คัดลอกลิงก์เเล้ว

May I Hold You ? [Hotarubi No Mori E]

เรื่องราวความสัมพันธ์ของมนุษย์กับร่างเวทมนตร์ที่พบกันเพียงฤดูร้อน

ยอดวิวรวม

1,947

ยอดวิวเดือนนี้

10

ยอดวิวรวม


1,947

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


5
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 เม.ย. 57 / 10:58 น.
May I Hold You ? [Hotarubi No Mori E] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Hotarubi No Mori E  
(Into the Forest of Fiefiles's Light , สู่ป่าแห่งแสงหิ่งห้อย)


เรื่องนี้เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น ที่มีทั้ง มังงะเรื่องสั้น และหนังอนิเมชั่นความยาวประมาณ 50 นาทีจบ
นักเขียนคนเดียวกับเรื่อง Natsume Yuujinchou นัตสึเมะกับบันทึกพิศวง : Yuki Midorikawa
แนวความรัก และสิ่งสี้ลับ (ภูติผีปีศาจ) แนะนำให้คอหนังสาย M เบา ๆ ที่ชอบร้องไห้ /หรือมีแต่เราที่เป็นคนแบบนั้น

เอาภาพมาแปะเบา ๆ ค่ะ เพื่อนแนะนำเรื่องนี้มาพร้อมโน๊ตว่า เศร้าและพระเอกหล่อ *เปิดหารัว ๆ*
ภาพที่สองเป็นฉากที่เราชอบมาก ไม่รู้ทำไม เหมือนมีพลังงานบางอย่าง ... *ขำตัวเอง* 

ปัจจุบันมีมังงะแปลอิ้ง เมะซับไทยให้ชมแล้วค่ะ ส่วนตัวทั้งดูทั้งอ่านจบแล้ว หลายรอบแล้ว เสียน้ำตาอย่างมีความสุข *พราก*
โน๊ต : อาจจะไม่เศร้าสำหรับคนอื่นนะคะ แต่เราร้องไห้แม้ว่าจะเห็นแค่ภาพ แน่นอนว่าเขียนบทความนี้ขึ้นก็เสียน้ำตาไปหลายถังแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นบทความนี้อิงตัวเองชะมัดเลยค่ะ *ยิ้ม*








บทความเรื่องสั้นนี้คือโฮะตะรุบิเต็ม ๆ เลยค่ะ แต่รู้สึกนอนไม่หลับถ้าไม่ได้เขียน หรือทำอะไรสักอย่างกับเรื่อง ๆ นี้
ยังไม่ว่างพอจะวาดรูปลงสีตามที่ใจอยาก แล้วก็มีแลปท็อปกับตัว ขอพร่ำเพ้อสักนิด
อาจจะเรียกว่าบทความแนะนำเมะก็ได้ค่ะ *ขำ* สั้น ๆ นี้ เผื่อจะได้แฟนโฮะตะรุบิเพิ่มค่ะ *ยิ้ม*
หรือจะเป็นโฮะตะรุบิเวอร์ชั่นร้อยแก้วก็ได้มั้งคะ /ไทยจ๋า 
อะไรก็ตาม แค่อยากชี้แจ้งว่าไม่ได้จะนำเรื่องราวมาเป็นงานของตัวเอง
มีฉากที่ตัดออกไปพอสมควรเลยค่ะ แถมอาจจะเพิ่มมาเองอีก ลำดับไดอะล็อกไม่เหมือนกับต้นฉบับ
ความจริงฉากฟินที่อยากเขียนก็มีนะคะ แต่หลังจากฉากนั้นไม่เริ่มจะ... *สปอยล์*
สำนวน ภาษาอาจจะไม่สวย และดูสับสนนะคะ ไม่ได้เขียนอะไรมานานแล้ว
ขออภัยล่วงหน้าสำหรับแฟนเรื่องนี้ ที่อาจจะเขียนได้ไม่ดี ไม่บีบหัวใจเท่า...
อ๋อ เม้าท์เรื่องนี้และเมะเรื่องอื่น ๆ บางเรื่องได้นะคะ แต่ไม่ได้มาสายโอตาคุเท่าไหร่ แฮะ ๆ

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 เม.ย. 57 / 10:58


May I Hold You ?
– Hotarubi No Mori E 

G i n   [ X ]   H o t a r u

 

                “ไปนะคะ โอโตซังฉันส่งยิ้มบาง ๆ ให้คุณพ่อ แล้วออกก้าวไปพร้อมเอื้อมจับมืออันอบอุ่นของคุณแม่ เรากำลังจะไปเยี่ยมคุณตาที่ชานเมือง ตลอดวันหยุดฤดูร้อนนี้

