SWEET SITUATION :: หนีรักมาพบคุณ

ตอนที่ 14 : หนีรักมาพบคุณ : บทที่ 11 หม่าม้าของอาหยูคือภรรยาคุณเผิง [loading__50%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,547
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    16 ก.ค. 62

คำเตือนการซื้อในเด็กดี ฉากบางส่วนจะถูกตัดออกเนื่องจากไม่เหมาะสมเเละทำตามนโยบายของทางเว็บไซต์นะคะ 



บทที่ 11 หม่าม้าของอาหยูคือภรรยาคุณเผิง

 

นึ่งเดือนที่ผ่านมาไม่มีวันไหนที่แตกต่างกันเลยสักนิด แม้จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันห้องเดียวกันเตียงเดียวกันก็เถอะ แต่มันก็เหมือนต่างคนต่างอยู่ ถลัชนันท์เองก็ไม่อยากจะมีปัญหาเรื่องนี้จึงอยู่แบบเงียบ ๆ ไม่ค่อยออกความคิดเห็นเรื่องภายในหรือว่าเรื่องงานที่เกี่ยวกับครอบครัวของชายหนุ่ม

ถึงแม้ว่าพ่อของเขาจะเอ่ยปากให้มาทำงานในบริษัทด้วยกัน แต่เธอก็ปฏิเสธเพราะคิดว่าการอยู่ห่างจากเขาอาจจะลดความอึดอัดลงได้บ้าง

“ช่วงนี้กลับบ้านดึกบ่อยนะ”

ลภัสรดาเอ่ยขึ้นระหว่างรับประทานอาหารมื้อเย็น

“ไม่คิดจะมาทำงานที่บริษัทของเราดูเหรอ” ชยนผู้เป็นพ่อสามีเอ่ย

หญิงสาวยิ้มให้แล้วตอบกลับไปในทันทีว่า “ไม่ดีกว่าค่ะ คือรัก...”

“ถ้าอยากทำก็มาทำนะ ยังไงก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”         ลภัสรดากล่าว ถึงจะไม่ใช่ลูกสะใภ้ที่มีฐานะร่ำรวย แต่เรื่องงานเรื่องภายในบ้านตลอดหนึ่งเดือนที่ย้ายเข้ามาอยู่ก็สังเกตได้ว่าหล่อนไม่ใช่ผู้หญิงที่ไม่ดี “จริงสิ แล้วเรื่องฮันนีมูนล่ะ ได้คุยกันไว้หรือยัง ?”

ฮันนีมูน...ไม่ต้องมีหรอกมั้ง

“ยังค่ะ”

ลภัสรดาได้คำตอบจากลูกสะใภ้จึงหันไปหาฝั่งลูกชายที่ก้มหน้ากินเงียบ ๆ ไม่คิดจะปริปากพูดขึ้นสักนิด

“แล้วเราล่ะตาพี”

“ยังครับ” ศรันภัทรตอบสั้น ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะอาหารทันที ทางด้านถลัชนันท์ก็ถอนหายใจออกมาเหมือนว่าปลงตกแต่แรกอยู่แล้ว เธอไม่ได้คาดหวังกับชีวิตหลังแต่งงานนี้อยู่แล้วละ

หลังรับประทานอาหารเสร็จหญิงสาวก็กลับเข้ามาในห้อง เธอส่งสายตามองเขาที่นั่งทำงานอยู่ จึงไม่ได้สนใจอะไรนอกจากหยิบเสื้อผ้าและโทรศัพท์มือถือเดินเข้าห้องน้ำไปในทันที

ไม่ว่ากี่ครั้งที่เจอหน้ากันตอนหันหน้าหนีเธอก็ต้องถอนหายใจออกมาทุกครั้ง ถลัชนันท์ไม่คาดหวังเรื่องการสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์อีกแล้ว เพียงแต่ว่าจะอยู่แบบนี้ไปได้นานแค่ไหนมากกว่าก็เท่านั้น

