คำพิพากษาหัวใจ

ตอนที่ 5 : เริ่มปฏิบัติการ ล้วงความลับขั้นที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1833
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    27 ก.ค. 52

เกศเกล้าเดินตามภาวัฒน์ไปถึงห้องห้องหนึ่งของบ้านหลังนี้ซึ่งเธอรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะตั้งแต่อยู่มาเธอไม่เคยเห็นห้องนี้เลยมันเป็นห้องที่ลึกลับซับซ้อนมากยังกับห้องแห่งความลับในนิยายแฟนตาซีนั้นแหละเขาต้องเอามือผลักหนังซื้อบนชั้นหนังสือให้มันล้มลงไปกองหนึ่ง และก็มีแป้นฐานอะไรสักอย่างยกตัวขึ้นมาจากข้างหนังสือนั้นมันคล้ายๆกับคีย์ของห้องห้องหนึ่งที่ต้องใช้การ์ดหรือกดรัหสเพื่อผ่านเข้าไปได้แต่ภาวัฒน์ไม่ได้ใช้การ์ดเข้าเพียงใช้มือกวาดผ่านเซ็นเซอร์นั้นตัวชั้นวางหนังสือก็เลือนออกเหมือนเลือนประตูเปิดออกไปให้เห็นห้องห้องหนึ่งในห้องนั้นคล้ายๆห้องวิจัยทดลองทางวิทยาศาตร์สักห้องหนึ่งเต็มไปด้วยหลอดแก้วหลอดทดลองมากมายรวมถึงหนูทดลองที่วิ่งไปมาในกรงดูวุ่นวายไปหมด แต่เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเค้าถึงไว้ใจให้เธอเข้ามาในห้องลับๆนี้ของเค้าด้วย
“สงสัยอะไรจ๊ะสาวน้อยยืนงงอะไรอยู่”เค้าเอ่ยเมื่อเห็นว่าเธอยืนตาค้างตั้งแต่เข้ามาในห้องนี้

“ป่ะป่าวคือฉันแค่สงสัยว่าทำไมบ้านนายถึงมีห้องแบบนี้ด้วยไม่ยักจะรู้ว่าคนรวยอย่างนายเค้าทำอะไรกันแบบนี้ด้วยดูลึกลับซับซ้อนชอบกลนะ”
“ไม่ขนาดนั้นมันก็แค่ห้องวิจัยตัวยาของฉันฉันไม่อยากให้ใครรู้ก็เท่านั้นฉันเบื่อพวกที่ชอบมาวุ่นวายกับยาของฉัน”
“ยายาอะไรนะอย่าบอกนะว่า”เกศเกล้าตาโตทำท่าตกใจมาก
“นี่คุณหยกครับคิดอะไรไปนั้นผมให้คุณมาเป็นผู้ช่วยนะครับสงสัยอะไรไม่เข้าท่าไม่ใช้ยาอันตรายผิดกฏหมายก็แล้วกัน”
ให้มันแน่เถอะอย่าให้ฉันล้วงข้อมูลนายออกมาได้ก็แล้วกันนายไม่รอดแน่เธอเพียงคิดในใจและก็มองเค้าด้วยสายตางุนงงกลบเกลือนไป
“หรอแล้วนายให้ฉันเข้ามาทำอะไรในนี้ล่ะ”
“อ้าวคุณไหนบอกว่าจบด้านการวิจัยมาก็มาช่วยกันหน่อยตอนนี้ผมต้องการผู้ช่วยยาตัวนี้กำลังจะสำเร็จเหลืออีกแค่นิดหน่อยเองเออ สงสัยจะความจำสั้นนะ”
ภาวัฒน์เริ่มกวนประสาทเธออีกครั้ง
“ห่ะว่าอะไรนะใช่ฉันจบวิจัยมา แล้วยาอะไรของนายเนี๋ยยังไม่ได้บอกเลยว่ามันคือยาอะไร”

