Kill Me !! ❥ Kaido

ตอนที่ 12 : Kill Me | คำพูดเชื่อถือไม่ได้เท่าหลักฐาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 721
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    27 พ.ค. 59

 

 

 

 

 

 

 

 

            Jongin Scene

 

 

ผมเดินนำบ๊อบบี้เข้าไปยังตัวบ้านและเดินช้า ๆ ไปตามทางเดินอย่างไม่รีบเร่ง วันนี้ผมแวะไปจัดการธุระที่พ่อผมโทรมาสั่งเมื่อวาน

 

 

เมื่อวานผมลงไปเล่นกับเจ้ามงกูที่ปกติจะมีคนดูแล แต่เล่นกับมันได้แค่แปปเดียวไอ้เด็กนั่นมาเห็นเข้าและดูท่าทางคงจะถูกใจไม่น้อยเพราะรอยยิ้มเล็ก ๆ นั่นถูกระบายออกมาให้ผมได้เห็นเป็นครั้งแรก

 

 

ผมไม่ได้มองเห็นรอยยิ้มที่สดใสจนทำให้หัวใจผมเต้นผิดจังหวะเหมือนในนิยายน้ำเน่าที่แม่ผมชอบอ่านหรอกนะ ... สิ่งที่ผมมองเห็นในตอนนั้นก็แค่ลูกหมาสองตัวอยากเล่นด้วยกันก็เท่านั้นเอง

 

 

ผมเปิดประตูห้องที่คุ้นเคยเข้าไปทันทีอย่างไม่คิดอะไรมากแต่ทันทีที่ก้าวเข้าไปเหยียบผมกับรู้สึกเหนื่อยขึ้นมาแทน ผมเพิ่งจะออกไปจัดการธุระแปปเดียวกลับมาก็มีเรื่องอีกแล้วสินะ

 

 

“มีอะไรก็ว่ามา”

 

 

ผมถามพร้อมหยิบบุหรี่ยี่ห้อประจำที่สูบแล้วทำให้สมองผมผ่อนคลายขึ้นมาคีบไว้ที่ปากก่อนจะจุดไฟเมื่อนั่งลงบนโต๊ะทำงานตัวประจำเรียบร้อยแล้ว แผ่นกระดาษมากมายที่อยู่บนโต๊ะทำให้ผมรู้สึกขี้เกียจที่จะเปิดมันดูซะเหลือเกิน

 

 

นี่แหละที่เขาว่ายิ่งโตขึ้นมากเท่าไรภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 

 

และสำหรับผมมันมากขึ้นเป็นอีกเท่าตัวเมื่อพี่ชายของผมมาตายจากไปทั้ง ๆ ที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดีแท้ ๆ

 

 

“ผมอยากให้นายดูนี่” บ๊อบบี้พูดและวางขวดเล็ก ๆ ลงบนโต๊ะทำให้สมองผมที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันแทน

 

 

“เอามาจากไหน”

 

 

ผมถามขึ้นทันทีเมื่อเห็นลักษณะของขวดที่คุ้นตาเป็นอย่างดีนั่น มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นแหละที่ชอบผลิตฝาเปิดที่เป็นลายมังกรแบบนี้

 

 

“ผมเจอมันที่หน้าห้องของคุณคยองซู”

 

 

ผมหยิบขวดเล็ก ๆ นั่นขึ้นมาดูหลังจากที่ได้ยินประโยคนั้นจากบ๊อบบี้ ... และสิ่งที่ผมเห็นตรงหน้ามันก็เป็นอย่างที่ผมคิดจริง ๆ

 

 

“หึ”

 

 

มันเป็นขวดยาจากแล็ปของเลย์ ... แต่นั่นก็ไม่น่าแปลกใจเท่ากับที่มันเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้หรอก

 

 

ผมเปิดฝาขวดและค่อย ๆ เทมันลงบนกระดาษสีขาวสะอาดบนโต๊ะของผม ทันทีที่ของเหลวสีใสในขวดนั่นหยดลงบนกระดาษบริเวณจุดที่เปียกน้ำก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน

 

 

รอยยิ้มแบบที่ผมมักจะใช้เวลาถูกใจกับบางอย่างก็ถูกจุดขึ้นมาทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า

 

 

เด็กนั่นกำลังคิดว่าตัวเองทำอะไรอยู่

 

 

กำลังจะประกาศศึกกับผมหรือไง ?

