Kill Me !! ❥ Kaido

ตอนที่ 11 : Kill Me | ความสงสัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 547
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    27 พ.ค. 59









 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            คยองซูถอนหายใจออกมาอีกครั้งหลังจากนอนคิดไม่ตกกับเรื่องที่เพิ่งผ่านมาเมื่อสองสามวันก่อน ตากลมโตมองไปยังเพดานสีขาวสะอาดตาภายในห้องนอนกว้าง ๆ ของเขาและคิ้วที่ขมวดกันนิด ๆ นั่นทำให้เขางงกับตัวเองเหมือนกันที่นอนคิดเรื่องบ้า ๆ นี่ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่เรื่องของเขาเลย

 

 

            หลังจากกลับมาวันนั้นเขากับจงอินไม่ได้พูดอะไรกันมากไปกว่าการที่คยองซูเดินเข้าไปในห้องทำงานของจงอินและวางเช็คเงินสดจำนวนห้าแสนบาทลงบนโต๊ะพร้อม ๆ กับบอกเรื่องที่มาร์คจะขอสั่งของลอตถัดไปให้จงอินรับรู้

 

 

            ตาคมที่มองกลับมาด้วยสายที่คยองซูก็ไม่รู้ว่ามันหมายความยังไงทำให้คยองซูเลือกที่จะไม่สนใจมันและเดินออกมาจากห้องทันทีที่เขาทำหน้าที่ของเขาเสร็จเรียบร้อย

 

 

            แต่มันมีสิ่งหนึ่งที่ติดอยู่ในใจ ...

 

 

            อย่างที่คิดนั่นแหละ ... เงินห้าแสนนั่นคือเงินของมาร์คที่ชดใช้ให้กับเงินส่วนที่หายไป

 

 

และมันคือเงินของมาร์คเองไม่ใช่เงินของจงแด ...

 

 

            มาร์คบอกว่าเขามั่นใจว่าเงินจำนวนนั้นถูกให้ไปครบแล้วจริง ๆ แต่ในเมื่อมันหายไปเขาก็จะยอมเป็นคนที่จ่ายเอง คนตัวเล็กก็ไม่รู้หรอกว่าที่มาร์คพูดแบบนั้นเพราะเขาต้องการที่โชว์พาวเวอร์ให้คยองซูประทับใจหรือว่าอะไรหรือเปล่า แต่พอเขาเห็นแบบนั้นมันก็ทำให้คยองซูรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ

 

 

            เขาก็แค่คิดว่าถ้ามาร์คไม่ได้โกงไปแล้วการที่ผู้ชายสายเลือดจีนคนนั้นต้องควักเงินของตัวเองออกมาเพื่อชดใช้ให้เยอะขนาดนั้นมันโคตรจะไม่แฟร์และเขาไม่เห็นด้วย

 

 

            เพราะอย่างนั้นแหละคนตัวเล็กถึงกำลังมานอนคิดตามคำพูดที่มาร์คพูดกับเขาไว้เมื่อวันก่อนที่ว่าคนฝั่งนี้เชื่อใจลูกน้องตัวเองมากไปหรือเปล่า

 

 

            และเขาก็เริ่มคิดถึงแอลกับมินโฮเพราะสองคนนั้นอยู่ด้วยในเหตุการณ์วันนั้นทุกอย่าง

 

 

            เขาไม่ได้อยากคิดอะไรร้าย ๆ กับคนที่ตัวเองต้องทำงานร่วมด้วย แต่เขาก็ไม่อยากให้เรื่องนี้มันไม่ถูกไขให้กระจ่าง บางคนอาจจะมองว่าคยองซูจะยุ่งวุ่นวายทำไมนักหนาทั้ง ๆ ที่เรื่องมันก็ไม่ได้มีผลอะไรกับคนตัวเล็ก ... แต่ก็เพราะความใจดีกับคนอื่นไปทั่วนั่นแหละที่ทำให้คยองซูไม่อยากให้ใครถูกเอาเปรียบ

 

 

            เขาไม่เชื่อใจใครทั้งนั้นแหละนอกจากตัวเอง ..

 

 

            คนตัวเล็กตัดสินใจลุกขึ้นมาหยิบยาออกมาใส่ปากก่อนจะเดินไปหยิบแก้วน้ำลายพื้น ๆ มารินน้ำจนเกือบเต็มและดื่มมันตามเข้าไปจนยาเม็ดนั้นไหลลงสู่กระเพราะ

 

 

            เขาไม่ได้กินมันมาสักพักและไม่รู้ว่าวันไหนอาการปวดหัวจนสมองจะระเบิดแบบบ้า ๆ นั่นจะกลับมาทำร้ายเขาอีก คยองซูจึงเลือกที่จะกินมันดักไว้เพราะคุณหมอเคยบอกว่ายานี้ไม่มีอันตราย มันสามารถทานได้เพราะมันเป็นตัวช่วยระงับอาการรวมไปถึงป้องกันไม่ให้อาการปวดเหล่านั้นเกิดขึ้น

