Kill Me !! ❥ Kaido

ตอนที่ 10 : Kill Me | จุดจุดนึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 ม.ค. 59















 

 

            กึก !

 

 

            คยองซูวางช้อนในมือลงเมื่อรู้สึกว่าอาหารที่มีหน้าตาดูดีและสีสันที่แสนจะน่ากินตรงหน้านี่มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอยากกินมันต่อเลยแม้แต่น้อย

 

 

            ไม่ใช่ว่ามันไม่อร่อย ...

 

 

            มันอร่อยมาก

 

 

            แต่ ... คยองซูเบื่อเหลือเกินกับการต้องกินข้าวคนเดียวในห้องกว้าง ๆ นี่

 

 

            แน่นอนว่ามันเป็นตัวเลือกเดียวของเขาที่ทำได้ เพราะเขาคงไม่มีทางไปกินข้าวที่ห้องอาหารติดกับครัวนั่นแน่ ๆ ข้างนอกห้องของคนตัวเล็กมีลูกน้องของจงอินอยู่เต็มไปหมด ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะเป็นคนที่ทำงานร่วมกับจงอินทำให้คนอื่น ๆ ค่อนข้างเกรงใจเขาเล็กน้อย แต่เขาก็ยังไม่อยากออกไปเจอใครอยู่ดี

 

 

            ที่นี่กำลังทำให้คยองซูเปลี่ยนไปมาก ... คยองซูรู้ตัวว่าตัวเองกำลังอึดอัดกับการอยู่ในสภาพแบบนี้

 

 

            ก๊อก ๆ ๆ

 

 

            ตากลมโตหันไปมองยังประตูห้องของเขาสมองที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยถูกหยดและเปลี่ยนมาให้ความสนใจกับประตูบานนั้นแทน

 

 

            ก๊อก ๆ ๆ

 

 

            เสียงที่ถูกเคาะขึ้นสองสามครั้งแต่กลับไม่มีใครส่งเสียงอะไรมาทำให้คนตัวเล็กขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะต้องยอมเป็นฝ่ายตะโกนออกไปก่อน

 

 

            “ใครน่ะ ...”

 

 

            …

 

 

            …

 

 

            คำตอบที่มีเพียงความเงียบทำให้คยองซูกรอกตาขึ้นข้างบนและถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจให้กับความไม่มีมารยาทของคนที่นี่ ก่อนที่คนตัวเล็กจะยันตัวเองลุกขึ้นจากเก้าอี้สีขาวสะอาดและเดินไปยังหน้าประตู ตากลมโตเพ่งสายตาลอดออกไปทางตาแมวก่อนจะเห็นใบหน้าของผู้ที่มาเคาะประตูห้องของเขา

 

 

            “มีอะไร”

 

 

            คยองซูพูดกับคนที่อยู่เบื้องหลังประตูเมื่อเขาเปิดออกมาแล้ว

 

 

            “นายอยากเจอ” คำพูดนิ่ง ๆ ถูกส่งออกมาจากปากของที่คยองซูคิดว่าเขาพูดด้วยเยอะที่สุดแล้วในบ้านหลังนี้

 

 

ก็แอลนั่นแหละ

 

 

            ทั้ง ๆ ที่มันก็เป็นประโยคธรรมดา ๆ ไม่ได้มีอะไรมากมายแต่คยองซูกลับรู้สึกว่าประโยคเมื่อครู่นั้นมันเป็นประโยคที่ทำให้เขาอยากฆ่าตัวตายซะจริง ๆ

 

 

            “ไม่ไปได้ไหม” คนตัวเล็กถามและทำท่าจะปิดประตูแต่ก็ช้ากว่ามือใหญ่ของแอลที่เอื้อมมาดันประตูไว้ก่อนที่คยองซูจะปิดหนีได้ทัน

 

 

            เยี่ยมไปเลย ...

 

 

            คยองซูถอนหายใจอีกครั้งและเปิดบานประตูให้กว้างขึ้นก่อนจะเดินหันหลังให้กับแอล ไม่ใช่ไว้ใจให้แอลเข้ามาในห้องหรอกนะ แต่ทำยังไงก็คงห้ามไม่ได้อยู่ดีคยองซูจึงปล่อยเลยตามเลย

 

 

            “...”

