Sweetheart Contact สัญญา (ไม่) ลับ ผูกมัดหัวใจยัยตัวดี

ตอนที่ 4 : Going crazy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 มิ.ย. 62

3

Going crazy

 

ฉันกำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ให้ตายสิ ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจะโง่งี่เง่าเต่าเป็นแสนอะไรขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

โรคหัวใจระยะสุดท้าย =_=

จากที่นั่งคลิกอ่านไปเกือบทุกกระทู้ อาการของคนเป็นโรคหัวใจระยะรุนแรงมากๆ นี่มันไม่ปรากฏให้ฉันเห็นผ่านทากคุณป้าเพียงเลยสักนิดนอกจากอยู่ดีๆ ก็เป็นลมล้มพับไป รึไอ้อาการพวกนั้นมันจะหลบในวะ โว้ะ ประสาท

อ้ากกก หรือว่าคุณป้าเพียงจะเป็นโรคหัวใจจริงๆ เนี่ย TOT (กำลังสงสัย)

ฉันนั่งทึ้งหัวตัวเองอย่างคิดไม่ออกว่าจะจัดการปัญหาบ้าบอคอแตกที่ทุกคนต่างก็พร้อมใจกันโยนมันมาให้ฉันยังไงดี จะให้ไปขอร้องคุณพ่อกับคุณแม่เหรอ เหอะ คู่นั้นนี่พร้อมใจกันค้านความคิดที่จะไม่แต่งงานของฉันแน่ๆ โฮฮฮฮ ฉันจะทำยังไงดี

ครืดด

เสียงโทรศัพท์ฉันสั่น

 

สายเข้า

‘Topaz’

 

เอ๊ะ ยัยปัด วันนี้เป็นฤกษ์งามยามดีอะไรทำไมยัยนั่นถึงได้โทรมาหาฉันได้ -_- วันนี้จะมีพายุเข้ารึเปล่า

สวัสดีค่ะคุณทอปัด

(ยัยแก้ม! นังเพื่อนชั่วววว)

นี่คือคำทักทายของเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันนานงั้นเหรอ ดีจริง ฉันแทบจะถลาเข้าไปเตะมันจนหน้าคว่ำ ถ้ามันอยู่ใกล้ๆ นี่ละก็นะ

อะไรของแกยะ

(จะแต่งงานนี่ไม่เคยบอกกล่าวเพื่อนเลยนะยะ แถมสามีแกยังเป็นรุ่นพี่สุดฮอตดีกรีเดือนมหาลัยฯ ชายหนุ่มสุดเพอร์เฟกต์ที่ชะนีทุกหมู่เหล่าให้คำนิยามเขาว่า หล่อ รวยแอนด์แบดบอยอีกต่างหาก กรี๊ดดดด เลิศอะแก)

อีบ้านี่ ใครสามีฉันยะ! แล้วนี่แกโทรมาทำไม อย่าบอกนะว่าโทรมาเพื่อที่จะสาธยายสรรพคุณปัญญาอ่อนนั่นอย่างเดียวนะ

คำว่าสามีนี่ทำเอาฉันอยากจะกระโดดเอาหัวโหม่งหน้าต่างจริงๆ TOT

(เปล่า ฉันจะบอกแกว่าตอนนี้ฉันอยู่เมืองไทยแล้ว แต่ดันได้ยินคุณแม่พูดว่าแกจะแต่งงาน แม่เจ้า แกจะรีบแต่งงานแต่งการไวไปเพื่อใครยะ)

คิดงั้นเหมือนกัน แต่เดี๋ยวก่อน ฉันยังไม่ได้ตอบตกลงจะแต่งเลยนะเฟ้ย ข่าวมั่วมาก

นี่แกกลับมายาวเลยรึเปล่า มาหาฉันหน่อยสิ ฉันว่า

(ก็ว่าจะเข้าไปหา ว่าแต่พี่พระพายอยู่ด้วยรึเปล่าอ่ะ)

เอ่อ สตั้นเลยเนี่ย =_= จะพูดชื่อเขาขึ้นมาทำไม

ไม่อยู่เฟ้ย!”

