บทความวิชาเกรียน - ข้อมูลเทวดาฉบับฮาเฮ

ตอนที่ 12 : พระมาตุลี : สารถีขั้นเทพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    16 ธ.ค. 58

พระมาตุลี : สารถีขั้นเทพ



เมื่อเล่าเรื่องเทพบริวารสำคัญของพระอินทร์อย่างพระวิศวกรรมไปแล้ว หากจะไม่เอ่ยถึงบริวารสำคัญของพระอินทร์อีกองค์หนึ่งก็คงจะเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง ดังนั้นในตอนนี้เราจะมาเล่าเรื่องของเทวดาผู้ทำหน้าที่เป็นสารถีให้กับพระอินทร์ ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของกรมการขนส่งทางบกของประเทศไทยกันครับ

อันที่จริงสารถีหรือคนขับรถนั้นถูกจัดว่าเป็นงานใช้แรงงานประเภทหนึ่ง ซึ่งไม่พ้นการโดนดูถูกมาตั้งแต่โบราณ ตั้งแต่ในมหากาพย์มหาภารตะ ก็ปรากฏเรื่องว่ากรรณะซึ่งถูกเลี้ยงดูมาโดยครอบครัวสารถี ต้องการประลองกับอรชุนผู้เป็นเหมือนพระเอก แต่กลับโดนเหยียดหยามหลังรู้ว่าเติบโตมาในครอบครัวสารถี และไม่ยอมรับการประลองด้วย จนกระทั่งทุรโยชน์ผู้เป็นพี่ใหญ่ฝั่งเการพต้องแต่งตั้งให้เป็นราชา เพื่อให้มีศักดิ์เทียบเท่าอรชุน แต่กระนั้นเมื่อครั้งงานเลือกคู่ของนางเทราปตี บางแห่งก็เล่าว่ากรรณะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าร่วม เพราะเติบมาในครอบครัวสารถีที่ถือว่าต่ำต้อย 

ผมเองก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าปัจจุบันยังมีคนคิดเหยียดหยามคนอื่นเพราะชาติกำเนิดเขาไม่สูงส่ง เพราะฐานะทางสังคมเป็นผู้ให้บริการ หรือเพราะฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดีกันอยู่หรือเปล่า ซึ่งผมก็ไม่อยากให้ใครมีความคิดแบบนั้นกันสักเท่าไร เพราะความดีและความรู้สามารถของคนคนหนึ่ง ไม่ได้อยู่ที่ชาติกำเนิดหรือฐานะเสมอไป ดังเช่นเรื่องราวของเทวดาที่ผมจะเล่าต่อไปนี้...

พระมาตุลี หรือมาตุลีสังคาหกเทพบุตร เป็นเทวดาในสวรรค์บนยอดเขาพระสุเมรุ ปรากฏทั้งในคติพุทธและคติพราหมณ์ - ฮินดู หลายคนคงทราบดีว่ามีหน้าที่เป็นสารถีส่วนตัวของพระอินทร์จอมเทพ แต่ถึงแบบนั้นประวัติความเป็นมาของพระมาตุลีนั้นคลุมเครือ

แม้มีปรากฏในพิลารโกสิยชาดก ว่าพระมาตุลีในชาดกดังกล่าวอุบัติขึ้นมาจากอานิสงส์ของการสร้างโรงทาน บริจาคทานตลอดชีวิต และสอนลูกหลานให้ปฏิบัติตามตนเอง ซึ่งพระมาตุลีในชาดกดังกล่าวได้กลับมาเกิดเป็นพระมหากัสสปะ พระอรหันต์ผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงพุทธสมัย ทว่าในช่วงเวลาพุทธสมัยก็มีพระมาตุลีองค์อื่นปรากฏอยู่ ดังนั้นอาจถือได้ว่าในคติความเชื่อของพุทธศาสนา พระมาตุลีเป็นชื่อตำแหน่งที่มีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเช่นเดียวกับพระอินทร์ โดยพระมาตุลีที่ปรากฏในชาดก ส่วนมากมักเป็นอดีตชาติของพระอานนท์