“เขายังอยู่ไหมนะ ขอส่งข้อความไประบายหน่อยแล้วกัน” หญิงสาวพูดขึ้นก่อนกดเข้าแอปพลิเคชัน SoChat ถึง เขา ผู้ชายที่ไม่ใช่ชายทันที

ก่อนหน้านั้นไม่คิดว่าจะโหลดมาเพื่อใช้งานอะไรสักนิด แต่หลังแต่งงานเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ เรื่องที่เธออยากจะระบายก็ไม่รู้จะระบายให้ใครฟัง ไม่อยากให้เพื่อนร่วมงานรู้ ไม่อยากให้เพื่อนสนิทรู้ว่ามีปัญหา จึงลองหาโหลดแอปพลิเคชันดู โชคดีที่เจอ SoChat เข้า ทุกคนมากมายต่างมีปัญหาปรึกษาเรื่องความรัก ปัญหาครอบครัว ชีวิตหลังแต่งงานให้คำแนะนำกัน และมีบ้างที่ได้เจอกันเป็นคู่รัก

ที่นี่ทำให้เธอพอจะมีที่ระบายความอึดอัดนี้ลงได้บ้าง และที่คุยก็เป็นผู้ชายที่เขาบอกแต่แรกว่า “ไม่สนใจผู้หญิง” แต่ก็คุยเป็นเพื่อนได้ ระบายให้ฟังได้ ถึงอย่างนั้นแรก ๆ เธอก็ไม่สนิทแต่พอคุยไปเหมือนได้เพื่อนซะมากกว่า อีกทั้งฝ่ายนั้นเองก็ระบายความใจในออกมาให้เธอฟังเช่นกัน

“ถ้าไม่ทำแบบนี้ อีกหน่อยต้องบ้าตายแน่ ๆ แบบนี้ไม่ได้นอกใจนะ ไม่สิ...ถึงเราจะนอกใจเขาคงดีใจมาก ๆ ด้วยซ้ำ”

หญิงสาวพึมพำออกมาขณะที่เดินมายืนพิงกำแพงผนังห้องน้ำ  

 

 Lucky(̂ώ̂): (ส่งสติ๊กเกอร์ร้องไห้ไปให้)

Ü : 555555+ ลองคุยกันดูหรือยังครับ

 Lucky(̂ώ̂): ไม่แล้วค่ะ คิดว่าปลงไปแล้ว ว่าแต่คุณกินข้าวหรือยังคะ ฉันมากวนหรือเปล่า

Ü: ไม่ครับ ๆ ผมกำลังว่างเลย

 

 

ถลัชนันท์ถอนหายใจออกมานับไม่ถ้วน ก่อนจะพิมพ์คุยกับชายหนุ่มไปโดยที่เขาก็ตอบกลับมาในทันที หญิงสาวรู้ดีว่าถึงต่อให้อยู่ด้วยกันไปนานแค่ไหนถ้าเป็นเรื่อย ๆ แบบนี้ต่อไปก็ไม่มีทางที่เขาจะรักเธอ หรือเธอจะรักเขาได้ เพียงแต่ว่า...ไม่อยากได้ชีวิตหลังแต่งงานที่เป็นแบบนี้

 

 

 Lucky(̂ώ̂)ใช่ค่ะ ขอโทษที่ต้องมาถามอะไรแบบนี้ออกไปนะคะ

Ü : ไม่เป็นไรครับ

 Lucky(̂ώ̂): ขอบคุณจริง ๆ นะคะ

Ü : (ส่งสติ๊กเกอร์ยิ้มมาให้)

 

 

ถลัชนันท์ไม่รู้ว่าจะพิมพ์หรือชวนคุยอะไรต่อไปดีทั้งที่ปกติก็คุยกันยาวมากกว่านี้ ถ้าผู้ชายในแชทเป็นสามีเธอก็ดีหรอก เขาดูใจดีอ่อนโยน อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่อึดอัดเวลาเจอหน้ากันด้วย

“สุดท้ายแล้วเราก็ตัดสินใจอะไรไม่ได้อยู่ดี”



