Sweetheart Contact สัญญา (ไม่) ลับ ผูกมัดหัวใจยัยตัวดี

ตอนที่ 2 : His disguise is...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 มิ.ย. 62

1

His disguise is...

 

                น่ารำคาญจริงๆ

ฉันถูกบังคับให้แต่งหน้าทำผมตั้งแต่บ่ายโมงเพื่อไปเจอกับพี่พระพาย แน่นอนว่าฉันอิดออดจนทำให้เลยเวลานัดมาเกือบครึ่งชั่วโมง =_= ก็ฉันไม่อยากไปเลยสักนิดนี่ แถมพอนึกถึงหน้าคุณแม่ที่ดูจะดีใจมากเมื่อรู้ว่าฉันยอมไปเจอเขาแล้ว ฉันก็เกิดอาการพะอืดพะอมอยากจะขย้อนสปาเกตตี้ปูอลาสก้าที่กินไปเมื่อสามชั่วโมงก่อนออกมาแทบจะทันที

                สวยมากที่สุดเลยค่ะคุณลูกที่น่ารักของคุณแม่คุณแม่ว่าพลางเอาผ้าเช็ดหน้าราคาสามพันห้าออกมาซับน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความปลาบปลื้ม ฉันได้แต่ยิ้มแหยๆ ส่งไปให้ ไม่รู้ว่าฉันจะเจออะไรจากการไปดินเนอร์นี่บ้าง ถ้าเกิดอีตาพี่พระพายดันบ้าขึ้น โมโห หงุดหงิดที่เมนส์ไม่มา (?) แล้วมาล้งเล้งกับฉัน ฉันอาจจะถูกฆ่าเลยก็เป็นได้

                ฉะ ฉันควรจะพกสเปรย์พริกไทยไป =_=;; (ยังคงกลัวภาพลักษณ์สมัยก่อนอยู่)

                คุณป้าแม่บ้าน ช่วยเอาสเปรย์พริกไทยมาให้แก้มทีสิคะ

                ได้ค่ะคุณหนู คุณป้าโค้งตัวอย่างมีมารยาทก่อนจะเดินไปเอาสเปรย์พริกไทยที่ฉันสั่งมา อย่างน้อยก็ขอให้โล่งใจว่าฉันมีอาวุธป้องกันตัวหน่อยเถอะ ถึงแม้ว่าตั้งแต่ที่เขาเรียนจบไปฉันจะไม่ได้เจอเขาอีก แต่สมัยนั้นพี่พระพายคือที่สุดของความเถื่อนในสายตาฉันจริงๆ นะ

                พร้อมรึยังคะลูก

                หนูบอกว่าไม่พร้อมได้รึเปล่าล่ะคะ

                คุณแม่ทำหน้าเหลอหลา ทำเป็นไม่ฟังเมื่อฉันพูด ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับมายิ้มแย้มใหม่ บอกตรงๆ ว่าฉันรู้สึกขนลุกทุกทีที่คุณแม่ทำท่าทางมั่นอกมั่นใจแบบนี้ =_= ไอ้สายตากรุ้มกริ้มนั่นมันอะไร

                ขอให้มีความสุขกับดินเนอร์นะคะลูก

                เฮอะดินเนอร์เหรอ =_=

 

                @โรงแรม Krystal Royal

                ฉันเดินย่างกรายเข้ามาที่โซนวีไอพีด้วยใบหน้าเซ็งที่สุดในชีวิต นอกจากจะถูกบังคับให้ใส่ชุดเดรสสั้นสีชมพูหวานแหววนี่แล้ว คุณแม่ยังบังคับให้เอากล่องของขวัญบ้าบอที่ฉันไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรนี่มาให้พี่พระพายอีก ความจริงแล้วฉันไม่สนหรอกว่าของข้างในจะเป็นอะไร ก็คุณแม่เป็นคนให้นี่นาไม่ใช่ฉัน =_= แต่บางทีฉันควรจะรื้อกล่องนี่แล้วดูว่ามันมีอะไร ใช่ ฉันควรทำแบบนั้น  

ใช่มั้ย?

