EnduuReview ประสบการณ์การเรียนสาขาด้านการเขียน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 288 Views

  • 6 Comments

  • 20 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    288

ตอนที่ 2 : EnduuReview 1 :: สอบสัมภาษณ์จะว่าชิลหรือไม่ชิลดีล่ะ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ส.ค. 60



#1

สอบสัมภาษณ์จะว่าชิลหรือไม่ชิลดีล่ะ?

 

                    ก่อนจะเข้าประเด็นเรื่องสอบสัมภาษณ์ ขอแจกแจงเรื่องชื่อสาขานิดนึง

                แต่เดิมแล้วสาขาของเราไม่ได้ชื่อว่า 'ภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ'

                'ภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมม์' ต่างหากถึงเป็นชื่อดั้งเดิม

                อันที่จริงชื่อใหม่นี้เพิ่งมาเปลี่ยนตอนปีนี้นี่แหละ ชื่อเก่าเรียกได้ว่าเป็นชื่อที่ยาวที่สุดในคณะ คนส่วนใหญ่เขาถึงจำสาขาเราไม่ค่อยได้กัน เลยตัดปัญหาเรียกสั้นๆ กันว่า 'สื่อสิ่งพิมพ์' หรือตัวย่อภาษาอังกฤษอย่าง LP

                ถ้ายังไม่เปลี่ยนชื่อ รุ่นของเราจะเป็นรุ่นที่ 13 เรียกกันว่า LP13 แต่เพราะเปลี่ยนชื่อสาขาใหม่แล้ว รุ่นของเราเลยกลายเป็น LMC1

                ชื่อเปลี่ยน นั่นแสดงว่าหลักสูตรก็เปลี่ยน

                ภาษาเพื่อการสร้างสรรค์สื่อ เป็นหลักสูตรที่ถูกปรับปรุง เน้นให้มีการเรียนที่เกี่ยวกับสื่อมากขึ้นให้ทันตามยุคสมัย เพราะฉะนั้นวิชาที่จะเรียนมันเลยจะไม่เหมือนปีก่อนๆ

                ว่าง่ายๆ เถอะ ปีนี้เราเป็นหนูทดลองนั่นแหละ ฮ่าๆ Orz...

                รู้ไหม? ตอนที่รู้ชื่อใหม่ของสาขา เหล่าเฟรชชี่พากันทำหน้าแปลกๆ อยู่นานมาก

                เฮ่ย สร้างสรรค์สื่อเฉยๆ ไม่มีอะไรต่อเลยเหรอ?

                มัน...ฟังดูทะแม่งๆ นะ?

                สามสิบกว่าชีวิตส่วนใหญ่พากันคิดแบบนี้ ปกติเรียกแต่ 'สื่อสิ่งพิมพ์' จู่ๆ ตัดซะไม่มีอะไรต่อเลย เรียก 'สื่อ' เฉยๆ คำเดียวก็ดูแปร่งๆ พิลึก ไม่ติดปากพอ พวกเราเลยสรรหาคำ แล้วเรียกว่า 'ทีมสื่อซือๆ' ซะเลย

 

                เริ่มต้นของวันก็คือหลงทาง

                เอ็นดูเป็นหนึ่งในเด็กที่ติดสอบสัมภาษณ์ระบบโควต้ารับตรง แปดโมงเช้าของวันสอบสัมฯ ไม่ค่อยสวยเท่าไร เพราะต้องรีบวิ่งหาตึกคณะและห้องสอบของตัวเอง

                ผู้ปกครองของเอ็นดูไม่ได้พาออกมาสายแต่อย่างใด ออกจะมาเช้าเกินไปเสียด้วยซ้ำ เสียแค่อย่างเดียวคือรถมันติดมาก แล้วด้วยความที่เพิ่งมาเหยียบในมหา'ลัยครั้งแรก เรื่องหลงทางเลยไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