ในที่สุดก็มาถึงสัปดาห์สุดท้ายที่จะได้ทำงานในบ้านหลังนี้ ลฎาภายังคงทำงานตามปกติแต่ทว่าหลังจากนี้ เธออาจจะไม่มาที่นี่อีกก็ได้ ถึงจะรับปากและพูดออกไปว่าช่วงสุดสัปดาห์จะมาหาอาหยูก็ตาม 

ดึงดึง

หญิงสาวหันไปมองเมื่อถูกดึงที่ชายเสื้อ แก้มกลม นิ้วเล็ก ๆ และดวงตาที่เป็นประกายทำให้เธอวางมีดปอกผลไม้ลงแล้วหันมาหา

เธอมองเห็นสายตาที่อ้อนน่าเอ็นดูกับมือเล็ก ๆ ที่ถือหนังสือเล่มหนา

“อยากให้อ่านให้ฟังเหรอ”

อาหยูพยักหน้า

“ได้สิ” หญิงสาวยิ้มตอบ ก่อนพูดต่อไปว่า “งั้นไปรอที่ห้องรับแขกก่อนนะ เดี๋ยวพี่ปอกผลไม้เสร็จแล้วจะตามไป”

เจ้าตัวกลมพยักหน้าอีกรอบก่อนจะเดินออกไป หญิงสาวเองก็นึกสงสัยว่าเจ้าตัวกลมจะไม่สบายหรือเปล่าเพราะว่าดูไม่ร่าเริงเหมือนปกติเลย

ลฎาภายกผลไม้ที่ปอกออกมาวางในห้องรับแขก ขณะที่มองอาหยูนั่งรออยู่เงียบ ๆ

“รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า ?”

เจ้าตัวกลมส่ายหน้าแล้วส่งหนังสือให้หญิงสาว

“คุณป้าจะไม่มาที่นี่อีกแล้วใช่ไหม ?”

ลฎาภาสะอึกและนิ่งเงียบไปสักพัก อาจเป็นเพราะตกใจกับความคิดความอ่านที่เกินคาดของเด็กคนนี้...ไม่รู้เลยว่าจะตอบกลับไปว่ายังไง

“คิดว่า...คงมาไม่ได้แล้ว”

“เกลียดอาหยูเหรอ” อาหยูพูดขึ้นขณะที่หันหน้ามองด้วยแววตาเสียใจ “ป๊ะป๋าบอกว่า คุณป้าไม่อยากมาที่นี่แล้ว”

คุณเผิง...บอกอาหยูแบบนี้ได้อย่างไรกัน !

“ไม่ใช่นะ ! ก็แค่...” ลฎาภาพยายามอธิบายแต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้ช่วยให้ความหมายนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม

“ไม่ได้เกลียดเหรอ”

หญิงสาวยิ้ม “ไม่เลย อาหยูน่ารักจะตายไป”

“จะมาหาอาหยูทุก ๆ วันใช่ไหม ?” อาหยูยิ้มด้วยแววตาเป็นประกาย

“ก็...มาได้นะ แต่เฉพาะวันที่อาหยูไม่ไปโรงเรียน” ลฎาภาตอบขณะถอนหายใจออกมา รับปากอวิ่นเยว่ไปแล้วไม่มาจะไม่รู้สึกผิดมากกว่าพูดกับเด็กแล้วไม่มาน่ะสิ !

อาหยูยิ้มและรีบลุกขึ้นทันทีก่อนเดินออกจากห้องรับแขก ขณะที่  หญิงสาวลุกและเดินตามออกมาดู

“คุณป้าบอกว่าจะมาหาอาหยูแล้ว”

อวิ่นเยว่ลูบหัวอาหยูแล้วย่อตัวลง ส่งสายตามองหญิงสาวก่อนพูดขึ้นว่า “คุณรับปากแล้ว อย่าลืมมานะ”

เป็นสายตาที่มองมาว่า ห้ามหลอกเด็ก’ นั่นเอง ไม่คิดว่าจะติดกับดักเข้าเต็ม ๆ

“อาหยู ป๊ะป๋ามีเรื่องต้องคุยกับคุณป้า ไปนั่งรอก่อนนะ”