บ้านช่องเขาก็มีจะมาอยู่แถวนี้ได้ยังไงยะ ยัยปัดหัวเราะคิกคักมาตามสายจนฉันต้องบอกมันไปว่าจะมาก็มา อย่ามัวแต่หัวเราะ (และมโน) =_= พูดกันอีกสองสามประโยคก็วางสายไป

โอ้ยยยย ฉันไม่อยากแต่งงานว่ะ ทำยังไงดี T^T คุณแม่นะคุณแม่ (คุณพ่อด้วย) ทำไมถึงอยากให้แต่งงานมากนักก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจโว้ยยย

ว่าแต่นี่มันกี่โมงแล้ว =_= ฉันหันไปมองนาฬิกาเรือนเท่าควายที่ติดอยู่ตรงผนัง โอ้ เก้าโมงครึ่งแล้ว มิน่าถึงได้รู้สึกหิว แล้วนี่ทำไมวันนี้ไม่มีใครมาเรียกให้ไปทานข้าวเช้าเลย ลืมฉันแล้วรึไงฟะ ฉันเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตูก่อนจะกระชากให้เปิดออกอย่างหงุดหงิด

เฮ้ย O_O!”

ปัง!

ฉันตกใจกับสิ่งที่ปรากฏตรงหน้ามากจนดันประตูปิดเสียงดังลั่นสนั่นหวั่นไหว เมื่อกี้นี้มันอะไร! แง้ๆๆ ทำไมฉันถึงได้เห็นพี่พระพายยืนอยู่หน้าห้องของช้านนน ได้ยะ นี่แกตาฟาดรึเปล่ายัยแก้ม

ปังๆๆๆ!

เปิดประตู

กรี๊ดดด ฉันว่าฉันตาไม่ฝาดล่ะ อะไรของเขาเนี่ยย ฉันตกใจจนตัวสั่น ไอ้คนบ้านี่ก็ทุบประตูอยู่ได้ แกเป็นโรคประสาทเหรอ แล้วท่าทางเหมือนหมาบ้าแบบนี้ใครมันจะกล้าเปิดประตูให้มิทราบ 

พี่มาทำไมเนี่ย!”

ปังๆๆ!

ยัยหนูแก้ม เปิดประตูเดี๋ยวนี้

พี่เป็นบ้าเหรอ หยุดทุบประตูได้แล้วค่ะ!”

แล้วนี่เรียกฉันว่าหนูแก้มงั้นเหรอ แง้ ขนลุกไปหมดแล้ว

เปิดประตู

ยามอยู่ไหน แม่บ้านอีก มาช่วยฉันด้วยยย TOT โฮๆๆ เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ แล้วอีกอย่าง ใครปล่อยให้เขาขึ้นมาถึงหน้าห้องฉันได้ยะ ไม่มีใครห้ามเลยเรอะ (หรือห้ามแล้ว =_=?)

เปิดเดี๋ยวนี้นะยัยหนูแก้ม!”

พี่จะตีฉันเหรอ =_=”

จะบ้ารึไง ออกมาคุยกัน ฉัน เอ่อ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย

ฉันค่อยๆ เปิดประตูออกช้าๆ มองเห็นเขายืนทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่หน้าห้องฉัน อะไรเล่า! ก็นี่มันห้องส่วนตัวนี่นา ไม่อยากให้คนนอกเข้ามันผิดตรงไหน

ไปคุยกันที่สวน

สั่งเสร็จก็เดินตึงตังลงไปอย่างรวดเร็ว อะไรของเขา นี่มันบ้านใครกันแน่หา!

 

ที่สวนดอกไม้

ถ้าจะถามว่าทำไมต้องเป็นสวนดอกไม่ล่ะก็ ตอบได้เลยว่ามันเป็นเพราะว่าบ้านของฉันเนี่ยรวยเกินไป (?) คุณพ่อชอบธรรมชาติมากจนถึงขั้นคลั่งไคล้เลยก็ว่าได้ บ้านเราเลยมีสวนประมาณสี่สวนแถมกว้างยังกับพืชสวนโลกแน่ะ เดินจนหอบไปเลยสิ (ประชดพ่อทำไม)

แล้วตอนนี้ก็มีหมาบ้ายืนอยู่กลางสวนดอกกุหลาบสีแดงสดที่คุณพ่อปลูกเอาไว้ให้คุณแม่

แล้วก็ฉันด้วย =_=

มีอะไรก็รีบๆ พูดมาสิคะ จะลีลาทำไม

เรื่องแต่งงาน

“…” ฉันตั้งใจฟังมาก

แต่งงานกันเถอะ

อะไรนะ!

