คำพิพากษาหัวใจ

ตอนที่ 23 : ทาสจำยอม 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3090
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 ก.ย. 52

        ตืดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เสียงโทรศัพทท์ดังขึ้น หญิงสาวเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับกรอกเสียงลงไป
“ฮัลโล “ เธอรับสายด้วยน้ำเสียงเย้นชาเยือกเย็น คนปลายสายเหมือนจะรายงานข่าวบางอย่างให้เธอนั้นได้รู้ สีหน้าคนฟังดูเคร่งเครียดมากในตอนนี้
 
“โอเค รู้แหละ นั้นแค่นี้นะ” เธอกดวางทันทีเมื่อปลายสายพูดจบ เธอกระแทกโทรศัพท์ลงอย่างไม่เบามือแสดงอาการว่าไม่พอใจมากกับสิ่งที่ได้ยิน 
 
ลีน่ามีสีน้าที่ไม่พอใจมาก คนของเธอโทรมาบอกว่า พิพัฒน์เปลี่ยนใจที่จะไม่เซ็นสัญญาร่วมกับเธอ เพราะเค้าได้พรีเซ็นเตอร์ที่ถูกใจจากทางบริษัทของภานุแล้ว และพรีเซ็นเตอร์คนนั้นก็คือกิ่งแก้ว คนที่เธอเคบจ้างให้ไปล้วงความลับจากภานุมา แต่กลับทำไม่สำเร็จ
 
“ ได้ เล่นไม้นี้กับฉันใช่มั้ย นายแน่มาก ภานุ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” เธอพูดกับตัวเองพร้อมกับเตรียมแผนการใหม่สำหรับจัดการบริษัทของภานุ
 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เกศเกล้าลืมตาตื่นขึ้นมา เธอค่อยๆลุกขึ้น ตอนนี้รู้สึกเวียนหัวไปหมด ที่นี้ที่ไหน เธอนอนอยู่บนเตียงนุ่มสบาย อากาศดี และยังได้ยินเสียงคลื่อนทะเลด้วย   คลื่นทะเล สิ่งนี้ทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่า เธอถูกภาวัฒน์พาขึ้นเรือมา เกศเกล้าตาลุกโต มองไปรอบๆว่าที่นี้คือที่ใด เธอก้าวลงจากเตียงและเดินออกมาจากห้องนั้น ไม่พบใครสักคน แล้วคนที่พาเธอมานั้นหายไปไหน เกศเกล้าเดินไปรอบๆ เพื่อสังเกตว่าเธอสามารถออกไปจากที่นี้อย่างไร 
 ที่นี้ดูดีดีก็คือบ้านพักตากอากาศริมทะเล ทั้งเกาะมีบ้านหลังนี้เพียงหลังเดียว ดูสงบ และไม่มีบ้านหลังอื่นอยู่ในบริเวณนี้ ข้างหน้าบ้านออกไปประมาณร้อยเมตรคือทะเล ที่มองออกไปไม่เห็นฝั่งหรือเกาะอะไร มันคงไกลจากจากที่เธอมามาก เกศเกล้าเดินออกมานอกบ้านเรื่อยๆ 
 
“จะไปไหน” เสียงคุ้นหูที่ดังมาจาดข้างหลัง เกศเกล้าสะดุ้งตกใจ หันกลับไปมองทันที เธอก้าวถอยหลังหนีภาวัฒน์ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เธอทุกทีๆ
“ที่นี้ที่ไหน   นายพาฉันมาทำอะไรที่นี้ นายโกหกฉัน ไม่พาฉันไปหากิ่ง นายทำแบบนี้ทำไม”
เกศเกล้าถามภาวัฒน์อย่างเอาเรื่อง แต่เธอก็ก้าวถอยหลังหนีเค้าเรื่อยๆ เธอรู้สึกกลัวเค้าขึ้นมาในตอนนี้ เพราะสีหน้าเค้าดูหน้ากลัวและหน้าเกรงขามมาก ไม่เหมือนภาวัฒน์คนที่คอยง้องอนเธอตอนที่อยู่ที่โรงพยาบาล และอีกอย่างตอนนี้เธอก็อยู่ในที่ของเค้าด้วย สภาวะเป็นรองอยู่มาก
 
