Sweetheart Contact สัญญา (ไม่) ลับ ผูกมัดหัวใจยัยตัวดี

ตอนที่ 6 : Right or Wrong

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 ก.ค. 62

5

Right or Wrong

 

ฉันไม่ได้รู้สึกกดดันเลยสักนิด (เหรอ)

ตอนนี้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าฉันก็คือพี่พระพายคนเดิมเพิ่มเติมคือความเถื่อน =_= ในมือฉันมีใบสัญญาที่มีความเป็นทางการสูงมาก (ได้ข่าวว่าเขียนด้วยมือ) เนื้อความทุกอย่างมีความเป็นธรรมกับเราทั้งคู่ แน่สิ กว่าจะได้อีแผ่นนี้ออกมาทะเลาะกันไปเป็นแสนยก

 

ใบสัญญาว่าด้วยการแต่งงานของนายอนาคิณ ภัทรปกรณ์พล และนางสาวอันนานายณ์ ศศิรัตนากุล

การแต่งงานในครั้งนี้ถือเป็นการแต่งงานด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่าย โดยนับตั้งแต่วันที่ 14 เดือนมิถุนายน ปี พ.. 25XX จนถึงเดือนธันวาคมในปีเดียวกัน ทั้งสองจะอยู่ในฐานะสามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และจะหย่าในทันที่ที่ครบกำหนด นั่นก็คือวันที่ 1 ธันวาคม ปี พ.. 25XX หากกำหนดการเกิดคลาดเคลื่อนและเหตุผลที่รองรับไม่น่าเชื่อถือ (สำหรับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่าย) ฝ่ายที่ทำให้เกิดการคลาดเคลื่อนจะต้องจ่ายค่าปรับให้อีกฝ่ายเป็นจำนวนยี่สิบล้านบาทข้อหาทำให้เสียเวลา และจะปรับเพิ่มวันละหนึ่งล้านจนกว่าจะได้ใบหย่า

ในระหว่างที่อยู่ในฐานะสามีภรรยา ทั้งสองคนจะต้องไม่นำเรื่องสัญญาไปแพร่งพรายที่อื่น หากมีคนอื่นรับรู้จะต้องเสียค่าปรับเป็นเงินจำนวนสิบล้านบาท (ต่อคน) และในระหว่างนั้นห้ามมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับผู้อื่นเด็ดขาด หากมีก็จะถูกปรับเงินเป็นจำนวนห้าล้านบาท (ต่อครั้งและต่อคน คือถ้ามีหลายคนก็ปรับตามจำนวนนั้น)

และเนื่องจากการแต่งงานในครั้งนี้เป็นการขอร้องของนายอนาคิณ ภัทรปกรณ์พล นางสาวอันนานายณ์ ศศิรัตนากุล จึงได้ถือหุ้นในเครือโรงแรมภัทรปกรณ์พลสิบเปอร์เซ็น เป็นค่าตอบแทน

ลงชื่อ นายอนาคิณ ภัทรปกรณ์พล

ลงชื่อ นางสาวอันนานายณ์ ศศิรัตนากุล

วันที่ 9 มิถุนายน 25XX

 

นี่คงจะเป็นธรรมมากที่สุดท่าที่จะเป็นได้แล้วสินะ เขาได้ทำตามความต้องการของแม่เขา ส่วนฉันก็ได้ถือหุ้นในเครือโรงแรมของเขาตั้งสิบเปอร์เซ็นแน่ะ ตอนหย่ากันฉันจะได้ภาคภูมิใจ ว่าฉันมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นของโรงแรมระดับโลกในอนาคต (เพ้อ) ฉันจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปและส่งให้เขาเซ็นต่อ ตอนนี้เราอยู่ที่สวนข้างบ้านของฉันเอง คุณพ่อออกไปทำงานส่วนคุณแม่อยู่ในบ้าน ตอนที่คุณแม่เห็นว่าพี่พระพายมาหาฉันที่บ้านท่านตื่นเต้นมากประหนึ่งว่าเขามาหาท่านซะเอง ตอนนี้คงจะกำลังเตรียมของว่างให้เราสองคนทานอยู่

เราไม่ต้องมีพยานเหรอคะฉันถาม

ไม่จำเป็น เรื่องนี้เราจะรู้กันแค่สองคนเท่านั้น

เป็นการทำสัญญาที่มีความถูกต้องเที่ยงธรรมสูงมาก (ประชด) แต่ก็ดี มีลายเซ็นของเขา (และฉัน) อยู่ ถือว่าผ่านก็ได้วะ!

