SWEET SITUATION :: หนีรักมาพบคุณ

ตอนที่ 3 : หนีรักมาพบคุณ : บทที่ 1 ความรัก (ไม่) กลับคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    7 ก.ค. 63



บทที่ 1 ความรัก (ไม่) กลับคืน

 


สงตะวันส่องลอดผ่านผ้าม่านในยามเช้าวันหยุด เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นจนน่ารำคาญ หญิงสาวใต้ผ้าห่มขยับตัวเอื้อมมือปิดเสียงก่อนจะซุกตัวลงนอนต่อ ไม่นานนักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง จำต้องลุกขึ้นจากที่นอนเดินงัวเงียมาเปิดประตู

“เมื่อไหร่จะตื่นยะ นอนจนตะวันส่องก้นแล้ว” เสียงแหลมแสบแก้วหูของถลัชนันท์เอ่ยขึ้นมองน้องสาวท้องเดียวกันที่กำลังยกมือขยี้เส้นผมด้วย     สีหน้าหงุดหงิด

“วันนี้วันหยุดนะ ให้จอมได้นอนซ้อมตายไม่ได้เหรอ ?” ลฎาภาตอบกลับด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ตาทั้งสองข้างยังลืมขึ้นไม่เต็มตื่น

“ใช่ ! วันหยุด แต่แกไม่คิดจะตื่นมาออกกำลังกาย ไปเดินเล่นนอกจากนอนอืดอยู่ในห้องหรือไงห๊ะ !

คนฟังถอนหายใจออกมาก่อนจะเอื้อมมือปิดประตูแต่คนเป็นพี่รั้งเอาไว้และมองด้วยสายตาที่ขุ่นเคือง  

“การนอนเป็นปัจจัยที่สำคัญพี่รู้ไหม ? ทำให้ไม่แก่เร็วน่ะ” 

ถลัชนันท์ถลึงตาใส่ทันที เพราะคำว่า แก่’ นั้นกระทบเต็มๆ

“รีบอาบน้ำแล้วลงมาซะ”  คนเป็นพี่กัดฟันพูดส่งสายตามองน้องสาวก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปทันที ขณะที่ลฎาภานั้นมองและยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแล้วปิดประตูห้องลง เธอเดินกลับเข้ามาในห้องพลางถอนหายใจออกมา ส่งสายตามองไปยังโต๊ะข้างหัวเตียงที่มีนาฬิกาตั้งอยู่  

ยังไม่เที่ยงสักหน่อย...

เธอเดินเข้าห้องน้ำจัดการแปลงฟันและล้างหน้า ก่อนใช้มือสางผมที่พันกันให้เรียบร้อยและทาแป้งที่แก้มทั้งสองข้าง และกลับมานั่งที่โต๊ะทำงานเช่นเดิม ครั้นกำลังจะเปิดโน้ตบุ๊กเสียงตะโกนจากชั้นล่างก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ต้องลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปในทันที

“ทำไมยังไม่อาบน้ำอีก” เสียงแหลม ๆ ของถลัชนันท์เอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจเท่าไหร่นักเมื่อเห็นว่าน้องสาวไม่ยอมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งที่บอกไว้แล้วว่าวันหยุดสุดสัปดาห์นี้จะต้องออกไปห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของใช้

“ก็ไม่ได้ออกไปไหนนี่ จะอาบทำไมล่ะ” หญิงสาวพูดพร้อมกับนั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตามองอาหารเช้าตรงหน้า ตอนแรกตั้งใจว่าวันนี้จะไม่ลงมารับประทานอาหารช่วงเช้าเผื่อน้ำหนักที่กำลังขึ้นในช่วงนี้จะได้ลดลงบ้าง ทว่าเมื่อเห็นเมนูโปรดตรงหน้าแล้ว...ขอเปลี่ยนความคิดดีกว่า

“ไม่ต้องกิน ถ้ายังไม่อาบน้ำ” คนเป็นพี่พูดขณะที่ยกชามโจ๊กตรงหน้าของน้องสาวออกมา  

ลฎาภามองด้วยความเสียดายสุด ๆ แต่ก็ไม่ยอมลุกขึ้นทำตามโดยดี  

“ไม่เอา” เธอทำหน้ามุ้ย วางช้อนลงที่โต๊ะแล้วลุกขึ้น

“ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้” น้ำเสียงเข้มแกมสั่งของพี่สาวทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาที่ไม่พอใจ “ก็ได้ ถ้าไม่ไปเดือนนี้ ก็ไม่ต้องกินข้าวที่บ้าน ของใช้ ผ้าอนามัย สบู่ล้างหน้า ครีม...”