 

 

“เอายังไงครับ” บ๊อบบี้ถามก่อนจะสบตาผมเพื่อรอคอยคำสั่ง

 

 

แน่นอนว่าที่นี่ไม่ชอบคนทรยศ ...

 

 

ไม่เคยมีใครที่หักหลังแล้วรอดออกไปได้อย่างครบสามสิบสอง

 

 

“ปล่อยไปก่อน” ผมพูดเรียบ ๆ และโยนขวดเล็ก ๆ นั่นทิ้งลงที่ถังขยะข้าง ๆ ตัว

 

 

ผมคิดว่าคยองซูคงรู้แล้วสินะว่าสงครามของจริงน่ะ มันไม่ใช่การด่า สาดถ้อยคำรุนแรงโดยใช้ริมฝีปากสู้กันจนกว่าจะมีคนยอมแพ้ไปคนนึงหรอก

 

 

            แต่สงครามที่โหดร้ายจริง ๆ น่ะ ... มันต้องทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกได้ถึงความสูญเสีย

 

 

            แต่เด็กนั่นคงไม่รู้ว่าการที่จะเล่นสงครามให้สนุกน่ะ ... มันต้องเล่นกับความรู้สึก

 

 

ทำลายความเป็นตัวเองของฝ่ายตรงข้าม ...

 

 

บีบคั้นกันจนกว่าจะตายไปข้างนึง ...

 

 

แล้วสุดท้ายค่อยขยี้จนมันแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดีในที่สุด

 

 

            นั่นแหละถึงจะเป็นสงครามที่สนุก ...

 

 

            ผมไม่ใช่เด็กแบบคยองซู ในหัวผมมีแผนการอะไรอีกเยอะแยะที่สามารถจะนำมันออกมาทำให้ลายคู่ต่อสู้ให้แพ้จนย่อยยับ

 

 

            แล้วเดี๋ยวผมจะทำให้ดู ...

 

 

            ว่าเด็กแบบคยองซูน่ะ

 

 

            .

 

 

            .

 

 

            .

 

 

 

          ทำลายง่ายนิดเดียว

 

 

 

 

           

 

 

---------------------------------

 

 

 

 

 

 

           

            คยองซูยังคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงดี แม้สมองจะสั่งให้ลืม ๆ มันไปซะเพราะมันไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขา แต่ลึก ๆ แล้วจิตใจของคนที่ไม่ชอบความไม่ยุติธรรมแบบคยองซูกำลังค้านสมองอยู่ ใจนึงคยองซูก็คิดว่ามันคงไม่มีอะไรแต่จากข้อสงสัยที่เป็นอยู่รวม ๆ กับสิ่งที่ได้ยินมันทำให้เขาเอียงไปทางคำพูดของมาร์คอย่างห้ามไม่ได้

 

 

            ตากลมโตจ้องไปยังแอลที่ทำหน้าที่ขับรถไปอย่างเอื่อย ๆ

 

 

            วันนี้หลังจากที่ไปส่งของมาเสร็จคยองซูก็โทรนัดเจอกับเลย์แต่บอกกับแอลว่าเลย์ขอนัดคุยด้วยเรื่องสินค้าและแอลก็ไม่ปฏิเสธ

 

 