แล้วใบสัญญาใบจริงนี่จะเก็บไว้ที่ใครคะฉันถามขึ้นขัดพี่พระพายที่ทำหน้าชื่นตาบานจ้องใบสัญญาอยู่

ฉันเองเขาตอบ

ตลกจัง =_= คิดว่าฉันจะยอมงั้นเหรอคะ ทำไมเราไม่เอาไปเก็บไว้ในที่ๆ ปลอดภัยกว่านี้ล่ะ ธนาคารอะไรงี้

ฉันไปศึกษามาอย่างดีแล้ว (ด้วยอินเตอร์เน็ต =_=) ว่าฝากของไว้ที่ธนาคารมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก ถ้าว่าความลับนี่ลับแล้วเมื่อไปอยู่ในธนาคารจะโคตรของโคตรลับ เอาจริงๆ เลยคือถ้าเราเอาอมยิ้มไปเก็บไว้แล้วมดเกิดขึ้นตู้เซฟก็ยังไม่มีใครสงสัยเลยว่ามันเป็นอะไร (มันมีคนมารีวิวไว้แบบนี้จริงๆ ว่าแต่เอาอมยิ้มมาใส่ทำแป๊ะอะไร)

พ่อฉันมีคนรู้จักอยู่ในธนาคารเกือบทุกธนาคาร เธอคิดว่าพ่อจะไม่สงสัยรึไงว่าเราเอาอะไรไปฝาก ยัยโง่นี่

เอ้า แล้วพ่อพี่จะมารู้ได้ยังไงล่ะคะ เราก็ใช้ให้คนอื่นไปฝากสิ!”

นี่เธอโง่หรือโง่มากกันแน่วะ ธนาคารมันมีระบบรับรองความปลอดภัยสูงมากนะโว้ย เขาต้องมีการตรวจสอบแน่นอนอยู่แล้วว่าเจ้าของเป็นใคร แล้วนี่เธอยังจะกล้าไว้ใจให้ใครเอาไปฝากอีกเหรอ อยากโดนปรับสิบล้านรึไง ยังไม่ทันเริ่มอะไรก็ส่อแววทุจริตซะละ มันน่า!”

ฉันหดคอหนีเมื่อเขาทำท่าจะผลักหัวฉัน ปัดโธ่โว้ย ถ้ามันยากขนาดนี้ก็ไปสร้างธนาคารแล้วฝากเองเลยไป!

แล้วพี่จะเอายังไงล่ะคะ!”

เอาอะไรเหรอจ้ะลูก

ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อคุณแม่มาปรากฏกายอยู่ตรงข้างซุ้มที่เราสองคนนั่งอยู่ กรี๊ด (ในใจ) ดูจากท่าทางแล้วหวังว่าคงจะไม่ได้ยินอะไรๆที่เราสองคนคุยกันใช่มั้ย! (แอบเห็นว่าพี่พระพายเก็บใบสัญญาเข้ากระเป๋าไปแล้วด้วยความรวดเร็ว)

เอ่อ เอาเอาลำไยมั้ยคะ! น่ะค่ะคุณแม่ ฮ่าๆ =_= พอดีว่าพี่พระพายเขาเกิดอยากกินลำไยขึ้นมาหนูก็เลยถามเฉยๆ

พระพายทำหน้าแบบ ตูไปอยากกินนำลำไยตอนไหนกลับมาให้ฉัน บ้าจริงช่วยเก็ตมุกหน่อยเถอะค่ะคุณพี่ ตามน้ำน่ะเข้าใจมั้ย (ถลึงตาใส่)

เอ่อ ใช่ครับคุณน้า

ตายจริง ตาพายอยากกินลำไยเองเหรอเนี่ย ว่าแต่เมื่อกี้เรียกฉันว่าน้าหรอ ไม่ได้นะ ต้องเรียกแม่สิจ้ะถึงจะถูก อีกไม่กี่วันเราก็จะมาเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว คิกๆ

คุณแม่หัวเราะคิกคักด้วยความสมใจ ไม่ได้ดูสภาพหนังหน้าเราสองคนเลยว่าเป็นยังไง =_=

ลำไยน่ะค่อยหาทานทีหลังนะลูก ตอนนี้ทานนี่ไปก่อน แม่ทำกระท้อนลอยแก้วมาให้ทาน

ว่าจบก็มีเด็กยกของหวานตามมา พอเสิร์ฟเสร็จคุณแม่ก็มองมาที่ฉันสลับกับมองพี่พระพายด้วยสีหน้ายิ้มๆ (ฉันคิดว่าคุณแม่กลั้นยิ้มเอาไว้ เพราะถ้ามากกว่านี้อีกนิดท่านคงจะหัวเราะดังลั่นสวนนี่แล้ว) ก่อนจะเดินกลับไป

จากนั้นเขาก็หันมาบ่นฉัน

บ้าเอ๊ย เมื่อกี้เกือบไปแล้ว ทำไมเธอไม่ดูฮะว่ามีคนเดินมา

อ้าว ทำไมมาโทษฉันคนเดียวฟะ ฉันกำช้อนในมือแน่น แกจะเอาใช่มั้ย!

แล้วทำไมพี่ไม่ดูล่ะฮะ!”

