[OS/SF] stories to my lyrics ❤ : nu'est, pd101ss2

ตอนที่ 2 : [OS] Passionfruit #แบคมิน #Baekmin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    29 พ.ค. 61

[!] เรื่องนี้อ่านได้ทั้งแบคมินและมินแบคชิปเปอร์ค่ะ ^^

เรื่องนี้เวลาและสถานที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญนะคะ อาจจะมีขึ้นมาถี่ไปบ้าง อย่าพึ่งรำคานกันนะคะ :D


Pairing: Kang Dongho x Hwang Minhyun

#nowplaying: Drake – Passion Fruit


 

 

Los Angeles, USA

Tue, Jan 23

12:00pm (PST)

 

แสงแดดตอนเที่ยงวันไม่สามารถทำให้คังดงโฮผละตัวเองออกจากงานตรงหน้าได้เลย เพราะหนึ่ง หน้าต่างในห้องทำงานของเขาถูกเปลี่ยนเป็นผนังบุฉนวนกันเสียง และสองเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ข้างนอกจะฝนตกแดดออกหรือไม่ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตอนนี้เป็นเวลาไหน...

 

 

สิ่งเดียวที่ทำให้คังดงโฮปลีกตัวออกมาจากห้องทำงานเขาคงจะเป็นคนที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง ควักอารอน คนที่เป็นเหมือนทั้งพี่ชายและเพื่อนสนิท ควักอารอนเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะ ซึ่งเขาเป็นคนเดียวที่ทำแบบนั้นได้ เขามาพร้อมถุงอาหารที่ยังคงอุ่นอยู่

 

 

ออกมากินได้แล้ว นี่เบอร์เกอร์ของนาย

 

 

ไม่จำเป็นต้องตอบรับ คังดงโฮก็หันไปรับอาหารในมือพี่ชายและเดินตามออกไป...

 

 

__________________

 

 

Seoul, South Korea

Wed, 24 Jan

5:00am (KST)

 

หน้าจอมือถือแสดงเวลาตีห้าไม่ขาดไม่เกิน สำหรับฮวังมินฮยอนยังคงเป็นเวลาที่เช้าเกินไปในการตื่นขึ้นมาในวันนี้ อย่างไรก็ตามฮวังมินฮยอนใช้เวลาไม่นานในการปรับสายตาให้ชินกับความมืด 



เขาสะดุ้งตื่นเพราะฝันเมื่อครู่นี้ มันไม่ใช่ฝันร้าย แต่มันก็ไม่ใช่ฝันดี ฮวังมินฮยอนเป็นคนที่มักจะฝันเกี่ยวกับคนหรือสถานที่ที่มีอยู่จริง ฉากในฝันของเขามักจะเป็นการจับภาพเก่าๆที่เขาเคยพบเจอในชีวิตมาประติดประต่อ พอเขานึกย้อนไปแล้วก็งงๆอยู่บ้างเพราะบางอย่างมันไม่เชื่อมโยงกัน เหมือนเป็นการนำเศษเสี้ยวความทรงจำเก่าๆมาปะติดปะต่อกันเท่านั้น และฝันเมื่อครู่นี้ก็เป็นหนึ่งในฝันแบบนั้น มันทำให้เขาต้องตื่นขึ้นและทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น มีหลายอย่างที่จับโยงกันมั่วๆอยู่บ้าง แต่เรื่องหนึ่งในฝันเขาช่างเป็นภาพที่คุ้นเคยเหลือเกิน มันกำลังกวนใจเขาอยู่ไม่น้อย และอาจจะทำให้การข่มตาหลับอีกครั้งของเขาเป็นไปได้ยากลำบาก

 

 

Seoul, South Korea

Wed, Jan 24

07:00pm (KST)

 

หลังจากตื่นขึ้นมาตอนนั้นฮวังมินฮยอนก็ไม่ได้นอนอีก เขาใช้เวลาอยู่นานในการข่มตาให้หลับแต่ก็ไม่สำเร็จ เขาเลยตัดสินใจลุกขึ้นมานั่งอ่านนิยายที่ยังคงอ่านค้างอยู่ นานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ กระทั่งแสงอาทิตย์ที่เล็ดรอดม่านกันแสงสีทึบเข้ามาส่งสัญญาณเริ่มวันใหม่ให้กับฮวังมินฮยอน

