Fourteenshorts

ตอนที่ 4 : No.4 เรื่องของทอยด์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ก.พ. 61

เรื่องของทอยด์


         ในฤดูร้อนช่วงปิดเทอม ทุกๆปีเด็กๆในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้มักจะพากันไปทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อคลายความร้อนกันเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ใช่กับเด็กชายผู้นี้


        ทอยด์! นี่ทอยด์! ตื่นได้แล้วนะ นี่มันกี่โมง ดูนาฬิกาสิสายมากแล้วนะลุกขึ้นล้างหน้า   แปรงฟันแล้วมาช่วยแม่ซักผ้าเดี๋ยวนี้!”


       “ อือออ! รู้แล้วน่าแม่ บ่นอะไรนักหนาเนี่ย


       “ เร็วๆเลยนะ เดี๋ยวแม่ต้องรีบไปขายของที่ตลาดอีก ชักช้าอยู่ได้


        “อือ! จะไปเดี๋ยวนี้แหละแม่ บ่นอยู่ได้ ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ!”


        “เอ้า! ว่าให้แม่เหรอ เดี๋ยวก็โดนไม้เรียวหรอก ไอ้นี่หนิ


         เสียงของทอยด์ เด็กชายชั้นมัธยมปลายในหมู่บ้านกำลังเถียงกับแม่ของเขาเป็นประจำทุกวันจนกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว


        ทอยด์เป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่.4 เขาเรียนอยู่ในโรงเรียนเล็กๆแห่งหนึ่งใกล้กับหมู่บ้านของเขา เขามีนิสัยขี้เกียจ ไม่ขยันทำงาน ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ชอบอ่านหนังสือ ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยตามประสาวัยรุ่นไปวันๆ ด้วยนิสัยที่ขี้เกียจ ทำให้เขาไม่ชอบไปไหนมาไหน  นอกจากอยู่บ้าน เขาจึงไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก แม่ของเขาชื่อพร มีอาชีพขายผัก ผลไม้ที่ตลาดหน้าหมู่บ้าน ส่วนพ่อของเขาเสียชีวิตไปนานแล้ว


        ทอยด์มีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง ชื่อว่าศักดิ์ ศักดิ์มีนิสัยแตกต่างกับทอยด์ จะเรียกว่าตรงกันข้ามทุกอย่างเลยก็ว่าได้ ศักดิ์เป็นคนขยัน ตั้งใจเรียน ชอบเที่ยว นิสัยร่าเริงสนุกสนาน


         สวัสดีครับป้าพร ทอยด์อยู่ไหมครับ


        “อ้าว! ศักดิ์ มาหาทอยด์เหรอ มันซักผ้าอยู่หลังบ้านนู้นแน่ะ เดี๋ยวป้าเรียกให้นะ ว่าแล้วป้าพรก็ตะโกนเรียกทอยด์  


ทอยด์! ศักดิ์มาหาแน่ะ ทอยด์!”


        ครับ จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ ทอยด์รีบวิ่งมาหาศักดิ์ที่หน้าบ้านทันที


        นี่ เล่นกันอยู่แถวๆนี้อย่าไปไหนไกลล่ะ มันอันตราย ทอยด์ แม่ฝากบ้านด้วยนะ วันนี้คงกลับดึกๆ