 

 

            รู้สึกโชคดีชะมัดที่เกิดมาในยุคที่อะไร ๆ ก็พัฒนาไปหมดแล้วถึงขนาดมียารักษาแบบนี้ออกมา

 

 

            คนตัวเล็กเปิดม่านหน้าต่างให้แสงจากดวงอาทิตย์ตอนเวลาประมาณเกือบ ๆ แปดโมงเช้าได้แทรกเข้ามาในห้องเป็นวิตามินให้กับร่างกายของเขาบ้างและคนตัวเล็กค่อย ๆ ดันหน้าต่างออกไปเบา ๆ แสงที่ส่องเข้ามาที่ใบหน้าขาวทำให้ตากลมโตถูกหรี่ลงเล็กน้อยและมองลอดออกไปยังข้างนอกห้องของเขาเอง น้ำพุรูปเสือตัวโตที่พ่นสายน้ำออกมาจากปากและมีอีกสองตัวขนาบข้างตรงหน้าบ้านนั่นบ่งบอกถึงฐานะของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

 

 

            เจ้าของบ้านที่คยองซูไม่ชอบเลยสักนิดเดียว

 

 

            หากว่ามองจากภายนอกบ้านหลังนี้ก็เหมือนบ้านคนรวยธรรมดาทั่วไปแค่หลังนึงไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่านั้น แต่สิ่งที่คนตัวเล็กได้เจอมามันทำให้รู้ว่าบางอย่างมันมองด้วยตาเปล่าไม่ได้จริง ๆ

 

 

ตากลม ๆ ถูกมองไปรอบ ๆ อย่างละเอียด แรก ๆ ที่มาอยู่ที่นี่เขาอุดอู้อยู่แต่ในห้องทำให้ไม่เคยได้มองอะไรพวกนี้เลยสักครั้ง แต่พอทุกอย่างมันเริ่มทำให้เขาพอปรับตัวได้คยองซูก็รู้สึกว่าในห้องมันน่าเบื่อชะมัด

 

 

แค่ออกไปเดินสูดอากาศข้างนอกคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ...

 

 

คนตัวเล็กคิดและเมื่อสรุปกับตัวเองได้ดังนั้นคยองซูก็จัดการดึงผ้าม่านลงแต่เปิดหน้าต่างไว้เพื่อให้มันระบายอากาศอยู่ดังเดิมก่อนจะพาร่างเล็ก ๆ เดินไปยังประตูบานใหญ่และก้าวออกไปจากห้อง

 

 

การออกมาเดินนอกห้องในวันที่ไม่มีธุระจะต้องออกไปข้างนอกกับแอลและมินโฮดูจะไม่ใช่เรื่องที่คยองซูชินเท่าไหร่ ขาเรียว ๆ พาตัวเองเดินงง ๆ ไปตามส่วนต่าง ๆ ในบ้านที่คยองซูรู้สึกว่ามันใหญ่มากสำหรับเขา

 

 

ตามทางเดินที่ปูด้วยพรมสีน้ำตาลอ่อนมีกรอบรูปถูกแขวนไว้มากมายตามกำแพงและคยองซูก็เพิ่งได้เดินดูมันชัด ๆ ก็วันนี้ ตากลมโตมองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจกับรูปภาพต่าง ๆ ที่อยู่ตามทางเดินยาวไป มันมีทั้งรูปถ่ายและรูปวาดปะปนกันไป คยองซูดูศิลปะไม่เป็นหรอกเขารู้แค่ว่ามันสวยก็คือมันสวยสำหรับเขา

 

 

คนตัวเล็กพาร่างที่มีส่วนสูงแค่ร้อย 170 กว่า ๆ เดินไปเรื่อย ๆ จนออกมาเขตถึงหน้าประตูบ้าน ลูกน้องของจงอินที่เดินผ่านไปผ่านมาส่งสายตามาทางคยองซูที่เดินออกจากห้องมาถึงหน้าบ้านด้วยสายตาที่หลากหลาย

 

 

“พวกมึงนั่นใครวะ”

            “เออ ... ใครวะ”

            “คุณคยองซูคนสนิทของคุณจงอินไง”

 

 

            ถึงแม้จะถูกสายตาที่มองมาทำให้รู้สึกอึดอัดและทำตัวไม่ถูก แต่คนตัวเล็กก็อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงหมดปากกับคำว่า คนสนิท ที่ออกมาจากปากของคนพวกนั้น

 

 

            เขากับจงอินสนิทกันด้วยเหรอ ? เพิ่งรู้แฮะ ...