ภาวัฒน์ก็ยังก้าวเข้ามาหาเธอเรื่อยๆ 
“ที่นี้คือบ้านผมเอง บ้านพักส่วนตัว ในระแวกนี้ไม่มีใคร แล้วก็ไม่ต้องคิดหนี เพราะเกาะนี้เป็นเกาะส่วนตัว หนียังไงก็หนีไม่พ้น ดีไม่ดีจะกลายเป็นผีเฝ้าเกาะโดยไม่รู้ตัว อ่อแล้วเรื่องที่ผมโกหกคุณ   เหรอผมไม่ยักจะจำได้นะว่าบอกคุณตั้งแต่เมื่อไรว่าจะพาคุณไปหากิ่งแก้ว สงสัยจะความจำไม่ดี”
ภาวัฒน์พูดด้วยสีหน้ายียวนกวนประสาทคนฟังมาก
 
เกศเกล้ารู้สึกปรี๊ดขึ้นมา นี่เค้าจะมากไปแล้วนะ เธอหยุดเดินและเชิดหน้าประจันหน้ากับเค้า ที่ตอนนี้อยู่หน้าเธอเพียงคืบเดียว
 
“คนสับปรับ หรอกลวง เชื่ออะไรไม่ได้ ฉันคิดถูกแล้วที่ไม่ไว้ใจนาย เพราะนายมันก็เป้นคนแบบนี้นี่เอง ไม่ต้องกลัวนะว่าฉันจะหนี เพราะยังไงต่อให้หนีไม่ได้ฉันก็จะหนี ตายเป็นตายอย่าให้ฉันมีโอกาสก็แล้วกัน” เธอพูดใส่หน้าเค้าอย่างจริงจังเอาเรื่อง
 
“รู้แล้วก้ดี ผมจะได้ไม่ต้องเล่นละครตบคาคุณอีก ผมก็เบื่อเต็มทีแหละกับการที่ต้องมานั่งตามง้อ ตามเอาใจคนอย่างคุณ ต่อไปนี้ผมจะเป็นเจ้านายคุณ   ผมสั่งอะไรคุณก็ต้องทำไม่มีข้อแม้ “
 เค้าคิดที่จะแก้เผ็ดคนดื้อโดยทำดุใส่ให้เธอกลัวสะบ้าง ดีด้วยแล้วได้ใจ เค้าก็ไม่อยากจะทำแบบนี้เหมือนกัน แต่ในเมื่อร้ายแลวก็ต้องร้ายให้จริง
 
“ไม่ ทำไมฉันต้องเชื่อฟังคนอย่างนายด้วย นายมีสิทธิอะไรจะมาสั่งให้ฉันทำโน้น ทำนี้ ฉันไม่ใช่ลูกน้องหรือคนรับใช้นายนะ”
 
“ได้ คุณไม่ทำตามผมสั่งก็ได้ แต่คุณต้องอยู่ที่นี้ไปจนตาย ไม่มีโอกาสได้เจอพี่สาวของคุณอีก แล้วก็ถ้าคุณขัดคำสั่งผมหรือคิดจะหนี ผมจะให้พี่นุเล่นงานพี่สาวของคุณ   กล้าเสี่ยงก็ลองดู” เค้าขู่เธอจริงจัง คราวนี้ได้ผล เกศเกล้ามีสีหน้าที่เผือดลง ในดวงจาเหมือนมีน้ำใสๆที่เอ่อล้นอยู่ ทำให้ภาวัฒน์รู้สึกใจเสียทันที นี่เธอกำลังจะร้องไห้หรือนี่ เค้าไม่อยากเห็นน้ำตาเธอตอนนี้เพราะกลัวจะใจอ่อนให้กับเธอ
 
