SWEET SITUATION :: หนีรักมาพบคุณ

ตอนที่ 5 : หนีรักมาพบคุณ : บทที่ 3 ตกลงปลงใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,267
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    31 ธ.ค. 62



บทที่ 3 ตกลงปลงใจ

         


          ผ่านมาแล้วหนึ่งวัน กับการพยายามโทร. เข้าเครื่องของเธอเพื่อหวังว่าอีกฝ่ายที่เก็บเครื่องไปนั้นจะยอมรับสายและยังไม่นำเครื่องของเธอไปขายทิ้งก่อน สุดท้ายแล้วก็เริ่มตัดใจเมื่อไม่มีคนรับอีกทั้งยังถูกปิดเครื่องไปดื้อ ๆ อีก

          ลฎาภานั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก พลางเอื้อมมือกดรีโมตโทรทัศน์เปลี่ยนช่องไปเรื่อย ๆ ในช่วงที่ต้องรอผลการสัมภาษณ์อย่างไร้ความหวังนั้น ทำให้รู้สึกแย่เช่นกัน แม้ว่าจะติดต่อไปหลายบริษัท ทว่าช่วงนี้ยังไม่มีการรับพนักงานใหม่บ้าง หรือบางบริษัทก็มีพนักงานเต็มอัตราอยู่แล้ว เหมือนแสงที่ริบหรี่มาก

          กริ๊งกริ๊ง เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น หญิงสาวจึงขยับตัวเอื้อมมือไปหยิบหูโทรศัพท์ยกขึ้น

          [ทำไมพี่โทร. เข้าเครื่องแล้วไม่รับล่ะ]

          “โทรศัพท์หาย แล้วนี่ไม่คิดจะกลับบ้านเลยหรือไง วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ ?” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความแปลกใจที่ไม่เห็นพี่สาวกลับบ้านมาตั้งแต่เมื่อคืน อันที่จริงเมื่อก่อนที่จะคบกับแฟนหนุ่มก็เคยเป็นอยู่บ้าง จนไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ ทว่า...นั่นก็หลายปีผ่านมาแล้ว

          [เออน่า...วันนี้พี่ลางาน กำลังจะกลับบ้าน เมื่อวานเมามาก]

          “เมาแล้วไปนอนที่ไหนมาอะ”

          [เรื่องนั้นไม่ต้องยุ่งหรอกน่า...จะเที่ยงแล้ว ทำมือเที่ยงเผื่อด้วยนะ]

          ลฎาภาถอนหายใจออกมาพลางหันมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง “โอเค...ขับรถดี ๆ ล่ะกัน”

          เมื่อพูดจบอีกฝ่ายก็วางสายลง เธอมองโทรศัพท์แบบงงๆ เพราะน้ำเสียงฟังออกจะไม่สบอารมณ์มากนัก ทำให้รู้สึกแปลกใจ ลฎาภาวางหูโทรศัพท์ ปิดโทรทัศน์ก่อนขยับตัวลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องครัว

          หญิงสาวเปิดตู้เย็นกวาดสายตามองก่อนหยิบผักและอาหารสดออกมาวางไว้ข้างนอก หันและล้างอย่างสะอาดครั้งกำลังตั้งกระทะเปิดเตา เสียงโทรศัพท์บ้านก็ดังขึ้นติดต่อกันจนต้องปิดเตาและเดินออกจากครัวไปรับสายทันที

“สวัสดีค่ะ”

[สวัสดีครับ]

ลฎาภาอึ้งไปครู่หลังจากที่รับสาย

“ค่ะ เออ...ไม่ทราบว่า...”

[คือผมเก็บโทรศัพท์ของคุณได้เมื่อวันก่อนที่ห้องน้ำชายในบริษัท ไม่ทราบว่าเป็นของคุณหรือเปล่าครับ]

“ชะ...ใช่ค่ะ” หญิงสาวตอบรับด้วยน้ำเสียงดีใจ “ดีใจจัง”

[พอดีเมื่อวานผมยุ่ง ๆ เลยไม่ได้รับสายที่คุณโทรเข้ามาอีกทั้งแบต ฯ โทรศัพท์ก็หมดพอดี ขอโทษด้วยนะครับ]

เขาดูสุภาพมาก...อยากเจอจัง ใครกันที่เก็บโทรศัพท์ของเธอไป

“ขอบคุณมากนะคะ”

