Kill Me !! ❥ Kaido

ตอนที่ 14 : Kill Me | กักขัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 582
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    1 มิ.ย. 59










 

 

 

            Kyungsoo scene

 

 

            ผมมองสภาพตัวเองที่กลับมาถูกล่ามเป็นนักโทษอีกครั้งหลังจากที่ผมสามารถใช้ชีวิตอิสระได้พักนึงแต่เพราะผมทำแผนที่วางไว้พลาดผมจึงต้องกลับมาสู่สภาพเหมือนนกที่ถูกเด็ดปีกออกแบบนี้

 

 

            ความเจ็บปวดบริเวณข้อมือและลาดไหล่เป็นเครื่องตอกย้ำสิ่งที่เกิดขึ้นวันนั้นได้ดีว่ามันเลวร้ายขนาดไหน คงไม่ต้องให้ผมพูดถึงโซ่ที่ล่ามขาผมติดกับเสาเตียงนี่หรอกนะเพราะผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาอยู่ที่ขาผมได้ยังไง ความทรงจำสุดท้ายคือผมทุบเขาจนหมดแรงและสลบไปตอนไหนก็ไม่รู้ตื่นมาอีกทีผมก็มาอยู่ที่นี่แล้ว

 

 

            ผมค่อย ๆ ลูบรอยช้ำตามข้อมือและไหล่อย่างทะลุถนอม ผมเคยได้รับการดูแลอย่างดีผิวผมไม่เคยมีแม้แต่รอยข่วน ... แต่พอผู้ชายคนนั้นก้าวเข้ามาร่างกายผมช้ำขนาดนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมกัดฟันข่มความเจ็บนั้นไว้ก่อนจะพยายามลากขาตัวเองให้ลุกมากินอาหารที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตัวเล็ก แม้โซ่มันจะไม่ได้ใหญ่อะไรเลยแต่ทุกก้าวที่ผมออกเดินมันดูยากลำบากเกินกว่าที่ผมจะสามารถทำได้

 

 

            ผมคิดว่า ผมเหนื่อย ... เหนื่อยมากแล้วจริง ๆ ...

 

 

            แกร๊ก !

 

 

            ผมหันไปมองประตูห้องที่ถูกเปิดอย่างถือวิสาสะ อาจจะเป็นใครสักคนที่จะเข้ามาบังคับให้ผมกินข้าวด้วยคำพูดที่ว่าถ้าไม่อยากตายก็กินซะอะไรทำนองนี้ หรือไม่ก็เป็นจงอินที่เข้ามาดูผลงานว่าผมยังสบายดีและอยู่ให้เขาทำร้ายได้อีกนานแค่ไหนละมั้ง

 

 

            แต่ความคิดของผมที่เดาไว้ทั้งหมดก็ผิดถนัดเมื่อผมเห็นใบหน้าของแอลโผล่พ้นบานประตูเข้ามา

 

 

            “ไง ฟื้นแล้วหรอ”

 

 

            “ยังไม่ตายหรอกน่า” ผมตอบกลับเรียบ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ตักข้าวต้มร้อน ๆ ที่อยู่ในถ้วยเข้าปาก ผมไม่ได้ป่วยนะ ทำไมผมจะต้องมากินอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย

 

 

            “เป็นไงล่ะ เก่งดีนัก”

 

 

            “ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไป จะกินข้าว รำคาญ” ผมขมวดคิ้วและหันไปพูดกับแอล

 

 

            “หึ”

 

 

            แอลไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับปิดประตูแล้วถือวิสาสะเดินเข้ามานั่งบนเตียงของผม ผมเห็นอย่างนั้นก็ขี้เกียจพูดอะไรต่อ คนพวกนี้ดื้อด้านแค่ไหนใคร ๆ ก็รู้

 

 

            “มึงเจ็บไหม”

 

 

            “ถ้าบอกว่าไม่เลยจะเชื่อไหมล่ะ”

 

 

            ผมเกือบจะหลุดหัวเราะตอนที่ได้ยินคำถามแบบนั้น นี่แอลจงใจกวนตีนหรือว่าจะยั่วโมโหผมหรืออะไรกันแน่ ผมหันไปยกข้อมือโชว์เขาว่ามันช้ำขนาดไหนก่อนจะต้องค่อย ๆ ลดลงเมื่อเห็นสายตาที่ไม่ได้มีแววล้อเล่นของเขาอยู่เลย

 

 

“คยองซูกูไม่ได้พูดเรื่องยานั่น”

 

 

            “รู้ ... วันนั้นกลับมานายยังไม่ทันทำอะไรเลยฉันก็เละแล้ว” ผมวางช้อนและยิ้มให้เขา

 

 

            จริงอยู่ที่แอลเป็นคนแรกที่รู้เรื่องยานั่นแต่ผมถูกเรียกตัวตั้งแต่ตอนที่กลับมาถึงแล้ว นั่นเป็นไปไม่ได้เลยที่แอลจะไปฟ้องเจ้านายของเขาก่อน ผมเชื่อในความคิดของผมนะ

 

 

            แอลสบตาผมนิ่งก่อนจะถอนหายใจยาว ๆ เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง ผมจึงต้องเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่าเขาเป็นอะไร

 

 

            “กูอยากให้มึงหยุดสิ่งที่มึงคิดจะทำซะ ... นายเมตตามึงมาก กูแค่ ...”