 

 

            ความเงียบที่ไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้าเดินตามหลังมาทำให้คยองซูต้องหันกลับไปทางประตูอีกครั้ง และตากลมโตก็พบว่าแอลยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

 

 

            “ก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าไม่ไปไม่ได้ งั้นขอเวลา 10 นาทีละกัน” คยองซูพูดก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวเดิมและตักอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะใส่ปากอีกครั้ง

 

 

            “นายให้เวลาแค่ 5 นาที”

 

 

            คำพูดเรียบ ๆ ทำให้อาหารที่เกือบจะอร่อยอยู่แล้วของคยองซูเปลี่ยนเป็นอาหารรสชาติแย่ขึ้นมาในทันที

 

 

            “โอ้ย ... งั้นก็ไปมันตอนนี้น่ะแหละ”

 

 

            เคร้ง!

 

 

            เสียงปล่อยช้อนอย่างหงุดหงิดใจของคยองซูไม่ได้ทำแอลรู้สึกอะไรเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ทำให้แอลยิ้มออกมาเล็กน้อยก็เป็นเพราะไอ้ช้อนที่คยองซูปล่อยทิ้งมันดันไปปัดข้าวในจานจนหกใส่คนตัวเล็กและส่งผลให้คยองซูโวยวายเหมือนจะทะเลาะกับช้อนตาย

 

 

            ก็นึกว่าจะมีแต่มุมเครียด ๆ หงอย ๆ เห็นทำตัวเหมือนลูกหมาโดนทิ้ง โหมดจะเหวี่ยงแบบบ้า ๆ ก็มีเหมือนกันแฮะ แอลคิดก่อนจะหุบยิ้มเมื่อคยองซูเดินตรงมาหาเขา

 

 

            “ตลกอะไร จะไปก็ไปสิ” คยองซูพูดก่อนจะผลักหน้าอกแอลเบา ๆ ให้เดินถอยหลังออกไป หลังจากที่คนตัวเล็กปิดประตูแล้วคยองซูก็พาร่างของตัวเองเดินนำออกมาปล่อยให้แอลกลายเป็นฝ่ายเดินตามมาช้า ๆ ทั้ง ๆ ที่เป็นคนมาตาม

 

 

ขายาวก้าวตามหลังขาสั้น ๆ ที่กำลังรีบเดินด้วยอารมณ์ที่แสดงออกว่าไม่พอใจกับการถูกเจ้านายของแอลเรียกไปพบ แอลมองตามหลังคยองซูที่ตัวเล็กกว่าเขาไม่น้อยก่อนจะมีความคิดที่เริ่มไหลเข้ามาในหัวว่าเห็นตัวแค่นี้แต่ใจเด็ดชะมัด เพราะถ้าเขาเป็นคยองซู ...

 

 

นับตั้งแต่วันที่รอดไปได้เขาจะไม่มีทางกลับมาวุ่นวายกับจงอินอีกแน่ ๆ

 

 

แอลทำงานกับจงอินมาได้สักพักก็รู้ว่าเจ้านายของเขาไม่ใช่คนดี อ่า ... ใช้คำว่าเป็นคนเลวเลยดีกว่า

 

 

            หากเจ้านายคิดจะฆ่าคยองซูจริง ๆ ป่านนี้คนตัวเล็กนี่ไม่ได้มาเดินปึงปังอยู่ข้างหน้าเขาแบบนี้หรอก

 

 

            ความคิดเรื่อยเปื่อยของแอลหยุดลงเมื่อมาถึงยังหน้าห้องที่เป็นจุดหมายของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว คนตัวเล็กหยุดชะงักมือที่กำลังจะหมุนลูกบิดประตูก่อนจะหลุบตาลงต่ำเหมือนกำลังไม่มั่นใจอะไรบางอย่าง

 

 

            “เข้าไปสิ”

 

 

            เสียงแอลดังมากพอที่จะทำให้คนตัวเล็กนั่นได้ยินอย่างแน่นอน แต่กลับไม่มีผลอะไรเลยเมื่อคนตัวเล็กหันมามองที่เขาก่อนจะเอ่ยถามออกมา

 

 

            “แล้วนายล่ะ”

 

 

            “กูก็กลับไปทำงานของกูต่อสิ”

 

 

            “อ่อ ... งั้นหรอ”

 

 

            “เข้าไปสิ” แอลพูดเรียบ ๆ ก่อนจะมองไปทางบานประตูเพื่อเร่งให้คยองซูรีบ ๆ เปิดประตูเข้าไปซะ

 

 

            เหงื่อหยดเล็ก ๆ ชื้นขึ้นที่ไรผมของคนตัวเล็กทันทีเมื่อมองไปยังบานประตูตรงหน้า ตอนแรกคยองซูก็ไม่ได้คิดอะไรหรอกแค่ไม่อยากเข้าไปข้างในเฉย ๆ แต่ระหว่างที่เดินมาคนตัวเล็กก็ดันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และมันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คยองซูกำลังใจเต้นตึกตักในตอนนี้

