Kill Me !! ❥ Kaido

ตอนที่ 5 : Kill Me | งานแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 797
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    5 ม.ค. 59













            

 

 

            “ไม่ถือหรอก เรื่องมันก็นานมาแล้ว”

 

 

            “มึงนี่มัน ...” คยองซูอ้าปากค้างไว้ทั้งอย่างนั้นเมื่อมองสบกับคนตรงหน้า ... จะด่าก็ด่าไม่ออก

 

 

            ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าดี

 

 

            คนตัวเล็กผลักคนที่ตัวสูงกว่าออกห่างตัวอย่างขยะแขยงแต่มันกลับไม่เป็นผลเลยสักนิดเมื่อร่างของจงอินไม่ได้ขยับออกไปเลยแม่แต่น้อย ผู้ชายตรงหน้ายังทำเหมือนกับคยองซูเป็นสัตว์เหมือนเดิมไม่มีผิด ! คิดจะทำอะไรก็ได้ยังงั้นหรอ ?

 

 

            “หายไปตั้งนาน ... ไม่คิดถึงกันบ้างหรือไง”

 

 

            ประโยคเรียบ ๆ ถูกเอ่ยออกมาจากปากของปีศาจใจร้ายตรงหน้า คยองซูมองอย่างไม่อยากจะเชื่อหูว่าจงอินจะพูดอะไรบ้า ๆ แบบนี้ออกมา

 

 

            ตาคมที่มองลงมาไม่ได้ทำให้คยองซูรู้สึกใจเต้นหรือหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามมันกลับทำให้คนตัวเล็กรู้สึกขยะแขยงคนหน้ามากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัวเมื่อคยองซูเองก็รู้ว่าคำพูดของจงอินมันโกหกตอแหลมากขนาดไหน

 

 

            “คิดถึงกับขยะแขยง ... นี่ความหมายเดียวกันหรือเปล่า ?” คยองซูเอ่ยถามใบหน้าที่อยู่ห่างแค่คืบและจ้องตากลับอย่างไม่ยอมแพ้

 

 

            “...”

 

 

            “เพราะถ้าใช่ ...”

 

 

            “...”

 

 

            “กูคงคิดถึงมาก ถึงได้ขยะแขยงมึงขนาดนี้”

 

 

            จงอินหัวเราะเบา ๆ เมื่อคยองซูพูดคำสุดท้ายนั่นก่อนจะหันหน้าหนีเขาไปอีกทาง เหมือนประโยคเมื่อครู่จะทำให้คนตัวสูงหงุดหงิดอยู่เหมือนกันคนตัวสูงก้มลงตรงลำคอของคยองซูและกัดเข้าที่ซอกคอขาวอย่างแรงจนคนตัวเล็กสะดุ้ง !

  

 

            คยองซูตกใจกับการกระทำที่สร้างความเจ็บปวดนั้นมือเล็กยกขึ้นมาเพื่อหวังจะผลักร่างสูงให้พ้นแต่กลับช้ากว่ามือใหญ่ที่รั้งร่างเล็กเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิดเป็นเนื้อเดียวกันและฝังเขี้ยวลงจนลำคอขาวเป็นรอยแดงและมีบาดแผลเล็ก ๆ

 

 

            “ปะ ... เป็นบ้าอะไรน่ะ”

 

 

            ครืด ... เพล้ง !

 

 

            แก้วเซรามิกเนื้อดีที่วางอยู่บนโต๊ะถูกปัดลงไปที่พื้นจนแตกกระจายไม่มีชิ้นดีพร้อม ๆ กับของอื่น ๆ ที่อยู่บนโต๊ะทำงานของคนตัวสูงและถูกแทนด้วยร่างเล็ก ๆ ที่โดนกดให้แนบแผ่นหลังลงกับโต๊ะตัวนั้นแทน ตาโตเบิกขึ้นนิด ๆ เมื่อถูกร่างสูงรุกเข้าใส่อย่างไม่ทันตั้งตัวคยองซูไม่มีโอกาสแม้แต่จะเอ่ยด่าคนตรงหน้าเมื่อร่างเล็กถูกตามมาแนบสนิททั้ง ๆ ริมฝีปากและคมเขี้ยวของจงอินยังไม่ได้ผละออกจากร่างเล็กเลยแม้แต่น้อย

 

 

            “อ้ะ!