                ก่อนจะถึงหน้าห้องดินเนอร์ส่วนตัวอะไรนั่น ฉันจัดการควักกล่องของขวัญสีชมพูพาสเทล (ฉันจะอ้วก ทำไมวันนี้มีแต่สีชมพู) กล่องเล็กน่ารักขึ้นมาดู ก่อนจะแควกก! แกะออกอย่างประณีต -_- (เหรอ)

                แล้วก็พบว่าข้างในมันคือกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเล็กๆ  =_= นี่คุณแม่เอาจริงดิ ฉันเขวี้ยงขยะ (กล่องของขวัญที่เละไปแล้ว) ลงถังขยะที่ตั้งอยู่ข้างหลังติดกับกำแพง ก่อนจะเปิดกล่องกำมะหยี่นั่นออกอย่างไม่ออมแรง แต่สงสัยว่าจะรุนแรงมากไปหน่อย ผลคือฝากล่องหักหลุดเด้งออกไปข้างหน้า ฉันอ้าปากค้าง กรี๊ดดด เอาจริงๆ ก็ไม่ได้ออกแรงอะไรขนาดนั้นสักหน่อยนะยะ! แล้วนั่นใครกำลังเดินมา

โอ้ไม่!

                พลั่ก!

โอ้ย! อะไรวะ

โป้ก!

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนฉันไม่อยากจะเชื่อว่ามันคือความจริง ผู้ชายแก่รุ่นคุณปู่เดินถือไม้เท้ามาอย่างเชื่องช้าถูกฝากล่องกำมะหยี่เด้งกระแทกหน้าผากอย่างแรง ส่งผลให้คุณปู่ผู้โชคร้ายตกใจหงายหลังหัวกระแทกพื้นจนเอ่อ วิกหลุด T^T

ว่าแต่ทำไมคนแก่ถึงอุทานแปลกๆ เนี่ย

                คุณปู่! เป็นอะไรมากมั้ยคะหนูขอโทษค่ะ ไม่ได้ตั้งใจเลยสักนิดจริงๆ นะคะ T_T” ฉันถลาเข้าไปประคองคุณปู่ท่านนั้นลุกขึ้นเพราะว่าท่านเอาแต่ก้มหน้าก้มตามองพื้น สงสัยกำลังมึนอยู่เพราะเมื่อกี้ล้มซะแรงเลย เอ่อ พอมองดูชัดๆ แล้ว ทำไมคุณปู่คนนี้ถึงย้อมสีผมเป็นสีบลอนด์ทองกันนะ หรือนี่จะเป็นแทรนด์ใหม่ของคนแก่วะ แถมยังตัดผมเป็นทรงสมัยนิยมอีกต่างหาก =_= ดูเหมือนคุณปู่จะหงุดหงิดที่ถูกฉันจ้องหน้านานเกินไป เลยหันหน้าหนีฉัน (แรงอ่ะแก) ก่อนจะสะบัดตัวออกอย่างแรงแล้วเดินไป ฉันได้แต่ยืนค้าง มองตามหลังของคุณปู่ที่เดินเร็วมากจนหายลับไปตามทางเดิน

                เฮ้ย! นั่นวิก คุณปู่ลืมวิก!

                ฉันก้มเก็บวิกสีขาวเหมือนหงอกขึ้นมา (ไม่เข้าใจจะใส่มาทำไม) ก่อนจะวิ่งเหยาะๆ ตามคุณปู่ไป ทำไมคนแก่มันเดินเร็วแบบนี้เนี่ย ตอนอายุยี่สิบเคยเป็นแชมป์เดินโอลิมปิกรึไง

                คุณปู่คะ! วิกค่ะ!”

                กึก!

                หยุดเดินแทบจะทันทีที่ได้ยินคำว่าวิก =_= คุณปู่หันหลังกลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับเดินดุ่มๆ โดยไม่ใช้ไม้เท้าเข้ามาหาฉัน (ไม่เข้าใจอีกรอบว่าจะถือมาลำบากสังขารตัวเองทำไม) ก่อนจะกระชากวิกหงอกนี่กลับไปอย่างแรงจนฉันเกือบหน้าทิ่ม ทำไมคนแก่ถึงได้มีแรงเยอะขนาดนี้ แอบดื่มกระทิงแดงเกินสองขวดมาใช่มั้ย!

                เอ่อ เมื่อกี้หนูขอโทษ…”

                หุบปากไป

                คะ…?” ฉันกำลังจะเอ่ยปากบอกว่าขอโทษ แต่สิ่งที่คุณปู่ตอบกลับมามันทำให้ฉันอ้าปากค้างโอเค ฉันจะทำความเข้าใจว่านี่คืออาการของคนแก่ คุณปู่ท่านนี้กำลังเข้าสู่วัยทอง

ชะ ใช่มั้ย?