[วันมะรืนช่วงเย็นคุณสะดวกไหม ? ผมจะนำโทรศัพท์มาคืนให้คุณ]

“สะดวกมากค่ะ” ลฎาภารีบตอบกลับในทันที

[ครับ ถ้าอย่างนั้นห้าโมงครึ่งที่ร้านกาแฟตรงข้ามบริษัทนะครับ ผมจะนั่งรออยู่โต๊ะด้านในของมุมร้าน]

“ได้ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” หญิงสาวกล่าวขอบคุณ ขณะที่อีกฝ่ายได้วางสายลงหลังจากที่พูดจบ

สวรรค์ยังไม่ใจร้ายกับเธอ...ขอบคุณจริงๆ โชคดีที่ยังไม่ตัดสินใจซื้อเครื่องใหม่ไปเมื่อวาน ไม่อย่างนั้นคงจะเสียดายแย่ ลฎาภาวางโทรศัพท์ลงแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องครัว ทำอาหารมื้อเที่ยงอย่างมีความสุข จนเสร็จเรียบร้อย พอดีกับที่ได้ยินเสียงประตูและเสียงรถ จึงรู้ว่าพี่สาวได้กลับมาแล้ว

หญิงสาวนำอาหารออกมาจัดวางบนโต๊ะก่อนเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของพี่สาวด้วยความตกใจ

“พี่รัก...ไปทำอะไรมา”

ถลัชนันท์มองด้วยสายตาที่สับสนมากกว่าจะพูดออกมาได้แค่เธอมีสติขับรถกลับมาบ้านได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว...มันจะมีอะไรที่แย่มากกว่านี้อีกไหม?

“แกทำอะไรกินบ้าง” ถลัชนันท์เปลี่ยนเรื่องสนทนาทันที วางของไว้ที่โต๊ะแล้วเดินไปล้างมือก่อนมานั่งรับประทานอาหารอย่างเงียบๆ โดยไม่ปริปากพูดอะไร

“เป็นอะไรหรือเปล่า?”

ไม่มีคำตอบจากคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามจนกระทั่งเสียงของช้อนและส้อมวางลงกระทบจานกระเบื้องอย่างดัง ทำให้ลฎาภาที่นั่งก้มหน้ารับประทานอาหารอยู่เงยหน้าขึ้นมองอย่างทันที

“ยัยจอม พี่กำลังจะแต่งงาน”

“ห๊า !” แทบสำลักข้าวเลยทีเดียว หญิงสาวยกมือขึ้นลูบหน้าอกหยิบน้ำขึ้นดื่มแล้วส่งสายตามอง “แต่งกับพี่อาร์ตเหรอ ไหนว่าเลิกกันแล้วไง?”

“เปล่า ไม่ใช่พี่อาร์ต”

“อ้าว แล้วใครละ พี่ไปปิ๊งผู้ชายที่ไหนมาอีก ?”

“ไม่ได้ปิ๊งน่ะ เสียตัวให้เลยต่างหาก” ถลัชนันท์พูดอย่างไม่ปิดปัง

ลฎาภาอึ้งจนพูดไม่ออก หญิงสาวไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือทำหน้าตาอย่างไรดี “ละ..แล้วพี่ก็ตอบตกลงแต่งงานเนี่ยนะ !

ถลัชนันท์พยักหน้าเป็นคำตอบ

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ทำงานอะไร เขานิสัยดีไหม?”

“พี่ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร” ถลัชนันท์ตอบด้วยน้ำเสียงแผ่ว เพราะว่ารับปากไปแล้ว และคิดว่าคงไม่มีอะไรเสียหายหากอีกฝ่ายรับผิดชอบ

“แต่...เขาดูมีฐานนะดีนะ”

เมื่อได้ยินก็อึ้งยิ่งกว่าเดิม ลฎาภาพูดไม่ออกทีเดียว

“เรื่องนี้อย่าบอกที่บ้านนะ พี่อยากเก็บเอาไว้ก่อน”

“เดี๋ยวสิ ถ้าไม่บอกแล้วมารู้ที่หลัง...”

