[นิยาย] Vijini วีจิณี เทพธิดาล่าอสูร

ตอนที่ 10 : กัณฑ์ที่ ๑ บทที่ ๙ : ทรยศ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 พ.ค. 64

     กัณฑ์ที่ ๑ มนุสสภูมิ

บทที่ ๙ ทรยศ

สิบสี่ปีที่แล้ว ก่อนที่เรื่องในวันนี้จะเกิดขึ้น

ยามค่ำที่แสงจันทร์เดือนแรมส่องแสงสลัว ในบ้านไม้ทรงไทยที่ตั้งตระหง่านข้างสวน เด็กสาวคนหนึ่งเก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ลงไปในกระเป๋าเดินทาง สายตามองไปยังเด็กน้อยวัยหัดเดินที่กำลังนอนอยู่ในเปลที่ครอบมุ้ง ด้วยท่าทางเหมือนจะรังเกียจเสียเต็มประดา ก่อนที่จะชำเลืองมองภายในมุ้งที่ห่างออกไปไม่ไกล ซึ่งมีร่างนอนหลับใหลไม่ได้สติของหญิงและชายวัยกลางคน

เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครตื่นอยู่ เด็กสาวก็คว้ากระเป๋าเดินทาง แล้วแอบย่องลงจากบ้านไปอย่างเงียบเชียบ ตรงไปยังลานหน้าบ้านที่มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังยืนรออยู่ ก่อนที่ทั้งสองคนจะพากันเดินจากไปโดยไม่คิดจะหันกลับมามองบ้านหลังนั้นอีกครั้ง...

แง้! ” เสียงร้องของเด็กน้อยในเปลร้องดังลั่นบ้าน เด็กสาวส่งสัญญาณให้เด็กชายรีบเดินต่อไปให้ไวขึ้น ตรงไปยังรถจักรยานยนต์ที่จอดแอบไว้อยู่

นังฝนมันหายไปไหนของมันวะ? ปล่อยให้ลูกมันร้องงี้ได้ไง คนจะหลับจะนอนว้อย! ” เสียงโวยวายของชายกลางคนดังขึ้นมาจนทำลายความสงัดของยามราตรี ทว่าเด็กชายและเด็กสาวก็ขึ้นรถจักรยานยนต์ แล้วสตาร์ทรถคันนั้นเตรียมจะออกไปจากบริเวณนั้น

เสียงเครื่องยนต์ดังจนคนบนบ้านได้ยิน ชายวัยกลางคนมองจากหน้าต่างออกไปแล้วเห็นร่างหนุ่มสาวกำลังพากันขึ้นรถจักรยานยนต์ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร หนุ่มสาวทั้งสองก็ขับรถหายไปจากบริเวณนั้นแล้ว...และไม่มีใครพบเห็นทั้งคู่อีกเลย...

นั่นคือเรื่องราวของครอบครัวหยาดฟ้าในยามเธอยังเด็ก แม่ของเธอตั้งครรภ์โดยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อตั้งแต่ในวัยเรียน ก่อนจะไปพบรักกับชายอีกคนหนึ่งที่มาจากต่างถิ่น ก่อนตัดสินใจพากันหนีไป ทิ้งเธอเอาไว้อยู่กับตายายเพียงลำพัง

หลายปีผ่านไป เด็กน้อยเติบโตมาท่ามกลางการเลี้ยงดูของตายายซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าของสวนขนาดใหญ่ ทั้งสองคนเลี้ยงดูเธอดีมาก ตามใจเกือบทุกอย่างและสนับสนุนในทุกทางที่เธอต้องการ สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง ราวกับอยากจะแก้ไขความผิดพลาดในรุ่นแม่ และเธอก็ตอบสนองความคาดหวังนั้นได้อย่างดี เธอวางตัวเรียบร้อย ตั้งใจเรียน และด้วยการผลักดันจากตายาย เธอก็สามารถเข้าวงการบันเทิงได้ตั้งแต่อายุยังน้อยในฐานะดาราเด็ก และเติบโตมาเป็นดาราดาวรุ่งที่สังคมต่างจับตามอง ในฐานะนักแสดงมากความสามารถที่มีความกตัญญูต่อตายาย

จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอก็ได้รับการติดต่อมาทางโซเชียลเน็ตเวิร์กจากคนที่อ้างว่าเป็นแม่ บุคคลที่เธอไม่เคยรับรู้ว่ามีตัวตนอยู่ แม่ที่ทิ้งเธอไปตั้งแต่ยังจำความไม่ได้... เธอไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร จึงตัดสินใจไปปรึกษากับตายายและผู้จัดการส่วนตัว และได้คำแนะนำให้ลองสืบประวัติของผู้ใช้บัญชีที่อ้างว่าเป็นแม่เธอให้ดี เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่อาจมาหลอกลวงได้

หลังจากตายายและผู้จัดการส่วนตัวร่วมกันดูรายละเอียดความเคลื่อนไหวในบัญชีโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็พบว่าผู้หญิงที่ติดต่อมาอาจเป็นแม่ของเธอจริง ๆ ก็ได้ ดังนั้นทุกคนจึงตัดสินใจให้เธอได้พบกับแม่ของเธออย่างลับ ๆ ในบ้านที่แม่ของเธอเคยอาศัยก่อนจะทิ้งเธอไป

คุณคือ... แม่ของหนูเหรอคะ?” หยาดฟ้าเมื่อแรกเจอกับแม่เป็นครั้งแรกเอ่ยถามหญิงสาววัยสามสิบเศษ

ใช่ แม่ขอโทษที่ทิ้งลูกกับตายายไป แม่ทำผิดไปแล้ว ให้อภัยแม่ด้วยนะหญิงสาวที่แนะนำตัวภายหลังว่าชื่อฝน อ้อนวอนทั้งน้ำตา หยาดฟ้าและตากับยายจึงใจอ่อน ยอมรับให้เธอกลับมาอยู่อาศัยด้วยอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่รู้เลยว่านั่นจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นในการพังทลายลงของชีวิตที่แสนดีซึ่งตายายพยายามสร้างให้หลานมาตลอดหลายปี...

หลังจากแม่มากลับมาอาศัยบ้านเดิมได้ไม่นาน ก็มีพวกชายฉกรรจ์ท่าทางน่ากลัวมาป้วนเปี้ยนแถวบ้านของหยาดฟ้า เธอมาทราบจากแม่ภายหลังว่าผู้ชายที่พาแม่หนีไปนั้นเป็นพวกทำธุรกิจ แต่กลับขาดทุนอย่างมหาศาลจนต้องฆ่าตัวตาย พร้อมกับทิ้งหนี้จำนวนมหาศาลไว้ ทำให้แม่ที่ถูกตามทวงหนี้ต้องหนีกลับมาบ้านเกิด

นี่เป็นหนี้เขาเท่าไรกัน ต้องจ่ายไปเท่าไรพวกมันถึงจะยอมเลิกราล่ะยายของหยาดฟ้าเรียกแม่มาคุย หวังจะใช้เงินจบปัญหา เพราะเดิมทีทางบ้านเองก็ฐานะไม่เลวร้าย และค่าตัวของหยาดฟ้าเองก็ได้มาไม่น้อยต่อการรับงานแต่ละครั้ง

สามแสนค่ะแม่ จ่ายแล้วจบกันเลย รบกวนแม่หน่อยนะแม่ของหยาดฟ้าขอร้องยาย ผู้เป็นแม่ก็ใจอ่อนยอมให้ไป แต่ก็มีเงื่อนไขให้เธอกลับมาขยันทำมาหากินสุจริต ช่วยงานสวนของครอบครัวเท่าที่ทำได้

ทว่าการใช้เงินแก้ปัญหาไม่ได้ทำให้มันจบ เมื่อมีชายฉกรรจ์อีกกลุ่มมาด้อม ๆ มอง ๆ แถวบ้านของหยาดฟ้าอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อยายเรียกแม่มาถามจึงได้ความว่าเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความเกี่ยวพันกับสามีของฝน และต้องการเงินที่ติดหนี้ไปคืนอีกครั้ง คราวนี้ยายของหยาดฟ้าเริ่มลังเลที่จะให้ ฝนจึงมาขอร้องหยาดฟ้าแทนเมื่อยายและตาไม่อยู่

ขอเงินให้แม่หน่อยนะลูก แม่จำเป็นจริง ๆ

น้ำตาของแม่ทำเอาหยาดฟ้าต้องใจอ่อนยอมให้เงินไป ทว่าเรื่องมันไม่จบสิ้น เมื่อไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ก็มีชายฉกรรจ์อีกกลุ่มมาป้วนเปี้ยนอีกครั้ง และเรียกให้ฝนไปคุยกับพวกมัน ทว่าคราวนี้หยาดฟ้าแอบเข้าไปฟังใกล้ ๆ โดยไม่มีใครทันสังเกตด้วย...