            คยองซูหันกลับมามองทางข้างหน้าเมื่อคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยและก็รู้สึกขอบคุณแอลที่ไม่บ่นแม้ว่าเขาจะขอให้พาไปแวะตรงตู้เอทีเอ็มเพื่อกดเงินสักหน่อย พอแอลถาม คยองซูก็บอกเพียงแค่ว่าไม่อยากรบกวนยืมเงินแอลเพราะเดี๋ยวตอนไปเจอกับเลย์ที่ร้านกาแฟก็ต้องจ่ายค่าเครื่องดื่มแต่ติดตรงที่คยองซูไม่ได้เอากระเป๋าตังมา

 

 

มีแอลมาด้วยมันก็ดี แต่ติดตรงที่มันทำอะไรไม่สะดวกก็เท่านั้นเอง

 

 

            เมื่อรถคันหรูจอดลงเมื่อถึงที่หมายคยองซูก็ปลดเบลล์เตรียมจะก้าวลงไปทันที แอลที่ดับเครื่องยนต์และกำลังจะปลดเบลล์เหมือนกันทำให้คยองซูชะงัก

 

 

            “รออยู่บนรถก็ได้” คยองซูพูดก่อนจะสบตากับแอลที่เงยขึ้นมามองเล็กน้อย

 

 

            “ร้อน ... อยากลงไปนั่งในร้านมากว่า”

 

 

            คำพูดที่ค่อนข้างจะสวนทางทำให้คยองซูมองอย่างงง ๆ เมื่อเห็นว่าบนรถเปิดแอร์ซะเย็นฉ่ำเหมือนกำลังจะสร้างหิมะจำลอง จนคยองซูอยากจะหาเสื้อกันหนาวกับถุงมือมาสวมให้รู้แล้วรู้รอด

 

 

            “ก็เปิดแอร์ที่ ...”

 

 

            “ทำไม”

 

 

เสียงทุ้มขัดขึ้นมาทั้ง ๆ ที่คนตัวเล็กยังพูดไม่จบ ทำให้คนที่กำลังจะพูดนั้นชะงัก

 

 

“กูลงไปไม่ได้หรือไง”

           

 

            ประโยคที่แฝงอะไรบางอย่างทำให้คยองซูรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมานิด ๆ อย่างควบคุมไม่อยู่ คนตัวเล็กเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มเหมือนปกติก่อนจะบอกกับแอล

 

 

            “ก็ลงไปสิ ไม่ได้ว่าอะไร”

 

 

            คยองซูพูดจบก็เปิดประตูลงจากรถและลงไปยืนข้างหน้ารอแอลที่กำลังล็อครถและเดินคู่ไปกับคนตัวเล็ก แอลมองท่าทางที่ดูแปลกไปของคยองซูก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย

 

 

            เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าคยองซูจะทำอะไร

 

 

            คนทั้งสองคนเดินเข้าไปในร้านกาแฟที่เคยมาเมื่อครั้งเจอกับเลย์ครั้งแรกแล้วครั้งนึง บรรยากาศที่เย็นสบายพร้อมกับกลิ่นกาแฟในร้านทำให้คนตัวเล็กรู้สึกผ่อนคลายจากสายตาแอลเมื่อกี้

 

 

เมื่อแอลเห็นว่าคยองซูเดินไปยังโต๊ะที่เลย์โบกมือมาแล้วยิ้มให้คนตัวสูงก็แยกไปนั่งที่โต๊ะอีกตัวซึ่งห่างจากโต๊ะของคยองซูกับเลย์ออกไป

 

 

            คนตัวเล็กสั่งกาแฟกับพนักงานและพูดคุยกับเลย์ด้วยเสียงเบาที่แอลเองก็จับใจความไม่ได้ว่าคุยอะไรกันแต่ทุกการกระทำของคนทั้งคู่ล้วนอยู่ในสายตาแอลทั้งหมด

 

 