 

 

            “เห็นสภาพฉันไหม อะไรคือเมตตา การที่ฉันรอดมาได้นี่คือจงอินใจดีไม่กดน้ำจนฉัยตาย แล้วฆ่าทิ้งอะไรแบบนี้เหรอ ที่นายกำลังเรียกว่าเมตตา”

 

 

ผมสวนกลับทันทีโดยที่แอลยังพูดไม่ทันจบดีผมไม่ได้อยากโมโหเขานักหรอกแต่สิ่งที่เขาพูดมันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรนอกจากสร้างความหงุดหงิดใจให้ผมมากกว่า แค่คิดถึงหน้าเจ้านายเขาผมก็รู้สึกเหมือนร่างกายผมใกล้จะระเบิดไปทุกที

 

 

            “แต่มึงก็คิดจะฆ่านาย” แอลพูดเรียบ ๆ

 

 

            เหอะ ...

 

 

            ใช่ผมคิดจะฆ่าจงอินจริง ๆ นั่นแหละ ...

 

 

            “เพราะเขาทำชีวิตฉันพัง ...”

 

 

            “...”

 

 

            ผมไม่ได้พูดอะไรต่อและมองไปที่แอลที่เหมือนจะชะงักไปเล็กน้อย รอบตัวเราสองคนเหมือนหยุดนิ่งไปเพราะสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจ

 

 

            ผมรู้ว่าแอลเขาก็ต้องรักและเคารพเจ้านายของเขาเพราะเงินทุกบาทที่เขาใช้และส่งให้ครอบครัวก็มาจากการทำงานให้จงอินถึงแม้ว่ามันจะเป็นงานสกปรกก็เถอะ

 

 

            แต่ถ้าจะให้ผมรู้สึกแบบเดียวกันกับแอลน่ะ ...

 

 

            ผมทำไม่ได้หรอก

 

 

“แอล ... ฉันอยากอยู่คนเดียวมากกว่าอ่ะ ขอโทษที”

 

 

ผมพูดและทำเป็นสนใจกับข้าวตรงหน้าต่อแม้ว่าจะรู้สึกอึดอัดจนกินไม่ลงไปแล้วก็ตาม แอลละสายตาจากผมไปรึยังก็ไม่รู้แต่ผมเห็นผ่านทางหางตาว่าเขาค่อย ๆ ลุกขึ้นก่อนจะเดินมาใกล้ผมเรื่อย ๆ

 

 

หมับ !

 

 

มืออุ่น ๆ วางลงบนหัวผมก่อนจะลูบเบา ๆ และส่งผลให้ใจผมวูบลงทันทีกับการกระทำนั้น

 

 

“กูไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่มึงทำ แล้วกูก็จะไม่เข้าข้างมึง”

 

 

“...”

 

 

“คนที่มึงคิดจะฆ่าน่ะ เขาเป็นเจ้านายของกู”

 

 

“...”

 

 

“แต่ถึงอย่างนั้นกูก็จะไม่ทิ้งมึงไว้คนเดียวหรอกนะ”

 

 

ผมรู้สึกใจกระตุกกับประโยคทื่อ ๆ ที่ออกมาจากปากแอลพร้อมหน้านิ่ง ๆ ตามสไตล์เขา สีหน้าที่เรียบนิ่งไม่ได้แสดงอะไรออกมาของเขามันไม่สามารถทำให้ผมรู้ว่าเขาต้องการจะสื่ออะไรหรอกนะ แน่นอนว่าผมไม่โกรธแอลที่เขาเลือกจะอยู่ข้างจงอินเพราะผมเข้าใจเหตุผลนั้นดี

 

 

แต่การที่เขาพูดกับผมแบบนี้มันทำให้ผมมีกำลังใจ และรู้สึกเหมือนว่าผมก็ไม่ได้สู้อยู่คนเดียว

 

 

“ขอบใจ ...”

 

 

แม้ว่าจริง ๆ แล้ว ...

