คัดลอกลิงก์เเล้ว

Hyouka : พิสูจน์เรื่องผีๆ [ตอนเดียวจบ + ดัดแปลงตัวละคร]

โดย Teammy_Franz

อิงจากอนิเมะ Hyouka ตอนที่ 7 เป็นเรื่องระหว่างที่ชมรมวรรณกรรมไปเที่ยวออนเซ็นกัน [ดัดแปลงชื่อตัวละคร]

ยอดวิวรวม

72

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


72

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 มิ.ย. 60 / 10:51 น.
นิยาย Hyouka : ٨ͧ [͹Ǩ + ѴŧФ] Hyouka : พิสูจน์เรื่องผีๆ [ตอนเดียวจบ + ดัดแปลงตัวละคร] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
นิยายเรื่องนี้ดัดแปลงโดยตรงจากซีรีส์ "นักสืบแห่งชมรมวรรณกรรมคลาสสิค" (LC by Enter book) โดยได้ถูกนำมาทำเป็นอนิเมะความยาว 22 ตอนโดย Kyoto Animation ใช้ชื่อว่า Hyoka ปริศนาความทรงจำ ฉายในปี 2013 โดยที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ ดัดแปลงโดยตรงจากอนิเมะในตอนที่ 7 เป็นเรื่องในขณะที่โอเรกิ โฮทาโร่ ไปเที่ยวออนเซ็นกับเพื่อนในชมรม และไขปริศนา ในเรื่องที่ท่านจะอ่านต่อไปนี้ มีการเปลี่ยนแปลงตัวละคร รวมถึงใส่ความรู้สึกนึกคิดของตัวละครนอกเหนือจากที่อนิเมะสามารถถ่ายทอดออกมาได้ หวังว่าทุกท่านจะได้รับความสนุกจากเรื่องที่ผมเขียนนะครับ
Ps. เนื้อเรื่องทั้งหมด มีจุดสังเกต แรงจูงใจ และบทสรุปที่เหมือนกับตัวอนิเมะนะครับ

แนะนำตัวละครที่ดัดแปลงชื่อนะครับ

ตัวละครหลัก
โอเรกิ โฮทาโร่ เปลี่ยนเป็น พิชิต คุซาคาเบะ
ฟุคุเบะ ซาโตชิ เปลี่ยนเป็น มัตซึโมโต้ ทาคาโอะ
อิบาระ มายากะ เปลี่ยนเป็น มิยาชิ นัตซึ
จิตันดะ เอรุ ไม่เปลี่ยนแปลง
มีเฉพาะในตอนนี้
เซ็นนะ ริเอะ ไม่เปลี่ยนแปลง
เซ็นนะ คาโยะ ไม่เปลี่ยนแปลง

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 มิ.ย. 60 / 10:51


     บรรยากาศด้านนอกที่ร้อนอบอ้าว ช่างขัดกับอากาศเย็นสบายที่ผมสัมผัสอยู่เสียจริงๆ ผมคิดพลางมองผ่านกระจกใสไปยังทุ่งหญ้าไกลสุดลูกหูลูกตา ช่วงฤดูร้อนแถวนี้เป็นอย่างนี้เองเหรอเนี่ย รู้สึกต่างกับในเมืองจริงๆนะ

นี่ พิชิตเองก็คิดว่างั้นใช่ไหมล่ะ?”

เสียงที่แสนคุ้นเคยปลุกผมจากสิ่งรอบข้าง เมื่อผมหันไปก็เจอกับ มัตซึโมโต้ ทาคาโอะ ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ไอหมอนี้เป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่ง และอาจจะเป็นคนเดียวด้วย ทาคาโอะรู้จักกับผมมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้น จนตอนนี้ขึ้นชั้นมัธยมปลายแล้วก็ยังอุตส่าห์เข้ามาอยู่ในชมรมเป็นเพื่อน ช่างเป็นคนใจดีขัดกับลักษณะภายนอกที่เป็นเด็กผู้ชายตัวเล็ก นิสัยทะเล้น ร่าเริงซะจริงๆ

โทษทีนะ ไม่ได้ฟังน่ะ กำลังมองอะไรรอบๆอยู่

ปกตินายก็ไม่ได้สนใจอะไรรอบข้างอยู่แล้วนี่

ก็ยังแขวะได้อีกนะ มิยาชิ

เสียงผู้หญิงที่ดูห้าวๆพร้อมกับคำพูดจาถากถางดังมาจากเบาะด้านหน้าตรงกับผมพอดี หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงถอนหายใจ เธอคนนี้คือ มิยาชิ นัตซึ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกชมรมเดียวกับผม เธอเป็นผู้หญิงพูดตรงๆซะจนบางครั้งก็น่ารำคานไปเลยล่ะ ซึ่งก็ดูเข้ากันดีกับผมสั้นๆคล้ายๆกับผู้ชายของเธอ มิยาชิก็มาจากโรงเรียนมัธยมต้นเดียวกับผมและทาคาโอะ เธอแอบชอบทาคาโอะมาตั้งแต่มัธยมต้น ผมเลยพลอยรู้จักเธอไปด้วย

