EnduuReview ประสบการณ์การเรียนสาขาด้านการเขียน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 288 Views

  • 6 Comments

  • 20 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    288

ตอนที่ 6 : EnduuReview 4 :: วิชาเอกแสนสนุก(?)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ต.ค. 60


#4

วิชาเอกแสนสนุก(?)

 

                เอาล่ะ พาร์ทนี้ขอตัดมาที่เรื่องเรียนกันบ้าง เพราะช่วงล่าลายเซ็นยังไงซะพวกเราที่มีเรียนก็ต้องเรียนเหมือนเดิมอยู่ดีนั่นแหละ

                ปี 1 เทอมแรกจะมีวิชาเอกให้เรียนทั้งหมด 3 วิชา (ถ้ายังไม่เปลี่ยนหลักสูตรเห็นว่าเราจะเจอวิชาเอก 5 วิชา...) ซึ่งจะได้อาจารย์เหมือนกันทุกปีไหมก็คงต้องแล้วแต่รุ่น เพราะรุ่นของเรากับพี่ปี 2 อาจารย์ยังเป็นคนละคนเลยแม้จะเป็นวิชาเดียวกัน งานจะยากจะง่ายก็แล้วแต่อาจารย์ (เอาจริงๆ คือก็ยากทุกคนนั่นแหละ...)

                เทอมแรกอาจยังไม่มีอะไรมาก เพราะสิ่งที่เรียนจะเป็นเรื่องของพื้นฐานและทฤษฎีที่ต้องรู้ซะส่วนใหญ่ มีแต่วิชาการเขียนนี่แหละที่ทฤษฎีมาไม่พอ ปฏิบัติยังโหดไม่น้อย (ใครชอบดองงานนี่เผางานกันกระจายแทบไม่ทัน)

                เอาเป็นว่าจะขอเล่าโดยเน้นวิชาการเขียนเป็นหลักแล้วกัน

                 วิชาการเขียนเพื่อการสื่อสาร เป็นวิชาที่เรียนนานที่สุดของเรา เรียน 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตั้งแต่เวลา 8 โมงเช้าจนถึงเที่ยง สภาพที่พวกเรามักเห็นกันชินตาในห้องคือ สภาพคนใต้ตาคล้ำง่วงซึมจากการเผางานสารพัดของเพื่อนๆ

                เชื่อว่ามีหลายคนคงจะถามว่าตื่นเช้ามาเรียนแค่นี้เอง ตอนมัธยมก็ยังทำได้เลย มาทำเป็นบ่น

                ไม่เลย ไม่เลย อยากจะบอกว่าคุณคิดผิดมากๆ

                การตื่นเช้ามาเรียนในมหาลัยเป็นอะไรที่โครตทรมานตัวเองมาก

                หนึ่งแหละมันไม่เหมือนตอนมัธยมที่เลิกเรียนตรงเวลา กลับถึงบ้านเร็ว มีเวลาปั่นนู่นปั่นนี้ ผิดกับมหาลัย บางวันก็มีกิจกรรมที่ต้องอยู่ดึกเป็นธรรมดา เลิกสองทุ่ม สามทุ่ม สี่ทุ่มอะไรแบบนี้ (มีคาบเรียนที่บางทีก็เลิกดึกด้วย ยิ่งปีสูงๆ เห็นดึกสุดอยู่ที่สามทุ่ม) กลับมาถึงหอก็โดนเตียงดูดแทบจะนอนตายแล้ว แรงจะทำอะไรยังไม่มีเลย ตื่นเช้ามาเรียนคือล้ามาก

                ถึงกับย้อนถามตัวเองเป็นสิบรอบว่า 'ตอนมัธยมกูตื่นเช้ามาเรียนทุกวันได้ยังไงวะ'