ตามหลักแล้วทิศทางที่เธอนั่งอยู่มันเห็นทางที่แม่เธอเดินมามากกว่าฉัน เพราะงั้นเธอนั่นแหละผิดที่ไม่ดู

ชาติก่อนมันเกิดเป็นตลับเมตรรึไงถึงได้รู้เบอร์นี้ ฉันกลอกตามองบน พี่พระพายก้มลงกินกระท้อนลอยแก้วต่อในขณะที่ฉันไม่มีอารมณ์กินเวรอะไรทั้งนั้น ฉันจะต้องแก้แค้นมันให้ได้!

เย็นนี้ฉันจะมาขอเธอแต่งงาน อย่าลืมล่ะว่าตอนนี้เราเริ่มจะชอบกันละ ชิ พูดละหงุดหงิด เอาเป็นว่าฉันจะโทรหาเธอก่อนละกัน เอาเบอร์มา

ฉันเบ้ปากแต่ก็บอกเบอร์ตัวเองให้กับเขา พี่พระพายหยิบโทรศัพท์ออกมาเมมเบอร์ฉันด้วยความรวดเร็ว

ครืดดด

เบอร์ฉันเอง ไม่ต้องรับ  อ่อ  เมมไว้ด้วย เข้าใจมั้ยฮะยัยซื่อบื้อ

นี่! ฉันไม่ได้ซื้อบื้อนะคะ!”

นี่ยังไม่เข้าหน้าหนาวแกอยากจะปากแตกนักรึไง เดี๋ยวก็สงเคราะห์ให้หรอก =_=

ส่วนเรื่องสัญญา เดี๋ยวฉันจะทำมาอีกอัน จะได้เก็บเอาไว้ทั้งคู่

จะมีสัญญาฉบับจริงสองฉบับงั้นเหรอคะ

ใช่ วินวินทั้งสองฝ่าย จบนะยัยโง่

ฉันเม้มปากแน่น แกด่าฉันหลายรอบแล้วนะโว้ย! (ทำอะไรมันไม่ได้)

 

เย็นในวันเดียวกันนั้น

ถ้าฉันฟังไม่ผิด อีตาพี่พระพายบอกว่าจะมาถึงตอนเย็นใช่มั้ย แล้วเมื่อไหร่มันจะโทรมาสักทีฟะเนี่ย T^T รอนานแล้วนะ

ก๊อกๆๆ

คุณหนูคะ คุณผู้หญิงให้มาตามไปทานข้าวค่ะ

เอ่อ ขอบใจ เดี๋ยวฉันลงไปนะ

ฉันตะโกนตอบสาวใช้ ในมือถือโทรศํพท์เอาไว้แน่น ทำไมมันตื่นเต้นยังงี้เนี่ย เฮลโล นี่ฉันกำลังจะไปปล้นธนาคารรึเปล่า ไอ้หัวใจบ้านี่ก็จะเต้นแรงทำไมนักหนาฮะ เกิดหัวใจวายขึ้นมาใครมันจะมาทำ CPR ให้ฉันทันกันเนี่ย โฮๆๆ

ครืดดด

“…บ้าเอ๊ย ตกใจหมด!”

ฉันเกือบจะปาโทรศัพท์ในมือทิ้งอยู่แล้ว ยังดีที่ตั้งสติได้ทัน ไม่งั้นได้ถอยเครื่องใหม่แน่ๆ ฉันก้มดูชื่อที่โทรเข้ามาก่อนจะเห็นว่าเป็นใคร

 

สายเข้า

คนบ้านิสัยเสียเป็นโรคประสาทแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา

 

โอเค อีพี่พระพายนี่เอง =_=

ฮัลโหล พี่อยู่ไหนแล้วคะ!”

(ฉันอยู่หน้าบ้านเธอตรงประตูรั้ว)

มันมาถึงแล้วงั้นเรอะ =[]= ไอ้บ้าเอ๊ย ก่อนจะออกมาจากบ้านเขาควรจะโทรมาหาฉันไม่ใช่รึไง ไหงมันกลายเป็นว่ามาถึงหน้าบ้านแล้วโทรมาบอกกันเนี่ย

ฉะ ฉันต้องทำยังไงบ้าง พี่จะพูดอะไรบ้าง แล้ว…”

(ถึงเวลาก็เออออตามฉันไปนั่นละ ทำเป็นปลาบปลื้ม ซาบซึ้ง ฟิน ดีอกดีใจอะไรเทือกนั้นไป เคยดูหนังตอนพระเอกขอนางเอกแต่งงานมั้ยฮะ มันน่าจะอารมณ์ประมาณนั้นละ)

มันติดอยู่ตรงที่นี่มันชีวิตจริงโว้ย หนังก็ส่วนหนังสิฟะ มันมีที่ไหนนางเอกรู้ว่าพระเอกกำลังจะมาขอแต่งงานน่ะฮะ มันจะมีก็แต่นี่ละ ตัวร้ายขอนางเอกแต่งงานโดยที่นางเอกรู้ตัวเนี่ย

(โอเคนะ ฉันจะเข้าไปละ)

เดี๋ยวก่อนไอ้คนบ้านี่ ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ!”