“หยุด ไม่ต้องมาบีบน้ำตาแถวนี้ มันไม่ได้ผลหรอก”
เกศเกล้าสูดล้มหายใจเข้าปอด เธอกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาได้
“ไม่มีวัน คนอย่างฉันไม่มีวันเสียน้ำตาเพราะคนอย่างนายแน่นอน และฉันก็ไม่คิดจะบีบน้ำตาเพื่อขอร้องคนอย่างนายด้วย”
“ก็ดี ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน ว่าแต่ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ผมหิว คุณต้องทำอาหารให้ผมกิน ของอยุ่ในครัวเตรียมไว้แล้ว”
“นายหิว นายก็ไปทำกินเองสิ ฉันไม่ได้หิวด้วยสักหน่อย”
“ตกลงนี่เราพูดกันไม่รู้เรื่องใช่มั้ย คุณจะทำหรือไม่ทำ ผมถามเป็นครั้งสุดท้าย ผมไม่ชอบพูดอะไรหลายๆรอบ คุณคงรู้ดีนะ”
เกศเกล้าเข้าใจความหมายดี ว่าเค้านั้นหมายความว่าอะไร คนใจร้าย คนป่าเถื่อน อย่าให้เป็นโอกาสของฉันบ้างนะ นายตายแน่ เธอคิดในใจ ต้องจำใจทำตามคำสั่งเค้าไป เพราะเธอกลัวว่าเค้าจะทำร้ายพี่สาวของเธอเหมือนกัน
 
“ได้ ฉันทำก็ได้” เกศเกล้ากระแทกเสียงอย่างไม่พอใจ เธอเดนเข้าไปในครัวเพื่อจะทำกับข้าวให้เค้ากิน แต่จะทำอะไรได้ล่ะในเมื่อเธอทำกับข้าวไม่เป็น หรือเคยทำเป็นก็จำไม่ได้แล้ว เกศเกล้ายืนงงอยู่ในครัวไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหน หรือจะทำอะไรดี

“นี่คุณ ผมกินวันนี้นะ ไม่ได้กินพรุ่งนี้ ยืนมองอยู่อย่างนี้ แล้ววันนี้จะได้กินมั้ยครับ” ภาวัฒน์ยืนมองเธฮอยู่นานและพูดมาจากด้านหลังของเธอ
 