รอบนี้เอาสักสามล้าน จะได้ไปซื้อรถใหม่ไปส่งของไกล ๆ กันชายฉกรรจ์คนหนึ่งบอกกับแม่ของหยาดฟ้าด้วยเสียงเบาราวกระซิบ

งั้นตามนั้น เดี๋ยวจะไปขอนังหยาดฟ้ามาให้ นังนี่มันเด็กกตัญญู บีบน้ำตานิดหน่อย มันยอมให้แม่อยู่แล้วฝนบอกกับเหล่าชายฉกรรจ์ด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายเสียเต็มประดา บอกผัวฉันด้วย ได้ก้อนนี้แล้วจะกลับไปแล้วนะ เบื่องานทำสวนแล้ว

แม่ของหยาดฟ้าและเหล่าชายฉกรรจ์ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าความลับที่ว่าเธอและพวกเขาคือพวกเดียวกัน และสามีเธอยังไม่ตายได้รั่วไหลไปแล้ว ทำให้หยาดฟ้าไม่ยอมมอบเงินให้แม่ผู้ทรยศความเชื่อใจของเธออีกเมื่อถูกร้องขอ และนั่นทำให้แม่ของหยาดฟ้าต้องงัดเอาไม้เด็ดที่แอบซ่อนเอาไว้ออกมา...

คลิปเปลือยแกตอนอาบน้ำที่แอบตั้งกล้องถ่ายไว้ ถ้าปล่อยลงเน็ตจะเป็นยังไงกันนะ?” แม่ของหยาดฟ้าพูดพลางแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ทำเอาลูกสาวต้องเสียวสันหลังวาบ เมื่อผู้เป็นแม่แอบละเมิดความเป็นส่วนตัวโดยที่เธอไม่รับรู้มาก่อน หรือไม่ก็กระจายข่าวว่าแกเป็นลูกเนรคุณ ไม่ยอมให้เงินแม่ใช้สักบาทตั้งแต่มาอยู่นี่ ให้แม่ต้องไปทำสวน อยู่อย่างลำบากแทนที่จะดูแลดี ๆ ให้นักข่าวมันใส่สีตีไข่ให้เละไปข้างเลย

แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นนะคะ! ” หยาดฟ้าพูดด้วยความไม่พอใจเต็มประดา ทว่ามารดากลับไม่ได้สนใจ

ใครจะรู้ว่าอะไรจริงไม่จริงล่ะ แต่ดาราอย่างแก ถ้าชื่อเสียงมัวหมองแล้ว มันน่าจะกระทบอะไรหลายอย่างไม่ใช่เหรอ?” แม่ของเธอกล่าวราวกับศัตรูที่กำลังจะพิชิตกันได้ จำเอาไว้ ฉันสร้างแกได้ ฉันก็ทำลายแกได้! ”

.

สิบแปดนาฬิกา วันอังคาร ตามเวลาปัจจุบัน

หญิงสาวหน้าตาสะสวย สะพายกระเป๋าเป้ ท่าทางเหม่อลอย กำลังยืนอยู่นอกราวกั้นสะพาน เหม่อมองผืนน้ำอย่างไร้จุดหมาย ราวกับคนปราศจากดวงจิตในร่าง ผู้คนจำนวนไม่น้อยกำลังมุงดูเธออยู่ทั้งบนสะพานและสองฝั่งแม่น้ำ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ เพราะกลัวเธอจะชิงกระโดดลงมาเสียก่อน

นั่นหยาดฟ้าหรือเปล่า หน้าตาคล้าย ๆ นะเสียงซุบซิบของคนที่มุงดูเอ่ยขึ้นมา

จะบ้าเหรอ หยาดฟ้าจะไปกระโดดสะพานทำไม เธอออกจะสวย รวย เก่ง กตัญญู เพอร์เฟ็คขนาดนั้นอีกเสียงหนึ่งพยายามจะแย้ง ด้วยไม่มีใครรู้ชีวิตเบื้องหลังของนักแสดงสาวเลยแม้แต่คนเดียว

ก็ไม่แน่หรอก เห็นคลิปวันก่อนที่อีเวนท์ในห้าง เห็นว่ามีผู้หญิงมาโวยวายบอกว่าเป็นแม่หยาดฟ้า แล้วไม่เคยได้เงินจากหยาดฟ้าเลยหนึ่งในบรรดาคนมุงเริ่มเล่าเรื่องนินทา โดยที่ไม่มีใครมองเห็นเลยว่าพลังงานสีดำที่ก่อรูปคล้ายเห็ดนั้นกำลังเติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ

มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันก็ได้นะคุณคะเสียงเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงผิวขาว ผมสั้น ดวงตากลมโต ที่เข้าไปใกล้เธอเอ่ยขึ้นมา ทว่าดวงตาของสาวที่ยืนนอกรั้วสะพานยังคงเหม่อลอย ไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง ตำรวจหญิงจึงส่งสัญญาณให้บรรดาคนมุงอื่น ๆ ออกห่างไป แล้วให้เจ้าหน้าที่อื่น ๆ เข้ามาใกล้แทนที่

จดหมาย...ผู้ที่นอกรั้วสะพานกล่าวพลางหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา แล้วทำท่ายื่นให้เจ้าหน้าที่ พอตำรวจหญิงรับมันเอาไว้ หญิงนอกรั้วสะพานจึงพูดขึ้นมาอีกครั้งด้วยเสียงอันเศร้าสร้อย

ฝากให้สังคมรู้ความจริงด้วย...หญิงพูดจบก็ทิ้งตัวกระโดดลงไปในผืนน้ำทันที ก่อนที่ตำรวจจะเอื้อมมือไปคว้าไว้ได้ทัน ทว่าเมื่อร่างนั้นกระทบผิวน้ำ ตำรวจหญิงก็ตั้งสติใช้วิทยุสื่อสารต่ออย่างทันควัน

ว.1 เรียก ว.2 การกู้ชีพทางน้ำ เตรียมปฏิบัติหน้าที่ตำรวจหญิงบอกกับทีมงานเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่เตรียมพร้อมเรือกู้ภัยรออยู่ด้านล่าง ขณะที่ร่างของหญิงสาวก็จมลงไปโดยไม่ได้พยายามจะแหวกว่ายแม้แต่น้อย

เจ้าหน้าที่บนสะพานพยายามพูดคุยประสานงานว่าจะทำอย่างไรต่อไป ระหว่างนั้นเองตำรวจหญิงคนที่รับจดหมายก็แยกตัวออกจากคนอื่น ก่อนที่จะหยิบอุปกรณ์สื่อสารอีกอันที่ไม่ใช่วิทยุของตำรวจออกมา แล้วกระซิบอะไรบางอย่างราวกับกลัวคนอื่นจะได้ยิน

บอส ทางนี้มีเรื่องจะรายงาน...

.

ใต้ผืนน้ำในเวลาเดียวกันนั้นเอง

หลังจากร่างของหญิงสาวพุ่งผ่านผิวน้ำลงมา บางสิ่งบางอย่างก็กำลังรอคอยรับเธออยู่ใต้ผืนน้ำ แต่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มาคอยช่วยแต่อย่างใด หากแต่เป็นร่างคล้ายมนุษย์เพศหญิงที่สูงใหญ่ราวสามเมตร ผมหยิกยาวสีเขียวดูคล้ายสาหร่าย พันร่างกายด้วยผ้าสิดำราวกับดินตะกอนแม่น้ำ มีเขี้ยวยาวโง้งจากปากคล้ายหมูป่า รูปร่างหน้าตาราวกับนางยักษ์ในนิทานไทยไม่มีผิด!

หญิงร่างยักษ์รับสาวผู้กระโดดจากผิวน้ำที่ยังคงมีท่าทางเหม่อลอยเอาไว้ จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังถ้ำใต้น้ำ แล้วพาตัวเองกับร่างของผู้ถูกพลังความมืดครอบงำเข้าไปภายในถ้ำ แหวกว่ายผ่านน้ำเข้าไปยังโพรงอากาศที่น้ำท่วมไม่ถึง จากนั้นก็วางร่างหญิงสาวเอาไว้ แล้วเอามือทาบเข้ากับผนังถ้ำ จากนั้นแสงสว่างก็ปรากฏขึ้นจากผนัง มันแปรเปลี่ยนไปเป็นเหมือนกับจอภาพขนาดใหญ่ ที่ปรากฏภาพชายหนุ่มร่างผอมบาง ผิวเข้ม หน้าตาคมคาย มีผมสีดำตัดเป็นรองทรง กำลังนั่งบนโซฟาและมองมาที่ผู้อยู่หน้าจอ ราวกับเป็นภาพการสนทนาผ่านวิดีโอที่มนุษย์ใช้

เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ ท่านปหาสสูรร่างที่สูงใหญ่พอกับช้างพูดกับคนในจอภาพผนังถ้ำด้วยเสียงทุ้ม

เก็บซ่อนเป้าหมายให้ดีล่ะนางผีเสื้อน้ำ แล้วพอถึงเวลาทางนี้จะไปรับมาใช้งานต่อเสียงชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าปหาสสูรเอ่ยขึ้นมา

อย่าลืมเครื่องสังเวยด้วยนะเจ้าคะ ขอเป็นเนื้อสัตว์ใหญ่สด ๆ สักตัว จะควายหรือวัวก็ได้ผีเสื้อน้ำพยายามเจรจาต่อรอง

ไม่ใช่ปัญหาหรอก เจ้าทำงานให้ ทางนี้ก็มีค่าตอบแทนเป็นเรื่องธรรมดาชายหนุ่มบนโซฟาเอ่ยขึ้นมาพลางยิ้มให้อย่างเป็นมิตร อสูรอย่างพวกเราเข้าใจดี ว่าเผ่าพันธุ์ยักษ์กินเนื้ออย่างพวกเจ้า ที่พวกชาวสวรรค์ให้งานดูแลแหล่งน้ำในฐานะเทวดาอารักษ์ สมัยนี้มันหาอาหารอร่อย ๆ กินยากแค่ไหน อาหารทิพย์ในระดับชั้นเทวดาอารักษ์บนโลก ถึงจะกินอิ่ม แต่กินบ่อย ๆ วิสัยพวกเจ้าคงเบื่อแย่

ขอบคุณท่านที่เข้าใจเจ้าค่ะนางผีเสื้อน้ำตอบด้วยเสียงทุ้มดังก้องโพรง

ถ้าอยากได้อีกก็ทำตามที่สั่ง แล้วก็อย่าได้ให้พวกชาวสวรรค์รู้เด็ดขาด ว่าอสูรจากอสุรกายภูมิอย่างทางนี้ขึ้นมาทำอะไรบนโลกปหาสสูรพูด ก่อนจะโบกมืออำลา แล้วภาพบนผนังถ้ำก็เลือนหายไป หลายเป็นผนังถ้ำตามเดิม

ทว่าแสงสว่างในถ้ำกลับยังไม่ได้ลดลงไป แต่แหล่งกำเนิดแสงนั้นกลับอยู่ในทิศทางตรงกันข้าม มันมาจากทางปากโพรง และนั่นทำเอาผีเสื้อน้ำถึงกับต้องหันขวับไปมองทันที และเธอก็พบกับเทพธิดาที่ปกปิดท่อนบนด้วยผ้าสีขาวขาบ ท่อนล่างนุ่งโจงกระเบนสีเขียวน้ำไหล มัดผมหางม้าด้วยสร้อย และประดับศีรษะด้วยเกี้ยวทอง มีเชือกบาศพันรอบฐานเกี้ยว ซึ่งกำลังมองมาด้วยสายตาไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก

ยักขเทวดาที่เป็นถึงอารักษ์ดูแลแหล่งน้ำ มีพื้นที่ให้ครอบครอง มีอาหารทิพย์ให้กินไม่รู้หิว แต่กลับไปรับใช้พวกอสูรเพื่ออาหารอีกงั้นเหรอ?”

ท... ท่านคือ... ผู้ที่มารับรายงานเหตุการณ์ของสัปดาห์นี้งั้นเหรอ? ยังไม่ถึงเวลานี่ผีเสื้อน้ำแสดงท่าทางลุกลนอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเจอกับวีจิณี

“เปล่า เรื่องตรวจบันทึกเหตุการณ์เทวดาอารักษ์ท้องถิ่นไม่ใช่งานเราหรอกวีจิณีปฏิเสธ พลางมองไปที่ร่างไร้สติที่เพิ่งโดดจากสะพานแต่ส่งผู้หญิงคนนั้นมาดีกว่า ถ้าไม่อยากมีปัญหาอะไรกว่านี้

ถ้าไม่ใช่ผู้ตรวจการณ์ ก็ไม่มีสิทธิมารุกล้ำถิ่นข้า ออกไปก่อนจะเจ็บตัว! พื้นที่ในถ้ำนี้ รวมถึงรัศมีหนึ่งโยชน์ในท้องน้ำ ท้าวเวสสุวรรณ หนึ่งในสี่มหาราชาแดนสวรรค์ได้มอบให้ข้ามีสิทธิเหนือชีวิตทั้งปวง!” ผีเสื้อน้ำประกาศกร้าว ก่อนจะเดินเข้าหาเทพธิดาที่กำลังยืนอยู่อย่างไม่สะทกสะท้าน

