EnduuReview ประสบการณ์การเรียนสาขาด้านการเขียน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 288 Views

  • 6 Comments

  • 20 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    288

ตอนที่ 3 : EnduuReview 2 :: ปฐมนิเทศสาขาที่...(กรุณาเติมคำในช่องว่าง)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ส.ค. 60

#2

ปฐมนิเทศสาขาที่...(กรุณาเติมคำในช่องว่าง)

 

                'ซิ่ว' ที่ใช้กันทั่วไปให้เห็นในมหา'ลัย คือการย้ายคณะหรือสาขาที่เรียน

                แต่จริงๆ แล้วคำว่า 'ซิ่ว' มาจากคำว่า 'ฟอสซิล' ที่เป็นซากดึกดำบรรพ์ เป็นหินแข็งๆ ที่ไม่มีการพัฒนา หรือเคลื่อนที่ไปไหน มันเลยเป็นที่มาของคำนี้

                การซิ่วออก หรือเป็นเด็กซิ่วไม่ได้ผิดอะไร หรือทำให้คุณต้องอับอายอะไร มันอาจแค่ทำให้คุณต้องเสียเวลาและจบช้ากว่าคนอื่นเท่านั้น เพราะฉะนั้นจะซิ่วออกทั้งทีก็ขอให้คิดดีๆ แต่หากเรียนแล้วมันไม่ใช่ทางจริงๆ ก็แนะนำให้ออกจะดีกว่านั่นแหละ...

 

                ก่อนเปิดเทอม 1 สัปดาห์ และก่อนที่เพื่อนๆ จะบ่นเรื่องยากซิ่วออก

                วันนั้นเป็นวันปฐมนิเทศคณะของนิสิตใหม่ (อันที่จริงที่นี่จะมีปฐมนิเทศ 2 วัน แบ่งเป็นปฐมนิเทศของมหาวิทยาลัย กับอีกวันเป็นของคณะ ในส่วนนี้เราจะขอข้ามข้อมูลไปแล้วกัน ถ้ามาสอบเข้าและได้เป็นนิสิตที่นี่ เดี๋ยวก็รู้เองแหละว่าเป็นยังไง)

                กำหนดการวันนี้จะแบ่งเป็น 2 ช่วง ช่วงเช้าปฐมนิเทศของคณะ และช่วงบ่ายเป็นการปฐมนิเทศสาขา แอบตื่นเต้นเล็กๆ เพราะตัวเองไม่เคยเห็นหน้าตาของเพื่อนร่วมสาขาเลยสักนิด (หรือเคยเห็นตอนสอบสัมฯ แล้วแต่จำไม่ได้) ถึงจะเคยคุยอะไรเล็กๆ น้อยๆ ในไลน์กลุ่มที่ตั้งขึ้นก็เถอะ แต่ด้วยความที่เป็นเฟรชชี่ ก็กังวลอะไรไปตามประสา จะมีเพื่อนรึเปล่า จะอยู่ได้ไหม จะเรียนรอดไหม

                ซึ่งปัจจุบันตอนนี้ก็โอเคนะ ฮ่าๆ

                เอาล่ะ ไม่ออกนอกเรื่องแล้ว ช่วงเช้าเจ็ดนาฬิกากว่าๆ รุ่นพี่จะเรียกให้มานั่งเป็นแถวตามสาขา ไอ้เราก็ยืนเอ๋อไปแวบนึง เพราะเกือบหาแถวไม่เจอ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรของพาร์ทนี้หรอก

                อาจแค่รู้สึกว่า ณ จุดๆ นี้ เวลามองไปรอบๆ จะแอบสะพรึงกับจำนวนคนของสาขาอื่นอยู่บ้าง แถวของสาขาเราดูจะมีจำนวนน้อยที่สุดจริงๆ นั่นแหละ อีกอย่างที่ตลกเลยก็คือ ตอนรุ่นพี่เช็คว่าสาขาไหนมารึยัง รุ่นพี่ลืมเรียกสาขาพวกเราด้วย...

                อืม

                สมเป็นสาขาลูกเมียน้อยจริงๆ

 

                หลังผ่านช่วงเช้าไป ก็ถึงเวลาไปพบปะกับสาขาของตัวเอง เราเดินหาห้องที่จะปฐมนิเทศสาขาตามที่อ่านมาจากกระดาษที่พี่ๆ เขาแจกเมื่อช่วงเช้า เดินหาแบบเดี่ยวๆ อโลนลี่มากมาย เพราะตอนเช้าก่อนเข้าห้องปฐมนิเทศคณะดันหลงกับเพื่อนสาขาด้วยกันซะงั้น

                ไม่เป็นไร เอ็นดูสตรองพอ

                ห้องที่นัดรวมตัว อยู่ไม่ไกลกับห้องสาขาหรือห้องที่เคยมารอตอนสอบสัมภาษณ์ เป็นห้องที่กว้างพอจะบรรจุคนได้สักร้อยคน (ในอนาคตห้องนี้จะเป็นห้องที่เข้ามาทีแล้วจะกดดันชิบหายวายวอดมาก) ในห้องปี 1 ยังมากันไม่เยอะ เห็นแต่รุ่นพี่ห้าหกคน เข้าไปปั๊บอันดับแรกก็มองหาที่นั่ง แต่สายตาดันเห็นเพื่อนที่นั่งหน้าเราเมื่อเช้ากวักมือเรียกวับๆ ก่อน เราเลยไปนั่งข้างๆ เพื่อนคนนั้นซะเลย

                ไม่อยากบอกว่าภายนอกนี่หน้านิ่งมาก แต่ในใจนี่ไปแล้ว เพื่อนจำหน้าฉันได้แก เพื่อนจำหน้าฉันด้ายยย!