แต่ไม่ว่าพระมาตุลีในตำนานแต่ละเรื่องจะเป็นองค์เดียวกันหรือไม่ หรือเป็นอดีตชาติของใคร ในตอนนี้ผมก็จะรวบรวมเรื่องราวที่เทวดาผู้ดำรงตำแหน่งสารถีของพระอินทร์ได้ทำไว้ มาเล่าสู่กันฟังแก่ทุกท่านกันครับ

เริ่มตั้งแต่ในกุลาวชาดก เมื่อครั้งที่นายมฆอุบัติเป็นพระอินทร์ ได้มอมเหล้ากลุ่มเทวดาเนวาสิกซึ่งมีสัมพระเป็นผู้นำ แล้วจับโยนลงมาจากเขาพระสุเมรุ และไม่นานหลังจากนั้นตนเองก็กลายเป็นท้าวมัฆวานผู้ปกครองสวรรค์จากนั้นไม่นานก็ใช้อำนาจญาณของตนตรวจสอบว่ามิตรสหายและภรรยาเมื่อครั้งเป็นนายมฆนั้น ได้มาเกิดเป็นอะไรในภพชาตินี้บ้าง และพบว่าทุกคนมาเกิดเป็นเทวดาบนเขาพระสุเมรุด้วยกันทั้งสิ้น เว้นแต่ชายาคนสุดท้ายของตนที่ไม่ชอบการทำบุญทำทาน คือนางสุชาดา ได้ไปเกิดเป็นนกกระยางขาว 

พระอินทร์ได้ไปแนะนำนางนกกระยางให้รักษาศีล ไม่กินปลาที่มีชีวิต จนกระทั่งนางนกกระยางตายก็ได้ไปเกิดเป็นลูกสาวช่างปั้นหม้อ ก็ยังคงรักษาศีลบริบูรณ์ เมื่อตายจากภพนั้นไปก็ได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดีขึ้น คือได้เป็นถึงธิดาของกษัตริย์... แต่ดันเป็นลูกสาวของเทพบุตรสัมพระ ซึ่งได้บัดนี้มีนามใหม่ว่าไพจิตร หรือเวปจิตติ กษัตริย์ของพวกเทวดากลุ่มคู่ปรับที่บัดนี้ใช้ชื่อใหม่ว่า “อสูร” 

พระอินทร์ได้ใช้อุบายแปลงเป็นชายแก่เข้าไปในพิธีเลือกคู่ของนางสุชาดา และเมื่อนางสุชาดาเลือกตนเองเป็นคู่ก็ประกาศว่าตนคือพระอินทร์ แล้วพานางสุชาดาเหาะหนี ซึ่งสัมพระก็ไม่ยอมเสียลูกสาวให้คู่แค้น สั่งบริวารให้ไล่ล่าหมายชิงลูกสาวกลับมาให้ได้!

พระอินทร์ผู้เดียวอุ้มนางเหาะมีหรือจะหนีการตามล่าพ้น ดังนั้นก็ถึงเวลาที่พระเอกของตอนนี้คือพระมาตุลี จะโชว์ความหล่อด้วยการบึ่งราชรถเวชยันต์เทียมด้วยม้าพันตัว เพื่อมารับพระอินทร์และนางสุชาดา ก่อนที่จะขับรถหนีตายจากอสุรกายภูมิ 

อสุรกายภูมิอยู่ใต้พื้นพิภพของเขาพระเมรุอยู่ 84,000,000 โยชน์ หรือ 1,344,000 กิโลเมตร เขาพระเมรุสูง 84,000,000 โยชน์ ดังนั้นเส้นทางจากอสุรกายภูมิไปยังดาวดึงส์นั้นห่างกันถึง 168,000 โยชน์ หรือ 2,688,000 กิโลเมตร แถมเขาพระเมรุนั้นก็ยังมีลักษณะชันมากจนเรียกได้ว่าแทบจะตั้งฉากกับพื้นโลก ดังนั้นการขับรถไต่เขาด้วยเส้นทางนี้จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถึงแบบนั้นพระมาตุลีก็แสดงฝีมือขั้นเทพ ขับรถไต่เขาพาพระอินทร์หลบเหล่าอสูรได้