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้คอยเป็นผู้ช่วยผมอย่างเดียวก็พอเข้าใจมั้ยครับสาวน้อย”
เค้าพูดแล้วเอาหน้าเข้ามาใกล้เธออีกแล้วเพื่อดูอาการเขินของเธอแหละนั้นมันก็ได้ผลจริงเธอหน้าแดงและถอยหลังหลบเขาออกไป

“นี้คุณพูดอย่างเดียวไม่ต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ก็ได้ฉันได้ยินหน่ะ”เธอพูดแก้เขินไป
หลังจากนั้นทั้งสองคนอยู่ห้องวิจัยนั้นตลอดภาวัฒน์คอยให้เกศเกล้าเป็นผู้ช่วยตลอดการวิจัยยาตัวหนึ่งที่เธอเองก็สงสัยว่ามันคือยาอะไรเพราะจริงๆแล้วเธอก็ไม่ได้เรียนจบด้านวิจัยมาก็เลยดูไม่รู้ว่ามันคืออะไร และเค้าก็ไม่ยอมบอกเช่นกันทำได้แต่เพียงสังเกตุการณ์ดูว่าจะทำอย่างไรให้ได้ข้อมูลนี้มาและเธอก็หันไปเห็นคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งที่วางอยู่ใกล้ๆและในนั้นแหละที่เธอคิดว่ามันคงมีข้อมูลอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆเธอได้แต่เพียงสังเกตการณ์ไปก่อนเท่านั้นเพราะกลัวว่าเค้าจะสงสัยเอาได้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันนี้กิ่งแก้วมาหาภานุที่บริษัท เธอทำข้าวกล้องเพื่อมากินกับเค้าสองคนแต่ไม่ได้บอกเค้าล่วงหน้า เธอคิดว่าจะมาเซอร์ไพส์เค้าที่นี้ แต่อันที่จริงแล้ว เธอถูกบีบให้เร่งแผนการเดินหน้าไปเรื่อย เพราะเธอเสียเวลากับการคบหา ลวงให้เค้าติดกับมานานแล้ว เธอเลยต้องเสี่ยงกับการต้องมาที่นี้โดยวิธีนี้

"สวัสดีคะ มาพบใครค่ะ" เลขาส่วนตัวของภานุเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่ากิ่งแก้วยืนเก้ๆกังอยู่

"มาขอพบคุณภานุคะ"

"ท่านประธานหรอค่ะ ได้นัดไว้หรือป่าวค่ะ"

"อ่อ ไม่ได้นัดคะ บอกว่าดิฉันชื่อกิ่งแก้วท่านคงรู้จักคะ"

"คือ ตอนนี้ท่านติดคุยธุระอยู่คะ คุณรอสักครู่นะคะ"

"ได้คะ " เธอหน้าตาบอกบุญไม่รับ และบ่นอุบอิบบอกจับใจความได้ว่า

"เก็บมันก่อนพรุ่งนี้ ไม่นั้นเราสองคนตายแน่ๆ"

กิ่งแก้วได้ยินไม่ค่อยถนัด แต่พอจับใจความได้ประมาณนี้ก็ถึงกับขนลุกและกลัวเค้าขึ้นมาทันที ถ้าวันใดเค้าจับได้ว่าเธอหักหลังเค้า ไม่อยากคิดต่อเลย เธอสะบัดหัวเพื่อทิ้งความคิดพวกนี้ออกไปและลุกขึ้นยืนเพื่อจะเค้าไปข้างในห้องของเค้า แต่เลขาของเค้าก็ขัดขึ้นมาก่อน

"เดี๋ยวให้ดิฉันเรียนท่านก่อนนะคะ"

"ไม่เป็นไรคะ ฉันเป็นรู้ใจของภานุ ไม่เป็นไรหรอก ฉันขอเข้าไปเลยนะคะ"

"อะ เออ จะดีหรอคะ" เลขาของภานุเริ่มจะลังเล

"เดี๋ยวฉันรับผิดชอบเองคะ" แล้วเธอก็เปิดประตูเดินเข้าไปเลย

"นิดา มีอะไรอีก ทำไมไม่เค๊าะประตู" ภานุนั่งหันหลังให้ประตูแล้วพูดออกมาอย่างอารมณ์เสีย ทำให้กิ่งแก้วถึงกับรู้สึกร้อนๆหนาวๆในอาการโกรธของเค้า