“ถ้าบอก...แกลองนึกภาพดูสิว่าจะเป็นยังไง”

ลฎาภายิ้มเจื่อน ๆ รู้ทันทีว่าหากโทร.บอกวันนี้พี่ชายคงนั่งเครื่องลงมาหาไม่เกินวันพรุ่งนี้แน่นอน อีกทั้งยังคงอยากจะพบหน้าผู้ชายคนนั้นด้วยและถ้าหากไม่ถูกชะตาด้วยแล้วละก็... “ตามใจละกัน จอมไม่อยากยุ่งกับการตัดสินใจของพี่ แต่ถ้าคิดว่ามีความสุขก็ทำไป”

เปล่าหรอก...ไม่ได้มีความสุขสักนิด ไม่รู้สึกตื่นเต้นเหมือนงานแต่งงานที่เคยวาดฝันเอาไว้สักนิด

แค่ไม่มีอะไรจะให้เสียหายอีกแล้วต่างหากกับความรัก

“รู้แล้วน่า...อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเองแหละ” ถลัชนันท์พูด ที่จริงไม่ได้เล่าว่าการแต่งงานมาจากความเต็มใจของเขาแต่เป็นผู้ใหญ่ที่จัดให้ต่างหาก

“ถ้าเป็นแบบนั้นได้ก็ดีสินะ”

ถลัชนันท์ไม่ตอบเอาแต่ก้มหน้าก้มตาตักอาหารเข้าปาก ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี เธอจะได้ไม่ต้องเสียเวลารักผู้ชายแบบอรรถนนท์มาถึงห้าปีหรอก !


เป็นเช้าอีกวันที่นั่งส่งอีเมลสมัครงานอีกเช่นเคย จนกระทั่งเที่ยงทำเพียงแค่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินแล้วเขียนจดหมายสมัครงานทางอีเมลไปหลายต่อหลายที่ ส่วนมากมักจะตอบกลับมาว่ายังไม่เปิดรับพนักงานฝ่ายนี้เนื่องจากเต็มอัตรา จนกระทั่งเกือบบ่ายสามหญิงสาวจึงรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อออกไปรอตามนัดกับชายที่เก็บของเธอได้ในห้องน้ำ 

ลฎาภาวิ่งหน้าตั้งข้ามสะพานลอยมาทันทีที่ลงจากรถเมล์ เพราะอุบัติเหตุการจารจรในช่วงเย็นเป็นเหตุทำให้มาสายกว่าเวลาที่นัด ไม่คิดว่าวันนี้จะใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วโมงกว่า เมื่อวิ่งลงจากสะพานมาแล้วหันหากระจกร้านจัดแต่งทรงผมที่ดูยุ่งเหยิงให้เข้าที่

เขายังจะรอเธออยู่ไหม ?

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ผลักประตูร้านเดินเข้าไปพลางกวาดสายตามองไปยังมุมร้านที่เขานัดหมาย แล้วค่อย ๆ สาวเท้าเดินเข้าไปหา

“เออ...ขอโทษนะคะ คือ...”

ให้ตายสิตอนนั้นก็ลืมถามชื่อไว้ด้วย ลฎาภายกมือขึ้นกุมขมับอย่างคาดโทษตัวเอง เมื่อได้ยินเสียง ชายหนุ่มจึงหันมาและขยับตัวลุกขึ้นขณะที่  หญิงสาวยังคงก้มหน้าอยู่

“สวัสดีครับ”

เมื่อได้ยินเสียงหล่อเอ่ยทักทายลฎาภาก็รีบเงยหน้าขึ้นมองทันที ดวงตากลมกะพริบมองอยู่นานเมื่อเห็นชายหนุ่มยิ้มตอบกลับ

“เออ...” หญิงสาวรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก สูดลมหายใจเข้าตั้งสติและขยับตัวนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามเขาก่อนกล่าวทักทาย “สวัสดีค่ะ”

เจตนิพัทธ์เรียกพนักงานแล้วสั่งเครื่องดื่ม ก่อนจะหันมาถามเธอเพื่อสั่งให้เช่นกัน ลฎาภานั้นได้ตอบแค่น้ำเปล่าหนึ่งแก้วด้วยความเกรงใจ

“ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยเก็บไว้ให้ ฉันคิดว่าจะไม่ได้คืนซะแล้ว”

หญิงสาวพูดกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงสั่น

“ไม่เป็นไรครับ” เขาพูดพร้อมกับหยิบซองเอกสารและโทรศัพท์ส่งคืน

“ขอบคุณค่ะ” ลฎาภาเอื้อมมือหยิบของตรงหน้าแล้วยิ้มให้ขณะที่เครื่องดื่มเพิ่งจะมาเสิร์ฟ

“มีคนลืมของคุณไว้หรือครับ”

