Mystic Land - ฝ่ามิติแดนพิศวง

ตอนที่ 76 : เรื่องสั้น : คุณหนูภูตพรายกับเจ้าชายยักษา (2) : คำขอร้อง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    18 ก.พ. 63


            เป็นการพบกันที่น่าประทับใจนะ แล้วเรื่องราวมันเป็นยังไงต่อกันเหรอ?

จากนั้นเราก็นั่งคุยสัพเพเหระประสาเด็กบนหลังสิงห์ จนเขาส่งเราจนถึงที่ประทับของเทพเฟรย์ เราถึงมารู้ทีหลังเราก็พบว่าเขาคือพระภาติยะ หรือคำสามัญเรียกว่าเป็นหลานลุงของผู้ปกครองลงกาธานีในตอนนั้น เป็นเจ้าชายของลงกานั่นแหละ ก็โดนพวกพี่ ๆ คนอื่นตำหนิเรื่องหนีไปเที่ยวเล่นคนเดียวกับเรื่องที่ต้องรบกวนให้เจ้าชายลงกามาช่วยอยู่บ้าง แต่ว่าท่านมหาเทพเฟรย์กลับมีทีท่าที่ต่างออกไป

“สนิทสนมกับเจ้าชายแห่งลงไว้ก็ไม่ได้เสียหายนี่” ท่านกล่าวพลางแย้มพระโอษฐ์อย่างมีเลสนัย ก่อนจะมอบพวกมาลัยใบไม้มาคล้องคอเรา แล้วกล่าวอย่างอ่อนโยน “คืนนี้จะมีงานเลี้ยงต้อนรับจากทางลงกา เจ้าลองไปเจรจาปราศรัยกับเขาดูอีกครั้งสิ”

 

คืนนั้นพวกเธอก็เลยพัฒนาความสัมพันธ์กันสินั่น

 

ก็ประมาณนั้นแหละลูกพี่ ในห้องโถงงานเลี้ยงนั้น เราพบว่าเจ้าชายอยู่โดดเดี่ยวจากเหล่ายักษ์อื่น สายตาเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างตลอดเวลาผิดกับวิสัยของยักษ์เชื้อพระวงศ์วัยเด็กอื่นในงาน ที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหารที่พวกชาวลงกาและชาวเอลฟ์ไฮลม์จัดมาแลกเปลี่ยนกัน

            “ฝ่าบาทคิดอะไรอยู่กันเหรอเพคะ?” เราในตอนนั้นแยกตัวออกไปหาเขา ก่อนจะถามด้วยความสงสัย

            “เรียกปกติเหมือนตอนเจอกันก็ได้ เซเลส”  รณฤทธิ์พูดพลางหันมามองเราด้วยแววตาที่ยากแก่การอ่านความรู้สึก “ที่เอลฟ์ไฮล์มเวลามีงานเลี้ยง เขากินกันเยอะขนาดนี้หรือเปล่านะ?”

            “ก็ไม่นะ อาจเพราะพวกเราไม่ค่อยได้กินอะไรกันเท่าไรอยู่แล้วด้วยมั้ง”

            “อืม... งั้นเหรอ...” เขาพูดพลางถอนใจเฮือกใหญ่ จนดูไม่เหมือนคนร่าเริงที่ช่วยเราเมื่อตอนเย็น

            “มีอะไรไม่สบายใจอยู่หรือเปล่า? งั้นเราไม่รบกวนก็ได้นะ” เราพยายามบอกพลางทำท่าจะเดินจากไป แต่เขากลับชิงพูดขึ้นมาก่อน

            “ออกไปชมจันทร์ที่ระเบียงกันหน่อยไหม แค่สองคนพอ”

            “เอ่อ... สองต่อสองแบบนี้ จะดี...” เราพยายามปฏิเสธแล้วหันไปทางพวกผุ้ใหญ่ แต่เทพเฟรย์ก็ส่งสัญญาณเหมือนอนุญาต เราจึงตกลงตามเขาไปที่ระเบียงโดยดี

            “มีอะไรอยากคุยกับเราเป็นพิเศษเหรอ?” เราถามด้วยความสงสัย ขณะที่รณฤทธิ์เอานิ้วชี้แตะริมฝีปาก ก่อนจะเอ่ยมาอย่างแผ่วเบาราวกระซิบ

            “เก็บที่จะพูดต่อไปนี้เป้นความลับ อย่าบอกยักษ์ตนไหนนะ ข้าอัดอั้นเรื่องนี้มาสักพักแล้ว...”

            “เราก็ไม่รู้จักยักษ์ตนอื่นนี่” เราตอบกลับอย่างงุนงงว่าเขาต้องการจะพุดอะไรกันแน่ แต่แล้วเขาก็พูดประโยคต่อไปก่อนเราจะทันถาม

“เจ้าคิดว่าอาหารมื้อนี้ เพียงพอสำหรับเลี้ยงยักษ์ได้กี่ปากท้องกัน”

“อาจจะ สัก 500 ตนได้มั้ง” เราในร่างเอลฟ์สาวคำนวณคร่าว ๆ

“จำนวนนั้นถือว่าเป็นทรัพยากรมากพอที่จะเลี้ยงดูชาวบ้านทั้งหมู่บ้านให้อิ่มท้องได้หลายวันเลย แต่พวกเรากลับมากินมันจนหมดในมื้อเดียว... ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่เชื้อพระวงศ์แบบข้าเกิดมาก็อยู่อย่างสุขสบายแทบไม่รู้จักความลำบาก ทว่าเมื่อออกไปนอกวังกลับพบแต่ประชาชนอดอยากเพราะถูกรีดภาษีด้วยอำนาจท่านลุง” รณฤทธิ์รำพึงขึ้นมาพลางถอนใจเฮือกใหญ่

“ไม่แปลกใจหรอกที่ประชาชนจะเกลียดชังพวกเชื้อพระวงศ์ลงกาในตอนนี้นัก ผิดกับสมัยจักรพรรดิผู้มีสิบหน้าที่ลงการุ่งเรือง ประชาชนอยู่ดีกินดีกว่านี้... ถ้าเรามีพลังอำนาจมากพอจะให้พวกผู้ใหญ่ยอมฟังล่ะก็...”

“แล้วท่านรณฤทธิ์จะมาบอกเราทำไมกัน...” เราในสมัยเป็นเซเลสกำลังสงสัย แต่แล้วรณฤทธ์ก็คุกเข่าลงข้างหนึ่งและก้มหน้าเหมือนจะขอร้องเรา

“อาจดูเหมือนไม่ควร แต่ฝากเจ้าไปบอกเทพเจ้าเฟรย์ให้ทีว่าข้าคิดแบบนี้ และข้าอยากจะแข็งแกร่งขึ้น ช่วยพาข้าไปศึกษาวิชาอะไรที่เอลฟ์ไฮลม์ทีเถอะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,057 ความคิดเห็น