 

 

แอลก็ไม่สามารถอยู่ข้างผมได้เหมือนกัน 

 

 

 

 

 

 

 

-----------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

            “ไม่เจอกันสองสามวัน ยังสบายดีนี่”

 

 

            เสียงทุ้ม ๆ ดังขึ้นพร้อม ๆ กับประตูห้องที่ถูกเปิดโดยเจ้าของเสียง ผมที่กำลังหลับสนิทค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองคนที่เข้ามาก่อนจะอยากหลับต่อทันทีเมื่อเห็นใบหน้านั้น

 

 

“...”

 

 

            ผมเงียบไม่ได้ตอบอะไรคนไร้มารยาทที่เปิดประตูเข้ามาโดยการใช้กุญแจสำรองไขทั้ง ๆ ที่เจ้าของห้องเขาล็อคไว้ คิมจงอินในชุดสบาย ๆ ไม่ได้คุมโทนดำเหมือนทุกทีเดินตรงเข้ามาหาผมที่ยังไม่ได้ลุกขึ้นจากเตียง นี่มันเช้าแล้วเหรอเขาถึงเข้ามาหาเรื่องผมถึงในห้องผมคิดอย่างหงุดหงิด

 

 

ตากลม ๆ เบนมองไปยังนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังแล้วผมก็ต้องหงุดหงิดใจมากขึ้นไปกว่าเดิมอีกเท่าตัว

 

 

            ตีสี่ยี่สิบ ...

 

 

            นี่เขาว่างมากนักหรือไง ? ทำไมไม่หลับไม่นอน

 

 

            “มีอะไรไว้ค่อยคุยพรุ่งนี้ได้ไหม ผมจะนอน” ผมพูดเสียงเบาก่อนจะดึงผ้าขึ้นมาคลุมหัวตัวเองโดยไม่คิดจะสนใจเขาอีก

 

 

ให้ตายเถอะผมกำลังหลับสบาย ๆ นี่ยังจะมีมารมาผจญอีกเหรอ ?

 

 

“โอ้ย !

 

 

ผมร้องเสียงหลงเมื่อมีมือหนา ๆ คว้าหมับเข้าที่ข้อมือข้างที่มีรอยช้ำของผมแล้วออกแรงกระชากอย่างแรงจนผมต้องดีดตัวขึ้นมานั่งพร้อมมองไปที่เจ้าของมือที่มองผมนิ่ง ๆ ความเจ็บแปล๊บทำให้ผมอยากจะลุกขึ้นไปตบเขาสักทีแต่รอยที่ช้ำก็เป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่าถ้าผมทำแบบนั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับผมอีก

 

 

“ลุก”

 

 

“นี่คุณผม ...”

 

 

“บอกให้ลุก”

 

 

ผมกัดฟันอย่างหงุดหงิดใจก่อนจะดึงผ้าห่มออกและสะบัดข้อมือออกจากการจับของเขา จงอินไม่ได้พูดอะไรต่อและเดินไปเปิดไฟจนสว่าง แสงไฟที่แยงตาเข้ามาทำให้ผมหงุดหงิดจนหายง่วงไปทันทีได้แต่จ้องมองเขาอย่างไม่พอใจ

 

 

“ไม่ฆ่าให้ตายไม่ได้แปลว่ามึงจะมาอยู่อย่างสบายได้”

 

 

“เหอะ สบาย ... ไอ้โซ่บ้าเนี่ยนะสบาย !” ผมแหวขึ้นมาก่อนจะชี้ไปที่ขาข้างที่ถูกล่ามไว้เหมือนสัตว์

 

 

จงอินเบนสายตาตามไปมองก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วโยนกระดาษปึกนึงลงมาที่หน้าตักของผมที่มองอย่างงุนงง

 

 

“หึ เป็นสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงไม่เชื่องก็ต้องล่ามไว้แบบนี้แหละมายคยองซู”

 

 

ผมกัดฟันอย่างไม่พอใจกับประโยคนั้น แต่ผมก็ไม่คิดจะมาตอบโต้อะไรเขาตอนนี้หรอกนะ ขาถูกล่ามแถมข้อมือยังเจ็บจนจะไม่มีแรงแบบนี้ผมสู้กับเขาไปก็มีแต่เสียกับเสีย

 

 

“จะให้ผมทำอะไร” ผมถามก่อนจะหยิบกระดาษหนึ่งใบในปึกนั้นขึ้นมาดู มันเป็นรายชื่อของพวกนักธุรกิจดัง ๆ ทั้งนั้นและแน่นอนข้างหลังมีตัวเลขระบุอยู่ชัดเจนไม่ต้องบอกผมก็รู้ว่ามันคืออะไร

 

 