 

 

 

 

Los Angeles, USA

Tue, Jan 23

10:00pm (PST)

 

สี่ทุ่มเป็นเวลาที่คังดงโฮเลิกงาน จริงๆแล้วงานของเขาไม่จำเป็นต้องเลิกงานตรงเวลาแบบนี้ เพียงแต่ว่า เขาได้สัญญากับตัวเองและควักอาร่อนไว้ ว่าปีนี้เขาจะดูแลตัวเองมากขึ้น อย่างน้อยก็คือกินอาหารให้ตรงเวลาและเข้านอนให้ตรงเวลา เนื่องจากที่ผ่านมาคังดงโฮทุ่มเทกับงานมากจนควักอาร่อนถึงกับต้องขอร้องให้เขาสนใจดูเวลาและดูแลตัวเองบ้าง

 

 

นั่นทำให้ตอนนี้คังดงโฮพาตัวเองออกมาจากห้องสตูดิโอที่ทำงานกลับมายังห้องสตูดิโอที่เปรียบเสมือนที่ซุกหัวนอนของเขาที่อยู่อีกชั้นหนึ่ง ที่ทำงานของเขาอยู่ตึกเดียวกับที่พัก นี่คือสิ่งที่บริษัทจัดให้สำหรับพนักงานที่บริษัทต้องข้ามน้ำข้ามทะเลเพื่อดึงตัวมาทำงานด้วย คังดงโฮตอนนี้เป็นผู้ชายอายุขึ้นเลขสามนิดๆที่กำลังไปได้ดีในฐานะผู้ช่วยโปรดิวเซอร์ที่ทำเพลงให้กับนักร้องที่โด่งดังมากมาย

 

 

งานนี้เป็นความฝันของเขา... คังดงโฮที่ผูกพันธ์กับดนตรีมาตั้งแต่อายุสิบปลายๆ เขาไม่เคยมีชีวิตที่ขาดมัน นี่เป็นสิ่งที่เขารักและเขาก็ทำมันได้ดี จนที่สุดก็พาเขามาถึงจุดที่เขาเคยคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ฝันที่เขาจะไม่ถึง

 

 

แต่สุดท้ายคังดงโฮก็ทำมันได้

คังดงโฮรู้ดีว่าการที่เขาจะมาถึงจุดนี้ เขาต้องแลกกับอะไรหลายอย่าง ไม่มีใครที่ได้อะไรมาฟรีๆ และเขาก็ต้องยอมแลกอะไรบางอย่างเพื่อฝันของเขาเช่นกัน

 

 

__________________

 

 

Seoul, South Korea

Wed, Jan 24

03:00pm (KST)

 

และเรื่องราวในหนึ่งวันของฮวังมินฮยอนก็ดำเนินมาถึงเวลาบ่ายกว่าๆ

และเวลาก็ทำให้ภาพฝันที่เรือนรางเมื่อคืนนี้ค่อยๆหายไปจากความคิดของฮวังมินฮยอนที่จะปะติดปะต่อให้ตัวเขาเข้าใจออกไป....

 

 

 

 

Los Angeles, USA

Wed, Jan 24

02:00am (PST)

 

คังดงโฮไม่ชอบการตื่นขึ้นมาตอนกลางดึกเพราะรอบข้างของเขาตอนนี้มีแต่ความเงียบ เขามักจะนอนต่อไม่ได้และคิดฟุ้งซ่านเพราะมัน หลายปีมานี้หลังจากปรับตัวและเริ่มทำงานที่นี่อย่างเต็มตัวและเต็มเวลา คังดงโฮไม่ค่อยตื่นขึ้นมาตอนกลางดึกเลย มีก็แต่วันนี้ที่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรทำให้เขาตื่นขึ้นมาได้

 

 