        ครับ ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน


ทุกๆวัน แม่ของทอยด์จะเอาของไปขายที่ตลาดตั้งแต่เช้า โดยเธอได้ชวนทอยด์ไปด้วยหลายครั้ง เพราะจะป็นการฝึกลูกให้รู้จักการขายของและเป็นการฝึกประสบการณ์ในอนาคตไปในตัวด้วย แต่ทอยด์ปฏิเสธทุกครั้ง เป็นเพราะเขาขี้เกียจนั่นเอง จนเธอเอือมระอา จึงปล่อยให้เขาอยู่บ้านกับ กุ๊กกิ๊กสุนัขที่ทอยด์เลี้ยงไว้ กุ๊กกิ๊กเป็นสุนัขพันธุ์ เวลช์ คอร์กี้ (สุนัขสายพันธุ์เวลช์ คอร์กี้(Welsh Corgi) มีถิ่นกำเนิดในแคว้นเวลส์ (Wales) ประเทศอังกฤษ เป็นสายพันธุ์เก่าแก่เมื่อ  3,000  ปีก่อน  ในช่วงศตวรรษที่ 12 เริ่มด้วยตอนแรกเรียกสุนัขพันธุ์นี้ว่า เวลส์ เคอร์ (Welsh Cur) กระทั่งถึงศตวรรษที่ 19 จึงเปลี่ยนมาเรียกเป็น เวลส์ คอร์กี้ (Welsh Corgi) จนถึงปัจจุบัน นิยมเลี้ยงกันในประเทศอังกฤษและประเทศญี่ปุ่น และในประเทศอังกฤษ เวลส์ คอร์กี้ เป็นสุนัขที่ได้รับฉายาว่า  สุนัขประจำราชวงศ์" ด้วย  และยังมีข้อมูลอีกว่า สุนัขพันธุ์ เวลช์ คอร์กี้ ได้ถูกนำมาที่ Wales โดย Flemish ในปี 1100 สุนัขสายพันธุ์เวลช์ คอร์กี้  (Welsh Corgi) เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์หลายพันธุ์คือ Keeshond , Pomeranian, Samoyed, Chow Chow, Norwegian Elkhound และ Finnish Spitz เป็นต้น เป็นสุนัขเลี้ยงแกะขนาดเล็กเป็นสุนัขเฝ้ายามที่ดี  มีอยู่ด้วยกัน  สายพันธุ์  คือ  คาร์ดิแกน  (Cardigan)  หางยาว ปานกลาง  และเพ็มโบรค  (Pembroke)  หางสั้น  ตัวจะสั้นกว่า  กระดูกขาเล็กกว่า) มันมีขนสีน้ำตาลอ่อนบนลำตัวและส่วนหัวและมีขนสีขาวบริเวณท้อง มันอยู่กับทอยด์ได้ 3 เดือนแล้ว ทอยด์กับศักดิ์เจอมันบาดเจ็บอยู่ข้างถนน ด้วยความสงสาร ทั้งสองจึงตัดสินใจนำมันไปรักษาอาการบาดเจ็บจนมันหายดี ทั้งสองจึงตกลงกันว่าใครจะเป็นคนนำไปเลี้ยง สุดท้ายศักดิ์ก็ยกเจ้ากุ๊กกิ๊กให้ทอยด์นำไปเลี้ยง เพราะเขาเห็นว่าทอยด์มักจะอยู่คนเดียว ไม่มีใครอยู่ด้วยเป็นเพื่อนเมื่อเวลาแม่ของเขาออกไปขายของข้างนอกบ้าน ทอยด์จึงนำมันมาเลี้ยงที่บ้านซึ่งในตอนแรกแม่ของทอยด์ก็ไม่อนุญาตเพราะกลัวว่าจะไม่มีเงินค่าอาหารสุนัข  แต่เมื่อทอยด์บอกเหตุผลและยืนยันที่จะเลี้ยงและจะหาอาหารมาเองโดยไม่ต้องลำบากเรื่องเงิน แม่ของเขาจึงอนุญาต


        เฮ้! วันนี้เราจะไปไหนกันดีเพื่อน ไปปั่นจักรยานเล่น หรือนายอยากไปที่ไหนบอกเรามาเลยนะทอยด์


        อืมมมม ขอคิดดูแปบนึงนะ อืมวันนี้เราว่าเราจะอยู่บ้านเล่นกับไอ้กุ๊กกิ๊กมันหน่ะ ฮ่าๆๆ      ขี้เกียจออกบ้าน อยู่กับไอ้กุ๊กกิ๊กดีกว่า มันอยู่คนเดียวส่งสารมันแล้วเดี๋ยวถ้าแม่กลับบ้านมาไม่เจอพวกเราเดี๋ยวแม่ก็บ่นอีก ขี้เกียจฟัง ฮ่าๆๆ


        เออ! ใช่! ลืมเจ้ากุ๊กกิ๊กไปเลยเนี่ย ฮ่าๆๆๆ มันอยู่ไหนเหรอทอยด์ เราอยากเล่นกับมันแล้ว