ตาผมเบิกกว้างขึ้นมาทันทีเมื่อพบว่ารายชื่อในกระดาษพวกนั้นมันเป็นคนดัง ๆ ที่มีชื่อเสียงในสังคมและกินพื้นที่ไปเกือบจะครึ่งประเทศได้

 

 

มะ ... มันเยอะเกินไปหรือเปล่า

 

 

“กูติดต่อไปหาสุดที่รักของมึงแล้ว แต่ก็ไม่ติด”

 

 

ผมกรอกตาทันทีที่ได้ยิน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาหมายถึงใคร

 

 

“ผมต้องบอกอีกกี่ครั้งว่าผมกับมาร์คไม่ได้เป็นอะไรกัน”

 

 

“กูยังไม่ได้เอ่ยชื่อเลย แค่พูดว่าสุดที่รักมึงก็รู้แล้วว่าใคร หึ”

 

 

ผมเงียบและหันไปมองทางอื่นแทน โอเค เปล่าประโยชน์ที่ผมจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาเพราะยังไงเขาก็ไม่เชื่อคำพูดของผมอยู่ดีผมจึงเปลี่ยนประเด็นแทน

 

 

“แล้วคุณมาบอกผมทำไม”

 

 

“ติดต่อไปหามาร์คแล้วบอกจงแดว่ารายชื่อพวกนี้กูจะให้ 20% จากเงินทั้งหมด หากส่งของแทนให้กูได้”

 

 

ผมเข้าใจนะว่าการให้จงแดส่งของพวกนี้ให้มันจะง่ายกว่าเพราะจงแดรู้จักกับนักธุรกิจพวกนี้หลาย ๆ คน จงอินอาจจะเคยส่งของให้พวกนี้บ้างแต่ก็ไม่ชอบออกหน้าด้วยตัวเอง เพราะหากเกิดปัญหาตามมาทีหลังจะได้ไม่สาวมาถึงตัวได้เขาถึงยอมเสียเปอร์เซ็นให้กับจงแดที่ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่เอาของที่จงอินให้ส่งไปให้อีกคนก็ได้เปอร์เซ็นเต็ม ๆ แต่มันก็เสี่ยงตำรวจพอสมควร

 

 

แต่ไอ้ที่ผมไม่เข้าใจก็คือ ...

 

 

ทำไมต้องเป็นผมที่ติดต่อไปคุยกับมาร์ค !

 

 

“ทำไมต้องเป็นผม”

 

 

“ผัวมึง มึงก็จัดการสิ”

 

 

“จงอิน หยุดหยาบคายใส่ผมสักนาทีจะได้ไหม !!

 

 

สุดท้ายผมก็ต้องขึ้นเสียงใส่เข้าด้วยความโมโห ผู้ชายคนนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากหาเรื่องและดูถูกผมไปวัน ๆ คิมจงอินคือผู้ชายที่ผมอยากจะฆ่าให้ตายแล้วสับเป็นชิ้น ๆ มากที่สุดถ้าหากผมกล้าพอน่ะนะ !

 

 

“หึ ทำตามที่กูบอกแล้วมันจะเป็นงานสุดท้ายของมึง”

 

 

จงอินไม่ได้สนใจท่าทีโมโหของผมแต่กลับพูดเปลี่ยนเรื่องแทน

 

 

คำพูดของเขาก็ทำให้ผมสงสัย งานสุดท้ายงั้นหรอ ... หมายถึงผมจะไม่ต้องเข้าไปยุ่งกับอะไรแบบนี้แล้วใช่ไหม ?

 

 

แล้วหลังจากนั้นผมจะได้เป็นอิสระด้วยหรือเปล่า

 

 

            “หมายความว่าไง”

 

 

ผมถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่างานสุดท้ายนั่นมันคืออะไรกันแน่

 

 

ข้อเสนอถ้ามันฟังขึ้นผมก็ยินดีที่จะทำ เพราะผมเองก็เบื่อกับการต้องลากโซ่บ้า ๆ นี่เดินไปเดินมาในห้องแล้ว

 

 

ตอนนี้อะไรที่ผมทำแล้วผมได้ประโยชน์ ผมยินดีทำทั้งนั้นแหละ

 

 

            “หลังจากที่กูส่งของตามลิสพวกนี้เสร็จก็เท่ากับว่ามึงหมดประโยชน์ ...”

 

 

            “...”

 

 

            “มึงจะไม่ต้องยุ่งกับงานพวกนี้อีก”

 

 

ผมรับฟังเงียบ ๆ และคิดตามด้วยความรู้สึกโล่งใจเมื่อไม่ต้องแบกรับงานพวกนี้อีก ตั้งแต่แรกที่ผมยอมทำมันก็เพราะว่าผมมีแผนจะจัดการจงอิน ดังนั้นตอนนี้เมื่อผมทำไม่สำเร็จผมก็ไม่อยากกลับไปทำงานนรก ๆ แบบนั้นอีก

 

 

            “จะปลดโซ่นี่ให้ผมด้วยหรือเปล่า” ผมชี้ไปที่ขา

 

 

“อ๋อ ... รวมถึง ... มึงจะไม่ได้ออกไปไหนอีกด้วย”

 

 

            !!!