นี่พี่พูดอะไรออกมารู้ตัวรึเปล่าเนี่ย เมายากันยุงรึไง!”

พี่พระพายทำท่าจะเด็ดดอกกุหลาบมาฟาดหัวฉัน แต่ตอนนี้เรื่องดอกไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ตรงคำพูดนั้นต่างหาก แต่งงานกันเถอะงั้นเหรอ ถุย ประสาทเข้าขั้นโคม่า เรารักกันรึไง ถ้าให้ตอบเราก็ต้องตอบคำเดียวกันแน่ๆ นั่นก็คือไม่

อยากจะแต่งงานกับฉันงั้นเหรอคะ ตกหลุมรักฉันแล้ว?”

อยากแต่งน่ะใช่ แต่ตกหลุมรักนี่ไว้ให้เหลือเธอเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายบนโลกก่อนละกัน

จ้ะ ฉันต้องการนายมากเลย ไอ้คนบ้า ถ้าไม่รักไม่ชอบแล้วจะมาขอแต่งงานทำสลุงอะไรมิทราบยะ แล้วอีประโยคสุดท้ายนั่นมันอะไร ผู้หญิงคนสุดท้ายในโลกอะไร ตลก ดู The Walking Dead มากไปรึเปล่ายะ -_-

แล้วเหตุผลของพี่มันคืออะไรล่ะ อ่อ บอกไว้ให้รู้เหมือนกันว่าฉันก็ไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวพี่เลยสักนิด

นั่นแหละเหตุผลที่จะทำให้เรื่องระหว่างเรามันง่ายขึ้น

คือ ฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดี มันง่ายขึ้นตรงไหน!

เราจะแต่งงานกันแค่ในนาม หกเดือน แค่หกเดือนเท่านั้น เราทั้งคู่ก็จะเป็นอิสระ

จะบ้าเหรอ พี่แน่ใจได้ยังไงว่ามันจะแค่หกเดือน คิดว่าถ้าเราสองคนแต่งงานกันไปแล้ว พวกแม่ๆ จะยอมให้หย่าง่ายๆ งั้นเหรอคะ

ก็ไม่คิดงั้น แต่ฉันวางแผนมาแล้ว

จากที่เห็นทักษะการคิดแผนการของเขาแล้ว ฉันบอกได้เลยว่ามันโคตรจะพังอ่ะ ตั้งแต่แผนโรคหน้าแก่นั่นละ =_= ถ้าจะให้เชื่อง่ายๆ ก็ให้ฉันไปกินขี้ควายเถอะ

บอกไปว่าฉันเป็นหมัน มีลูกไม่ได้

“=_=^”

วูบหนึ่งฉันก็คิดขึ้นมาว่า หมอนี่จบเกียรตินิยมมาได้ยังไง อาจารย์คีย์เกรดเขาผิดรึเปล่าคะ ตอนนั้นอาจารย์เมาเลยเผลอให้ A มันรึเปล่า

นี่! พ่อกับแม่ฉันไม่ได้โง่นะคะ

แต่งงานกันเถอะ -_- เธอรู้มั้ยว่าฉันคิดเรื่องนี้มาทั้งคืนแล้ว

พี่อย่ามามัดมือชกนะ ขอถามหน่อยเถอะว่าทำไมฉันต้องแต่งด้วย

ก็เพราะว่าแม่ของฉันอยากได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้ และในระหว่างที่รอหัวใจที่เข้ากับแม่ได้ ฉันจะทำตามความต้องการของแม่ แค่นั้น

“…”