เอาน่าทุกคน วันนี้ก็มาพักผ่อนกัน อย่าพึ่งทะเลาะกันเลยนะคะ อีกสักพักก็คงจะถึงแล้วล่ะค่ะ

ถัดจากเบาะมิยาชิไปทางขวาคือ จิตันดะ เอรุ เธอเป็นประธานของชมรมของพวกเรานั่นเอง ด้วยนิสัยสุภาพเรียบร้อย และเอาใจใส่ ช่างเข้ากับความเป็นลูกสาวของตระกูลที่สูงส่งเสียจริงๆ น้ำเสียงที่แสนอ่อนนุ่มกับผมดำยาวสลวยก็ให้ความรู้สึกอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งเท่าที่ดูๆแล้วก็น่าจะมีหนุ่มๆมาจีบได้ไม่ยาก แต่เพราะความขี้สงสัยและมองสถานการณ์ไม่ออกเลยทำให้เธอไม่ค่อยเป็นที่สนใจในหมู่วัยรุ่นสักเท่าไหร่ ผิดกับตัวเธอที่ค่อนข้างจะรู้จักคนอย่างกว้างขวาง ด้วยการเชื่อมความสัมพันธ์กับตระกูลใหญ่โต เนื่องจากเป็นหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากทางบ้าน

     วันนี้พวกเรา 4 คนซึ่งเป็นสมาชิกชมรมเดียวกันได้ตัดสินใจมาพักผ่อนกันที่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เนื่องจากขึ้นชื่อเรื่องบ่อน้ำพุร้อน หรือ ออนเซ็น เป็นอย่างมาก และโชคดีที่มิยาชิมีญาติที่ทำโรงแรมซึ่งขณะนี้กำลังปิดปรับปรุงพอดี บวกกับการประสานงานของจิตันดะ ทำให้พวกเราสามารถมาพักได้ที่นี่อย่างสะดวกสบาย ผม พิชิต คุซาคาเบะ ซึ่งเป็นคนที่ไม่ค่อยออกจากบ้านกำลังนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองทางตอนใต้ของญี่ปุ่นบนรถทัวร์ปรับอากาศกับเพื่อนๆอีก 3 คน มุ่งหน้าไปยังโรงแรมซึ่งเป็นจุดหมายของการเดินทางครั้งนี้

     หลังจากนั่งรถมาได้สักพักก็ถึงสถานีขนส่ง ผมลงรถมาด้วยความรู้สึกคลื่นไส้ สงสัยว่าการอยู่บ้านบ่อยๆจะเริ่มส่งผลเสียแล้วสิ ผมเริ่มมองหาห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด

เอ๊ะ! น่าจะอยู่แถวๆนี้นี่นา    มิยาชิพูดพลางเอามือก่ายหน้าผาก คงเพราะด้วยแดดในฤดูร้อนสินะ

พี่นัตซึ!!!

เสียงซ้อนกันของเด็ก 2 คนดังมาแต่ไกล เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ หน้าตาจะว่าคล้ายมิยาชิก็คงไม่เชิง ดูจากลักษณะก็คงน่าจะอยู่แค่ชั้นมัธยมต้นสินะ คนแรกจะดูสูงกว่านิดหน่อย และใส่แว่น ส่วนอีกคนดูขี้อายนิดๆ

หลังจากเด็กทั้ง 2 คนพูดคุยกับมิยาชิสักพัก มิยาชิก็เดินมาหาพวกเราและเริ่มชี้ไปที่เด็กผู้หญิงที่ใส่แว่นอยู่ ตามด้วยเด็กอีกคน

คนนี้คนพี่ เซ็นนะ ริเอะ ส่วนที่ดูขี้อายนิดๆนี้ก็ เซ็นนะ คาโยะเป็นน้องของริเอะ อยู่ ม.2 กับ ป.6 ล่ะนะ

หลังจากทักทายทำความรู้จักกันเสร็จเรียบร้อยพวกเราก็เดินทางไปยังที่ตั้งของโรงแรม

     หลังจากนั่งรถต่อมาอีกสักพักใหญ่ๆก็ถึงที่ตั้งของโรงแรม ป้ายด้านหน้าเขียนชื่อไว้ลางๆทำให้ผมไม่ทันได้สังเกต ตัวโรงแรมมี 2 ขั้น ออกแบบเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสล้อมกันและเปิดหน้าไว้ด้านหนึ่ง ดูไปดูมาก็คล้ายตัว C เลย ซึ่งตัวอาคารตรงกลางกับด้านซ้ายทำจากปูน มีก็แต่อาคารด้านขวาที่ทำจากไม้ และเหมือนไม่ได้ใช้การมานาน

ห้องของพวกเราอยู่ทางตัวอาคารด้านซ้ายชั้น 2 ริมสุด โดยเป็นห้องของผู้หญิงที่อยู่ริม และห้องของผู้ชายอยู่ถัดเข้ามา ซึ่งจากตรงนี้มองผ่านหน้าต่างไป จะเห็นตัวอาคารไม้พอดี ภายในห้องก็ตกแต่งตามแบบญี่ปุ่น ดูสวยงามตามมาตรฐาน ระหว่างที่ผมกับเจ้าทาคาโอะกำลังคุยกันสัพเพเหระ

ข้าวเย็นพร้อมแล้ว!”