 

 

            “ทำไมกูไม่เคยเห็นวะ”

            “เขาไม่ค่อยออกมาหรอก ชอบหมกตัวอยู่แต่ในห้อง”

 

 

            คยองซูทำเป็นไม่สนใจและเดินเลี่ยงไปทางอื่นแทน จะพูดอะไรก็พูดไปมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาอยู่แล้ว ...

 

 

          “มันเคยคิดจะฆ่าคุณจงอินนะเว้ย”

           

 

ถ้าไม่มีประโยคนั้นมาทำให้ขาของคนตัวเล็กเริ่มเดินช้าลงเล็กน้อย

 

 

“เห้ย จริงเหรอวะ”

            “เออดิ กูเนี่ยเป็นคนล่ามมันขังไว้ที่ห้องเก็บของเอากับมือ”

“กูว่าคุณจงอินแม่งเลี้ยงงูพิษ

 

 

            คยองซูก็ไม่รู้ว่าเขาต้องทำหน้ายังไงกับคำพูดเหล่านั้นจะให้หันไปยิ้มรับก็คงจะดูกวนประสาทเกินไป คนตัวเล็กจึงไม่แสดงสีหน้าอะไรและเดินออกมาจากตรงหน้าประตูบ้านแทน

 

 

โอเคสิ่งที่พวกนั้นพูดเป็นจริงทุกอย่างดังนั้นเขาจะไม่เก็บมันมาคิดให้หงุดหงิดใจ คนตัวเล็กหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเดินลัดเลาะไปตามข้าง ๆ ตัวบ้านหลังราคาหลายล้านที่มีทางเดินไม่กว้างมากรอเขาอยู่

 

 

            บนทางเดินที่ลาดยาวที่เป็นหินอ่อนทำให้คนตัวเล็กรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นต้นไม้ใบหญ้าและสวนเล็ก ๆ อยู่ตรงหน้า สีเขียวอ่อนของยอดหญ้าและกระถางที่มีดอกไม้หลากหลายสีสันทำให้คยองซูเดินเข้าไปหามันทันทีอย่างไม่รีรอ

 

 

กึก !

 

 

ยังไม่ทันที่ขาเรียวจะก้าวไปถึงจุดหมาย ตากลมโตก็มองเห็นใครบางคนที่อยู่ในชุดสบาย ๆ อย่างเสื้อยืดสีเทากับกางเกงยีนส์ขายาวกำลังนั่งทำอะไรบางอย่างอยู่ คยองซูใช้สายตาเพ่งมองไปอีกนิดจึงเห็นว่าที่ตรงนั้นมีสุนัขขนสวยตัวนึงนอนเกลืองกลิ้งให้จงอินเกาพุงอย่างสบายใจ

 

 

            ตากลมโตเบิกขึ้นเล็กน้อยกับสิ่งที่เห็นนั่น บ้านหลังนี้มีสุนัขด้วยเหรอ ? ทำไมเขาถึงไม่เคยเห็นกันนะ เลือดของคนที่รักสัตว์ทุกชนิดบนโลกตื่นตัวอย่างเร่า ๆ อยากจะเดินเข้าไปเล่นกับเจ้าหมาน้อยตัวนั้นบ้างแต่ก็ติดตรงที่เจ้าของหมาตัวนั้นคือผู้ชายที่คยองซูอยากจะอยู่ห่างให้มากที่สุด

 

 

            ผู้ชายที่ทำเลวกับเขาไว้จนเขาเกือบจะตาย

 

 

            ไม่ยักนึกแฮะว่าคนแบบนั้นจะมีอารมณ์เลี้ยงหมาหรือเล่นกับหมาเลยสักนิด คยองซูคิดก่อนจะยิ้มออกมาเบา ๆ โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัว

 

 

            บางทีเขาก็สงสัยเหมือนกันนะว่าคิมจงอินเป็นคนแบบไหนกันแน่

 

 

            หมาน้อยที่โดยเกาพุงพลิกตัวขึ้นมาก่อนจะจ้องมองคยองซูตาแป๋วด้วยความสนใจว่ามนุษย์หน้าตาแปลก ๆ นี่คือใครกันทำไมถึงมายืนอยู่ตรงนี้ และปฏิกิริยาของเจ้าหมาน้อยนั่นก็ทำให้เจ้าของเสื้อสีเทาหันตามหมาของเขามาหยุดที่คนตัวเล็ก

 

 

            คยองซูที่เหวอไปเมื่อสบตาเข้ากับจงอินในแบบไม่ทันตัวหุบยิ้มลงทันทีและเปลี่ยนเป็นทำหน้าปกติ

 

 

            “...”

 

 

            “...”

 

 

            “...”

