Fourteenshorts

ตอนที่ 2 : No.2 แอบรักออนไลน์ :nchxbz

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 มี.ค. 61

เชื่อว่าการแอบชอบใครสักคนในรั้วโรงเรียนมัธยมเป็นเรื่องที่ทุกคนเคยผ่านมาแล้วครับ ได้แอบมองสายตาของใครสักคนเวลาที่เขาเผลอ รู้สึกเขินเวลาที่เพื่อนสนิทในกลุ่มล้อเราเวลาที่เดินสวนกับกลุ่มเพื่อนของเขาหรือการที่ได้ชวนเขาคุยกันสองต่อสองในเวลาที่มีโอกาส ล้วนเป็นความทรงจำที่ทุกคนเคยมีครับ แม้กระทั่งตัวของผมเองที่อาจจะไม่มีประสบการณ์ในด้านความรักมากนักแต่ก็ยังแทบคิดไม่ถึงว่าตัวเองก็เคยมีครับ

เฮ้ยโอม ในสตอรี่ไอจีอะแกแอบชอบใครวะ บอกฉันหน่อยดิๆ เสียงของ พิม เพื่อนสนิทในกลุ่มของผมเอ่ยขึ้นมาในขณะที่ตัวผมเองนั้นกำลังนั่งเหม่ออยู่ที่ม้านั่งใต้ตึกก่อนที่จะรู้สึกตัวได้จนดึงสติตัวเองกลับมามองกลุ่มเพื่อนที่นั่งกันอยู่ข้างหน้า กลุ่มเพื่อนของผมในห้องนั้นมีอยู่กัน ๔ คนครับ รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้นแล้ว พอขึ้นมัธยมปลายมาก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น คนแรกคือ พิม สาวผิวขาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับผม พิมเป็นคนสวยครับในสายตาของผม เธอเป็นคนกล้าแสดงออก เฮฮา ละก็มีพรสวรรค์ในหลายด้านๆเช่น ร้องเพลง แสดงละครอย่างงี้มันทำได้หมด ถัดมาเป็นมายด์ครับ เพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกันกับผมตั้งแต่มัธยมต้น คนภายนอกอาจจะดูว่าหยิ่งนะครับแต่พอได้รู้จักแล้วจะกลับไปคิดแบบเดิมคงไม่ได้แน่ๆ เธอเป็นคนเรียนเก่งครับตอนมอต้นได้เกรดสี่มาตลอด บางทีผมก็อิจฉามันสุดๆ คนสุดท้ายชื่อฟ่างครับ ฟ่างเป็นคนตัวเล็กครับ เป็นคนคุยเก่งครับ มีอะไรก็ปรึกษาฟ่างนี่แหละสบายใจที่สุดแล้ว ตอนนี้ฟ่างกำลังแอบชอบรุ่นพี่อยู่บ่อยครั้งที่พวกผมชอบแซวบ่อยๆเวลาเดินผ่านกลุ่มพี่เขา

เออใช่ เมื่อคืนก็ว่าจะถามอยู่เหมือนกันอะ มีความรงความรักนะเว้ย เดี๋ยวนี้ ฟ่างแทรกขึ้นมาทันทีที่บทสนทนาของพิมจบลง

บ้าเว้ย ก็ไม่ได้ชอบใครอะ ลงเป็นกระแสเล่นเฉยๆไง ผมหน้าชาไปสักพักก่อนที่จะตอบเพื่อนไปอย่างอ้ำๆอึ้งๆ

 โห ไม่เชื่อเว้ยคนอย่างแกเนี่ยนะจะลงเป็นกระแสอะ ขี้โม้ๆๆพิมสวนกลับพร้อมกับชี้นิ้วเป็นเชิงหยอกล้อหันมาทางผม

เห็นด้วยเว้ย บอกมาเหอะน่าก็แค่โดนเพื่อนล้อเอง บางทีอาจจะสมหวังก็ได้นะมายด์ที่นั่งฟังพวกผมคุยกันอยู่ตั้งนานถอดหูฟังออกจากหูของมันแล้วจ้องมองมาที่ผม เป็นอันรู้แล้วว่ามายด์แอบฟังเรื่องนี้เงียบๆมาตั้งนานแล้ว  

ก็...ก็...ไม่มีไง โถ่ ถ้ามีฉันก็บอกพวกแกไปนานแล้วผมตอบกลับไปอย่างห้วนๆก่อนที่จะหยิบถุงขนมในกระเป๋าสะพายหลังออกมากิน