ได้เวลาอาหารเย็นแล้วนะคะ

ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าเจ้าของเสียงห้าวๆกับคำพูดแบบขอไปทีเป็นของมิยาชิ และเสียงอ่อนหวานกับคำพูดสุภาพเป็นของจิตันดะ

ผมกับทาคาโอะเดินลงมาตามหลังพวกผู้หญิงเดินเข้ามาที่ห้องรับประทานอาหารซึ่งเป็นแบบนั่งพื้น สองพี่น้องเซ็นนะก็นั่งอยู่เรียบร้อยแล้ว

พวกเรานั่งลงล้อมโต๊ะแล้วก็เริ่มมื้อเย็น หลังทานไปได้สักพักเซ็นนะคนพี่ก็พูดขึ้นมา

นี่ พวกพี่ๆ พรุ่งนี้ไปเล่นดอกไม้ไฟกันนะ

ใช่แล้ว วันนี้เป็นวันแรกของเทศกาลงานฤดูร้อนนี่เอง ซึ่งจะจัดทั้งหมด 3 วันด้วยกัน วันนี้พวกเรากว่าจะมาถึงก็เย็น บวกกับความเหนื่อยจากการเดินทางเป็นเวลานาน จะชวนให้ไปพรุ่งนี้ก็คงไม่แปลกล่ะมั้ง

หลังจากกินอิ่มแล้ว ผมก็เดินขึ้นไปที่ห้องตัวเอง เมื่อเปิดประตูก็พบกับกระเป๋าของทาคาโอะวางเกลื่อนอยู่ สงสัยเพราะเจ้าตัวออกไปแช่น้ำพุร้อนก่อนแล้ว เลยวางกระเป๋าทิ้งไว้สินะ ผมตัดสินใจแต่แรกแล้วว่าจะไม่ไปแช่ออนเซ็น เนื่องด้วยระยะทางจากโรงแรมกับที่ตั้งของโรงอาบน้ำก็ช่างไกลเหลือเกิน คิดได้ดังนั้นผมจึงนั่งลงเปิดทีวี และนอนเกลือกกลิ้งไปมา ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ ทาคาโอะก็ยังไม่กลับมา ในใจเลยคิดขึ้นมาว่า อุตส่าห์มาแล้ว ไปสักหน่อยก็ไม่ได้เลวร้ายนี่ เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงตัดสินใจหยิบผ้าขนหนูเดินออกจากห้อง

เมื่อเปิดประตูห้องออกมาก็พบกับจิตันดะที่กำลังถือชุดและผ้าเช็ดตัวอยู่ คงเพราะกำลังจะไปอาบน้ำสินะ พวกเราทักทายกันนิดหน่อย แล้วก็เดินไปด้วยกัน

     ระหว่างทางจิตันดะก็ทักขึ้นมาเกี่ยวกับพี่สาวของผม จริงอยู่ที่ผมมีพี่สาว แต่เธอก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน แถมยังชอบบ่นนู่นนี่บ่อยๆ จิตันดะบอกว่า อยากจะมีพี่น้องบ้าง เนื่องด้วยตัวเธอเป็นลูกคนเดียว จริงๆก็ปฎิเสธไม่ได้ซะทีเดียวว่ามีพี่น้องนี่มันก็ดีเหมือนกัน แต่เทียบกันเรื่องที่ต้องทะเลาะกันบ่อยๆแล้ว ผมว่าเป็นลูกคนเดียวสบายกว่าตั้งเยอะ

จริงๆมีพี่น้องก็ไม่ได้วิเศษณ์อะไรขนาดนั้นหรอกนะ บางครั้งก็น่ารำคานด้วยซ้ำ

ผมพูดไปตามที่ตัวเองคิด จิตันดะไม่ตอบกลับมา คิดว่าเธอยังคงยืนยันกับความคิดของตัวเอง ผมก็ไม่ได้จะชักจูงอะไรอยู่แล้ว

     พอถึงโรงอาบน้ำ พวกเราก็แยกกันเข้าไปคนละฝั่ง ซึ่งออนเซ็นปกติก็จะแยกฝั่งชายหญิงอยู่แล้ว

     รู้สึกดีจังเลยนะ ผมคิดหลังจากจุ่มตัวลงไปในบ่อน้ำผุร้อน ไม่ได้รู้สึกดีแบบนี้มานานแล้วสินะ ระหว่างนั้นก็เจอกับทาเคโอะ พวกเราก็พูดคุยกันเช่นเดิม สักพักนึง อยู่ดีๆตาของผมก็เริ่มหนัก ความรู้สึกอะไรกันล่ะเนี่ย จากนั้นโลกก็กลับหัว ตัวผมเองนั้นก็เริ่มดำดิ่งสู่ความมืดมิด