คังดงโฮพยายามฟังเสียงอื่นๆที่ไม่ใช่เสียงหายใจของตัวเองในความมืดนี้ เขาค้นพบเสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศ เสียงไซเรนที่ดังอยู่ไกลๆ และเสียงเข็มนาฬิกาของนาฬิกาข้อมือที่เขาถอดทิ้งไว้ข้างเตียง สำหรับเขาตอนนี้เสียงที่ดึความสนใจของเขาไปมากที่สุดคงจะเป็นเสียงเดินของนาฬิกาข้อมือเรือนเก่งที่เขาได้มาเป็นของขวัญจากเพื่อนๆของเขาเมื่อหลายปีก่อน คังดงโฮคิดว่าการจดจ่อกับเสียงการเดินของนาฬิกาอาจจะช่วยให้เขานอนหลับต่อได้ง่ายขึ้น ทว่าไม่เป็นอย่างนั้นเลย เสียงของนาฬิกายิ่งทำให้คังดงโฮคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไปถึงเรื่องสัจธรรมที่ว่า เวลาไม่เคยหยุดรอใคร และตราบใดที่เขายังอยู่บนโลกนี้ สิ่งหนึ่งที่เขาหยุดไม่ได้ ก็คือการที่เวลาเดินไปเรื่อยๆ และทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป

 

จริงๆแล้วคังดงโฮไม่ได้ไม่ชอบการตื่นขึ้นมาตอนกลางดึก

จริงๆแล้วคังดงโฮไม่ได้ไม่ชอบความเงียบ

เขาแค่ไม่ชอบความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง

 

 

__________________

 

 

Seoul, South Korea

Wed, Jan 24

07:00pm (KST)

 

วันนี้ฮวังมินฮยอนเลิกงานเร็วกว่าเพื่อนอีกสองคนในหอ เพราะแบบนั้นตอนนี้เขาเลยสั่งอาหารที่กินง่ายๆมานั่งดินคนเดียวในหอพักของเขา และตัดสินใจว่าหลังจากนี้ เขาจะอ่านหนังสือที่ค้างต่อ

 

สิ่งหนึ่งที่ฮวังมินฮยอนชอบคือการได้อ่านหนังสือดีๆบนเตียงอุ่นๆหลังเลิกงานเนี่ยแหละ

 

 

 

 

Los Angeles, USA

Wed, Jan 24

01:00pm (PST)

 

คังดงโฮกำลังสมองตื้อ ตอนนี้เขาคิดอะไรไม่ออกและถ้ายังฝืนทำงานต่อไปเขาอาจจะทำให้งานที่เขาทำมาก่อนหน้านี้จะเสียหาย เขาเลยเลือกที่จะหยุดพักสักหน่อย

 

วันนี้ควักอาร่อนไม่ได้เอาหารเที่ยงเข้ามาให้เพราะต้องเข้าพบอาจารย์เกี่ยวกับรายงานที่กำลังทำอยู่ คังดงโฮรู้เพราะข้อความที่ควักอาร่อนส่งมาให้ในช่วงเช้า อย่างไรก็ตาม สำหรับคังดงโฮ การที่ต้องออกจากตึกที่ทำงานเพื่อไปหาอารหารมากินเป็นเรื่องกระทันกัน เขาไม่ชอบออกไปรอคิวและแย่งชิงที่นั่งสำหรับการนั่งกินอาหารในร้านอาหารแต่ก็ไม่ชอบกินอาหารฟาสต์ฟู้ด และด้วยเงื่อนไขสองประการนี้ ทำให้เขาต้องพาตัวเองกลับมาต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินที่ห้องของเขา แน่นอนว่าสำหรับที่นี่ ราคาของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่นำเข้ามา แพงกว่าราคาปกติเป็นเท่าตัว นั่นเป็นหนึ่งเหตุผลที่เขาไม่ชอบกินมันมากนัก แต่จริงๆแล้วอีเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่ชอบกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่นี่หน่ะหรอ...

 

เพราะมันทำให้เขานึกถึงที่ที่เขาจากมาไงหละ

 

 

2:00pm (PST)

 

 

คังดงโฮกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเองพร้อมหัวสมองที่ว่างเปล่าเหมือนเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน เขายังคงหาทางออกให้กับปัญหาที่เขาเจอไม่ได้ คังดงโฮผละตัวออกจากเก้าอี้ทำงานคู่ใจและทิ้งตัวนอนบนโซฟาในห้องที่อยู่ไม่ไกล เขาหลับตาลง และหวังว่าการงีบครั้งนี้จะช่วยให้เขาคิดอะไรออกได้บ้าง...