            เวลาผ่านไปจากนาทีเป็นสิบนาทีและเป็นชั่วโมงในที่สุด หลังจากที่ขาเขียวในมือของคยองซูลดลงไปเกินครึ่งแก้วแล้ว คนตัวเล็กก็มองมาที่แอลเพื่อดูว่าลูกน้องของคิมจงอินนั้นมีท่าทีรำคาญหรือเปล่าที่เขาใช้เวลาที่ร้านกาแฟกับเลย์ไปนานเหลือเกิน

 

 

เมื่อตากลมโตเห็นว่าคนตัวสูงเอาแต่สนใจกับหนังสือตรงหน้ามากกว่าตัวเองคยองซูจึงหันมาสนใจกับเลย์ที่นั่งมองเขาอยู่

 

 

“เอาไปทำอะไรไม่เห็นบอกพี่เลยนะครับ” เลย์ถามคยองซูก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น

 

 

“มีคนฝากซื้อน่ะครับ”

 

 

คนตัวเล็กเลือกที่จะตอบปัด ๆ ไปมากกว่าอธิบาย ... คยองซูคิดว่ายังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับเลย์และเลย์ก็ไม่สมควรรู้เรื่องนี้

 

 

“แล้วทำไมต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ด้วยล่ะ”

 

 

“ขี้เกียจตอบคำถามของพวกนั้นน่ะครับ ถ้ารู้ว่าผมซื้อของแบบนี้คงวุ่นวายกันน่าดู” คนตัวเล็กตอบและยิ้มออกมาเล็กน้อย โดยที่เลย์ก็ดูออกว่ามันเป็นเพียงรอยยิ้มฝืน ๆ

 

 

เลย์ยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยานั้นก่อนจะสไลด์ขวดแก้วเล็ก ๆ ไปทางคยองซูด้วยความระมัดระวัง

 

 

ตากลมโตมองขวดที่กลิ้งมาหาเขาโดยฝืมือของเลย์ช้า ๆ โดยที่ใจของคนตัวเล็กที่เต้นระรัว

 

 

คยองซูค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบขวดเล็ก ๆ จากเลย์ที่กลิ้งมาให้เขาก่อนจะยิ้มบาง ๆ และใส่ในลงในกระเป๋าอย่างรวดเร็ว คนตัวเล็กหันกลับไปมองแอลที่ยังคงสนใจหนังสือเล่มหนาอย่างโล่งอก ... ไม่เห็นก็ดีแล้ว เพราะคยองซูก็ไม่รู้จะแก้ตัวยังไงเหมือนกันถ้าถูกแอลเห็นเขา

 

 

“โอนเงินเข้าบัญชีให้แล้วนะครับ”

 

 

คนตัวเล็กพูดคุยต่อกับเลย์อีกเล็กน้อยก่อนจะขอตัวกลับ แน่ล่ะ เมื่อเสร็จธุระแล้วมันก็ไม่จำเป็นต้องอยู่นาน เดี๋ยวแอลจะพาลสงสัยเปล่า ๆ

 

 

คยองซูลุกขึ้นและโค้งหัวให้เลย์ที่โค้งรับเช่นกันก่อนที่คนตัวเล็กจะเดินมาเคียงข้างแอลที่เดินตามออกมาเมื่อคยองซูเดินพ้นประตูร้าน

 

 

คนตัวเล็กลอบมองแอลที่เดินข้าง ๆ เขานิ่ง ๆ

 

 

และคยองซูไม่รู้

 

 

ว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั่น ...