                มองเวลาในมือถือ แปดโมงสิบนาทีแล้ว ขืนรอต่อไปมีหวังไปไม่ทันแน่

                เอาวะ

                หยิบพอร์ตฟอลิโอ (Portfolio) บอกพ่อแม่ว่าไว้เจอกันที่คณะ เปิดประตูแล้ววิ่งจ้ำอ้าวลงจากรถทันควัน
                ตอนนั้นจำได้ว่าตัวเองอยู่ใกล้ตึกวิทลัยการเมืองการปกครอง ซึ่งเป็นตึกที่อยู่ใกล้คณะมนุษยศาสตร์ฯ มากที่สุด ก่อนหน้านี้ก็เคยดูแผนที่ของมหา
'ลัยมาบ้างแล้ว เลยตัดสินใจฝ่าดงเข้าไปในคณะ ถามรุ่นพี่แถวนั้นว่าคณะตัวเองอยู่ไหน ก่อนจะวิ่งไปพลางดูเวลาแบบลนๆ

                โอ๊ยยย สายแล้วๆๆๆ

                สุดท้ายมาถึงก็ได้คิวคนที่ 29

                ถ้าจำไม่ผิดวันนั้นมีคนสอบสัมฯ ทั้งหมด 41 คน โควต้ารอบนี้รับเด็กแค่ 15 คน

                เด็กทั้งหมดที่มาจะนั่งรวมกันเพื่อรอเรียกสัมฯ ในห้องของสาขาเล็กๆ ที่ไม่ได้ใหญ่อะไรมาก เพราะมาสาย เราเลยได้ไปนั่งหน้าสุดเพราะแถวหลังมันเต็ม

                ในห้องจะมีรุ่นพี่มาคอยพูดหยอกล้อหรือแนะนำเรื่องสัมฯ อยู่เรื่อยๆส่วนเด็กรุ่นเดียวกันด้วยความที่ไม่ค่อยรู้จักใครก็ได้แต่นั่งรอเงียบๆ ไม่ก็เริ่มชวนคนข้างๆ คุยพร้อมถามชื่อไปด้วย

                เอ็นดูเป็นประเภทแรก นั่งรอเงียบๆ ก่อน พอรอคิวนานๆ ไปก็ค่อยชวนคนด้านข้างคุย                                

                อ้อ ขอเตือนอย่างหวังดีนิดนึง

                ระวังพี่เนียนมานั่งรวมอยู่ด้วยล่ะ

                ไม่รู้ว่ามีทุกปีรึเปล่า แต่ตอนนั้นเอ็นดูก็นั่งใกล้พี่เนียนพอสมควร (ไม่อยากบอกเลยว่าตอนนี้พี่คนนั้นกลายเป็นพี่รหัสเราเอง ฮ่าๆๆๆ)

                รุ่นพี่แต่งตัวด้วยชุดนักเรียนม.ปลาย นั่งเนียนเป็นเด็กรุ่นเดียวกันแล้วตีซี้คนข้างๆ ไปมา กว่าจะเฉลยอีกทีว่าเป็นพี่พวกเรานะก็ตอนที่พี่เขากลับเข้ามาในห้องหลังจากแกล้งว่าโดนเรียกไปสัมฯ นั่นแหละ...

                โอเค เดี๋ยวน้องจะเจริญรอยตามพี่เอง ปีหน้าเจอกัน จะไปนั่งเป็นพี่เนียน!

                ใครที่จะมาสอบเข้าก็ระวังกันไว้ล่ะ : )

 

                ช่วงรอคิวเป็นอะไรที่ยาวนานมาก ตอนเช็คเฟซในมือถือเพื่อนคณะอื่นที่ได้คิวร้อยกว่าๆ เก้าร้อยกว่าๆ งี้ สัมฯ เสร็จไปเรียบร้อยแล้ว

                คณะอื่น สาขาอื่นเขาใช้เวลาไม่นาน แต่สาขาเราสัมภาษณ์กันนานมาก ใช้เวลาสิบนาทีได้มั้งต่อเด็กคนนึง

                เอาจริงๆ ก็จำไม่ได้เท่าไรหรอกว่าผ่านไปแล้วกี่คน แต่ที่แน่ๆ ตอนนั้นนั่งกอดเข่าท้องร้องโครกครากหิวข้าวมาก *ซับน้ำตา*