                ระหว่างซาบซึ้งปริ่มใจ คนอื่นๆ ก็เริ่มถยอยกันเข้ามา ปี 1 สามสิบกว่าชีวิตนั่งรวมกันอยู่ข้างหน้า บางคนก็คุ้นหน้าบ้าง บางคนก็ไม่เคยเห็นเลย ส่วนรุ่นพี่ทุกชั้นปีจะยืนออๆ กันอยู่ข้างหลังห้อง

                ตัวแทนจากพี่ปีสองเป็นคนมาสร้างบรรยากาศหน้าห้อง พูดคุยกับพวกเรา ไม่กี่นาทีต่อมาอาจารย์ประจำสาขาก็เข้ามา สาขาของเรามีอาจารย์ทั้งหมด 6 ท่านด้วยกัน แต่วันนี้อาจารย์ท่านหนึ่งติดธุระ เราเลยเจออาจารย์แค่ 5 ท่านเท่านั้น

                อาจารย์แต่ละท่านจะแนะนำตัวว่าจบมาจากไหน และจะสอนอะไรด้วยคำพูดสบายๆ เป็นกันเองไม่ซีเรียส หลังจากนั้นอาจารย์จะให้เด็กปี 1 ทุกคนยืนแนะนำตัวว่าชื่ออะไร มาจากไหน ก่อนจะสลับให้รุ่นพี่แนะนำตัวเพื่อให้น้องๆ รู้จัก

                เฮ้อ เกริ่นมานานแล้ว เรามาถึงจุดพีคของพาร์ทนี้สักที ให้เวลาหยุดพักสักสามวิฯ

                1

                2

                3

                โอเค เข้าเรื่อง หลังจากอาจารย์พูดคุยกับเรา อวยพรขอให้อยู่กันไปนานๆ และออกจากห้องไปแล้ว รุ่นพี่ก็เข้ามาคุมต่อ และได้มอบหมายงานที่ทำเอาพวกเราต้องปวดหัวกันไปตามๆ กันในภายหลัง

                "พวกน้องต้องทำป้ายชื่อกับสมุดมาส่งในวันเปิดเทอม"

                ห๊ะ?

                ป้ายชื่อ? สมุด?

                สัมผัสได้ว่าวินาทีนั้นปีหนึ่งทุกคนถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก ในขณะที่พี่ปีสองพากันทำหน้าเครียดจริงจังกันมาก

                ตรงนี้ขออธิบายนิดนึง ตามปกติแล้วจะมีธรรมเนียมให้ปีหนึ่งห้อยป้ายชื่อ กับตามล่าลายเซ็นรุ่นพี่ช่วงเปิดเทอมเข้ามาเอี่ยวด้วย อันนี้ทุกคนน่าจะเคยได้ยินมาบ้างแหละ แล้วประเด็นมันอยู่ที่เรื่องป้ายชื่อ ถ้าเป็นสาขาหรือคณะอื่น (อาจยกเว้นบางคณะหรือสาขา) หน้าที่ทำป้ายตรงนี้จะเป็นของพี่ปีสองทั้งหมด เรื่องพวกนี้พี่จะไม่ให้น้องทำ หรือสมุดสำหรับล่าลายเซ็นก็ให้ซื้อเอา

                ผิดกับสาขาเรา

                ปีหนึ่งทุกคนต้องทำ

                จะทำใครทำมันไม่ได้ เพราะทุกอย่างต้องเหมือนกันอย่างกับฉบับก๊อปปี้ สี รูปแบบฟอนต์หนังสือ วัตถุดิบที่ใช้ มีปีหนึ่งกี่คน ก็ต้องทำเท่าจำนวนคนที่มี

                ที่สำคัญทำแบบธรรมดาไม่ได้นะ ต้องทำเองกับมือเท่านั้น

                ...

