Fourteenshorts

ตอนที่ 24 : No.24 การเรียนรู้ในวัยเด็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 มี.ค. 61

การเรียนรู้ในวัยเด็ก


ความทรงจำในวัยเด็กของทุกคนมีเหตุการ์ปะปนกันหลายเรื่อง มีทั้งเรื่องธรรมดาไปจนถึงเรื่องที่น่าตกใจ แม้บางเรื่องอาจจะจำได้เพียงลางๆหรือบางเรื่องก็อาจจะลืมไปแล้ว  ทั้งหมดถือว่าเป็นความทรงจำที่ดีในชีวิตทั้งในเรื่องที่ดีและไม่ดี ซึ่งความทรงจำทุกอย่างในชีวิตมีทั้งแก้ไขได้และแก้ไขไม่ได้ บางเรื่องเมื่อได้เรียนรู้มาแล้วก็ยังสามารถกลับไปแก้ไขได้ดีกว่าปล่อยให้เรื่องมันใหญ่จนกลายเป็นดินพอกหางหมูในภายหน้า บางเรื่องเมื่อพลาดไปแล้วก็ให้จำไว้เป็นบทเรียนในชีวิต เมื่อย้อนกลับไปในวัยเด็ก ซึ่งเป็นวัยที่กำลังมีการพัฒนาทางร่างกายและความรู้ มีเรียนรู้สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นบนโลก ฉันเป็นเด็กคนนึงที่ยังปรับตัวอะไรไม่ค่อยได้เอาแต่ใจตัวเอง ยังใช้ชีวิตในแต่ละวันโดยไม่ต้องเครียดอะไรไม่ต้องมีเป้าหมายในชีวิต


 “ แม่คะหนูไม่อยากเรียนหนังสือแล้วมันยาก หนูขี้เกียจ ฉันถามแม่


แม่ถามหน้าตกใจแล้วถามกลับมาว่า “ ถ้าหนูไม่เรียนแล้วในอนาคตหนูอยู่ยังไง? ”


ฉันจึงตอบกลับแม่ว่า “ ก็หนูไม่อยากเรียนแล้ว หนูอยากทำงานเลย ดูสบายกว่าเรียนอีก หนูเห็นว่าแม่ทำงานไม่เห็นจะมีอะไรมากเลย ”


แม่ตอบกลับมาว่า “ ลูกอาจจะเห็นว่าแม่ทำงานง่ายๆสบายๆแต่ลูกรู้บ้างมั้ย ว่าในสังคมของผู้ใหญ่นั้นมีการแข่งขันสูงมาก ซึ่งมันเหนื่อยมากๆเวลาที่เรากำลังก่อร่างสร้างตัว ”


ฉันอึ้งไปสักพัก แม่จึงถามกลับอีกครั้งว่า “ อยากทำงานหรือยัง ”


ฉันจึงรีบตอบกลับไปว่า “ ไม่แล้วค่ะ หนูอยากเรียนหนังสือมากๆเลย ” ฉันกับแม่นั่งหัวเราะด้วยกันอย่างขบขัน