ฉันเงียบเลยค่ะ

แม่ฉันบอกว่าหมอบอกกับแม่ว่าจะอยู่ได้อีกไม่นานไม่เกินหกเดือน และเขาจะรีบบอกทันทีที่มีคนมาบริจาคหัวใจ ฉันก็เลยคิดว่า ถ้านี่เป็นสิ่งที่แม่ต้องการมากที่สุด ฉันก็จะทำ

เออ ฉันรู้ และเข้าใจว่าเขารักแม่มาก แต่เรื่องนี้มัน…T_T มันไม่ใช่รึเปล่า เราทำแบบนี้มันดีที่สุดแล้วจริงๆ เหรอ

ถึงแม้ว่าพี่จะไม่ได้รักฉันเนี่ยนะ

ใช่

ฉันเม้มปากแน่น จะตรงไปไหนคะพี่ -_- ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่บรรยากาศอย่างเต็มที่ โฮ ฉันทำให้โลกร้อน (ไม่สติ)

แต่งงานเลยนะ ถึงจะบอกว่าแค่หกเดือนก็เถอะ แต่ฉัน…”

อ่อ แล้วก็ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่ได้อะไรเลยหรอกนะ ฉันจะให้เธอถือหุ้นโรงแรมในเครือของฉันสิบเปอร์เซนต์ ถ้าเธอยอมแต่งงานกับฉัน

เมื่อกี้ฉันได้ยินอะไรผิดไปรึเปล่า หุ้นโรงแรมของพี่ เอ่อ พี่พูดเล่นปะเนี่ย!” ตีเป็นเงินแล้วมันเยอะมากเลยนะเฟ้ย ให้กันง่ายๆ งี้เลยเรอะ ตะ แต่ถ้าได้ก็เอา (. . ) โรงแรมของเขาดังจะตาย ระดับเอเชียเลยนะยะ แถมมีทีท่าว่าจะไประดับโลกในอีกไม่นานด้วย  

และที่น่าสนใจก็คือเป็นโรงแรมที่เพิ่งจะเปิดตัวได้แค่ห้าปี (พี่พระพายลงทุนร่วมกับพี่เขา) แต่กลับได้รับผลตอบแทนที่ดีมาก เรียกได้ว่าเขาได้ทุนคืนตั้งแต่สองปีแรกที่เปิดเลยด้วยซ้ำ ตอนนั้นครอบครัวเขาออกข่าวสังคมเป็นว่าเล่น กิจการอื่นๆ ในเครือภัทรปกรณ์พลต่างก็ได้รับผลพลอยได้ไปด้วย  มันทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาเจ๋งชะมัด พอก้มดูตัวเองแล้วก็ =_= นั่นแหละ ช่างมันเถอะ

งั้นฉันคิดว่าเราคงต้องทำสัญญากันแล้วล่ะ

ไม่ได้อยากได้หุ้นของเขาเลยนะ O_O (เหรอ)

ทำเพื่อ อ้อ นี่เธอคิดว่าฉันจะโกงเธองั้นเรอะ

คือถ้าตอบว่าใช่มันก็ดูจะตรงเกินไปอ่ะ =_=

เป็นหลักประกันให้ฉันสิคะ ฉันต้องการความมั่นใจแบบทั้งคำพูด และลายลักษณ์อักษร ทำไม พี่ทำไม่ได้รึไง ฉันพูด พระพายหรี่ตามองฉันอย่างพยายามเก็บอารมณ์สุดฤทธิ์ ดูแล้วเขาคงอยากจะหวีดวีนใส่ฉันน่าดู ก็แหม เกิดมันมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาจะได้มีหลักฐานยังไงล่ะ

เออ ก็ได้ เขาว่า ก่อนจะจ้องตาฉันแล้วพูดต่อ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะว่าแม่ฉันอยากได้เธอมาเป็นลูกสะไภ้ละก็ ฉันจะมาทำอะไรแบบนี้เด็ดขาด สวยก็ไม่สวย งกอีก

อะไรวะ มันเกี่ยวอะไรกับความสวยของฉันเนี่ย!