 

 

            ข้อมือเล็กถูกตรึงแน่นให้ติดกับโต๊ะนั้น คยองซูมองจงอินที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาจากคอของเขาและยังขบเม้มจนมันมีรอยแดงเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ เป็นจ้ำ ๆ แต่มันไม่ใช่คิสมาร์ค ... มันเหมือนการกัดเพื่อให้เกิดรอยเขี้ยวขึ้นที่คอของคยองซูมากกว่า

 

 

            คยองซูร้องออกมาเบา ๆ เมื่อเลือดถูกร่างสูงดูดเม้มออกมาช้า ๆ จนคนตัวเล็กถึงกับหมดเรี่ยวแรง สัมผัสหวาบหวิวกึ่งเจ็บปวดทำให้สมองของคยองซูเบลอและเลิกต่อต้านไปชั่วขณะ จงอินไซร้ไปที่ใบหูเล็ก ๆ และงับเบา ๆ ก่อนจะผละออกจากลำคอขาวเมื่อเห็นคนตัวเล็กไม่ต่อต้านแล้ว ตาคมมองสำรวจไปทั่วใบหน้าของคยองซูที่กำลังขึ้นสีนิด ๆ ก่อนจะยิ้มเย็น ๆ ให้

 

 

            คยองซูตามอะไรไม่เคยทันเลยสักอย่าง แค่นี้คนตัวเล็กก็นิ่งเหมือนถูกสาบไปซะแล้ว ...

 

 

            ทันทีที่ตั้งสติได้ว่าเกิดอะไรขึ้นมือเล็กก็ผลักร่างสูงออกทันทีที่ได้โอกาสซึ่งจงอินก็ยอมปล่อยคนตัวเล็กออกจากอ้อมกอดแต่โดยดีโดยไม่ได้มีท่าทีโมโหอะไร

 

 

            “นี่มึงทำบ้าอะไรของมึง” คยองซูถามขึ้นหลังจากเป็นอิสระจากคนคนนั้นและรีบยืดตัวขึ้นมายืนตรงมองคนตัวสูงทันที

 

 

            ไอ้สารเลวนี่มันทำอะไร ? แล้วสัมผัสเมื่อกี้มันบ้าอะไรกันน่ะ ! คยองซูคิดและยกมือขึ้นปิดรอยที่คอของตัวเองซึ่งมีเลือดซึมนิด ๆ ก่อนจะมองร่างสูงด้วยสายตาไม่พอใจ

 

 

            ทั้งโกรธทั้งโมโหและยังรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่แปลกไปจากเดิมอีกด้วย

 

 

            “คิดว่ากูจะปล้ำมึงรึไง ?” จงอินถามเรียบ ๆ ก่อนจะเอามือเช็ดเลือดที่มุมปากก่อนถ่มลงพื้นอย่างหยาบคาย

 

 

            “...” คยองซูนิ่งเงียบและมองจงอินอย่างไม่ค่อยพอใจแม้จะไม่เข้าใจการกระทำของจงอินสักเท่าไหร่

 

 

            “ร่างกายของมึงมันผ่านมือคนอื่นมาตั้งหลายคน”

 

 

            “!!!

 

 

            “สกปรก”

 

 

            ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นกับประโยคดูถูกที่เชือดเฉือนนั่น สติและอารมณ์ที่พยายามกักเก็บเอาไว้ขาดกระจุยเมื่อถูกพูดจาดูถูกใส่แบบนี้ ร่างเล็กง้างมือขึ้นก่อนจะฟาดลงที่ใบหน้าคมนั่นอย่างแรงจนหน้าหัน

 

 

            “หึ” จงอินนิ่งค้างเมื่อหน้าเขาหันไปตามแรงตบ มือหนาเอื้อมไปข้างลำตัวก่อนจะคว้าบางอย่างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

 

            กริ๊ก !

 

 

            หน้าคมหันกลับมามองคยองซูที่หน้าเปลี่ยนสีเป็นซีดลงทันทีเมื่อปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจ่อแนบอยู่กับศีรษะ ความรู้สึกชาที่ข้างแก้มของจงอินทำให้ร่างสูงโมโหไม่น้อยเส้นเลือดในสมองของเขากำลังเต้นตุบ ๆ และสั่งให้เหนี่ยวไกใส่ร่างเล็กนี้เป็นการลงโทษซะ

 

 

            กล้าดียังไงมาตบเขา

 

 

            “ตบกูอีกทีสิ”

 

 

            คยองซูมองปืนในมือของจงอินก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจออกช้า ๆ ร่างเล็กทั้งร่างเกร็งขึ้นมาทันทีเมื่อรับรู้ได้ว่าปลายกระบอกปืนที่จ่อหัวเขาอยู่มันเย็นเพียงใด มือเล็กนิ่งอยู่ข้างลำตัวไม่ได้ยกขึ้นมาตบลงที่ใบหน้านั้นตามคำท้าแต่อย่างใด

 

 

            ทั้ง ๆ ที่เคยพูดว่าฆ่าคยองซูให้ตายยังดีกว่ามาขังกันไว้แบบนี้แต่พอจะได้ตายจริง ๆ ร่างเล็กกลับรู้สึกกลัวกระสุนขึ้นมาซะอย่างนั้น แค่คิดว่าคนแบบจงอินกล้าทำอย่างที่พูดแน่ ๆ มือเรียวก็สั่นขึ้นมาดื้อ ๆ

 

           

            “อีกสองวันไปส่งยาที่นั่นซะ”

 

 

            “...”

