Fourteenshorts

ตอนที่ 1 : No.1 เพื่อนข้างบ้าน : Cosmos

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ก.พ. 61

เพื่อนข้างบ้าน


เฮ้ย บลู แกรู้จักคนนี้เปล่าวะ”


คนที่นั่งข้างๆฉันยื่นโทรศัพท์มือถือของมันที่มีรูปผู้หญิงที่...ขนาดฉันเป็นผู้หญิงยังต้องยอมรับเลยว่าสวยมากๆคนหนึ่งมาให้ฉันดู มันชื่อ ฌอน ฉันรู้จักกับมันมาตั้งแต่เกิด เรียกได้ว่าตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาก็เจอมันนอนหลับปุ๋ย ตาปิดไม่สนิทอยู่ข้างตู้อบของฉันแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของฉันที่พ่อแม่ของพวกเราเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาว อยู่ด้วยกันมาตลอด ตอนจะสร้างบ้านก็ยังมาสร้างที่เดียวกันอีกฉันก็เลยรับกรรมเต็มๆ ต้องมาเป็นเพื่อนกับมันตั้งแต่ยังไม่รู้อีโหน่อีเหน่ บ้านมันก็อยู่ข้างๆบ้านฉันนี่แหละ ติดกันเลยก็ว่าได้ แม่เคยเล่าให้ฟังว่าครั้งหนึ่งเคยคิดจะทุบรั้วแล้วรวมบ้านกันไปเลย แต่มีอะไรมาดลใจก็ไม่รู้ เลยไม่ได้ทุบ ฉันฟังแล้วก็ได้แต่ขอบคุณสวรรค์เป็นพันๆครั้งอยู่ในใจ


“รู้จักสิ ทำไมวะ”


“เออน่า บอกมาเถอะ”


“ชื่อเดียน่า อยู่ชั้นเดียวกับเรานี่แหละ”


 “แล้ว..แกไปรู้จักกับเขาได้ไงวะ”


“ก็เคยเรียนพิเศษด้วยกัน...นี่แกมีอะไรหรือเปล่าเนี่ย”


     จะว่าไป เราก็รู้จักกันมานาน


“เปล่า...น่ารักดี”


     ฉันเพิ่งรู้ว่าเราเป็นเพื่อนกันมานานถึง 17 ปี

     

“..ชอบเขาเหรอ”


     และเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความสามารถ


“...”


“...”


     แอบชอบเพื่อนข้างบ้านได้นานขนาดนี้

 

ฉันเดินเข้าโรงเรียนมาพร้อมกับฌอน เพื่อนข้างบ้านคนเดิมของฉัน ใจจริงฉันไม่อยากเดินเข้าโรงเรียนมาพร้อมมันหรอก ถึงจะมาด้วยกันก็เถอะ แต่โดนมันบังคับนี่สิ แล้วฉันจะไปสู้อะไรกับมันได้ ตัวก็ใหญ่ แรงก็เยอะ เพราะอย่างนี้หรือเปล่า พวกผู้หญิงถึงได้ชอบมันนักหนา จะไม่ยอมรับหรอกว่าเป็นเพราะมันหน้าตาดีถึงขั้นเป็นนายแบบได้เลย หุ่นก็ดี มีกล้ามเนื้อพอประมาณ ไม่บึกบึนแต่ก็ไม่ผอมแห้งจนเกินไป แถมยังเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียนอีกด้วย เดินเข้าโรงเรียนพร้อมมันที คนมองกันอย่างกับฉันเป็นสัตว์ประหลาด เพราะอย่างนี้แหละฉันถึงไม่อยากมาพร้อมมันไง จริงๆแล้วก็ยังมีอีกสาเหตุหนึ่ง ทางที่ดีฉันควรจะหาทางรับมือไว้ก่อน แต่ไม่ทันเสียแล้ว เสียงมันมาก่อนตัวแล้ว ไอ้คู่กล้วยหอมจอมปากเสียเพื่อนฌอน