 

 

            ในกระเป๋ากางเกงของเขามีอะไรบางอย่างที่เขาลืมเอามันออก ... มือเรียวค่อย ๆ กำขากางเกงตัวเองเบา ๆ ด้วยความรู้สึกอึดอัดก่อนจะชะงักไปเมื่อสัมผัสไม่ได้ถึงอะไรบางอย่างที่มันควรจะอยู่ในภายใต้กระเป๋ากางเกงของตัวเอง

 

 

            ตากลมโตเริ่มมองไปยังพื้นรอบ ๆ ตัวว่ามันตกอยู่หรือเปล่า ... มันไม่ใช่เรื่องดีแน่ถ้ามันจะมาหล่นหายแล้วมีคนอื่นเก็บไอ้สิ่งนั้นของเขาไปได้

 

 

            แกร๊ก!

 

 

            ลูกบิดถูกหมุนออกโดยฝีมือจากคนข้างในในระหว่างที่คยองซูกำลังงก ๆ เงิ่น ๆ มองหาอะไรบางอย่าง ตากลมโตเบิกกว้างเมื่อถูกคว้าแขนให้เข้าไปในห้องทันทีอย่างไม่ทันตั้งตัว คยองซูพยายามขืนตัวเล็กน้อยก่อนจะถูกแรงกระชากทำให้สุดท้ายขาคู่นั้นก็ก้าวพ้นเขตประตูเข้าไปในห้องของจงอินอยู่ดี

 

 

            ปึง ...

 

 

            หลังจากที่ประตูถูกปิดลงและคนตัวเล็กก็ถูกดึงให้เดินตามมาจนถึงกลางห้อง ความสนใจสิ่งของที่หายไปถูกลืมไปทันทีเมื่อจงอินหันกลับมาพูดกับคนตัวเล็กด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ

 

 

            “ช้า”

 

 

            “ปล่อย” คยองซูสะบัดมือออกจากเกาะกุมของจงอินและถอยหลังออกมาอีกสองสามก้าวก่อนจะจ้องไปที่ใบหน้าของคนที่สูงกว่าอย่างไม่เกรงกลัวและไม่ไว้ใจ

 

 

            “หึ” จงอินหัวเราะเบา ๆ และยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นท่าทางอวดดีนั่น

 

 

            ตัวเท่าลูกหมา แต่เสือก อวดเก่ง

 

 

            “เรียกมาทำไม” คยองซูถามเมื่อรู้สึกว่าเขาควรจะรีบ ๆ คุย จะได้รีบ ๆ กลับห้องไปเสียที ยืนจ้องกันอยู่แบบนี้เขารู้สึกอึดอัด

 

 

            “หึ รีบร้อนจังนะ” จงอินพูดเสียงเรียบจะยกแก้วกาแฟที่ถืออยู่อีกมือนึงขึ้นมาจิบช้า ๆ อย่างสบายใจ รสชาติของกาแฟขม ๆ ทำให้คนตัวสูงรู้สึกผ่อนคลายขึ้นและยิ่งเห็นคยองซูดูจะอยากอยู่ให้ห่าง ๆ เขาแบบนี้ จงอินยิ่งรู้สึกว่าทุกอย่างมันดีไปซะหมด

 

 

            ดีต่อความสนุกของเขาจริง ๆ

 

 

            “ถ้าเรียกมาเพื่อที่จะกวนประสาท ผมขอตัว” ปากเรียวเล็กพูดก่อนจะหันหลังอย่างไม่สนใจคนที่กำลังดื่มกาแฟอย่างสบายอารมณ์และเดินไปยังบานประตูทันทีเมื่อเห็นว่าคนตัวสูงกำลังทำเรื่องที่เขาคิดว่ามันไร้สาระ

 

 

            การดื่มกาแฟมันไม่ได้ไร้สาระหรอก แต่เขาเห็นหน้าจงอินแล้วรู้สึกรำคาญมากกว่า !!

 

 

            ปัง !!!

 

 

            “ไม่ได้สั่งให้เดินหนี ...”