เกศเกล้าก้มหน้า ตอนนี้เธอก็เหนื่อยและหิวเหมือนกัน หมดแรงที่จะเถียงกับเค้าแล้วด้วย แต่ให้ทำไงได้ก็คนทำไม่เป็นี่น่า
“คุณผมพูดไม่ได้ยินหรอ” เค้าตะโกนมาอีกครั้ง
“ได้ยิน แต่ฉันทำไม่เป็น” เกศเกล้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เบา แต่ภาวัฒน์ก็ได้ยิน
“อย่าลีลา คุณจะทำไม่เป็นได้ยังไง ตอนอยู่บ้านผมคุณยังช่วยนมชื่นทำอยู่เลย”
เกศเกล้าได้ยินคำว่านมชื่น ชื่อนี้คุ้นมาก แต่เค้าคือใครนะ ทำไมคิดไม่ออก เธอเคยอยู่บ้านเค้าแล้วทำไมถึงจำนมชื่นไม่ได้ ภาพในหัวของเกศเกล้าเริ่มเลือนลาง จนเธอนั้นเริ่มรู้สึกปวดหัวอีกแล้วแตก็เก็บอาการไว้ไม่ให้เค้ารู้
“คุณว่าไง จะได้กินมั้ย ผมหิวแล้วนะ”
“รู้แล้วนะ จะทำเดี๋ยวนี้แหละ” เกศเกล้าตอบประชดประชัน เธอไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ทำอะไรไม่เป็นเลย เกศเกล้าหยิบมีดขึ้นมาเพื่อจะหันผักที่มีอยู่ ดูท่าทางเก้งก้างไปหมด
ภาวัฒน์ยืนมองอย่างเหนื่อยใจ เธอนี้เจ้าเล่ห์จริงๆเลยนะ
“โอ้ย!!!” เสียงเกศเกล้าดังขึ้น ภาวัฒน์รีบวิ่งไปดูทันที
“เกศ เป็นอะไรนะ” ภาวัฒน์รีบถามด้วยความเป็นห่วง
เกศเกล้าเดินถอยหลังหนีเค้า เธอเอามือไคว้ไว้ข้างหลัง
“ป่าว ไม่ได้เป็นอะไร นายออกไปก่อนสิ ฉันจะทำกับข้าว”
“แล้วคุณซ้อนอะไรไว้ข้างหลัง เอาออกมาดูสิ” ภาวัฒน์พยายามอยากจะรู้ เค้าเอื้อมมือไปคว้ามือเธอออกมา เกศเกล้าพยายามหลบ แต่ก็หลบไม่พ้น
ภาวัฒน์ตกใจกับสิ่งทีเห็น เกศเกล้าโดนมีดบาทเป็นแผลใหญ่ เลือดไหลเต็มมือเลย และตอนนี้เธอก็หน้าซีดด้วย
“เกศ คุณโดนมีดบาทแล้วทำไมไม่บอกผม” เค้าพูดโดยไม่รอฟังคำตอบ ภาวัฒน์รีบพาเกศเกล้าไปล้างมือและทำแผลทันที 
“เพี้ยง หายแล้วนะครับ” เค้าเป่าที่มือเธอเบาอย่างลืมตัวว่าเล่นบทโหดอยู่ เกศเกล้ามองหน้าเค้าอย่างงงๆ   ภาวัฒน์รู้สึกตัว เค้าปรับสีหน้ามห้นิ่งเฉย
“วันหลังอย่าซุ้มส่ามอีกหล่ะ ผมไม่อยากมานั่งทำแผลให้อีก”
“ใครใช้นายไม่ทราบ” เกศเกล้าก้มหน้าตอบเค้าเบาๆ ตอนนี้รู้สึกหิวเลหือเกิน ท้องก็ร้องจนคนข้างๆได้ยิน
“หิวแล้วละสิ มัวแต่ยืนมองอยู่นั้นทำก็ไม่ทำสะที ทำแล้วยังโนมีดบาทอีก” 
“ก็ฉันทำไม่เป็นจริงนี่น่า แล้วนมชื่นอะไรของนายนะ ฉันจำไม่ได้จริงๆว่าคือใคร ฉันปวดหัวไปหมดแล้ว นายจะทำอะไรก็ทำเลย ฉันไม่มีแรงจะสู้นายแล้ว”
เกศเกล้าพูดด้วยน้ำเสียงไม่ดังมาก สีหน้าซีดเผือด จนภาวัฒน์เห็นแล้วตกใจ
“เกศ เป็นอะไรรึป่าว   “เค้ารีบเค้ามาประคองเธอ และพาเธฮเดินเค้าไปนั่งพักในบ้าน เกศเกล้าไม่ได้ขัดขืนอะไรเดินตามเค้าไป เพราะตอนนี้เหมือนกับว่าร่างกายไม่มีเรี้ยวแรงเลย

เกศเกล้านั่งพักอยู่ในบ้านสักพัก ภาวัฒน์เอาข้าวมาให้กิน
 
“อ่ะกินสะก่อน   เดี๋ยวจะเป็นลมตายไปสะก่อน” เค้ายื่นจานข้าวให้เธอ เกศเกล้ารับไว้ เธอไม่พูดอะไรทั้งนั้น เพราะตอนนี้หิวเหลือเกิน
เกศเกล้ากนข้าวจนหมดจานไม่เหลืออะไรเลย ภาวัฒน์ยิ้มเมื่อเห็นว่าเธอทานหมด
 