“ไป ๆ ไปอาบแล้ว !”  ได้ผลทันตา ลฎาภารีบวิ่งขึ้นบันไดไปแต่ไม่วายเธอโน้มตัวลงมาและตะโกนเสียงดังว่า “พี่จ่ายนะ” ก่อนจะหายลับไปทันที

ถลัชนันท์มองและส่ายหน้าออกมาไม่ต้องพูดก็รู้อยู่แล้วว่าต้องจ่ายให้ คนอย่างลฎาภางกสุด ๆ ไม่ยอมให้เงินใน บัญชีลดลงแน่นอน ก็ยังดีที่ช่วยงานบ้านและยอมไปช่วยถือของบ้าง

...ให้ตายสิ น้องบ้า !

 

“วันนี้กินหม้อไฟกันนะ” ลฎาภาหันไปพูดขณะที่จอดรถเข้าซองแล้ว

คนเป็นพี่สาวหันมองเบ้ปากใส่ด้วยความหมั่นไส้เจ้าน้องสาวขี้งก “เออ ๆ ไปช่วยซื้อของก่อนแล้วกัน” พูดตัดด้วยความรำคาญเสียมากกว่า เพราะตั้งแต่ลฎาภาย้ายเข้ามาทำงานในเมืองหลวงด้วยแล้ว มารดาและพี่ชายก็ฝากให้เธอเป็นคนดูและน้องสาวคนนี้ ด้วยเพราะไม่เคยเข้าเมืองมาก่อน แต่ใครให้งกขนาดนี้กันละ ถ้าไม่ติดว่าเงินเดือนของเธอมากพอที่จะดูแลน้องด้วย คงไม่ยอมแน่ ๆ

“เย้ !” หญิงสาวร้องขึ้นทันที เพราะว่าเงินในเดือนนี้ใช้ไปกับเรื่อง    ไร้สาระจนเกือบจะหมดแล้ว “มีสายเปย์แบบนี้ นี่ดีจริง ๆ”

ลฎาภาเอี้ยวตัวหยิบกระเป๋าที่เบาะหลังลงขณะที่ถลัชนันท์นั้นเปิดประตูลงมารอข้างนอก หญิงสาวปิดประตูและเดินอ้อมเข้ามาหาพี่สาวเกาะแขนอ้อนราวกับบอกว่า หม้อไฟอย่าลืมนะ

ถลัชนันท์ได้แค่ถอนหายใจมองหน้าน้องสาวคนเล็กจอมเอาแต่ใจขณะที่เดินผ่านประตูเข้าไปในห้างสรรพสินค้า ครั้นเดินเข้ามาแล้ว เสียงผู้คนก็ดังไม่ขาดสาย ทั้งเสียงตะโกนเรียกของพนักงานหน้าร้าน หรือแม้กระทั่งเสียงพูดคุยของคู่รัก...แต่ไม่ได้อยู่ในความสนใจของลฎาภาเลยสักนิด ตรงกันข้ามกับคนเป็นพี่ที่ทำสีหน้าหงุดหงิดออกมา

“ไปซื้อของเสร็จแล้วเอาของไปเก็บแล้วมากินหม้อไฟ แล้วต่อด้วยขนมหวานหน่อยดีไหม”

“ไม่” ถลัชนันท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย ทำให้คนฟังเดาได้ไม่ยากจากอารมณ์ที่แปรปรวนนี้   แน่นอนว่าไม่พ้นเรื่องการมองคู่รักเดินจับมือกันหวานชื่น แต่พี่สาวอายุเลยเลยสามมาแล้วหลายปีก็ยังไม่มีหวังเรื่องแต่งงานสักที แฟนที่คบกันอยู่ก็ไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้สักนิด

“ถึงจะไม่ตะโกนออกมาว่า อยากแต่งงาน’  แต่หน้าชัดเจนมาก ๆ”

ถลัชนันท์หันขวับมองด้วยสายตาขุ่นเคือง

“วันนี้ซื้อของเสร็จแล้วกลับ !

ลฎาภายืนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนรีบสาวเท้าตามพี่สาวไปในทันที

ก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง ทำเป็นงอนไปได้ ชิ !