แต่ว่าดูจากสภาพผิวหนังแล้วอายุนี่เลยวัยทองไปไกลแล้วนะ ทำไมอารมณ์รุนแรงงี้ละ มันน่ากลัวนะยะ TOT ฉันมัวแต่มองดูคุณปู่ใส่วิกกลับไปเหมือนเดิมจนเผลอมองหน้าเหี่ยวๆ นี่ไปด้วย ท่านไม่มองหน้าฉันเลยสักนิด สงสัยจะโกรธ T_T แต่เฮ้ย ทำไมหน้าผากคุณปู่ถึงลอก

                หน้าคุณปู่…”

                อะไร!”

                ทำไมต้องตะคอกด้วย =[]=

                มันลอกค่ะ ตรงหน้าผากลอกแบบเป็นแผ่นๆ เลย เจ็บมากมั้ยคะ ไปหาหมอมั้ยหนูพาไปได้นะคะ

                คุณปู่เบิกตากว้างก่อนจะรีบจับใบหน้าตัวเองแล้วหันหลังวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่ได้สนใจในคำพูดของฉันเลยสักนิด ฉันได้แต่ยืนเป็นเอ๋อมองทางที่ตอนนี้มีแค่แสงไปสลัวๆ กับฝากล่องกำมะหยี่ที่ตกอยู่ริมผนัง อะไรของคนแก่วะ =_= ไม่เข้าใจ

                พอเก็บฝากล่องมาเสร็จ ฉันก็ก้มมองสิ่งที่อยู่ข้างใน ก่อนจะพบว่าเป็นเข็มกลัดรูปรวงข้าวสีขาวฝังเพชรขนาดเล็กวางแบอยู่ โอ้ว ฉันรู้สึกโล่ง แต่แบบว่าให้เข็มกลัดทำไมเหรอ แค่มาดูตัวทำไมต้องให้อะไรแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้

                แล้วนี่มันเลยเวลานัดมานานเท่าไหร่แล้วนะ ฉันเดินไปจนถึงห้องดินเนอร์วีไอพีที่อาจจะมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งหน้าบูดอยู่ข้างใน พนันได้เลยสิว่าคุณชายแบดบอยอย่างเขาคงจะชอบอยู่หรอก มานั่งรอผู้หญิงที่ไม่ได้รู้จักกันเป็นเรื่องเป็นราวนานเป็นชั่วโมงๆ แบบนี้ ความจริงฉันก็ไม่อยากมาเลตมากขนาดนี้หรอก แต่มันเป็นเพราะอุบัติเหตุต่างหาก เอ่อ หวังว่าใบหน้าของคุณปู่ท่านนั้นจะกลับเข้าที่เหมือนเดิมนะ T^T หนูขอโต้ดดด

                ก๊อกๆ

                เคาะพอเป็นพิธีสักหน่อย -_-;

                ขอโทษค่ะ รอนานมั้ยคะ

                เงียบกริบ

                อ้าว ทำไมไม่มีใครอยู่ในห้องนี้เลยล่ะ!?

                อาหารทุกอย่างถูกจัดวางอย่างสวยงามเหมือนไม่มีคนแตะ ฉันเดินเข้าไปนั่งในห้องอย่างเซ็งๆ นี่ฉันว่าฉันสายแล้วนะ เขายังสายกว่าฉันอีกงั้นเหรอ!

ให้มันได้อย่างนี้สิ!

                นั่งก่นด่าปนสาปแช่งในใจอยู่นาน อาหารน่าอร่อยนี่ก็เย็นชืดหมดแล้ว เขาก็ยังไม่มา นี่มันจงใจจะไม่มาแล้วปล่อยให้ฉันรอเก้อใช่มั้ย ชักจะหงุดหงิดแล้วนะ!