“ขอบใจนะ” เธอพูดเบาๆเมื่อ กินข้าวหมด
“อะไรนะ ไม่ได้ยิน” ภาวัฒน์แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
“ขอบใจ ไม่ได้ยินรึไง “เกศเกล้าตะโกนใส่เค้าดังๆ จนภาวัฒน์นึกขำในความเป็นเด็กของเธอ 
“กินได้ก็ดีแล้ว พักผ่อนให้ดีขึ้นก่อน จะได้ไปทำงาน ผมคงไม่พาคุณมานั่งกินนอนกินหรอกนะ”
“ห่ะ นายว่าอะไรนะ  ทำงาน ทำอะไร มือฉันยังเจ็บอยู่เลย”
“ทำงานแลกกับข้าวที่กินเข้าไปไง ก็ได้ผมจะรอให้แผลคุณหายดีขึ้นก่อนแล้วค่อยให้ไปทำงาน คุณบอกว่าคุณทำกับข้าวไม่เป็นใช่มั้ย นั้นเดี๋ยวผมสอนเอง ต่อไปจะได้ทำให้ผมกิน “
 
“ไม่เอา ฉันทำไม่เป็น ฉันกลัวโดนมีดบาดอีก” เกศเกล้าพูดอย่างหวาดกลัวนิดๆ เพราะแผลที่มือมันยังเจ็บอยู่
 
“ต้องทำให้เป็น เรื่องมีดบาดมันเป็นอุบัติเหตุ ถ้าคุณไม่ทำก็จะไม่มีกิน เข้าใจมั้ย” เค้าดุใส่เธออีกครั้ง
“ก็ได้ นายจะให้ฉันทำอะไร ก็ทำเลย ฉันไม่มีทางเลือกอยู่แล้วนิ “ เธอพูดประชดประชัน
“ดี ว่าง่ายอย่างนี้ก็ดี คุณพักไปก่อน แล้วอย่าคิดหนีนะ ไม่อย่างนั้นคุณโดนดีแน่” เค้าขู่เธอไว้ก่อนเดินออกจากห้องไป
 
“เชอะ อยาคิดหนีนะ ฉันไม่กลัวนายหรอก ฉันมีโอกาสเมื่อไร ท ฉันหนีนายไปแน่” เธอพูดเมื่อเค้าเดินออกไปแล้ว 
ภาวัฒน์เดินออกมาสูดอากาศหน้าบ้าน เค้าคิดหาวิธีเล่นงานคนดื้ออย่างเธอมากมาย บางครั้งเค้ากลัวว่ามันจะหนักเกินไปสำหรับเธอ แต่เวลาเธอพยศกับเค้านั้นมันน่าจับมาตีนัก เมื่อไรเธอจะหายดีและกลับมาเป็นเกศเกล้าคนเดิมสะทีนะ เค้าคิดในใจ วิธีที่เค้าใช้อยู่นี่มันจำได้ผลจริงหรือ แต่อย่างไรเค้าก็จะลองทำดู

เกศเกล้านั่งอยู่ในบ้านพักใหญ่ ในบ้านเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่ แล้วตอนนี้ภาวัฒน์หายไปไหน เธอลุกขึ้นและดินดูไปรอบๆบ้าน สังเกตหาทางหนีว่าสามารถหนีไปทางไหนได้บ้าง เธอไม่กลัวคำขู่ของเค้า เพียงขอให้หนีไปได้ก่อน   เรื่องอื่นค่อยว่ากัน   รอบๆบ้านไม่มีบ้านอื่นๆอยู่เลย ที่นี้มีบ้านหลังนี้เพียงหลังเดียวจริงหรือ แล้วรอบๆนี้ต้องมีคนอยู่สิ เป็นไปไม่ได้ที่จะมีบ้านหลัฝงนี้เพียงหลังเดียว เกศเกล้าคิดในใจหาวิธี และหาทางที่จะออกไปจากที่นี้
 