 

 

            เสียงแหบห้าวถูกกระซิบเบา ๆ ที่ข้างใบหูของคนตัวเล็กหลังจากที่เจ้าของเสียงแหบนั่นตบประตูที่คยองซูกำลังจะเปิดจนมันสั่นสะเทือนและดังสนั่นไปทั่วทั้งบ้าน

 

 

            คนตัวเล็กหายใจติดขัดเล็กน้อยเมื่อสัมผัสแบบเดิม ๆ กำลังกลับมาให้เจออีกครั้ง

 

 

            ไม่ชอบเลย ... ไม่ชอบให้จงอินถึงเนื้อถึงตัวกับเขาแบบนี้

 

 

            รังเกียจ !

 

 

            คยองซูหันกลับมาจ้องหน้าจงอินก่อนจะผลักจงอินให้ถอยออกไปห่างจากตัว ซึ่งคนตัวสูงก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร เว้นแต่สายตาที่กำลังโลมเลียคยองซูทางอ้อมนั่นแหละที่ทำให้คยองซูไม่พอใจ

 

 

            “ตกลงคุณมีอะไร”

 

 

            “สุดที่รักของมึงติดต่อมาสั่งของอีกแล้ว ...”

 

 

            “...”

 

 

            “กูควรจะทำยังไงดีกับเงินห้าแสนที่มันหายเข้ากลีบเมฆไปอย่างไร้ร่องรอย ?”

 

 

            คยองซูเข้าใจความหมายของคำว่าสุดที่รักของจงอินในทันทีเมื่อมีคำว่าเงินห้าแสนเข้ามาเกี่ยวข้อง เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่ามาร์คเคยทำรุ่มร่ามกับเขาไว้ เอาจริง ๆ เขาไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำกับอะไรไร้สาระพวกนั้นที่ผ่าน ๆ มา ดูท่าจะมีแต่จงอินนี่แหละที่พูดว่ามาร์คเป็นสุดที่รักของคยองซูอยู่ฝ่ายเดียว

 

 

“ผมจะเป็นคนจัดการเรื่องนั้นเอง เอาเบอร์ของมาร์คมา” คยองซูพูดเรียบ ๆ

 

 

คนตัวเล็กไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดอะไรโดยการเถียงออกไปให้มากความ อยากจะพูดอะไรก็พูดไปเขาไม่สนใจนักหรอกกับวาจาพวกนั้น

 

 

“ไม่ปฏิเสธ ... แปลว่ามึงสนใจมันแล้วงั้นสิ”

 

 

“ก็ถ้าผมจะสนใจใครมันเกี่ยวอะไรกับคุณ”

 

 

“เกี่ยวสิ ... มายคยองซู

 

 

ประโยคที่เคยหลอกหลอนเขามาแล้วครั้งนึงกลับมาให้ได้ยินอีกครั้งจนคนตัวเล็กมองหน้าจงอินนิ่ง ๆ และนับว่าแปลกที่ครั้งนี้คยองซูไม่ได้รู้สึกว่าไอ้ประโยคบ้า ๆ นั่นมันน่าขนลุกเหมือนครั้งแรกที่ได้ยิน จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างคนตัวเล็กไม่จำเป็นต้องสนใจมัน เพราะตอนนี้สิ่งที่เขาสนใจก็คือเรื่องเงินห้าแสนนั่นมากกว่า

 

 

เขาอยากจะทำให้จงอินรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นต้นเหตุทำให้เงินตรงนั้นหายไป แต่เป็นมาร์คเองนั่นแหละ ที่ให้เงินไม่ครบตั้งแต่แรก

 

 

“ผมขอเบอร์ติดต่อมาร์ค”

 

            คนตัวเล็กพูดความต้องการของตัวเองซ้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าที่กำลังบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์อย่างมากเมื่อคนตรงหน้าเขากำลังยืนนิ่ง ๆ และไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมารวมถึงไม่สนใจฟังเขาด้วย

 

 

            จงอินเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะก่อนจะวางแก้วกาแฟดำที่มีไอร้อนจาง ๆ ไว้บนโต๊ะที่จานรองรออยู่ ตาคมมองสบกับตากลมโตก่อนที่เจ้าของร่างสูงจะเลื่อนเอกสารด้วยแรงที่ไม่มากเท่าไหร่แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้กระดาษขาว ๆ นั่นเลื่อนเลยจากขอบโต๊ะที่จงอินนั่งอยู่และปลิวลงมาโต๊ะที่ปลายเท้าของคยองซู

 

 

            “อนุญาตให้ออกไปข้างนอกได้วันนึง ... แต่ไม่ได้ให้ไปเที่ยวเล่นหรอกนะ”

 

 

