าจะยอมรับนะครับ นอกจากนี้บางทีพี่เปลวฟ้าคงต้องการพึ่งพวกเราจริงๆ”
“นี่แซน พี่รู้ว่าเราฉลาด แต่จะมารู้ได้ไงว่าเขาต้องการพวกเราน่ะ”
แซนยกนิ้วชี้1นิ้ว ชูขึ้นแล้วยื่นไปทางราตรีด้วยรอยยิ้ม
“ข้อที่ 1 ถ้าพี่เขาเป็นตัวจริงก็คงไม่เชื่อหรอกว่าที่เรายอมข้อตกลงเรื่องส่วนแบ่งถึง 50 % อย่างน้อยจะต้องระแวงแน่ๆ เพราะปกติการลงทุนแบบนี้คนส่วนใหญ่ที่ลงทุนแต่เงินมักได้แค่ 10 -20 %”แล้วแซนก็ชูสองนิ้วให้ราตรีเห็นชัดๆ “ข้อ2พี่เขาไม่รู้เรื่องเวลาของเรือมีความเป็นไปได้ว่าเพิ่งเข้าเล่นเป็นครั้งแรกหรือเพิ่งมาเล่นไม่นานเพราะคนส่วนใหญ่จะขึ้นเรือก็ต้องมาดูราคาตั๋วก่อนซึ่งมันแพงสุดๆ จึงดูมีความเป็นได้ว่าเขาคงอยากได้ยอดฝีมือ เพราะการที่เขาดูใบประกาศออกต้องรู้แน่ๆว่าพวกเราแน่แค่ไหน”
 “เหรอ”ราตรีรับคำพลางทำหน้ายิ้มเยาะ “แต่พี่ไม่เชื่อหรอก ไหนแซนอธิบายให้พี่ซิว่าทำไมเขาเพิ่งเล่นเกมส์นี้แล้วจู่ๆจะมีเงินเป็นแสนได้อย่างไรกัน”
แซนยิ้มเยาะกลับอย่างไม่สะทกสะท้านท่ามกลางสมาชิกกลุ่มอีก2คนที่รอตั้งตารอฟังอยู่
“ผมเองทีแรกที่ได้ยินว่ามีคนติดต่อเข้ามาและมีเงินเกินแสนด้วยตัวคนเดียว ผมก็ยังไม่อยากเชื่อ ที่แรกคิดว่ามีกัน5คน ถ้าแต่ละคนมีเงิน 2หมื่นขึ้นไปมันก็ยังน่าเชื่ออยู่ ซึ่งเพียงแค่นี้ผมก็ยอมรับแล้วว่าพวกเขามีฝีมือจริง”แซนอธิบาย แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกปลอดโปร่ง “แต่การที่คนคนเดียวมีเกิน1แสนนี่ ผมเองก็คิดได้อยู่วิธีเดียวนั่นคือ คาสิโน ไม่สิอีกวิธีคือเขาโกหกพวกเรา”
“แล้วเขาจะโกหกทำไมละ แล้วถ้าเขาโกหกจริงๆเราไม่แย่เหรอ”
“ก็ดีออกนี่ครับเราเองก็โกหกเพื่อให้เขายอมรับเราทันทีเหมือนกัน”แซนยักไหล่
“แล้วจะมีประโยชน์อะไรยะ”ราตรีท้วง เธอแทบอยากเข้าไปหยิกเจ้าตัวแสบจริงๆหากไม่เพราะคำพูดที่มีความเป็นไปได้
“แต่ผมคิดว่าถึงเขามีไม่ถึงแต่ก็อาจมีเยอะกว่าที่เราคิดก็ได้ดูจากที่เขาขึ้นเรือในวันนี้”
“แล้วการพนันละ แสดงว่าเขาอายุถึงล่ะสิถึงเข้าไปได้”
“บอกตามตรงนะครับในฐานะแฟนที่ติดตามผลงาน”แซนกล่าวแทรก “ผมคิดว่าปีนี้พี่เขาเพิ่งอายุย่างเข้า 17 ปีเอง”
“อ้าว แล้วแบบนี้มันหมายความว่าไงเนี่ย”ราตรียิ่งรู้สึกสับสนเข้าไปใหญ่
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า บางทีเขาเอาหมายตาจะเป็นพนันกับเจ้าหมอนั่นที่บนเรือก็ได้นะครับ”แซนยิ้มยิงฟันสบายอารมณ์แล้วผิวปากเช็ดธนูของตนต่อจนคันธนูเริ่มมันวาว
“บ้าเหรอเจ้าหมอนั่นที่เธอว่าน่ะ เล่นคนอย่างเธอเกือบหมดเงินเลยไม่ใช่เหรอ”ราตรีนึกถึงคราวที่ลงเรือไปทวีปใหม่ ซึ่งตอนนั้นเธอกับแซนมาด้วยกัน แล้วภายในท้องเรือก็มีบาร์ ซึ่งมีผู้เล่นคนหนึ่งเปิดวงไพ่เล่นโป๊กเกอร์
แซนร๊อคที่มีความมั่นใจชอบเล่นเกมส์ที่มีความท้าทายและไหวพริบการในเชิงพนันในโลกจริง ยังพลาดท่าเกือบหมดตัวมาแล้ว
 “น่าสนุกใช่ไหมละครับว่าพี่เขาจะพลาดท่าเป็นเหมือนผมไหม หรืออาจไม่เล่นก็ได้มั้ง ถ้าเขาจับกลโกงอีกฝ่ายไม่ได้...ว่าแต่พี่ราตรีพี่บุพผาไปไหนเหรอครับ”เด็กหนุ่มหน้าฝรั่งถามด้วยความกังวล แล้วพอเขามองเห็นสมาชิกที่เหลือมีเพียง 2 หนุ่มที่นั่งหน้าเป็นยิ้มระรื่น ทำให้เขาเบิ่งตาโตราวกับเกิดเรื่องใหญ่ร้ายแรงเข้าแล้ว “พี่ราตรีอย่าบอกนะครับว่า พี่ส่ง พี่บุพผาเป็นคนไปรับพี่เปลวฟ้าน่ะ”
“เอ้า ทำไมละ พี่เห็นว่าในบรรดาพวกเราบุพผา เก่งที่สุดและถึกที่สุดในหมู่พวกเรา พี่คิดว่าเธอน่าจะเหมาะสมที่สุดนี่นา อีกอย่างเห็นเราเอาแต่เช็ดธนูยิ้มคนเดียว พี่สั่งบุพผามีหรือเราจะไม่ได้ยิน”
“ครับๆ ผมผิดเอง”แซนร๊อคถึงกุมหน้าผากถอนหายใจเบาๆ มัวแต่นึกเรื่องสนุกจนเพลินเลยไม่ได้ยินจริงๆ
“ว่าแต่บุพผา เขามีปัญหาอะไรเหรอ”ราตรีอดสงสัยไม่ได้
“โธ่พี่กับเธอสนิทกันอย่างกับพี่น้องนี่ไม่รู้จริงๆเหรอครับ”แซนเริ่มหน้าเสีย เรื่องตกลงจะล่มก็ตั้งแต่ที่ส่งคนไปรับแล้วนี่แหละ
คำตอบของแซนก็ยังสร้างความสงสัยให้กับราตรีจนต้องปั้นหน้ายุ่งอยู่ดีก่อนจะอธิบายจนเธอหน้าเสียไปตามๆกัน
 