                นอนน้อยไม่พอยังต้องแหกขี้ตาตื่นมาเรียนช่วงเช้าๆ อี๊ก จะโดดเรียนก็ไม่ได้ เพราะถ้าขาดเรียนไป 3 ครั้งเมื่อไรก็ต้องไปดรอปเรียนแบบไม่มีข้อแม้ ไม่พอนะไม่พอ การเรียนวิชานี้มาสายนิดเดียว ห้องล็อคเข้าไม่ได้ก็ถือว่าขาดไปแล้ว 1 ครั้งด้วย เพราะงั้นขอเตือนว่าระวังๆ กันหน่อย วิชานี้ไม่ได้มาเล่นๆ เพราะว่า

                "สาขานี้คัดคน จะอยู่หรือไปก็ดูกันที่วิชานี้เนี่ยแหละ"

                นั่นแหละคำพูดของอาจารย์ล่ะ

                การเรียนวิชานี้จะว่าสนุกก็สนุก จะว่าโหดก็โหด

                สนุกตรงที่ได้ทำอะไรแปลกใหม่ ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ (เผลอๆ ได้นั่งดูหนังในคลาสอยู่สองชั่วโมงก็มี) แต่มาโหดและตายรังเวลาทำงานนี่แหละ เผางานกระจายจนเกรียม (กรุณาอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง...)

                งานที่จะต้องทำส่งสำหรับเป็นคะแนนนั้นจะมีคร่าวๆ อยู่ 4 งาน คือ ไดอารี โฆษณา แต่งเพลง (แต่งทำนองเอง แล้วต้องร้องอัดแผ่นส่งด้วย) สารพัดงานเขียนต่างๆ และหากมีงานประกวดอะไรเกี่ยวกับด้านนี้ก็ต้องลงสมัครทุกคนเพื่อเอาเป็นคะแนนช่วย ฟังตอนอาจารย์แจกแจงวิชาแล้วแอบตื่นเต้นเหมือนกัน คือมันดูน่าสนุกไปหมดเลย! (แต่สำหรับคนที่ไม่ใช่แนวนั้นคงต้องโบกมือลากันแล้วล่ะ)

                การเรียนก็ไม่เครียดอะไรขนาดนั้น ถึงแม้จะเรียน 4 ชั่วโมง แต่คนในห้องไม่เคยหลับเลยสักครั้ง ส่วนใหญ่อาจารย์จะคอยกระตุ้นหรือสอดแทรกมุกตลกๆ เข้ามาตอนสอน ทำให้บรรยากาศสนุก เรียนได้ราบรื่นขึ้น

                สัปดาห์แรกที่เรียนพวกเราก็โดนสั่งงานเลย นั่นคือให้เขียนไดอารีตั้งแต่วันนี้จนยันสอบไฟนอล ต้องเขียน 10 บรรทัดอย่างต่ำ เขียนทุกวัน แล้วต้องส่งสัปดาห์ล่ะครั้ง เขียนใส่สมุดไม่เล็กมากไม่ใหญ่มาก อาจารย์จะอ่านไดอารีทุกคน เซ็นลายเซ็นให้ทุกสัปดาห์ ใครขาดลายเซ็นไปอันเดียวคะแนนก็ลด บอกไว้ก่อนว่าใครคิดจะเขียนทีเดียว 7 วัน อาจารย์ก็รู้ด้วยนะเออ

                ตอนแรกก็ไม่เข้าใจเท่าไรว่าทำไมต้องให้เขียน แต่หลังๆ ก็รู้แล้ว การเขียนไดอารีจะช่วยฝึกปรือทักษะ และทำให้อาจารย์รู้ว่าเรามีทักษะพื้นฐานการเขียนประมาณไหน เขียนดีไม่ดี ย่อหน้าเป็นไม่เป็น มีความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ จะได้แนะนำกันได้

                งานอีกชิ้นที่ทำเอานั่งปวดหัว โดนสั่งกลับไปเขียนใหม่แก้แล้วแก้อีกถึงสามครั้งสามคราด้วยกันก็คือการเขียนประวัติส่วนตัว งานชิ้นนี้พวกเราทำแบบมัธยมเด็กน้อยไม่ได้ มาเป็นข้อๆ แบบ 'ชื่อ : นาย ก. นามสกุล : ข.' นั่นจะโดนสั่งให้ไปแก้และเขียนใหม่ทั้งหมด