                รู้ตัวว่าโดนเรียกคิวสัมภาษณ์อีกทีก็ปาเข้าไปบ่ายนิดๆ แล้ว

                ฮือ ข้าวเช้าข้าวเที่ยงยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย

                โหยหาาา ความรักความเมตตาาา แค่กๆ โอเค ไม่นอกเรื่องแล้วก็ได้

                หลังจากโดนเรียก อย่างแรกจะยังไม่ได้เข้าห้องสอบเลย แต่ตอนไปนั่งรอหน้าห้องต่ออีกนิดนึง ช่วงนั้นก็เริ่มคิดแล้ว เข้าไปจะเป็นไง จะได้เรื่องไหม จะติดรึเปล่าเนี่ยฉัน คือไม่ได้ตื่นเต้นนะ แต่มือนี่เหงื่อแตกพลั่ก เย็นเฉียบไปหมดเลยจ้า รูปเล่มพอร์ตดีนะที่เป็นกระดาษแข็ง ไม่งั้นเปื่อยยุ้ยเพราะมือเปียกแน่ๆ ฮา

                นึกย้อนไปตอนรอที่ห้องข้างล่าง รุ่นพี่บอกว่าพอสอบสัมฯ ก็ตอบแบบมั่นใจเข้าไว้ อย่าไปกลัว ไม่งั้นจะโดนอาจารย์แกล้งได้นะ เริ่มแรกก็ไม่อะไรหรอก ทว่ามันมีช่วงหนึ่ง เด็กหลายๆ คิวก่อนนี้กลับมาด้วยสภาพร้องไห้ เราเห็นแล้วแบบว่า เอาล่ะเว้ย จะรอดไหมตู

                เอ้อ แต่หลังจากสอบไปแล้วก็โล่งใจไปเปราะนึง ตอนเข้าไปไม่ได้น่ากลัวอะไรอย่างที่คิดเลยนะ จะว่าชิลก็ไม่เชิงหรอก

                เข้าไปครั้งแรกจะพบว่านี่เป็นห้องพักครู บรรยากาศดูต่างจากภาพที่คิดเอาไว้มาก แม้กระทั่งจำนวนอาจารย์ที่จะสอบสัมฯ เรา

                เอ็นดูเจออาจารย์ 4 คน

                อื่อหือ อาจารย์ 4 คนเลยเหรอ โอ๊ย ร้องไห้ทั้งน้ำตาได้ไหมมม แบบนึกว่าจะเจอแค่คนสองคนงี้ไง

                มันไม่ช่ายยย

         (บางคนจะเจอสองคนหรือสามคนบ้างก็แล้วแต่รอบล่ะนะ...)

         ได้แค่อุทานในใจ แต่ภายนอกคือยกมือไหว้ก่อนอันดับแรก แล้วนั่งลงพร้อมยิ้มสวยๆ แนะนำว่าตอนสอบก็ยิ้มเข้าไว้ ยิ้มให้ทุกคน พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น ตอบแบบมั่นใจ เชื่อเถอะ ทุกอย่างจะโอเค

                ตำแหน่งที่อาจารย์นั่งจะนั่งแบบล้อมกรอบเลย ซ้ายหนึ่ง ขวาหนึ่ง หน้าสอง มีโต๊ะเตี้ยๆ คั่นกลางเท่านั้น ประโยคแรกที่อาจารย์พูดเลยคือ

                "ช่วยแนะนำตัวด้วยค่ะ" รีบพอร์ตไปดู พร้อมเน้นเสียงคำสุดท้าย "อย่างละเอียด"

         แอบสะพรึงกับคำว่าอย่างละเอียดอยู่บ้าง

               อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ แต่เอ็นดูไม่ได้เตรียมสคริปอะไรมาสักกะผีก รู้แค่ว่าพูดไปเถอะ พูดอะไรก็ได้เกี่ยวกับตัวเอง พล่ามๆ ไปเลย แต่พยายามอย่าวกวนไปมา เดี๋ยวอาจารย์ฟังแล้วสงสัยอะไรก็จะแทรกถามเอง