นี่ฉันอุตส่าห์ทำตามความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ แล้วก็ช่วยให้คุณป้าเพียงสมหวังในเรื่องที่อยากให้ลูกชายเป็นฝั่งเป็นฝาแล้วนะยะ แกกล้าดียังไงมาตัดสายฉันนน (เกี่ยว?)

พอโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงได้สักพักฉันก็เตรียมตัวลงไปรอนายพระพายมาขอแต่งงาน (กลอกตามองบน) คุณพ่อคุณแม่ผู้ไม่รู้เรื่องอะไรกำลังทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ฉันนั่งลงตรงข้ามกับคุณแม่ ว้าวว อาหารวันนี้มีปูอลาสก้านึ่งกับกุ้งมังกรเผาด้วยแฮะ ของโปรดฉันเลย

คุณท่านคะ คุณพระพายมาค่ะ

มันมาเร็วจริงๆ T_T สาวใช้เดินมาบอกโดยที่ฉันเห็นเขาเดินตามมาติดๆ สายตาก็แอบสังเกตการแต่งตัวของเขาตั้งแต่หัวจรดท้า วันนี้เขาแต่งตัวสบายๆ ใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ (ที่มีราคาแพงระยับ) และแน่นอนว่ามันดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ ชิ โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด =_=

อ้าว ตายจริง ไปไงมาไงล่ะลูก มาๆ มาทานข้าวกันก่อน

คุณแม่ว่าเมื่อเห็นพี่พระพายเดินเข้ามาที่ห้องอาหาร เขายกมือไหว้คุณพ่อคุณแม่ก่อนจะนั่งลงข้างฉันเพื่อทานข้าวตามคำเชิญของคุณแม่ แต่เดี๋ยวก่อนนะ นี่คุณแม่เรียกพี่แกว่าลูกเต็มปากเต็มคำเลยเรอะ แง้ ขนฉันลุกเลยเนี่ย แบบว่ายังทำใจไม่ได้

ผมมีเรื่องจะคุยกับน้องน่ะครับ

เฮ้ย นี่เข้าเรื่องเลยเรอะ ฉันยิ้มในขณะที่ใจเต้นตึกตักด้วยความกลัว (?) คุณพ่อกับคุณแม่ดูสนใจมากว่าเขาจะคุยอะไรกับฉัน ในขณะที่ฉันก็ยังคงได้แต่ยิ้มแห้งๆ

เอาเลยจ้ะ คุยเลยแม่ไม่ว่า

ฉันกับพี่พระพายหันมามองหน้ากันโดยอัตโนมัติเมื่อคุณแม่พูดประโยคนั้น และในวินาทีนั้นเขาก็ทำหน้าตาจริงจังก่อนจะค่อยๆ ขยับมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเหมือนกับว่ามีผู้กำกับสั่งแอคชั่น โอ้ยยย ปรับอารมณ์ไม่ทันโว้ย

เราก็รู้จักกันมานานแล้วนะครับ น้องแก้ม

แง้ ฉันกำลังจะร้องให้ บ้าเอ๊ย เรารู้จักกันมานานตรงไหนหา ทำไมแกถึงพูดประโยคนี้ออกม้า!! (วิบัติเพื่อเสียง)

แต่ฉันก็พยักหน้าพร้อมกับส่งยิ้มไปให้เขา เวร

พี่คิดเรื่องนี้มานานมาก

นี่คิดนานแล้วใช่มั้ย T^T ฮือ โอเค ฉันจะพยายามไม่ขัดเขาในใจ แต่เข้าใจใช่มั้ยว่ามันไม่ได้มีแค่เราสองคน มันมีคุณพ่อคุณแม่และสาวใช้อีกหลายชีวิตทั้งที่ยืนฟังอยู่และแอบฟังนะยะ ฉันไม่อยากจะโฟกัสที่อะไรทั้งนั้นแล้วเนี่ยตอนนี้

เอ่อ ค่ะ

ครืดด

ฉันหันควับไปมองพี่พระพายที่เลื่อนเก้าอี้ออกอย่างรวดเร็วก่อนจะทรุดนั่งลงตรงหน้าฉัน โอ้ย นี่แกท่องบทมาใช่มั้ย! เขาคว้า (กระชาก) มือฉันไปจับ โอ้ พนันได้เลยว่าหลังจากนี้เขาจะทำอะไร

แต่งงานกับพี่นะครับ พี่สัญญาว่าจะทำให้น้องแก้มมีความสุข และจะไม่ทำให้น้องเสียใจเด็ดขาดตลอดชีวิต น้องจะไม่เสียใจเลยที่แต่งงานกับพี่ ^^”