 

 

            ต่างฝ่ายต่างจ้องกันนิ่งโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาก่อนทำให้เกิดบรรยากาศที่น่าอึดอัดระหว่างคนสองคนกับหมาน้อยหนึ่งตัว ผู้ชายตัวสูงทำหน้านิ่งไร้อารมณ์เหมือนเคย ส่วนผู้ชายที่ตัวเล็กกว่ากรอกตาไปซ้ายทีขวาทีอย่างล่อกแล่กเหมือนคนกระทำความผิด

 

 

             ไม่ได้ตั้งใจมายืนดูซะหน่อยก็แค่บังเอิญเดินผ่านมา คยองซูคิดข้อแก้ตัวไว้กับตัวเองในใจเผื่อจงอินจะหาว่าเขาทำตัวเป็นโรคจิตมาแอบอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

 

 

ทั้งสองคนยังคงจ้องกันอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีใครเอ่ยปากอะไรออกมาก่อน และเมื่อทนไม่ไหวกับความอึดอัดที่เกิดขึ้นคยองซูก็เลือกที่จะเป็นฝ่ายพูดออกไปก่อน

 

 

            “ชะ ...ชื่ออะไร”

 

 

            “ไม่เจอสองวันนี่จำกูไม่ได้ ?”

 

 

            “ผมไม่ได้ถามชื่อคุณ ... ผมหมายถึงหมา” คยองซูพูดอย่างหงุดหงิดเล็ก ๆ เขาอยากจะตบหน้าผากให้ตัวเองให้มันช้ำถ้าไม่ติดว่ากลัวมันจะเจ็บน่ะนะ

 

 

            นี่เขาถามบ้าอะไร ...

 

 

            คยองซูรู้ว่าจริง ๆ จงอินก็เข้าใจความที่เขาถามนั่นแหละแต่เพราะความกวนประสาทของคนคนนั้นทำให้เขาต้องอธิบายอีกรอบ ตากลมโตค้อนขวับให้กับจงอินอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์

 

 

            “คยองซู”

 

 

            ตากลมโตมองอย่างงุนงงเมื่อจู่ ๆ คนตรงหน้าก็เรียกชื่อเขาขึ้นมา

 
 

            “หมาตัวนี้ชื่อคยองซู”

 

 

            คนที่ได้ยินชักสีหน้าขึ้นมาทันทีเมื่อได้รับประโยคที่เขาไม่พอใจ นี่คยองซูอุส่าคุยกับคนตรงหน้าดี ๆ แล้วแท้ ๆ แต่ก็ยังไม่หยุดกวนประสาทกันอีก โอเค ถ้าจงอินไม่อยากจะคุยดี ๆ กับเขา มันก็ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะคุยดี ๆ ด้วยอีกเพราะเขาก็รำคาญคนตรงหน้านี่เหลือเกิน

 

 

            “คยองซู มานี่สิ กิ้ๆๆๆ”

 

 

            จงอินพูดนิ่ง ๆ ก่อนจะดีดนิ้วมาที่คยองซูพร้อมทั้งส่งเสียงเหมือนเรียกหมาเดินตรงเข้ามาหาคนตัวเล็กที่ยืนนิ่ง ๆ และกำหมัดแน่น คยองซูไม่ได้มีความคิดที่จะจะถอยหนีแต่กลับอยากจะต่อยหน้าหล่อ ๆ นั่นแทน รอยยิ้มเล็ก ๆ จุดขึ้นที่ริมฝีปากของจงอินโดยที่คยองซูก็ไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไง

 

 

            “ผมไม่คุยกับคุณแล้ว ไร้สาระ”

 

 

            คยองซูที่ถูกดีดนิ้วเรียกเหมือนหมาพูดก่อนจะหันหลังเดินหนีคนที่กำลังก้าวเข้ามา จงอินทำให้อารมณ์ที่กำลังดี ๆ ของเขาเปลี่ยนเป็นอารมณ์ที่ติดลบขึ้นมาทันทีได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

            ขอบคุณสำหรับความกวนประสาทที่ทำลายบรรยากาศของเขาทิ้งจนไม่เหลือ

 

 

            “เดินหนี ... ปอดหรือไง”

 

 

            กึก !

 

 

            ได้ผลทันทีโดยไม่ต้องให้พูดซ้ำ ขาเรียว ๆ นั่นหยุดและเจ้าของขาก็หันกลับไปมองจงอินทันทีด้วยสายตาที่แสดงออกว่าไม่พอใจ คิ้วเข้ม ๆ นั่นขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์

 

 

            “ผมไม่ได้ปอด แต่มันไม่มีความจำเป็นอะไรที่ผมจะต้องคุยกับคุณ”

 

 

            “หึ”

 

 

            คนตัวสูงไม่ได้ตอบโต้อะไรแต่ทำเพียงแค่หัวเราะในลำคอเบา ๆ กับอาการเถียงขาดใจของคนตัวเล็กตรงหน้า

 

 

อวดเก่งเหลือเกิน ...

 

 

            “ถามชื่อมัน”

 

 

            “...”