เออ...ใช่ เมื่อคืนพวกแกได้ดู ละครที่ฉายช่อง๓ หรือยัง สนุกมากเลยเนาะผมทักสวนกลับไปหาพวกเพื่อนก็กำลังอยากรู้คำตอบจากคำถามของพิมที่ค้างคาอยู่เพื่อเป็นการเปลี่ยนเรื่องคุย

โห่...อะไรอะ เปลี่ยนเรื่องนี่ บอกมาเลยนะเว้ย ตอนนี้แกแอบชอบใครวะๆฟ่างพูดพร้อมกับหัวเราะ เอ่อ...ก็ไม่..เห้ยเที่ยงครึ่งละอะ จะถึงคาบต่อไปแล้วรีบไปเรียนกันเถอะ ไปช้ามีหวังครูกมลวรรณล็อคห้องพวกเราแน่ๆผมตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อนหลบหลีกการสนทนาจากกลุ่มเพื่อนอีกครั้งก่อนที่จะทำเป็นรีบเก็บของบนโต๊ะลงในกระเป๋าอย่างลุกลี้ลุกลน

เออ ใช่ๆรอบที่แล้ว ครูก็เตือนไปแล้วนี่ รีบๆเหอะๆทันทีที่ได้ยินมายด์ก็รีบเก็บของลงในกระเป๋ก่อนที่อีกสองคนจะลุกขึ้นเตรียมถอดรองเท้านักเรียนวิ่งขึ้นตึกกันอย่างสมานฉันท์

ป่ะ รีบไปเหอะแก ฉันไม่อยากนั่งเรียนนอกห้องนะฟ่างตะโกนบอกแล้วจากนั้นพวกผมทั้งสี่คนก็เตรียมที่จะวิ่งขึ้นตึกเพื่อไปเรียนคาบต่อไปอย่างรีบเร่งในที่สุด

ตรงมุมขวาล่างจะมีมุมsin 37 องศาซึ่งมีค่าเท่ากับ.....เสียงคุณครูกมลวรรณ คุณครูวิชาฟิสิกส์ของพวกผมดังลั่นห้องเรียนซึ่งเหมือนกำลังโต้เถียงกับเสียงนักเรียนคุยกันในห้องที่ดังสู้กันอย่างเจื้อยแจ้ว ผมนั่งเหม่อออกไปทางหน้าต่างเพื่อชมทิวทัศน์รถยนต์ในเมืองสวนกันอย่างขวักไขว่พลางนึกถึงคำถามที่ พิมถามขึ้นเมื่อเช้านี้โดยที่ตัวผมเองนั้นไม่ได้มีความสนใจกับเรื่องที่คุณครูสอนมากนัก เฮ้ย ในสตอรี่ไอจีอะแกแอบชอบใครวะ บอกฉันหน่อยดิๆ ทันทีที่นึกคิดถึงคำถามนั้นภาพของเด็กสาวคนหนึ่งก็พลันโผล่ขึ้นมาในความคิดทันทีทันใด เธอเป็นคนตัวเล็กส่วนสูงดูเท่ากับขนาดไหล่ของผม ผิวสีขาวนวลนั้นดูเข้ากันได้ดีกับเหล็กดัดฟันสีฟ้าใบหน้าจิ้มลิ้ม เธอชื่อฝ้ายครับ เรียนอยู่คนละห้องกับผม เรารู้จักกันสมัยตอนกีฬาสีโรงเรียนที่ผ่านมาเมื่อเดือนที่แล้วแต่ด้วยความที่แต่ละคนก็มีงานที่ตัวเองต้องทำเลยไม่ได้คุยกันมากนักด้วยความที่ผมนั้นเป็นคนที่ชวนคุยไม่ค่อยเก่ง การสนทนาบ่อยครั้งก็คงจะเน้นไปที่เรื่องงานกีฬาสีเป็นหลักครับถึงแม้ว่าในใจของผมเวลาที่ได้คุยกับฝ้ายนั้นมันไม่ได้รู้สึกอยากที่จะเป็นแค่เพื่อนต่างห้องครับ ผมแอบส่องเธอผ่านโซเชียลมีเดียมาตั้งนานแล้วตั้งแต่จำความได้แต่ก็ไม่มีโอกาสที่ทำให้ผมนั้นจะได้ใกล้ชิดกับเธอมากยิ่งขึ้นไปอีกจนมาถึงกีฬาสีนี่แหละครับ ฝ้ายเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างจะมีความห้าวในตัวพอสมควร เป็นผู้หญิงที่ดูภายนอกแล้วพึ่งพาตัวเองได้แต่พอเมื่อได้คุยกันได้รู้จักกันแล้วทำให้ผมนั้นตกหลุมรักในความน่ารักของเธอมากยิ่งขึ้นไปอีกครับ เธอเป็นคนง่ายๆไม่เรื่องมากและเป็นคนที่ดูสดใสร่าเริงมากในสายตาของผมเอง มีบ่อยครั้งที่ผมนั้นจะชอบแอบมองสายตาของเธอเวลาเผลอครับ ดวงตาคมกล้าเปล่งประกายคู่นั้นมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาและสีสันที่มองกี่ที่ก็ไม่ทำให้รู้สึกเบื่อได้เลย หลังจากที่ผมนั่งเหม่อได้สักพัก ออดโรงเรียนก็ส่งเสียงดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกว่าหมดเวลาเรียนของคาบคุณครูกมลวรรณซึ่งเป็นคาบเรียนสุดเท้ายของวันนี้เรียบร้อยแล้ว นักเรียนเกือบทั้งห้องก็พร้อมใจกันเก็บของใส่กระเป๋าและเตรียมตัวกลับบ้านบ้าง เรียนพิเศษบ้าง ไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง ผมเลิกสนใจกับทิวทัศน์ของนอกหน้าต่างก่อนที่จะเก็บหนังสือที่อยู่บนโต๊ะเรียนใส่กระเป๋าและยกเก้าอี้ขึ้นเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน

เห้ยๆ โอมวันนี้คณะกีฬาสีนัดประชุมเรื่องเกียรติบัตรของนักกีฬาอะ แกไปกับพวกฉันหน่อยสิ เสียงของมายด์และพิมถามผมขึ้นภายในห้องเรียนด้วยน้ำเสียงไปทางเชิงชักชวน

เออ ได้สิ แล้ววันนี้ฟ่างไปไหนอะ ทำไมกลับเช้า?” ผมเอ่ยไปถามมายด์และพิมหลังจากที่ยกกระเป๋าขึ้นมาสะพายหลัง

วันนี้ฟ่างมันติดนัดทำฟันอะ เลยกลับก่อนอ่าวนี่แกยังไม่รู้หรอ

ดูก็ไม่น่าจะรู้นะ ฉันเห็นโอมมันนั่งเหม่อคาบฟิสิกส์ทั้งคาบอะ ฟ่างมันก็รีบด้วยแหละ

หลังจากบทสนทนาของมายด์และพิมจบลงสิบนาทีหลังจากนั้นพวกผมทั้งสามคนก็เดินไปยังห้องประชุมของโรงเรียนเพื่อเข้าประชุมเรื่องกีฬาสีอีกครั้งและมันทำให้ผมได้พบกับ ฝ้าย ใช่ เธอก็มาประชุมด้วยครับเพราะอาจด้วยเหตุผลที่เธอเป็นหัวหน้าชมรมบาสเกตบอลหญิงด้วยกระมัง ฝ้ายโบกมือให้ทันที่ที่เธอเห็นผมเดินเข้าไปในห้องประชุมกับกลุ่มเพื่อน ผมยิ้มแล้วโบกมือทักทายกลับก่อนที่จะเดินไปหาฝ้ายเพื่อรอมายด์และพิมประชุมเรื่องกีฬาสีเสร็จ

ว่าไง มาทำเกียรติบัตรให้นักบาสหรอผมเริ่มบทสนทนาทันทีที่เดินเข้าไปใกล้ฝ้าย

อือใช่ แล้วแกอะ มาประชุมด้วยหรอฝ้ายถามกลับแล้วยิ้มให้

ไม่อะ เรามารอมายด์กับพิมประชุมอะ แล้วนี่หลังประชุมไปไหนต่อเนี่ยผมนั่งลงข้างเก้าอี้ที่ฝ้ายนั่งหลังจากตอบคำถามของเธอเสร็จ วันนี้ฝ้ายดูแปลกตาไปครับ เหล็กดัดฟันสีฟ้าที่ผมคุ้นตาถูกเปลี่ยนเป็นเหล็กดัดฟันสีชมพูอ่อน มันยิ่งทำให้เข้ากันได้ดีกับใบหน้าคมของเธอ วันนี้เธอสวยเป็นพิเศษครับ