 

 

            ผมชะงักเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากปากของจงอิน

 

 

“อะไรนะ ...”

 

 

            “กูพูดไม่ชัดเจนเหรอ ?”

 

 

            “คุณจะขังผมไว้ในห้องแบบนี้ไม่ได้นะ !!!!

 

 

            ผมขึ้นเสียงทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น จะบ้าเหรอ ! พอใช้งานเสร็จก็จะขังผมไว้ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันแบบนี้เนี่ยนะ ผมเป็นคนนะไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเขา เลิกทำเหมือนผมไม่ใช่คนสักทีมีใครเขาล่ามกันแบบนี้บ้างผมไม่ใช่นักโทษของเขานะ

 

 

            “มึงไม่มีสิทธิ์เลือก”

 

 

            “งั้นก็ไม่ทำ ! เอาเอกสารคุณคืนไปได้เลย”

 

 

            ผมพูดและโยนเอกสารทั้งหมดบนหน้าตักลงพื้นก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงคอและมองเขาอย่างไม่พอใจ

 

 

            เรื่องยาพิษนั่นผมรู้ว่าผมผิดที่ทำอะไรลงไปแบบนั้น แต่การที่จะมาขังผมไว้แบบนี้มันไม่ใช่อ่ะ ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่ยอมแน่ ๆ

 

 

            “ถ้าไม่ทำ ...”

 

 

            “...”

 

 

            “ก็อยู่แบบนี้ไม่จนตาย”

 

 

            “งั้นก็ฆ่าผมซะเลยสิ !!

 

 

            จงอินแสยะยิ้มมุมปากเมื่อได้ยินประโยคนั้นที่ผมพูด แววตาเรียบนิ่งของเขาฉายแววขบขันก่อนจะตอบกลับด้วยประโยคที่ทำให้ผมตัวชาวาบ

 

 

            “กูเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือไง ... ถ้าปล่อยให้มึงตาย มันตอบแทนมึงไม่พอ”

 

 

ผมกำหมัดแน่นกับคำพูดของเขา ...

 

 

นี่เขายังทรมานผมไม่พอหรือไง

 

 

“งั้นก็ตอบแทนผมซะให้พอ เพราะผมไม่มีทางช่วยคุณแน่”

 

 

ผมพูดและจ้องตาจงอินอย่างไม่ยอมแพ้ ถ้าเขาเลือกที่จะทำแบบนี้ผมก็จะท้าทายเขา ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้ว จงอินประสานสายตากับผมด้วยแววตาเรียบนิ่ง

 

 

ถ้าเขาหวังจะได้ประโยชน์จากผมแค่ฝ่ายเดียว ... บอกไว้เลย ... ว่าเขาจะไม่ได้อะไรสักอย่าง

 

 

“หึ จำคำของมึงไว้ให้ดี แล้วอย่ามาอ้อนวอนกูทีหลังแล้วกัน”

 

 

            จงอินพูดจบก็ยิ้มเย็นก่อนจะก้าวขายาว ๆ ของเขาเดินออกจากห้องผมไปโดยมีท่าทีที่หงุดหงิดพอสมควร ผมมองตามประตูที่ปิดลงสนิทโดยที่ไม่ได้ปิดไฟให้ผมอย่างเหนื่อยอ่อน

 

 

ผมต้องฟาดฟันกับเขาไปอีกถึงเมื่อไหร่กันนะ พระเจ้าจะไม่เข้าข้างชีวิตแย่ ๆ ของผมบ้างเลยหรือไง ?

 

 

ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหลังจากนี้ชะตากรรมของผมจะเป็นยังไง จะต้องตื่นมากลางดึกแบบนี้อีกหรือเปล่า

 

 

แต่ที่ผมรู้ก็คือตราบใดที่ผมยังไม่ตาย ผมจะไม่ยอมเขาง่าย ๆ แน่ !

 

 

 

 

 

 

 

 

------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

            สามวัน ...

 

 

            สามวันแล้ว ...

 

 

            สามวันไม่มีใครเข้ามาอีกเลยหลังจากวันนั้น

 

 

            รวมถึงไม่มีแม้กระทั่งอาหารด้วย ...