ทว่ายังไม่ทันถึงปลายทาง ก็ผ่านป่าที่เรียกว่าสิมพลิวัน หรือป่าไม้งิ้วเชิงเขาพระสุเมรุ อันเป็นที่อยู่ของเผ่าพันธุ์ครุฑเสียก่อน พระอินทร์ได้ยินเสียงลูกครุฑร้องตกใจด้วยเสียงรถ ก็ถามพระมาตุลีว่าเสียงอะไร พระมาตุลีก็ตอบไปตามความจริงว่าเสียงลูกครุฑเล็กๆ ร้องตกใจ 

พระอินทร์คิดว่าถ้าพระมาตุลีขับรถตรงต่อไปแบบนี้ ความเร็วของรถจะทำให้ลูกครุฑล้มตายแน่ จึงสั่งพระมาตุลีให้กลับรถอย่างไว สารถีขั้นเทพก็หักรถที่แล่นอย่างเร็ว กลับไปหากองทัพอสูรในไม่กี่อึดใจ และกริยานั้นก็ทำให้พวกอสูรคิดว่าพระอินทร์คงมีกองหนุนมาช่วยแน่ และกองทัพอสูรที่ยกมาก็พอแค่จะจับพระอินทร์ ไม่ได้เตรียมมารบกับกองทัพเทวดา จึงพากันถอยทัพกลับอสุรกายภูมิ ส่วนพระมาตุลีเห็นพวกอสุรกลับไปหมดก็พาพระอินทร์กลับไปดาวดึงส์

อีกบทบาทที่สำคัญของพระมาตุลี คือในมหากัณหชาดก เมื่อครั้งหลังสิ้นสุดยุคของพระกัสสปะพุทธเจ้า ประชาชนมีศีลธรรมเสื่อมทรามลง พระอินทร์เห็นว่าไม่มีเทวดาใหม่เกิดบนสวรรค์ จึงส่องทิพยเนตรลงไปบนโลก และพบว่าผู้คนละเลยศีลธรรม จึงบัญชาให้พระมาตุลีแปลงเป็นสุนัขดำตัวใหญ่เท่าม้าอาชาไนย ตนเองแปลงเป็นนายพรานลงไปบนโลกมนุษย์ และข่มขู่มนุษย์ว่าสุนัขยักษ์ตัวนี้หิวโหย มันต้องการกินนักบวชทุศีล นักบวชที่เห็นแก่เงินทอง และคนไม่มีศีลธรรมทั้งหลาย ซึ่งการข่มขู่นั้นก็ทำให้ผู้ทำหวาดกลัวการทำชั่วได้ถึงหนึ่งพันปี

วีรกรรมที่สำคัญของพระมาตุลี ปรากฏในคติความเชื่อฝ่ายฮินดู กล่าวคือพระอินทร์ได้ส่งพระมาตุลีมาหาพระราม เมื่อการจองถนนข้ามไปลงกาเพื่อทำสงครามกับทศกัณฐ์สำเร็จ เพื่อให้พระรามได้มีราชรถประทับยามต้องทำศึก ไม่ให้เสียเปรียบอีกฝ่ายมากนัก และพระมาตุลีก็ทำหน้าที่นี้ให้พระรามจนจบสงคราม นอกจากนี้ในรามเกียรติ์ของไทย พระมาตุลียังเป็นผู้นำรถศึกอย่างดีไปมอบให้ท้าวทศรถใช้เป็นของประจำตน หลังจากที่รถศึกเดิมเพลาหักเมื่อรบกับอสูรนามปทูตทันต์ (ศึกที่นางไกเกษีเอาแขนสอดเพลารถนั่นแหละ)