                ฉันกับคุณแม่เลือกโดยสารโดยรถไฟท้องถิ่น ฉันเหม่อมองไปข้างทาง ปรากฏทิวทัศน์ของชานเมืองที่มีกลิ่นอายของความสงบอยู่ในตัว ความเข้ากันของธรรมชาติ ถ่ายทอดบรรยากาศให้มีชีวิตชีวาและน่าค้นหายิ่งกว่าในเมืองที่เต็มไปคอนกรีตซีเมนต์เหล็ก

                ฉันอายุแค่หกขวบ ใช่หมายถึงตอนนั้นน่ะนะ

                พอรถไฟจอดสถานีปลายทางบนตั๋วของเรา คุณแม่ก็เดินนำออกจากสถานี เลี้ยวซ้ายไปตามทางเดินที่มีเพิ่มความชันขึ้นเรื่อย ๆ เวลาโพล้เพล้แบบนี้ ทอดมองยาวออกไปจะเห็นแสงตะวันที่ใกล้ลับขอบฟ้าอยู่รำไร เสียงลู่ลมของป่าไผ่บนเขาข้างบนนั้นไพเราะราวกับสีไวโอลินเป็นบทประพันธ์ชิ้นโบว์แดงของศิลปินชื่อดัง

                คมบังวะ โอจีซัง ฉันทักทายคุณตา เราทานมื้อค่ำด้วยกัน แล้วก็ผล็อยหลับไปเพราะความอ่อนเพลียจากการเดินทาง

 

                เช้าวันถัดมา

                ฉันเดินเข้าไปอยู่ในป่าขุนเขาแห่งหนึ่ง

                ฉันพยายามเดิน เดิน วิ่งสุ่มสี่สุ่มห้า เพื่อหาทางออกจากที่นี่

                ฉันหลงทาง

                ภาพของเด็กน้อยที่นั่งกอดเข่าก้มหน้าร้องไห้ ภาพของเขาที่ปรากฏตัว

               

                “เด็กมนุษย์งั้นหรอเสียงที่เจือไปด้วยความระแวงดังขึ้นหลังต้นไม้ใหญ่

                “ระ..รอดตายแล้ว ~” ด้วยความที่เป็นเด็ก ด้วยความไม่รู้จักระวังต่อคนแปลกหน้า ฉันวิ่งเข้าไปหาเขาหวังจะหาที่พึ่งสุดท้ายที่จะพาฉันออกไปจากที่แห่งนี้

                เธอ ร้องไห้…” เขาเบี่ยงตัวหลบฉันก่อนที่ฉันจะเข้าถึงเขา

                “เมื่อกี้…โอนีซังไม่ใช่…”

                เด็กน้อยผมคือสิ่งที่อาศัยอยู่ในป่า..เอ่อ ถ้ามนุษย์..ถ้าเธอสัมผัสตัวผม ผมจะหายไปน่ะเขาพูดประโยคที่เข้าใจยากออกมา พร้อมกับหลบเลี่ยงการเข้าถึงตัวเขาของฉัน

                ฉันหยุดเคลื่อนไหว ไร้การส่งเสียงใด ๆ จ้องมองไปที่คนแปลกหน้าที่ใส่หน้ากากรูปประหลาด

                หลงทางสินะ ผมจะพาออกไปเองประโยคชวนให้น่าดีใจ ทำให้ฉันรู้สึกอยากสัมผัสเพื่อบอกแทนคำว่าขอบคุณ แต่เขาก็คว้าไม้ใกล้ตัวมาฟาดลงกลางศีรษะของฉัน อย่างไม่เกรงกลัวว่าเด็กอายุน้อยตรงหน้าจะบาดเจ็บ

                มะ...ไม่ใช่มนุษย์จริง ๆ สินะ กล้าฟาดมาได้นะฉันกุมศีรษะ หวังว่าความเจ็บจะบรรเทา

                อ่าจับนี่ไว้ เพราะเธอจับมือผมไม่ได้ ไม่งั้นเธอจะหลงทางอีกนะเขายื่นท่อนไม้ที่เพิ่งจะฟาดศีรษะฉันไปหยก ๆ มาตรงหน้า ฉันจับมันไว้มั่นแล้วส่งยิ้มให้เขา

                ฉันรู้สึกดีจัง

                ฉันก้าวเดินไปพร้อม ๆ กับเขา แต่ช่วงขาที่สั้นทำให้เขาก้าวช้าลงกว่าปกติ เพื่อให้การก้าวย่างของเราเป็นไปอย่างพร้อมกัน