 

 

            “ไม่อย่างนั้น ...”

 

 

            ปัง !!!!!!!!

 

 

            ร่างเล็กทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นทันทีที่มีเสียงปืนดังขึ้นทั้ง ๆ ที่คนตัวเล็กยังฟังจนอินพูดไม่จบ ตาคมมองร่างเล็ก ๆ ที่ตาปิดสนิทและทรุดลงไปกองที่พื้นโดยที่เขาก็ไม่แม้แต่จะเข้าไปรับไว้หรืออะไร ปืนที่ถูกยิงใส่กรอบรูปด้านหลังคนตัวเล็กถูกเก็บลงที่ข้างเอวเหมือนเดิม พร้อม ๆ กับที่จงอินเรียกลูกน้องให้มาลากร่างเล็ก ๆ นี่กลับไปที่ห้อง

 

 

            ทำเป็นเก่งดี ... สุดท้ายก็ชิงสลบไปซะแล้ว จงอินคิดและยิ้มมุมปากเหมือนสมเพสกับร่างเล็ก ๆ นี่



            "พากลับไปที่ห้อง" จงอินสั่งลูกน้องที่มองมาด้วยสายหวาด ๆ แค่เห็นเศษกระจกกรอบรูปที่แตกกระจายและร่างเล็ก ๆ นี่สลบลงไปทุกคนก็พอจะเดาเหตุการณ์ได้



             คนตัวเล็ก ๆ นี่รอดก็ถือว่าบุญแล้ว



             "ไม่ได้ยินหรือไง"



            จงอินมองพวกลูกน้องที่รีบมาอุ้มคยองซูออกไปจากห้องทำงานของเขาก่อนที่พวกมันจะเป็นฝ่ายโดนยิงซ้ำซะเอง



            รีบ ๆ เอาออกไปน่ะดีแล้ว เพราะถ้าจะให้มาสลบอยู่ตรงนี้ ...

 

 

            มันเกะกะ ...

           

 








 

---------------------------------

 

 

 

 

 



 

            Kyungsoo scene

 

 

            มันเป็นอะไรที่ยากและผมก็ลำบากใจพอสมควรกับการต้องทำงานพวกนี้ให้จงอิน แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ ผมก็ปฏิเสธมันไม่ได้อยู่ดี

 

 

            ผมหันไปหยิบเอกสารที่วางข้าง ๆ ตัวมาเปิดดูอีกครั้งก่อนจะไล่สายตาอ่านข้อความที่มีรายชื่อการสั่งซื้อนั้นอีกรอบ ไม่แปลกที่การซื้อขายจะมีเพียงแค่การโทรหาและติดต่อผ่านทางจดหมายหรือแผ่นกระดาษเท่านั้น

 

 

            เพราะจงอินไม่ได้ขายเป็นร้อย-พันเม็ด

 

 

            แต่มันเป็นจำนวนหลายหมื่นจนไปถึงแสนเม็ดซึ่งผมเองมั่นใจว่ามันเป็นบ่อเงินมหาศาลที่แสนจะสกปรกของจงอินเลยทีเดียว

 

 

            การซื้อขายแต่ละครั้งมีจำนวนสินค้ามากกว่ากำมือจงอินจึงซื้อขายด้วยตนเองแทบทุกครั้ง อันนี้ผมก็ฟังจากพวกลูกน้องเขามาอีกทีแต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมครั้งนี้ถึงต้องเป็นผม อาจจะเพราะประวัติคนซื้อดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือ ... หรือไม่ก็ ... จงอินต้องให้ผมใช้มือของตัวเองทำเรื่องสกปรกเหมือนกันกับเขาจะได้เท่าเทียมกันล่ะมั้ง

 

 

            ผมก็แค่สงสัย ... ว่าผมยังสกปรกไม่พออีกเหรอ ?

 

 

            กระดาษรายละเอียดทั้งหมดจริง ๆ มีเพียงแค่สองแผ่นส่วนที่เหลือเป็นใบที่จะรับรองว่าผู้ชายที่ชื่อ มิสเตอร์จงแดนั้นไม่ใช่สายของตำรวจเพราะมีตราประทับและรายเซ็นที่น่าจะเป็นของลูกค้าเก่าของจงอินเซ็นกำกับมาด้วย

 

 

            มิสเตอร์จงแด ...