 

เกือบสามชั่วโมงได้กว่าจะซื้อของใช้จำเป็นเสร็จทั้งหมด ไม่คิดว่าจะเต็มไม้เต็มมือขนาดนี้  ลฎาภามองของในมือและรีบเดินนำเข้ามาในร้านขนมหวาน วางของลงก่อนจะกวักมือเรียกพี่สาวให้เดินเข้ามาด้วย

“ไม่เลี้ยงนะ”  

“ใจร้าย” ลฎาภามองด้วยสีหน้าผิดหวัง ก่อนหันไปสั่งเมนูโปรดกับพนักงานโดยไม่ต้องเปิดรายการขึ้นดู

ถึงแม้ว่าจะเข้าใจพี่สาวก็เถอะ แต่การทำหน้าบูดงอนนี่ ไม่รู้ได้อะไรขึ้นมา งอนไปใช่ว่าแฟนจะเดินมาขอแต่งงานสักหน่อย

“ใครจะเป็นแบบแกล่ะ อายุยังไม่ขึ้นเลขสาม แกไม่เข้าใจหัวอกผู้หญิงที่ต้องการมีครอบครัวหรอก”  

ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือสงสารพี่สาวดี เพราะนิสัยงอนเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทำให้ไม่ค่อยชอบ ไม่รู้สึกแปลกเลยสักนิดที่ทำไมยังไม่แต่งงานกันสักที   

“พี่จะไปใส่ใจทำไม ไม่ได้แต่งงานก็อยู่โสดไปซะสิ จอมยังตั้งใจเลยว่าจะอยู่เป็นโสดไปตลอด” ลฎาภาพูดด้วยสีหน้าที่มีความสุขต่างจากถลัชนันท์ที่ทำหน้าอย่างไม่เห็น

“ใครจะไปคิดแบบแกกันล่ะ !

ก็อาจจะจริงที่ไม่เข้าใจ เพราะเธอไม่เคยสนใจเรื่องมีคนรักเลยสักนิด มากไปกว่านั้นคือการมีอิสระอย่างเต็มที่แบบไม่ผูกมัด  ลฎาภายิ้มเจื่อนๆ ก่อนก้มหน้าลงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่นรอ

“แกรู้ไหมว่าผู้หญิงพอถึงเวลาก็อยากจะมีครอบครัว...”

เฮ้อ...หญิงสาวถอนหายใจพลางส่ายหน้าเหลือบมองพี่สาวที่เอาแต่พูดตัดพ้อต่างๆ นานา 

“เดี๋ยวนี้ผู้หญิงอยู่ได้โดยไม่ต้องง้อผู้ชายกันแล้ว มีเงินซะอย่าง”

“ใครจะคิดแบบแกกันล่ะ”

ลฎาภามองและยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ขณะที่พนักงานเดินเข้ามาเสิร์ฟขนมหวานที่สั่งไป หญิงสาวจดจ้องอยู่กับของหวานตรงหน้า แต่ก็ช้าไปเพราะถลัชนันท์หยิบช้อนและตักเข้าปากไปก่อน

“ไหนว่าไม่กินไง” เธอเงยหน้าขึ้นมอง

“บอกว่าไม่จ่าย แต่ไม่ได้บอกว่าไม่กินนี่”

“ชิ !” หญิงสาวเบ้ปากใส่ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะหยิบช้อนตักน้ำแข็งราดด้วยสตรอว์เบอร์รี่เข้าปาก 

เวลาผ่านไปนานพอสมควรจนกระทั่งชามตรงหน้าว่างเปล่า ลฎาภาหันมองไปตามสายตาที่พี่สาวมองด้านนอกร้าน

“พี่มองอะไร ?”

“เปล่า”  ถลัชนันท์พูดขึ้นไม่เต็มเสียหลังจากที่นั่งเงียบมานาน  “แค่มองผู้ชายหล่อ ๆ เป็นอาหารสายตา”

“ไหน ?” เธอยังคงส่งสายตามองตามด้วยความอยากรู้  

“ผู้ชายสูง ๆ เสื้อสีดำนั่นไง”  คนเป็นพี่ชี้บอกไปมั่ว ๆ เพราะสายตาไม่ได้จ้องตามที่บอก ดวงตากลมกลอกไปมาด้วยความสับสน และคิดว่าเมื่อครู่คงจะตาฝาดไปเองแน่ ๆ ที่เห็นแฟนหนุ่มเดินจับมือกับผู้หญิงคนอื่น

ลฎาภาเพ่งสายตามองไปยังเป้าหมายที่พี่สาวบอกอีกครั้ง ริมฝีปากอิ่มยิ้มออกมาเจื่อนๆ แล้วหันกลับมาแล้วมองพี่สาวก่อนพูดขึ้น “พี่มีแฟนแล้วนะ”

เธอมองพี่สาวที่จ้องผู้ชายอยู่นานมากจนกระทั่งเดินลับสายตาหายไป จึงขยับตัวลุกขึ้นสะกิดเรียกให้ลุกและหยิบของเดินออกจากร้านไป


 

หลังจากที่เดินซื้อของรวมถึงแวะรับประทานอาหารมื้อเย็นเสร็จ กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบสองทุ่ม หญิงสาวทั้งสองช่วยกันขนของจากท้ายรถเดินเข้ามาวางไว้บนโต๊ะในห้องครัว

“เดือนหน้าที่บริษัทมีวันหยุดยาวจะกลับบ้านไหม ?”  ถลัชนันท์เอ่ยถามขึ้นขณะที่วางของ

“จริง ๆ วันหยุดยาวมีตั้งแต่วันนี้และยาวไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหางานใหม่ได้” หญิงสาวตอบกลับพลางหยิบของที่ซื้อมาจัดใส่เข้าตู้เย็น

“อย่าบอกนะว่าเข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ ?”