 

 

ทุกอย่างอยู่ในสายตาของคนที่กำลังแกล้งทำเป็นไม่สนใจทั้งหมด

  

 

 

 

 

 

 

 

 

----------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            “กำลังคิดจะทำอะไร” ประโยคคำถามถูกถามขึ้นจากคนที่ทำหน้าที่ขับรถมาตลอดทางจนถึงยังบ้านหลังใหญ่ที่คนทั้งคู่เพิ่งออกไปเมื่อเช้า

 

 

            คยองซูชะงักเมื่อแขนเรียวที่ถูกคว้าเอาไว้ก่อนที่เขาจะก้าวลงจากรถตามด้วยเสียงล็อคประตูที่ดังตามมา ตากลมโตหัวไปมองแอลอย่างไม่เข้าใจกับประโยคและกระทำนี้

 

 

            “อะไร”

 

 

            คนตัวเล็กดึงมือของแอลออกจากแขนก่อนจะทำหน้างุนงงกับคำพูดของแอล

 

 

            ระยะทางระหว่างที่ขับรถกลับมาจนถึงบ้านไม่มีการพูดคุยใด ๆ ออกมาจากปากของคนทั้งสอง แม้จะรู้สึกว่าผิดปกติแต่คยองซูก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เพราะแอลกับเขาก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรกันอยู่แล้วนอกจากเรื่องงาน

 

 

            “ส่งของที่อยู่ในกระเป๋ามาให้กู”

 

 

            กึก !

 

 

            ร่างเล็กเอ๋อไปชั่วขณะนึงที่ได้ยินคำพูดนั้น หัวใจของคยองซูเต้นเร็วขึ้นจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แต่แล้วคนตัวเล็กก็ตั้งสติมองหน้าแอลอย่างสงสัยต่างกับใจที่กำลังเต้นระรัว

 

 

            “พูดเรื่องอะไร ในกระเป๋าอะไร”

 

 

            คยองซูทำเฉไฉไปเรื่องอื่นเพราะตอนแรกเขาไม่คิดว่าแอลจะรู้และเห็นเหตุการณ์ในร้านนั่นแต่ถ้ามาถึงขั้นนี้แล้วก็ยอมรับไม่ได้เด็ดขาด

 

 

            “อย่าให้กูต้องพูดซ้ำ” แอลพูดก่อนจะแบมือมาทางคยองซูนิ่ง ๆ

 

 

            “อะไรของ ... เห้ย !

 

 

            ปากเรียวยังพูดไม่ทันจบก็ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อมือใหญ่คว้าหมับเข้าที่เอวของเขาก่อนจะดึงให้เข้ามาใกล้ตัวและแอลก็ลงมือค้นตัวของคยองซูด้วยตัวเองเมื่อคนตัวเล็กไม่ยอมทำตามคำสั่ง

 

 

            “ปล่อย ! นี่จะทำบ้าอะไรหะ”

 

 

            คยองซูโวยวายและทั้งดึงทั้งผลักแอลออกให้ห่างตัวแต่ด้วยความที่พื้นที่บนรถมีจำกัดทำให้คยองซูไม่สามารถทำได้ดังใจนักและแอลก็ไม่สามารถล้วงมือลงไปที่กระเป๋ากางเกงของคยองซูได้

 

 

            “ขวดนั่นอยู่ไหน”

 

 

            แอลกดเสียงต่ำถามพร้อมทั้งจ้องหน้าคยองซูนิ่ง ๆ แต่แววตาที่แสดงออกมาทำให้เสียงของคยองซูสั่นเล็กน้อย

 

 

            “ขวดอะไร ... ไม่มี”

 

 

            “ที่นี่ไม่ชอบคนทรยศ ... นายให้โอกาสมึง ดังนั้นอย่าให้กูต้องบอกเรื่องนี้กับนาย ... ส่งมา !!!

 

 

            คยองซูสะดุ้งเมื่อท้ายประโยคคนที่ตัวสูงกว่ากระแทกเสียงใส่พร้อมทั้งบีบข้อมือของเขาจนแทบจะแหลกละเอียด มือเล็ก ๆ ผลักตัวแอลออกห่างพร้อมทั้งแกะข้อมือที่แน่นราวคีมเหล็กนั่นออก

 

 

“ก็บอกว่าไม่มีอะไรไงเล่า !