 

เราแทบจะตีกันกลางสวน

ใช่ เนื่องด้วยการร่างสัญญาที่แสนจะน่าปวดหัวเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเราถึงแทบจะตีกัน =_= ก็อีกคนอยากได้อย่าง อีกคนไม่เห็นด้วยอย่าง แล้วชาตินี้สัญญามันจะออกมาให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างมั้ย

สุดท้ายฉันก็ยื่นคำขาดไปว่า

 

ไม่รู้แหละ ฉันต้องได้สัญญาภายในวันพรุ่งนี้ ไม่ก็วันมะรืน เข้าใจมั้ยคะ 

 

พี่พระพายแทบจะเขวี้ยงก้านดอกกุหลาบใส่หน้าฉัน -_-

สุดท้ายเราก็ไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เขาเลยขอกลับไปคิดสัญญา ส่วนฉันนั่งรออ่านอยู่เฉยๆ ก็แน่สิยะ ตอนนี้เขาเป็นฝ่ายขอร้องฉันนี่! ถ้าจะให้ฉันไปนั่งร่วมด้วยช่วยกันคิดกับเขา สถานที่ประชุมแห่งนั้นต้องพังราบเป็นหน้ากลองเพราะเราทั้งคู่อาละวาดแน่ๆ

แล้วยัยปัดนี่เมื่อไหร่จะมา บ่ายสามโมงแล้วนะยะ

ฉันคิดไปถึงนังเพื่อนรักที่รู้จักกันมาตั้งแต่จำความได้อย่างทอปัด อะไรไม่รู้ดลใจให้ฉันเอาเรื่องแต่งงานนี่ไปปรึกษาคนปัญญาอ่อนอย่างมัน แต่ก็นะ มันเป็นเพื่อนฉันนี่หว่า ถ้าไม่ให้ปรึกษามันแล้วจะให้ไปปรึกษาแมวที่ไหน

คุณหนูจะรับทับทิมกรอบมั้ยคะ ป้าเพิ่งทำเสร็จ

ก็ดีค่ะ เอ่อ เดี๋ยวเพื่อนแก้มจะมาหา ช่วยทำของกินอะไรง่ายๆ สักสองอย่างให้หน่อยนะคะ

ได้ค่ะคุณหนู

เฮ้อ ไม่อยากแต่งงานอ่า แต่ก็อยากได้หุ้น อยากมีชื่อว่าเป็นผู้ถือหุ้นโรงแรมระดับโลก (ในอนาคต) อ่ะ แต่นั่นน่ะ อีตาพี่พระพายนะยะ (คำว่าพระพายบรรยายความชั่วได้ยาวมาก) แต่งงานกับเขานี่ชีวิตฉันมืดมนเลยนะ (คิดไปเอง)

แต่พี่แกบอกว่าแม่ของเขา…TOT

ให้ตายสิพระเจ้า! ทำไมเรื่องพวกนี้จะต้องมาเกิดกับแก้มด้วยวะคะ ทำไมแม่เขาจะต้องมาเป็นโรคหัวใจระยะสุดท้ายอะไรนั่นด้วย ฮือ แล้วทำไมนะทำไม ทำไมแม่เขาถึงอยากได้ฉันเป็นลูกสะใภ้ ฉันน่ะทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ไม่เมือนพวกคุณหนูทั่วไปหรอกนะ เรื่องปรนนิบัติพัดวีสามีนี่ไม่เคยอยู่ในหัว เพราะลำพังตัวฉันเองยังจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ถ้าเกิดไปช่วยคนอื่นเขาขึ้นมา แล้วฉันละใครจะช่วย

ยิ่งถ้าสามีเป็นพี่พระพายละก็นะ

เหอะ =_=

ยัยแก้มฉันมาแล้วววววนะ!”