            จงอินยกยิ้มมุมปากและพูดขึ้นเมื่อคยองซูก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าไม่พอใจกับนิสัยแย่ ๆ ของเขาที่ไม่ได้ส่งกระดาษนั่นให้คนตัวเล็กดี ๆ

 

 

            โดยไม่ต้องให้พูดซ้ำว่าประโยคเมื่อครู่หมายถึงอะไรคยองซูก็เข้าใจความหมายของจงอินได้ในทันที ไม่มีคำตอบใด ๆ ออกมาจากปากบางแต่คนตัวเล็กก็เลือกที่จะหันหลังและก้าวขาเดินออกจากห้องสี่เหลี่ยมกว้าง ๆ ที่มีแต่เฟอร์นิเจอร์ราคาแพงและทิ้งให้คนไร้มารยาทนั่นนั่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียว

 

 

            เพราะขืนอยู่ต่ออีกแค่นาทีคยองซูคงได้ปะทะกับจงอินแน่ ๆ ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

----------------------------------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            คนตัวเล็กสูดอาการข้างนอกเข้าเต็มปอดหลังจากที่ได้ออกมาผ่อนคลายสติอารมณ์อีกทั้งยังไม่ต้องอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวคนที่เขาเกลียดแสนเกลียดในห้องทำงานนั่นอีกด้วย ในมือเรียวถือโทรศัพท์มือถือก่อนจะมองไปรอบ ๆ ตัว เพื่อหาร้านที่ใครบางคนนัดเขามาที่นี่

 

 

และเมื่อสายตาหันไปพบป้ายชื่อร้านขนาดใหญ่ตามที่ได้นัดกันไว้คนตัวเล็กก็ไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปทันที

 

 

คยองซูมองไปรอบ ๆ ร้านที่เหมือนจะเจ๊งแน่ ๆ ขืนยังมีลูกค้าอยู่เพียงแค่โต๊ะเดียวแบบนี้ทุก ๆ วัน ขายาวก้าวไปยังโต๊ะเพียงโต๊ะเดียวที่มีผู้ชายเจ้าของเรือนผมสีขาวสว่างนั่นนั่งอยู่

 

 

แน่นอนว่าจงอินไม่ได้ให้เขาออกมาเที่ยวเล่นเหมือนอย่างที่บอกนั่นแหละ คยองซูดึงเก้าอี้ออกและนั่งที่ตรงข้ามกับผู้ชายเจ้าของชื่อมาร์คซึ่งยิ้มกว้างอย่างดีใจที่เห็นเขานั่งลง

 

 

สุดท้ายก็ได้มากินข้าวสมใจมาร์คจนได้สินะ

 

 

“ชอบไหมครับกับบรรยากาศส่วนตัวแบบนี้ ?”

 

 

“ถ้าไม่คิดว่ามันจะเป็นการทำให้ร้านเขาเจ๊งล่ะก็ ต้องบอกเลยว่าผมชอบมากเพราะมันทำให้เราคุยกันได้สะดวก” คนตัวเล็กพูดและไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกไปทั้งดีใจหรือเสียใจหรืออะไรก็ตาม

 

 

บอกตามตรงว่าคยองซูเองก็ไม่ได้ไว้ใจมาร์คหรอกนะถึงได้ยอมมานั่งกินข้าวที่นี่ด้วยน่ะ

 

 

รอยจูบบนหลังมือและสายตาที่มาร์คมองเขาในวันนั้นยังคงทำให้คนตัวเล็กระแวงได้อยู่ดีนั่นแหละ

 

 

“ผมลงทุนปิดร้านเพื่อการทานอาหารของเราเลยนะครับ” มาร์คพูดและยิ้มหวานให้คยองซูพร้อม ๆ กับที่ดูเมนูของทางร้าน

 

 

คยองซูทำหน้าเซ็งขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่ออกมาจากปากของผู้ชายผมขาวตรงหน้า ให้ตายสิ เขาขอถอนคำพูดละกันที่บอกว่าร้านนี้จะเจ๊ง ... แสดงว่าปกติร้านนี้ก็ขายได้เหมือนร้านอื่น ๆ แต่เพราะวันนี้มีบางคนเหมามันงั้นสินะ

 

 

นี่คิดว่าจะทำให้เขาประทับใจหรือไง ? บอกตามตรงสำหรับคยองซูมันดูเป็นการกระทำที่โง่มาก

 

 

“คิดยังไงถึงติดต่อมาอีกล่ะครับ” คยองซูถามหลังจากที่หยิบเมนูมาเปิดขึ้นดูบ้าง ราคาอาหารแต่ละจานถือว่าหนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกันทำให้คยองซูต้องกวาดสายตาดูอย่างละเอียด