 

 

            ผมอ่านรายชื่อนั้นซ้ำอีกครั้ง อยากจะรู้จริง ๆ ว่าทำธุรกิจซื้อขายพวกนี้ถึงมันจะได้เงินเยอะแล้วพวกเขามีความสุขเหรอ ? ที่ต้องหาเงินท่ามกลางความลำบากเพราะต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ และทำลายอนาคตของคนอื่น ๆ ลงน่ะ

 

 

            ผมส่ายหัวเล็กน้อยและเลิกสนใจเรื่องการซื้อยากซื้อง่ายอะไรนั่นพร้อมทั้งวางกระดาษที่ถืออยู่ในมือลงข้างตัวและมองไปตามทางข้างทางแทน

 

 

            “ไกลแค่ไหน” ผมถามบุคคลที่สองและสามซึ่งนั่งอยู่เบาะข้างหน้าผมและประจำตำแหน่งคนขับอีกหนึ่งคน

 

 

            “เดี๋ยวก็ถึงแล้ว”

 

 

            ผมเงียบและไม่ได้ถามอะไรต่อ ข้างทางเหมือนป่ารกที่มีแต่ต้นไม้ใบหญ้าเต็มหมด มีเพียงถนนลูกรังเส้นเล็ก ๆ ที่ทำให้รถคันนี้วิ่งไปยังที่หมายซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าคือที่ไหน

 

 

            “โชคดีจริง ๆ ไม่ถูกฆ่าทิ้งแถมยังได้มาส่งของด้วย”

 

 

            ผมละสายตาจากข้างทางหันมาสบตาผ่านทางกระจกส่องหลังกับคนที่กำลังขับรถอยู่เมื่อเขากำลังพูดถึงผม ไม่สิ ... พูดกับผมมากกว่า ตาคู่นั้นมองสบกับผมเพียงแวบเดียวก่อนจะหันไปสนใจทางข้างหน้าต่อและปล่อยให้ผมมองกระจกค้าง

 

 

            “กูทำงานมาตั้งหลายปีนายยังไม่ไว้ใจกูแบบมึงเลย”

 

 

            ผมแค่นยิ้มกับประโยคที่ออกมาจากคนที่ขับรถอยู่ข้างหน้า เหอะ ... ไว้ใจงั้นเหรอ เรียกว่าข่มขู่ใช้งานมากกว่า

 

 

            ถ้าผมไม่ทำมันก็เอาแม่ผมมาขู่

 

 

            ผมยังจำความรู้สึกตอนที่ปืนสีดำสนิทนั่นถูกแนบลงกับหัวผมก่อนที่ผมจะได้ยิงเสียงมันดังขึ้นพร้อม ๆ กับสติของผมที่ดับวูบลงไปได้อยู่เลย ผู้ชายแบบนั้นน่ะเหรอดีมอบว่าโชคดีให้กับผม ... เหอะ ... แค่คำว่าเลวยังน้อยไปด้วยซ้ำ

 

 

            รถคันสวยจอดสนิทลงที่ข้างโกดังเก่า ๆ แห่งหนึ่ง ทำให้ผมเลิกคิดเรื่องอื่นและหันมาสนใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแทน ... นี่ก็ขับเข้ามาลึกและไกลจากถนนหลักเหมือนกันแฮะ แต่ก็นั่นแหละถ้ามันซื้อกันง่าย ๆ ... จงอินคงไม่อยู่รอดปลอดภัยจากตำรวจมาจนถึงทุกวันนี้หรอก

 

 

            ผมลงจากรถและมองไปยังข้าง ๆ ที่มีรถคันหรูอีกคันนึงจอดอยู่มันมีสีขาวสะอาดตาต่างกับรถคันสีดำทะมึนที่ผมนั่งมาอย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือราคาของรถที่ผมมั่นใจว่าในชาตินี้ผมไม่มีปัญญาที่จะซื้อมันมาไว้ในครอบครองแน่ ๆ

 

 

            คนข้างตัวผมหยิบกระเป๋าซึ่งบรรจุยาเสพติดอยู่ในนั้นลงมาถือและมองหน้าผมก่อนพยักหน้าให้ตามเขาเข้าไปข้างในทันทีโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ผมละสายตาจากรถคันสีขาวและก้าวขาตามเขาสองคนเข้าไปอย่างไม่รีบร้อน

 

 

            ผมไม่ได้อยากมาที่นี่ด้วยซ้ำ ...

 

 

            “มาช้าจังเลยครับ คุณจงอิน”

 

 

            คนตัวสูงเอ่ยทักทายเมื่อผมเดินเข้าไปถึง เส้นผมสีขาวสว่างของเขาสะดุดตาผมเป็นแรกเมื่อผมจ้องมองตรงไปมันช่วยขับให้ผิวขาว ๆ นั่นยิ่งดูน่ามองขึ้นไปอีกเท่าตัว บวกกับใบหน้าหล่อคมนั่นทำให้ผมปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่ชื่อจงแดนี่ก็หล่อใช่ย่อย

 

 

            ผมหันไปรอบตัวว่าพวกเขามองไปที่ใคร ก่อนจะพบว่าสายตาและคำพูดเมื่อกี้ถูกส่งมาให้ผม เมื่อกี้เขาพูดคำว่าจงอินงั้นเหรอ ?




            อ๋อ ... เขาคงคิดว่าผมคือจงอินสินะ




            ผมยิ้มแบบฝืน ๆ ให้เขา ก่อนจะก้าวขาไปยืนตรงหน้าเขาและบอกเขาไปว่าคนที่ชื่อจงอินน่ะไม่ใช่ผม

 

 

            “ผมไม่ใช่จงอินหรอก”

 

 

            แกร็ก !