บนเรือที่กำลังแล่นไปตามคลื่นลมทะเล หลังจากที่เปลวฟ้าถามยูเรียน่าว่าจะเอายังไงต่อเมื่อไปถึงทวีปใหญ่ เจ้าหล่อนก็ปั้นหน้าครุ่นคิดหนัก เปลวฟ้าเอียงหน้ามองด้วยสายตาที่อ่อนใจ ดูท่าว่ายูเรียน่าจะไม่ได้วางแผนหรือคิดถึงอนาคตเลย
“นี่เธอไม่พรรคพวกรออยู่ที่ทวีปเลยเหรอ”นั่นคือการคาดเดาของเปลวฟ้า เพราะต่อไปเขาไม่อยากพาภาระติดตามไปด้วยแม้ว่ายูเรียน่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ในเวลาเดินทาง หากเขาไม่ทำอะไรตามอารมณ์คงไม่เสียท่าใครหรือมอนเตอร์โง่เด็ดขาด ยิ่งตอนนี้เขาใช้เวทมนตร์ได้แล้วยิ่งไม่กลัวว่าใครจะแตะถึงเขาได้ตัวด้วยซ้ำ
“คงจะมีมั้งคะ ฉันคิดว่าเขาคงตามหาฉันแต่คงไม่เจอ”ยูเรียน่าให้คำตอบที่แสนที่จะปวดกับเปลวฟ้าสุดๆ เพราะหมายความว่าเธอจะต้องพุ่งตามเขาต่อไปนั่นเอง
“ถ้าฉันจับเธอใส่กล่องกระดาษแล้วติดป้ายว่ากรุณานำเธอไปดูแลด้วย คงไม่มีปัญหาว่าไหม”เปลวฟ้ามองอีกฝ่ายเป็นลูกแมวจรจัด
“ใจร้าย คุณจะไม่รับผิดชอบฉันเลยหรือคะ”ยูเรียน่าส่งเสียงดังทำให้คนบนเรือหันมองกันหมด และประโยคของเธอก็สร้างเรื่องได้ชวนคิดว่า เปลวฟ้าเป็นผู้ชายเลวแค่ไหน
“เฮ้ยๆ หมอนั่นมาบอกเลิกกับแฟนในเกมส์เลยเหรอ...”
“โหผู้หญิงโคตรน่ารักเลยไม่น่าโดน...”
“เลวที่สุด ได้หล่อนแล้วก็ทิ้งเลยเหรอยะ...”
“อะไรกัน พวกผู้ชายหน้าตาดีๆนี่ชั่วกันหมดทุกคนเลยสินะ เห็นผู้หญิงเป็นสิ่งของหรือไงกัน...”
ไม่ช้าคนรอบข้างต่างก็ทำท่ากระซิบกระซาบเสียงดังฮือตามมา ทำให้เปลวฟ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วรีบจูงมือยูเรียน่าที่กำลังจะเค้นน้ำตาออกมาไปที่ใต้ท้องเรือซึ่งเป็นบาร์เครื่องดื่มทันที เพื่อหนีจากกลุ่มชนชอบเข้าใจผิดโดยเฉพาะเรื่องฉันชู้สาว
“ฉันล้อเล่นน่ะยัยบ้า เลิกบีบน้ำตาซะที”เปลวฟ้าบอกเสียงฉุน แต่ยูเรียน่าที่พยายามกลั้นน้ำตาก็ร้องกระซิกๆ ทำให้ชายหนุ่มที่ถูกตาหน้าว่าเลวต้องหยิบหมวกอัศวินมาครอบหัวเจ้าหล่อนแล้วปิดหน้าอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ใครเห็น ซึ่งเขาเตรียมไว้แต่แรกเพื่อใช้ปลอมตัวยูเรียน่าเมื่อถึงทวีปใหญ่แล้วเอาผ้าคลุมสีขาวมาคลุมชุดอาภรณ์แขนยาวสีขาวของเจ้าหล่อน เท่านี้เจ้าหล่อนก็เหมือนอัศวินแล้ว แม้จะมีเสียงร้องกระซิกๆดังลอดผ่านหมวกเกราะชวนให้เขารำคาญอยู่ก็ตาม
เปลวฟ้าได้แต่จูงมือเธอเหมือนเด็กขี้แยไปหาที่นั่ง แล้วเขาก็รีบสั่งไอศกรีมพาเฟ่ให้ยูเรียน่าลองทาน ปรากฏว่าเจ้าหล่อนถอดหมวกเกราะด้วยใบหน้าเบิกบาน
“นี่มันอะไรกันคะ ทั้งหวานทั้งเย็นเกิดมายูเพิ่งเคยทานนี่แหละค่ะ”ยูเรียน่าที่ตอนนี้เริงร่าสุดขีดถามเสียงใส
“ไอศกรีม”เปลวฟ้าทำหน้าจำใจตอบ เหมือนต้องมาดูแลเด็กน้อยพิกล“เด็กหนอเด็ก”
 ขณะที่อีกฝ่ายกำลังเริงร่ากับไอศกรีม เปลวฟ้าก็เลิกสนใจยูเรียน่าหันไปทางกลุ่มโต๊ะที่มีคนสี่คนนั่งอยู่เผชิญหน้าด้วยแววตาเครียดจัด ผู้คนรอบข้างต่างก็มุงดูอยู่ห่างๆด้วยความสนใจ ซึ่งมันคือโต๊ะที่กำลังเล่นไพ่นั่นเอง