 

 

“ก็อยากได้ของเพิ่มน่ะครับ”

 

 

“ลอตนั้นหมดแล้วเหรอครับ ?” คยองซูชะงักเมื่อรู้สึกว่าเขาเพิ่งเจอกับมาร์คแค่ยังไม่ถึงไม่ถึงสองอาทิตย์แต่ไอ้ยาผิดกฏหมายถุงเบ้อเริ่มนั่นกลับถูกขายออกไปจนมาร์คต้องติดต่อขอซื้ออีกครั้งแล้วงั้นเหรอ

 

 

สิ่งต่าง ๆ บนโลกเรานี่มันชักน่ากลัวขึ้นทุกวันแล้วสิ

 

 

“ขายออกไปไวจนไม่น่าเชื่อเลยล่ะครับ”

 

 

“แปลกนะครับที่พระเจ้าเข้าข้างการประกอบอาชีพชั่ว ๆ แบบนี้” ปากเล็ก ๆ พูกออกไปเหมือนประโยคสนทนาปกติแต่ก็แฝงไว้ด้วยข้อความจิกกัดแสบ ๆ ตามจริงที่คนตัวเล็กพูด

 

 

รอยยิ้มที่ไม่ได้แสดงออกมาว่าโมโหหรือไม่พอใจอะไรถูกเจ้าของเรือนผมสีขาวแสดงออกมาทางใบหน้าเมื่อรู้สึกว่าคยองซูมักจะเป็นคนที่พูดอะไรตรงไปตรงมาอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด ปากสวย ๆ ที่น่าบดขยี้นั่นเฉือดเฉือนได้ไม่เลว ทำให้เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคยองซูถึงทำงานอยู่กับจงอินได้ และเพราะแบบนั้นเขาจึงรู้สึกชอบคยองซูเพิ่มขึ้นไปอีกจากครั้งแรก

 

 

            “พูดตรงดีนะครับ”

 

 

            คยองซูยิ้มให้กับมาร์คก่อนจะวางเมนูกลับที่เดิมและยกมือขึ้นสั่งอาหารกับพนักงานที่ไม่ได้เดินมายืนรอตั้งแต่แรกเพราะมาร์คอยากให้มีความเป็นส่วนตัวเวลาคุยกัน

 

 

            พนักงานสาวจดออเดอร์และมองมาร์คไม่วางตาเมื่อหน้าหล่อ ๆ นั่นกำลังพูดรายชื่ออาหารออกมาไม่หยุดต่างกับคยองซูที่สั่งไปเพียงแค่อย่างเดียว

 

 

            ราคาขนาดนั้นทำให้คยองซูแทบไม่อยากจะสั่งมันเลยสักนิด ไม่รู้ว่าเนื้อบ้าอะไรราคาถึงได้สูงนัก

 

           

            หลังจากได้ออเดอร์ทั้งหมดคยองซูก็มองจ้องไปที่มาร์คหน้าขาว ๆ นั่นมองไปที่รายการของหวานในเมนูเล่มนั้น และอาจจะเป็นเพราะคยองซูนั้นจ้องมองคนตัวสูงนานไปหรืออะไรก็แล้วแต่มันทำให้หน้าหล่อคมไปทุกสัดส่วนนั่นมองตรงมาที่คยองซูที่สบตาเขาอยู่แล้วก่อนจะยิ้มเล็กน้อย

 

 

            “มีอะไรครับ”

 

 

            “คุณก็รู้ใช่ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับการซื้อขายในวันแรก” คยองซูตัดสินใจถามออกไปเมื่อรู้สึกว่าอะไรบางอย่างมันทำให้เขาอึดอัด

 

 

            และเขาไม่ชอบที่ถูกคนอื่น ๆ มองว่าเขาไร้ความสามารถหรือทำงานไม่ได้เรื่อง

 

 

            คนตัวสูงกว่าไม่ได้ตอบอะไรแต่ก็พยักหน้ารับช้า ๆ เพราะเหตุผลที่จงอินให้คยองซูมาในวันนี้มันก็ต้องเป็นเพราะเรื่องนั้นแน่ ๆ แน่นอนว่ามาร์คได้คุยกับจงอินเรียบร้อย และเขายืนยันได้ว่าเงินจำนวนนั้นมันถูกส่งไปครบตามจำนวนแล้วจริง ๆ ! เงินหายไปทีตั้งห้าแสนจะบอกว่าฝั่งเขาจงใจโกงก็จะเป็นการทำให้ฝั่งเขาดูโง่เกินไปหน่อยที่จะใช้วิธีโกงโดยการให้เงินไปไม่ครบแบบนั้น

 

 

            ถ้าเขาคิดจะโกงจริง ๆ พิมพ์แบงค์ปลอมไปให้เลยจะง่ายกว่าไหมล่ะ ...