 

 

            “แล้วไม่คิดจะเล่นกับมันหรือไง”

 

 

จงอินพูดพร้อมกับปล่อยเชือกที่ถืออยู่ให้สุนัขสีน้ำตาลตัวอ้วนเดินเข้าไปหาคยองซู คนตัวเล็กมองเจ้าหมาน้อยตัวนั้นที่ค่อย ๆ เดินอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เข้ามาหาคนตัวเล็ก

 

 

ให้ตายสิเขาชอบสัตว์ก็จริงแต่การที่ไม่คุ้นกันแล้วเดินมาหาแบบนี้เขาจะโดนขย้ำจนคอขาดตายหรือเปล่าเนี่ย ยิ่งเป็นหมาของคิมจงอินคยองซูยิ่งไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรบ้า ๆ เหมือนเจ้านายของมันหรือเปล่า

 

 

            จงอินทำหน้านิ่ง ๆ และไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา เพราะเขามั่นใจ ... ว่ามันไม่กัดหรอก หมาก็เหมือนเจ้าของมันนั่นแหละ จงอินมั่นใจว่าเจ้ามงกูรู้วิธีที่ควรจะปฏิบัติกับคยองซูที่แสนจะใสซื่อคนนั้น

 

 

            จงอินมองทั้งคนทั้งหมาที่กำลังกลัวกันเองนิ่ง ๆ คยองซูค่อย ๆ เอื้อมมือเล็กไปลูบหัวเจ้าสุนัขตัวจ้อยอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ด้วยความเอ็นดูกึ่งกลัวโดนงับและทันทีที่เจ้ามงกูหลับตาพริ้มพร้อมทั้งส่งเสียงออดอ้อนออกมาร่างเล็ก ๆ นั่นก็ลงไปนั่นเล่นกับมันพร้อมรอยยิ้มที่หลุดออกมาจากริมฝีปากสวย

 

 

            ใครอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยกันมองภาพนั้นด้วยอารมณ์ว่างเปล่า ... หากเป็นคนอื่นมาเห็นคงหลงเสน่ห์กับท่าทางน่ารัก ๆ ของคยองซูที่กำลังยิ้มสดใสได้ง่าย ๆ

 

 

แต่มันไม่ใช่กับคนที่ใจถูกสต๊าฟเป็นหินไปแล้วอย่างจงอิน

 

 

“นายครับ ... คุณท่านโทรมาครับ”

 

 

            เสียงเสียงนึงที่ดังขึ้นทำให้จงอินและคยองซูหันไปมองถูกเอ่ยออกมาจากปากของบ๊อบบี้ลูกน้องของจงอิน คนตัวสูงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเมื่อคุณท่านของเจ้าพวกนั้นก็คือพ่อผู้ให้กำเนิดของเขาเอง และท่านก็กำลังรอสายจากเขาอยู่

 

 

ที่จริงจงอินควรรู้สึกดีกว่านี้กับการที่จะได้คุยกับพ่อบังเกิดเกล้าของเขาไม่ใช่รู้สึกเหนื่อยใจแบบนี้

 

 

จงอินยื่นมือไปรับโทรศัพท์ในมือของบ๊อบบี้มาอย่างเซ็ง ๆ ... อ่า ... พ่อโทรมาทีไรมีเรื่องทุกที

 

 

คยองซูทำหน้าตาเหรอหราเหมือนต้องการความเห็นว่าตัวเองควรออกไปก่อนหรือเปล่า แต่เมื่อเห็นว่าจงอินไม่พูดอะไรคนตัวเล็กก็ได้แต่นิ่งเงียบมองคนทั้งสอง

 

 

“ว่าไงครับ”

 

 

คยองซูละสายตาจากจงอินและหันมาสนใจกับเจาหมาน้อยตัวเล็กตรงหน้าเขาแทน มันเป็นมารยาทอย่างนึงที่เราไม่ควรไปฟังคนอื่นเขาคุยโทรศัพท์ คยองซูถูกสอนมาแบบนั้น

 

 

“ได้ครับ”

 

 

จงอินหันกลับมามองมงกูและคยองซูพร้อมกับหันไปพยักหน้าให้บ๊อบบี้ก่อนจะเดินผ่านคนตัวเล็กกับสุนัขตัวน้อยไปอีกทาง

 

 

เฮ้อออออ ... หายใจสะดวกขึ้นเยอะเลย ...

 

 

ตากลมโตของมนุษย์ส่วนสูง 170 เซนมองตามหลังจงอินที่เดินออกไปพร้อมกับบ๊อบบี้ก่อนจะกรอกตาขึ้นข้างบน คยองซูเลิกให้ความสนใจกับจงอินและบ๊อบบี้แล้วกลับหันมาหาเจ้าหมาน้อยที่นั่งมองเขาตาแป๋วอยู่ตรงหน้าแทน

 

 

“นี่แกชื่ออะไรเนี่ย”

 

 

เจ้าหมาน้อยเอียงคอพร้อมทั้งกระพริบตาปริบ ๆ สร้างความเอ็นดูให้กับคยองซูมากกว่าเดิมและคนตัวเล็กก็เหลือบไปเห็นป้ายชื่อเล็ก ๆ ที่แขวนอยู่ตรงคอของหมาตัวน้อย

 

 

มือเรียวค่อย ๆ พลิกมันก่อนจะเห็นตัวอักษรภาษาเกาหลีที่ถูกสลักไว้บนป้ายชื่อแสตนเลสอย่างดีอันไม่ใหญ่มากนั่น

 

 

“มงกูงั้นเหรอ ...”