 

           

            ปืนถูกจ่อมาที่ผมทันทีที่ผมพูดประโยคนั้นออกไป คนของมิสเตอร์จงแดชักและเล็งปลายกระบอกปืนขึ้นมาจ่อที่หัวผมและทำท่าพร้อมจะยิงทันทีถ้าผมตุกติกหรือทำอะไรที่ไม่ชอบมาพากล วัตถุสีดำที่จ่อมานั้นทำเอาผมแทบจะร้องออกมาเพราะความตกใจแต่ยังดีที่ผมเก็บอาการไว้ได้ทัน

 

 

            ช่วงระยะเวลาอาทิตย์เดียวที่ผ่านมานี่ผมถูกปืนจ่อไปกี่ครั้งแล้วนะ - -

 

 

            “ผมเป็นคนที่จงอินส่งมาแทน”

 

 

            กระบอกปืนถูกสั่งให้ลดลงเมื่อคนตัวสูงหันไปพูดกับลูกน้องให้เก็บมันซะ ผมรู้สึกหายใจสะดวกขึ้นมานิดหน่อยเมื่อไม่มีอะไรเล็งมาที่ตัวเองนอกจากสายตาของผู้ชายกลุ่มนั้น

 

 

            “งั้นต้องขอโทษที่ทำให้ตกใจนะครับ ผมมาร์ค คุณจงแดก็ให้ผมมาแทนเหมือนกัน”

 

 

            “ผมคยองซูครับ น่าแปลกนะครับที่เจ้านายของคุณกับจงอินไม่ยอมมาเจอกันด้วยตัวเอง”     ผมแนะนำตัวพร้อมทั้งชวนคุยไปตามมารยาท ... ย้ำ ! ว่ามารยาท ที่จริงผมไม่อยากรู้จักกับคนที่ทำธุรกิจพวกนี้สักเท่าไหร่ ผมไม่ชอบสิ่งผิดกฎหมาย ... และไม่ชอบสายตาของเหล่าคนที่จ่อปืนมาทางผมเมื่อกี้ด้วย

 

 

            “หึ ธุรกิจสมัยนี้มันอันตรายน่ะครับ ยิ่งพบปะกับคนใหม่ ๆ ก็ยิ่งต้องระวัง” ผู้ชายที่ชื่อมาร์คพูดพร้อมทั้งยื่นมือส่งมาให้ผมก่อนจะยิ้มอย่างเป็นมิตรที่ช่วยให้ผมผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นในระดับหนึ่ง

 

 

            “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

 

 

            “เช่นกันครับ” ผมยิ้มและยื่นมือไปแตะมือของเขาแค่แผ่วเบาเพราะไม่ค่อยชินกับการถูกตัวคนแปลกหน้าเท่าไหร่ แต่คนตัวสูงนั้นก็ดึงมือผมไว้และจับหมับเข้าซะเอง ผมมองนิ่ง ๆ เมื่อมาร์คเขย่ามือผมเป็นการทักทายแต่เมื่อทักทายเสร็จเขากลับจับมือผมไว้อย่างนั้นจนเกือบสิบวินาที

 

 

            ผมมองเขาอย่างงุนงงและเขาเองก็ทำเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ กลับมา

 

 

            ผมหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เอามือออกอย่างเบาที่สุดเพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียดจนเกินไป ผมมองมาร์คที่จ้องตาผมด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แวบหนึ่งผมเหมือนเห็นสายตาของเขาที่มองมาทางผมเหมือนถูกใจอะไรบางอย่าง ... แต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้นแหละ ... ผมอาจจะคิดมากไปเองก็ได้

 

 

            “ไหนของล่ะครับ”

 

 

            ความคิดของผมถูกหยุดไว้แค่นั้นเมื่อประโยคต่อมาทางธุรกิจของมาร์คถูกเอ่ยออกมา อ่า ... นี่ผมมัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนเกือบลืมไปแล้วสินะว่ามาเพื่ออะไร

 

 

            ผมกำลังจะหันไปหาลูกน้องของจงอินที่ยืนข้าง ๆ แต่ผมก็ช้ากว่าเขาที่ยื่นของไปข้างหน้าเรียบร้อยแล้ว ผมมองการกระทำนั้นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แน่นอน ... ลูกน้องของจงอินทำงานพวกนี้มาหลายปีเขาย่อมรู้ว่าต้องทำอะไรยังไงต่างกับผมซึ่งไม่รู้อะไรเลย สรุปนี่ผมได้ทำหน้าที่อะไรบ้างรึยังเนี่ย แต่ก็ช่างเถอะไม่ต้องทำอะไรก็ดี ผมไม่อยากข้องเกี่ยวด้วยอยู่แล้ว

 

 

            ถึงแม้ว่าการมาครั้งนี้จะเหมือนกับว่าก้าวขาข้างนึงเข้ามาในเส้นทางนรกนี่แล้วก็ตาม

 