 

 

            “ถ้างั้นผมก็ขอถามตรง ๆ ...”

 

 

            “...”

 

 

            “ฝั่งคุณโกงเงินนั่นจริง ๆ หรือเปล่า”

 

 

คยองซูรู้ว่าการถามออกไปแบบนี้มันเป็นอะไรที่โง่มาก ๆ แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาถามออกไปแบบนั้น

 

 

ถ้าคนตัวเล็กลองคิดดี ๆ เขาจะคิดได้ว่าขโมยที่ไหนจะยอมรับว่าตัวเองเป็นขโมย คงจะมีแต่คยองซูนี่แหละมั้งที่กล้าถามคำถามที่ต้องใช้ความซื่อสัตย์ในการตอบกับบุคคลที่ทำธุรกิจในด้านมืด

 

 

ต่อให้คยองซูจะเหมือนแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อนแค่ไหนเขาก็เป็นแค่เด็กคนนึงที่คิดอะไรไม่ค่อยทันคนอื่นอยู่ดี

 

 

            “คุณจงแดทำงานในวงการนี้มานาน และคงไม่โง่พอที่จะเอาชื่อเสียงไปแลกกับเงินแค่นั้น”

 

 

            ประโยคที่มาร์คพูดไม่ได้มีรอยยิ้มออกมาเหมือนประโยคอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ของเขา และนั่นมันทำให้คยองซูชะงัก ... กับแววตาที่แสดงออกมาอย่างแน่วแน่

 

 

“ผมเชื่อแววตาที่คุณแสดงออกมานะมาร์ค ... แต่อะไรมันก็ไว้ใจไม่ได้

 

 

            เพราะคยองซูก็ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วในแววตาแน่วแน่คู่นั้นจะกำลังหัวเราะเขาอยู่หรือเปล่าที่กำลังจะทำให้คนตัวเล็กคนนึงหลงเชื่อในความโง่เง่าของตัวเอง

 

 

“ใช่ครับ ... เส้นทางนี้ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น”

 

 

ตาคู่คมยังคงจ้องประสานสายตากลับคยองซูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงและปากแดง ๆ ของผู้ชายที่แสนจะหล่อตามแบบฉบับคนที่มีเชื้อจีนตรงหน้านั่นก็ยังคงพูดออกมาเรื่อย ๆ พูดอะไรบางอย่างที่ทำให้คยองซูคิดตาม

 

 

“ผมก็สงสัยเหมือนกัน ว่าฝั่งของคุณน่ะ ...”

 

 

            และในความคิดนั้นคนตัวเล็กก็เพิ่งค้นพบ ... ว่าบางทีจุดเล็ก ๆ บางจุดที่คนหลาย ๆ คนต่างมองข้าม

 

 

          “เชื่อใจคนของตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า”

 

           

            ก็ทำให้ระบบใหญ่การปกครองใหญ่ ๆ พังล้มไม่เป็นท่าได้เหมือนกัน

 

 

          

 

 

           

 

            { F }

            หายไปนานมากจนแทบจะจำอะไรไม่ได้ ต้องมาอ่านเนื้อเรื่องใหม่และพบว่า โอ้วมายก็อตตตต คำผิดมันเยอะมากจีจีนะ อยากจะให้หลาย ๆ คนมองข้ามมันไป เพราะบางทีเราก็รีบพิมพ์จนพิมพ์ผิด ๆ ถูก ๆ ฮ่า ๆๆๆๆ แต่สัญญาว่าจะมาตามอ่านและแก้ไขเนื้อหาให้ถูกต้องเรื่อย ๆ แน่นอน

            หากใครเห็นว่ามันผิดเยอะเกินไปก็แจ้งเราด้วยก็ดี และจะเป็นพระคุณมากกกกกกกก ถถถถถถ หลังจากนี้นิยายอาจจะขึ้นอัพเดตบ่อยกว่าเดิม (จากที่เมื่อก่อนก็แทบทุกวัน) เพราะเดี๋ยวเรากับเพื่อนอีกหนึ่งคนจะทำการอ่านทวนอีกคนละรอบเพื่อหาคำผิดนะจ๊ะ