"ขอโทษ คือ กิ่งขอคุณนิดาเข้ามาเลย ไม่นึกว่าคุณจะอารมณ์ไม่ดี นั้นวันนี้กิ่งกลับก่อนก็ได้คะ "เธอพูดด้วยอาการน้อยใจและทำท่าจะเดินจากไป

เสียงหวานคุ้นหูนี้ทำภานุถึงกับอารมณ์ดี ยิ้มได้และรีบหันกลับมาและรีบเดินไปคว้าคนร่างบางทันที

"เดี๋ยวสิครับกิ่งผมขอโทษ ผมไม่รู้ว่าเป็นคุณ คุณมาที่นี้ได้ไงครับ" เค้าเริ่มออดอ้อนเธอทันทีเมื่อเห็นว่าเธอทำหน้าบึ้ง

"กิ่งมาไม่ได้ นั้นวันหลังจะไม่มาอีก"

"โอ๋ๆๆ ไม่เอาหน่า คนดีไม่งอนสิครับ พอดีผมเครียดเรื่องงานนิดหน่อยไม่นึกว่าคุณจะมา แต่พอเห็นหน้าคุณก็หายแหละ ไหนถืออะไรมาด้วยครับขอดูได้มั้ย"

"อ่อ คือกิ่งทำข้าวกล่องมาทานกับคุณคะ เห็นคุณชอบบอกว่าไม่มีเวลาทานข้าวกลางวัน กิ่งเป็นห่วงคุณก็เลยทำมาให้คะ"

เธอเริ่มยิ้มได้และตอบเค้าอย่างอ่อนหวาน เพราะเธอคิดว่าถ้ายังงอนต่อไปเดี๋ยวจะเสียแผนป่าวๆ

นั้นยิ่งทำให้ภานุยิ้มกว้างมากขึ้น

"ขอบคุณนะครับ คุณดีกับผมจริงๆ มาเรามานั่งทานด้วยกัน"

ทั้งคู่นั่งทานข้าวกันอย่างมีความสุข ช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดของภานุเพราะเค้าไม่เคยมีความสุขแบบนี้มานานแล้ว แต่เค้าไม่รู้เลยว่ากิ่งแก้วกำลังสอดส่องหาช่องทางที่เอาเข้ามาขโมยเอกสารจากห้องเค้าอย่างไรดี ในช่วงจังหวะที่ภานุเผลอเธอแอบติดกล้องวงจรปิดตัวจิ๋วไว้ใต้โต๊ะของเค้า และเครื่องดักจับสัญญาณเสียงไว้ด้วย เพื่อง่ายในการเก็บข้อมูล อุปกรณ์เหล่านี้ทางผู้ว่าจ้างเธอได้ให้เธอมา

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

"เฮ้อ..... เหนื่อยจังเลย "

ภาวัฒน์บ่นออกมาหลังจากนั่งทดลองและวิจัยตัวยาอยู่นาน แต่เค้าก็สังเกตได้ว่ามีสิ่งผิดปกติไป เพราะห้องมันดูเงียบผิดปกติ ตลอดที่เค้าทำการทดลองเค้าจะเถียงกับเกศเกล้าตลอด ไม่อย่างนั้นเธอก็จะพูดตลอดไม่หยุดปาก

"ยายตัวแสบไปไหนแล้วเนี่ย เผลอหน่อยเดียวไปซนที่ไหนล่ะเนี่ย"

เค้าเดินหาเธอทั่วห้องแลป และก็อมยิ้มขึ้นมาเมื่อเห็นภาพใครบ้างคนมาแอบหลับอยู่ข้างโต๊ะคอมพิวเตอร์ของเค้า

เค้าก้มลงมองไล่ตั้งแต่เส้นผมที่ดำขับสลวยของเธอ ดวงตาที่ได้รูป ขนตายาวเป็นแพร จมูกเล็กน่ารัก ริมฝีปากที่เรียวได้รูป และเอิบอิ่มน่าสัมผัส ยามเธอหลับช่างดูน่ารักน่าถนุถนอมไม่เหมือนตอนตื่น แผลงฤทธิ์ใส่เค้าตลอด เค้าชักจะหลงใหลในสาวน้อยคนนี้สะแล้วสิ

