[OS/SF] stories to my lyrics ❤ : nu'est, pd101ss2

ตอนที่ 1 : [OS] Reckless Lover #แบคมิน #Baekmin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    29 พ.ค. 61



Pairing: Dongho K. & Minhyun H.


Caution: เรื่องนี้จะมีความเป็นแบคมินสูงกว่ามินแบคนิดหน่อยนะคะ แต่เราว่า สำหรับทั้งมินแบคและแบคมินชิปเปอร์ก็สามารถอ่านได้เหมือนกันค่ะ ถ้าอ่านๆไปแล้วคิดว่าไม่ชอบ ไม่ใช่หรือให้เอาแท็ก #มินแบค ออก บอกได้เลยนะคะ


ถ้าคิดว่าเราไปกันต่อได้ อย่าลืมเปิดเพลงไปอ่านไปนะคะ เราว่ามันจะได้ฟีลมากๆ 


#nowplaying Handsome Ghost - Reckless lover





11:00 PM

คังดงโฮปิดหน้าจอโทรศัพท์หลังจากดูเวลาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขายืนพิงประตูรถอยู่ที่ทางออก 4 ทางออกที่เขารู้ดีว่าอีกคนนึงชอบออกมารอเขาที่ตรงนี้ แม้จะเป็นเวลากลางดึก แต่คนที่นี่ยังเดินกันขวักไขว่ ถึงแม้ว่าจะไม่มากเหมือนตอนกลางวัน แต่ก็มีมากพอที่จะทำให้คังดงโฮรู้สึกหงุดหงิดเพราะคนนั้นคนนี้ก็มีลักษณะคล้ายคนที่เขากำลังรอไปเสียหมด

 

ยี่สิบนาทีผ่านไป คังดงโฮเลิกสนใจคนที่เดินผ่านเขาไปมา และหันมาสนใจกับบุหรี่ในมือของตัวเองแทน เขาพ่นควันสีขาวจากบุหรี่กลิ่นมินท์ที่เขาชอบออกมา ลมหน้าร้อนได้ช่วยให้ควันบุหรี่ลอยและจางหายไป ดงโฮไม่เคยไม่พอใจกับกลิ่นและรสที่ได้จากมัน ไม่ว่าเวลาจะเป็นฤดูไหน อากาศจะร้อนหรือเย็นเท่าไหร่ สำหรับคังดงโฮแล้ว บุหรี่แบบเย็นก็จะเป็นสิ่งที่เขาเลือกขึ้นมาจุดสูบอยู่ดี

 

คังดงโฮไม่เคยเบื่อบุหรี่กลิ่นมินท์ เช่นเดียวกับการที่เขาไม่เคยเบื่อคนที่เขากำลังรออยู่...

 


 

-----

 

ฮวังมินฮยอนก้าวขาออกมาจากประตูทางออก 4 เขามองหาคังดงโฮ คนที่ไม่ต้องเอ่ยปาก ก็รู้กันว่าไม่ว่าจะดึกแค่ไหน คนๆนี้ก็จะมารอเขาอยู่ตรงนี้เสมอ และกลิ่นควันจางๆที่ลอยมาพร้อมกับลมทำให้ฮวังมินฮยอนเจอคนที่กำลังรอเขาอยู่

 

รอนานไหม

 

คังดงโฮก็ส่ายหน้า แล้วปล่อยบุหรี่มวนนั้นในมือให้ร่วงหล่นลงกับพื้นและเหยียบซ้ำให้ไฟแดงๆนั้นดับไป...

 

เสียงเพลงที่ฮวังมินฮยอนไม่รู้จักดังลอดออกมาจากลำโพงอย่างดีในรถหรูของคังดงโฮ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้จักเพลงที่คังดงโฮเปิดเลยก็ตาม แต่เสียงดนตรีบวกกับบรรยากาศถนนตอนกลางคืนเรียบรันเวย์ ก็ทำให้ฮวังมินฮยอนรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างไม่แปลกใจ

ฮวังมินฮยอนไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้อยู่ที่ไหน เขาไม่รู้อะไรเลยจากการหันไปมองหน้าของคนขับรถ นอกจากรู้ว่าดวงตาสีน้ำตาลที่สะท้อนกับแสงสีส้มของถนนมันน่ามองแค่ไหน ที่นี่เวลานี้ไม่พลุกพล่านเหมือนในสนามบินที่พวกเขาออกมาเลยแม้แต่น้อย ถนนโทรลเวย์ที่ออกจากสนามบินมีรถอยู่เพียงสองสามคันที่เขาเห็นได้ในระยะสายตา

 

ทำให้ตอนนี้เวลานี้ เหมือนกับว่าฮวังมินฮยอนได้ใช้เวลาอยู่กับดงโฮกันแค่สองคน และนั่นก็ทำให้เขารู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องหาคำตอบอะไรจากคนข้างๆก็ได้

 

 


-----

 

คังดงโฮลดกระจกลงทั้งสองข้างเพื่อให้ลมเย็นๆพัดเข้ามา และที่เขาลดกระจกลงก็เพราะเขาอยากจะสูบบุหรี่ต่ออีกสักมวน ไม่จำเป็นต้องหันไปบอก คนข้างๆเขาก็หยิบบุหรี่มาคาบไว้และหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดไฟ เหมือนทุกครั้ง หลังจากที่มันได้รับความร้อนอย่างที่ควรจะเป็น ควันสีขาวตุ่นก็ถูกพ่นออกมาจากปากของคนข้างๆของเขา

 

ผมที่ปลิวจากลมที่ผ่านเข้ามา และกลิ่นควันที่คละคลุ้งเป็นหมอกสีจางๆในรถ ทำให้ภาพของคนข้างๆน่าดูจนเขาไม่อยากจะละสายตาจากฮวังมินฮยอนไปมองถนนเลย....

 

คังดงโฮหยิบบุหรี่จากคนข้างๆมาสูบต่อ เขาใช้เวลาไม่นานเพื่อที่จะทำให้บุหรี่มวนนั้นดับลง เมื่อมันดับลงเขาก็ปล่อยให้ลำโพงอย่างดีที่เขายอมเสียเงินเพิ่มเพื่อให้ได้ติดตั้งในรถของเขา ทำหน้าที่ของมันต่อไป

 

 

-----

 

รถมาจอดที่ชายหาดแห่งหนึ่ง ฮวังมินฮยอนเดาว่าคงเป็นชายหาดซักแห่งในอินชอน ซึ่งเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอยากได้คำตอบมากนัก หลังจากคังดงโฮดับเครื่องยนต์แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งอยู่ที่กระโปรงหน้ารถ คังดงโฮก็หันมายิ้มให้กับเขา และพยักหน้าเรียกให้ตามออกไป รอยยิ้มของดงโฮเหมือนเด็กน้อย ฮวังมินฮยอนคิดแบบนั้น เขาอยากให้รอยยิ้มนั้นอยู่กับคังดงโฮไปนานๆถ้าเป็นไปได้

 

 

-----

 

ฮวังมินฮยอนกระโดดขึ้นมานั่งที่กระโปรงหน้ารถตามที่เขาเรียก คังดงโฮชอบบรรยากาศทะเลตอนกลางคืนกับเพลงโปรดของเขาที่ส่งเสียงแผ่วเบาออกมาจากในรถ คังดงโฮชอบกลิ่นควันบุหรี่ที่ติดมากับกลุ่มผมของคนข้างๆ และคังดงโฮก็ชอบแววตาที่กำลังจ้องมองไปยังผืนทะเลที่ว่างเปล่าของคนๆนั้นด้วย

 

ดงโฮยิ้ม แบบที่เขารู้ว่าคนข้างๆก็ชอบมันเหมือนกัน

 

 


-----

 

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ฮวังมินยอนลืมตาขึ้ยจากการนอนหนุนแขนคนข้างๆ เขาไม่อยากขยับตัวมากเท่าไหร่เพราะกลัวว่าคนข้างๆจะรู้ตัวและตื่นขึ้นมา เขาค่อยๆพลิกตัวหันไปประจันหน้ากับคนข้างๆ คังดงโฮหลับตาพริ้ม นั่นทำให้มินฮยอนแอบยิ้มให้กับภาพที่เห็น ถ้าตัดเรื่องไรหนวดที่เป็นภาระให้คนตรงหน้าต้องตื่นมาโกนทุกเช้าที่ต้องไปทำงาน คังดงโฮตรงหน้าก็เหมือนเด็กน้อยคนนึง ไม่ต่างจากวันแรกที่เขาได้เจอกัน