ดูจากจำนวนไพ่และการเปิดไพ่ที่เรียงในมือทำให้เขารู้ทันทีว่า พวกเขาทั้งสี่คนกำลังเล่นโป๊กเกอร์กัน ดูจากจำนวนเงินที่พนันเป็นแบงค์ปึกๆใบละพันโกลี่ โดยเฉพาะหนึ่งในสี่ผู้ที่กำลังนั่งเล่นเป็นชายหนุ่มยาวแววตาเจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอก ไว้เล็บยาวจนผิดสังเกต แต่งชุดผู้เล่นที่ไม่ได้เลิศหรูแต่อย่างใด แต่กองเงินตรงหน้าดูสูงสุดในกลุ่มน่าจะมากกว่าหลายหมื่นด้วยซ้ำ ทำให้คิดได้ว่าเป็นผู้เล่นที่น่าจะมาจากทวีปใหญ่และมาหาหลอกเอาเงินพวกผู้เล่นที่เพิ่งมาจากเกาะมากกว่า
“น่าสนุกแฮะ”แล้วเปลวฟ้าก็คิดขึ้นได้ว่าเงินทุนที่มีอยู่ไม่ถึงแสนตอนนี้จะเกินได้ด้วยอะไร
“เฮ้พี่ชายอย่าเข้าไปเล่นจะดีกว่านะครับ”ชายผมหยิกคนหนึ่งสะพายหอกยาวเข้ามาเตือนเปลวฟ้าที่กำลังจะเข้าไปยังโต๊ะที่กำลังจะว่างเพราะดูจากสีหน้าของเจ้าของเก้าอี้คนเก่าดูหมองคล้ำกว่าใคร
“ทำไมละ”เปลวฟ้าแกล้งถามทั้งที่รู้คำตอบ
“เดี๋ยวจะหมดตัวน่ะสิครับ โดยเฉพาะเจ้ามือคนนั้นเป็นพวกแกล้งทำเป็นมือใหม่เพิ่งออกจากเกาะ ที่จริงเจ้านั่นกลับไปกลับมาจากทวีปยูโรเนียหลายรอบแล้วละครับ”ชายผมหยิกตอบด้วยความหวังดี
“แล้วนายมาเตือนฉันแค่คนเดียวเหรอ”เปลวฟ้าถามต่อ
“ผมบอกจนปากฉีกแล้วละ แต่ไม่มีใครเชื่อเพราะทีแรก มันเอาหน้าม้ามาเล่น2-3หนแล้วได้เงินไปเยอะ ผู้เล่นบางคนก็โง่มากที่ไม่เอะใจเลยว่าเจ้าหมอนั่นมันมีเงินเป็นแสนตั้งแต่แรกได้ยังไง หลังจากนั้นก็มีหลายคนก็เสียเงินเป็นพันๆกันหมด”
“ว่าแต่นายคือ...”เปลวฟ้าถามอีกเพื่อจะรู้ให้ได้ว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไร
“อ๋อผมชื่อ ‘ขุนพลเทพ’ครับเป็นผู้เล่นที่มาเกาะเริ่มต้นเพื่อหาสมาชิกมาร่วมในสังกัด Three Kingdoms เคยได้ยินบ้างไหมครับ”อีกฝ่ายแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ขอโทษที”เปลวฟ้าส่ายหน้าแม้จะไม่รู้จัก ขุนพลเทพก็มิได้หุบยิ้มและยังหัวเราะ
“ไม่เป็นไรครับไม่แปลกเพราะกิลผมเพิ่งตั้งได้ไม่นานถ้านับจากเวลาในเกมส์ก็ประมาณ15วันแล้วฟังดูนานมากเลยสินะครับ ทั้งที่เวลาในโลกจริงผ่านไปได้แค่ 1 วัน กลับอีก...ชั่วโมงเอง”
พอได้ยินดังนั้นเปลวฟ้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเวลาในเกมส์นั้นไหลช้ากว่าโลกจริง 5 เท่าและในแต่ละวันเวลาในเกมส์มี 12 ชั่วโมง ค่อนข้างทำเอายุ่งยากสุดๆ ที่แย่ก็คือเมื่อกลับไปในโลกแห่งความจริง เหตุการณ์ในเกมส์ก็เปลี่ยนไปมากมายแล้ว  ไม่แปลกใจเลยที่ยูเรียน่านอนหลับรอเขาจนอิ่ม
แล้วขุนพลเทพก็ถามชื่อเปลวฟ้าที่นิ่งคิดไปนานก็ได้สติรีบแนะนำตัวเองทันที ทว่าอีกฝ่ายกลับดูไม่ตกใจหรือรู้จักชื่อนี้ แต่เปลวฟ้าก็คิดว่าดีแล้วที่ไม่รู้จัก เขาคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นนักเล่นเกมส์ออนไลด์มืออาชีพ ซึ่งพวกนี้มักไม่ค่อยรู้เรื่องหรือข่าวสารโลกภายนอก นอกจากเกมส์ที่เล่นซักเท่าไร
จากนั้นเปลวฟ้าก็ขอผละจะไปร่วมวงด้วยหลังจากนั่งสังเกตการณ์การเล่นของวงนั้นอยู่นาน แม้ขุนพลเทพจะห้ามอีกและย้ำอย่างหนักแน่นว่าพวกมันต้องโกงแน่ๆ เปลวฟ้าก็ยังยิ้มกลับอย่างไม่หวั่นเกรงแทนคำตอบ ทำให้คนห้ามได้แต่ยอมปล่อย