เสียงแหลมๆ ของยัยปัด เพื่อนรักของฉันที่ไม่ได้เจอกันนานจนเกือบลืมไปแล้วว่าหน้าตามันเป็นยังไงดังขึ้นที่หน้าห้องโถง ฉันรีบลุกขึ้นเดินไปหามันแล้วกระโดดกอดด้วยความคิดถึง กรี๊ดๆๆ ไม่เจอมันนานเป็นปีแล้วมั้งเนี่ย

นังบ้า แกจะรัดคอฉันให้ตายไปเลยรึไงยะ!” ยัยปัดดันฉันออก =_= ก็แหม คนมันคิดถึงนี่นา

ขอโทษๆ ว่าแต่ไม่เจอกันนาน นมโตขึ้นเป็นกองเลยนะยะ ฉันแหล่ตามองหน้าอกของเพื่อน ชิ ทำไมยัยนี่ต้องสะบึ้มขนาดนี้ด้วย -^- เห็นแล้วมันสะเทือนใจ

ยัย =_=^ ทักอะไรไม่ทัก ทักเรื่องนม นี่น่ะของแท้แม่ให้มานะ ห้ามล้อ!”

ค่าๆๆ เชิญคุณปัดเข้ามานั่งที่โซฟาด้วยนะคะ

เราสองคนคุยเล่นกันตามประสาเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันนานอยู่เกือบชั่วโมง คุณป้าแม่บ้านก็ยกของกินมาเสิร์ฟ มียำวุ้นเส้นทะเลรวม กับทูน่าสลัด บางทีคุณป้าแม่บ้านก็ Healthy มากเกินไปนะ -_- แต่เอาเถอะ เขาทำให้กินดีๆ ก็กินๆ ไป

แล้วตกลงแกมีอะไรจะปรึกษาฉัน ที่เมื่อกี้แกเปรยๆ มาอ่ะ

ยัยปัดว่าไป มือก็ตักของกินเข้าปากไปด้วยความเอร็ดอร่อย -_-

ก็นะเรื่องแต่งงาน

ทำไม เกิดอะไรขึ้น O_O”

ยัยนี่มันคิดไปถึงไหนฟะ =_= สีหน้าแกนี่มันฟ้องอะไรหลายๆ อย่างที่อยู่ในหัวของแกออกมาได้มากมายจริงๆ แกรู้รึเปล่าเพื่อน

อย่าบอกฉันนะว่าแกท้อง

ถุย! แกเอาเล็บขบคิดเหรอไง อย่างอีตาพี่พระพายน่ะเหรอจะได้แอ้มฉัน ต่อให้โลกแตกมันก็ยังเร็วเกินไปเลยย่ะ!”

โห ขนาดนั้นเลย =_=”

ก็เออน่ะสิ เรื่องท้องนี่มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้อย่างเด็ดขาด และไม่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นด้วย ว่าแต่ยัยปัดมันคิดได้ยังไงว่าท้อง เราเพิ่งเจอกันไม่กี่วันเองมั้ย =_=

แล้วตกลงมันมีอะไรยะ

พี่เขาขอฉันแต่งงานว่ะแก

แหม เรื่องนั้นคนเขารู้กันจะทั้งประเทศอยู่แล้วมั้ยยะ ตอนนี้ใครๆ เขาก็สนใจข่าวแต่งงานของแกกับพี่พระพายทั้งนั้นแหละ

ไม่ใช่เว้ย คือตอนแรกมันแบบ เป็นเรื่องที่ทางผู้ใหญ่ตัดสินใจกันเองนะ แต่ตอนนี้เขามาขอฉันแต่งงาน แถมยังเสนอหุ้นให้ฉันฟรีๆ อีกตั้งสิบเปอร์เซนต์แน่ะ

โหงั้น แกควรจะดีใจด้วยซ้ำไปนะยะที่พี่เขาขอเนี่ย มีแต่ได้กับได้ ว่าแต่มันโรแมนติกรึเปล่าอ่ะ

โรแมนติกหอยหลอดอะไรล่ะ =_= ไอ้คำพูดไร้ซึ้งความหวานแหววนั่นน่ะนะ เหอะ ไม่อยากจะนึกถึงมันอีกรอบเลยสักนิด

ถ้าฉันบอกแก แกห้ามบอกใครนะยัยปัด

อะไร ประโยคที่พี่เขาใช้ขอแกแต่งงานน่ะเหรอ

อีเพื่อนโง่นี่…-_-^

ไม่ใช่ยะ!”

กรี๊ด ตะโกนทำไม T_T เห็นมั้ยเนื้อปูมันหล่นเลยอ่ะ!”