เขาให้อำนาจเพื่อมาดูแลพื้นที่และส่งรายงานสิ่งที่เกิดตามจริง ไม่ใช่มารับสินบนอสูรวีจิณีตอบกลับอย่างหน้าตาย ทว่าผีเสื้อน้ำกลับไม่สนใจคำพูดนั้น เธอพุ่งเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง แต่วีจิณีกลับเลี่ยงการปะทะ เทพธิดายิ้มอ่อน ก่อนจะกระโดดลงไปในน้ำ ออกจากโพรงอากาศภายในถ้ำไปก่อนที่ผีเสื้อน้ำจะถึงตัว

ผีเสื้อน้ำรู้ดีว่าปล่อยให้เทพธิดารอดไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นความผิดฐานรับสินบนจากอสูรอาจถูกเปิดโปง เธอรีบลงไปในน้ำ ออกจากโพรงอากาศไป แล้วก็พบกับเทพธิดากำลังรออยู่หน้าปากถ้ำใต้น้ำนั่นเอง

ไม่รู้ว่าเป็นเทพธิดามาจากไหน แต่มาต่อกรกับผีเสื้อน้ำใต้น้ำแบบนี้ คิดผิดแล้ว! ยิ่งอยู่ใต้น้ำ พลังข้ายิ่งเพิ่มพูนหลายเท่า แถมยังควบคุมเหล่าภูตผีและสัตว์ในน้ำได้ด้วย! ” ยักษิณีส่งข้อความผ่านทางห้วงความคิด ก่อนที่ร่างซีดขาวนับสิบจะปรากฏขึ้นมาจากห้วงน้ำ แล้วล้อมเทพธิดาเอาไม่ให้ขยับไปไหน

เหล่าผู้วายชนม์ที่เกิดจากคนตกน้ำตายในบริเวณนี้ล้วนเป็นบริวารข้า และข้าสามารถใช้งานพวกมันให้จับคนอื่นให้จมน้ำตายได้อีก! จะสู้กับผีเสื้อน้ำในน้ำน่ะ ไม่มีทางรอดหรอก! “

นางยักษ์กล่าวจบก็พึมพำบางอย่าง ก่อนที่อุปกรณ์คล้ายฉมวกขนาดเท่าต้นกล้วยจะปรากฏขึ้นในมือของเธอ จากนั้นร่างใหญ่ก็ซัดมันออกไปใต้น้ำด้วยความรุนแรงพอกับปืนยิงฉมวก เล็งไปที่เทพธิดาซึ่งกำลังถูกล้อมจนไม่อาจหนีไปไหนได้...

ทว่าไม่ทันจะถึงตัว เทพธิดาก็ซัดหมัดตรงออกไปด้วยความเร็วที่เหนือกว่า จากนั้นก็เกิดคลื่นกระแทกใต้น้ำอย่างรุนแรง ซัดเอาฝูงผีคนจมน้ำ และนางผีเสื้อให้ปลิวกระเด็นไปราวกับปลาตายที่ไหลไปตามกระแสเกลียวคลื่น

นางยักษ์ปลิวไปได้ไม่ไกลนัก เทพธิดาก็ปลดบ่วงบาศจากการเป็นเครื่องประดับผม ให้เลื้อยไปรัดเอวของนางเอาไว้ ราวกับงูที่แหวกว่ายผ่านน้ำไปรัดเหยื่อ โดยที่มือซ้ายของเทพธิดายังคงกำเชือกบาศไว้แน่น ทำเอานางยักษ์ต้องโอดครวญกับสภาพที่เกิด

เป็นไปได้ยังไง ทำไมใต้น้ำข้าถึงได้แพ้ให้กับ...

วีจิณี เทพธิดาแห่งเกลียวคลื่นวีจิณีแนะนำตัวผ่านกระแสจิตให้นางยักษ์รู้จัก ก่อนที่จะกระตุกเชือกดึงนางยักษ์เข้ามา แล้วกระทุ้งเข่าเข้าที่กลางลิ้นปี่อย่างรุนแรง จนเกิดคลื่นขึ้นในแม่น้ำอีกครั้งหนึ่ง! และแรงปะทะนั้นทำเอานางยักษ์ร่างเท่าช้างถึงกับหมดสติไปในทันที!