อ่า...เป็นคำถามที่อยากจะลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปไกล ๆ ทันที แน่นอนว่าทำแบบนั้นไม่ได้ ลฎาภาฉีกยิ้มหวานมองแบบเขินอาย ก่อนจะขยับตัวและโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้  ๆ พร้อมกับกวักมือเรียกให้ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้ามาหา

เจตนิพัทธ์เลิกคิ้วมองอย่างสงสัย แต่ก็ทำตามโดยดี

“คือว่า...” ลฎาภาอ้ำอึ้งอยู่นานเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี “คือว่า...มีคนหยิบของฉันไปผิดน่ะค่ะ” หญิงสาวแต่งเรื่องโกหกทั้งที่ในใจก็กล่าว    ขอโทษเขาหลายครั้ง ถ้าจะให้พูดความจริงที่ว่าเข้าห้องน้ำผิดแล้วละก็...น่าอายจะตายไป

“เป็นแบบนี้เอง ดีนะครับที่ไปเจอซะก่อน”

“ค่ะ” ลฎาภาผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกที่เขาไม่ได้ถามหรือสงสัยต่อ หากเป็นคนอื่นอาจจะถามว่า ใครจะหยิบผิดไป หรือไม่คนนั้นอาจจะเป็นคนที่เดินสวนกับเธอก็ได้ “เออ...แล้วเย็นนี้คุณพอจะว่างไหมคะ? ฉันอยากเลี้ยงข้าวเป็นการขอบคุณ”

ชายหนุ่มยิ้มและยกมือขึ้นมองเวลาที่นาฬิกาข้อมือเป็นเชิงบอก อันที่จริงแล้วเขาไม่ใช่คนที่เก็บได้แต่เป็นเจ้านายต่างหาก และนี่ก็คือคำสั่งที่ให้นำของมาคืนให้

“วันนี้ผมมีธุระต่อ ไว้วันหลังแทนนะครับ”

“ได้ค่ะ ๆ” หญิงสาวตอบกลับในทันที

“ถ้างั้นเรามาแลกเบอร์กันนะครับ” เจตนิพัทธ์พูดขึ้นพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ให้หญิงสาวกดเบอร์

ลฎาภาพยักหน้ารับและกดเบอร์ไปอย่างไม่คิดอะไร เมื่อเสร็จแล้วก็ยื่นส่งให้เขา ไม่นานนักชายหนุ่มก็กดโทร. ออก

“นั่นเบอร์ของผม หากวันไหนว่างผมจะโทร. นัดคุณ” เจตนิพัทธ์ยิ้มให้เธอพลางขยับตัวลุกขึ้น “งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”

ลฎาภามองและขยับตัวลุกขึ้นตามด้วยเช่นกัน ก่อนจะนั่งลงเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์แล้วบันทึกเบอร์ของชายหนุ่มที่เพิ่งโทร. เข้าไว้

“ตายล่ะ ลืมถามชื่อ...” เธอนั่งนิ่งอยู่นานเพื่อนึกชื่อพิมพ์สำหรับจำ แต่ในเมื่อไม่รู้จักเขาอย่างเป็นทางการก็ต้องบันทึกอะไรที่ทำให้นึกออกง่ายเอาไว้ก่อน

“แบบนี้ละกัน”

หลังจากที่บันทึกเบอร์โทรศัพท์แล้ว หญิงสาวก็กดโทร.ออกหาพี่สาว

[ยัยจอม ! ทำไมไม่รับสายที่บ้าน นี่แกหาโทรศัพท์เจอแล้วเหรอ]

ยังไม่ทันจะพูดเสียงปลายสายทำให้ต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู

“หาเจอแล้ว นี่ก็จะโทร. มาถามว่าวันนี้จะกลับมากินมื้อเย็นไหม”

[ไม่น่ะ พี่มีนัดกับเพื่อน]

“งั้นก็ดีเลย จอมขี้เกียจทำเหมือนกัน” หญิงสาวตอบพลางเอื้อมมือหยิบน้ำเปล่าขึ้นดื่ม

[แค่นี้ก่อนนะ พี่รีบ]

เมื่ออีกฝ่ายพูดจบก็ว่างสายไป หญิงสาวได้แต่นั่งงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาแล้วรีบหยิบของทั้งหมดเดินออกจากร้านไปทันที

เวลาผ่านไปนานเกือบชั่วโมง หลังจากดูซื้อของไปพลางๆ ทว่าก็ไม่ได้เลือกซื้ออะไรมากมายนั่นเพราะต้องประหยัดเงินในบัญชีประคองจนกว่าจะได้งานใหม่ทำ แน่นอนว่าถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไปอาจจะถูกพี่สาวส่งกลับไปอยู่ที่บ้านก็ได้ ลฎาภาถอนหายใจออกมาเดินมองหาร้านอาหารก่อนจะเข้าไปนั่งรับประทานเพียงลำพัง...