“อ้าว! ยังไงครับคู่นี้ มาด้วยกันอีกแล้วนะครับ ตัวติดกันขนาดนี้ ผมนี่นึกว่าอยู่บ้านเดียวกันซะอีกครับ บีหนึ่งว่าอย่างนั้นไหม” นี่สอง เป็นกล้วยหอมเบอร์สองหรือก็คือบีสองนั่นแหละ ไอ้นี่มันพูดมาก ทั้งที่มันเป็นคนเริ่มแซ็วก่อนตลอดแต่มันกลับได้เป็นบีสองเพราะมันอยากเป็น มันบอกว่าเพราะมันชื่อสองไงเพื่อน ใช้สมองหน่อย


“เงียบปากไป”


“อุ้ย! วันนี้เจ๊เขามาสายโหดนะครับบีหนึ่ง แฟนไม่ทำการบ้านเหรอครับเจ๊”


“เงียบเหอะไอ้บีสอง ถ้าโดนตบมาข้าไม่ช่วยเอ็งนะเว้ย” ส่วนนี่คือคิน มันเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไร โชคชะตาพลิกผัน ชีวิตเข้าสู่ช่วงตกต่ำ จับพลัดจับผลูได้มาอยู่กับไอ้พวกนี้ มันเลยกลายเป็นกล้วยหอมเบอร์หนึ่งไปแบบงงๆ


“เออ ไอ้บีสอง ล้ออยู่ได้ ล้อมาตั้งแต่ม.1ยันม.5 ไม่เบื่อบ้างเหรอไง”


“อ้าว! ถ้าพวกเอ็งไม่ทำตัวน่าล้อแล้วพวกข้าจะล้อเหรอวะ”


“เฮ้อ! พอเถอะฌอน เถียงไปก็เมื่อยปากเปล่าๆคนแบบนี้ ไปก่อนนะ ไว้วันหลังจะซื้อตะกร้อครอบปากมาฝากนะเพื่อน” ฉันพูดก่อนจะแยกตัวออกไปหาเพื่อนของฉันบนห้องเรียน


“55555555555 ครับเจ๊”

 

ฉันรู้สึกว่าการนั่งมองท้องฟ้าแล้วปล่อยความคิดไปตามจินตนาการในหัวยังไม่น่าเบื่อเท่าวิชาเคมี 2 คาบติดในเช้าวันจันทร์ที่หนึ่งของเดือนอย่างนี้ ยิ่งเรียนมากเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกสูบวิญญาณไปเรื่อยๆ ฉันตัดสินใจได้แล้วว่าฉันอยากกินข้าวราดแกงกะหรี่ร้านสองมากที่สุดและเที่ยงนี้ฉันต้องวิ่งไปซื้อให้ทันก่อนข้าวหมดให้ได้ ฉันนั่งมองเมฆก้อนนั้นก้อนนี้ไปทั่วพร้อมกับจินตนาการในหัว เมฆก้อนนั้นเหมือนปลาวาฬเลย..ถ้าถามฉันแล้ว ในวิชาวิทยาศาสตร์ ฉันชอบดาราศาสตร์ที่สุด เพราะฉันชอบดูดาว มันไม่มีขอบเขต มันอยู่ตัวคนเดียวได้ และมันไม่ต้องการความสนใจจากคนอื่นมากมายขนาดนั้น มันอดทน คอยอยู่เคียงข้างพระจันทร์บนแผ่นฟ้าที่กว้างใหญ่และมืดมิด ถึงแม้พระจันทร์อาจจะทิ้งมันไปในคืนวันแรม 15 ค่ำ ปล่อยให้มันต้องอยู่อย่างเดียวดาย ก็ไม่เป็นไร เราจะยังเห็นมันอยู่ตรงนั้น อยู่ที่เดิม รอวันที่พระจันทร์จะโคจรรอบโลก...กลับมาหามันอีกครั้ง


“บลู แกเห็นนี่หรือยัง” โดนัท เพื่อนสนิทตั้งแต่ ป.2 ของฉันยื่นโทรศัพท์ที่บนหน้าจอมีรูปชายหญิงคู่หนึ่งที่ใครเห็นก็ต้องบอกว่าเหมาะสมกันสุดๆมาให้ฉันดู


“...”