ฉันมองข้ามสีหน้ายิ้มแย้ม และจริงจัง (แบบที่ฉันรู้ว่ามันเฟค) กับสายตาคมๆ ของพี่พระพายเลยไปยังหน้าคุณพ่อกับคุณแม่ แต่นั่นกลับเป็นการกระทำที่งี่เง่าสุดๆ =_= เพราะสีหน้าของท่านทั้งสองแทบจะปิดบังความดีใจเอาไว้ไม่มิดที่เขามาขอฉันแต่งงาน แถมยังมีการขยับปากบอกแต่งเลยๆ มาด้วยนะ ให้ตายสิ ทุกคนคงจะลืมภาพที่ฉันพยายามปฎิเสธการแต่งงานไปแล้วสินะเนี่ย

ฉันหันกลับมามองหน้าพี่พระพายอีกครั้ง รู้สึกขนลุกเลยทีเดียว ไม่เห็นต้องจ้องเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อกันเลยนี่! ยังไงฉันก็ต้องตกลงอยู่แล้วมั้ยยะ

ตกตกลงค่ะ

สิ้นเสียงของฉันคุณพ่อกับคุณแม่ก็ลุกขึ้นวิ่งเข้ามากอดกันด้วยความดีใจ คุณป้าแม่บ้านเองก็แอบปาดน้ำตาด้วยความซาบซึ้ง (?) ในขณะที่พี่พระพายก็ค่อยๆ สวมแหวนเพชรเม็ดเล็กเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายของฉัน เอ่อ นี่เรียกว่านอกบทได้มั้ย ทำไมมีการสวมแหวนด้วย แต่พอสวมแหวนให้ฉันเสร็จเขาก็ลุกขึ้นนั่งเหมือนเดิมทันทีเหมือนกับผู้กำกับสั่งคัทแล้ว =_= อะไรประมาณนั้น

พ่อพระพายนี่ล่ะก็ ทำเซอร์ไพรส์ซะจนพ่อทำอะไรไม่ถูกเลยนะคุณพ่อว่า

นั่นสิ แม่ก็ตกใจหมด แต่ขอแต่งงานแบบนี้ก็โรแมนติกไปอีกแบบเนอะพ่อเนอะ

ฉันแทบไม่ได้สนใจเลยว่าคุณพ่อคุณแม่และเขาคุยอะไรกัน แต่สิ่งที่ฉันสัมผัสได้ก็คือมือของคนข้างกายที่กำลังกุมมือฉันอยู่กระชับแน่นขึ้น คล้ายกับจะบอกว่า เราสองคนลงเรือลำเดียวกันแล้วนะเฟ้ย!’

เออ รู้แล้ว ไม่ต้องย้ำ =_=

หลังจากทานข้าวเสร็จเขาก็ขอตัวกลับ แน่นอนว่าฉันก็ต้องเดินออกมาส่งเขาที่รถ พี่พระพายหมุนกุญแจรถในมือไปมาประหนึ่งว่ามีความสุขซะเต็มประดาจนฉันรู้สึกหมั่นไส้ เกลียดท่าทางมันจริงๆ ให้ตายถอะ

ฉันแสดงเป็นไงบ้าง

ตอนที่ขอฉันแต่งงานน่ะเหรอ

อ่าฮะ

ฉันไม่รู้จะพูดยังไงอ่ะ ว่าแต่ทำไมแกจะต้องมาถามอะไรที่มันตอบยากแบบนี้ด้วย ถามอย่างอื่นไม่ได้รึไง =_=

ก็เนียนดีล่ะมั้ง

ฉันว่าพร้อมกับยกมือที่สวมแหวนพชรของนายพระพายขึ้นโชว์ ไปซื้อมาตอนไหนไม่ทราบคะ ไม่คิดว่าจะมีการสวมแหวนอยู่ในการแสดงของพี่ด้วย

ฉันไปดูในหนังมา เวลาพระเอกจะขอนางเอกแต่งงานมันก็ต้องมีแหวนนี่หว่า

ฉันกลอกตามองบน เมื่อไหร่มันจะเข้าใจสักทีว่าตัวเองไม่ใช่พระเอก แกน่ะตัวร้ายชัดๆ!

โอเค้ แล้วพี่จะเอาไงต่อ

หมายถึงงานแต่ง?”

เออสิยะ ฉันหมายถึงงานบวชมั้ง -_-

แม่ฉันเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว เอ่อใช่ พรุ่งนี้ต้องไปถ่ายรูปพรีเวดดิ้งนะ บ่ายโมง ห้ามเลท

อะไรนะ!”

ถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง

ฉันทำท่าจะกระโดดเข้าไปทึ้งหัวเขาด้วยความโมโห พี่พระพายเลยใช้นิ้วชี้ผลักหน้าผากฉันจนผมกระจาย โว้ย ไอ้คนบ้านี่มันคิดจะทำอะไรเคยบอกให้คนอื่นเขาเตรียมตัวเตรียมใจก่อนบ้างมั้ยฮะ

ทำไมพี่ไม่บอกฉันพรุ่งนี้เลยล่ะ!”