เกศเกล้าเดินไปยังทะเลที่เรือจอดอยู่ เกศเกล้ายิ้มด้วยความดีใจที่เห็นเรือ นี่คือสิ่งที่จะพาเธอไปจากที่นี่ได้ เธอเดินเข้าไปใกล้เรือเรื่อยๆ และก็ตกใจเมื่ออยู่ดีดี ภาวัฒน์ก็โผล่หน้าออกมาจากเรือนั้น
“คุณนี้มันไว้ใจไม่ได้เลยนะ ผมนึกแล้วว่าคุณต้องมาที่นี้ หาทางหนีใช่มั้ย” เค้าพูดและก้าวเข้ามาหาเธอเรื่อย เกศเกล้าได้แต่เดินถอยห่าง
“นายรู้ได้ไง ฉันแค่มาเดินเล่นเฉยๆ”
“หรอ   ถ้าผมไม่โผล่หน้าออกมาคุณคงขึ้นเรือออกไปแล้วมั้ง” ภาวัฒน์ยังเดินเค้ามาหาเธอดเรื่อยๆ
“แล้วไง ฉันไม่ยอมอยู่กับนายที่นี่แน่นอน ฉันบอกแล้วไง ถึงยังไงฉันก็จะไปจากนายให้ได้” ภาวัฒน์เริ่มไม่พอใจกับคำพูดของเธอ
“คุณเกลียดผมมาก ถึงขนาดอยากหนีไปจากกันเลยหรอ”
“ใช่ ฉันเกลียดนาย นายทำลายชีวิตฉัน นายหลอกฉัน นายยยย”

 เกศเกล้าพูดค้างไว้ ความทรงจำระหว่างเค้ากับเธอเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ในหัว  จนเธอชักจะสับสนว่ามันอะไรกันแน่ ภาวัฒน์ไม่ทันสังเกตเห็น และตอนนี้ภาวัฒน์ก็ก้าวเข้ามาใกล้ตัวเธอแล้ว
เกศเกล้าสะบัดหัวไล่ภาพในหัวนั้นออกไป ตอนนี้เค้าเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ ฉันไม่ยอมนายแน่ เกศก้าวนั่งลงกำทรายและปาใส่ภาวัฒน์ และก็วิ่งตรงไปยังเรือ
ภาวัฒน์หลับตาหลบทรายได้ทัน เค้าปัดทรายออกจากนหน้า และเห็นว่าตอนนี้เกศเกล้ากำลังจะขึ้นเรือไปแล้ว
“ยายตัวแสบ คิดว่าจะหนีรอดหรอ” ภาวัฒน์วิ่งตามไปอย่างเร็ว เพียงเสี้ยวนาทีเค้าก็ถึงตัวเธอ
เกศเกล้าไม่ทันระวังตัว จึงถูกเค้าล๊อคตัวเอาไว้
“มานี่เลย ผมบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าคิดที่จะหนี คุณไม่เคยเชื่อกันเลย” เค้าดึงตัวเธอเดินตามไปด้วยความโกรธ
“โอ้ย ปล่อยนะ ปล่อยฉันนะ” เกศเกล้าพยายามรั้งตัวเองไว้ แต่ก็สู้แรงคนตัวใหญ่กว่าไม่ได้
“คุณมันร้ายนัก อย่าหวังเลยว่าผมจะปล่อยคุณไปง่ายๆ คุณหนีผมไม่พ้นหรอก”
ภาวัฒน์พาเธอกลับมาที่บ้านอีกครั้ง  เค้าทั้งดึงทั้งลากเธอมา
 