 

            กระเป๋าสีดำถูกเปิดให้คนตัวสูงดูสิ่งของที่อยู่ในนั้นและความอยากรู้ก็ทำให้ผมอดเหลือบตามองตามไปไม่ได้ ยาเม็ดเล็ก ๆ สีขาวในบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกอีกทีถูกมาร์คหยิบขึ้นมาดูก่อนจะพิจารณาซ้ายขวา เขาบีบมันให้แตกละเอียดและถูเบา ๆ จงฝุ่นผงกระจายลงพื้นและปลิวหายไปตามสายลม

 

 

            ผมหันหน้าหนีไปอีกทางเมื่อเห็นฝุ่นผงนั้นปลิว แม้มันจะแค่จำนวนนิดเดียวแต่ผมก็ไม่รู้ว่าถ้าผมสูดเข้าไปมันจะทำให้ผมติดหรือเปล่า ผมไม่มีความรู้เรื่องของพวกนี้หรอกนะ

 

 

            “มันใช้ละลายน้ำและฉีดเข้าเส้นเลือด” ลูกน้องจงอินที่ยืนข้างผมพูดเมื่อเห็นผมหลบฝุ่นพวกนั้น นี่เขากำลังหาว่าผมโง่หรือเปล่า แต่ก็ช่างมันเถอะ อย่างน้อย ๆ ก็สบายใจได้อย่างนึงว่าผมจะไม่ติดมันน่ะนะ

 

 

            ผมว่าที่จริงผมควรถามชื่อพวกเขามากกว่าเรียกลูกน้องจงอินอยู่แบบนี้

 

 

            ผมไม่รู้ว่าจงอินจะเลิกเอาแม่ผมมาขู่เมื่อไหร่ บางทีกว่ามันจะเลิกขู่ ... ผมอาจจะต้องทำงานเลว ๆ นี่กับพวกเขาไปอีกหลายครั้ง เพราะงั้นการถามชื่อไว้ก็น่าจะมีประโยชน์

 

 

            “ของดีสมที่เขาว่ากันมาจริง ๆ ด้วยแฮะ” มาร์คยิ้มอย่างพอใจและละสายตาจากยาเม็ดพวกนั้นก่อนจะหันไปหาลูกน้องของเขาที่ส่งกระเป๋าอีกใบมาแลกกัน

 

 

            ผมมองจำนวนเงินในกระเป๋าของฝั่งมาร์คอย่างตะลึงนิด ๆ ที่จริงผมก็พอรู้มาบ้างว่ายาเสพติดของจงอินมีราคาที่ค่อนข้างสูงเพราะเป็นของเกรดดีเยี่ยมแต่ผมไม่นึกว่ามันจะมากมายขนาดนี้

 

 

            กระเป๋าสองใบถูกแลกกันเรียบร้อยโดยที่ฝั่งผมไม่ได้สนใจนับเงินในกระเป๋านั้นเลยแต่น้อย อาจจะเพราะจำนวนของมันมากเกินกว่าจะนับไหวด้วยแหละ ไม่กลัวถูกโกงกันเลยรึไงนะ

 

 

            “ไม่มีอะไรแล้วนะครับ ผมขอตัว” ผมพูดขึ้นมาทันทีอย่างเสียมารยาทและก้มหัวให้มาร์คเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเสร็จธุระหมดแล้ว

 

 

            ยิ่งอยู่นานผมก็ยิ่งอึดอัด

 

 

            “เดี๋ยวครับ”

 

 

            ผมชะงักขาที่กำลังจะก้าวก่อนจะมองคนตัวสูงตรงหน้าอย่างสงสัย

 

 

            “เราคงได้ทำธุรกิจด้วยกันอีกนะครับ”

 

 

            คำพูดมาพร้อมกับมือที่ยื่นออกมาอีกครั้ง ผมมองมือข้างนั้นอย่างลังเล เมื่อกี้เขาก็จับแถมยังไม่ยอมปล่อยแล้วคราวนี้เขาจะจับไม่ปล่อยอีกหรือเปล่า

 

 

            ผมมองและลังเลเล็กน้อย หน้ามาร์คนิ่งไปเมื่อเห็นว่าผมมองแต่ไม่ได้ส่งมือกลับไปให้เขาอย่างที่เขาตั้งใจ คนตัวสูงทำหน้าเหมือนเสียเซลฟ์เล็กน้อยและกำลังจะชักมือกลับ แต่ก่อนที่เขาจะชักมือกลับผมก็ตัดสินใจยื่นมือออกไปอย่างไม่คิดอะไรมาก ยังไงผมก็มีลูกน้องของจงอินอยู่ด้วย มาร์คคงไม่กล้าทำอะไรรุ่มร่ามมากกับผมหรอก

 

 

            “หวังว่าอย่างนั้นเหมือนกันครับ” ผมพูดและยิ้มให้เขาบาง ๆ

 

 

            มาร์คไม่ได้จับมือผมแน่นหรือว่าดึงไว้เหมือนตอนแรกเขาดึงมือผมขึ้นช้า ๆ ก่อนที่เขาจะแนบริมฝีปากแดงอย่างคนสุขภาพดีนั่นลงกับหลังมือของผมอย่างแผ่วเบา

 

 

            ผมคิดผิดไปสินะที่คิดว่าเขาจะไม่รุ่มร่ามกับผม มาร์คเงยหน้าจากมือของผมขึ้นมายิ้มมุมปาก แต่ผมกลับยืนนิ่งเป็นหินไปเรียบร้อย

 

 

            เหมือนโลกหยุดหมุน ...