 

เพราะความรู้สึกอบอุ่นแบบที่เขาชอบมาตลอด ทำให้เป็นอีกครั้งที่มินฮยอนผล็อยหลับไป ความอบอุ่นที่ไม่ได้มาจากเครื่องยนตร์ที่ดับไปได้ไม่นาน แต่เป็นความอบอุ่นที่มาจากคนข้างๆ ทำให้มินฮยอนรู้สึกสงบและปลอดภัย

 

แสงสว่างหน้าจอโทรศัพท์ที่ถูกทิ้งไว้ในเบาะรถ ก็ไม่สามารถทำให้เขาทั้งสองลุกออกจากกันได้เลย

 


 

-----

 

‘missed call: Jiseong Hyung’

 

คังดงโฮตื่นขึ้นหลังรู้สึกถึงแรงสั่นในกระเป๋ากางเกง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและเห็นชื่อของพี่ชายที่เขารู้จักดี อย่างไรก็ตาม น่าจะเป็นคนที่นอนอยู่ข้างเขามากกว่าที่รู้จักดีเมื่อเทียบกับเขา

 

พี่จีซองโทรมาหน่ะ ดงโฮพูด หลังจากที่คนข้างๆ ขยับตัวและค่อยๆลืมตา

อืม ฮวังมินฮยอนยันตัวขึ้นแล้วยิ้ม เขายิ้มแบบที่คังดงโฮรู้ว่ามีนัยยะแฝงว่า แล้วไงหละ อะไรประมานนี้

 

ดงโฮส่ายหน้า เขายังคงนอนอยู่ที่กระโปรงหน้ารถ สายตาทอดยาวไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนของชายหาดยามค่ำคืน

 

วันนี้ยังไม่ได้ทำอย่างนั้นเลยนะ คังดงโฮทวงถามสิ่งที่ฮวังมินฮยอนทำให้เขาเป็นประจำ

ทำอะไรหรอ ฮวังมินฮยอนหันมาสบตาคงดงโฮแล้วตีหน้าซื่อ

โกหกฉันหน่อยสิ…”

 


 

-----

 

ทุกอย่างกำลังไปได้สวย...

ฮวังมินฮยอนพูด เขายิ้มให้กับความมืด และในตอนนี้ก็มีแต่คังดงโฮเท่านั้นที่เห็นรอยยิ้มนั้น มันไม่ใช่รอยยิ้มที่น่าดูเท่าไหร่ เป็นเหมือนรอยยิ้มโง่ๆที่ฮวังมินฮยอนใช้ปลอบใจตัวเองเท่านั้น

 

คังดงโฮยันตัวขึ้นไปนั่งข้างๆเขา ฮวังมินยอนเอนหัวไปซบกับไหล่แข็งของคนข้างๆ เขาเลือกที่จะหลับตาอีกครั้ง เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ในวันนี้ แต่ฮวังมินฮยอนยังไม่อยากที่จะลืมตา เพราะเขาทำแบบนั้น ก็อาจจะเหมือนกับว่าเขาได้ปล่อยเวลานี้ให้ลอยหายไป เหมือนควันบุหรี่ที่สุดท้าย ก็ลอยหายไปในที่สุด

 

มินฮยอนปล่อยมันไปไม่ได้ และเขาจะไม่ปล่อยมันลอยหายไป

 

ถึงแม้ว่าฮวังมินฮยอนจะรู้ดีว่าคนข้างๆความหมายของคำโกหกเมื่อครู่ แต่เขาก็เลือกที่จะพูดออกไปอีกครั้ง

 

คิดถึง ฮวังมินฮยอนพูด และครั้งนี้ฉันไม่ได้โกหก เขาลดเสียงลงจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ

 

 


------

 