แต่จะรู้ไม่ผู้ใหญ่ที่โตไปแล้วก็อยากกลับมาเป็นวัยเด็กเหมือนเดิมเพราะแม่เคยบอกเอาไว้ว่าชีวิตในผู้ใหญ่เป็นชีวิตที่การเป็นอยู่ยากลำบากมาก ทั้งการทำตามเป้าหมายทั้งไว้ให้ประสบผลสำเร็จโดยต้องเจอกับคู่แข่งที่แตกต่างกันในด้านความสามารถ ซึ่งต้นทุนชีวิตของแต่ละคนก็มีไม่เท่ากันคนบางคนก็เด็กมาอย่างสุขสบายเหมือนคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด แต่เด็กบางคนเกิดมาในครอบครัวที่ไม่มีทั้งความพร้อมทั้งด้านการเงิน หรือความพร้อมของพ่อแม่ ซึ่งเหมือนกับการเริ่มจากศูนย์ แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือการเกิดมาแล้วมีอวัยวะครบ ๓๒ประการ สติปัญญาปกติ เด็กบางคนมีสติปัญญาที่ดีมากจนเหมือนจะเกินตัวออกไปทำให้เป็นเด็กที่มีความสามารถพิเศษมีความน่าสนใจ ทำให้เกิดการแข่งขันกันระหว่างเด็กทั้งแข่งขันวิชาการ หรือการแข่งขันด้านความสามารถพิเศษ ซึ่งผู้ใหญ่ส่วนมากมักคาดหวังกับลูกตนเองให้ทำผลงานให้ออกมาดีที่สุดเพื่อชื่อเสียงของโรงเรียนและครอบครัว แต่หารู้ไม่เด็กบางคนเมื่อถูกกดดันทางครอบครัวและสังคมบางครั้งจึงก็เกิดการท้อแท้ การเหนื่อย บางครั้งก็รู้สึกว่าถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ทั้งๆที่ในชีวิตก็ยังอยากใช้ชีวิตสนุกสนานปกติแบบเด็กคนอื่น สืบมาจากบางครั้งเวลาที่เด็กเลิกเรียน หรือ วันเสาร์และวันอาทิย์ ผู้ปกครองบางส่วนก็บังคับให้เด็กๆต้องไปเรียนเสริม หรือ เรียกว่า เรียนพิเศษ ทำให้เวลาที่เสียไปทั้งหมดถูกนำไปใช้กับการเรียน แต่เด็กบางคนที่ไม่ได้เรียนเก่งอะไรมาก กลับดูไม่สำคัญในสายตาผู้ใหญ่ทั้งๆภายในตัวของเด็กเองยังมีความสามารถอื่นที่ยังต้องดึงออกมาแค่เพียงต้องใช้เวลาอีกหน่อย ซึ่งบางครั้งเรื่องเหล่านี้ทำให้เด็กที่ไม่ได้เรียนเก่งอะไรมากก็น้อยใจในสิ่งที่ตนเองเป็นอยู่ ฉันเป็นเด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้เรียนเก่งอะไรมากและก็ไม่ได้ขยันแบบเด็กคนอื่นแต่ฉันเป็นที่ใช้สัญชาติญาณในการใช้ชีวิตที่ค่อนข้างดีเพราะเวลาที่มีการสอบเก็บคะแนนฉันจะพยายามอาศัยคนข้างๆในการทำข้อสอบ หรือ เมื่อมีงานในห้องฉันจะพยายามรีบทำให้เสร็จก่อนโดยการทำงานกับเพื่อนไปพร้อมๆกัน โดยที่จะได้ไม่โดนหักคะแนน


บ่อยมากที่ฉันแอบร้องไห้คนเดียวในเวลาที่รู้สึกน้อยใจและเหนื่อยจากการเรียนทั้งในห้องเรียน และ ที่บ้าน ฉันมักเข้าไปอยู่ในห้องคนเดียวแล้วร้องไห้ให้เกิดเสียงน้อยที่สุดที่จะทำได้เพราะถ้าหากว่ามีใครมาเห็นเขาก็จะคิดว่าเราอ่อนแอ่ เอาตัวรอดในสังคมไม่ได้


“ แม่คะ ทำไมหนูต้องเรียนเยอะขนาดนี้ หนูปวดหัวหนูเรียนไม่ไหวแล้วหนูขอพักหน่อยได้มั้ย ” ฉันถามแม่ด้วยอาการปวดหัว


“ ลูกโตแล้วลูกควรตั้งใจเรียนมากกว่านี้เพราะเกรดของลูกที่ออกมาในเทอมนี้มันน้อยมากเลยนะ ” แม่พูดออกมาโดยทำให้ฉันไม่พอใจเป็นอย่างมาก


“ ทำไมแม่ต้องมาคอยสั่งหนูให้ทำนู่นทำนี่ตลอดเลย แม่เคยสนใจความรู้สึกหนูบ้างมั้ย ว่าหนูอยากอยากทำอะไรบ้าง หนูสนใจเรื่องอะไรหนูถนัดเรื่องไหน แม่เอาแต่บังคับให้หนูทำในสิ่งที่หนูไม่ชอบ ไม่ถนัด ” ฉันเถียงออกไป พร้อมน้ำตาที่เก็บเอามาไว้เป็นเวลานาน