เมื่อเปลวฟ้าเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่ สายตาทุกคู่ที่นั่งอยู่ก่อนก็เบนมาทางเขากันหมดทันที อาจเพราะชุดคลุมที่ดูรุ่มร่าม ทำให้เจ้ามือที่เป็นชายผมยาวถือไม่ร้องเตือนให้เขาถอดผ้าคลุมทันที เปลวฟ้าจึงปฏิบัติตาม คนที่ได้เห็นเกราะสีเงินของเขา ต่างอ้าปากหวอกันหมด ตอนนี้ไม่มีใครคิดแล้วว่าเปลวฟ้าเป็นคนที่เพิ่งออกจากเกาะเริ่มต้น
จากนั้นกลางอากาศก็มีใบสัญญาปรากฏตรงหน้า รายละเอียดคือการยอมในการเล่นพนันนั่นเองและข้อกำหนดคือต้องมีเงินทุน 10,000โกลี่ขึ้นไป
เปลวฟ้าฉีกยิ้มก่อนจะยกแบงค์ใบละพันโกลี่ 6 ปึกเป็นเงิน 60,000โกลี่ออกมาซึ่งเงินส่วนใหญ่มาจากทาวาระที่ถูกหลอกไปฆ่า ณ เกาะเริ่มต้นซึ่งเปลวฟ้าเป็นคนแรกที่ฆ่าผู้เล่นได้ เนื่องจากเกาะเริ่มต้นถูกกฎห้ามฆ่าแต่ด้วยการหลอกใช้เป็นตัวตายแทน ทำให้เขาสามารถฆ่าทาวาระได้สำเร็จ
พอเจ้ามือเห็นเงินตรงหน้าก็ตาลุกวาวทันที และขยิบตาให้หน้าม้าข้างๆที่ทำเป็นนั่งเล่นด้วย แม้จะแอบส่งสัญญาณรวดเร็วแค่ไหน ก็ไม่พ้นสายตาเปลวฟ้าคงกำลังคิดอยู่ในใจว่าเขาเป็นหมูสนาม หารู้ไม่ว่าใครคือนักล่ากันแน่
เมื่อเกมส์เริ่มต้นขึ้นเจ้ามือก็เล่นละครแกล้งแพ้ ทำให้เปลวฟ้าได้เงินเพิ่มมาหนึ่งหมื่น เกมส์ต่อมาก็ทำให้เปลวฟ้าชนะอีกรอบทำให้คนได้เงินฉีกยิ้มกว้าง เจ้ามือเรียกแผนนี้ว่าขุนหมูให้อ้วนก่อนแล้วค่อยเชือดทิ้งในครั้งเดียว
ทว่าเมื่อตาต่อไปที่เจ้ามือจะเชือดทิ้งโดยการทุ่มเงินทั้งหมดกว่า 80,000 โกลี่ แต่เปลวฟ้ากลับไม่ยอมตามและขอหมอบไพ่แทน ทำเอาอีกฝ่ายหน้าเสีย
จนมาถึงเกมส์ต่อมาจะเชือดเปลวฟ้าทิ้งอีกครั้ง คราวนี้เปลวฟ้ากลับตาม แถมเกทับเงินรวมเป็นแสน คนรอบข้างที่เล่นด้วยต่างหวั่นๆ และหมอบกันหมดยกเว้น เจ้ามือที่เป็นตีหน้าเฉยสนิท หากในใจนั่นกำลังลิงโลด
สาเหตุก็เพราะไพ่ของเขานั้นได้ไพ่เรียง Full Hourse นั่นคือได้ ไพ่ 5จำนวน 3ใบและได้ไพ่ 2เป็นจำนวน 2ใบ สรุปคือได้ทั้งไพ่ตองและไพ่คู่
ส่วนคนอื่นๆยิ่งไม่ต้องพูดถึง ส่วนเปลวฟ้าเจ้ามือยิ่งฉีกยิ้มใหญ่ เพราะเขารู้ไพ่ทุกคน ซึ่งเปลวฟ้าได้แค่ไพ่ 1 คู่เป็นไพ่คิง 2ใบเท่านั้น การที่เปลวฟ้ากล้าสู้ก็เพราะคิดจะใช้การหลอกคู่ต่อสู้ว่ามีไพ่ใหญ่สุด แม้จะตีสีหน้าจนคนรอบข้างเชื่อ แต่ไม่ใช่กลับเจ้ามือที่มีวิธีดูไพ่ออก
พอถึงจังหวะเปิดไพ่ของเปลวฟ้าออกมา เจ้ามือก็หัวเราะลั่นทันทีโดยไม่ทันได้ดูด้วยซ้ำก็ทำมือจะโกยเงินมาไว้ที่ตัวเอง ทว่าทุกคนที่มองกันกลับร้องตกใจกันยกใหญ่ และเปลวฟ้าก็คว้าข้อมือของเจ้ามือเอาไว้และมือข้างหนึ่งก็ชูไพ่ให้อีกฝ่ายดู
เจ้ามือถึงกลับตัวสั่นและตะโกนชื่อไพ่ที่เรียงบนมือเปลวฟ้าว่า “Straight Flush !!! เป็นไปไม่ได้ก็ไพ่แกมัน...”
“มันอะไร มันอะไรเหรอ”เปลวฟ้ากล่าวขัดก่อนเจ้ามือจะพูดจบ พลางยิ้มเยาะอย่างสะใจแล้วเข้าไปกระซิบเบาๆว่า “คิดว่าเป็นไพ่คู่เดียวสิท่า”