                รอบตัวฉันมีต้นไม้หลากหลายพันธุ์ เล่นหยอกล้อกับสายลมเกิดเสียงประสานไพเราะ ฉันยิ้มออก รู้สึกสบายใจยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ในช่วงชีวิตที่เคยพบเจอมา สีเทาน้ำตาลของบันไดอิฐผุพรุนเก่า ๆ ที่ทอดยาวคดเคี้ยวกับสีเขียวของต้นไม้ใบหญ้าช่างเข้ากันยิ่งกว่าคู่สีไหน ๆ

                ในที่สุดเขาก็พาฉันมาหน้าซุ้มศาลเจ้า ข้างหน้าระยะไม่ใกล้ไม่ไกลปรากฏทางแยกตีนเขาที่ฉันเริ่มคุ้นชิน

                โอนีซังอยู่ที่นี่ตลอดเลยหรอ ถ้างั้นพรุ่งนี้หนูมาที่นี่อีกได้ไหม หนูชื่อทาเคงาวะ โฮตารุ โอนีซังล่ะฉันลังเลที่จะถามบางอย่างออกไป เขานิ่ง ไม่มีที่ท่าจะตอบสักนิด ฉันเริ่มหวั่น ฉันก้าวถอยหลังช้า ๆ แล้วตัดใจบอกลา เดินออกมาจากตรงนั้น แล้วเสียงของเขาก็ลอดเข้ามา

                กิง น่ะ

                นั่นสินะ ชื่อของเขา ฉันหันหลังกลับไป แต่ก็ไม่พบเขาอีก

 

                ฉันไปที่นั่นอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น               

                เขานั่งรอฉันหน้าโค้งซุ้มศาลเจ้า ที่เดิมที่เขามาส่งฉันเมื่อวาน

                เธอมาไม่คิดว่าจะมาจริง ๆ แฮะ

                “กิง ! รอหนูอยู่หรอคะ ?! ” ฉันรู้สึกดีใจจนลืมตัววิ่งเข้าไปกอดเขาอีกแล้ว

                เธอนี่ไม่หลาบจำเลยนะเขาคว้าไม้นั่นมาจากไหนนะ เขาฟาดมันลงที่ศีรษะฉันเบา ๆ

                ตรงนี้อากาศร้อน ไปที่เย็น ๆ กันเขายื่นท่อนไม้เปลือยนั่นมาตรงหน้า ฉันจับไว้แน่น แล้วออกเดิน ราวกับเขากำลังพาสำรวจดินแดนอันวิเศษนี่อยู่เชียว ธารน้ำไหลเอื่อย ลมพัดความชื้นเย็นมาปะทะร่างกาย รู้สึกสดชื่นจริง ๆ

 

                วันแล้ววันเล่า

                ฉันไปที่นั่น

                เดิน วิ่ง เล่น ฉันทำทุกอย่างเหมือนเดิม เราเอาแต่เล่นอะไรบ้า ๆ บอ ๆ แต่แปลกจัง ทำไมฉันรู้สึกมีความสุขและสนุกขนาดนี้นะ

                “กิงตั้งแต่พรุ่งนี้ หนูจะไม่มาที่นี่แล้วนะ อืม หนูเคยบอกแล้วนี่นา ว่าหนูมาที่นี่แค่ฤดูร้อน มาเยี่ยมคุณตาน่ะ พรุ่งนี้ก็ต้องกลับบ้านแล้วนะฉันพูดขึ้นขณะที่เรากำลังกลับไปยังโค้งซุ้มศาลเจ้า เขาตอบรับในลำคอเบา ๆ เงียบไปสักพัก แล้วถามขึ้น

                แล้วปีหน้าจะมาอีกได้ไหม ?”

                “อืม !” ฉันตอบกลับทันที พร้อมส่งยิ้มไปให้

 

                ฤดูร้อนครั้งแล้วครั้งเล่าผ่านไป… ฤดูร้อนที่สัญญากัน...

                ฉันก็จะเห็นกิงเฝ้ารอฉันอยู่ที่เดิมเสมอ..