 

 

“โฮ่ง !” เจ้าหมาน้อยส่งเสียงขานรับทันทีที่ได้ยินชื่อของตัวเองทำให้ตากลมโตมองอย่างตกใจนิด ๆ

 

 

“ฮะ ๆ นี่เข้าใจด้วยเหรอเนี่ย ?!

 

 

คยองซูยิ้มและหัวเราะออกมาเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าบ้านหลังนี้ไม่น่าจะทำให้เขาเบื่อได้อีกต่อไปถ้ามีเจ้าหมาแสนรู้นี่อยู่

 

 

“โฮ่ง !

 

 

ตัวเล็ก ๆ หย่อยนั่งลงกับพ้นหญ้าก่อนจะเริ่มพูดอะไรเรื่อยเปื่อยออกมาเมื่อเห็นว่าเจ้าหมาน้อยนี่ดูจะเชื่องและไม่ทำให้เขากลัวอีกต่อไปแต่กลับเพิ่มความเอ็นดูมันแทน

 

 

“ใครเป็นคนตั้งชื่อให้แก ... ไอ้คนเลวนั่นน่ะเหรอ” คยองซูถามหมาน้อยที่เขาคิดว่าฟังรู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่งแล้วยังไม่วายแขวะไปถึงเจ้าของหมาที่เดินออกไปแล้วอีกตั้งหาก

 

 

“คนแบบนั้นเลี้ยงแกรอดมาได้ไง ฉันล่ะงงจริง ๆ”

 

 

คยองซูส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อคิดว่าคนแบบนั้นน่าจะฆ่าเจ้าหมานี่ตายเพราะความรำคาญยามที่มันเห่าเสียงดังตั้งแต่ครั้งแรกมากกว่าลงมาเล่นกับมันเหมือนที่เขาเห็นแล้วซะอีก

 

 

แสงแดดร้อน ๆ ที่สาดส่องลงมาไม่ถึงเพราะมีต้นไม้ใหญ่บังพอที่จะเป็นร่มให้หนึ่งคนกับหนึ่งสัตว์เลี้ยงนั่งพักผ่อนเอื่อยเฉื่อยและปล่อยให้บรรยากาศดี ๆ พัดพาเอาอากาศบริสุทธิ์เข้ามาเป็นระลอก ๆ คยองซูเอียงหัวลงซบกับขนนุ่นนิ่มที่สะอาดและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของสบู่จากตัวเจ้าหมาน้อยที่คงเพิ่งถูกอาบน้ำมาเมื่อไม่นาน

 

 

            “โอนไปแล้วไง ! นี่มึงคิดว่ามันเอามาง่าย ๆ หรอวะ”

 

 

            แต่แล้วเสียงที่ดังขึ้นเบา ๆ ทำให้คยองซูลุกขึ้นมาจากหมอนใบนุ่มที่มีชีวิต ตากลมโตมองไปยังข้างบ้านหลังใหญ่ที่มีใครบางคนกำลังยืนคุยโทรศัพท์ด้วยอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก

 

 

            “ให้ไปตั้งห้าแสนยังไม่พออีกใจอีกเหรอวะ ? นี่จะก่อเรื่องไปถึงไหน ?!

 

 

คนตัวเล็กที่ได้ยินคำว่าห้าแสนเผลอขยับตัวจนขาเล็ก ๆ นั่นไปเหยียบหางเจ้าหมาน้อยที่กำลังนอนกลิ้งไปมาจนมันร้องครางออกมาด้วยความเจ็บ หัวใจของคยองซูแทบจะหยุดเต้นไปในทันทีเมื่อพบว่าตาคมของมินโฮกำลังสอดส่ายมองไปรอบ ๆ ตัวทันทีที่ได้ยินเสียง

 

 

“ชู่ววววว เบา ๆ นะ”

 

 

คยองซูลูบหัวเจ้าหมาน้อยและเอานิ้วจ่อปากเบา ๆ ให้เจ้าหมาส่งเสียงเงียบ ... ก่อนจะมองไปยังมินโฮอีกครั้ง

 

 

ประโยคที่ออกมาจากปากของมินโฮมันอาจจะเป็นประโยคทั่วไปที่ไม่ได้มีอะไรมากมายแต่เพราะคำว่าห้าแสนที่หลุดออกมานั่นแหละที่ทำให้เรื่องของมาร์คกลับเข้ามาหัวของคยองซูอีกครั้ง

 

 

“เห้ย เดี๋ยวโทรกลับ นั่นใครวะ !!!!!!”