นอกจากนี้ในความเชื่อของพุทธศาสนา พระมาตุลียังได้รับหน้าที่จากพระอินทร์ให้เชิญพระโพธิสัตว์จากโลกมนุษย์มายังเทวโลก อาทิเช่นเชิญพระโพธิสัตว์เหมือนเสวยพระชาติเป็นคุตติลคนธรรพ์มายังเทวโลก และที่น่าจะรู้จักมากที่สุดคือทำหน้าที่เป็นไกด์ นำพระโพธิสัตว์เมื่อเสวยพระชาติเป็นพระเจ้าเนมิราชไปทัวร์ทั้งนรกและเทวโลก

เรื่องพระมาตุลีพาพระเจ้าเนมิราชทัวร์โลกหลังความตาย ได้ปรากฏในเนมิราชชาดก เมื่อพระเจ้าเนมิราชผู้บริจาคทานแก่ประชาชน และประพฤติตนในพรหมจรรย์ (พรหมจรรย์นั้นแท้จริงแล้วคือการประพฤติอย่างพรหม รักษาศีลเคร่งครัด ไม่เบียดเบียนใคร ไม่ใช่ว่าไม่มีเพศสัมพันธ์แบบที่เข้าใจกัน) ได้สงสัยว่าทานกับพรหมจรรย์ สิ่งใดสำคัญกว่า และพระอินทร์ก็ได้ลงมาสนทนาธรรมด้วย 

หลังจากสนทนาธรรมกันแล้ว พระอินทร์ก็ได้กลับไปเล่าให้เหล่าเทวดาฟัง เหล่าเทวดาก็ขอให้เชิญพระเจ้าเนมิราชม้าเยือนสวรรค์ พระอินทร์จึงให้พระมาตุลีขับรถไปรับขึ้นมายังเทวโลก แต่พระมาตุลีได้ถามพระเจ้าเนมิราชก่อนว่า อยากไปทัวร์นรกหรือสวรรค์ก่อน

เมื่อพระเจ้าเนมิราชบอกว่าอยากเห็นนรก พระมาตุลีก็จัดให้ด้วยการขับรถพาพระเจ้าเนมิราชทัวร์นรกหลายขุม และสาธยายถึงกรรมที่ทำให้ลงนรก จนพระอินทร์เห็นว่าอายุขัยของพระเจ้าเนมิราชอาจหมดก่อนที่จะดูนรกครบทุกขุม จึงส่งเทวดามาเตือนพระมาตุลีให้รีบพาพระเจ้าเนมิราชไปยังเทวโลก พระมาตุลีจึงแสดงภาพนรกทุกขุมให้พระเจ้าเนมิราชดูพร้อมกันในช่วงเวลาเดียว ก่อนจะพาพระเจ้าเนมิราชไปชมเทวโลกและสาธยายถึงกรรมที่ทำให้เกิดเป็นเทวดา และทำให้พระเจ้าเนมิราชนำเรื่องนรกสวรรค์มาเล่าให้ประชาชนฟัง

หากสงสัยว่าทำไมพระมาตุลีถึงรู้เรื่องของนรกสวรรค์มากนัก ทั้งที่มีตำแหน่งเป็นเพียงสารถี นั่นก็เพราะพระมาตุลีมีอุปนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน ซึ่งในตำนานฝั่งพุทธ เราจะเห็นหลายครั้งที่พระมาตุลีสงสัยสิ่งต่างๆ แล้วถามพระอินทร์ เช่น

- ในปฐมสักกนมัสนสูตร พระมาตุลีเห็นพระอินทร์ไหว้ทิศทั้งหลายก่อนขึ้นรถ ก็ถามว่าผู้ยิ่งใหญ่อย่างพระอินทร์จะต้องไหว้ใครก่อนเดินทาง พระอินทร์ก็ตอบว่าไหว้ทิศที่มีผู้มีศีลธรรมอยู่ก่อนจะเดินทาง และสาธยายถึงเรื่องผู้มีศีลธรรมให้ฟัง