“เฮ้ย! นี่มันเดียน่ากับฌอนนี่หน่า มาอยู่ด้วยกันได้ไงวะ” ลลิล เพื่อนสนิทอีกคนของฉันโพล่งขึ้นมา


ฉันมองรูปนั้นด้วยความรู้สึกสับสน ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองดังขึ้นมาอย่างชัดเจนท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กจอแจของเพื่อนในห้อง มันเต้นช้าลง หนักแน่นเหมือนเสียงเปียโนคีย์ที่ต่ำที่สุด และความรู้สึกหน่วงที่มาจากไหนไม่รู้ได้เกิดขึ้นในหัวใจ มันชัดเจน..


โดยเฉพาะแววตาของฌอน


“..บลู”


               มันพิเศษ


“...”


               และชัดเจน...


“โอ้โห! แก พี่เขาเหมือนเจ้าหญิงกับเจ้าชายเลย”


“เออ อะไรจะเหมาะสมกันขนาดนี้”


“แล้วตกลง เขาเป็นแฟนกันหรือยัง”


“ขนาดนี้แล้วนะแก ไม่เป็นก็เหมือนเป็นแหละ”


เสียงกระซิบกระซาบของรุ่นน้องดังขึ้นเบาๆ แต่ฉันก็ยังได้ยิน อาจจะเพราะว่านั่งใกล้กันเกินไปจนเกือบจะเป็นการเบียดเลยก็ว่าได้ ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ การซ้อมบาสของเหล่านักบาสเกตบอลโรงเรียนควบด้วยตำแหน่งหนุ่มฮ็อตประจำโรงเรียนก็ต้องมาพร้อมกับกองทัพนักเรียนหญิงอยู่แล้ว ผ่านมา 2 อาทิตย์แล้ว เป็น 2 อาทิตย์ที่มีแต่คนเห็นภาพเจ้าหญิงกับเจ้าชายของโรงเรียนอยู่ด้วยกันไม่เว้นวัน ฌอนกลับบ้านมาโม้ให้ฉันฟังทุกวันว่ามันมีความสุขจนจะบ้าและฝันของมันใกล้จะเป็นจริงแล้ว ฉันมั่นใจสุดๆว่าฉันพยายามจะทำหน้าดีใจไปกับมัน คงจะออกมาพิลึกน่าดูแต่นั่นก็สุดความสามารถของฉันแล้วจริงๆ ได้แต่นึกสงสัยว่าเป็นเพราะฉันที่เก็บอาการเก่งหรือเป็นเพราะมันที่ไม่เคยรับรู้อะไรเลย


ไม่เคยรู้


ไม่เคย...

 

“เจ๊ ไม่ไปหาไอ้ฌอนมันเหรอ เมื่อกี้เห็นมันมองหาอยู่” เมื่อเกมจบลง สองก็เดินมาหาฉันทันที ฉันได้ยินเสียงกรี๊ดเบาๆจากกลุ่มรุ่นน้องที่นั่งข้างๆฉัน เห็นมันเป็นอย่างนี้ที่จริงแล้วหน้าตามันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าฌอนเลย เตี้ยกว่านิดหน่อย และก็เล่นบาสเกตบอลเหมือนกัน คินก็ด้วย มันสามคนถึงอยู่กลุ่มเดียวกันได้ยังไงล่ะ


“แน่ใจเหรอว่ามันมองหาเรา” ฉันพูดพร้อมกับมองไปยังอีกฝั่งของสนามจนสองมองตาม


“เฮ้อ ไอ้ฌอนจะมาอ้อนเดียน่าทำไมตอนนี้วะเนี่ย” ฉันได้ยินสองพึมพำเบาๆ


ฉันมอง..จนมันรู้สึกตัวและหันมาสบตากับฉันในที่สุด ทุกๆอย่างรอบตัวฉันเริ่มกลายเป็นสีขาวโพลน ฉันมองเห็นเพียงแต่ฌอนและได้ยินแต่เสียงหัวใจของตัวเอง มันเป็นจังหวะแปลกๆที่ฉันไม่รู้จัก ทั้งหนักหน่วงและรัวเร็ว ฌอนมักจะพาฉันไปหาสิ่งใหม่ๆเสมอ ฉันเคยได้ยินมาว่า ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ แล้วทำไม..ทั้งๆที่เรามองตากันนานขนาดนี้ นานขนาดนี้แล้วแท้ๆ ทำไมมันยังไม่รู้อีกว่ามีกี่แสนล้านความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในใจของฉัน เหมือนเราถูกปล่อยกลางทะเลและเอาก้อนหินที่ได้ชื่อว่าความรู้สึกผูกข้อเท้าเราไว้ ยิ่งหินก้อนนั้นใหญ่เท่าไร เราก็ยิ่งจมมากเท่านั้น


และตอนนี้ฉันรู้สึกอึดอัด...