 

 

 

 

Seoul, South Korea

Thu, Jan 25

01:30pm (KST)

 

เสียงโทรศัพท์ทำให้ฮวังมินฮยอนละสายตาจากหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังฉายซีรีย์เรื่องโปรดที่เขาลงทุนจ่ายรายเดือนเพื่อมันออกมา ชื่อที่ขึ้นอยู่ที่ปลายสายทำให้เขาตกใจอยู่ไม่น้อย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาต้องลังเลที่จะรับสายนั้น ชื่อนั้นยิ่งทำให้เขารีบรับสายด้วยซ้ำ

 

 

[มินฮยอนอา นี่ฉันเอง]

“อืม... ว่าไง”

[ฉันกำลังมีปัญหานิดหน่อย]

“อ่า พอเดาได้ มีอะไรหละ”

[...]

ว่าไง

[จริงๆก็แค่อยู่ๆ ฉันก็คิดถึง ก็เลยโทรไป...]

“…”

[ไม่อยากพูดจาอะไรแบบนี้เลย แต่ว่า สบายดีใช่ไหม]

“อื้ม เจอาร์กับมินกิก็ด้วย”

[ทางนี้ก็เหมือนกัน ที่นั่นกี่โมงแล้วนะ ฉันโทรมากวนไหม]

บ่ายโมง ถ้าฉันก็ไม่กวน แต่ถ้าเป็นคนอื่น ก็จะนิดหน่อย... ตารางงานหน่ะ

[อ่า... คิดถูกแล้วเนอะที่โทรหานาย]

 

 

__________________

 

 

Los Angeles, USA

Wed, Jan 24

08:30pm (PST)

 

รู้ตัวอีกทีคังดงโฮก็ต่อสายไปหาฮวังมินฮยอนซะแล้ว ถ้าจะบอกว่าไม่รู้ว่าเพราะอะไรก็ดูเหมือนจะเป็นการโกหกตัวเองอยู่ไม่น้อย คังดงโฮรู้ดีว่าสาเหตุที่เขาโทรไปหาฮวังมินฮยอนคืออะไร หนึ่งเพราะอยู่ดีๆเขาก็รู้สึกเหงา และสอง สาเหตุของความเหงาน่าจะมาจากการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มักทำให้เขาอดนึกถึงที่ที่เขาจากมาไม่ได้เลยซักครั้ง

 

[กินข้าวครบทุกมื้อใช่ไหม ครั้งก่อนที่คุยกับพี่อาร่อนเขาบ่นว่าต้องเคี่ยวเข็นแทบตายให้กินข้าว]

อื้อ ครบ

[นอนหละ]

ครบเหมือนกัน

[ดีแล้ว]

“....”

 

เงียบ ไม่มีบทสนทนาต่อจากทั้งคนที่ทางนี้และทางนั้น มีหลายอย่างที่คังดงโฮอยากจะพูดออกไปแต่เขาก็ต้องหยุดมันไว้ เขาไม่อยากให้เป็นเหมือนเมื่อครู่ที่เขาพึ่งถามไปว่าสบายดีไหม เพราะสำหรับคังดงโฮ คำว่าสบายดีไหมเป็นเหมือนสิ่งที่มาตอกย้ำเขาว่า ตอนนี้เขาอยู่ห่างจากเพื่อนของเขามากแค่ไหน

 

เช่นเดียวกับคำว่า ทุกอย่างเหมือนเดิมไหม ที่เขาเกือบจะหลุดปากถามออกไป คังดงโฮไม่พร้อมที่จะรับคำตอบ เพราะเขารู้คำตอบมันดีอยู่แล้ว ไม่มีอะไรบนโลกนี้เหมือนเดิม เช่นเดียวกับเวลาที่ไม่เคยหยุดเดิน สำหรับเขา ถ้าเขาถามคำนี้ออกไป ก็เป็นเหมือนการตอกย้ำสิ่งที่เขาคิดได้เมื่อคืนว่า ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงไป

 

ความสัมพันธ์ก็เช่นกัน

 

ไม่ว่าจะสนิทกันแค่ไหน แต่เมื่อแต่ละคนมีเส้นทางของตัวเอง และเส้นทางแต่ละเส้นต้องพบเจอสิ่งที่ไม่เหมือนกัน การที่อยู่ห่างกันเกือบครึ่งค่อนโลกทำให้ทุกอย่างสำหรับคังดงโฮ มินฮยอนและเพื่อนอีกสองคนไม่เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นความสนิทสนมที่เลือนหายไปตามกาลเวลา เนื่องจากว่าทุกคนต้องเติบโตขึ้น และการเติบโตทำให้ทุกคนเปลี่ยนไป