                แอดด

                เฮ้ย มาแล้วเรอะ ฉันฉีก (แสยะ) ยิ้มอย่างงดงามพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าที่กำลังเดินเข้ามา แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาฉันแทบช็อค! (ยิ้มค้าง)

                เพราะสิ่งมีชีวิตที่ควรจะมีใบหน้าหล่อเหลาเรียบเนียนนั่น กลายเป็นคุณปู่หน้าเหี่ยวย่นเหมือนผ้าขี้ริ้วคนนั้น

                เอ๊ะ ทำไมคุณปู่ถึงมา…”

                ฉันไม่ใช่คุณปู่ ชะงักไปสองวิ ก่อนจะตอบ

                ไม่ใช่หอยทอดอะไรยะ ก็เมื่อกี้เรายังเจอกันอยู่เลย แถมหน้าผากเหี่ยวๆ นั่นยังโดนฝากล่องกำมะหยี่นี่เด้งไปโดนอีก คิดว่าฉันความจำเสื่อมงั้นเหรอฮะ =_=

                เอ่อ เข้าผิดห้องรึเปล่าคะ

                เปล่า

                งั้นหรือว่าฉันจะเข้าผิดห้องวะ -_- ฉันพยายามนึกถึงคำพูดของคุณแม่ เอ่อ ห้องวีไอพี 23 ฉันเหล่ตาไปมองตัวอักษรที่ติดอยู่ข้างๆ ประตู เวร

หะห้องนี้มันก็วีไอพี 23 นี่หว่า

                เธอคือหนูแก้มใช่มั้ย

                คะ คิดว่าใช่นะคะ

                ฉันทำตัวไม่ถูกเมื่อชายชราผู้นี้เดินเข้ามาในห้อง ฮ่า! บอกตรงๆ ว่าเหงื่อแตกว่ะ สถานการณ์แบบนี้มันคืออะไรคะ อีตานั่นจ้างใครมาแทนรึเปล่าเอ่ย ถ้าเป็นงั้นจริงนี่แกเล่นแรงมากเลยนะยะ!

                สวัสดี ฉันพระพาย เรียกพี่ก็ได้นะถ้าอยากจะเรียก

                ฮะ…=_=?

                ฮุฮิโฮะ

                ฉันเงียบค่ะ พูดไม่ออก โว้ นี่แกจะเล่นแรงเกินไปละนะ ตามมุกไม่ทันจริงๆ อีตาพี่พระพายจ้างมาก็บอกตรงๆ สิ อย่าลีลาเลยสวยขออออ T^T ว่าแต่จะให้เรียกพี่อะไรกันยะ ขนาดนี้ก็ให้เรียกทวดเลยเหอะ

                พอเขาเห็นว่าฉันไม่เชื่อ เขาก็เลยควักบัตรประชาชนออกมาให้ฉันดู อุ๊ยตาย

                ผ่างง! เหมือนมีคนมาตีฉาบข้างหู ทำไมใบหน้า ชื่อ ทุกอย่างมันถึงได้ชัดเจนขนาดนี้ กรี๊ดด นี่มันอะไรฟะ

                นี่มันเรื่องตลกเวรอะไรกันเนี่ย!”

                มันไม่ใช่เรื่องตลก -_-”

                เออ ขำไม่ออกเลยจริงๆ

                นี่คือคุณกำลังจะบอกฉันว่าคุณคือพี่พระพายงั้นเหรอ!”

                ใช่ -_-”

                ฉันแทบจะกรี๊ดใส่หน้าเขา เรื่องนี้ทำเอาฉันหลอนไปเลย แง้ น้ำตาจะไหล TOT ลองนึกภาพตัวเองยืนคุยกับคนที่ดูมีอายุเกือบร้อยและถูกจับมาแต่งงานกันดูสิ มันช่างน่าขนลุกอะไรอย่างนี้

                อย่ามาสตอนะ! พี่พระพายจะมากลายเป็นคนแก่อายุแปดสิบแบบนี้ไปได้ยังไงกัน!”

                ฉันอายุยี่สิบแปด -_- ที่ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าฉันป่วยเป็นโรคเอ่อโรคอะไรนะเขาเงียบไปสักพักเอ่อใช่! โรคหน้าแก่ Cutis laxa ชื่ออื่นก็มี Chalazoderma, Dermatochalasia, Dermatolysis เอ่อ อะไรต่อวะ อ่อใช่! Dermatomegaly, Generalized elastolysis, Generalized elastorrhexis, และ Pachydermato cele”

                หมอนี่พูดร่ายยาวเหมือนท่องอาขยาน =_= ก่อนจะจ้องหน้าฉันแล้วทำท่าจะอธิบายถึงโรคของเขาต่อ ฉันเลยยกมือขึ้นเป็นเชิง หยุดสักที ส่งไปให้