รู้สึกตัวอีกทีผมก็มาอยู่ในห้องตัวเองแล้ว พอมองไปข้างๆก็เจอทาคาโอะนั่งอยู่

เป็นอะไรมากหรือเปล่าเนี่ย อยู่ดีๆนายก็สลบไปเลยล่ะ

สงสัยเป็นเพราะอาการเมารถเมื่อตอนกลางวันล่ะมั้ง ขอบใจนายมากนะ

พวกกำลังจะเล่าเรื่องผีกันที่ห้องของคุณจิตันดะน่ะ ถ้าโอเคขึ้นแล้วก็ไปฟังได้นะ

ผมพยักหน้าตอบรับไป คงเป็นเพราะความเหนื่อยล้า ผมจึงไม่มีความคิดจะไปอยู่แล้ว ระหว่างที่ผมกำลังหลับตาอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงของเด็กผู้หญิงดังมาจากห้องของจิตันดะ คงเป็นเพราะหน้าต่างที่เปิดค้างไว้

ริเอะเหรอ?”

ผมพึมพำกับตัวเอง เสียงนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ริเอะ เด็กสาวใส่แว่นชั้น ม.2 เซ็นนะคนพี่

เมื่อก่อน โรงแรมนี้มีแค่อาคารหลักที่เป็นอาคารไม้ จริงๆแล้วโรงแรมของเราไม่จำเป็นต้องเพิ่มอาคารปูนนี้เลยด้วยซ้ำ หากไม่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น…”

ผมฟังเสียงแบบผ่านๆ สมองของผมตอนนี้ไม่อยากจะรับรู้อะไรทั้งนั้น แต่ในเมื่อเสียงนั้นเป็นสิ่งเดียวที่ผมรับรู้ได้ แค่ฟังผ่านๆไปก็คงไม่เสียหาย ว่างๆอยู่ด้วยสิ ผมคิดได้ดังนั้นจึงเริ่มตั้งใจฟังอีกครั้ง

นานมาแล้ว มีลูกค้าท่าทางมืดมนเข้ามาพักในห้องที่ 7 ในอาคารหลักไม้ เขาไม่ต้องการอาหารหรือบริการใดๆทั้งสิ้น สั่งแค่ว่าให้ทุกคนอยู่ห่างจากตัวห้องก็พอ เนื่องด้วยเขาคนนั้นจ่ายเงินล่วงหน้าไปแล้ว บวกกับช่วงนั้นเป็นช่วงไฮซีซั่น ทางเราจึงเห็นว่าเป็นลูกค้าที่เหมาะสม คืนหนึ่ง ก็มีเสียงกรีดร้องไปทั่วโรงแรม ลูกค้าในห้องที่ 7 ได้แขวนคอตัวเอง โดยที่ร่างกายแกว่งไปกับสายลม เมื่อสืบดูภายหลังจึงรู้ว่าเขากำลังหลบหนีจากคดียักยอกเงินของบริษัท จากนั้นคนที่เข้าพักห้องที่ 7 ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ในตอนกลางคืนจะเห็นเงาคนแขวนคออยู่ในห้อง เพื่อลบคำกล่าวร้าย คุณยายจึงให้หมอผีมาทำพิธีและสร้างอาคารเสริมปูนที่เราอยู่ตอนนี้ขึ้นมา

แล้วห้องที่ 7 ตอนนี้อยู่ไหนล่ะ?”

ถ้ามองข้ามหน้าต่างไปจะเห็นพอดีค่ะ

ริเอะจังตอบคำถามของทาเคโอะ ผมจึงแหงนหน้าขึ้นไปมองหา ห้องนั้นเองสินะ เป็นห้องที่อยู่ชั้นสองริมขวาสุด

ส่วนครอบครัวของเราจะอยู่ชั้นหนึ่งด้านซ้ายเพื่อให้ห่างจากห้องนั้นที่สุดค่ะ

ไม่ตลกเลยนะ น่ากลัวสุดๆไปเลย

มิยาชิชิงพูดขึ้นมา แสดงออกถึงความกลัว ขัดกับลุคผู้หญิงเท่ซะจริงๆเลยนะ

พี่ๆอย่าเอาไปบอกคนอื่นนะคะ

ไม่ทันแล้วล่ะ ผมพึมพำพลางคลานเข่าไปปิดหน้าต่างที่เปิดไว้เนื่องด้วยอากาศที่เริ่มหนาว แต่แล้วหางตาผมก็บังเอิญไปเห็นสิ่งๆหนึ่งเข้า มันคือเงา เหมือนเป็นเงาคนกำลังวิ่งออกไปจากโรงแรม ผมรู้สึกอยากรู้นะว่ามันคืออะไร แต่ความง่วงมันช่างรุนแรงเหลือเกิน คิดได้ดังนั้นผมจึงปิดหน้าต่างแล้วกลับไปทิ้งตัวนอนบนฟูกที่เดิม