คังดงโฮอยากจะหยุดเวลานี้ไว้ เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ตอนนี้ไม่ถูกต้องเท่าไหร่นัก เพราะตอนนี้เขากำลังลักพาตัวมินฮยอนออกมาจากที่ที่ควรอยู่ เพียงหนึ่งสายที่ไม่ได้รับจากรุ่นพี่ที่โทรศัพท์ของเขา ทำให้คังดงโฮรู้ว่าที่โทรศัพท์อีกคนอาจจะมีสายที่ไม่ได้รับหลายสิบสายจากคนทางนั้นเหมือนกัน

 

แต่ก็ช่วยไม่ได้ เขาเป็นคนวู่วาม ฮวังยอนเคยบอกแบบนั้น สมัยก่อนคังดงโฮเคยลักพาตัวมินฮยอนไปพาจูตอนกลางดึก เพราะสมองตันคิดเพลงไปออก ครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการลักพาตัวครั้งต่อๆมา อย่างไรก็ตาม คังดงโฮรู้สึกว่า เขาไม่เคยโกรธที่ฮวังมินฮยอนพูดแบบนั้น เพราะคำว่าวู่วามเหมาะแล้วที่จะเป็นคำจำกัดความของเขา

 

คังดงโฮปล่อยเวลาให้ผ่านเลยไปอีกพักใหญ่ ถึงแม้ว่าท่านั่งตอนนี้ของเขาไม่สบายเท่าไหร่นัก แต่เขาก็ยอมที่จะนั่งแบบนี้ต่อไป เพื่อให้คนข้างๆที่กำลังซบไหล่เขาอยู่ ได้พักอีกซักหน่อย

 

และเพราะเวลากับกระแสน้ำไม่เคยหยุดนิ่ง และเพราะปาฏิหาริย์ไม่มีจริง เสียงสั่นครั้งที่สองจากโทรศัพท์เขาก็ได้ทำลายความเงียบที่แสนสงบลง

 

‘JR’

 

ไม่ใช่คนเดียวกับคนเมื่อครู่ แต่เป็นอีกคนที่สามารถทำให้ทุกอย่างกลับไปเป็นแบบเดิมอย่างที่ควรเป็น

 


 

-----

 

ตลอดระยะทางจากอินชอนเข้าสู่โซล ฮวังมินฮยอนไม่หลับอีกเลย เขาเพียงแต่หลับตาทว่าหัวของเขาไม่หยุดคิดเรื่องสัพเพเหระที่เขาจะต้องเจอต่อจากนี้

 

กลิ่นควันบุหรี่มาพร้อมกับลมเย็นๆที่กระทบใบหน้าเขาอีกครั้ง ฮวังมินฮยอนลืมตาขึ้นมาเห็นภาพที่เหมือนกับภาพที่เขาคิดไว้ในหัวก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นไม่มีผิด

 

ภาพของเพื่อนสนิทที่สุดของเขา กำลังคาบบุหรี่ในปาก กับแสงไฟส้มๆบนถนน อย่างเดียวที่ทำงานอยู่ในเมืองที่กำลังหลับใหล แล้วก็รอยยิ้มของตัวเขาเอง ที่ไม่สามารถหุบยิ้มลงได้

 

วันนี้พอได้แล้ว ฮวังมินฮยอนหยิบมวนบุหรี่ที่คนข้างๆคาบไว้ในปากออกแล้วเขี่ยมันลงกับที่เขี่ยบุหรี่ที่เจ้าของรถซื้อทิ้งไว้ในรถ เขารู้ว่าคังดงโฮตั้งใจจุดสูบเพื่อให้เขาตื่น

อยากฟังคำโกหกของฉันบ้างไหม คนที่พึ่งถูกแย่งบุหรี่ออกจากปากถาม

“…”

 

ฮวังมินฮยอนไม่ตอบ เพราะเขารู้ว่าคนข้างๆรู้อยู่แล้วว่าคำตอบของเขาคืออะไร

 

ไปเถอะ มันดีสำหรับนาย และเรา ขอบคุณมากนะ

...

 “แล้วเจอกันใหม่ ลาก่อนนะมินฮยอน

 

.

.

.

.