เด็กชายพยักหน้าแล้ววิ่งกลับเข้าไปนั่งรอในห้องรับแขก

ลฎาภาตั้งสติแล้วเดินเข้าไปหาชายหนุ่มเพราะเห็นว่าจะมีเรื่องคุยกับเธอด้วย

“มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันคะ”

อวิ่นเยว่นิ่งเงียบก่อนจะเดินนำไปยังห้องทำงาน เมื่อเข้ามาในห้องแล้วเขาก็ไม่ได้เกริ่นหรือพูดอะไรขึ้นมา จนทำให้เธอรู้สึกอึดอัด

“คุณเผิง ? มีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันหรือคะ”

“คุณอยากย้ายมาอยู่ที่นี่ไหม”

“คะ ?” ลฎาภากำลังอึ้งกับคำถาม “หมายความว่ายังไงคะ”

“ก็ย้ายมาอยู่ดูแลอาหยูไง” อวิ่นเยว่เอ่ยขึ้นอย่างไม่อ้อมค้อม “แน่นอนว่าผมจะให้เงินเดือนคุณเหมือนเดิม ที่พักฟรี อาหารฟรี มีเงินเดือน”

เธอกะพริบตามองอย่างงุนงง รู้สึกตกใจที่เขาพูดออกมาแบบนั้น

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเกรงใจคุณ อีกอย่าง...”

อวิ่นเยว่เดินเข้ามาประชิดตัว ก่อนที่มือของเขาจะรั้งหลังเธอไว้ไม่ให้ถอยออกห่าง “ผมไม่ได้อยากให้คุณเกรงใจผม แต่ที่ทำเพราะผมอยากทำ”

“คุณเผิง...ปล่อยฉันก่อนได้ไหมคะ” ลฎาภายกมือขึ้นดันเขาออกห่าง

“อยากอยู่ใกล้คุณ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ลฎาภายังไม่อยากยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้นมา ไม่ใช่เพราะสับสนแต่ลึก ๆ แล้วเธอกลับรู้สึกเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่าคุ้นเคยมันมากเหลือเกิน...เหมือนว่ามีบางอย่างที่หายไป

“ถอยออกไปก่อนได้ไหมคะ” หญิงสาวพยายามดันออกห่าง

อวิ่นเยว่ผ่อนลมหายใจออกมาก่อนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้

“อยากกอดคุณ”

แน่นอนว่าเธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจเลยสักนิด ดวงตากลมจ้องมองใบหน้าคมเข้มใกล้ ๆ จนเผลอรู้สึกเขินอาย

“ผม...อยากจูบคุณ”

“คะ ? หมาย...” ลฎาภาพูดไม่ทันจบริมฝีปากอิ่มก็ถูกปิดด้วยปาก   ของอวิ่นเยว่ ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อริมฝีปากของเขาจูบประทับบดเคล้า ใบหน้าเริ่มแดงก่ำและผ่าวร้อนไปทั่วร่าง การรุกล้ำและสัมผัสนี้ทำให้เธอเผลอใจตอบรับไป...กว่าจะรู้ก็ถูกดันจนชิดผนังกำแพงห้องไปซะแล้ว

ต้องหยุด ! จะมากกว่านี้ไม่ได้

ถึงจะบอกแบบนี้แต่ความจริงแล้วเธอกลับต้านทานไม่ได้เลยสักนิด หนำซ้ำยังถูกเล้าโลมจนเผลอใจไปอีก อวิ่นเยว่จูบริมฝีปากของเธอเบา ๆ อีกครั้งก่อนจะผละออก สำหรับเขาแล้วความรู้สึกที่ล้นออกมาจนห้ามไม่อยู่นี้กำลังบอกว่าต้องการและครอบครองเธอ

“คุณเผิง...ยะ...”