                วันหนึ่งฉันแกล้งกิงด้วยการปีนต้นไม้ไปเล่นซ่อนแอบ แต่เขาก็หาไม่เจอ ฉันไขว้ขาไว้บนกิ่งไม้แล้วห้อยตัวลงมาจ๊ะเอ๋เขา

                "ทำอะไรของเธอน่ะ"

                "ก็อยากจะเห็นหน้ากิงตอนตกใจน่ะ" ฉันก้มลงไปมองหน้ากิงที่ถูกปิดอย่างมิดชิดด้วยหน้ากากประหลาดนั่น

 

                "อย่างน้อยตอนที่อยู่กับหนู...บางครั้งช่วยถอดหน้ากากออกบ้างจะได้ไหม" กิงทำท่าจะถอดหน้ากาก แต่สักพักกิ่งไม้ที่ฉันกำลังนั่งอยู่ก็มีท่าทีว่าจะโค่นลง ฉันตกใจกลัวว่าตัวเองจะบาดเจ็บ แต่ภาพที่เห็นเขากำลังวิ่งเข้ามาหานั่นทำให้ฉันกลัวมากกว่า

                ร่างของเด็กสาวตกลงพุ่มไม้ข้างล่าง เขาไม่ได้รับฉันไว้

                ดีจังฉันหลุบคลานออกมาจากพุ่มไม้นั่น ฉันนั่งติดกับพื้นหญ้า แล้ว

                “นี่กิง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ก็ห้าม...มาถูกตัวหนูเด็ดขาดเลยนะ ห้ามเด็ดขาดเลยนะ !” น้ำตาฉันไหลพรากไม่รู้ตัว เขานั่งคุกเข่าตรงหน้าฉันนิ่ง ๆ อย่างนั้น...

 

                ฤดูร้อนผ่านไปอีกแล้ว

                ฉันกลายเป็นเด็กมัธยมต้น แต่ดูเหมือนกิงจะไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด เราเข้าใกล้กันมากขึ้นแล้วสินะ แต่

                รู้สึกอยากให้กิงเป็นมนุษย์จัง          

                อยากเจอ

                อยากสัมผัส

 

                ฉันโตขึ้นอีกแล้ว ฉันใส่เครื่องแบบของนักเรียนใหม่ไปหากิงในฤดูร้อนวันแรกที่มาถึง

                “เวลาผ่านไปเร็วจังน้า ... ขึ้นมัธยมปลายแล้วสินะเขาสวมหน้ากากเพียงครึ่งหน้า รอยยิ้มทักทายฉายบนใบหน้าเสี้ยวนึงนั้น

                โฮตารุไม่กระโดดมาหาฉันเหมือนเด็ก ๆ แล้วนี่น้า

                ฉันเพียงอมยิ้มตอบไป  ทนรอแทบไม่ไหวแล้วล่ะ... อยากรีบเรียนให้จบ ฉันจะหางานทำแถวนี้ เราจะได้อยู่ด้วยกันมากขึ้นไง ทั้งฤดูใบไม้ร่วง ฤดูใบไม้ผลิ แล้วก็ฤดูหนาว เนอะ

                โฮตารุกิงเรียกชื่อฉัน จะบอกเรื่องฉันไว้อย่างนะ ฉันน่ะไม่ใช่ภูติ แต่ก็ไม่ใช่มนุษย์แล้ว ร่างนี้เป็นเวทมนตร์ของยามากามิซามะที่ชุบชีวิตฉันขึ้นมา ที่จริงฉันน่าจะเสียไปตั้งแต่เด็กแล้ว 

                ก็เหมือนผีนั่นแหละ ไม่มีวันสู่สุขคติ โฮตารุน้ำเสียงเขาทำเอาฉันรู้สึกโหวงเหวงในกระเพาะเลย “เธอจะลืมฉันไปก็ได้นะ

                “ถ้าฉันสัมผัสมนุษย์เวทมนตร์ก็สลาย แล้วฉันก็จะหายไปเขาเสมองไปข้างทาง

                “อืมถ้าสัมผัส ก็จะหายไป เหมือนเกล็ดหิมะเลยเนอะฉันส่งยิ้มให้เขา  กิง ฉันน่ะ แม้แต่อยู่ในฤดูหนาวก็ยังคิดถึงกิง ฤดูใบไม้ร่วงด้วย ฤดูใบไม้ผลิด้วย ฉันสูดลมหายใจเข้าเบา ๆ “ กิง อย่าลืมฉันเชียวนะ อย่าลืมนะ ห้ามลืมเด็ดขาดเลยนะ

                แม้ว่าสักวันหนึ่ง เวลาจะพรากเราให้ต้องแยกจากกัน แต่ว่า ถึงอย่างนั้น จนกว่าจะถึงวันนั้น …. เราอยู่ด้วยกันเถอะนะ
                .
                .
                .
                .


                To Be Continued .... 

 

               

 





ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ นวกัลป์ จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 autumn morning^^ (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 17:14
    รักเรื่องนี้ที่สุด
    #3
    0
  2. #2 Beemie
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 16:00
    ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ เหมือนไรท์เลย ดูกี่รอบก็น้ำตาไหล 555
    #2
    0
  3. #1 sasusaku
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:04
    เจ็บ ทำไม อ.จ ไม่ให้มันมีภาคต่อไป
    #1
    0