 

เพราะงั้นคำถามที่ว่า ทุกอย่างเหมือนเดิมไหม จะไม่มีวันออกมาจากปากของคังดงโฮ

 

เพราะถ้าคำตอบคือใช่ นั่นหมายความฮวังมินฮยอนกำลังพูดไม่จริงอยู่

และถ้าคำตอบคือไม่ นั่นหมายความว่า ฮวังมินฮยอนรับความจริงนั้นได้แล้ว

และคังดงโฮ ไม่พร้อมสำหรับการได้รับทั้งคำโกหกสีขาวหรือรับความจริงจากปากของฮวังมินฮยอนทั้งนั้น

 

 

__________________

 

 

Seoul, South Korea

 

ปลายสายเงียบไปนาน แต่สำหรับคนใจเย็นอย่างฮวังมินยอน เขาสามารถถือสายรอได้อีกซักพัก นอกจากเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่แอบลอดออกมาจากคนทางนั้ร เขาก็ไม่ได้ยินอะไรอีก ฮวังมินฮยอนไม่ได้คาดหวังให้คนทางนั้นต้องเร่งรีบพูดสิ่งที่จะพูด เขาสามารถรอได้

 

เขาทำแบบนั้นมาตลอด...

 

 

ฮวังมินฮยอนชอบอ่านหนังสือ สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการอ่านหนังสือทำให้เขาเข้าใจโลกนี้ได้มากขึ้น ตอนที่คังดงโฮเลือกที่จะเดินในเส้นทางนี้เขาเป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนคังดงโฮเป็นอย่างดี เช่นเดียวกับเพื่อนคนอื่นอย่างเจอาร์และชเวมินกิ ทุกคนยอมรับการตัดสินใจของคังดงโฮ

 

 

แต่คงจะมีแค่เขาที่เตรียมใจยอมรับสิ่งที่จะตามมาด้วย เช่นในช่วงแรกๆที่คังดงโฮโทรศัพท์มาหาเขาและเพื่อนๆเกือบทุกวัน แต่พอเวลาผ่านไป จากหลักวัน ก็กลายเป็นสัปดาห์ กลายเป็นหลายสัปดาห์ กลายเป็นเดือน หลายเดือน และสุดท้ายก็เป็นนานๆครั้ง ซึ่งคนอย่างฮวังมินฮยอนยอมรับมันได้ ต่างจากเพื่อนอีกสองคนที่ผลัดกันบ่นหาคนทางนั้นอยู่บ่อยครั้ง

 

 

แต่ทุกคนก็เข้าใจดีว่าเพราะเวลาที่ต่างกัน ทำให้อะไรหลายๆอย่างมันไม่ง่ายเลย

เช่นเดียวกันกับการรักษาความสัมพันธ์...

 

 

ทั้งเขาและเพื่อนอีกสองคนก็มีงานเป็นของตัวเอง ทั้งควักอาร่อนที่พึ่งตามไปเรียนต่อเมื่อปีที่แล้ว ทุกคนเลือกทางเดินที่เหมาะสมกับตัวเอง และนี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่าการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ฮวังมินฮยอนในวัยสามสิบต้นๆเข้าใจมันดี

 

 

เพื่อที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ คนเราอาจจะต้องทิ้งวัยเด็กไว้ข้างหลัง

เหมือนกับที่เขาพูดว่า เพื่อที่จะได้อะไรซักอย่าง คนเราก็จะต้องยอมที่จะเสียอีกอย่างหนึ่งไป

 

 

[ฉันรู้สึกมีเรื่องมากมายที่อยากจะพูด แต่ว่า... อืมมม...]

 

ฮวังมินฮยอนยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับโทรศัพท์ และความเงียบที่เกิดขึ้น หวังอยู่ลึกๆว่าคนปลายสายจะสัมผัสมันได้


ดงโฮยา เรื่องที่จะพูด ไม่ต้องรีบนึกให้ออกหรอก ค่อยๆคิด ฉันรอได้

 

และฮวังมินฮยอนหมายความแบบนั้นจริงๆ


 

เขารอได้

 


เพราะสำหรับเขาทั้งๆที่รู้ว่าทุกอย่างต้องเปลี่ยนไป และเขาต้องเป็นผู้ใหญ่... แต่พอเป็นเรื่องของเพื่อนของเขา

 


ฮวังมินฮยอนจะอยู่ที่เดิมเสมอ

และฮวังมินฮยอนพร้อมที่จะรอ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม...