ชายหนุ่มไม่ปล่อยโอกาสให้เธอเป็นฝ่ายพูด จึงรีบจูบเธออีกครั้ง

คราวนี้ลฎาภารับรู้ได้ว่าความรู้สึกแตกต่างจากเดิม เป็นเพราะจูบ หรือความรู้สึกกันแน่ที่ทำให้รู้สึกหวั่นไหวมากขนาดนี้ ดวงตากลมค่อย ๆ ปิดลงรับสัมผัสที่ริมฝีปากแผ่วเบาและอ่อนโยนอีกครั้ง จนเผลอใจตอบรับไปแบบไม่เป็นประสีประสา

เธอจะเป็นโรคหัวใจหรือเปล่านะ ทำไมถึงเต้นแรงแบบนี้ !

“ป๊ะป๋า...” เสียงของเจ้าตัวกลมดังขึ้นทำให้ลฎาภาสะดุ้งและรีบผลัก  อวิ่นเยว่ออกทันที ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความอายจนไม่กล้าจะมองเขาและเด็กน้อย

“ป๊ะป๋าหิวเหรอ” อาหยูเดินเข้ามาพร้อมกับยื่นแอปเปิ้ลที่เหลือครึ่งชิ้นให้ มือป้อม ๆ กำชิ้นที่เหลือจนร้อน “อาหยูให้”

อวิ่นเยว่เดินเข้ามาหาลูกชายด้วยใบหน้านิ่ง เขาทำเหมือนว่าทุกอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ป๊ะป๋าอิ่มแล้ว”

เจ้าตัวกลมส่ายหน้าขณะที่พยายามเขย่งปลายเท้า ส่งแอปเปิ้ลในมือให้ “ป๊ะป๋าจะกินคุณป้าไม่ได้นะ”

ลฎาภาพูดไม่ออกกับการที่เดินเข้าไปขัดสนทนาของสองพ่อลูก จึงได้แต่ก้มหน้าลงแล้วหันไปทางอื่นแทน

“กินได้สิ” อวิ่นเยว่ตอบแล้วยิ้มที่มุมปากขณะหันมองเธอ

“จริงเหรอ...”

“แค่ป๊ะป๋าคนเดียวเท่านั้น”

 


  หนีรักมาพบคุณฉบับอีบุ๊กพร้อมโหลดแล้วนะคะ !

Fictionlog >> https://bit.ly/2XfHXIV


  ติดตามผลงานที่เพจได้นะคะ

Page Facebook : Mamaya Writer 

หรือ https://twitter.com/Mamayawriter


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

260 ความคิดเห็น

  1. #257 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 17:32
    รอนะคะ
    #257
    0
  2. #256 willwell (@warissarak27) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 20:33
    เรื่องนี้มีสองคู่ใช่ไหมคะ
    #256
    0
  3. #255 ์NP_MNG (@NapatMukngoen) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 20:13
    แหนะๆ ใช่ศรัณภัทรรึเปล่าน้าา ในsochat
    #255
    0
  4. #98 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 17:41
    ทำไมแอบคิดว่าอวิ่นเยว่มีชัมติงกับศรัณภัท
    #98
    1
    • #98-1 赵美芳 (@flowergay) (จากตอนที่ 14)
      21 สิงหาคม 2561 / 18:10
      55555555555 ม่ายน๊าาาาาาาาา
      #98-1
  5. #85 แค่คนเลว (@0614626364) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 14:29
    ยังงงๆติดตามต่อไป
    เขียนสนุกดีชอบมากๆค่ะ^^
    #85
    0
  6. #76 Little8134 (@Natty8134) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 18:29
    ตกลงใครเป็นนางเอกคะ คนพี่หรือคนน้อง อ่านมาละงง คนพี่จะแต่งงานแล้วนี่นา โอ๊ยนนนนงง
    #76
    4
    • #76-3 Little8134 (@Natty8134) (จากตอนที่ 14)
      4 สิงหาคม 2561 / 03:37
      ใจคือเทหาคนพี่
      #76-3
    • #76-4 赵美芳 (@flowergay) (จากตอนที่ 14)
      4 สิงหาคม 2561 / 16:04
      5555คู่คนพี่ออกเเนวตลกนิด ๆ ค่า เเต่คู่น้องก็น่ารักน๊าา 》《
      #76-4