 

ถลัชนันท์กลอกตาซ้ายทีขวาที เพื่อมองการสนทนาระหว่างชายหนุ่มและแม่ของเขาบนโต๊ะอาหารมื้อเย็น แม้ว่าในร้านอาหารนี้จะหรูและแพง รสชาติอาหารเป็นที่ล้ำลือ ทว่าเมื่อเธอตักเข้าปากแล้วกลับรู้สึกขมคอจนอยากจะอ้วกออกมา

ตอนนี้ทำเพียงแค่เงียบนิ่งและไม่กล้าปริปากพูดอะไรออกมาทั้งสิ้นก้มหน้าตักกินโดยไม่รับรู้ความอึดอัดนี้ ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมายถึงขึ้นต้องแต่งงานรับผิดชอบด้วยซ้ำ แต่เมื่อผู้ใหญ่ฝ่ายชายออกปากมาเอง...เธอก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธ ที่สำคัญไม่ใช่แค่ครอบครัวเขาดูมีฐานนะดีเท่านั้น แต่ยังรวยมากด้วย ถึงจะแต่งงานเพราะไม่ใช่ความรัก แต่ถ้าต่างคนต่างอยู่ไปเธอก็ยินดี

ในเมื่อไม่มีอะไรจะให้เสียหายอีกแล้ว ทั้งถูกแฟนนอกใจ ทั้งเสีย    ครั้งแรกให้คนแปลกหน้า ไม่มีอะไรที่โชคร้ายและน่าเศร้าไปมากกว่านี้อีกแล้ว เอาเป็นว่า...ปลงกับชีวิตแล้วกัน

“เอาเป็นว่าตกลงตามนี้แล้วกัน” ลภัสรดาพูดขณะหยิบผ้าเช็ดปากเช็ค โดยที่ไม่สนสีหน้าและแววตาไม่พอใจของลูกชายแม้แต่น้อย “ส่วนเธอ...เร็ว ๆ นี้จะทำเรื่องสู่ขอทางผู้ใหญ่อย่างเป็นทางการ ยังไงก็...”

“เออ...คือตอนนี้หนูอยู่กับน้องสาวแค่สองคนค่ะ” หญิงสาวพูดปด เพราะไม่ต้องการให้ทางครอบครัวรู้เรื่องนี้

“แล้วญาติผู้ใหญ่คนอื่นละ”

“ไม่มีค่ะ” ถลัชนันท์รีบตอบกลับในทันที

“คุณแม่ครับ...”

“งั้นเรื่องงานแต่งนี้ ทางป้าจะเป็นฝ่ายจัดการให้เองแล้วกัน” ลภัสรดาพูดแทรกโดยไม่สนลูกชายเลยสักนิด ความจริงแล้วหญิงสาวตรงหน้าก็ไม่ได้เป็นดังที่หวังไว้มากนัก เพราะเธอตั้งใจอยากจะให้ลูกชายเพียงคนเดียวแต่งงานกับลูกสาวบ้านที่มีฐานะเทียมกัน ทว่านั่นก็เป็นเรื่องยากไปเสียหน่อยเพราะ ศรันภัทรไม่เคยยอมมานัดดูตัวตามที่บอก ถึงมาก็ทำเรื่องที่เกินคาดจนฝ่ายผู้ใหญ่รับไม่ได้ ครั้งนี้ถือว่าโชคเข้าข้าง แม้จะไม่ชอบเรื่องฐานนะของฝ่ายหญิงแต่โดยรวมก็ถือว่าไม่ได้แย่มากนัก

“เออ...ค่ะ” ถลัชนันท์ตามน้ำอีกฝ่าย ทว่าในใจก็กลัวเรื่องที่ตามมาอีก

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ทันทีที่พูดจบศรันภัทรก็ขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้

“งั้นก็ไปส่งว่าที่ภรรยาของแกด้วยเลยละกัน จะได้รู้จักกันมากขึ้น” ลภัสรดาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าสายตากลับจ้องมองและบอกเป็นเชิงสั่งว่าต้องทำ