 

 

            เหอะ ... จงอินคิดจะทรมานจนกว่าผมจะยอมทำตามที่เขาสั่งจริง ๆ สินะ

 

 

            ผมคิดก่อนจะลุกขึ้นไปดื่มน้ำและมองไปยังประตูบานใหญ่ที่ผมรู้ว่าไม่ใช่แค่ผมที่ล็อคข้างในแต่ข้างนอกก็ล็อคไว้เพื่อไม่ให้ใครเข้ามาได้เหมือนกัน

 

 

            จงอินคงคิดจะบีบบังคับผมขั้นเด็ดขาดและหวังให้ผมขอร้องเขาสินะ แต่บอกเลยว่าเขาน่ะคิดผิด ...

 

 

ผมน่ะมันมีความอดทนสูงและตายยาก

 

 

            ผมล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง เสียงท้องที่ร้องเป็นสัญญาณบอกได้ดีว่าร่างกายผมต้องการสารอาหารมากขนาดไหน แต่ถ้าต้องแลกกับการให้เขาได้ผลประโยชน์น่ะ ผมไม่มีทางยอมทำให้เขาหรอก

 

 

ยิ่งเขาทำกับผมแบบนี้ผมก็จะยิ่งต่อต้าน ...

 

 

แกร๊ก ...

 

 

ผมหันไปมองยังประตูเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนกำลังพยายามไขประตูเข้ามา ประตูถูกเปิดออกพร้อมปิดอย่างรวดเร็วเหมือนกลัวจะมีใครเห็นเข้า ผมมองเรือนผมสีดำสนิทกับใบหน้านิ่ง ๆ คนที่เข้ามาในห้องผมก็คือแอล

 

 

“ไง ใกล้ตายแล้วสิ”

 

 

แหม ... ช่างเป็นคำทักทายที่น่าฟังซะจริง ๆ

 

 

“ก็อย่างที่เห็นนี่แหละ”

 

 

ผมพูดก่อนจะทำหน้าเซ็ง ๆ นี่ผมอดอาหารจนแทบจะไม่มีแรงแล้วนะ โชคดีที่ในตู้เย็นยังพอมีอะไรให้กินบ้าง แต่มันก็แค่เล็ก ๆ น้อย พวกน้ำ นมจืดอะไรแบบนี้

 

 

“เอ้า”

 

 

ผมหันไปมองกล่องโฟมที่ถูกยื่นมาตรงหน้าก่อนจะเงยมองคนที่ส่งมาให้ แอลทำหน้าเหมือนหงุดหงิดใจเล็กน้อยผิดกับผมที่กำลังทำหน้าเหวอ

 

 

“นายทำแบบนี้จงอินจะไม่ฆ่าเอารึไงน่ะ”

 

 

“นายไม่อยู่”

 

 

“...”

 

 

“เอาไปเถอะน่า”

 

 

แอลผลักหัวผมแรง ๆ ย้ำว่าแรง ๆ ทีนึงก่อนจะยัดข้าวกล่องนั้นใส่มือผมที่รับมาอย่างมึน ๆ

 

 

“ให้ตายสิ นายนี่มันจริง ๆ เล้ยยย” ผมพูดก่อนจะเปิดดูข้างใน

 

 

ข้าวผัดหมูที่มีไข่ดาวราดซอสเป็นรูปหน้ายิ้มเละ ๆ คงเพราะการถือแบบไม่ระวังของแอลจ้องผมแป๋ว ให้ตายสิใครเขาราดซอสใส่ไข่ดาวมาในกล่องกันล่ะ

 

 

“แต่ก็ ... ขอบใจนะ”

 

 

ผมพูดและเงยหน้าจากกล่องขึ้นมายิ้มให้แอลที่ทำหน้าเหรอหราอย่างคนไม่รู้จะทำอะไร เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาใบทางอื่นแล้วบอกให้ผมรีบ ๆ กินมันไปซะก่อนที่จงอินจะกลับมา

 

 

อาจจะเพราะผมหิวมากหรืออะไรก็ไม่รู้ผมจึงตักมันเข้าปากทันทีโดยไม่ต้องให้พูดซ้ำ รสชาติของข้าวผัดหมูที่ผมไม่ชอบกลายเป็นอร่อยขึ้นมาทันทีเมื่อผมกินแต่นมกับน้ำมาเป็นเวลาสามวัน

 

 

แอลมองผมที่นั่งกินข้าวก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ ทำให้ผมชะงักและรีบเอามือปัด ๆ ตามใบหน้าออกเผื่อว่ามันจะมีข้าวติดอยู่หรือมีซอสเลอะหรือเปล่าถึงทำให้แอลหัวเราะออกมาแบบนั้น

 

 

“ขำอะไรอ่ะ บอกมานะ”

 

 

“เปล่า”

 

 