       อืม….ไม่รู้สิ สงสัยอยู่แถวๆนี้ล่ะมั้ง เห้ย!นั่นไงศักดิ์ ไอ้กุ๊กกิ๊ก เจอแล้วววทอยด์ร้อง


       กุ๊กกิ๊กๆ มานี่เร็ว มานี่ๆ อ้ะมากินขนมเร็วศักดิ์เรียกให้เจ้ากุ๊กกิ๊กมาหาเจ้ากุ๊กกิ๊กที่นอนอยู่บริเวณนั้น เมื่อมันได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเรียก มันจึงรีบวิ่งไปหาเจ้าของเสียงทั้งสองทันที


        ไหน มานี่ซิ โอ้โห! ไม่ได้เจอกันนานตัวอ้วนขึ้นนะเราเนี่ย เป็นไงบ้าง สบายดีมั้ย คิดถึงจังเลย ฮ่าๆๆ ศักดิ์เล่นหยอกล้อกับเจ้ากุ๊กกิ้ก


          เวลาผ่านไป เป็นเวลาบ่ายโมงกว่า ทั้งสองออกคนกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อย จึงพากันมานั่งคุยกันตามปกติ


        เห้ยทอยด์ การเรียนช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง ได้ข่าวว่าไม่ค่อยตั้งใจเรียน ไม่ค่อยส่งงาน แล้วก็หลับในห้องบ่อยเหรอ ทำไมล่ะ ศักดิ์ถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง


       อืม ใช่ เราว่าไม่ค่อยอยากเรียนอ่ะศักดิ์ แบบว่าเรียนไปก็ไม่รู้เรื่อง เนื้อหามันเยอะ แล้วก็ยากมาก เราท้อว่ะศักดิ์ ไม่รู้ต้องทำยังไงดี เฮ้ออ


        หึ้ย อย่าเพิ่งท้อสิเพื่อน วิชาไหนที่ทำไม่ได้หรือเรียนไม่รู้เรื่องก็ถามเราได้นี่ เหมือนที่ผ่านๆมาไง เรายินดีและเต็มใจสอนนายนะ  เพราะนายเป็นเพื่อนรักของเรา


         “อืม ขอบใจมากนะ แต่เราเกรงใจนายมากเลยนะ แบบต้องให้สอนต้องให้บอกตลอดแบบนี้ เราว่าเราอยู่แบบนี้แหละดีแล้ว ”  ทอยด์พูดด้วยเสียงอ่อยๆ


        “เห้ย ไม่ได้นะ ทำแบบนั้นไม่ได้ นายลองคิดดูสิ ถ้านายเป็นเด็กเกเร ไม่ตั้งใจเรียน แล้วในอนาคตโตมานายจะมีอนาคตที่ดีได้ยังไงล่ะ แล้วแม่ของนายล่ะ ป้าพรน่ะเขาน่าสงสารมากนะ ลำบากมาก็มาก นายไม่สงสารแม่เหรอ อยากให้แม่ต้องลำบากรึไงศักดิ์กล่าวให้ข้อคิดทอยด์ เขานิ่งเงียบไป    สักพัก เหมือนจะคิดอะไรอยู่สักพักก่อนตอบไปว่า


        เออ จริงอย่างที่นายพูด เฮ้อ เราขอโทษนะ เราไม่เคยคิดถึงสิ่งพวกนี้มาก่อนเลย วันๆไม่ทำอะไรเอาแต่นอนกับเล่น ไม่เคยช่วยแม่ทำงานหรือทำอะไรให้แม่สบายใจเลย เราจะตั้งใจเรียน ขยันทำงานเหมือนนายนะทอยด์กล่าว


        ดีมากๆ สุดยอดเลยเพื่อน สู้ๆนะศักดิ์กล่าวให้กำลังใจเพื่อนรักให้มีกำลังใจที่เข้มแข็งและนึกถึงชีวิตในอนาคต


        เอ่อ แต่ว่า เราไม่รู้จะเริ่มตรงไหนอะไรยังไงน่ะสิ มีหลายวิชาเลยที่เรียนแล้วไม่เข้าใจ