“เออ..ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกลับเองดีกว่า” หญิงสาวพูดปฏิเสธอย่างเกรงใจ ทั้งที่จริงกลับคิดว่าหากต้องนั่งรถกลับกับเขาแล้วคงทำให้รู้สึกอึดอัดไม่น้อย แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องนั่งรถมากับเขาจนได้ ถลัชนันท์ได้แต่นิ่งเงียบตลอดทางมีเพียงการบอกทางเป็นระยะ ๆ เท่านั้น จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้ามาในซอยเกือบจะถึงหน้าบ้าน ชายหนุ่มก็หยุดจอดลงนั่นเพราะว่ามีรถอีกคันมาจอดขวางอยู่หน้าประตูบ้านก่อนหน้าแล้ว

ถลัชนันท์ส่งสายตามองด้วยความตกใจเล็กน้อย มือและร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ แน่นอนว่าไม่เคยลืมเลยว่ารถคันนี้เป็นของใคร

ผู้ชายเลว ๆ คนนั้นนั่นเอง...

ดวงตากลมมองด้วยความตกใจและสั่นเทา ถลัชนันท์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันมองศรันภัทรทันทีที่รถหยุดจอดลง แล้วฝืนยิ้มหวานให้ชายหนุ่มตรงหน้าราวกับว่าไม่มีเรื่องอะไร

“ขอบคุณค่ะ” ทันทีที่กล่าวจบก็รีบหันตัวเพื่อเปิดประตูออก ทว่า...

“แฟนคุณใช่ไหม ?” ศรันภัทรก็เอ่ยถามออกมาทำให้เธอหยุดชะงักลง

ถลัชนันท์หันกลับมา “ก็แค่เคยนี่คะ ทำไมหรือคะ?”

“เปล่า” ศรันภัทรตอบเสียงสูงแล้วเงียบนิ่งไม่พูดอะไรอีก จนกระทั่งหญิงสาวเปิดประตูลงจากรถไปแล้ว เขาก็ส่งสายตามองไปยังรถที่จอดอยู่ตรงหน้านั้นทันที นั่นเป็นสิ่งที่เดาไม่ผิดอย่างแน่นอนว่าเธอยังคงมีใจให้ผู้ชายคนนั้นอยู่ ช่างเป็นเรื่องดีจริงๆ ชายหนุ่มมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า แล้วยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง

ทางด้านถลัชนันท์ก็เดินมาที่หน้าประตูโดยไม่คิดจะสนใจรถที่จอดอยู่ แม้ว่าเจ้าของนั้นจะเดินก้าวเข้ามาหาก็ตาม

“เดี๋ยวสิรัก คุยกับพี่ก่อน” อรรถนนท์วิ่งเข้าไปหาและเอื้อมมือคว้าที่ต้นแขน ทำให้ถลัชนันท์หันมามองด้วยสายตาที่ไม่พอใจก่อนจะใช้แรงพยายามสะบัดออกอย่างทันที

“เอามือสกปรกออกไป 

“ฟังพี่ก่อนสิ ได้ไหม? “

ถลัชนันท์ส่งสายตามองอย่างสมเพช “จะตอแหลอะไรอีกละ ? ”

“รัก ! ทำไมพูดกับพี่แบบนี้ !” อรรถนนท์ไม่พอใจ

“ทำไม !” ถลัชนันท์ข่มน้ำเสียงส่งสายตาจ้องมองด้วยความขุ่นเคือง ที่ผ่านมาตลอดหลายปีไม่เคยนอกใจเขาสักนิดทั้งยังพยายามทำตัวให้ดีขึ้น แต่สุดท้ายแล้วกลับเป็นเขาที่ทรยศต่อความรักของเธอ “กลับไปเถอะ รักไม่อยากจะคุยอีก...”

อรรถนนท์ตั้งสติใหม่อีกครั้ง แล้วสบตามองหญิงสาว “รัก...พี่ขอโทษ ให้โอกาสพี่อธิบายได้ไหม มันไม่ใช่แบบที่รักเข้าใจนะ”

“พอเถอะค่ะ เรื่องของเรามันจบลงแล้ว”

ถลัชนันท์พูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า

“ในร้านอาหารที่รักเห็นมันไม่ใช่เลยนะ”

หญิงสาวหัวเราะอย่างสมเพช “เหอะ ! ร้านอาหารงั้นเหรอ แต่ที่รักเห็นคือพี่นอนกับผู้หญิงคนนั้น และคบกันลับหลังมาตั้งหนึ่งปี นี่น่ะเหรอที่จริงใจ”

อรรถนนท์สะอึกโดยไม่กล้าพูดอะไรต่อ

“อย่ามาที่นี่อีก อย่าให้รักขยะแขยงมากกว่านี้...” 