อ้อ บอกพรุ่งนี้ก็ได้เหรอ

นี่กวนกันใช่มั้ย ฉันถลึงตาใส่เขา พี่แกเลยเบ้ปากใส่ เขายักไหล่เหมือนกับเรื่องพวกนี้จะทำเมื่อไหร่ก็ได้ เออ รู้ว่ารวยแต่เรื่องนี้ฉันก็มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยนะเฟ้ย มันควรจะมาคุยกับฉันก่อนมั้ย!

เรื่องนี้ฉันไม่ได้เป็นคนจัดการ ถ้ามีปัญหาก็ไปคุยกับแม่ฉันนู่น ยัยซื่อบื้อ!”

แล้วทำไมฉันจะต้องไปคุยกับแม่พี่ด้วยฮะ ฉันแต่งงานกับพี่ไม่ใช่คุณป้าเพียงสักหน่อยนี่

เออ มันก็ใช่นะ แต่เรื่องนี้ฉันไม่เกี่ยว แม่ฉันเป็นคนจัดการและฉันขัดอะไรท่านไม่ได้ เธอก็รู้นี่ว่าแม่ฉันเป็นโรคหัวใจระยะสุดท้าย เกิดฉันไปขัดใจขึ้นมามีหวังอาการกำเริบอีก

อีโรคบ้านี่อีกแล้ว เกลียดดดดดดดด ฉันทำท่าทางฟึดฟัดด้วยความขัดใจที่ทำอะไรไม่ได้ แอบคิดว่าพี่พระพายเองก็คงจะรู้สึกเหมือนกันกับฉัน เขายกมือขึ้นมาตบหัวฉันเบาๆ ก่อนจะพูด ตั้งสติหน่อยนะยัยซื่อบื้อ ไม่บ้าขึ้นนะ ฮ่าๆ -_- หน้าเธอเวลาโกรธนี่มันตลกชะมัด

หมับ!

ฉันยกมือขึ้นตะปบหูขา ไอ้ท่าทางหัวเราะหน้าตายนั่นมันอะไร เกลียดมันอ่ะ! ฉันดึงหูขาแบบไม่ออมแรงจนเขาร้องโอดครวญและพยายามดึงมือฉันออกจากหู เป็นไงล่ะ หัวเราะไม่ออกเลยสิ สมน้ำหน้า อยากกวนประสาทดีนัก

พี่ตลกมากใช่มั้ย! ไอ้คนเถื่อนเฮ้ย จะทำอะไร O_O”

พี่พระพายปล่อยมือที่พยายามดึงมือฉันออกแล้วเปลี่ยนมารั้งคอฉันเข้าหาเขา อะไร แกจะตีเข่าฉันงั้นเรอะ! กรี๊ดๆๆ ถ้าแกทำงั้นจริงฉันมีสิทธิ์ม้ามแตกได้เลยนะเฟ้ย ตายได้เลยนะ! 

ปล่อยฉันนะ!”

เธอมาดึงหูฉันก่อนทำไม มันเจ็บนะโว้ย

แวบนึงฉันรู้สึกสงสัยว่าพวกเราอายุเท่าไหร่กัน =_= แต่มันก็แค่แวบนึงเท่านั้น ฮ่า ฉันปล่อยมือออกจากใบหูเขาแล้วเปลี่ยนไปช่วนท้ายทอยเขาแทน ถึงเล็บฉันจะไม่ยาวมาก แต่มันก็ทำให้เขาเลือดซิบจนต้องร้องซี๊ดได้เหมือนกัน

เขาสูดปากด้วยความแสบร้อนเหมือนโดนยาหม่องทาที่แผล สะใจจริงโว้ย! ตอนนี้เราทะเลาะกันอีกแล้ว เยี่ยมไปเลยใช่มั้ย

หยุดข่วนนะยัยแมวโง่!”

ไม่! พี่ต้องปล่อยมืออกจากคอสวยๆ ของฉันก่อนโว้ย

ย้ากก ต่างคนต่างไม่ยอมแพ้ ฉันเหงื่อแตก เหนื่อยประหนึ่งไปรบกับผู้ก่อการร้าย =_=;; ทำไมฉันจะต้องมาตบตีกับไอ้คนประสาทนี่ด้วย แล้วเมื่อไหร่แกจะปล่อยคอฉันสักทีฮะ!

เอ่อ ทั้งสองคนทำอะไรกันอยู่จ้ะ

คุณแม่!!!