            สุดท้ายก็เหมือนเดิมคอมเม้นคือกำลังใจที่จะทำให้เราก้าวผ่านไปได้ และติดแท็ก #fickillme ก็ดีเช่นกัน ตะหู้ววว มีช่องทางให้ขนาดนี้แค่คอมเม้นหรือแท็กให้กำลังใจนิดนึงคงได้ใช่ไหม โอ้เย บ่นเยอะแยะไปดีกว่าเดี๋ยวโดนรองเท้าปา บั๊บบุยยยยยยยยยยยยยยย

            ปล.แก้คำผิดหมดแล้วนะแจ้ะะะะะะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

481 ความคิดเห็น

  1. #457 Kyss (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2559 / 00:50
    แอลเหรอ หรือมินโฮ โอยยย เรื่องนี้ไม่ใช่เล่นๆนะ ที่มาแก้แค้นแล้วจบด้วยแบบฉบับเดิม เรื่องนี้ซับซ้อน มีเงื่อนงำให้ติดตามตลอดนาจา
    #457
    0
  2. #404 ` PuGun. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2559 / 17:27
    เอาล้าวว 5555555555555555555555555
    #404
    0
  3. #304 MyDyo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 22:58
    เอ้าาา มีงานเเล่วววววว
    #304
    0
  4. #303 MyDyo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 22:57
    เอ้าาา มีงานเเล่วววววว
    #303
    0
  5. #278 ディオー (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 01:41
    เอ้าคดีพลิกซะอย่างงั้น
    #278
    0
  6. #269 nannapat sukcharoen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 11:30
    กำลังหนุกเลยยยย มาต่อไวๆน้าาา ไรท์สู้ๆ
    #269
    0
  7. #268 Armexo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 22:47
    รอมาต่ออยู่นะค่ะ
    #268
    0
  8. #263 prawDyo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 12:20
    รอตอนต่อไป..
    #263
    0
  9. #262 E_Rung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 23:34
    มาแล้ววว ฮือออ กำลังมันเลยค่ะ คยองซูพาร์ทนี้ทำอะไรไว้? ที่มาร์คพูดนี้ต้องการจะสื่ออะไร? และของที่คยองซูทำหายนั้นคืออะไร เราจับมันมาเชื่อมโยงกันเองแล้วอ่ะ ไม่รู้เรื่องเป็นไง แต่เดาแบบนี้สนุกดีค่ะ ตื่นเต้นนน
    #262
    0
  10. #261 ` kadi . ★ 8812 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 12:26
    รอค่า เรื่องนี้สนุกมาก
    #261
    0
  11. #253 Kaserr (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 22:28
    รอนะคะ ชอบเรื่องนี้มากกก
    #253
    0
  12. #252 Porokrong .9493 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 22:07
    ถึงเข้าาาแล้วจะเจอคำว่ารอ

    ก้จะรอน้าาาา ><
    #252
    0
  13. #251 akashi.sama (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 20:56
    ดีใจมากตอนเห็นเรื่องนี้อัพ รออยู่นะคพ ไรท์สู้ๆ จุ้บบบบบ????????
    #251
    0
  14. #250 mew2233 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 19:41
    รอนะคะ ชอบเรื่องนี้ อยากรู้มากกว่าจะรักกันได้ยังไง
    #250
    0
  15. #249 prawDyo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 19:37
    รอออออออออออคะ..
    #249
    0
  16. #247 ssppy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 17:53
    มาต่อเร็วๆน้า สนุกมากเลย
    #247
    0
  17. #246 Llynn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 22:54
    ปักป้ายรอเลยน
    #246
    0
  18. #245 eunbae (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 17:54
    เราจะรอน้า T__________T
    #245
    0
  19. #244 Kaserr (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 13:44
    กรี๊ดดดดดกดดดดกดดดก รออ อๆๆๆๆๆๆ
    #244
    0
  20. #243 lunary_moon (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 23:23
    นึกว่าลืมกันไปชะแล้ว ดีใจจังที่กลับมาอัพต่อ >_<
    #243
    0
  21. #240 sorn Siri (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 17:21
    โฮๆๆๆๆๆๆๆอยากอ่าน
    #240
    0
  22. #239 mew2233 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 14:35
    รอนะคะะะะ
    #239
    0
  23. #238 Tfiom Kati (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 13:26
    กรีดร้องเลยค่าาา รอมานาน ไรท์จะกลับมาต่อแล้วววววว นี่คิดว่าไรท์จะทิ้งเรื่องนี้แล้วซะอีก บอกเลยว่าดีใจมากกกกก รอ รอ รอ นะคะ
    #238
    0