แล้วเปลวฟ้าก็หัวเราะลั่นก่อนจะโกยเงินเข้ากระเป๋าทั้งหมด ท่ามกลางสายตาทั้งดูและคนรอบข้างที่มองกันด้วยความตะลึงเพราะเป็นครั้งแรกที่เจ้ามือเสียเงินหมดตัว ทำให้เจ้ามือได้แต่ยืนตัวสั่นขบกรามแน่นที่เล่นที่อุตส่าห์รวบรวมมาหายไปหมด
ยูเรียน่าที่ได้ยินเสียงฮือฮาก็มองไปยังต้นเหตุ ก็เห็นเปลวฟ้าโกยเงินเข้ากระเป๋า แม้หล่อนจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเปลวฟ้าถึงได้เงินเยอะ ทว่าเธอก็นึกดีใจถ้าจะสั่งไอศกรีมที่แพงที่สุดในร้านมากินคงจะไม่มีปัญหาแน่นอน
เปลวฟ้าที่กลับมาถึงโต๊ะซึ่งยูเรียน่ารออยู่ เจ้าหล่อนก็ถามเขาทันที
“สั่งอันอันนี้มากินได้ไหมคะ”ยูเรียน่าหยิบเมนูมากางแล้วชี้รูปของที่เธออยากจะกินให้เปลวฟ้าดู
“เอาสิฉันเลี้ยงเอง แต่ถึงไม่บอกเธอก็คงจะสั่งอยู่แล้วเนี่ยนะ”เปลวฟ้าที่กำลังอารมณ์ดีสุดๆที่หักเหลี่ยมคนเจ้าเล่ห์ได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในความสนุกของเขารองจากการฆ่าพวกกระจอกกลับการปั่นหัวชาวบ้านและแกล้งคนที่น่าแกล้ง แต่มาคิดอีกทีก็รู้สึกว่า ยูเรียน่าชักจะกินจุไปหน่อยทั้งที่เพิ่งกินไปก่อนจะขึ้นได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง
“พี่ชายทำได้ไงครับเนี่ย”ขุนพลเทพเข้ามานั่งถามแบบไม่ขอก่อนเลยเพราะตื่นเต้นอยากรู้คำตอบ
“มันก็แค่ฟลุกน่ะครับ”เปลวฟ้าโกหกแท้จริงแล้วเขาจับกลโกงอีกฝ่ายได้
“โธ่อยากหลอกผมเลยครับ ผมรู้นะว่าพี่เปลวฟ้าจับกลโกงพวกนั้นได้น่ะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”เปลวฟ้าหัวเราะกลบก่อนจะย้ำคำตอบเดิม “ฟลุกจริงๆครับ ดวงสุดๆ”
“โอเคครับผมเข้าใจว่าของแบบนี้บอกกันไม่ได้”ขุนพลเทพยอมแพ้จะเอาคำตอบแต่กลับเบี่ยงไปประเด็นอื่น “ถ้ายังไงเข้ากิลของผมเถอะครับพี่ คนฝีมือระดับพี่ต้องได้เป็นรองหัวหน้ากิลผมแน่และต้องได้คุมพวกระดับหัวหน้าอีก 3 ก๊กด้วยนะครับตอนนี้กิลของผมมีสมาชิกแต่ละก๊กถึง 100 กว่าคนแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานต้องกลายเป็นกิลที่ใหญ่ที่สุดแน่นอน”
เปลวฟ้านึกถึงชื่อกิลของขุนพลเทพ ก็นึกออกว่ามันแปลว่า 3 ก๊กนั่นเอง
“ถ้าให้เดาจุดเด่นแต่ละก๊กคงมาจากเผ่าพันธุ์ 3เผ่าที่ผู้เล่น เล่นกันอยู่สินะ”
“ใช่แล้วครับแหมพี่นี่ฉลาดแท้เดาครั้งเดียวก็ถูกแล้ว”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ผมก็เดาได้แค่นี้แหละ”เปลวฟ้าไม่อยากเดาอีกแล้วเพราะกลัวจะยิ่งถูกทำให้สนใจมากกว่าเดิม เพราะนอกจากขุนพลเทพแล้วก็มีหลายคนที่เข้ามาชักชวนและนำข้อเสนอมาให้เป็นแถวๆ ซึ่งเปลวฟ้าก็ปฏิเสธไปอย่างมีมารยาท และอ้างว่าชอบเล่นเกมส์แบบกลุ่มเล็กไม่ได้หวังอะไรมากนอกจากความสนุก ทว่าขุนพลเทพก็ยังไม่ยอมแพ้และเตือนเขาว่า
“พี่เปลวฟ้าควรจะเข้ากลุ่มนะครับ และไม่ควรผจญภัยคนเดียวเพราะเมื่อไปถึงทวีปยูโรเนีย กฎห้ามฆ่าผู้เล่นกันเองจะถูกยกเลิก แม้ว่าจะมีบทลงโทษที่ร้ายแรงทั้งการตั้งค่าหัวและปฏิบัติการของเกมส์มาสเตอร์ ทว่าการซ่อนตัวและการปกป้องโดยผู้เล่นที่เป็นกิลกลับเป็นการยากที่จะเข้าไปลงโทษพวกเขาได้ เพราะบางกิลก็แบ่งหน่วยหน้าที่ที่เป็นผู้เล่นปกติกลับพวกที่ทำหน้าเป็นโจรดักปล้นผู้อื่น ทั้งมีการกบดานและไม่ทิ้งร่องรอยสาวมาถึงกลุ่มหลักที่เป็นผู้เล่นทำตามกฎ”
