Fourteenshorts

ตอนที่ 10 : No.10 เพื่อนกับความทรงจำ : อาสะเปี๊ยะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ก.พ. 61

เพื่อนกับความทรงจำ


ในช่วงชีวิตของคนเรานั้นจะมีอะไรที่สำคัญสำหรับเราบ้าง หลายคนก็ต่างเรียนเพื่อให้มีความรู้มีอนาคตที่ดี เพื่อประกอบอาชีพที่เราต้องการ แต่หากว่าระหว่างทางนั้นมีช่วงเวลาที่จะจดจำไปตลอดชีวิต มันเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนเคยผ่านมาคือช่วงที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษา สำหรับผมนั้นช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ไม่อาจลืมเลือน ในช่วงนี้จะมีสิ่งหนึ่งที่เราเรียกมันว่า “เพื่อน” เพื่อนนั้นเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเราทุกคน เพื่อนไม่ใช่เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่เพื่อนเป็นมากกว่านั้น เป็นเหมือนครอบครัว เหมือนพี่น้อง และผ่านอะไรด้วยกันมามากมาย ซึ่งจะเป็นความทรงจำที่ประทับใจที่สุดในชีวิต ถึงแม้ว่าจะมีทะเลาะกัน โกรธกันบ้าง ก็ตามประสาเด็ก แต่ก็กลับมาดีกันและเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม และมีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมจำไม่เคยลืม ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ใกล้จะปิดเทอมตอนม.3 เป็นช่วงที่ทุกคนเตรียมตัวจะสอบเข้าม.4 กันแล้วทางโรงเรียนได้พานักเรียนม.3 ห้องพิเศษไปทัศนศึกษาที่ชลบุรี ผมกับเพื่อนๆ ต่างดีใจกันมี่จะได้ไปเที่ยว และเฝ้ารอว่าวันไหนจะได้ไปสักที เวลาช่วงนี้เหมือนเป็นเวลาที่นานมากๆ แต่ที่จริงมันก็เท่าเดิมเพียงแต่เราคิดไปเองว่าเมื่อไหร่จะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนสักที พอใกล้ถึงวันที่จะไปเที่ยวกัน  ผมกับเพื่อนก็เตรียมตัวกันว่าจะเอาหนังไปดูด้วยระหว่างเดินทาง เราก็ช่วยกันเลือกหนังกัน พอถึงวันที่เดินทางเราก็เอาหนังมาเปิดดูกัน แต่ก็ดูได้นิดเดียวพวกเราก็หลับกันเพราะว่าตื่นเช้ามาก เมื่อไปถึงที่หมายครูก็ให้ไปหาซื้อข้าวเย็นกินเองแล้วก็กลับเข้าที่พัก ที่จริงแล้วครูได้จัดห้องให้นักเรียนแล้ว แต่พวกเราก็ไม่ได้นอนตามที่ครูจัดให้ พวกเรามานอนรวมกันที่ห้องเดียวที่เป็นห้องใหญ่ที่สุด กว่าเราจะนอนกันก็ประมาณเที่ยงคืน เพราะมันแต่เล่นกัน ซื้อน้ำซื้อขนมมากินกัน ครูบอกว่าให้ตื่นประมาณตี5 แต่ผมตื่นขึ้นมาก่อนเพราะว่าหนาวจนนอนไม่ได้ นอนก็แย่งผ้าห่มกันไปกันมา ก็เล่นเปิดแอร์ซะ 17 องศา ใครมันจะไปนอนได้ วันนั้นน่าจะเป็นวันที่ตื่นเช้าที่สุดแล้วมั้ง55555 พอผมตื่นมาก็พยายามปลุกพวกเพื่อนๆ ให้ตื่น  แต่ก็ไม่ยอมตื่นกันซักที จะหลับก็หลับไม่ลงแล้วก็ต้องยอมตื่น ผมก็เลยเปิดเพลงแกล้งพวกมันซะเลย55555 กว่าจะตื่นกันก็นานพอสมควร จากนั้นก็แยกย้ายกลับห้องกันแล้วเตรียมตัวไปเที่ยวต่อ เราก็เที่ยวกันตามที่ทางโรงเรียนจัดให้ แต่เรื่องที่จะเล่านั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับการเที่ยว


 แต่มันอยู่ที่ที่พักที่หนึ่ง!!!!!