     แสงแดดจ้าสาดเข้ามากระทบตาผม เข้าแล้วเหรอ ผมยังรู้สึกง่วงอยู่นิดๆ แต่ก็จำใจลืมตา ก็พบกับเจ้าทาเคโอะนอนน้ำลายยืดอยู่ข้างๆ สภาพแบบนี้น่าจะอีกนานกว่าจะตื่น ผมคิดพลางเดินไปล้างหน้าแล้วก็ลงไปที่ห้องอาหาร เมื่อเดินลงมาก็พบกับสองพี่น้องเซ็นนะซึ่งดูเหมือนพึ่งจะกินข้าวกันเสร็จ พวกเราทักทายกันพอเป็นพิธี

จิตันดะกับมิยาชิล่ะ?”

จากหลังผมถามริเอะ เธอก็ทำหน้าสงสัยนิดหน่อยแล้วชี้มาที่ผม ด้านหลังเหรอ? ผมหันไปแล้วก็เจอกับ จิตันดะและมิยาชิ

เห็นเข้าให้แล้วล่ะ

มิยาชิที่ดูห้าวๆตอนนี้ตอบกลับมาด้วยเสียงสั่นเครือเช่นเดียวกับเธอตอนนี้ที่สั่นเหมือนลูกหมาตัวเล็กๆ น้ำตาเอ่อเล็กน้อย แก้มแดงระเรื่อ ผมมองดูแล้วยังรู้สึกตกใจ อยู่กับยัยนี่มาหลายปีพึ่งเห็นมุมน่ารักดูเป็นผู้หญิงกับเขาด้วย

เห็นอะไรล่ะ?”

เมื่อคืนฉันตื่นมากลางดึก พอมองไปที่ห้องฝั่งตรงข้าม ก็เห็นเงาคนแขวนคอห้อยไปมาน่ะสิ

เธอพูดอย่างนั้นพร้อมกับกระโดดกอดจิตันดะที่อยู่ข้างๆ จิตันดะเห็นดังนั้นจึงเอามือมาลูบหัวปลอบ

     หลังจากกินข้าวเช้ากันเสร็จสรรพ พวกเราก็คุยกันเรื่องทั่วๆไป ริเอะถามเรื่องบ่อน้ำพุร้อนและที่นอน ระหว่างนั้นผมกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำมาดื่ม แต่ก็ต้องชะงักไปสักพัก ที่ตัวแก้วมีชื่อ ริเอะ  เขียนอยู่ เห็นดังนั้นผมจึงเลือกหยิบแก้วที่วางข้างๆแทน คาโยะไม่ได้เขียนชื่อไว้สินะ ผมคิดพลางๆ

อยู่ๆมิยาชิก็พูดถึงเรื่องที่เห็นเมื่อคืนขึ้นมา เอาแต่พูดซ้ำๆว่า เห็นจริงๆนะ 3-4 รอบด้วยกัน

พี่คะ เล่าเรื่องนี้ให้พวกพี่ๆเขาฟังเหรอ คุณพ่อบอกไม่ให้เล่าให้ใครฟังนี่

คาโยะพูดแกมดุ ริเอะที่โดนว่าเห็นว่าแก้ตัวไม่ขึ้นเลยตอบกลับไป

ก็แค่ให้พวกพี่มิยาชิเท่านั้นแหละ

ระหว่างนั้นผมหันไปสบตากับจิตันดะพอดี

คิดว่ายังไงคะคุณพิชิต เรื่องที่คุณมิยาชิเล่าให้ฟังน่ะ

ก็คงจะมีทุกๆโรงแรมล่ะนะ แต่ฉันไม่คิดสักนิด อาจจะมองอย่างอื่นแล้วคิดไปเองก็ได้

แต่ฉันก็เห็นแบบเดียวกับที่คุณมิยาชิเล่าบอกเลยนะคะ ฉันคิดว่าตาฝาด แต่พอคุณมิยาชิบอกว่าเห็นเหมือนกัน ฉันเลยไม่ค่อยแน่ใจแล้วล่ะค่ะ

ผมชะงักไปชั่วครู่ ผมรู้จักจิตันดะดี เธอเป็นคนที่ประสาทสัมผัสดีมาก มองอะไร ได้ยินอะไรไม่เคยพลาด แต่ยังไงผมก็ไม่คิดว่านั่นจะเป็นผีจริงๆเลยส่ายหัวตอบไป

งั้นที่ฉันเห็นจริงๆมันคืออะไรเหรอคะ ฉันน่ะ สงสัยจริงๆค่ะ

ใช่ๆ นายช่วยบอกหน่อยสิ ว่าที่ฉันกับคุณจิตันดะเห็นคืออะไรกันแน่

ผมรู้แล้วว่าความซวยมาเยือน  อยากจะพักผ่อนสบายๆสักหน่อย มีงานมาอีกแล้วเหรอเนี่ย ผมคิด รีบๆทำให้เสร็จๆไปดีกว่า