 

 

มินโฮพูดกับโทรศัพท์และกดวางสายที่กำลังคุยอยู่ทันทีก่อนจะตะโกนด้วยเสียงอันดังและเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ

 

 

เหงื่อเล็ก ๆ เริ่มชื้นตามขมับเมื่อร่างกายของคนที่เผลอได้ยินเรื่องบางอย่างเข้านั้นกำลังสั่นเพราะความตื่นเต้น

 

 

อะไรจะซวยขนาดนี้ !

 

 

คนตัวเล็กคิดและขยับตัวไปทางพุ่มกุหลาบเตี้ย ๆ และพยายามย่อตัวลงให้เล็กที่สุด

 

 

“โฮ่ง”

 

 

เสียงเห่าที่ดังออกไปทำให้มินโฮชะงักก่อนจะเห็นมงกูที่วิ่งดุ๊ก ๆ ออกมาจากหลังพุ่มกุหลาบตรงมาหาเขา ลูกน้องคนสนิทของจงอินส่ายหัวเบา ๆ ที่เขาเผลอไปตกใจกับแค่หมาตัวนึง

 

 

ไม่ใช่คนก็ดีแล้ว

 

 

“มึงทำให้กูตกใจนะเนี่ย มานี่เลย” มินโฮพูดและขยี้หัวเจ้าหมาน้อยอย่างมันเขี้ยวก่อนจะแกล้งดีดหูมัน ความเจ็บให้เจ้ามงกูส่งเสียงร้องก่อนจะวิ่งไล่งับมินโฮที่วิ่งหนีก่อนจะหัวเราะและพากันหายไปทางหน้าบ้าน

 

 

คนตัวเล็กถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อมินโฮจากไปพร้อมกับเจ้ามงกูก่อนจะค่อย ๆ ขยับตัวออกมาจากหลังพุ่มกุหลาบ

 

 

คยองซูตั้งสติและค่อย ๆ คิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ช้า ๆ เขาไม่ได้เข้าข้างมาร์คที่เพิ่งรู้จักกันจากการเจอกันแค่สองหน แล้วก็ไม่ได้อยากจะคิดอะไรไม่ดีกับมินโฮจริง ๆ นะ

 

 

ตากลมโตมีแววสงสัยปนไม่แน่ใจแฝงอยู่พร้อม ๆ กับคิ้วสวยที่ขมวดเล็กน้อย

 

 

คยองซูเองก็ไม่เข้าใจ

 

 

ว่าทำไมพอเขาได้ยินประโยคเมื่อกี้ ...

 

 

เขารู้สึกไม่ค่อยไว้ใจมินโฮเลย ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            { F }

            โอ้ยยาววววว และเหนื่อยมาก สารภาพเลยว่าตอนนี้เป็นตอนที่แก้เยอะที่สุด แก้หลายรอบทั้งลบทิ้งทั้งพิมพ์ใหม่จนปวดหัว แล้วคือปกติพิมพ์สามพันตัวอักษรต่อ 1 ตอน แต่ตอนนี้ล่อไปจะสี่พันแล้ววุ้ย อะไรจะเพลินนิ้วขนาดนั้น ฮ่า ๆๆๆ ตกลงนี่มันฟิคนักสืบจิ๋วคยองซูใช่ไหม ถถถถถถถถถถ คยองซูคนดื้อทำตัวเสี่ยงอันตรายจนกลัวว่าจะโดนจับไปลงโทษหลายครั้งแล้วนะ นี่จะไม่ให้พักฉากปะทะกันเลยใช่ม้ายยยยยยยย ไม่อยากเขียนฉากคยองโดนลงโทษเลยสงสารคยองงงงงงงงงงงงงงงงงง (รีดเดอร์:ไรท์อย่าตอแหล)

แล้วมาพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับบบบบบบบบบบบบบบบบบบ รักกกกกกก