 

 

เพราะความทรงจำ ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะเลือนลางไปบ้าง แต่ฮวังมินฮยอนรู้ดีว่ามันเคยเกิดขึ้นจริง และสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วจะมีอยู่ตลอดไป บางครั้งก็ชอบมาทักทายในรูปของฝันแบบคืนก่อนนั้น  ถึงตื่นขึ้นมาจะเผลอลืมไป แต่มันก็คือเรื่องราวดีๆที่ให้ฝันถึง จริงไหมหละ J

 

 

end

 

 

 

 

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นเลยต้องขอขอบคุณที่อ่านกันมาถึงตรงนี้

เรายังเป็นมือใหม่อยู่มาก เพราะฉะนั้น อ่านแล้วเป็นยังไง ติชมกันได้เสมอเลยนะคะ

เรื่องนี้เกิดขึ้นมาจากการฟัง Passionfruit ของ Drake ค่ะ

เป็นเพลงที่ Drake เล่าถึงว่า long-distance relationship ของเขาไม่เวิร์คยังไง

เลยออกมาเป็นเรื่องนี้ค่ะ (เอ๊ะ มันไปเกี่ยวกันได้ยังไงเนี่ย 5555)

ตอนคิดพล็อตเรื่องนี้ได้ ถึงกับต้องรีบเปิดคอมพ์มาเขียนเลยหละค่ะ

เพราะงั้นภาษาก็อาจจะแปลกๆและงงๆอยู่ได้

ไม่เข้าใจตรงไหน ถามได้เลยนะคะ เราอาจจะเล่าได้ไม่ดีพอ

พูดแค่นี้ดีกว่านะคะ ก่อนที่มันจะยาวไปมากกว่านี้ 

ถ้าอยากพูดคุยกันต่อ เจอกันได้ในทวีต @flower_n_you

จะเมนชั่นหรือดีเอ็มได้หมดเลยค่ะ หรือว่าในแท็ก #fnuxbaekmin ก็ได้นะคะ

แล้วเจอกันใหม่ค่ะ :)




Thankyou for reading

Hope you enjoy na ka

Lots of love

@flower_n_you

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. #4 FRENCHU (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 02:14
    อ่านแล้วจะร้องไห้
    เราพิมพ์แล้วลบหลายรอบมากเลย รู้สึกมันไม่ตรงกับใจที่เราอยากบอกไรท์ 555555
    มันเป็นความรู้สึกที่แบบ เออ คนที่ระลึกว่าอืม นี่เราโตแล้ว และ อืม มันยากที่จะมีอะไรเหมือนเดิม มันมีทั้งคนที่กลัว และมีทั้งคนที่เข้าใจ อืมมมม มันลึกซึ้งอ่ะ เหมือนไม่มีอะไร แต่พออ่านตบ เรารู้สึกถึงอะไรมากมายเลย ขอบคุณนะคะ
    #4
    0
  2. #3 Minhyun+ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 19:31
    ชอบมากๆเลยค่ะ รู้สึกว่าไรท์เรียบเรียงดี อ่านแล้วก็หน่วงๆนิดนึง คือถึงมันจะดูเหมือนความสัมพันธ์ของสองคนนี้เป็นอะไรที่ไม่มั่นคง ไม่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน แต่ในความไม่มั่นคงมันก็ยังมีความเข้าใจกันอยู่อ่ะ เหมือนโตๆกันแล้วทั้งคู่อ่ะเนาะ ก็เลยไม่มีใครมานั่งตัดพ้อหรือหาเรื่องทะเลาะอีกคน เหมือนว่าจะคอยอยู่เป็นความสบายใจให้กันมากกว่า



    เป็นกำลังใจให้แต่งตอนต่อๆไปด้วยนะคะ รออ่านอยู่ค่า <3

    ปล. ชอบฟัง passionfruit เหมือนกันเลยค่ะ :))
    #3
    0