สาบานได้ว่ามันเป็นไปแบบอัตโนมัติจริงๆ T_T พี่พระพายรีบคว้าคอฉันเข้าไปหาตัวเขาเหมือนกับเรากำลังกอดกันด้วยความรัก ในขณะที่ฉันเองก็รีบโอบเอวเขาเอาไว้ราวกับไม่อยากห่างจากเขาไปไหน ว่าแต่ว่าคุณแม่มายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย มะ ไม่ได้ยินอะไรใช่มั้ย

แต่อีบ้าเอ๊ย โมเมนต์นี้มันกำลังจะทำให้ฉันเป็นบ้า

คือเรากำลังกอดกันอยู่ค่ะ =_=” ฉันว่า

ใช่ครับ! กอดกัน เรากอดกันอยู่

นี่มันคงจะเป็นสถานการณ์เดียวที่เราสองคนจะสามัคคีกันได้สินะ ดูสิ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียว

เหรอจ้ะ =_=”

ใช่ค่ะแม่ โอ๊ย!”

อีตานี่! เขาหยิกเอวฉัน กรี๊ดๆๆๆ แม้แต่ตอนนี้แกก็ยังกล้าทำร้ายฉันอยู่อีกงั้นเหรอฮะ ฉันหันไปส่งยิ้มเย็นให้พี่พระพาย ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันเอาคืนเขาแน่ๆ

เป็นอะไรลูก

เอ่อ มดกัดมั้งคะคุณแม่ สงสัยแถวนี้จะมีรังมด อันนาว่าเราเปลี่ยนที่คุยกันดีกว่ามั้ยคะพี่พระพาย พอดีว่ายังไม่อยากให้กลับน่ะค่ะ ^_^”

หึๆ พอดีว่าพี่มีธุระน่ะครับ เดี๋ยวค่อยคุยพรุ่งนี้ก็ได้ ยังไงก็ต้องไปถ่ายพรีเวดดิ้งอยู่แล้ว

แกกำลังคิดจะชิ่งหนีงั้นเรอะ!

อุ้ยตาย เร็วทันใจแม่จริงๆ คิกๆ งั้นแม่ไม่กวนแล้วนะลูก เห็นว่าอันนามานานแม่ก็เลยว่าจะมาตามสักหน่อย เห็นแบบนี้แล้วแม่ก็สบายใจ

สบายใจอะไรล่ะ คุณแม่พูดจบก็เดินเข้าบ้านไปด้วยความแฮปปี้ ในขณะที่ฉันได้แต่ยืนแยกเขี้ยวใส่ไอ้คนผีบ้านี่ อยากจะตบมันให้ปากแตกจนพูดไม่ได้ไปสามวันจริงโว้ย

พี่หยิกฉัน!”

เอ้า เธอหยิกฉันก่อนนี่

ก็พี่กวนประสาทฉันก่อน!”

เขาเบ้ปากใส่ฉัน =_= แกแกโดนแน่ๆ ฉันต้องหาทางอาคืนแกให้ได้ วันนี้ไม่ได้วันอื่นก็ยังมีโว้ย พี่พระพายปล่อยอ้อมแขนที่โอบฉันอยู่ แว้กก ลืมไปเลยว่ารากอดกันอยู่ ทั้งฉันและเขาต่างก็ผละออกจากกันประหนึ่งโดนของร้อน ใช่ ร้อนมากจริงๆ

ฉันจะกลับแล้ว!”

เออ เชิญเถอะค่ะ =_=”

เขาเปิดประตูรถก่อนจะขึ้นไปนั่ง แต่ก่อนจะออกไปเขาก็เปิดกระจกแล้วเขวี้ยงซองกระดาษสีน้ำตาลออกมาให้ฉัน เวร รับเกือบไม่ทัน ยังไม่ทันได้ถามว่าอะไรเป็นอะไรพี่แกก็ขับรถออกไปแล้ว เออดี ฉันจะได้กลับไปคิดวิธีการอาคืนเขาต่อ หลายรอบแล้วจริงๆ นะคุณพี่พระพาย ฉันจำได้ทั้งหมดนั่นละ แล้วก็จะเอาคืนรอบเดียวหนักๆ เลยด้วย ฉันคิดในใจขณะที่มองรถของเขาแล่นออกไปจากบ้านของฉัน

หรือบางทีฉันจะตัดสายเบรคเขาดี

อีบ้า! คุกนะยะ ฉันไม่อยากจะเข้าไปอยู่ในนั้นในขณะที่อีตานั่นอาจจะรอดแล้วมีชีวิตที่ดีกว่าฉันจนน่าหมั่นไส้หรอก (อีกอย่างคือยังอยากได้หุ้นอยู่ =_=)

                วันนี้แม่ดีใจมากเลยนะลูก

                พ่อก็ด้วย

                พอเข้ามาในบ้านก็เจอกับคุณพ่อคุณแม่ยืนรอต้อนรับอยู่ แบบว่าถ้ามีพลุอยู่ในมือ คุณพ่อก็คงจะจุดแห่รอบบ้านด้วยความสมใจไปแล้ว (ประชด) แต่แน่นอนว่าสิ่งที่ฉันทำได้คือเดินเข้าไปหาพวกท่านแล้วฉีกยิ้ม

                เอ่อ ค่ะ ^^”