“ใช่ที่ไหนล่ะ เพื่อนที่นี่ดีทุกคนแหละ แต่เดินทางไกล งานก็หนักเงินก็น้อย” หญิงสาวพูดพลางถอนหายใจออกมาเสียงดัง หันหน้ามามองพี่แล้วพูดต่อไปว่า “ก็มันกลับดึกนี่ ก็รู้ว่าขนาดวันหยุดบางทียังต้องเข้าไปเก็บผลการทดลองที่ทำค้างไว้เลย มันเหนื่อยและจอมก็อยากทำงานที่ขึ้นตำแหน่งสูงมากกว่านี้ได้ด้วย”

“แล้วบอกแม่หรือยัง ?”

ลฎาภาส่ายหน้าทันที “มีหวังให้กลับมาช่วยทำงานที่บ้านแน่ ๆ”

คนเป็นพี่ยิ้มหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำตอบ แน่นอนว่ารู้นิสัยของน้องสาวดีที่ไม่ชอบกลับไปทำงานรีสอร์ทที่บ้านเกิด เพราะต้องรับมือกับแขกเดาไม่ได้ และรวมถึงเธอด้วย

“แต่แกจะมานั่ง ๆ นอน ๆ แบบนี้โดยไม่หางานทำไม่ได้นะ”

ลฎาภามองแล้วยิ้มออกมาด้วยสายตาอ้อนออด “เอาน่า จอมสัญญาว่าจะรีบหางานใหม่ให้ได้เร็ว ๆ”

เฮ้อ...เสียงถอนหายใจของถลัชนันท์ดังขึ้นอีกครั้ง พลางเหล่มองน้องสาวที่กะพริบตาให้

“เออ รีบ ๆ ด้วยละกัน เงินเก็บฉันจะหมดเพราะแกนี่แหละ”

“น่ารักที่สุดเลย !” เธอพูดเสียงหวานเดินเข้ามากอดถลัชนันท์แน่น ก่อนจะคลายวงแขนออกและยิ้มหวานให้ ขณะที่คนเป็นพี่มองแล้วส่ายหน้าออกมาก่อนเดินออกจากห้องครัวไป เหลือเพียงลฎาภาที่ยืนยิ้มออกมาอย่างมีความสุขและโล่งอก

อย่างน้อยก็ไม่ถูกไล่ให้กลับบ้านไปสักพักหนึ่งล่ะนะ...

 

        อยากจะบ้าตายสุด ๆ ไปเลย

          ลฎาภาสบถในใจพลางเอนตัวลงพิงที่พนักเก้าอี้ หลังจากที่รออีเมลตอบกลับจากบริษัทหลายแห่งมาหลายวันแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีการตอบกลับอีกเช่นเดิม เธอยกมือขยี้เส้นผมสีน้ำตาลสั้นประบ่ามือข้างหนึ่งก็เอื้อมหยิบขนมที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมากิน เพราะยังรออีเมล แต่จะปล่อยให้ว่างงานไปหลายเดือน

ก็ไม่ได้ มีหวังต้องโดนบ่นแน่

          หญิงสาวถอนหายใจ พลางเปิดเข้าดูโพสต์ที่อัพเดทผ่านทางเพจรวมทั้งข้อความที่บ่นเพ้อของเพื่อนสมัยเรียน ก่อนขยับตัวลุกขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างตัดใจ ดูท่าแล้วคงไม่มีจดหมายตอบรับจากบริษัทที่ส่งใบสมัครงานไปแน่ ๆ

ลฎาภาเดินออกจากห้องนอนมายังห้องครัวเพื่อหาอาหารว่างรับประทาน ทว่าเสียงถอนหายใจดังนับสิบรอบ ขณะเดินกลับขึ้นมานั่งหน้าจอคอมเช่นเดิม ทันใดนั้นก็มีเสียงอีเมลตอบกลับมา เธอจึงไม่รอช้าที่จะเปิดอ่านทันที ครั้นได้อ่านใบหน้าสวยที่บูดบึ้งอยู่นั้นก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมา

“ได้แล้ว ๆ” หญิงสาวร้องออกมาด้วยความดีใจ ขณะที่ลุกขึ้นเต้นราวกับว่าถูกรางวัลก้อนใหญ่ แม้จะยังไม่รู้ผลตอบรับการเข้าทำงาน แต่บริษัทเรียกสัมภาษณ์งานนั้นถือเป็นเรื่องน่ายินดี อีกอย่างบริษัทใหญ่มีการตลาดดีทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งสวัสดิการพนักงานก็ดีด้วย

สวรรค์ช่วยลูกแล้ว !