 

 

การแย่งกันของคนทั้งสองทำให้รถคันหรูที่จอดนิ่งค้างเริ่มโยกไปมาจนทำให้คนที่อยู่ข้างนอกพากันคิดไปไกล คยองซูมือไม้สั่นอย่างทำอะไรไม่ถูกส่งผลให้คนที่ตั้งใจจะค้นหาสิ่งของล้วงมือลงไปในกระเป๋าของคยองซูได้

 

 

            ก๊อก ๆ !!

 

 

            แอลหันไปมองข้างกระจกเล็กน้อย เมื่อคยองซูเห็นจังหวะนั้นก็ผลักแอลออกห่างจากตัวก่อนจะเอื้อมมือไปกดแตรรถให้ดังออกมาทันที แอลหันมาสบตากับคนตัวเล็กวูบนึงก่อนจะหันไปเปิดกระจกมองมินโฮที่มาเกาะกระจกทำหน้าตากวนประสาทใส่

 

 

“เห็นรถจอดมาสักพักแล้วมึงยังไม่ลงมาสักที”

 

 

            “กำลังจะลง”

 

 

            “หึ” มินโฮไม่ได้ตอบอะไรกลับแต่ทำเพียงแค่หัวเราะในลำคอ

 

 

            แอลกดปลดล็อคให้คยองซูก่อนจะดันบานประตูที่มินโฮกำลังพิงอยู่ คนพิงขยับตัวออกห่างเล็กน้อยเมื่อคนที่นั่งตรงเบาะคนขับกำลังลุกขึ้นและก้าวลงมาจากรถ

 

 

            “นายเรียกมึง”

 

 

            เสียงห้าวตะโกนข้ามไปบอกอีกคนที่ลงจากรถด้วยท่าทางตื่น ๆ ใบหน้ากลมหันมามองมินโฮเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับเรียบ ๆ

 

 

            “อะ ... อื้ม” พูดจบคนตัวเล็กก็เดินเข้าบ้านไปโดยไม่ได้หันมาสบตาแอลเลยแม้แต่น้อย

 

 

            มินโฮมองการกระทำนั้นของคนทั้งสองก่อนจะยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อยและหันกลับมามองแอลที่ยืนทำหน้าไม่สบอารมณ์

 

 

            “ทำอะไรกันเหรอ”

 

 

            “เปล่านิ” แอลตอบกลับนิ่ง ๆ เมื่อรับรู้ได้ว่าในความหมายของมินโฮนั้นมันแฝงความนัยอะไรไว้

 

 

            แอลก้าวขาเดินออกห่างจากมินโฮอย่างไม่ค่อยใส่ใจอะไรเท่าไหร่และเสียงที่ดังมาจากคนที่อยู่ข้างหลังก็ทำให้ขาของแอลต้องเดินช้าลงเล็กน้อย

 

 

            “นายคงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นะ ...”

 

 

            “...”

 

 

“ถ้าเห็นว่ามึงวุ่นวายกับของใช้ของนาย”

 

           

แอลหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมามองมินโฮที่มองเขาอยู่ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

 

 

“กูบริสุทธิ์ใจมากพอที่จะบอกนายว่าไม่มีอะไร”

 

 

            “หึ”

 

 

            แอลพูดและหันหลังเดินออกมาโดยไม่ได้สนใจอะไรอีกพร้อมทั้งทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ให้มินโฮชะงักเล่น ๆ

 

 

            “ไม่เหมือนมึง ... ที่กำลังคิดทรยศ

 

 

 

 

 

 

----------------------------------

 

 

 

 

 

 

            Kyungsoo scene

 

 

            “มินโฮบอกว่าคุณเรียกผม”

 

 

            ผมพูดออกไปหลังจากที่ก้าวขาเข้ามาในห้องเรียบร้อย จงอินยังคงอยู่ในชุดเรียบ ๆ ที่เป็นเสื้อแขนยาวพับแขนกับกางเกงขาสั้นเหมือนเคย ไม่รู้ว่ามันนานเท่าไหร่ที่ผมอยู่ที่นี่จนสามารถจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ที่พบเจอในชีวิตประจำวันได้เองโดยอัตโนมัติ

 

 

            จำได้แม้กระทั่งเรื่องที่เกี่ยวกับคนตรงหน้า ...