เหมือนคนกำลังจะจมน้ำ

 

เจ้าหญิงของโรงเรียนดึงความสนใจจากเจ้าชายของเธอไปจากฉันจนหมดสิ้น ฌอนหันไปสนใจนางฟ้าตัวเล็กๆข้างกายอีกครั้ง


“อ้าว! บลู วันนี้ก็มารอไอ้ฌอนเหรอ” คินเดินออกมาหาฉันอีกคนหลังจากซับเหงื่อและดื่มน้ำเสร็จ


“อืม”


“อ้าว! มันไม่ได้บอกเหรอว่าวันนี้มันจะไปส่งเดียน่ากลับบ้าน เห็นมันยิ้มหน้าบานไม่หุบเลย”


“..เหรอ” ความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้นในใจฉันอีกครั้งและฉันรู้สึกอยากร้องไห้ออกมาดื้อๆ


“อ้าว! เจ๊ไม่รู้เหรอ แล้วทำไมมันไม่บอกเจวะ ปล่อยให้เจ๊รอทำไม” สองถามด้วยน้ำเสียงติดฉุน


“ไม่เป็นไรหรอก ดูพวกแกเล่นบาสก็สนุกดี” ฉันพยายามยิ้มเพื่อไม่ให้พวกมันกังวล และนั่นมันต้องออกมาตลกมากแน่ๆ พวกมันถึงเงียบไปสักพักหนึ่ง


“เจ๊ ยังไงผมก็ทีมเจ๊นะ” สองโพล่งขึ้นมาในความเงียบพร้อมกับมือของมันที่ยกขึ้นมาลูบหัวฉันเบาๆ


“เราด้วย” คินบอก


“ปกติก็ไม่รู้สึกอย่างนี้กับผู้หญิงหรอกนะ แต่คนนี้มันหวานจริงๆ ดูเป็นคุณหนู ไม่เหมาะกับไอ้ฌอนหรอก ผมว่า ต้องอย่างนี้ อย่างเจ๊นี่ ถึกสุดๆ ไม่มีอะไรในชีวิตมันที่เจ๊ไม่รู้และไม่มีอะไรในชีวิตเจ๊ที่มันไม่รู้แล้ว”


...ก็ในเมื่อรู้จักกันมาทั้งชีวิตแล้ว อาจจะไม่อยากรู้จักกันอีกต่อไปแล้วก็ได้


“เออ เห็นด้วย คนนี้แปลกๆ จริง”


“...”


“ไอ้สอง เอ็งเอามืออกจากหัวบลูเถอะ ฝั่งนู้นเขามองตาขวางเชียว”


“เหอะ! ทำไมมันปากไม่ตรงกับใจกันนักวะคนสมัยนี้”


“...” ฉันหันหน้าไปยังอีกฝั่งของสนามตามสองคนนั้นและสบตาเข้ากับฌอนพอดี แววตาของฌอนส่งผ่านหลายความรู้สึกมาถึงฉัน ที่เด่นชัดคือความโกรธ มันเปิดเผยกว่าทุกที และฉันที่ยังตั้งตัวไม่ทันก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่คิดนั้นถูกต้องหรือเปล่า ฉันไม่รู้หรอกว่าสองกับคินคุยอะไรกันต่อ เหมือนกับประสาทการรับรู้ของฉันมันใช้การไม่ได้ไปชั่วขณะเมื่อฉันเห็นเขาทั้งคู่..ที่เหมาะสมกำลังเดินออกจากสนามบาสเกตบอลไปด้วยกัน ฉันควรจะดีใจที่มันได้ใกล้ชิดนางในฝันของมัน อีกทั้งยังทำหน้าที่สุภาพบุรุษที่ดีได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง สมองบอกให้ฉันคิดแบบนั้น แต่หัวใจ...กลับคร่ำครวญ กรีดร้อง และอ้อนวอนอยู่ในอก ยิ่งเห็นแผ่นหลังของเขาคนนั้นห่างออกไปไกลเรื่อยๆ ฉันคนนี้ ก็ทำได้แค่ภาวนา..เหมือนที่เคยทำมาตลอด ภาวนา...ให้รักครั้งนี้ของมันมีแต่ความสุขและเป็นอย่างที่มันฝันไว้ ขอร้องต่อพระเจ้า ขอ..อย่าให้เธอที่อ่อนหวานทำลายความรักอันแสนบริสุทธิ์ของเพื่อน..ที่ฉันใช้เวลาทั้งชีวิตในการตกหลุมรัก