เมื่อพูดจบถลัชนันท์ก็เดินเข้าไปในบ้านทันทีทิ้งให้อีกฝ่ายยืนอึ้งอยู่โดยไม่สนใจ ครั้นเดินเข้ามาในห้องรับแขกพบว่าน้องสาวกำลังนอนดูโทรทัศน์อย่างสบายใจ ทั้งท่าทางที่นอนกึ่งนั่ง และขนมในมือแล้วช่างน่าอิจฉาเสียจริง

“กลับมาแล้วเหรอ?”

“อืม กลับมาแล้ว” ถลัชนันท์ตอบด้วยน้ำเสียงเอื่อย ๆ พลางวางกระเป๋าแล้วนั่งลงที่โซฟาข้างน้องสาว

“เป็นไง ? ทำไมทำหน้าตาแบบนั้น”

หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างหนักเมื่อได้ยินคำถาม เธอไม่รู้ว่าจะเรียงคำพูดอย่างไรเพื่อเล่าเรื่องอัดอั้นทั้งหมดให้ฟังดี ทั้งที่จริงแล้วจะตอบปฏิเสธงานแต่งไปตั้งแต่คราวก่อนก็ได้แล้วแท้ ๆ แต่เพราะว่าความขุ่นเคืองและน้อยใจยังคงมีอยู่ จึงไม่สามารถพูดปฏิเสธงานแต่งไป

“ไม่รู้สิ”

“เรื่องพี่อาร์ตเหรอ ? เมื่อกี้จอมเห็นเขามาหาพี่นะ กดกิ่งถามหาอยู่แต่จอมบอกพี่ไม่อยู่น่ะ ไม่รู้ป่านนี้กลับไปแล้วหรือยัง” ลฎาภาเอ่ยขณะที่สายตายังจ้องมองโทรทัศน์อยู่

ถลัชนันท์ถอนหายใจออกมาเสียงดังโดยไม่พูดอะไร ขณะที่ลฎาภาขยับตัวลุกขึ้นแล้วหันมาถาม “พี่จะดูต่อใช่ไหม ? งั้นอย่าลืมปิดด้วยละ”

“ไม่ล่ะ ปิดไปเลย”

ลฎาภามองก่อนเดินไปปิดและถอดปลั๊กออก 

“ไปนอนละ พี่ก็รีบนอนได้ละนะ”

หลังจากที่น้องสาวเดินลับสายตาไปแล้วถลัชนันท์ก็ยังคงนั่งอยู่ไม่ไปไหน นานเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าที่จะลุกขึ้นเดินมายังห้องนอน...

 

ผ่านมาแล้วไม่รู้กี่วันที่ชีวิตของลฎาภายังคงว่างงานอยู่ แม้จะลองหางานที่อื่นๆ ดูระหว่างรอผลสัมภาษณ์ แต่ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า อาจเป็นเพราะเธอเลือกสถานที่ทำงานที่เดินทางสะดวกด้วยก็เป็นได้จึงทำให้ยังไม่ได้งานสักที

ครืนครืน

แรงสั่นจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ลฎาภาเอื้อมมือหยิบดูก่อนกดรับทันทีที่รู้ว่าคนที่โทร.มาคือเพื่อนสนิทสมัยมัธยม

“ว่าไงจ๊ะ คุณครูคนสวย” หญิงสาวเอ่ยทักทาย

[ยัยจอม โทษทีนะ ฉันเพิ่งหาเวลาว่างได้]

“แล้ว...”