“เปล่าอะไรก็เห็นอยู่อ่ะ” ผมพุ่งตัวไปผลักหัวแอลทันทีเมื่อเห็นว่าเขายิ้มและหัวเราะออกมาไม่หยุด

 

 

“เห้ย อะไร ฮ่า ๆ” แอลผลักหัวผมกลับจนหน้าทิ่ม ก่อนจะเดินหนี ผมลุกขึ้นก่อนจะวิ่งตามเพื่อที่จะผลักหัวเขาคืน ให้ตายเถอะ คิดว่าตัวเองสูงแล้วจะรังแกผมได้รึไงงงงงงงงงงงงง

 

 

ห้องเล็ก ๆ เริ่มกลายเป็นสงครามขนาดย่อมเมื่อผมตามแอลไม่ทันและยังถูกแอลปาหมอนใส่หน้าอีกทำให้ผมยิ่งเลือดขึ้นหน้าอยากจะบีบคอเขาให้ได้เลย

 

 

“ฮ่า ๆ”

 

 

ผมพยายามวิ่งตามเขาแต่อาจจะเป็นเพราะผมไม่ค่อยมีแรงทำให้ไม่ถึงห้านาทีผมก็เหนื่อยจนหอบเป็นลูกหมาซะแล้ว

 

 

“ไอ้บ้าเอ้ย” ผมด่าตามหลังแอลที่เดินไปจนถึงประตูด้วยท่าทีสบาย ๆ ผิดกับผมที่หอบจะตายอยู่แล้ว ร่างกายคนปกติกับคนที่อดอาหารนี่มันแตกต่างกันจริง ๆ นะ

 

 

ผมปาหมอนคืนใส่เขาอย่างหงุดหงิดใจเมื่อเห็นว่าแอลหันกลับมายักคิ้วให้ผมอย่างกวนประสาท

 

 

“กินข้าวให้หมดด้วยล่ะ”

 

 

“อือ รู้แล้วน่า” ผมเบ้ปากใส่เขาอย่างคาดโทษ แอลเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ กลับมาเท่านั้น

 

 

“ไปล่ะ”

 

 

แอลโบกมือให้ผมครั้งนึงก่อนจะหันไปบิดลูกบิดประตู ผมพยักหน้าให้เขาก่อนจะโบกมือกลับเช่นเดียวกัน

 

 

ให้เขารีบกลับไปน่ะดีแล้ว ถ้าจงอินมาเจอแอลเดือดร้อนแน่

 

 

มือแอลที่ยังไม่ทันจะถึงลูกบิดต้องชะงักค้างอยู่กลางอากาศเมื่อประตูบานใหญ่ถูกเปิดเข้ามาจากข้างนอก ผมที่มองอยู่รู้สึกใจหล่นวูบลงไปอยู่พื้นทันทีและภาวนาว่าขอให้เป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่จงอิน

 

 

ผมไม่อยากให้แอลเดือดร้อนเพราะผม !!

 

 

“อ้าว ... มินโฮ” ผมถอนหายใจออกมาอย่างแรงเมื่อเห็นว่าเป็นมินโฮ แต่แล้วหน้าผมก็กลับเจื่อนลงทันทีเมื่อประตูเปิดออกจนสุดความกว้าง

 

 

ดูเหมือนโชคจะไม่ค่อยข้างการภาวนาของผมเท่าไหร่เมื่อผมเห็นชายเสื้อสีดำที่ผมเดาออกทันทีว่าเป็นของใครลอดเข้ามาในห้อง

 

 

“กูให้มึงเฝ้า ... แต่ไม่ใช่ให้เสนอหน้าเข้ามาในนี้ไม่ใช่เหรอ”

 

 

 

 

 

 

 

{ F }

ตอนนี้ยาวเนอะ คยองซูโชคดีจ้า บ๊ายบายยยยยยยยยยยยยยย 5555555555555555555555












 

 

 

 