- ในทุติยสักกนมัสสนสูตร พระมาตุลีเห็นพระอินทร์พนมมือไหว้เหมือนบูชาใครในใจ จึงถามว่าพระอินทร์นอบน้อมผู้ใด พระอินทร์ตอบว่านอบน้อมแก่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ และเล่าเรื่องการละกิเลสของพระอรหันต์ให้พระมาตุลี

- เมื่อครั้งหนึ่งพระอินทร์ชนะท้าวเวปจิตติได้ ท้าวเวปจิตติได้ด่าทอพระอินทร์ แต่พระอินทร์ไม่โต้ตอบ พระมาตุลีสงสัยว่าทำไมไม่โต้ตอบ เพราะกลัวหรือเพราะว่าอ่อนแอ พระอินทร์จึงได้อธิบายว่าไม่ใช่ทั้งสองอย่าง แต่พระอินทร์มีความคิดว่าผู้ใดไม่โกรธตอบผู้กำลังโกรธ ผู้นั้นชื่อว่าเป็นผู้ชนะสงคราม ผู้ใดโกรธตอบผู้กำลังโกรธ ผู้นั้นเป็นคนหยาบช้า

นอกจากนั้นพระมาตุลียังเป็นที่ไว้วางใจของพระอินทร์ ไว้ใจมากชนิดที่ในไตรภูมิพระร่วงได้บรรยายไว้ว่า เรื่องราวของโลกมนุษย์ที่จตุโลกบาลได้บันทึกไว้ ต้องส่งให้ปัญจสิงขรคนธรรพ์เทพบุตรพิจารณาก่อน แล้วจึงส่งให้พระมาตุลี ก่อนจะส่งมารายงานพระอินทร์ได้ เรียกว่านอกจากสารถีส่วนตัว แล้วยังเป็นเลขาคนสำคัญอีกต่างหาก

จากที่เล่ามาข้างต้น จะเห็นได้ว่าสารถีขั้นเทพองค์นี้ไม่ได้มีความสามารถเพียงแค่ขับรถ แต่ยังมีทั้งความรู้รอบด้านอันเกิดมาจากความใฝ่รู้ และยังมีคุณธรรมอันดีที่ทำให้มาเกิดเป็นเทพบุตร เรียกได้ว่าเป็นคน เอ๊ย เป็นเทวดาที่ดี มีความสามารถอีกหนึ่งท่าน แม้ว่าจะมีฐานะเป็นบริวารของพระอินทร์ก็ตาม

หนำซ้ำวีรกรรมชิงนางสุชาดาของพระอินทร์ หรือการรบของพระรามจะสำเร็จไม่ได้เลย หากขาดซึ่งสารถีผู้นี้ บางทีถ้าไม่มีพระมาตุลี พระอินทร์คงโดนเหล่าอสูรจับไปสหบาทาเล่นแล้วไปยึดสวรรค์แล้วก็ได้...

ดังนั้นโปรดระลึกไว้เสมอครับว่าสารถี รวมไปถึงผู้ใช้แรงงานที่ท่านไม่รู้จัก หรือผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหลาย อาจเป็นคนดี มีความรู้ มีความสามารถเหมือนกับพระมาตุลี ยิ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ท่านอาจต้องฝากความสำเร็จของการงาน และบางครั้งอาจรวมไปถึงชีวิตของท่านไว้กับเขา เราจึงควรให้เกียรติทุกคน ให้ความเคารพผู้อื่นอยู่เสมอ ไม่ว่าเขาจะมีชาติกำเนิด หรือฐานะอะไรก็ตาม

ไว้พบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดีครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #93 17yok112535 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 21:28
    สนุกอ่ะ ชอบๆ รออัพนะค่ะ
    #93
    0