[แกว่างไหม ช่วงนี้น่ะ]

“ก็ว่างอยู่หรอก แต่จะไปไหนเหรอ?” ลฎาภาเอ่ยถามขึ้นเพื่อรอคำตอบของอีกฝ่ายก่อนตกลง

[ไปกินบุฟเฟต์ไหม ? วันนี้มีโปรโมชั่นลดอยู่ มีเรื่องอยากคุยเยอะเลย]

ถ้าแค่กินก็โอเคเพราะเดินช้อปปิ้งด้วยเธอคงไม่ไหวอย่างแน่นอน อีกอย่างช่วงนี้ต้องใช้เงินเก็บอย่างประหยัดทั้งที่ไม่อยากนำเงินเก็บออกมาใช้จ่ายเลยแท้ ๆ จนกว่าจะหางานใหม่ได้ก็คงต้องตัดรายจ่ายไม่จำเป็นออกไป  

“ถ้าแค่บุฟเฟต์ก็ได้อยู่นะ แต่เรื่องช้อปปิ้งฉันบาย” หญิงสาวพูดขึ้นทันที เพราะเกรงว่าถ้าหากไปเดินด้วยกันแล้วอาจจะอดใจไม่ไหว “แกไม่ได้จะไปเดินช้อปปิ้งด้วยใช่ไหม ?”

อาจจะเป็นการปฏิเสธแบบแล้งน้ำใจไปเสียหน่อย แต่จะให้ทำอย่างไรได้กันในเมื่อตอนนี้ยังว่างงานอยู่

[ไม่ช้อปหรอก ฉันแค่อยากคุยเล่นแหละ งั้นศุกร์นี้เจอกันนะ]

“โอเค แล้วเจอกันจ้า” ลฎาภาตอบรับทันที ขณะที่อีกฝ่ายตอบแล้ววางสายไป

หญิงสาววางโทรศัพท์ลงที่โต๊ะถอนหายใจออกมา แล้วเปิดอีเมลเพื่อส่งจดหมายสมัครงานต่อก่อนจะเดินออกจากห้องมายังห้องครัวเพื่อทำอาหารกินมื้อกลางวัน

ลฎาภาใช้เวลาทำอาหารและรับประทานในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เดินกลับเข้ามาในห้องนั่งอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์เช่นเดิม คราวนี้ไม่ได้นั่งหาบริษัทเพื่อสมัครงาน แต่กลับเป็นการหาละครย้อนหลังดู จนกระทั่งมีอีเมลเด้งขึ้นมา หญิงสาวจึงกดพักละครเอาไว้แล้วเปิดอ่านทันที

ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจ ริมฝีปากอ้าค้างก่อนจะกรี๊ดลั่นออกมาเสียงดังแล้วลุกขึ้นวิ่งไปรอบห้องราวกับถูกรางวัลที่หนึ่ง  

เธอได้งานทำแล้ว !

ลฎาภาตั้งสติและเดินเข้ามาอ่านอีเมลอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเป็นที่สุดเหมือนว่าได้โชคใหญ่เข้ามา  ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีโอกาสได้เข้าไปทำงานในบริษัทใหญ่ทั้งที่ใจนั้นไม่กล้าคาดหวังเลยสักนิด

แน่นอนว่าวันนี้เป็นวันดีที่สุดในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา...

 

 

 

++++++++++++

  ติดตามผลงานที่เพจได้นะคะ

Page Facebook : Mamaya Writer 

 สั่งซื้อหนังสือได้ที่ http://www.mamayabook.com/ (คลิก)




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

260 ความคิดเห็น

  1. #259 252555555 (@252555555) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 20:31
    สรุปคือคนไหนที่กลับมาเกิดเนี่ยงง
    #259
    3
    • #259-1 赵美芳 (@flowergay) (จากตอนที่ 5)
      4 พฤษภาคม 2563 / 22:18
      อ่านไปอีกนิดน๊าาาาาท
      #259-1
  2. #254 knom9297 (@knom9297) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 01:13
    งงอ่าาาาาาา
    #254
    0
  3. #30 pim_pom (@pimsaesong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 20:22
    เลิกไปเลย
    #30
    1
    • #30-1 赵美芳 (@flowergay) (จากตอนที่ 5)
      7 กรกฎาคม 2561 / 15:54
      เชียร์เหมือนกันค่า อิอิ
      #30-1
  4. #29 olgla456 (@olgla456) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 19:55
    รอคะๆๆ😍
    #29
    1
    • #29-1 赵美芳 (@flowergay) (จากตอนที่ 5)
      7 กรกฎาคม 2561 / 15:54
      ขอบคุณนะค้า
      #29-1
  5. #26 Wenshi (@great1806) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 14:49
    ถ้าเป็นเรานี่ขอตบทั้งสองคนก่อนแล้วด่าให้สาแก่ใจแล้วค่อยไป แอบคบกันตั้ง1ปี!! มันน่านัก! // รอนะคะ สู้ๆ
    #26
    0