ลฎาภาดีใจอยู่นานก่อนจะรีบวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าในทันที มองเสื้อผ้าสำหรับใส่ไปวันสัมภาษณ์ในวันอังคารหน้า จนกระทั่งผ่านไปแล้วสิบนาที เสื้อผ้าทั้งตู้ถูกขนออกมาจนเกือบหมดแล้วก็ยังหาตัวที่เหมาะสมกับการใส่ยังไม่ได้ หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะจัดเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้ดังเดิม

“ไปซื้อใหม่ก็ได้ เผื่อจะได้งานที่นี่” ลฎาภาพูดแล้วหยิบออกมาเสื้อผ้าเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากอาบน้ำเสร็จออกมาเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมามองสายที่โทร. เข้าก่อนกดรับ

“ว่าไงคะ คุณพี่”

[วันนี้กลับดึกนะ กะว่าจะไปกินดินเนอร์กับพี่อาร์ตสักหน่อย]

“พอดีเลย จอมจะออกไปซื้อของอยู่”

[งั้นแค่นี้นะ ปิดประตูบ้านให้ดีล่ะ]

“รับทราบค่า”

ลฎาภาวางสายเดินมาแต่งหน้าแล้วหยิบกระเป๋าออกจากห้องไปทันที

 

หมายเลขที่ท่านเรียก  ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ....

ถลัชนันท์ยืนรออยู่หน้าประตูห้องคอนโด ฯ ของเขามาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว พอโทร. หาแฟนหนุ่มก็ปิดเครื่องไม่รับสาย จนสุดท้ายตัดสินใจที่จะใช้กุญแจสำรองที่ได้ให้เปิดเข้าไปรอข้างใน

เกือบสองอาทิตย์ที่ไม่ได้พบหน้ากับชายหนุ่มเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายงานเยอะ โทร. หรือส่งข้อความไปก็มักจะบอกว่า ติดประชุมบ้าง เจ้านายเร่งงานบ้าง หรือต้องออกไปพบปะลูกค้า จึงทำให้ไม่กล้าโทร. มากวนมากเท่าไหร่ แต่มันก็นานมากจนทำให้เธอรู้สึกว่าเริ่มห่างกันออกไป

หญิงสาวถอนหายใจออกมาเดินดูไปรอบ ๆ ห้อง ก่อนจะเดินไปยังห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่ม ไม่นานนักเธอก็ได้ยินเสียงเปิดประตูจึงรีบเดินไปทว่าก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งแทรกเข้ามาทำให้หยุดชะงักลงและหาที่ซ่อนทันที

“มาอยู่กับฉันแบบนี้ แฟนคุณจะไม่ว่าเหรอคะ ?” เสียงหวานน่ารักออดอ้อนดังขึ้นจากหน้าประตู ถลัชนันท์รีบซ่อนตัวอยู่ในห้องครัว ยกมือปิดปากเงียบเอี้ยวหูฟังบทสนทนาของทั้งสองคน จนกระทั่งแสงสะท้อนผ่านเห็นเป็นเงาจึงรู้ว่าทั้งสองคนนั้นอยู่ฝั่งตรงโต๊ะที่เธอหลบอยู่ หญิงสาวมองเงาเห็นเป็นรูปร่าง มือทั้งสองก็กดปิดปากแน่นกลั่นเสียงเอาไว้ หยดน้ำตาไหลลงมาไม่รู้ตัว ร่างกายสั่นเทาจนไม่มีแรงแม้แต่จะลุกขึ้น

พอมองจากเงาจึงรู้ว่าแฟนหนุ่มของเธอกำลังกอดและจูบฝ่ายหญิงอยู่

เธอทำอะไรผิด ทำไมถึงต้องนอกใจเธอ ?