 

 

            ทั้ง ๆ ที่ผมไม่เคยอยากจำมันเลยสักนิด

 

 

            “ไปไหนมา”

 

 

            จงอินถามขึ้นมาเรียบ ๆ และทิ้งให้คำพูดของผมถูกปล่อยลอยผ่านลมไป แต่มันก็เป็นสิ่งที่ผมชินแล้วล่ะ

 

 

“ก็ไปส่งของให้คุณตามสัญญาไง ...”

 

 

ผมตอบกลับแล้วยืนเฉย ๆ โดยไม่คิดที่จะนั่งเหมือนทุกที ไม่ใช่ว่าผมรอให้เขาอนุญาติให้นั่งลงหรอกนะ แต่อาจจะเป็นเพราะเหงื่อเม็ดเล็ก ๆ บนใบหน้านี่ละมั้งที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยดีกับการที่จะต้องมาเผชิญหน้ากับจงอินทั้ง ๆ ที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์หวาดเสียวเมื่อครู่มา

 

 

            บอกตามตรงว่าแอลกำลังทำให้ผมระแวง ...

 

 

            อย่างที่เห็นกันนั่นแหละ ... ผมซื้อยานั่นมาจริง ๆ

 

 

            ผมไม่รู้ว่ามันคือยาอะไร แต่ที่แน่ ๆ มันเป็นยาที่แลปของเลย์วิจัยขึ้นมาเอง เลย์บอกว่าฤทธิ์ของมันก็คล้าย ๆ กับสารหนูที่ไม่ได้เห็นผลในทันทีแต่ถ้าสะสมไปเรื่อย ๆ ร่างกายก็จะค่อย ๆ ทรุดโทรมลงไปเรื่อย ๆ จนอวัยวะภายในถูกทำลายไปทั้งหมด

 

 

            ผมไม่ได้อยากใจร้าย ...

 

 

            แต่ในเมื่อผมฆ่าจงอินตรง ๆ ไม่ได้ ... นี่ก็คือทางออกของผม

 

 

            “หึ ... ส่งยา หรือไปเอายามากันแน่ ...”

 

 

            คำพูดลอย ๆ ของจงอินทำให้ผมรู้สึกว่ามือเริ่มเย็นเฉียบขึ้นมาและใจของผมก็หล่นลงไปที่ตาตุ่มทันที

 

 

            อะ ... แอล ... ยังไม่ได้บอก ... จะ ... จงอินใช่ไหม ...

 

 

            “อะ ... ไรของคุณ” ผมพูดไปทั้ง ๆ ที่ตัวเริ่มจะรู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ อย่างบอกไม่ถูก

 

 

            “รู้อะไรไหมคยองซู ...”

 

 

จงอินละสายตาจากของที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมามองหน้าผมก่อนที่เขาจะพูดช้า ๆ และยืนตรงจนอยู่ในระดับที่เกือบจะเท่ากันกับผม ตาคมฉายแววอะไรบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกไล่ต้อนจนแทบอยากจะวิ่งหนีออกไปให้รู้แล้วรู้รอด

 

 

            “...”

 

 

            “ที่นี่น่ะไม่ชอบคนทรยศหรอกนะ ...”

 

 

            “...”

 

 

            “กูควรจะทำยังไงดี ...”

 

 

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

            .