 


-----

 

ฮวังมินฮยอนออกจากรถไปแล้ว ตอนนี้แสงอาทิตย์ส้มๆกำลังค่อยๆ แผ่ปกคลุมท้องฟ้าสีน้ำเงิน คังดงโฮขับรถต่อไปยังจุดหมายที่เขาเคยชิน บ้านของเขา ที่มีเพื่อนสนิทอีก 3 คนกำลังรอการกลับไปของเขาอยู่ อาจจะมีคนนึงที่ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่จากการกระทำที่ วู่วามของเขา แต่นั่นก็ไม่สามารถทำลายรอยยิ้มที่เขากำลังยิ้มไม่หุบตอนนี้ได้ เพราะอะไรหน่ะหรอ เพราะเขาเป็นคนวู่วามจริงๆไงหละ

 



-----

 

ฮวังมินฮยอนล้มตัวลงนอนที่เตียงของตัวเอง หมดเวลาสำหรับช่วงเวลาพักผ่อนของเขา อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเขาต้องตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตกับความจริงที่เป็นอยู่ แต่แค่พอนึกถึงรอยยิ้มเด็กน้อยของคนที่พึ่งมาส่งเขา ก็ทำให้ฮวังมินฮยอนยิ้มตามแบบไม่รู้ตัว

 

คังดงโฮเป็นคนวู่วาม ฮวังมินฮยอนรู้ดี แต่ถ้าจะว่าแบบนั้นแบบนั้น เขาก็คงเป็นคนวู่วามเหมือนกัน ที่เลือกที่จะทำตามใจตัวเอง... เพราะเพื่อนที่สนิทกันก็จะต้องมีนิสัยอะไรที่คล้ายๆกันไง ใช่ไหมหล่ะ

 

คำโกหกของคังดงโฮเป็นเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเดินต่อไปข้างหน้าได้ จะพูดให้ถูกคือไม่ใช่แค่คำโกหกของคังดงโฮเพียงคนเดียว แต่เป็นคำโกหกที่ฮวังมินฮยอนได้รับจากเพื่อนสนิทอีกสามคนเป็นประจำ

 

คำว่า ไปเถอะ ที่หมายความว่า รีบกลับมานะ

คำว่า แล้วเจอกัน ที่หมายความว่า รออยู่เสมอ

และคำว่า ลาก่อนนะ ที่หมายความว่า พวกเขารักมินฮยอนมากแค่ไหน

 

แค่นี้ ก็ทำให้เรื่องราวของฮวังมินฮยอน ดำเนินต่อไปได้อย่างง่ายดาย...



 

 

-----

 

The night's not over, come on, tell me it's not
And I'll drive you home after the city is stopped
And we both know better, maybe we don't though
I, I never let it, I couldn't let it go


-----

 

 

 

เรื่องนี้มาจากจังหวะที่ฟังเพลงนี้แล้วภาพบรรยากาศของคู่นี้ก็ลอยเข้ามาค่ะ

เราชอบความสัมพันธ์ของสองคนนี้มาก แบบว่ามองแบบไม่มีฟิลเตอร์ใดๆ

เหมือนเป็นเพื่อนที่คอยดูแลกันและอยู่ข้างกันเสมอ เป็นไหล่อุ่นๆให้พึ่งพิง

อะไรแบบนั้น อีกไม่กี่วันจะ 2019 แล้วเนอะ อึดใจเดียวเท่านั้น


ถ้าใครอยากจะติชม หรือพูดคุยกันก็ไปทักทายกันได้ที่ทวีต

@flower_n_you ได้ทั้งเมนชั่นและดีเอ็ม หรือว่าจะติดแท็ก 

#fnuxbaekmin ก็ได้ทั้งหมดเลยนะคะ


สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพกันด้วย แล้วเจอกันนะคะ ลาก่อนค่ะ

 

Until then J

With love from flower_n_you

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. #2 Chaner (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 20:51
    ร้องไห้เลยอะ ทำไมหน่วงขนาดนี้ อยากให้กลับมาอยู่ด้วยกัน 😢😢😢
    #2
    0
  2. #1 pp.tigerbh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 10:53
    มันเป็นฟีลหม่นๆที่อ่านรู้สึกอบอุ่นใจนิดๆ ชอบการบรรยายแบบนี้มากเลยค่ะ
    #1
    0