“นี่ อย่าสิ...เดี๋ยวแฟนคุณมาจะไม่ดีนะ” หล่อนพูดเสียงหวานเป็นเชิงห้ามแต่ก็เป็นการเชิญชวนอีกฝ่ายให้เข้าหา

“ไม่มาหรอก เราคบกันมาปีหนึ่งแล้วนะ ยังไม่ถูกจับได้เลย”

“งั้นก็เลิกกับมันซะสิ” หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“เรื่องนั้นค่อยว่ากัน ตอนนี้เรามาสนุกกันดีกว่านะ”

ถลัชนันท์ได้แค่ฟังเสียงครางของทั้งสองคน ขณะกลั้นเสียงตัวเองเอาไว้มองเงาที่ผ่านลงมายังผนังกำแพงด้วยความเจ็บปวดใจ ก่อนเงานั้นจะหายไป และตามด้วยเสียงปิดประตูห้อง เธอจึงรู้ว่าทั้งสองคนได้เข้าไปในห้องนอนแล้ว ร่างกายทรุดลงเรี่ยวแรงแทบไม่มีเมื่อได้รู้ความจริง เขาคบกับเธอมามาห้าปีกว่าแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะทำแบบนี้ ทั้งที่คิดว่าผู้ชายคนนี้จะแต่งงานและสร้างครอบครัวด้วยแล้ว

ถลัชนันท์หัวเราะสมเพชกับตัวเอง พลางยกมือขึ้นปาดน้ำตา ไม่ใช่ว่าไม่เคยอกหักหรือถูกนอกใจ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกเจียนตาย

หญิงสาวเดินออกมาหันมองไปยังประตูห้องนอนที่มีเสียงดังครางของทั้งสองคนเป็นระยะ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยจิตใจล่องลอย

จะมีสักคนที่เชื่อใจได้จริง ๆ ไหม ?

สักคนที่ไม่นอกใจ

ถลัชนันท์ไม่รู้ตัวเลยสักนิดด้วยซ้ำว่าได้เดินออกมานอกประตูคอนโดฯ ของชายหนุ่มมาแล้ว พอได้ยินเสียงแตรรถบีบเรียกให้ได้สติขึ้นมาก็หันมองแสงไฟที่ส่องจ้า แล้วรู้ว่าตัวเองนั้นได้ยืนอยู่ท่ามกลางถนน จึงรีบสาวเท้าวิ่งข้ามฝั่งอย่างรวดเร็ว ครั้นก่อนเดินต่อไปก็หันมองคอนโด ฯ อีกครั้ง และรีบหมุนตัวสาวเท้าเดินไปเพื่อขับรถออกไปทันที...


“กลับมาแล้วเหรอ ?” เสียงใสของลฎาภาเอ่ยถามขึ้นขณะที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ลำพัง แต่ก็ต้องงุนงงเมื่อพี่สาวเดินผ่านไปโดยไม่ทักตอบ หญิงสาวไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะหยิบรีโมตที่อยู่ข้างตัวกดเปลี่ยนช่องไปเรื่อย ๆ

 ทางด้านถลัชนันท์หลังจากที่ประตูห้องปิดลงแล้ว ก็ทรุดตัวนั่งลงร้องไห้สะอื่นออกมา ยังทำใจยอมรับความเจ็บปวดและภาพที่แสนจะบาดตานั้นไม่ได้ ไม่เคยรู้ที่เขาคบหญิงอื่นมาตลอดหนึ่งปีทั้ง ๆ ที่มอบความเชื่อใจให้ ...เธอนั่งเศร้าอยู่นาน พยายามทำใจให้เข้มแข็งและเลิกสนใจผู้ชายเฮงซวยคนนั้นก่อนตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปหยิบของทั้งหมดที่แฟนหนุ่มซื้อมาให้ในโอกาสต่าง ๆ ใส่ลงถุงขยะ ก่อนจะเปิดประตูห้องวางและขนออกมาให้หมดในรอบเดียวแล้วแบกลงมาชั้นล่างจนครบทั้งหมด

“ทำอะไรน่ะ” ลฎาภาเอ่ยถามขึ้นหันมองด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นพี่สาวขนของจำนวนมากลงมาจากห้องนอน บางชิ้นเธอจำได้ว่าเป็นของที่เคยบอกว่าสำคัญเพราะแฟนหนุ่มเป็นคนซื้อให้

“ของแบบนี้ เอาไปทิ้งให้หมดเลย !” ถลัชนันท์ตะโกนด้วยน้ำเสียงสั่น

“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ?”