วีจิณีลากเอาร่างไร้สติของยักษ์แห่งแม่น้ำตามกลับเข้าไปในโพรงถ้ำ ก่อนที่จะมองไปยังร่างที่ยังคงนอนเหม่อลอยของมนุษย์ที่ผีเสื้อน้ำพาเข้ามา เธอเองก็สงสัยอยู่ไม่น้อยว่าทำไมผู้หญิงที่ดูสมบูรณ์พร้อมไปทุกด้านแบบหยาดฟ้าถึงตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ ต่อให้โดนพลังงานอสูรควบคุมให้ปลดปล่อยสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจ แต่ความรู้สึกที่เก็บซ่อนนั้นมันรุนแรงขนาดทำให้พยายามกระโดดสะพานแบบนี้อย่างนั้นเลยหรือ

แต่แล้ววีจิณีก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเห็นใบหน้าของร่างที่หมดสตินั้นชัด ๆ ...

.

เวลาไล่เลี่ยกัน ในห้องหนึ่ง บนอาคารหลายชั้นที่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

ชายร่างบาง หน้าคมเข้ม ผิวสีคล้ำ ไว้ผมรองทรง นั่งอยู่บนโซฟาหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ สายตาของเขาจ้องมองภาพบนจอที่แสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่หญิงสาวยืนเหม่อนอกรั้วสะพานก่อนกระโดดลงไป ขณะที่มือก็กับนับขวดโหลใส่เห็ดสีดำจำนวนหลายขวดที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ

มีคำเปรียบเปรยว่าโลกนี้คือโรงละคร ดูท่าน่าจะจริงนะ ละครฉากใหญ่ที่พวกมนุษย์เป็นตัวแสดง เสียงหัวใจเต้นเสียงลมหายใจปั่นป่วนของพวกมนุษย์ก็เหมือนกับเสียงดนตรี เสียงซุบซิบเป็นเหมือนคอรัส... ชายบนโซฟากล่าวคำอุปมากับหญิงสาวนางหนึ่งที่กำลังยกถาดใส่ขวดโหลจำนวนมากมาให้

ส่วนพวกเราก็เป็นผู้กำกับใช่ไหม?” หญิงสาวรูปร่างเพรียวงามเอ่ยขึ้นพลางวางถาดลงบนโต๊ะ

เป็นผู้ออกทุนสร้างแล้วก็รอกินกำไรด้วย ดูสิ่งที่พวกเราเก็บเกี่ยวได้ในสองวันนี้สิชายบนโซฟากล่าวพลางมองไปที่โหลใส่เห็ดพลังงานนับสิบโหล แล้วแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมา แค่นี้ก็น่าจะชนะพวกพี่น้องคนอื่นกับการแข่งเก็บเกี่ยวพลังงานจากกิเลสแล้วมั้ง

ไม่แน่เสมอไปมั้ง ท่านปหาสสูร หัตถ์แห่งมหรสพ พี่รองของพวกเราเสียงของชายอีกคนหนึ่งดังมาจากทางประตูห้อง และเมื่อชายบนโซฟากับหญิงสาวที่ยกถาดมาหันไปมอง ก็พบกับชายร่างใหญ่สวมเสื้อหนังและแว่นกันลม ผิวสีคล้ำ ไว้หนวดเคราบาง ๆ และมีผมยาวถักเดรดล็อก

อยากจะมาพูดอะไรถึงที่นี่ล่ะ เจ้าหัตถ์แห่งยามวิกาลชายบนโซฟาที่ถูกเรียกว่าปหาสสูรเอ่ยถามผู้มาเยือน

ข้าได้รับข้อมูลเรื่องวิธีการเก็บเกี่ยวพลังของพวกท่านแล้ว แต่ยังไงทางนี้ก็ไม่ได้ด้อยกว่ากันเท่าไรหรอกชายสวมแว่นกันลมเอ่ยพลางหัวเราะเบา ๆ

มาที่นี่เพื่อจะพูดเท่านี้งั้นรึไง น้องสาม?” ชายหน้าเข้มบนโซฟาถามต่อ

เปล่า ๆ แค่จะมาบอกว่า ไอ้ธนภัทราสูร ที่ท่านพี่ว่าสัญญาณการติดต่อหายไปน่ะ มันไม่ได้ถูกจับตัวไปโดยพวกนังผู้หญิงที่ใช้ลูกเทนนิสนั่นหรอกผู้ถูกเรียกว่าน้องสามพูดพลางหยิบภาพถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคือภาพถ่ายของเครดิตที่กำลังคุยกับเสนอยู่หน้าบ้านของข้าวฟ่างเมื่อวานนี้!