 

 

            ไม่ใช่ว่าผมเขินอายกับการกระทำของเขาหรอกนะ แต่ผมไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำแบบนี้ทั้ง ๆ ที่มีคนยืนอยู่รอบตัวตั้งหลายคน

 

 

            ผมชักมือกลับทันทีที่เป็นอิสระ และมองเขาด้วยสายตาไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่

 

 

            “ถ้ามีเวลาว่าง ... ผมก็อยากจะกินข้าวสักมื้อนะครับ” มาร์คพูดและมองมาที่ผม ไม่ต้องแปลความหมายผมก็พอจะเข้าใจว่าเขากำลังจะชวนผมไปกินข้าว

 

 

            “พวกผมคงไม่มีเวลามากขนาดนั้น”

 

 

            เป็นครั้งแรกที่ผมอยากหันไปขอบคุณคนที่ยืนข้าง ๆ ผมตอนนี้เพราะเขาพูดแทนความคิดของผมไปเรียบร้อย

 

 

            “แค่คุณคยองซูคนเดียวก็ได้ครับ” มาร์คพูดและหันไปมองลูกน้องของจงอินด้วยสายตานิ่ง ๆ ไร้รอยยิ้มจากใบหน้าหล่อๆนั่น และลูกน้องของจงอินก็มองกลับไปแบบนั้นเหมือนกัน

 

 

            “เอ่อ ... ขอโทษครับ แต่วันนี้ผมไม่ค่อยสะดวก” ผมรีบพูดออกมาก่อนที่บรรยากาศจะมาคุไปมากกว่านี้ มาร์คละสายตาจากลูกน้องของจงอินและหันมามองทางผมแทนพร้อมทั้งพูดด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

 

 

            “งั้นไว้วันหลังก็ได้ครับ”

 

 

            น้ำเสียงที่แสดงออกมามันก็ค่อนข้างบอกชัดเจนว่าเขาเสียดายและไม่ค่อยพอใจกับคำตอบของผมเท่าไหร่ แต่ผมก็คงไม่ใจอ่อนยอมไปกับเขาหรอกนะ

 

 

            “...”

 

 

            ผมไม่ได้ตอบอะไรแต่ยิ้มให้เขาไปเท่านั้น แม้ลึก ๆ ผมจะไม่พอใจกับการกระทำห่าม ๆ ของเขาแต่ผมก็เลือกที่จะเก็บมันไว้โดยไม่พูดอะไรออกไปแทน

 

 

            “ไว้เจอกันนะครับ”

 

 

            “ครับ” ผมตอบรับเบา ๆ และหันหลังเดินออกมาโดยไม่สนใจเจ้าของรอยจูบที่ติดอยู่บนฝ่ามือผมอีก




             คนพวกนี้เป็นอะไรกันไปหมดนะ

 

 

 

                                           

 

            { F }

            ฮัลโหลลลลล เอาไง เอายังไงงงง เปลี่ยนพระเลยเอกไหมมมมมมมมมมมมมม งื้ออออออออออ น้องคยองโดนรุกแรงมาก อะไรจะมีเสน่ห์ต่อคนแปลกหน้ามากมายขนาดนี้ ยินดีตอนรับตัวละครใหม่ มาร์คต้วนจาก Got7 วิ้ง ๆ  และเหมือนเดิม ... เราจะไม่พูดไรมากนอกจากคำว่าฝากคอมเม้นและติดแท็ก #fickillme กันด้วยนะครับ ยิ่งเม้นยิ่งแท็กไรท์เตอร์ตัวน้อย ๆ (เหรอ) ก็จะยิ่งมีกำลังใจในการปั่นฟิคน้า