     ผมกับจิตันดะเข้ามาที่ห้องของจิตันดะ เนื่องจากมิยาชิรับปากกับริเอะว่าจะช่วยสอนการบ้านเลยขอแยกไป ผมจึงเริ่มซักไซร้กับจิตันดะ ซึ่งได้ความว่า เห็นเป็นเงารูปร่างเหมือนคน แต่พอผมมองไปยังห้องนั้น ก็พบว่าหน้าต่างปิดอยู่ ถึงตอนนี้ผมเริ่มคิดหนัก ถ้าเห็นเป็นเงา แสดงว่าต้องเปิดหน้าต่างให้แสงจันทร์ลอดผ่านจึงจะเห็นได้

พวกเธอเข้านอนตอนกี่ทุ่มหลังเล่าเรื่องผีเสร็จ

ประมาณ 4 ทุ่มค่ะ

หน้าต่างที่ห้องฝั่งตรงข้ามตอนนั้นล่ะ

ปิดอยู่ค่ะ

ไม่มีทางเลือก สงสัยต้องไปดูที่ห้องนั้นเองถึงจะรู้ ผมกับจิตันดะเลยตัดสินใจจะไปสำรวจที่ห้องนั้น

     ป้ายห้ามเข้าตั้งเด่นตรงหน้า พวกเราสองคนมองหน้ากัน ตอนนั้นเองด้านหลังก็เห็นคาโยะเดินถือตระกร้าผ้าผ่านพวกเราไป ผมตะโกนเรียก เธอหยุดเดินและหันมาทางพวกเรา ผมพยักหน้าให้จิตันดะครั้งนึงเป็นอันรู้กัน เนื่องด้วยผมเข้ากับเด็กไม่ค่อยดี จิตันดะจึงอาสาเป็นคนเข้าไปถาม เพื่อขอเปิดห้องที่ 7 อาคารไม้ เธอปฎิเสธและอ้างว่าพี่ของเธอ ริเอะ จะโกรธถ้าเธอให้พวกเราเข้าไป ผมจึงถามเธอต่อ

แล้วตอนนี้ห้องนั้นไม่มีคนเข้าพักใช่ไหม?”

ชั้น 2 ของอาคารไม้ทั้งหมดใช้เป็นห้องเก็บของค่ะ

เสียงของเธอเริ่มสั่น เล็บของเธอก็เริ่มจิกผ้าที่ถือมา

หนูจะไปได้หรือยังคะ?”

ได้แล้วล่ะ ขอบใจมา….”

ยังไม่ทันที่ผมจะกล่าวขอบคุณจบ เธอก็รีบวิ่งไปแล้ว ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ผมก็ไม่ได้หน้าตาดูใจดีด้วยสิ

     ที่ห้องโถงใหญ่ พวกเรากลับมาหลังจากเขาไปดูที่เกิดเหตุไม่ได้ จิตันดะหยุดสักพักเมื่อเห็นใบเช็คออกกำลังกายประจำวัน 2 เล่มวางไว้บนโต๊ะ มีชื่อ ริเอะ เขียนไว้ ส่วนอีกอันไม่มีอะไรเขียนไว้ ผมกวาดตามองรอบๆก็เจอกับลูกบอลขนาดใหญ่ เหมือนจะใช้ออกกำลังกายวางไว้ 2 อัน และก็เช่นกัน ที่ลูกลูกหนึ่งก็มีชื่อ ริเอะ เขียนไว้อยู่อีกแล้ว

     พวกเราเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าอาคารไม้ตรงหน้ากับห้องที่ 7 พอดี จิตันดะชวนผมให้ไปดูด้านหลัง ระหว่างกำลังเดินไปด้านหลัง เท้าผมก็เหยียบกับดินแถวนั้น เท้าของผมเริ่มไหลลงไปกับดินที่แฉะ

เมื่อคืนนี้ฝนตกเหรอ?”

ค่ะ เหมือนจะตกลงมานิดหน่อยน่ะค่ะ

พวกเราเดินมาด้านหลัง ผมเริ่มคิด หากจะเห็นเงา หน้าต่างก็ต้องเปิดทั้งด้านหน้าและด้านหลังสินะ ระหว่างนั้นคาโยะก็เดินมา

คือว่า ได้เวลาทานข้าวแล้วค่ะ

     พวกเรากลับมาล้อมวงที่โต๊ะทานข้าวเหมือนเดิม แต่รอบนี้เจ้าทาเคโอะตื่นแล้ว กินไปได้สักพักสองพี่น้องเซ็นนะที่กินเสร็จก่อนพวกเราก็ถือถ้วยชามเดินออกไป หลังจากนั้น

ท๊ะดา!!!”