        อ๋อ เอาอย่างนี้นะ อย่างแรก นายต้องรู้จักจัดสรรเรื่องเวลาก่อน แบ่งเวลาว่าตอนไหนเวลาไหนควรทำอะไร เล่นน่ะเล่นได้แต่ต้องอยู่ในขอบเขตคือแบ่งเวลาเรียนด้วย


        อ่อ เข้าใจแล้ว เราว่าเดี๋ยวเราไปเอาการบ้านมาทำดีกว่า นายช่วยสอนเราหน่อยนะ ฮ่าๆๆๆ”      

  

        “ได้สิเพื่อน เอามาเลยเดี๋ยวสอนให้ สบายมาก ฮ่าๆๆๆ ว่าแล้วทอยด์จึงรีบไปเอาการบ้านมาทำทันที ข้อไหนทำไม่ได้ หรือไม่เข้าใจ ศักดิ์ก็อธิบายจนทอยด์สามารถทำได้ด้วยตนเอง และรู้สึกสนุกกับการทำการบ้าน  ส่วนข้อไหนทำได้ทอยด์ก็จะทำอย่างตั้งใจ จนทำเสร็จทุกวิชา ทอยด์รู้สึกมีความสุขและเกิดความภาคภูมิใจมากที่สามารถทำการบ้านได้หมด  ทอยด์ทำการบ้านเพลินจนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง


        “เห้ย ศักดิ์ เย็นมากแล้วนะยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ ขอบใจนายมากนะศักดิ์  เราเริ่มเข้าใจวิธีการเรียนด้วยตนเอง  และรู้สึกดีใจและเริ่มสนุกกับการเรียนนะศักดิ์ทอยด์ถามศักดิ์


        เออ! จริงด้วย เย็นมากละต้องรีบกลับบ้าน งั้นเราไปก่อนนะทอยด์ มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ


        “โอเคเพื่อน ขอบใจนายมากนะที่อุตส่าห์สอนและอธิบายการบ้านให้จนเราทำได้ เรารู้สึกสนุกกับการทำการบ้านแล้วนะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ บายๆ


        โอเค เจอกัน ศักดิ์บอกลาเพื่อนก่อนจะปั่นจักรยานกลับบ้านทันที 


ทอยด์คิดถึงแม่พร จึงไปหาแม่ที่ตลาด เห็นแม่พรกำลังยกเข่งผลไม้ ด้วยผลไม้ที่อยู่ในเข่งหลายกิโล ทำให้แม่พรรู้สึกปวดหลัง และนั่งลงกับพื้น  ทอยด์เห็นแม่ยกของหนัก จึงรีบเข้าไปช่วยยก  แม่พรเห็นทอยด์มาช่วยยกของก็แปลกใจและดีใจที่ลูกมาช่วย หลังจากที่ขายของในตลาดเสร็จ 2 แม่ลูกก็กลับบ้าน


หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อย แม่พรจึงถามทอยด์ว่า


“ทำไมวันนี้ลูกถึงไปหาแม่ที่ตลาดละลูก แล้วศักดิ์กลับไปนานรึยัง” ทอยด์จึงเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้แม่พรฟัง


ครับ กลับแล้วทอยด์ตอบแม่ไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส  ทอยด์บอกแม่ว่า


แม่ครับ วันนี้ผมทำการบ้านหมดทุกวิชาแล้วครับ ศักดิ์สอนผมทำการบ้าน ผมเริ่มมีความมั่นใจในตนเอง และคิดว่าไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ ถ้าเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่ผ่านมาผมมัวแต่ไม่สนใจเรียน ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการทำการบ้านส่งครู ซึ่งส่งผลต่อผลการเรียนของผมครับแม่ แต่ไปผมสัญญากับแม่ว่า ผมจะตั้งใจเรียน จะไม่เถลไถล จะรับผิดชอบตนเองมากขึ้นครับ”