“ขอเสียมารยาทถาม”เปลวฟ้าถามแทรก “ไม่ทราบว่ากิลของคุณขุนพลเทพก็ใช้วิธีนี้...”
“ไม่ครับ ผมแน่ใจว่าไม่แน่นอน”ขุนพลเทพให้คำตอบก่อนจะปฏิเสธเสียอีก “ถ้าเป็นก๊กของผมที่มีหัวหน้าชื่อเล่าปีไม่ทำแน่นอนครับ แต่ผมไม่แน่ใจว่าก๊กเขาทำอะไรกันบ้าง เพราะแต่ละก๊กควรปฏิบัติหน้าที่แยกกันอย่างชัดเจนไม่ยุ่งเกี่ยวกัน”
ได้ยินชื่อเล่าปี่ก็บอกได้เลยว่าเป็นชื่อของผู้ปกครองที่มีคุณธรรมมากที่สุดในเรื่อง 3 ก๊กแต่ใครจะรู้ได้ว่าผู้เล่นที่กล้าใช้ชื่อนี้จะเป็นแบบนั้นจริง การที่เปลวฟ้าถามออกไปก็เป็นการลองเชิงและดูนิสัยของอีกฝ่าย ก็พบว่าขุนพลเทพคนนี้เป็นคนที่ดูจริงใจไม่จิงโจ้ และดูจะซื่อตรงมีน้ำใจที่ช่วยเตือนเปลวฟ้าตั้งแต่จะไปเล่นไพ่ แม้จะปฎิเสธเข้าร่วมกลุ่มก็ไม่โกรธแถมยังห่วงหากต้องไปผจญภัยคนเดียวซึ่งอันตรายมาก
ที่น่าอดสูก็คือแทนที่สิ่งที่อันตรายจะเป็นพวกสัตว์อสูรปิศาจ กลับเป็นผู้เล่นหรือมนุษย์อย่างเรากันเอง อาจเพราะเงินรางวัลที่มากมายมหาศาลทำให้ผู้เล่นเกมส์มืออาชีพหาเลี้ยงด้วยการเล่นเกมส์มารวมตัวกันมาก และเล่นเกมส์โดยไม่สนใจวิธี
“พี่เปลวฟ้าถึงพี่จะไม่เข้ากลุ่มกับพวกผม แต่ยังไงเมื่อไปถึงเมืองซานกูน่าแล้วก็รีบหาสมาชิกเข้ากลุ่มทันทีนะครับ อย่างน้อยต้องมีสัก 10 คน เพราะพี่ได้สร้างศัตรูขึ้นแล้วครับ”ขุนพลเทพเตือนเสียงเครียดแล้วหันไปมองข้างหลังตน
เปลวฟ้ารู้ดีว่าขุนพลหมายถึงใคร ก็คือกลุ่มเจ้ามือที่เพิ่งหมดตัวเพราะเขานั่นเอง ซึ่งตอนที่เจ้ามือเดินออกไปจากใต้ท้องเรือก็หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาด้วยแถมยังมีคนที่ดูจะเป็นหน้าม้าที่ร่วมแสดงเดินตามหลังไปกว่า 8 คน
“พี่เปลวฟ้ารู้สินะครับว่าผมหมายถึงใคร”ขุนพลเทพถามด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
“ครับ ผมต้องรู้แน่นอน”
“ถ้าพี่หาคนมาร่วมไม่ได้จะให้ผมตามคุ้มครองจนถึงเมืองใหม่ก็ได้นะครับที่เมืองอัสเทียเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและมีผู้เล่นเยอะที่สุด ต้องหาคนร่วมกลุ่มได้แน่ผมเองก็กำลังจะไปที่นั่น”ขุนพลเทพพยายามจะช่วย แต่เปลวฟ้าก็ไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร
“ไม่เป็นไรครับ ผมมีรอรับอยู่ที่เมือง ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ”
หลังจากนั้นขุนพลเทพก็บันทึกชื่อเปลวฟ้าเป็นเพื่อนไป ซึ่งเปลวฟ้าแม้อยากจะค้านก็ไม่อาจหาเหตุผลปฏิเสธได้จึงต้องยอมไป แล้วพอมาขอยูเรียน่าด้วย เปลวฟ้าก็ต้องแกล้งว่าหึงเธอมากไป เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่ายูเรียน่าไม่ใช่ผู้เล่นซึ่งไม่มีเครื่องมือบันทึก
ไม่นานเรือสำเภาที่เปลวฟ้ากับยูเรียน่านั่งมา ก็มาถึงทวีปยูโรเนีย ซึ่งศัตรูหน้าใหม่ที่เปลวฟ้าเพิ่งสร้างเตรียมรอต้อนรับเขาอยู่ ถึงกระนั่นแทนที่จะรู้สึกกังวล เขากลับรู้สึกยินดีมากกว่าที่จะได้ฆ่าคนอีกแล้ว
 