          เป็นบ้านพักใกล้ๆ กับทะเลพอพวกเราไปถึงครูก็บอกให้เอาของลงจากรถแล้วก็จัดแจงห้องพัก ผู้ชายกับผู้หญิงนอนแยกกันคนละหลัง ข้างในบ้านมีห้องแยกอยู่ประมาณ 4 ห้องมี 2 ชั้น ชั้นล่างมี 2 ห้องและก็มีห้องโถงใหญ่ชั้นบนจะมีห้อง 2 ห้องพอเดินขั้นบันได้ไปก็จะเจอห้องอยู่ข้างซ้ายมือและก็มีระเบียงข้างนอกห้องด้วย พวกผมกับเพื่อนๆ ก็คุยกันว่าจะนอนชั้นบนกัน พอตะวันตกดินผู้ชายทั้งหมดก็มารวมกันที่ห้องโถงชั้นล่าง ชั้นล่างจะมีทีวีอยู่ แล้วก็มีเครื่องเสียงพร้อมสำหรับร้องคาราโอเกะ พวกเราก็ร้องเพลงกันเสียงดังเลย5555 จนครูเข้ามาบอกว่าห้ามร้องเพลง เราก็เลยอดร้องเพลงกัน แต่ก็เล่นเกมแทนก็ได้ ระหว่างนี้ต่างคนก็ต่างพลัดกันอาบน้ำ เพราะห้องน้ำมี 2 ห้อง แต่คนในบ้านมี 20 คน ก็กว่าจะอาบกันเสร็จทุกคนก็ใช้เวลานานทีเดียว พอห้องน้ำว่างผมก็เข้าไปอาบแล้วก็กลับมาเล่นเกมกันต่อที่ห้องโถง เพื่อนคนต่อไปก็เข้าไปอาบน้ำต่อ แล้วมีเพื่อนผมคนนึงเป็นเพื่อนสนิทผม สมมติว่าชื่อโอมละกัน เขาจะขึ้นไปตามผมให้มาเล่นกันที่ห้องโถง โอมก็เดินขึ้นไปชั้นบนตามบันไดพร้อมกับก้มเล่นโทรศัพท์ไปด้วยแล้วก็เปิดห้องดู ปรากฏว่าไม่มีใครในห้อง หลังจากนั้นโอมรีบวิ่งลงมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับตะโกนเรียกชื่อผมอย่างดัง แล้วก็เห็นผมนั่งอยู่ที่ห้องโถง โอมทำหน้าตกใจมากแล้วก็บอกผมว่า


“เห้ยย!!! อยู่ข้างล่างนี้ตั้งแต่ตอนไหนวะ” โอมตะโกนเรียกผมด้วยความตกใจ


“ก็อยู่นี่ตั้งนานแล้ว ทำไม มีอะไรหรอ?” ผมตอบกลับไปแล้วก็สงสัยว่าโอมเรียกทำไม


“ก็เห็นมึงเดินขึ้นไปข้างบน ก็เลยจะไปตาม แต่ไม่มีใครอยู่บนห้องซักคนเว้ย!!!!” โอมทำหน้าตกใจมาก


“ก็เราอยู่ข้างล่างไง” ผมตอบกลับไป


“ไม่ เรายังเห็นมึงเดินขึ้นไปข้างบนอยู่เลย แล้วเราเดินตามไป เราจำกางเกงได้แล้วพอเดินไปถึงหน้าห้องก็ไม่มีใครซักคน เราก็เปิดเข้าไปในห้องก็ไม่มีใครอีก” โอมตอบกลับอย่างรวดเร็ว  (วันนั้นผมใส่กางเกงสีเหลืองแล้วโอมก็จำลักษณะได้)


 “ตาฝาดรึปล่าว อย่าพูดแบบนี้ดิ น่ากลัวนะเว้ย” ผมรู้สึกกลัวนิดๆ


“พูดจริงๆ!!! เอาไงดี จะบอกคนอื่นมั้ย” โอมบอก


“เห้ยบอกคนอื่นเดี๋ยวเขาก็ตกใจกันหรอก บอกคนที่สนิทก่อนละกัน แล้วค่อยบอกครู”ผมเริ่มตกใจแล้วแหละ5555


จากนั้นก็ไล่บอกคนที่สนิท ต่างคนก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ จนพากันไปบอกครู ครูก็เรียกทุกคนมารวมกันที่ห้องโถงแล้วล่าเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนฟัง และบอกให้อย่าไปทำอะไรไม่ดี ทำอะไรที่ไปลบหลู่เขา เพราะเรามาอาศัยบ้านเขาพักแค่คืนเดียว หลังจากนั้นก็ไม่อยู่กันคนเดียว เวลาไปไหนก็ไปกันหลายๆ คน ไม่ยอมไปคนเดียว เพราะกลัวผี5555 แล้วเราก็เข้าห้องแล้วก็นอนกันเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านกัน


หลังจากกลับมาถึงเชียงรายก็มีเพื่อนอีกคนสมมุติว่าชื่อบาสละกัน บาสเล่าให้พวกราฟังว่าวันนั้นบาสได้อยู่ในห้องคนเดียวแล้วก็วิดิโอคอลกับเพื่อนที่อยู่เชียงรายแล้วเพื่อนของบาสก็บอกว่าเห็นใครก็ไม่รู้อยู่ข้างหลังบาส ทั้งๆ ที่บาสอยู่ในห้องคนเดียว พอพูดแบบนี้เราก็เชื่อเลยว่าบ้านหลังนั้นมีอะไรจริงๆ ถึงแม้เรื่องนี้เราจะไม่รู้ว่าจริงหรือปล่าวแต่ผมก็ไม่ลืมและเก็บไว้เป็นความทรงจำว่าครั้งนึงเราเคยเจออะไรแบบนี้กับเพื่อนๆ 5555 ถึงมันจะไม่ใช่ความทรงจำที่ดีมากก็เถอะ ฉะนั้นเราควรเก็บความทรงจำที่มีเพื่อนๆ เอาไว้บ้าง ถึงแม้เพื่อนจะไม่ใช่ทุกอย่างแต่ถ้าเราไม่สบายใจอะไรเราก็ยังมีเพื่อนคอยอยู่เคียงข้างเสมอ จนปัจจุบันนี้ก็เรียนอยู่คนละห้องกันแต่ก็ยังเป็น “เพื่อน” เสมอ

                                                            
     

1 ความคิดเห็น