          แม่พรได้ยินลูกชายพูดแบบนั้นก็รู้สึกดีใจมาก กอดลูกชายไว้แน่น แล้วพูดว่า


“ขอบใจมากลูก แม่ดีใจที่ลูกคิดได้ แค่คิดได้มีความคิดที่จะปรับปรุงตนเอง แม่ก็ดีใจมากแล้วละลูก เพราะแม่ไม่มีสมบัติอะไรให้ลูก นอกจากให้การศึกษา เพื่อในอนาคตลูกจะได้มีงานทำที่ดี  สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แม่ก็แก่เฒ่าไปทุกวัน แต่ลูกยังต้องสู้ต่อไป แค่ลูกคิดได้และจะปรับปรุงตนเอง ตั้งใจเรียน แค่นี้คือสิ่งที่แม่ต้องการเพื่ออนาคตที่สดในวันข้างหน้า แม่ดีใจมากลูกรักของแม่”


          แล้วทั้งสองแม่ลูกก็กอดกันด้วยความรัก ทอยด์คิดในใจและมีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่า  ต่อไปนี้จะต้องเป็นทอยด์คนใหม่ โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ทอยด์คิดในใจ


          นับจากวันนั้นมาทอยด์หลังเลิกเรียนทุกวันและวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ทอยด์ได้ไปช่วยแม่พรขายของและช่วยทำงานงานทุกอย่าง  แม่พรรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ดีของลูกชาย นางรู้สึกดีใจและมีกำลังใจมากขึ้น


เมื่อเสร็จภารกิจต่างๆ ก่อนนอนทุกวัน ทอยด์ก็จะใช้เวลาว่างอ่านหนังสือ และทำการบ้าน ด้วยความตั้งใจ ขยันมุ่งมั่น มีความมุมานะ ถ้าวิชาไหนไม่เข้าใจจะสอบถามครู และเพื่อนรัก ศักดิ์ก็จะอธิบายให้และคอยให้กำหลังใจทอยด์อยู่เสมอ 


ในที่สุดผลการเรียนปลายปี ทอยด์มีผลการเรียนสูงขึ้นจากเดิมมาก เขารู้สึกดีใจและรีบไปบอกแม่พร แม่พรเห็นผลการเรียนของบุตรชายก็รู้สึกดีใจจนน้ำตาไหล กอดลูกชายไว้แน่นบอกลูกด้วยน้ำเสียงสั่นว่า


"แม่ดีใจมากลูกรักของแม่ ขอให้ลูกเป็นเด็กดีและตั้งใจเรียนแบบนี้ตลอดไปเพื่ออนาคตของลูกเอง แม่ยอมเหนื่อยแม่จะทำงานหนักเพื่อให้ลูกได้เรียนหนังสืออย่างที่ลูกอยากเรียน เพื่ออนาคตที่ดีในวันข้างหน้า แม่รักลูกมา ลูกเอ้ย”


นับจากนั้นมาทอยด์จึงเป็นทอยด์คนใหม่ที่มีความรับผิดชอบ มีน้ำใจช่วยแม่ทำงานบ้านและช่วยขายของ เป็นเด็กดีตั้งใจเรียน จนเป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ และคุณครู 


ทอยด์และศักดิ์ก็มักจะพบกันเสมอ ชวนกันทำกิจกรรมร่วมกันเช่น ทำการบ้านด้วยกัน ชวนกันไปเล่นฟุตบอลในวันว่าง หรือไม่ก็เล่นกับกุ๊กกิ๊กสนุกแสนรัก และในตอนค่ำทุกคืนทอยด์ให้เวลากับตนเองก่อนนอน อ่านหนังสือ ทบทวนความรู้ และทำอย่างสม่ำเสมอตั้งใจ โดยที่แม่พรไม่ต้องบอกเหมือนแต่ก่อน


จนในที่สุด เมื่อทอยด์จบชั้น ม.6 ทอยด์ก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยในสาขาที่เขาต้องการและสนใจ ทอยด์ดีใจมาก แม่พรก็มีความสุขใจที่ลูกชายสามารถทำตามที่เขาปรารถนาได้


ครอบครัวของทอยด์จึงอยู่กันอย่างมีความสุข  

 

       

 

 

                                                            
     

1 ความคิดเห็น