                ส่วนใหญ่คำถามที่เจอจะเป็นเรื่องครอบครัว กับเรื่องปัญหาการเงินอะไรแบบนี้ เนื่องจากสาขานี้ใช้เงินในการเรียนเยอะเหมือนกัน (ค่าเทอมถูก ค่าหน่วยกิจถูก แต่จะชอบเสียค่าอุปกรณ์ค่าชีทงานไรงี้ซะมากกว่า) บางคนออกไปเพราะไม่มีเงินจะเรียนก็มี

                คำถามต่อมาที่เอ็นดูโดนคือทำพอร์ตเองรึเปล่า? หมดเงินไปเท่าไร? ช่วยอธิบายขั้นตอนตั้งแต่เริ่มจนจบได้ไหม? เลือกสาขานี้ไว้อันดับที่เท่าไร?

                แล้วตบท้ายด้วยคำถามที่ว่าอยู่สาขานี้เรียนไหวไหม หนักนะ

                พยักหน้าอย่างมั่นใจ ไหวสิ ไหวแน่ๆ เพราะตั้งใจมาที่นี่จริงๆ ถ้าสอบสัมฯ ไม่ติด ก็ถึงขั้นจะไปสมัครเอกชนที่เรียนเกี่ยวกับกราฟฟิคแทนเลย เพราะไม่รู้จะเลือกเรียนอะไรในมหา'ลัยรัฐแล้ว...

                พอตอบไปอย่างงี้อาจารย์ก็พยักหน้า บอกให้เราจำบรรยากาศวันนี้ให้ดี พอเรียนมาแล้วท้อให้นึกถึงวันสอบเข้า ให้นึกถึงคำพูดตัวเอง
                ก่อนออกไปก็มีการบอกว่า
' ให้จ่ายค่าเทอมมัดจำก่อนได้ไหม' ด้วยล่ะ!

         อ่า มีหวังแล้ว!

         ในใจแทบจะโหร้องก้องโลกไปเลย พ่อจ๋า แม่จ๋า ลูกมีโอกาสติดแล้ววว วี๊ดดด

                ติดไม่ติดไม่รู้แต่หน้านี่ยิ้มแป้นไปแล้ว ก็ขอบคุณยกมือสวัสดีอาจารย์ เดินเอื่อยออกห้องสอบไป วิ่งไปบอกพ่อแม่ว่าสัมภาษณ์เป็นยังไง

                ซึ่งหลังจากนั้นผ่านไป 6 วัน ทางมหาวิทยาลัยก็ประกาศผลสอบสัมภาษณ์ สถานะที่แสดงอยู่ใต้ชื่อทำเอากรี๊ดแตกลั่นบ้านไปหลายตลบ

                เราติด 'ตัวจริง' ของหนึ่งใน 15 คน!

                โอ๊ยยย แม่จ๋า พ่อจ๋า สอบติดแล้ว!

                 อ๊ากกก มีที่เรียนแล้วโว้ยยย

                อยากจะขำสภาพตัวเองตอนนั้นมาก ดีใจเหมือนถูกหวยที่สอบเข้าได้ แต่เชื่อเถอะ พอใกล้เปิดเทอมมาเท่านั้นแหละ อารมณ์มันจะกลับตาลปัตร ความดีใจจะกลายเป็นความเหนื่อย ความท้อ อาทิตย์นั้นเราจะได้ยินเพื่อนพูดประโยคนี้กันบ่อยที่สุดว่า

                'อยากซิ่ว'

 

                --------------------

29.08.2017

มีอะไรสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้นะครับ แนะนำให้กดติดตามเพจเพื่อการติดตามข่าวสาร

เพจ : Enduu A.

1 ความคิดเห็น

  1. #4 cosawa_akira (@cosawa_akira) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 03:36
    เรื่องสอบไม่ว่าอะไรมันก็ดีใจกว่าถูกหวย5555 ผม.2ครับตื่นมาหาอะไรอ่านเพลินๆ พี่เขียนดีม๊ากมากเล่นซะอยากจบเร็วๆแล้วไปเรียนเลย555
    #4
    1