                ...เอาจริงๆ นะ ไม่เคยรู้สึกว่าการเขียนประวัติส่วนตัวดูยุ่งยากเท่านี้มาก่อน

                รอบแรกไม่ผ่าน ทำมาไม่สมเป็นงานเขียน กลับไปแก้

                รอบสองไม่ผ่าน ตัวอักษรติดกัน เขียนน้อย ไม่ใช้ย่อหน้า โดนติแหลกจนในห้องบรรยากาศซีเรียสไปเลย ตอนนั้นเรียนเป็นคาบที่เท่าไรไม่รู้ รู้แค่ว่าวันนั้นอาจารย์มีประชุมตอน 10 โมงตรง พวกเราที่โดนว่าเรื่องการเขียนไม่ดีเลยโดนสั่งงานกลับไปเขียนใหม่เป็นรอบที่สาม ภายในสามชั่วโมง ส่งก่อนเที่ยง หลังเวลานั้นไปทุกชิ้นงานต้องมีอยู่บนโต๊ะอาจารย์ อาทิตย์หน้าอาจารย์จะวิจารณ์เป็นรายบุคคล

                ...สามชั่วโมง เวลาแค่สามชั่วโมง แถมจะวิจารณ์ทีละคนด้วย?

                เหล่าเฟรชชี่สูดปากกันเป็นแถว ในใจพากันหวาดระแวง

                แต่พอถึงสัปดาห์ต่อมา เวลาวิจารณ์จริงๆ อาจารย์ก็แค่วิจารณ์เฉยๆ ไม่ได้ด่าหรือติรุนแรงอะไรสักนิด อยากจะหัวเราะดังๆ ทุกคนกลัวไปกันเองทั้งนั้นแหละ สำหรับเราแล้ว เราอยากได้คำวิจารณ์ตรงๆ นะ เพราะอยากเอาไปพัฒนาการเขียน มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการฟังบรรณาธิการพิจารณานิยายคุณนั่นแหละว่าสมควรได้รับการตีพิมพ์หรือเปล่า

                 สำหรับคนที่จะเข้าปีหน้า ถ้าเจองานแบบนี้เหมือนกัน แนะนำให้เขียนเหมือนนิยายไปเลย พล็อตเว่อร์ๆ เข้าไว้ (แน่นอนว่าอย่าออกทะเลไปไกลเพราะมันเป็นประวัติของตัวเอง) ภาษาดีๆ สำนวนสวยๆ ใช้การบรรยายให้เป็น ย่อหน้าให้ถูก เขียนก็อย่าผิด ต้องมีลูกเล่นและเทคนิคในการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ

                อย่างของเอ็นดูที่ได้เขียนใหม่ทั้งสามครั้ง (ไม่ว่าใครจะเขียนดีแค่ไหนถ้าเพื่อนเกือบครึ่งรุ่นเขียนได้แย่ก็โดนสั่งไปแก้หมด) ใช้วิธีการเล่าแบบทำทีว่าตัวเองย้อนเวลากลับไปในอดีตอะไรแบบนี้ หรืออาจจะเล่าด้วยวิธีอื่นที่แฟนตาซีขึ้นก็ได้

                เอ็นดูหวังว่าประสบการณ์การเรียนวิชานี้จะทำให้ทุกคนสนใจสาขานี้มากขึ้นนะ


------

03.10.2017

มาชะแว๊บเขียนตอนใหม่ระหว่างช่วงสอบนี่แหละ พรุ่งนี้จะสอบวิชาเอกการเขียนแล้ว เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ 555555 อ้อ รอบพอร์ตของสาขานี้จะมาแล้วน้า อย่าลืมสมัครส่งกันเยอะๆ แล้วเจอกันวันสัมภาษณ์นะครับ ระวังพี่เนียนนะ (อิ ^ อิ)

0 ความคิดเห็น