                พ่อพระพายเขาเป็นคนดีใช่มั้ยลูกคุณพ่อถาม

                ดีอะไรละ ล่าสุดเพิ่งผ่านไปเมื่อกี้เขายังทำร้ายร่างกายสวยๆ ของหนูอยู่เลยนะคะคุณพ่อ =_=

                ก็ดีค่ะ เอ่อ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวขึ้นไปพักผ่อนก่อนนะคะคุณพ่อคุณแม่ พรุ่งนี้บ่ายโมงหนูต้องไปถ่ายรูปพรีเวดดิ้งอีก ฝันดีค่ะ

                ฝันดีจ้ะลูก ว่าแต่พรุ่งนี้ลูกอยากให้แม่ไปด้วยมั้ยคะอันนา

ไม่!!...อุ้ยเวรแล้วไง ฉันเผลอทำตัวมีพิรุธออกไปใช่มั้ย =_=;; “หนูอยากให้คุณแม่พักผ่อนอยู่ที่บ้านดีกว่าค่ะ แบบ เผื่ออีตา เอ๊ย พี่พระพายมาคุณแม่จะได้ทำของอร่อยๆ ไว้ให้ทานไงคะ

ฉันเกือบจะหลุดพูดว่าอีตาพระพายออกไปแล้ว ไม่ได้! เพราะตอนนี้เราสองคนมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น (เหรอ) กว่าแต่ก่อน (ในสายตาคนอื่น) แล้วเพราะฉะนั้นสรรพนามก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย ไม่งั้นมีหวังคุณพ่อคุณแม่แอนด์เอเวอรีบอดี้จะต้องสงสัยฉันแน่ๆ ไม่ดีๆ ต้องหามเผลอ ขี้แกียจตอบคำถาม

โอเคจ้ะลูก =_= แม่ไม่ไปก็ได้ หนูไปนอนเถอะ

ค่ะคุณแม่ จุ้บ!”

ฉันหอมแก้มเอาใจคุณแม่ไปหนึ่งทีแล้วรีบวิ่งขึ้นบันไดไป ในใจยังคงคิดหาวิธีการเอาคืนไอ้คนเลวนั่นอย่างไม่หยุดหย่อน ฉันจะต้องหาวิธีเอาคืนเขาแบบแสบๆ ให้ได้ คอยดูสิ

ฉันกระโดดขึ้นไปนอนแผ่อยู่บนตียง รู้สึกเหนื่อยชะมัด =_= นี่ขนาดเพิ่งจะเริ่มต้นเองนะ ฉันยกมือข้างซ้ายขึ้นมาดู แหวนเพชรเม็ดเล็ก ดูไม่เว่อร์วังอลังการที่พี่พระพายเอามาขอฉันแต่งงาน (แบบปลอมๆ) นี่มันดูสวย ดีเหมือนกันแฮะ แต่ก็ไม่ได้ดูดีเหมือนกับที่ขายในห้างฯ อ่ะ มันคงไม่เอาของปลอมมาให้ฉันใช่มั้ย =_=^

แล้วฉันจะมาจับผิดอะไรกับอีแหวนนี่กันเนี่ย เฮ้อ

                จริงสิ แล้วไอ้ซองนี่มันมีอะไร ฉันแกะซองสีน้ำตาลในมือออก ก่อนจะพบว่าเป็นใบสัญญาที่พี่พระพายเซ็นมาให้ก่อนแล้ว เหลือแค่ให้ฉันเซ็น ชิ แล้วก็ไม่บอกกันดีๆ ตั้งแต่แรก ลีลาจริงๆ =_= เอ๊ะ นอกจากใบสัญญาแล้วยังมีกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือไก่เขี่ยแนบมาด้วย ฉันพยายามอ่าน จับใจความได้ว่า

               

                อย่าลืมเซ็น

 

            ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครใช่มั้ย =_= ว่าแต่ไอ้หมอนี่มันเห็นฉันเป็นคนยังไงฟะเนี่ย ฉันเบ้ปากก่อนจะจับปากกามาตวัดเซ็นชื่อลงไปในใบสัญญา เห็นอีใบนี่แล้วรู้สึกสยองชะมัด เอาไปเก็บไว้ในลิ้นชักตรงหัวเตียงดีกว่า ตรงนี้น่าจะปลอดภัยสุดละ คงไม่มีใครกล้ามาสาระแนแถวนี้หรอก

                ไปอาบน้ำแล้วมานอนดูหนังสักเรื่องดีกว่า~




..............................................................................................................................

มาอัพค่า

คนอ่านน้อยนิดเหลือเกิน แต่ก็จะอัพ5555555555

ถ้าหลงเข้ามาอ่านคอมเมนต์ให้บ้างจะเป็นพระคุณมากเลยค่ะ T^T คนเขียนเหงา รู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวในเว็บ อารมณ์แบบแต่งเอง อัพเอง อ่านเอง วนอยู่แบบนี้ =_=



เอาเป็นว่าเมนต์ให้เค้าหน่อยนะคะซิส T^T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น