                เชี่ย

                ได้แต่อุทานในใจ

                ไม่รอให้พวกเราหายอึ้ง พี่ๆ ก็เริ่มอธิบายหน้าเครียด เอาตัวอย่างป้ายกับสมุดเมื่อปีที่แล้วที่พวกพี่เขาทำมาให้เราดู และสั่งให้พวกเราไปออกแบบมา พร้อมแจกแจงว่าพวกเรามีเวลาเท่าไรในการทำ พวกเราควรเริ่มจากอะไร เริ่มจากคุยกันก่อน จากนั้นถึงนัดหมายเวลามาทำ ทำที่ไหนให้บอกพวกพี่ด้วย พวกพี่เขาจะเข้าไปเช็คว่าได้ทำกันเองจริงๆ หรือเปล่า

                เหล่าเฟรชชี่มองตากันปริบๆ ใครๆ ก็รู้ว่าตารางกิจกรรมของพวกเราแน่นเอี๊ยดมาก แล้วจะหาเวลาไหนไปทำ เส้นตายที่ให้คือเปิดเทอม นับนิ้วจากวันนี้ไป 7 วัน เรามีเวลา 7 วัน แต่พรุ่งนี้มีปฐมนิเทศของมหาวิทยาลัยทั้งวันเพราะงั้นต้องตัดไปวันหนึ่ง

                สรุปพวกเรามีเวลา 6 วัน กับการทำป้ายชื่อ 33 ป้าย สมุดอีก 33 เล่ม (ภายหลังมีคนมาเพิ่ม) ไหนจะตอนเย็นที่ต้องเข้าประชุมเชียร์ของมหา'ลัยทุกวันอีก

                เวลาแค่ 6 วัน..

                เอาจริงดิ?

                ระหว่างที่พวกเราใจจดใจจ่อกับตัวเองเรื่องงานที่ได้รับ พี่ปีสองที่อธิบายจบแล้ว ก็ส่งเสียงถามปีสามที่ยังอยู่ข้างหลังพวกเราว่ามีอะไรจะพูดกับน้องไหม

                พี่ปีสามคนหนึ่งโพล่งขึ้นมา น้ำเสียงไม่ได้นุ่มนวลอะไร ออกจะกระด้างหน่อยๆ

                "น้องอย่าลืมไปแอดเฟซพี่ทุกคนแล้วแนะนำตัวในแชทด้วย ย้ำนะว่าทุกชั้นปี"

                "..." เหล่าน้องเล็กสุดของชั้นปีหันไปมอง

                แอดเฟซพี่ทุกคน?

                ชิบหายกันแล้วไง พวกเราจำชื่อรุ่นพี่ไม่ได้ จำหน้าก็ไม่ได้ จำนวนกี่คนก็ไม่รู้ แล้วจะไปหาเฟซพี่เขามาจากไหน!?

                โครตเครียด แบบเครียดมาก

                ณ วินาทีนั้นบรรยากาศมันตึงๆ ซีเรียสมาก จากบรรยากาศสบายๆ ตอนแรกมันกลายเป็นบรรยากาศที่ชวนอึดอัดไปโดยปริยาย ลองนึกสภาพสิ มีรุ่นพี่ยืนกดดันทั้งหน้าและหลังพวกคุณขนาดนั้น

                ไม่โอเคอ่ะ ไม่โอเคเลย

                เหมือนพี่ปีสองจะรู้ว่าพวกเรากระอักกระอ่วนใจ เลยขอให้พี่ปีสามออกไปก่อน และคุยอะไรเล็กๆ น้อยๆ กับพวกเราต่อ แนะนำอะไรนิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องมารยาท ก่อนจะปล่อยให้พวกเราอยู่กันตามลำพังในห้องเพื่อให้เวลาพูดคุยกัน

                ความเงียบโรยตัวชั่วขณะ ปีหนึ่งมองหน้ากันเองอีกครั้ง

            นี่คืออะไร? ระบบโซตัสเหรอ?

                เอาจริงดิ...

               

                อ่านมาถึงตรงนี้อาจมีคนลังเลที่จะเลือกสาขานี้แล้วใช่ไหม?

                ไม่อยากเจอแบบนี้ ไม่อยากโดนรุ่นพี่สั่งทำอะไรอย่างนี้ แค่คิดภาพตามก็เหนื่อยแล้ว อะไรอย่างนี้?  

                อย่างที่บอกไปตอนพาร์ท 0 การทำงานเป็นทีมคือจุดสำคัญของสาขาเรา การทำป้ายชื่อกับสมุดนี่แหละนับเป็นด่านแรกของการฝึกทำงานเป็นทีม

                เชื่อเอ็นดูเถอะ ช่วงเวลานั้นอาจทำให้คุณเหนื่อย หรือคุณท้อขนาดไหน แต่ถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ ผ่านอุปสรรคแรกตรงนี้ไปได้ อย่างอื่นจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป และคุณจะเข้าใจอะไรมากขึ้น อ่านพาร์ทนี้จบ อย่าเพิ่งตัดใจ ลองดูพาร์ทต่อๆ ไป แล้วจะทำให้คุณตัดสินใจใหม่อีกหน

                ย้ำอีกครั้งสาขานี้งานหนัก แต่ถ้าชอบจริง มันก็อยู่ได้ และจะสนุกกับมันมาก

                โชคดี


---------------

31.08.2017

ขอเปลี่ยนแปลงจำนวนคนจาก 35 เป็น 34 คนนะครับ

 อ่านถึงตรงนี้แล้วอย่าเพิ่งเปลี่ยนใจกันก่อนนะ 5555 ทุกอย่างที่ทำมีเหตุผลของมันจริงๆ

รอติดตามพาร์ทต่อๆ ไปกันนะครับ มีอะไรถามหรือสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้เรื่อยๆ เลย

0 ความคิดเห็น