 

 

            “กับสุนัขที่เลี้ยงไม่เชื่อง”

 

           

            !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 

 

 

            { F }

            เละแน่นอน งานนี้เละแน่นอน สู้ ๆ นะคยองซูและสวัสดีรีดเดอร์ที่น่ารักอีกครั้งนาจาาาาา บอกจะอัพเมื่อวานแต่ทำไมมาวันนี้ (โดนตบ) มาช้าดีกว่าไม่มานะเออออออ >< สำหรับตอนนี้ทำไมเรารู้สึกว่ายิ่งพิมพ์ยิ่งแปลก ๆ วะ รีดเดอร์ว่ามันแปลก ๆ ไปไหมอ่ะ เหมือนรู้สึกว่าตัดเป็นชอต ๆ มากไปอ่ะ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่ามันแปลก ๆ แต่ถ้าแปลกไปบอกได้นะเราจะปรับปรุงให้จ้า

            สุดท้ายนี่ลาไปก่อน และตอนหน้าเตรียมยาทาแผลไว้เยอะ ๆ นะ ฮริ้ง >.<”

            ปล.คอมเม้นและติดแท็ก #fickillme เป็นกำลังใจให้กันด้วยน้า เลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

481 ความคิดเห็น

  1. #458 Kyss (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 01:27
    เหยย เขามีมุมหยอกล้อกันว่ะ แต่เลาจะไม่หวั่นไหวเด็ดขาด /กดไปบทแรกเพื่ออ่านความเลวของจงอินใหม่
    #458
    0
  2. #406 ` PuGun. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 20:23
    จงอินอย่าทำไรคยองน้าาาาาาาาาาาาาาา
    #406
    0
  3. #374 n-ldkys (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2559 / 00:27
    สงสารอ่ะ
    #374
    0
  4. #321 E_Rung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 04:38
    ทุกอย่างมันเป็นเพราะจงอิน จงอินผิดทั้งเพเลยยยย
    #321
    0
  5. #318 pang11809 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 19:35
    สงสารคยองซู
    #318
    0
  6. #317 JJayxyz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 00:20
    ฮึๆๆๆๆ คยองจะรอดมั้ยเนี้ย
    #317
    0
  7. #315 Kwankwan' Tongkul (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 23:24
    อัพเร็วววรออยู่
    #315
    0
  8. #314 gfernzz (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 02:18
    สู้เค้านะคายองซู
    #314
    0
  9. #311 akashi.sama (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 00:28
    ตายยยย หมาน้อยคยองตายแน่ -0-
    #311
    0
  10. #306 MyDyo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 23:12
    ตายละ คยองซู 55555566 ㅠ0ㅠ ไรท์มาต่อไวๆน้า
    #306
    0
  11. #302 Kwankwan' Tongkul (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 21:10
    ค้างมากนี้ขนาดพึ่งมาอ่านนะอัพต่อเร็วๆน้าาาา
    #302
    0
  12. #300 Ass (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 18:32
    ตัดฉับได้โหดร้ายมาก ฮืออออออ

    ลุ้นนว่าจงอินจะทำอะไรคยองอีก T-T
    #300
    0
  13. #299 mew2233 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 18:08
    จะฆ่ามั้ยละ คยองซูไม่ผิดอะไรเลยป๊ะ คือจงอินแม่งเลวมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่อยากได้ตัวแบคฮยอนแล้ว ฮือ อยากตบมันนน
    #299
    0
  14. #298 E_Rung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 19:14
    มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ฮือออ จงอินรู้แล้วอ่ะ แล้วจะทำอะไรคยองซู กลัววว โอ้ยยนย
    #298
    0
  15. #297 nunmblaq (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 23:22
    ตายๆคยองซูจะโดนไรมั่งเนี่ย ภัยถามหาแล้วนะ



    จงอินไม่ปล่อยไว้แน่
    #297
    0
  16. #296 FAI_9493 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 23:10
    จงอินจะทำอะไรอีกกกก
    #296
    0
  17. #295 Armexo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 20:23
    เตรียมสงสารคยองแล้วอ่าาา
    #295
    0
  18. #294 ディオー (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 17:43
    รอน้าาา ลุ้นมากจงอินจะทำอะไรอีก
    #294
    0