เสียงเปิดประตูด้านหลังพร้อมกับเสียงตะโกนทำให้ผมหันหลังกลับไป แล้วก็พบริเอะในชุดยูกาตะใหม่เอี่ยม คาดว่าน่าจะซื้อมาใส่เพื่องานฤดูร้อนปีนี้โดยเฉพาะ ทุกคนก็ชมเป็นทำนองว่า สวยดีนิ ซึ่งก็ดูดีจริงๆนะ

หนูขอให้พ่อซื้อให้เมื่อเช้าวานนี้น่ะค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ

ระหว่างที่ผมกำลังนั่งฟังริเอะ จิตันดะ มิยาชิ และทาเคโอะคุยกันในห้องอยู่นั้น ผมก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา เมื่อใช้หางตามองก็พบเงาดำๆลางๆเดินผ่านไป สงสัยถูกวิญญาณแขวนคอสาปเข้าให้แล้วล่ะมั้ง ผมคิด

     วันนี้ก็ไปออนเซ็นด้วยกันอีกนะ

ผมพูดกับจิตันดะขณะที่กำลังเดินเข้าห้อง เธอเองก็ตอบรับด้วยเสียงร่าเริง จริงๆแล้วผมก็คิดอะไรบางอย่างได้ล่ะนะ

     เงาคนแขวนคอ ผลผลิตจากความคิดของจิตันดะและมิยาชิ รู้สึกเหมือนมีบางอย่างหายไป ผมคิดถึงสิ่งๆหนึ่งที่ยังไม่ปรากฏ แค่สิ่งเดียวเท่านั้น ทุกอย่างก็จะชัดเจน มันคืออะไรกัน

     เมื่อมาถึงหน้าโรงอาบน้ำ ผมกับจิตันดะก็สัญญากันว่าจะเดินกลับด้วยกัน พอเดินเข้ามาด้านในก็เจอเจ้าทาเคโอะอยู่แล้ว ผมเดินไปถึงบ่อ ค่อยๆจุ่มตัวเองลง พลางถามทาเคโอะถึงเหตุการณ์เมื่อวาน

เทศกาลฤดูร้อนไงล่ะ เมื่อวานก็ได้ยินเสียงกลองนี่

ผมชะงักไปสักพัก ตอนนี้ในหัวกำลังประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมด เหตุผล แรงจูงใจ ใช่แล้วล่ะ อย่างนี้นี่เอง

     ดวงอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้า ข้างๆผมเป็นจิตันดะ พวกเรากำลังเดินกลับหลังจากอาบน้ำเสร็จ

เงาที่เธอเห็นนะ อาจจะเป็นแค่ยูกาตะที่แขวนไว้ก็ได้นะ

ผมพูดไปอย่างนั้น จิตันดะหันหน้ามาทางผมพลางร้อง เอ๊ะ สักครู่หนึ่ง จากนั้นสีหน้าเธอก็ดูเศร้าลงพร้อมกับก้มหน้า

แล้วทำไมต้องเอาไปแขวนในที่แบบนั้นด้วยล่ะคะ? แถมเปิดหน้าต่างให้เราเข้าใจผิดอีก แปลกจริงๆค่ะ

ไม่ได้ให้เธอเห็นหรอก เพื่อให้มันแห้งต่างหาก ชุดยูกาตะนั่นเปียกอยู่ หน้าต่างที่เปิดเอาไว้ทำให้มันแห้งเร็วขึ้นน่ะ

แล้วทำไมถึงต้องนำไปแขวนที่ห้องที่ 7 ด้วยล่ะคะ?”

เพื่อไม่ให้ใครมาเห็นยังไงล่ะ

แต่ฉันเห็นนี่คะ

ไม่ใช่ เพื่อซ่อนไม่ให้คนในครอบครัวมาเห็นต่างหาก

ทำไมล่ะคะ?”

คนที่เอาไปแขวนก็คือ คาโยะ ล่ะ เธอคงอิจฉายูกาตะของริเอะเลยอยากลองใส่บ้าง แต่ริเอะเองก็คงไม่ยอมให้เธอยืมแน่ๆ

แต่พวกเธอเป็นพี่น้องกันนะคะ

เธอไม่ได้สังเกตเหรอ? ริเอะจะเขียนชื่อตัวเองบนแก้วน้ำ ใบเช็คออกกำลังกาย กระทั่งลูกบอล เธอแสดงความเป็นเจ้าของชัดเจนให้คนอื่นรู้ คาโยะจึงไม่สามารถยืมชุดจากริเอะได้ยังไงล่ะ

ไม่นะ

จิตันดะเผลอหลุดปากออกมาคงเพราะเชื่อมาตลอดว่าการมีพี่น้องมันช่างวิเศษณ์

แต่คาโยะก็ยังอยากที่จะลองใส่ เธอจึงแอบเอาชุดไปใส่เดินงานฤดูร้อนเมื่อคืน เธอออกไปช่วง 2 ทุ่มนั่นแหละ เมื่อคืนฉันเห็นเงาดำๆวิ่งออกจากโรงแรมไป คิดว่าน่าจะเป็นคาโยะล่ะนะ คาโยะเองก็ไม่ได้อยู่กับเธอตอนที่กำลังเล่าเรื่องผีเมื่อคืนใช่ไหมล่ะในช่วงนั้นล่ะ ที่คาโยะคงออกไปงานฤดูร้อน