ถลัชนันท์นิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม เอาแต่ร้องไห้สะอื้นออกมาจนคนมองพอจะเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ บ้าง แต่ก็ไม่เข้าใจว่าแท้จริงเป็นอย่างไรกันแน่

เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ลฎาภาเอ่ยถามอีกครั้ง

ถลัชนันท์ยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้า ครั้นอยากจะเอ่ยปากเล่าทว่ายังทำใจไม่ได้

ทำไมฮือๆ …”

พี่อาร์ตบอกเลิกเหรอ

ลฎาภาเอ่ยถามเสียงแผ่วพลางส่งสายตามองพี่สาว ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาเดินเข้าไปหา พี่สาวที่เอาแต่ร้องไห้ออกมา ครั้นจะพูดก็พูดไม่รู้เรื่อง แม้จะพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้เพื่อที่จะพูดมันออกมา  

เขานอกใจคนเลวฮือๆ…”

ลฎาภาก้าวมาใกล้ดึงพี่สาวเข้ามากอดเพื่อปลอบประโลมโดยไม่ถามอะไรเป็นการซ้ำเติม

ถ้าอยากจะร้องไห้ วันนี้ก็เสียใจให้สุดๆ ไปเลยนะ แค่วันเดียว

หญิงสาวปลอบพลางใช้มือลูบหลัง เธอรู้ดีว่าแฟนหนุ่ปัจจุบันที่คบกันอยู่นั้นพี่สาวจริงจังมากถึงขั้นอยากแต่งงานสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว อย่างน้อยก็รู้ว่าเขานอกใจก่อนที่จะแต่งงาน

จอมพี่รักเขานะฮือพี่ยังรักเขา”  

ลฎาภาได้แค่เงียบเพราะไม่เคยมีแฟนจึงไม่เข้าใจความรู้สึกนี้เท่าไหร่

เขานอกใจพี่มะมาตลอดหนึ่งปี... 

หญิงสาวฟังแล้วรู้สึกขุ่นเคืองแทนเพราะว่าตลอดห้าปีที่ผ่านมาพี่สาวของหล่อนไม่เคยนอกใจฝ่ายชายเลยสักนิด แม้จะมีผู้ชายมากมายเข้ามาจีบหรือขอคุยด้วยแก้เหงาก็ตาม 

พี่จำที่แม่เคยบอกได้ไหม ? ผู้ชายที่รักเราจริง จะไม่มีวันนอกใจเราเด็ดขาด

แน่นอนว่าคำนี้ถลัชนันท์ไม่เคยลืม ทว่าหัวใจข้างในจุกจนแทบหายใจไม่ออก หล่อนได้แต่พยักหน้ารับเท่านั้น จริงอยู่ถูกอย่างที่น้องสาวบอก ผู้ชายแบบนี้ไม่คู่ควรกับพ่อของลูก ไม่คู่ควรที่จะฝากชีวิตเอาไว้ด้วย

“อืม” ถลัชนันท์ขานรับในลำคอพลางหันมองของที่ขนลงมา มันเคยมีค่ามากที่สุดจนถึงวันนี้กลายเป็นเพียงขยะที่กำลังทิ้ง ความรู้สึกดีๆ ตลอดห้าปีที่ผ่านมาไม่ถึงชั่วโมงกำลังหายไปเพราะความเลว เธอรู้ดีว่ามันยากที่จะลืมแต่ก็ต้องลืมให้ได้...

 

วันหยุดสุดสัปดาห์ผ่านมาถลัชนันท์ไม่ได้ออกไปไหนจากห้องนอนเลยสักนิด แม้กระทั่งอาหารก็รับประทานเพียงนิดเดียวเท่านั้น ถึงจะบอกว่าควรทำใจได้แล้ว ไม่ควรเสียเวลาเศร้าไป ทว่าก็ยังทำไม่ได้อยู่ดี

ก๊อก ๆ ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลายครั้งติดต่อกัน แต่ไม่มีท่าทีที่หญิงสาวจะลุกขึ้นจากเตียงเดินไปเปิด จนกระทั่งประตูเปิดออกมา ภายในห้องที่มืดสนิทแม้กระทั่งผ้าม่านก็ปิดไม่รับแสงตะวันจากด้านนอก

“พี่ควรกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้วนะ”

ลฎาภาเดินเข้ามาในห้องมองคนบนเตียงที่นอนหันหลังให้ อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าพี่สาวนั้นจะคิดทำร้ายตัวเองหรือเปล่า ถึงแม้รู้ดีว่าเพียงเวลาสองวันไม่อาจะทำให้ความรู้สึกนั้นหายไปได้ แต่การที่พี่สาวเธอซึมเศร้าแบบนี้ต่อไปมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา

“จอมควรโทรบอกพี่ชายสุดน่ารักให้มาอยู่เป็นเพื่อนดีไหม ?”