และนี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง


ที่ต้องจำให้ขึ้นใจว่า...


เจ้าชายต้องคู่กับเจ้าหญิง


และฉันคนนี้


ที่ไม่ได้แม้แต่มีตัวตนอยู่ในนิทานเล่มนั้น


ไม่คู่ควร...

 

ตอนอนุบาล 2 ฉันชอบสวดมนต์ทุกเช้าเพียงเพื่ออยากขอพรให้ฌอนมีความสุขและอยู่กับฉันตลอดไป


ตอน ป.3 ฉันอยากเป็นนักบินอวกาศ แต่ก็ต้องล้มเลิกความคิดนี้ไปเพราะฌอนบอกว่าเวลาของเราจะเดินไม่ตรงกัน แต่ฉันอยากใช้ทุกช่วงเวลาในชีวิตไปพร้อมๆกับฌอน


ตอน ป.6 เราสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป แต่ตอนนี้ฉันทำผิดต่อคำสัญญาและฉันอยากให้ฌอนยกโทษให้ฉัน..ที่คิดไม่ซื่อ


เมื่อมาคิดๆ ดูแล้ว ทุกการกระทำในชีวิตของฉันมีฌอนเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ และฉันยินดี..ที่มันเป็นแบบนั้น คืนนั้น ฉันนั่งดูดาวกับโทรศัพท์มือถือข้างตัวที่ถูกชาร์จจนเต็ม รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่ในทันทีที่เห็นข้อความของฌอนที่ถูกส่งมาตั้งแต่ก่อนบ่าย 3 บอกว่าให้กลับไปก่อนได้เลย ที่นั่งข้างตัวฉันไม่เคยว่างแต่ตอนนี้มันว่างเพราะเขาคนนั้นยังไม่กลับมา ฌอนทำให้ฉันรู้จักสิ่งใหม่ๆเสมอ ความสุข ความทุกข์ การคาดหวัง การผิดหวัง การเสียสละ น้ำตาและอาการหัวใจเต้นแรง...อาการตกหลุมรัก ได้แต่ขอบคุณแม่เป็นพันๆ ครั้งในใจ ที่ไม่ทุบรั้ว ที่ไม่...ทำให้ฉันตกหลุมรักฌอนไปมากกว่านี้ ฉันคิดว่าตัวเองเป็นเหมือนดาว และมีฌอนเป็นพระจันทร์ ฉันจะคอยอยู่เคียงข้างพระจันทร์อย่างฌอน จะไม่จากไปไหน จะยังรออยู่ที่เดิม เมื่อฌอนหันกลับมาเมื่อไหร่ ฌอนจะยังคงเห็นฉัน ที่ส่องแสงสว่างเพื่อเขา ฉันยังอยากมีฌอนอยู่ในชีวิต ยังคงอยาก...อยู่ในชีวิตของฌอน ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม จะเป็นเหมือนกับดาวดวงเล็กๆที่แต้มจุดอยู่บนผ้าใบสีดำผืนใหญ่อย่างท้องนภาที่มีดวงจันทร์เป็นศูนย์กลาง หวังว่า...จุดเล็กๆ อย่างฉัน จะทำให้ภาพวาดภาพนั้นสวยขึ้นและไม่ทำให้ดูด้อยค่าลง ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ว่าการตกหลุมรักครั้งนี้กินเวลา..ชั่วชีวิต

                                                            
     

1 ความคิดเห็น