มันอาจจะมีวิชาบางอย่างที่ทำให้สายตาอสูรอย่างพวกเรามองไม่เห็น แต่สายตาของมนุษย์ รวมไปถึงเทคโนโลยีที่เรียกว่ากล้องวงจรปิดหรือกล้องถ่ายรูป ก็ยังคงเห็นมันอยู่... มันกำลังคุยกับคนที่สู้กับมันเมื่อวันก่อน! ” หัตถ์แห่งยามวิกาลอธิบายด้วยท่าทางเคร่งเครียด

น้องหกทรยศพวกเรางั้นสินะชายร่างบางพูดพลางกำหมัดแน่น โตมาด้วยกันแท้ ๆ กลับเลือกไปญาติดีกับพวกที่จะมาขัดขวางงานของพวกเรางั้นรึ?”

งั้นเอาไงต่อดีล่ะท่านพี่ชายร่างใหญ่เอ่ยถามด้วยท่าทีเคารพ ราวกับการตัดสินใจจะทำไม่ได้ถ้าปราศจากคำชี้ขาดจากเขา ปหาสสูรเห็นดังนั้นจึงตอบไปพร้อมกับรอยยิ้ม

ยังไงมันก็น้องพวกเรา ไม่รู้ว่าทรยศจริงหรือเข้าใจผิด พามันกลับมาดี ๆ แล้วกัน...ปหาสสูรพูดไม่ทันขาดคำ ก็จ้องไปที่หัตถ์แห่งยามวิกาลด้วยสายตาอำมหิต แต่ถ้ามันทรยศ ก็กระทืบมันแล้วพากลับมาทรมาน อยากจะฟังเพลงจากเสียงกรีดร้องของคนทรยศสักหน่อย...

 

 

เกร็ดความรู้

ผีเสื้อในบริบท ผีเสื้อน้ำนั้น คาดว่ามาจากคำว่า ผีเชื้อในความเชื่อของการนับถือผีแต่เดิม คือเทวดารักษาท้องถิ่น เช่น ผีเสื้อน้ำ หมายถึง เทวดาที่รักษาน่านนํ้า ผีเสื้อเมือง หมายถึงเทวดารักษาเมือง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

90 ความคิดเห็น

  1. #83 ลั่ว ต้าหมิง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 / 13:15
    เป็นแม่ที่แย่มาก แย่แบบหาที่สุดไม่ได้
    #83
    0
  2. #59 yojamato (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 17:24
    นังฝน แม่ของหยาดฟ้า เป็นแม่ที่เลวร้ายมาก ทิ้งลูกแต่น้อย พอลูกได้ดี ก็มาหลอกลวงเอาเงินทอง พอลูกรู้ความจริง ก็ทำลายลูกให้เสียหายอีก เป็นผู้หญิงที่ชั่วช้าจริง ๆ
    #59
    0
  3. #32 kullawat48 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 12:53

    แม่ที่ทิ้งลูกแล้วมาขอตังจากลูกตอนที่ลูกได้ดิบได้ดีนี่แบบ.. เห็นแล้วหมั่นไส้โว้ยยย อ๊ากกกกก

    อยากรู้ว่าเป็นยังไงต่อแล้ว รีบๆลงนะครับ ♥️♥️👍👍

    #32
    0
  4. #31 Dragon_P (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 18:42

    กำลังสนุกเลยค่ะ

    #31
    0
  5. #30 /:LucifeR in DarK:/ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 02:25
    เป็นเรื่องที่อ่านง่ายกว่าที่คิด ชอบที่มีการสรุปข้อมูลให้ท้ายบทด้วย แต่พออ่านรวดเดียวจบแล้วมึนๆนิดหน่อย ตัวข้อมูลที่แทรกไว้ในเรื่องค่อนข้างเยอะ
    #30
    0
  6. #27 งุ้งงิ้ง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 10:00

    ทำไมไม่ปราบผีเสื้อด้วยเสียงปี่

    #27
    1
    • #27-1 รักต์ศรา(จากตอนที่ 10)
      5 เมษายน 2563 / 13:20
      นั่นพระอภัยมณี!
      #27-1