 
 
 
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,139 ความคิดเห็น

  1. #2080 GiGaS_[Amaki Haruka] (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 11:18
    วิชาท่านอาจารย์ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ อิอิอิ
    #2,080
    0
  2. #1973 ไม่หญิงไม่ชาย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2553 / 23:35
    เปลวฟ้าทำนิสัยอีกแล้วแฮะ
    คนแต่งจ๋ากว่าจะมาอัพได้คนอ่านรอจนจะแห้งตายอยู่แล้ว
    ปล.ขอบคุณมากงับที่ยังมาแต่งต่อไม่ทิ้งไปเหมือนคนแต่งเรื่องอื่นๆ
    #1,973
    0
  3. #1972 inasba (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2553 / 22:37
    เปลวฟ้าร้ายกาจมากนั่งดูนอกวงแปบเดียวจับกลโกงได้เลย
    #1,972
    0
  4. #1971 เ กาลั ด ` (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2553 / 22:49
    สนุกๆ ๆๆ
    #1,971
    0
  5. #1969 blood cross111 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2553 / 10:57
    รีบๆมาอัพต่อนะคะอยากอ่านต่อใจจะขาดแล้วค่ะ
    มันรู้สึกค้างนะคะ(อยากเห็นเปลวฟ้าอาละวาดเร็วๆ555+)
    #1,969
    0
  6. #1966 nutjanglae (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2553 / 08:37
    สุดยอดไปเลย มีเงิน ถึงแสน เลย
    #1,966
    0
  7. #1965 !FS! (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2553 / 06:25
    สนุกๆมากๆ
    #1,965
    0
  8. #1964 oceantwelve (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2553 / 02:11
    สนุกเหมือนเดิมนะครับไรเตอร์ รอตอนต่อไปครับ สู้ ๆ