“ต่อไปนี้ คุณต้องอยู่ในสายตาผมตลอด ผมจะไม่ปล่อยให้คุณหนีออกไปอีก” เค้าพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน
เกศเกล้าเชิดหน้าขึ้นเพื่อประจันหน้ากับเค้า
 
“เอาเลยจะทำอะไรก็ทำเลย นายมันบ้า อยากทำอะไรก็ทำเลย ทำไมฉันไม่ตายๆไปสะให้รู้แล้สรู้รอดไปเลย จะได้ไม่ต้องมานั่งเป็นเบี้ยล่างนาย” เธอเถียงกลับอย่างเอาเรื่อง จนภาวัฒน์ก็รู้สึกหวั่นๆในความเจ้าอารมณ์ของเธอเหมือนกัน แต่เค้าก็ต้องดุข่มเธอไว้
 “ผมยังไม่ทำอะไรคุณตอนนี้หรอก เพราะว่ายังไม่ถึงเวลา วันนี้คุณก็อยู่ในนี้ไปแล้วกัน” เค้าพูดจบก็ดันตัวเธอเค้าไปในห้องเก็บของที่ไม่มีทางออก และล๊อคประตูจากข้างนอก
“นี่เราทำมากไปรึป่าว” เค้าพึมพำกับตัวเอง และต้องรีบเดินหนีไปเพราะไม่อยากใจอ่อนเพราะได้ยินเสียงของเธอ
เกศเกล้าทรุดตัวนั่งลงกับพื้นด้วยความหดหู่ใจ
 
“ทำไมฉันต้องมาอยู่ในนี้ด้วย ฉันมาทำอะไรที่นี้ แล้วทำไมความจำฉันมันถึงขาดๆหายๆ ฉันเป็นอะไรกันแน่” เกศเกล้าพูดกับตัวเอง น้ำตาเริ่มไหลรินด้วยความเสียใจ
ห้องนี้เป็นห้องเก็บของเล็กๆ แต่ก็มีของไม่มาก พอมีที่ให้เธอนั่งได้    เกศเกล้านั่งอยู่ในนั้นพยายามคิดเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง แต่ก็จำได้เพียงบางอย่างเท่านั้น แต่ที่มันฝังใจเธอ ก็คือ ภาวัฒน์เป็นคนทำร้ายเธอ  ไม่รู้เพราะอะไรเธอถึงได้ฝังใจแบบนี้ เกศเกล้าเผลอนั่งหลับไปตอนไหนไม่รู้ตัวเหมือนกัน
 
ภาวัฒน์อยู่ข้างนอกก็ไม่เป็นอันทำอะไรเหมือนกัน เค้ากระวนกระวายไปหมด ใจก็ห่วงที่ปล่อยให้เธออยู่ในห้องนั้น   แต่ต้องใจแข็งเอาไว้
 
เกศเกล้าลืมตาตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู นี่เธหลับไปตอนไหนตัวเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน ภาวัมน์เดินเข้ามาคว้าข้อมือเธอให้ลุกขึ้นยืน
 
“เช้าแล้ว คุณไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า อยู่ในห้องผมแล้วต้องไปทำงานที่ผมสั่ง” 
เกศเกล้าลุกขึ้นและเดินไปตามที่เค้าสั่ง ภาวัฒน์แลกใจที่เธอไม่มีปาดเสยงกับเค้าวันนี้ เธอจะมาไม้ไหนกันแน่นะวันนี้
เกศเกล้า ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินออกมาภาวัฒน์ที่นั่งอยู่หน้าบ้าน
 