“ไม่ต้องมาขู่เลย ! ”

“ไม่ได้ขู่ แต่จะโทร. จริง ๆ เพราะถ้าอยู่แบบนี้ต่อไปมีอัตราเสี่ยงสูงที่คิดจะทำอะไรบ้า ๆ”

“แกจะไม่โทร. บอกใช่ไหม ?” ถลัชนันท์เอ่ยถามขึ้น เพราะกลัวว่านอกจากจะได้กลับบ้านแล้วบางที่แฟนหนุ่มอาจจะไม่รอดด้วยซ้ำ เธอกลัวว่าจะมีปัญหาใหญ่ตามมาที่หลังยิ่งพี่ชายเป็นคนที่หัวร้อนง่ายอยู่ด้วยเกี่ยวกับเรื่องของคนในครอบครัว 

“ก็ต้องอยู่ที่ว่า พี่เป็นยังไง”

ถลัชนันท์พลิกตัวหันมาขยับตัวขึ้นนั่ง ขอบตาแดงก่ำ ใบหน้าก็เต็มด้วยคราบน้ำตา พลางยกมือขึ้นเช็ดอย่างลวก ๆ พลาดสูดหายใจเข้า แล้วสบตามองน้องสาว

“โอเคแล้ว แกไม่ต้องโทร.ไปบอกนะ”

ลฎาภายิ้มหัวเราะออกมา 

“ก็ดี งั้นลงไปกินข้าวกันได้แล้ว” ถลัชนันท์พยักหน้าขยับตัวลงจากเตียงขณะที่ลฎาภาลุกขึ้น พลันหันมองส่องไปยังกระจกที่อยู่ห่างไม่ไกลนักก็กรีดร้องออกมาด้วยท่าทางตกใจ

“กรี๊ดดดด...นี่หน้าฉันเหรอ ทำไมถึงโทรมแบบนี้” 

ถลัชนันท์รีบลุกขึ้นวิ่งไปที่โต๊ะเครื่องแป้งทันที เดิมทีใบหน้าสวยไม่มีริ้วรอยของวัย อีกทั้งใต้ตาก็ไม่หมองคล้ำเท่ากับตอนนี้ หญิงสาวยกมือขึ้นลูบใบหน้าตามริ้วรอยและความหมองคล้ำด้วยความรับไม่ได้อย่างแรง เท้าทั้งสองที่ยืนอยู่ก็กระทืบพื้นหลายทีก่อนจะหันมามองน้องสาวที่ยืนขำอยู่  

“พี่ควรดูแลตัวเองมากกว่านะ ไม่งั้นอาจจะขึ้นคานจริง ๆ ก็ได้”  

“ยัยจอม 

“งั้นลงไปรอข้างล่างนะ” ลฎาภาพูดพร้อมกับรีบเดินออกจากห้องเมื่อเห็นสายตาค้อนมองมา เพราะรู้ดีว่าพี่สาวรักสวยรักงามมากขนาดไหน

หลังจากที่ประตูห้องปิดลงแล้วถลัชนันท์ก็หันมาส่องกระจกอีกครั้ง ไม่คิดเลยว่าสองวันที่ปล่อยตัวเองไม่ดูแลจะโทรมได้มากถึงขนาดนี้ หญิงสาวถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินกลับไปที่เตียงเพื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ควรจะทำ อย่างไรดี จะนัดเขาเพื่อมาคุยกันหรือว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปรอวันที่เขามาขอเลิกเธอ

สองวันที่ผ่านมาเหมือนจะทำใจได้บ้างแล้ว ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะที่เห็นใบหน้าโทรมราวกับผีดิบของตัวเอง ก็เพิ่งคิดได้ว่า มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาที่จะเศร้าต่อไป...


 หนีรักมาพบคุณฉบับอีบุ๊กพร้อมโหลดแล้วนะคะ !

Fictionlog >> https://bit.ly/2XfHXIV


  ติดตามผลงานที่เพจได้นะคะ

Page Facebook : Mamaya Writer 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

260 ความคิดเห็น

  1. #258 252555555 (@252555555) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 20:25
    คนไหนคือนางคะ
    #258
    0
  2. #246 ❥Woaini (@Janejira-M) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 13:39

    อ่า เรารู้สึกสับสนหน่อยๆ

    #246
    0
  3. #54 แค่คนเลว (@0614626364) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 13:27
    รักกันจริงพี่น้องคู่นี้
    #54
    0
  4. #33 เพนกวิน._. (@pattaraya_torfun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 23:14
    แปรงฟัน เด้ออ ตอนบรรทัดแรกๆ เนื้อเรื่องน่าติดตามเช่นเคยชอบค้าบ
    #33
    1
    • #33-1 赵美芳 (@flowergay) (จากตอนที่ 3)
      8 กรกฎาคม 2561 / 11:55
      เเก้เรียบร้อยค่า ขอบคุณมากนะค้า
      #33-1