ก็น่าจะไปเรียนพิเศษแหละ เรียนไม่ทันเลยช่วงนี้ แกอะ

โห ขยันจังอะ เราน่าจะกลับบ้านมั่ง เล่นเกมอะ

ก็ไม่หรอก เราไม่ได้ไปนานแล้วแหละ เออเนี่ยเล่นแต่เกม ระวังสอบตกเอานะฝ้ายตอบด้วยน้ำเสียงที่ติดตลกเป็นเชิงแซวเล่น ผมยิ้มตอบก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องโปรดขึ้นมาเล่นเพื่อฆ่าเวลา

เออเนี่ย มันมีบูธขนมมาเปิดหน้าโรงเรียนเราอะ อยากกินอะ ไปกินกันปะ เมื่อความเงียบเข้ามาแทนที่สักพัก จู่ๆฝ้ายก็ยื่นโทรศัพท์ของเธอมาให้ผมดู มันปรากฏเป็นรูปขนมวาฟเฟิลช็อคโกแลตครับ แต่ที่น่าตื่นเต้นคือฝ้ายนั้นชวนผม ถึงกระนั้นผมคงไม่มีทางที่จะปฏิเสธเธอแน่นอนครับ

เออๆ น่ากินว่ะ ไปกันตอนนี้ปะ ว่างพอดี กว่าจะประชุมเสร็จก็อีกชั่วโมงครึ่งเลยผมชวนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

เออ เอาดิๆ วันนี้เบื่อๆด้วยอะ งั้นเดี๋ยวกินเสร็จเราค่อยไปเรียนละกัน ขออ้วนวันนึงฝ้ายพูดก่อนที่จะยิ้มกว้างให้ผม

 อือ เอาสิผมยิ้มก่อนที่จะเดินตามหลังร่างเล็กออกห้องประชุมไป

           

ป้าคะ เอาวาฟเฟิลช็อคโกแลตเพิ่มวิปครีมสองค่ะผมมองฝ้ายที่ยืนสั่งขนมหวานกับป้าคนขายทางด้านหลังเงียบๆ นี่แหละครับเป็นสิ่งที่ทำให้ผมตกหลุมรักเธอ ความสดใส ความน่ารัก ความไร้เดียงสา มันเหมือนราวกับได้ชาร์จพลังทุกครั้งที่ได้คุยและได้เจอ

ยิ้มทำไมอะ มีอะไรติดหน้าเราป่ะจู่ๆฝ้ายก็เริ่มบทสนทนาขึ้นพร้อมกับเอามือของเธอปัดไปตามใบหน้า

อ๋อ เปล่าๆเราก็แค่เหม่อๆอะผมรู้สึกตัวหลังจากเหม่อมองเธอก่อนที่จะตอบคำถามของฝ้ายอย่างอ้ำๆอึ้งๆ

อ่าว ไม่มีหรอก็นี่เห็นแกมองเราซะนานเลย ก็นึกว่าจะมีอะไรติดซะอีก ฝ้ายรับขนมที่สั่งไว้เมื่อสักครู่ก่อนจะยื่นให้ผมชิ้นนึงแล้วเดินนำผมเพื่อกลับไปหอประชุม

หลังจากนั้นไม่กี่นาทีงานประชุมกีฬาสีก็เสร็จลง พวกผมจึงแยกย้ายครับ มายด์และพิมแยกกันกลับบ้านส่วนฝ้ายนั้นก็ขอตัวไปเรียนพิเศษก่อน สำหรับวันนี้ก็เป็นอีกวันครับที่ทำให้ผมลืมความเครียดที่เจอมาทั้งวันได้อย่างปลิดทิ้ง การที่เราได้เจอหรือใช้เวลาไปกับคนที่เรารักหรือคนที่เราปลื้มมันก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ชีวิตเราทุกคนต้องเคยประสบพบเจอ ความรักเป็นสิ่งสวยงามและอ่อนโยนละเอียดอ่อนมาก ซึ่งผมนั้นก็มีความสุขเมื่อได้ใช้เวลากับคนคนนั้นครับ บางทีโลกอาจจะดลบันดาลให้เราสองคนนั้นมีโอกาสสมหวังกันทั้งคู่ก็เป็นได้ ผมคิดแบบนั้นครับ

จบบริบูรณ์

nchxbz


 

 

 

                                                        
     

1 ความคิดเห็น