ยัยปัดทำท่าเสียดายเนื้อปูชิ้นเท่าควายที่ตกอยู่บนพื้นอย่างสุดซึ้ง นี่ถ้ามันไม่คิดอะไรมาก ฉันว่ามันคงหยิบเนื้อปูนั่นกลับมากินต่อไปแล้ว

ช่างเนื้อปูนั่นก่อน ตอนนี้แกต้องฟังฉัน และก็ห้ามไปบอกใครด้วย เข้าใจมั้ย!”

เข้าใจๆ T^T”

แล้วฉันก็ตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับนายพระพายให้ยัยปัดฟัง

สิบห้านาทีผ่านไป

เร็วมาก เรื่องราวที่ฉันได้ประสบพบเจอมามันช่างรวดเร็วยามที่เล่าให้คนอื่นฟังอะไรอย่างนี้ เริ่มตั้งแต่เรื่องที่คุณพ่อคุณแม่บังคับให้ไปดูตัว แผนการแรกของพี่แก (ก็อีโรคหน้าแก่นั่นละ ยัยปัดขำนานมากจนฉันแทบจะตบเรียกสติให้) ยันมาถึงเรื่องที่ทำร้ายจิตใจสวยมากที่สุด T_T คุณแม่ของเขาเป็นโรคหัวใจระยะสุดท้าย

ไอ้โรคหัวใจระยะสุดท้ายนี่มันเหมือนโรคมะเร็งระยะสุดท้ายรึเปล่าวะ

ทำไมคิดเหมือนกันเลย แต่ก็นะ ฉันไม่ใช่หมอนี่หว่า จะไปรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับโรคหัวใจอะไรนั่นได้ยังไง จบบริหารมานะเฟ้ยไม่ใช่แพทย์

ไม่รู้ แต่เห็นหมอบอกว่าแม่เขาจะอยู่ได้ไม่เกินหกเดือน

เท่าที่ฟังแกพูดมาเนี่ย ฉันว่าแต่งไปก็ไม่เสียหายนะยัยแก้ม ถ้าแม่เขาอยู่ได้แค่หกเดือนจริงมันไม่นานหรอกถ้าเทียบกับเวลาแห่งความสุขที่คนๆ หนึ่งจะได้รับ เอ่อ ฉันหมายถึงแม่ของพี่พระพายน่ะ แล้วอีกอย่าง หุ้นในเครือของครอบครัวพี่พระพายเนี่ยมูลค่ามหาศาลเลยนะยะ เป็นฉันนี่ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยด้วยซ้ำ ยัยปัดพูดยาวเหยียดแบบอีกนิดจะหายใจทางเหงือกแล้ว

แต่แกลืมอะไรไปรึเปล่า ถ้าครบหกเดือนแล้วแม่พี่เขายังอยู่ ฉันจะหาข้ออ้างอะไรมาขอหย่าล่ะยะ TOT!” ฉันแย้ง

ก็บอกไปสิว่าเจอคนที่ใช่แล้ว แบบต่างคนต่างเจอคนที่ใช่ ถ้าพี่พระพายก็เจอ เธอก็เจอ ฝั่งผู้ใหญ่เขาคงจะค้านอะไรไม่ได้หรอก

ถ้าต่างคนต่างก็เจอคนที่ใช่งั้นเหรอ =_=

อย่างพี่พระพายมันก็คงจะหาได้ง่ายๆ ยิ่งกว่าปอกกล้วยด้วยสองนิ้ว แล้วฉันล่ะยะ จะไปหาผู้ชายดีๆ ที่ไหนมารับสมอ้าง คือแบบหายากว่ะบอกเลย

อ่อ ย้ำว่าผู้ชายดีๆ ด้วยนะ -_-

หุๆ เรื่องนั้นน่ะไว้ใจเจ๊เถอะคะ

ยัยปัดทำเสียงมั่นอกมั่นใจมากจนฉันขนลุก ว่าแต่แกเป็นเจ๊ตั้งแต่เมื่อไหร่ยะ -_-

ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ นี่ยัยแก้ม เราไปลั้นล้ากันดีมั้ยคืนนี้