ภาวัฒน์ก้มลงไปหวังจะจุมพิตสาวน้อยคนนี้อย่างไม่รู้ตัว จังหวะพอดีกับที่เกศเกล้าลืมตาขึ้นมาพอดี เธอตกใจมากที่ตอนนี้หน้าของภาวัฒน์ห่างกับเธอเพียงนิดเดียว แถบจะชนกันแล้วด้วยซ้ำ

"ว้าย" เธอผลักภาวัฒน์ออกไป และเค้าก็ล้มดั่ง ผลั๊ก!!

"โอ้ย!! เจ็บนะ คุณนี่แรงเยอะเป็นบ้าเลย มาผลักผมทำไม"

"กะ กะ ก็นายจะทำอะไรล่ะ"

เธอตอบแบบเขินๆ เมื่อถึงว่าเค้ากำลังจะก้มลงมาจูบเธอ

"ทำอะไร คุณคิดมากไปเองรึป่าวห่ะ ผมก็แค่ เออ ช่างเหอะ ว่าแต่ผมจ้างคุณมาเป็นผู้ช่วยนะไม่ได้จ้างให้มาแอบหลับตรงนี้" เค้ารีบพูดปัดประเด็นไป

"ก็คุณไม่ค่อยให้ทำอะไรเลยนิ ให้แต่ยืนดู จนฉันเบื่อจึงมาเดินดูอะไรเรื่อยๆ แล้วก็ หลับไปตอนไหนไม่รู้" เกศเกล้าตอบแบบคนรู้ความผิดนิดๆ ทำให้ภาวัฒน์ขำในอาการโก๊ะๆของเธอ

"เอาเหอะๆ ผมเหนื่อยจังเลยเราออกไปข้างนอกกันดีกว่า ให้นมชื่นทำอะไรอร่อยๆให้กินดีกว่า" เค้าขี้เกียจจะมาต่อบอกต่อคำกับเธอแล้วเพราะเหนื่อยกับการทดลองเต็มที เลยชวนเธอออกไปข้างนอก

ซึ่งนั้นอีกแหละเลาออกก็ยุ่งยากเหมือนเวลาเข้า เค้าต้องเดินไปกดรหัสอะไรสักอย่างบนแป้นข้างประตู ไม่ง่ายแค่นั้นยังต้องยื่นมือเข้าไปในช่องๆหนึ่งข้างประตู และมีเครื่องตอบรับกลับมาว่า

" สำเร็จคะ คุณออกจากห้องนี้ได้คะ"

ประตูถึงจะเปิดและทั้งคู่ถึงจะออกมาได้

เกศเกล้ายืนทึ่งในความลับซ้อนของห้องนี้มาก และเธอเริ่มหนักใจขึ้นมาว่าเธอจะเข้ามาได้อย่างไร ในเมื่อมันต้องผ่านขั้นตอนมากมาย และต้องเป็นภาวัฒน์คนเดียวถึงจะเข้ามาได้ เธออยากถามภาวัฒน์มากแต่ทำได้เพียงเก็บไว้ก่อน เพราะกลัวว่าเค้าจะสงสัยและจับผิดเธอได้ในที่สุด พอถึงงานนั้นเธอคงไม่รอดแน่


ผ่านไปอีกหนึ่ง

ขอบคุณทุกคอมเม้นนะคะ

เรื่องคำผิดทั้งหลายจะพยายามแก้ไขนะคะ

ขอบคุณที่ให้คำแนะนำคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

192 ความคิดเห็น

  1. #56 6meemee9 (@kemei7) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กันยายน 2552 / 20:35
    คนที่จ้างนางเอกมาต้องร้ายเเน่ๆๆเลย

    สงสารนางเอกจัง

    สู้ต่อไปนะคะ
    #56
    0
  2. #6 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2552 / 16:17
    นางเอกแย่แน่
    #6
    0