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

481 ความคิดเห็น

  1. #405 ` PuGun. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 17:30
    มินโฮเอาเงินไปแน่นอนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #405
    0
  2. #305 MyDyo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 23:06
    มินนโฮ  พี่เอาเงินไแปปปปปปปป
    #305
    0
  3. #293 ondo.seob (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 23:07
    รอค่าไรท์ มินโฮร้ายอ่ะเอาเงินไป
    #293
    0
  4. #292 ondo.seob (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 23:06
    รอค่าไรท์ มินโฮร้ายอ่ะเอาเงินไป
    #292
    0
  5. #291 Armexo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 15:08
    มินโฮเอาไป?? รอไรต์มาต่อนะค่ะ สู้ๆๆ
    #291
    0
  6. #290 FAI_9493 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 08:11
    คิดดูว่าจงอินจะเชื่อใครอะ
    #290
    0
  7. #289 MookMark (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 01:29
    จงอินก็เชื่อมินโฮอยู่ดีป่ะะะ โฮวววว
    #289
    0
  8. #288 hey! (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 00:30
    เป็นกำลังใจให้คยองจูวววว
    #288
    0
  9. #287 jii ibb (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 22:30
    แค่คิดว่าจงอินจะเชื่อใครระหว่างเด็กน้อยใสซื่อที่นางว่ากับมินโฮคนของนางฮือออแค่คิดน้องคยองคงน่วมแน่ๆ
    #287
    0
  10. #286 E'DO (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 21:53
    จงอิน กวนตีน 5555
    #286
    0
  11. #285 ` kadi . ★ 8812 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 21:18
    จงอินใจหินไม่ได้นะ เอ็นดูคยองซูเหมือนกับมงกูซักนิดก็ยังดี แงงงงงง
    #285
    0
  12. #284 ディオー (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 21:08
    คยองซูอยู่เฉยๆ บ้างเถอะะะะ นี่ก็ลุ้นจะเป็นบ้าแล้วว
    #284
    0
  13. #283 E_Rung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 20:45
    มินโฮ.. เอาแหล่วๆๆๆ คยองซูน่าจะสงสัยไม่ผิดคน บางทีงานนี้คยองอาจจะได้ความดีความชอบจากจงอินก็ได้นะ เรื่องหนอนบ่อนไส้มินโฮอ่ะ แต่จะได้ยังอินี่ไม่อยากคิดค่ะ อาจจะแบบแค่พออกพอใจพ่อพระเอกเขา อ่านมาจนถึงตอนนี้ไม่ได้รับรู้ถึงคำว่าฟินของไคซูเลย แถมยังคิดว่าคู่นี้ไม่อาจรักกันได้ ดูจากการกรัทำของทั้งจงอินและคยองซู ขนานกันยากกกก555555555
    #283
    0
  14. #282 mew2233 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 20:17
    ไส้ศึกหรอ กลัวว่าเรื่องนี้จะจบแบบไม่สดใสน่ะซี ฮือออออ คยองซูสู้นะ
    #282
    0
  15. #281 jvee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 19:34
    ขอโทษนะคะถ้าจะบอกว่าตั้งแต่อ่านมายังไม่เคยเมนท์ให้เลย 55555 #อนุญาตให้ด่าในใจ คือเรารู้สึกว่าเรื่องนี้มันค่อนข้างหนักมาก พออ่านจบก็มึน ๆ เลยไม่เคยเม้นท์เลย แต่วันนี้ที่เม้นท์เพราะมีเรื่องสงสัย มันเป็นความข้องใจที่เก็บไว้มานานแล้วว่า เขาจะรักกันได้จริง ๆ หรอ กับสิ่งที่จงอินทำกับคยองซูมันดูที่จะเปลี่ยนให้เป็นความรักยากมาก เรื่องของคนสองนี้เป็นอะไรที่เราไม่กล้าคาดเดาตอนจบเลยค่ะ หรือถ้าเขาเกิดรักกันจริง ๆ มันจะเป็นความรักที่มีแต่ความทุกข์หรือเปล่า เพราะสิ่งที่จงอินทำกับคยองซูนี่มันความเลวร้ายที่ทำใจยอมรับได้ยากมาก ถ้าวันนึงเป็นจงอินที่เกิดรักขึ้นมา แล้วนึกถึงในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเขาจะรักได้โดยไม่รู้สึกแย่หรอ แล้วคยองซูจะรู้สึกรักคนที่ทำลายทั้งอนาคต ศักด์ศรี ของตัวเองได้ง่าย ๆ หรอ คือตั้งแต่อ่านมายังคิดตอนจบที่แฮปปี้ไม่ออกเลย เหมือนเส้นทางของสองคนนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาให้บรรจบกันเลยสักนิด แต่เราก็คาดหวังความแฮปปี้จากเรื่องนี้นะคะ
    #281
    0
  16. #280 nannapat sukcharoen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 18:54
    ลุ้นแทนโอยยย จงอินก็มีมุมน่ารักๆนะ เมื่อไรจะชอบโด้ซะทีหะๆๆๆ ไรท์สู้ๆ
    #280
    0
  17. #279 Kaserr (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 18:48
    จงอินตายด้านไปแล้วว แต่ก็เลี้ยงหมาได้แสดงว่ายังจิตใจดีอยู่ - - พี่มาร์คนี่ทำไมดีจังเลยยย เนอะ คยองซูน่ารักมากก เริ่มมีบทบาทอยู่ใกล้จงอิน ชอบๆๆๆ เมื่อไหร่จะรักกันน คงยากอ่ะนะคิดไม่ออกเลย
    #279
    0