ผมถอนหายใจเว้นช่วงสักพักนึง จากนั้นจึงเริ่มเล่าต่อ

จากนั้นฝนก็เริ่มตก ถึงจะไม่หนัก แต่ชุดก็คงต้องเปียก เธอคงจะคิดถึงเรื่องที่เราคุยกันเมื่อวานว่าจะไปเล่นดอกไม้ไฟที่งานในวันถัดมาได้ เธอรู้ว่า ริเอะต้องใส่ยูกาตะแน่นอน เธอจึงต้องหาทางทำให้ชุดแห้ง ก่อนที่ริเอะจะมาเจอ …. ครอบครัวใช้ชั้นแรกเป็นที่พักอาศัย อาคารเสริมซึ่งพวกเราอยู่ก็คงใช้ไม่ได้ และเธอก็ไม่สามารถใช้เครื่องซักแห้งตอนกลางคืนได้ พอถึงเวลาที่ทุกคนนอน เธอก็เอาชุดยูกาตะไปแขวนไว้ที่ห้องที่อยู่ไกลที่สุด แต่แล้ว เธอกลับต้องมาโชคร้ายอีกครั้ง เนื่องจากหน้าต่างที่เปิดรับลมเอาไว้ ทำให้แสงจันทร์ส่องเข้ามาเป็นเหมือนรูปคนแขวนคอ และก็คงเลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่อรู้ว่าพวกเราไปสืบหา คาโยะเลยรู้สึกเหมือนจนมุม

เงาที่เราเห็นด้านหลังตอนกินข้าวก็คงจะเป็นคาโยะเองสินะ ผมคิด จากนั้นจึงเริ่มเล่าต่อ

แล้วเธอก็เอาชุดไปคืนที่เดิมในตอนเช้า ต่างจากริเอะที่รายนั้นจะไปออกกำลังกายในตอนเช้า จึงง่ายที่จะเอากลับไปคืนที่เดิม

อย่างนี้นี่เองสินะคะ

อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกมิยาชินะ เดี๋ยวจะกลายเป็นปัญหาครอบครัวเอา

จิตันดะหยุดเดิน ผมซึ่งเดินนำหน้ามาแล้วจึงหันกลับมามองเธอ

แสดงว่า ทั้งสองคนนั้นก็ไม่ได้สนิทกันอย่างที่คิดสินะคะ ถ้าคาโยะไม่สามารถยืมชุดจากพี่ของเธอได้

เธอพูดด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า ซึ่งตอนนี้บ่งบอกออกมาทางใบหน้าด้วย อารมณ์ที่แสนโศกเศร้าจนอยากจะเข้าไปกอดและปลอบเธอ เป็นสีหน้าผิดหวังที่รู้ว่า พี่น้องไม่ได้สนิทกันอย่างที่ตัวเองเคยวาดฝันไว้ ผมเห็นเธอแล้วมันช่างน่าเศร้าเหลือเกิน

มันก็เป็นปกติของพี่น้องล่ะนะ

บ้าเอ้ย ผมคิดคำพูดอะไรไม่ออกแล้วล่ะ พี่น้องที่จิตันดะวาดฝันไว้ มันก็คงเป็นแค่ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาล่ะนะ
     ระหว่างที่ผมกำลังคิดอยู่นั้น พวกเราก็เดินมาถึงหน้าโรงแรม ที่อยู่ตรงหน้าผมและจิตันดะ คือภาพของเด็กสาวสองคน คนหนึ่งขี่หลังอีกคนอยู่ นั่นคือคาโยะที่กำลังขี่หลังริเอะนั่นเอง ที่เท้าของคาโยะมีแผลเล็กๆอยู่ คาโยะที่สังเกตเห็นพวกเราจึงหันมามอง ริเอะเองก็เช่นกัน ผมกับจิตันดะหันมาหากันโดยไม่ได้นัดหมาย ตอนนี้สีหน้าของเธอดูมีความสุขมากๆ ในที่สุดรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสาวน้อยผู้อ่อนต่อโลกนี้ จากนั้นเธอก็วิ่งเข้าไปหาสองคนนั้น ทิ้งผมเอาไว้ข้างหลัง ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ผมถอนหายใจทีนึงก่อนจะพึมพำกับตัวเองและเดินตามสามคนนั้นไป

บางที มันก็อาจจะเหมือนกับดอกไม้ที่มีชีวิตชีวาก็ได้นะ…”

 

-END-


Inspiration from “Hyouka Ep.7”

Written by Tanarak Yasamut

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Teammy_Franz จากทั้งหมด 1 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น