 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

481 ความคิดเห็น

  1. #452 Kyss (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2559 / 22:30
    นี่ชอบตอนที่ลูกน้องคุยกับคยองอะ ไม่รุ้ทำไม มันน่ารักดี ขำด้วย ขำกับความซื่อของคยอง /คยองหนูหนีไปเลย ให้มาร์คต้วนช่วยสิ พี่เขารวยนะ คึคึคึคึ แล้วจงอินก็อย่ามาตามหวงของนะ หึ
    #452
    0
  2. #426 puzzle97 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 10:00
    ใช่ คนพวกนี้เป็นอะไรกันไปหมด5555555555
    #426
    0
  3. #398 ` PuGun. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 17:10
    มาร์คฉุดคยองไปทีดิ
    #398
    0
  4. #312 JJayxyz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 00:36
    มาร์ค แย่งคยองซูโลดดดดด พี่เชียร์
    #312
    0
  5. #273 ディオー (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 01:07
    เชียร์มาร์คละ เปลี่ยนๆๆ
    #273
    0
  6. #258 MookMark (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 01:20
    เอามาร์คๆๆๆๆ
    #258
    0
  7. #231 lufian (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 13:00
    ฮรึกกกกกกก ขอเป็นลูกน้องกับคยองได้มั้ย เบื่อจงอินมาก กรี๊สสสสสสสสสส
    #231
    0
  8. #184 darlingKaDee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 18:18
    เปลี่ยนเลย เปลี่ยนพระเอกเลยค่ะ 555555 แต่เปลี่ยนเป็นลูกน้องจงอินคนนั้นแทนนะ ไม่รู้ดิ ชอบบบ
    #184
    0
  9. #153 mew2233 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2558 / 22:42
    พี่ต้วนช่วยน้องด้วยค่ะ เอาน้องไปจากอีหมาบ้าจงอินเลย สงสารคยองซูมาก เพราะจงอินคนเดียวน้องถึงมีชีวิตและความคิดที่เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ TT
    #153
    0
  10. #131 E_Rung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2558 / 14:47
    มาร์คซูได้ไหม? เกลียดจงอินจริงๆนะ555555 พระเอกไม่จำเป็นแล้วค่ะ เรื่องนี้ฉันไม่สนับสนุนแกคิมจงอิน เพราะแกมันเลววววว
    #131
    0
  11. #109 รัก3ลี(เอสเจ) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 00:31
    เดี๋ยวพอจงอินรู้ก็ด่าคยองอีก ด่าแรงด้วยนะ แล้วลูกน้องจงอินนี่พูดเหมือนคิดไม่ซื่อเลยแหะ
    #109
    0
  12. #108 meenafonlovemark (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 21:19
    อร๊ายยยยย พี่มาร์คหล่อมากค่ะ เปลี่ยนพระเอกเลยก็ได้นะคะ จงอินมันเลวไปค่ะ 555 อยากรู้จังลูกน้องจงอินชื่อไร แล้วจะเอาเรื่องนี้ไปบอกจงอินมั้ย แล้วจงอินจะหึงมั้ย
    #108
    0
  13. #107 ` kadi . ★8812 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 20:27
    เปลี่ยนพระเอกด่วน -..-
    #107
    0
  14. #106 Mossy Lovelyz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 19:28
    เอาเลยคร่าพี่มาร์คมาฉุดน้องคยองไปเลย55555
    #106
    0
  15. #105 FAI_9493 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 19:20
    เปลี่ยนพระเอกด่วนนนนนนน
    #105
    0
  16. #104 Kaserr (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 17:07
    ไปเลนยยไปหาพั่มาร์คเลยยยย ทิ้งไอ้คนเลวว
    #104
    0
  17. #103 แมวน้อย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 06:17
    เราจะรอ รอวันที่จงอินเจ็บปวดเพราะคยองเจียนตาย อัพบ่อยๆนะไรท์ ติดตามๆ^^
    #103
    0
  18. #102 ` kadi . ★8812 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 23:09
    เราพิมพ์คำว่าเลวกับพระเอกนี่กี่เม้นแล้วนะ เลวจริงๆ ไอ้บ้า!!! สงสารคยองซู T_T
    #102
    0
  19. #101 E'DO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 22:33
    เลวได้ใจ มาก จงอิน
    #101
    0
  20. #100 joysd20Zaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 21:59
    คยองฆ่าเลยเถอะลูก
    #100
    0
  21. #99 thanboom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 21:51
    มาต่อเร็วนะ//ถือมีด
    #99
    0
  22. #98 akashi.sama (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 19:53
    สงสารคยองซู จงอินว่าเขาสกปรกแล้วมายุ่งด้วยทำไมล่ะ ใครกันที่ทำให้คยองซูสกปรก? จงอินเองไม่ใช่หรอที่สั่งลูกน้องให้มารุมคยองซูน่ะ เลวเอ้ยยยยยยย ตอนจบไม่อยากให้คู่กันเลย เปลี่ยนพระเอกเลยดีมั้ย แง
    #98
    0
  23. #97 lunary_moon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 19:12
    ก่อนหน้านั้นบอกไม่ถือ ต่อมาบอกว่าสกปรก สงสัยจะลืมว่าพูดอะไรออกไปบ้างมั้ง
    #97
    0
  24. #96 Mossy Lovelyz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 18:19
    จงอินนิสัยไม่ดีเลยฮืออออออสงสารคยองสุด
    #96
    0
  25. #95 Llynn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 17:18
    เลวว
    #95
    0