                แต่มันก็ยังไม่หยุด -_-^

                เป็นโรคที่พบได้น้อยมาก ทั่วโลกมีการรายงานผู้ป่วยประมาณ 200 ราย พบได้ทั้ง ชาย หญิง ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติ โดยสาเหตุเกิดจากความผิดปกติของเส้นใย Elastin ซึ่งเป็นโครงสร้างของผิวหนังที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นเกิดการเสื่อมเร็วกว่าอายุจริง ทั้งจากความผิดปกติทางพันธุกรรม หรืออาจจากเสื่อมโดยกระตุ้นจากกระบวนการอักเสบ และ…”

                หยุดสักที! TOT”

                ทำไมเขาจะต้องร่ายยาวเกี่ยวกับโรคบ้าบอนั่นให้ฉันฟังด้วยฮะ ฉันไม่ได้อยากรู้โว้ย! ฉันยกมือกุมขมับ รู้สึกเครียดจนอยากไปทำบุญสะเดาะเคราะห์จริงๆ เอาให้เรื่องราวงี่เง่าที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตฉันลอยไปอย่าได้หวนกลับมา ส่งออกนอกโลกไปเลย!   

                แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนฉันยังเห็นพี่ไปถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร HOT อยู่เลยนะ!”

                อ้อ ฉันเพิ่งจะป่วยวันนี้ =_=”

                อะไรนะ ป่วยวันนี้!? นี่มันคิดว่าการป่วยเหมือนการปวดขี้หรือยังไง อะไรมันจะป่วยง่ายดายขนาดนี้หา! TOT

                แต่พอมาคิดๆ ดูแล้ว นี่ละทางออกที่จะทำให้ฉันไม่ต้องถูกจับแต่งงานกับเขา ก็ใครมันจะไปอยากแต่งงานกับคนที่มีหน้าตาเหมือนคุณปู่แถมนิสัยเสียแบบนี้กัน!

                งั้นเรื่องที่พวกผู้ใหญ่คิดจะจับเราสองคนแต่งงานกัน ถือว่ายกเลิกไปเลยนะคะฉันเงยหน้าขึ้นไปบอกคุณปู่ เอ๊ย เขา =_=;;

                อ่าฮะ Jเขาแสยะยิ้มออกมาเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากฉัน โอ๊ยยย ไอ้รอยเหี่ยวย่นตรงริมฝีปากเขามันเริ่มลอกอีกแล้ว ฉันควรจะบอกเขายังไงดี คงจะแสบมากเลยสินะ T_T (เริ่มสงสาร)

                พี่รู้อะไรมั้ย หนังหน้าพี่มันลอกอีกแล้วค่ะ

                เออ ช่างมัน

                ฉันนั่งมองเขาด้วยสายตาสงสาร (ปนสมเพช) จนเขาแทบจะเอาไม้เท้าในมือโขกหัวฉัน (เขายกมันขึ้นมาจริงๆ นะ!) ผู้ชายบ้าอะไรทำไมโหดร้ายกับสุภาพสตรีขนาดนี้ 

                พี่คงจะรู้สึกเศร้ามากเลยสินะคะ พ่อกับแม่พี่รู้เรื่องนี้แล้วรึยังคะ

                ถ้าเป็นฉัน ฉันคงไม่กล้าออกมาโฉบเฉี่ยวลั้นลาอยู่ข้างนอกแบบนี้แน่ ฉันอาย! แต่ดูเหมือนผู้ชายคนนี้จะไม่แคร์อะไรทั้งนั้น เขายักไหล่เบาๆ ก่อนจะนั่งลงตรงหน้าฉันอย่างชิลๆ

                ยังไม่มีใครรู้ -_-”

                อ๋อ คงไม่กล้าบอกสินะ

                ก็ไม่เชิง

                งั้นให้ฉันช่วยพูดให้เอามั้ย ถือซะว่าฉันช่วยให้พี่สบายใจมากขึ้น(แม่พระเข้าสิง)

                อย่าเลย ฉันเกรงใจ -_-;”

                “…=_=…”

                “…-_-”