ลั้นล้าอะไรของแกอีก ตอนนี้ฉันกำลังเครียดอยู่นะยะ

เครียดอะไรอีก -_- อย่ามา…”

ก็จะไม่ให้คิดมากได้ยังไง แต่งงานนะไม่ใช่ไปขี้ในส้วม ที่จะได้เสร็จแล้วจบๆ ไปน่ะ ความรู้สึกมันห้ามกันได้ที่ไหนเล่า ถึงแม้ว่ายัยปัดมันจะคิดทางออกที่ดูมีเหตุผลมาให้แล้วก็เถอะ เรื่องแบบนี้มันทำใจยากจริงๆ

หยุดคิดเรื่องนี้ได้แล้ว วันนี้เราจะไปลั้นล้ากัน

ลั้นล้าอีกละ ลั้นล้าอะไรของแก =_=

ไปปาร์ตี้กันเถอะ!”

ปาร์ตี้อะไร

ปาร์ตี้ต้อนรับกลับบ้านของเพื่อนชายของฉันเอง J

แกมีเพื่อนชายเวรอะไรที่ไหน ทำไมฉันไม่รู้จัก

ปกติเราไปไหนไปกันตลอด เพื่อนมันก็เหมือนเพื่อนฉัน แล้วช่วงนี้ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครกลับมาจากเมืองนอกนี่หว่า แล้วมันจะไปต้อนรับใครกลับบ้าน

ก็รู้จักกันตอนเรียนเมืองนอกย่ะ! ที่สวิซเซอร์แลนด์นั่นแหละ

เหรอ =_=

ฉันคงต้องขอคุณพ่อคุณแม่ก่อน

แกเป็นเด็กสามขวบรึไง -_-“

ก็แหม เวลาจะไปไหนมันก็ต้องบอกจนชินแล้วนี่หว่า อยู่ดีๆ เกิดฉันหายหัวไปดื้อๆ แล้วพวกท่านบ้าไปแจ้งความขึ้นมานี่ซวยทั้งโรงพักเลยนะยะ

เอาเถอะ ยังไงฉันขอกลับไปเตรียมตัวก่อนละกัน แล้วจะมารับนะจ้ะคุณเพื่อน

อ่อ ได้ๆ แล้วจะโทรหาละกัน

ยัยปัดลุกขึ้นเตรียมจะกลับ ฉันเลยเดินไปส่งมันที่หน้าบ้าน ว่าแต่ทำไมวันนี้อากาศร้อนจังเลยวะคะเนี่ย สภาพอากาศคล้ายจะเป็นทะเลทรายไปทุกทีแล้วนะ

โอ๊ะ ลืมบอกไป ตีมงานเป็นตีมหน้ากากนะยะ เพราะงั้นเอาหน้ากากไปด้วย ลายเสือที่ฉันเคยซื้อให้แกตอนนั้นก็สวยดีนะ

 หายไปแล้ว -_-” ฉันตอบไปแบบไม่ทันคิด ยัยปัดหันมามองหน้าฉันอย่างรวดเร็วจนฉันกลัวว่าคอมันจะหัก อะไรยะ ก็ฉันจำไม่ได้นี่ว่ามันอยู่ที่ไหน ฉันผิดรึไง อย่ามามองฉันด้วยสายตาเสียอกเสียดายแบบนั้นนะยะ

นั่นตั้งสามพันห้าเลยนะยะ TOT”

อะไร =_=”

หน้ากากไง! สวยด้วยนะ เสียดายที่สุด นังคนไม่รักษาของงงงง

ชี้หน้าด่าฉันอีก โว๊ะ กะอีแค่หน้ากากรุ่น Limited Edition อันเดียวแกจะโวยวายไปทำไมนักหนา ดูสิแม่บ้านมองใหญ่เลย เงียบนะนังบ้า

เดี๋ยวฉันไปหาดูอีกทีก็ได้ยะ! พอใจยัง

มันต้องหายไปแล้วแน่ๆ เลย กรี๊ดๆๆ

หยุดทำตัวเป็นผีบ้าแล้วรีบๆ กลับไปได้แล้ว!”




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

2 ความคิดเห็น