แม่ไม่พูดอะไรพร้อมเดินออกไปนอกห้อง


จนมาวันหนึ่งแม่ได้บอกกับฉันว่าที่แม่คอยบังคับให้ฉันทำนู่นทำนี่ตามที่แม่บังคับ เป็นเพราะว่าแม่อยากให้ฉันมีอนาคตที่ดี เพราะแม่เคยผ่านน้ำร้อนมาก่อน จนตอนนี้ฉันจึงเข้าใจความรู้สึกของแม่ที่อยากให้ฉันสุขสบายในอนาคต


วัยเด็กแล้วยังมีการเรียนรู้เรื่องอื่นๆนอกห้องเรียนอีกด้วยนั่นคือประสบการณ์การใช้ชีวิต ในชีวิตฉันได้เรียนรู้เรื่องในชีวิตต่างๆมากมายทั้งการทำผิดพลาดและอุบัติเหตุ อุบัติเหตุในวัยเด็กของฉันมีมากมายมาก ส่วนมากมักจะอุบัติเหตุเล็กน้อยไปจนถึงอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ตอนเด็กของฉัน ฉันเป็นเด็กที่ไม่ได้มีสุขภาพดีมากมีโรคประจำตัวเป็นโรคภูมิแพ้ ตอนเด็กๆเวลาที่ออกไปนอกบ้านมักมีอาการภูมิแพ้ เป็นผดผื่นเกิดขึ้นตามตัว อุบัติเหตุที่พบส่วนใหญ่ในชีวิตของฉันคือหัวแตก ในชีวิตของฉันมีการหัวแตกไปหลายครั้ง ในครั้งแรกวันนั้นเป็นวันที่ฉันไปเที่ยวบ้านของอาม่า บ้านของอาม่ามีลักษณะเป็นประตูเหล็กเลื่อนเหมือนร้านขายของแบบจีน ในตอนนั้นฉันเล่นกับพี่สาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันอย่างสนุกสนานแต่จู่ๆ ประตูเหล็กบ้านอาม่าก็หล่นลงมาทับหัวทำให้ฉันหัวแตกซึ่งตอนนั้นก็เย็บหัวไปทั้งหมด 5 เข็ม


“ พิมพ์ๆ มาเล่นวิ่งไล่แปะกัน พิมพ์เป็นคนไล่แปะนะ ” ลูกพี่ลูกน้องของฉันที่ชื่อน้ำกล่าว


“ โอเคค่ะ ” ฉันกล่าวตกลงพร้อมรีบไปวิ่งเล่นกับพี่น้ำกันอยากสนุกสนาน


ในระหว่างที่ฉันกำลังวิ่งอยู่นั้น “ ตุบ ” ฉันลงไปนอนกับพื้นเมื่อพบว่าประตูบ้านอาม่าลงมาทับหัวฉัน ฉันนอนจมกองเลือดอย่างหมดสติไป ทำให้พี่น้ำตกใจมากจนรีบไปบอกผู้ใหญ่มาดูอาการของฉัน  


เมื่อแม่เห็นฉันหัวแตกแม่กับพ่อก็รีบอุ้มฉันไปยังรถ เพื่อที่จะได้ไปโรงพยาบาล


เมื่อฉันตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าฉันกำลังนอนอยู่ที่โรงพยาบาลโดยถูกเย็บหัวจากการหัวแตก ๘ เข็ม ซึ่งการเรียนรู้ครั้งนี้เป็นครั้งแรงที่รุนแรงที่สุดมากกว่าครั้งหลังๆ


จากการเรียนรู้เหล่านี้ทำให้ฉันรู้ว่าฉันควรเอาตัวรอดอย่างไรในสถานการณ์ชีวิตจริงและการปรับัวให้เข้ากับปรับตัวให้เข้ากับปัญหารูปแบบต่างๆ

 

 

 


1 ความคิดเห็น