                เอ่อ อยู่ดีๆ มหกรรมแข่งกันเงียบก็เริ่มต้นขึ้น ไม่รู้จะคุยอะไรเลยอ่า T^T ตอนนี้จะเรียกได้ว่าฉันรู้สึกเหมือนตัวเองมานั่งดินเนอร์กับคุณปู่ แบบ วันสบายๆ ของปู่กับหลานอะไรทำนองนั้นเลยก็ได้ แต่ความจริงมันไม่ใช่ไง =_= คนตรงหน้าฉันคือพระพาย พระพายเชียวนะ! เขาผู้ซึ้งเคยเป็นหนุ่มหล่อแบบ สาวๆ แทบจะกระทืบกันตายเพื่อให้ได้เขามาครอง แต่ตอนนี้กลายเป็นตาแก่ที่สาวเห็นแล้วยกมือไหว้ เขาไม่รู้สึกเศร้าบ้างเหรอ =_=

                เอ่อ เกือบลืมเลยค่ะ ฉันยื่นกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินที่ไม่มีฝา (เก็บมาแล้วแต่หายไปไหนก็ไม่รู้) ให้เขา พี่พระพายยื่นมือมารับไป ไม่ได้พูดอะไรต่อ คุณแม่ฝากมาให้ค่ะ

                ครืด ครืด

                เอ๊ะ ใครโทรมา

                มือถือฉันสั่นอยู่ในกระเป๋า Prada สีชมพูพาสเทลประหนึ่งแผ่นดินไหวแปดจุดสี่ริกเตอร์ -_- ฉันมองหน้าเขาเป็นเชิงขออนุญาต (ความจริงมันไม่จำเป็นหรอก แต่หน้าเขามัน) ก่อนจะกดรับสาย

                แก้มพูดค่ะ

                (หนูแก้ม นี่แม่นะคะ แม่ตาพระพายน่ะจ้ะ)

                อ้าว แม่ตานี่แล้วจะโทรมาหาหนูทำไมคะ ฉันนึกถึงสาเหตุที่คุณแม่เขาจะโทรมาหาฉันสักพัก หรือว่าเขาจะอายจนไม่กล้ากลับบ้าน? และเพราะฉันจะมาเจอเขาพอดีเลยโทรมาถาม?

                ว่าแต่ไปเอาเบอร์ฉันมาจากไหน =_=

                เอ่อ ค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ

                (พี่เขาเป็นยังไงบ้างลูก น่ารักใช่มั้ยจ้ะ เขาบอกว่าเขาจะมีเซอร์ไพรซ์ให้หนูด้วย เห็นออกจากบ้านไปตั้งแต่สี่โมงเย็น)

                สี่โมงเย็น? ฉันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ก่อนจะพบว่าตอนนี้เวลาหกโมงเย็นไม่ขาดไม่เกิน พี่พระพายมองหน้าฉันเหมือนอยากจะรู้ว่าฉันคุยกับใคร ฉันเลยบอกไปว่า

                แม่พี่โทรมาค่ะ

                โครม!

                เฮ้ย ฉันตกใจจริงๆ จนเกือบจะหลุดอุทานออกมา เพราะอยู่ดีๆ เขาก็ลุกพรวดขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย รุนแรงจนเก้าอี้ที่นั่งอยู่หงายล้มดังตึง! เขาคว้าโทรศัพท์มือถือไปจากมือฉันก่อนจะพูดกับแม่เขาอย่างเป็นธรรมชาติ

                ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น =_=

                ทำบ้าอะไรของพี่คะ โอ้ไม่ หน้าพี่มันลอกเยอะมากเลย O_O” ฉันกระซิบบอกเขา

                เงียบก่อนเขากระซิบกลับมา =_= ก่อนจะหันไปคุยกับแม่เขาต่อ แม่ครับ ใช่ครับ โอ้ แน่นอนครับแม่ น้องหนูแก้มของคุณแม่น่ารักมากครับ ฮ่าๆ

                ไอ้ใบหน้าเหี่ยวๆ ลอกๆ ที่กำลังส่งเสียงหัวเราะอันไร้อารมณ์นั่นมันอะไรยะ -_-^

                อะไรนะครับแม่! ไม่ๆๆ น้องหนูแก้มของคุณแม่ต้องรีบกลับบ้านเพราะคุณพ่อเขาดุมากเลยครับ อะไรนะ! แม่กับพ่อน้องหนูแก้มอยู่บ้านแม่!”

                อะไรนะ!?”

                ไม่ใช่แค่คน (แก่) ตรงหน้าที่ตกใจ ฉันก็ตกใจ! ทำไมแม่กับพ่อของฉันถึงไปอยู่ที่บ้านของเขา! ปกติพ่อฉันจะต้องทำงาน ชีวิตพ่อสิ่งที่สำคัญที่สุดคืองาน ส่วนแม่ของฉันเองก็ควรจะไปขลุกอยู่กับคุณหญิงคุณนายสมาคมน้ำชายามเย็นอะไรนั่น! แต่ทำไม! ทำไมวันนี้ถึงไปอยู่บ้านเขา!