 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

481 ความคิดเห็น

  1. #470 sirdo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 15:31
    ขอบคุณแอลที่ดูแลโด้นะ555
    #470
    0
  2. #460 Kyss (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 02:16
    55555555555 ขอขำก่อน นี่ชอบเวลาคยองคุยกับแอลมาก กวนตีนใส่เหมือนเพื่อนเล่นงี้ แต่แอลคงไม่คิดแค่เพื่อนแล้วมั้ง คึคึคึึึ /ง่อวว โดนจับได้อะ ทำไงดี โชคดีนะลูกทั้งสอง แม่เป็นกำลังใจให้ ให้ไรท์ด้วยนะคะ รีบกลับมาอัพนะคะรออยู่ ฮือออ
    #460
    0
  3. #409 Hashiyama Aiiro (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 19:27
    โอม่ายยยยยยแอลของฉันนนนนนนนนนนนนน
    #409
    0
  4. #392 แมวน้อย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 09:10
    นั่นซิเค้าสองคนจะรักกันได้อย่างไร คิดไม่ออกๆ...ขอย้ายทีมแอลซูได้ไหม55
    #392
    0
  5. #391 faluao (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 01:51
    โอยยย เค้าจะรักกันได้ยังไงเนี่ย มองไม่เห็นทางเลย5555555555555
    #391
    0
  6. #390 FAI_9493 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 06:20
    #แอลโด้ ปักหลักตรงนี้ก่อน จงอิน ใจร้ายกับคยองเกินไป ขอให้คยองปลอดภัยจากจงอินที
    #390
    0
  7. #389 n-ldkys (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 23:25
    เเอลชอบคยองหรอ ฮือออ
    #389
    0
  8. #388 akashi.sama (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 21:54
    เราว่าพระเอกเรื่องนี้คือแอลแน่ๆ งืออออออออ รัศมีพระเอกจับแรงมาก ชอบตอนแอลเห็นคยองซูยิ้มแล้วเบือนหน้าหนีก่อนจะบอกให้รีบๆกิน เหมือนผู้ชายซึนๆที่เขินเวลาคนที่แอบชอบยิ้มให้อ่ะ >/////< ส่วนตัวร้ายคือจงอิน5555555
    #388
    0
  9. #387 E_Rung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 21:52
    เราว่าแอลนี่แหละตัวแปรสำคัญ นางต้องเริ่มชอบคยองซูแล้วแน่ๆ และอาจจะพาคยองซูหนี

    จงอินคือเลวอ่ะ โอ้ยยย มองทางฟิคไม่ออก แล้วคือกลัวจากนี้จะเป็นยังไงกันต่อไป ฮือออ แอลจะโดนอะไรแล้วคยองซูจะโดนอะไร
    #387
    0
  10. #386 papin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 21:07
    ทีมแอลโด้ได้แมะ จงอินเลวเกิ๊น
    #386
    0
  11. #385 Ass (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 20:49
    ขอบคุณนะแอลลลล ฮืออ

    ตอนหน้าจงอินจะทำอะไรคยองซู.. รวมถึงแอลด้วย..

    รออออ งือ
    #385
    0
  12. #384 ディオ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 20:43
    ขอคยองซูอยู่อย่างปลอดภัยเถิดดดดด สงสารแรง
    #384
    0
  13. #383 boompr (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 19:43
    อ้ากกกกกก อะไรมันจะเกิดขึ้นอีกเนี่ยย สงสารไปหมดแล้วววว //รอตอนต่อไปจ้ะ
    #383
    0
  14. #382 Kaitui (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 18:29
    ชิบหายแล้วจ้าาาา
    #382
    0
  15. #381 Soodo9493 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 18:27
    เกลียดจงอินว่ะ ไปไหนก็ไปเลยไป
    #381
    0
  16. #380 BearPen (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 16:52
    เค้าจะรักกันได้ไงอะคะ เหมือนจงอินจะเกลียดคยองมากเลยอะ
    #380
    0
  17. #379 LoveD.O. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 15:38
    โอยยยย เคราะห์ซ้ำกรรมซัดสุดๆ
    #379
    0
  18. #378 Porokrong .9493 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2559 / 00:30
    มาอัพเร็วน้าา รออยู่ <3
    #378
    0
  19. #377 akashi.sama (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 02:28
    เราว่าแอลซูดีกับใจมากกกกกก นี่เห็นแววคู่นี้มาตั้งนานล่ะชอบบบบบ แอลเหมือนจะเอ็นดูคยองซูอ่ะ
    #377
    0
  20. #376 n-ldkys (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 00:42
    โอ๊ยยย เเอล รอนะคะ
    #376
    0
  21. #373 ディオ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 22:40
    แอลซูเลยค่ะ555555 คนดีจังเลยนะแอล
    #373
    0
  22. #372 jiibbb (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 21:22
    ชอบคำพูดของแอลลลล ถ้านี่เปนคยองซู น้ำตาพังงงไปแล้วววฮือออออ
    #372
    0
  23. #371 Ass (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 21:10
    หรือแอลจะชอบคยองซูอ่ะ O.O
    #371
    0
  24. #370 marisapueknuan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 20:52
    สงสารคยองซู จงอินบั่บบ อืมๆๆ
    #370
    0
  25. #369 E_Rung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2559 / 20:06
    บางทีแอลอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญในความสัมพันธ์ของจงอินกับคยองซูก็ได้

    คือถ้าแอลไม่ได้อยู่กับพวกจงอินนี่คงเป็นคนที่ดีมากๆคนหนึ่งเลยอ่ะ แอลซูเลยแมะะะะ
    #369
    0