“นายจะให้ฉันทำอะไร ก็ว่าสิ” เธอพูดด้วยยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
ภาวัฒน์เงยหน้าเธออย่างงงๆ สงสัยคนดื้อของเค้าจะหมดฤทธิ์เสียแล้ว
“ต่อไปนี้คุณต้องทำกับข้าวทุกมื้อ เดี๋ยวผมสอนเอง  แล้วก็ทำความสะอาดบ้านให้สะอาดทุกวัน แล้วก็   เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน เอาไว้ผมคิดออกเมื่อไรจะบอกคุณเอง”
“ได้ แค่นี้ใช่มั้ย” น้ำเสียงยังเรียบเฉยเหมือนเดิม เค้าจะสั่งให้เธอทำอะไรก็สั่งมาเลย 
“คุณอย่านึกว่าคุณมาไม้นี้แล้วผมจะสงสารคุณและปล่อยคุณไปง่ายๆ” เค้าพูดยั่งเชิงเธออีกครั้ง
แต่คนฟังก็ยังเงียบเฉยอยู่และทำท่าจะเดินไปในครัว
 
“เกศ คุณจะไปไหน”
“ไปทำอาหารในนายกินไง “ เกศเกล้าหันมาตอบและเดินตรงไป
“แล้วทำเป็นรึไง ไม่กลัวโดนมีดบาดอีกหรอ” ภาวัฒน์เดินตามเธอไป
“นายก็มาสอนฉันทำสิ”
ภาวัฒน์เดินตามเธอเข้ามาในครัว เค้าเริ่มสอนเธอทำอาหารง่ายๆ เกศเกล้าทำตามที่เค้าสอนโดยไม่พูดอะไร ภาวัฒน์รู้สึกอึดอัดมากที่เธอเป็นแบบนี้ ทำไมไม่ยอมพูดยอมจากับเค้าเลย เค้ามองไปที่แผลที่มือของเกศเกล้าและคว้ามือเธอขึ้นมา
“หายเจ็บแล้วรึยัง” เกศเกล้าดึงมือกลับ
“ฉันยังไม่ตายง่ายๆ หรอก นายไม่ต้องห่วง ทำกับข้าวเสร็จแล้วฉันจะได้ไปทำความสะอาดบ้าน” 
“พูดเป็นแล้วหรอ นึกว่าใบ้กินไปซะแล้ว”
เกศเกล้าไม่สนใจคำพูดของภาวัฒน์ เธอเดินออกจากครัวเพื่อจะไปทำความสะอาดบ้านตามที่เค้าสั่ง เธอทำตามที่เค้าสั่งทุกอย่าง ทำได้บ้างไม่ได้บ้างก็ทำไป โดยไม่พูดกับเค้าเลยถ้าไม่จำเป็น เพราะเธอเบื่อและเหนื่อยกับการที่ต้องมาทะเลาะกับเค้าทุกวัน เธอเพียงรอโอกาสเท่านั้น เธอต้องไปจากเค้าแน่ๆ  
 
ภาวัฒน์รู้สึกไม่ดีที่เธอมาเป็นแบบนี้ เพราะเค้าไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเธอนั้นคิดอะไรอยู่ เค้าเพียงได้แต่เฝ้ามองดูเธอห่างๆ


จบซะที  

จะรีบอัพตอนต่อไปเลยนะ
 
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

192 ความคิดเห็น

  1. #62 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 2 กันยายน 2552 / 18:08
    วนเวียนจังเลย
    #62
    0
  2. #61 mydei (@mydei) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กันยายน 2552 / 23:10
    เมื่อไรจะดีกันนะ

    เฮ้อออออออออออออออออ
    #61
    0
  3. #60 6meemee9 (@kemei7) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กันยายน 2552 / 22:31
    รอได้ค่ะ

    สู้ๆๆนะคะไรเตอร์ 
    #60
    0
  4. #55 yoyo (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 กันยายน 2552 / 12:11

    รอรอรอรอรอรอรอรอรอ

    #55
    0
  5. #54 mydei (@mydei) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2552 / 06:28
    รออ่านอยู่นะจ๊ะ

    อัพพพพพพพพพพพพพพพพพ

    อีกกกกกกกกกนะจ๊ะ
    #54
    0
  6. #53 piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2552 / 05:22
    up soon na
    #53
    0