                อยากจะกรี๊ด!

                ไม่ได้เออใช่ แม่ครับ! คือผมมีงานด่วนมาก พี่พระนายโทรตาม อะไรนะ! พี่อยู่ที่บ้าน

                บอกเขาไปสิว่าพี่ต้องไปหาหมอ เป็นโรคหน้าแก่อะไรนั่นไม่ใช่เหรอ T_T” ฉันกระซิบบอกเขา

                ไม่ได้!” เขาหันมากระซิบให้ฉัน ก่อนจะหันไปคุยกับแม่ของเขาต่อ “...แม่ครับ ผมว่าผมจะพาน้องไปเที่ยวต่ออีกสักหน่อย อะไรนะ แม่!”

                โอ๊ยยย สวยจะบ้าตาย ทันทีที่เขาโยนมือถือมาใส่มือฉัน ฉันก็เริ่มรู้สึกว่าโลกทั้งใบมันปั่นป่วนเหมือนพายุทอร์นาโดถล่มใส่ทั้งโลก

 

                แกต้องพาน้องมาหาแม่เดี๋ยวนี้ เข้าใจมั้ย!’

 

                ช่วยบอกฉันทีว่าฉันได้ยินเสียงนั่นผิดไป!

                ให้ตายสิวะ!”

                อีตาพี่พระพายเริ่มหัวเสีย T_T ฉันขออย่างเดียวคืออย่ามาลงที่ฉันนะยะ อย่าแม่แต่จะจับหรือแตะต้องอะไรฉันทั้งนั้น ฉันมีสเปรย์พริกไทยนะ!

                ทำไมพี่ไม่บอกแม่พี่ไปว่าป่วยล่ะคะ(ไม่กล้าขึ้นเสียง)

                เรื่องของฉัน

                เออ ดิฉันเงียบไปเลยค่ะ มีความรู้สึกเหมือนโดนเขาต่อยเข้าที่เบ้าตาสามครั้งติด เจ็บบบ! ฉันก็ถามเขาดีๆ นะ แล้วดูเขาตอบ กรี๊ดดด (ในใจ) ทำอะไรมันไม่ได้

                ฉันไม่ไปนะคะ

                ไม่ได้!”

                ทำไมเล่า! ก็บอกไปสิว่าฉันปวดท้อง ไส้ติ่งแตกอะไรก็ว่าไป แม่พี่ไม่ว่าอะไรหรอก อีกอย่างนะ แค่เขาเห็นผิวหนังเหี่ยวๆ กับหนังหน้าที่ลอกออกมาเป็นแผ่นๆ เหมือนกิ้งก่าทะเลทรายลอกคราบของพี่ เขาก็โกรธไม่ลงแล้ว =_=”

                พี่พระพายขมวดคิ้วยุ่งทันทีเมื่อฉันพูดจบ -_-

                เงียบทำไมคะ ความจำเสื่อมไปแล้วเหรอ

                เปล่า ฉันกำลังใช้ความคิด อย่ารบกวนการทำงานของสมองฉัน

ว้อท! อย่างเขาเนี่ยนะจะใช้สมอง ไม่อยากจะเชื่อ ตอนเรียนมหาวิทยาลัยคณะเดียวกัน (คณะบริหาร) ฉันได้ข่าวมาจากรุ่นพี่ว่าพี่แกเกือบจะโดนรีไทร์ไปแล้ว ไม่โง่แล้วจะเรียกอะไร ฉลาดเรอะ

                ฉลาดเรื่องโง่ๆ น่ะสิ -^-

                เอ่อ แต่จะว่าไปตอนที่เขาขึ้นปีสาม ได้ยินว่าพี่แกติดอันดับท็อปไฟว์เลยนี่หว่า -_-;; หรือว่าเขาจะฉลาดจริงๆ กันนะ ที่ฉันได้ยินมามันเป็นข่าวโคมลอยรึเปล่าเนี่ย

                แต่เวลาผ่านไปสามนาทีแล้ว เขาก็ยังคงเงียบ แถมยังเริ่มขยับหน้าเหี่ยวๆ นั่นเหมือนกับมีอะไรไต่อยู่บนหน้ามาตั้งแต่เมื่อกี้ =_= ก่อนจะยกมือขึ้นนวดหน้าตัวเองเบาๆ