    อ่านแล้วขอให้ได้ซักครึ่งของพระเอกก็ยังดี -0-
    #1,964
    0
  9. #1963 ★ฟะ'เอิน {sihan}{๑๐๓} (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2553 / 00:18

    เย้ๆๆๆ   :D

    #1,963
    0
  10. #1962 black joker of die (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2553 / 19:35
    รอ่าน
    หนุกมากกกกกกก
    รีบอัพอย่างด่วน
    เปนกำลังใจหั้ยนะ
    #1,962
    0
  11. #1960 nutjanglae (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2553 / 21:38
    เอาไปเลย ยูเรียน่า   ตุ๊กตาทอง
    #1,960
    0
  12. #706 _เจ้าหญิงตัวเล็ก_>3< (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2552 / 15:31
    สนุกดีค่ะ  รีบมาอัพต่อนะ

    เห็นด้วยกับ  คห.246  อ่ะ
    #706
    0
  13. #705 ZeroKirin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2552 / 14:45
    รีบอัพนะคร้าบบบ

    สนุกม๊ากกกกกกกกกกกกกกก
    #705
    0
  14. #704 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2552 / 12:17
    เดาถูกซะด้วย ว่าต้องให้มาดูแล ไม่ก็ต้องให้ไปอยู่ที่บ้านให้เปลวฟ้าดูแลรึว่าดูแลเปลวฟ้าซะเองนะ^ ^
    คงยุ่งน่าดู (ไม่แน่อาจจะรู้จักกับพ่อของเปลวฟ้า เหอะๆ ไปกันใหญ่)

    ว่าแต่ ของที่ซื้อมาหมายถึงหน้ากากเหรอครับ (มันใช้เปลี่ยนชื่อหรอกเหรอ)
    #704
    0
  15. #703 ★TuaGuaN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2552 / 10:38

    5 55

    ตอนอ่านยังไม่รู้สึกอะไรนะ พอมาอ่านคห.246แล้ว 

    เออ ใช่ เหมือนเกย์ สงสัยจะลืมเติม 'ๆ'


    รีบมาอัพต่อน้า สนุกมาก

    PS. คำผิดเยอะนะ อย่าลืมแก้

    #703
    0
  16. #702 ผมเอง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2552 / 10:33
    เจ้าเปลวฟ้ากำลังจะใช้ไอเทมที่ซื้อมาจากร้านนั่นแล้ว หึๆๆๆ



    น่าสนุกดีนิ
    #702
    0
  17. #701 ... (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2552 / 10:33
    การดำเนินเรื่อง ดีมากครับ



    เนื่อหาแต่ละอย่างมีเหตุผล



    การกระทำแต่ละอย่างมีผลลัพของมัน



    และที่ผมชอบคือไม่มีอะไรที่อยู่ในการคำนวนของคนไปหมด



    แต่งต่อไปนะครับ เรื่องคำพิด เดียวค่อยแก้กันไป



    เพราะยังพออ่านรู้เรื่องอยู่ ถ้าอ่านไม่รู้เรื่องเมื่อไหร่จะมาบอกอีกทีนะครับ



    #701
    0
  18. #700 N.234R ตุ๊กแกดอง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2552 / 09:46
    พิมพ์ผิดเยอะมากค่ะ (- -") แต่ก็ยังพอไปวัดไปวาได้

    Ps.ฮา คห.246 แฮะ 55
    #700
    0
  19. #699 ?ฟธ็--ใถ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2552 / 08:13
    รู้ว่าผมไม่ชอบยุ่งกับผู้หญิงแท้ << ประโยคสุดท้ายอ่ะคับ ลืมเติม ''ๆ" ป่าวอ่ะ ไม่งั้นยังกะ เกย์ !!



    #699
    0
  20. #698 พันดารา (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2552 / 07:40
    ขอบคุณที่รีบมาอัพนะคะ
    #698
    0
  21. #697 toy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2552 / 04:59
    เปลวฟ้างานเข้าจริงๆด้วย มาอัพต่อนะครับ
    #697
    0
  22. #696 Dark_Joker (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มีนาคม 2552 / 04:37
    ภายในโรงเรียนหลานช่วยดแลเขาหน่อยนะ ถือว่า "ลุง" ไมใช่ลูกใช่ป่ะ - -*



    งั้นพาโซดีน่าไปด้วยนะ ลุงจัดใกเด้กคนนี้อยู่ "ห้อง" ไม่ใช่ห้วง....ใช่มะ -*-
    #696
    0