                โคตรแหยะเลยอ่ะ TOT

                แกรกๆๆ

                เฮ้ย! อยู่ๆ เขาก็เปลี่ยนจากนวดหน้าเบาๆ มาเกาหน้าตัวเอง กรี๊ดดดดด ฉันแทบจะสลบหน้าทิ่มจานสปาเก็ตตี้ที่วางอยู่ตรงหน้า เพราะตอนที่พี่แกเกา หนังหน้าเขามันดันติดนิ้วมือมาด้วยน่ะเซ่ อ้ากก อะไรมันจะน่าสยดสยองอย่างนี้วะคะ!

                พี่! ทำบ้าอะไรเนี่ย หน้ามันเละไปแล้วเห็นมั้ย!”

                คันโว้ย!”

                ก็หยุดเกาสักทีเซ่! T_T”

                เขาเหมือนจะคันมากจริงๆ ให้ตายเถอะ! ฉันแทบจะอ้วกอยู่แล้ว ลองนึกถึงหน้าเค้กเละๆ ดูสิ ตอนนี้หน้าเขาเป็นแบบนั้นเลย!

                ทนไม่ไหวแล้วโว้ย!”

                อะไรของพี่ แล้วนั่นกำลังจะทำอะไร! จะดึงหนังหน้าตัวเองออกงั้นเหรอ!”

                เออ!”

                ใจเย็นๆ ก่อนนะ เฮ้ยย

                ฉันอ้าปากค้าง เบิกตากว้างจนลูกนัยน์ตาจะทะลุออกมาลั้นลาอยู่ข้างนอก มองดูคนตรงหน้าดึงหนังที่ติดหน้าเขาออก โอ๊ยย นี่ถ้าบอกว่าฉันมาออกรายการเรื่องจริงผ่านจอ ฉันก็เชื่อ!

                ฉันหลับตาสนิท ไม่กล้ามองภาพสยดสยองตรงหน้าอีกต่อไปแล้วโว้ย! แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าจะนอนฝันร้ายติดกันกี่คืนแล้วเนี่ย แง้ ทำไมฉันจะต้องมาเจอเรื่องบ้าๆ แบบนี้ด้วยก็ไม่รู้

                ลืมตาได้แล้ว!”

                ไม่เอา! ตอนนี้หน้าพี่ต้องและอยู่แน่ๆ ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะ!”

                มันไม่เละ -_-”

                ฉันยังคงหลับตาปี๋ ขนแขนฉันยังตั้งชันเหมือนโดนผีหลอกมาอยู่เลย ทำไมเขาต้องมาบังคับให้ฉันดูอะไรที่มันชวนอ้วกด้วย

                ไอ้คนซาดิสม์เอ๊ย!

                นี่เธอ ฉันบอกว่าให้ลืมตาขึ้นมาไง

                กรี๊ดด อีตานี่เขย่าตัวฉันอย่างแรงสี่ครั้งติดจนคอแทบจะหัก หัวฉันเกือบจะหลุดจากบ่า! และนั่นทำให้ฉันตกใจจนลืมตาขึ้นมา

โอ้ไม่! ภาพติดตาฉันแน่ๆ O_O!

“…T^T”

“-_-”

                แต่เปล่าเลย หน้าเขาใสกิ้งเหมือนเพิ่งไปทำสปาหน้ามา ไอ้ร่องรอยเหี่ยวย่นเหมือนคนแก่อายุแปดสิบหายไปเหลือเพียงหนุ่มหล่อ (นิสันเถื่อน) อายุยี่สิบกว่าๆ ฉันอึ้ง เงิบ รู้สึกสับสนจนแทบจะเป็นบ้า มองดูบางสิ่งบางอย่างที่กองอยู่กับพื้นเหมือนถูกปาทิ้งแล้วก็ทำให้สมองอันชาญฉลาดของฉันประมวลผลออกมา

                หน้ากากซิลิโคน

                อะไรเนี่ยยยยยย นี่มันเรื่องประสาทอะไรหา!

                พะพี่…”

                สงสัยฉันคงต้องหาวิธีอื่นซะแล้ว

                นะ นี่เขาไม่ได้ป่วยจริงๆ หรอกเหรอเนี่ย!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น