ตานี - (หมอ)ผีสาวผู้มีกล้วยเป็นอาวุธ

ตอนที่ 89 : ความอัปยศที่ล้มครืนลงใส่เขตธุรกิจเชียงแสน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 พ.ค. 58

            โทรจิตตอบไปละยังวิญญาณสาวหน้าหวานถามทันที

            ยังเจ้า ข้าเจ้าฮู้ว่าอันตราย

            ดี

 

            อดีตพันเอกสาวใจเย็นลงบ้าง เช่นเดียวกับการส่งข้อมูลผ่านดาวเทียมและอุปกรณ์ต่างๆของตานี โทรจิตก่อให้เกิดการรบกวนในกระแสพลังงานวิญญาณเบื้องหลังของโลก ใครก็ตามที่พอจะรู้ทฤษฎีพลังงานวิญญาณอยู่บ้างก็สามารถตรวจจับการรบกวนนี้ได้ แต่โทรจิตไม่เหมือนกับการส่งข้อมูลของดาวเทียมตรงที่มันไม่ได้ถูกเข้ารหัสเอาไว้ ดังนั้นใครก็ตามที่ตรวจจับมันได้ก็จะรู้เนื้อหาของมันด้วย และหากเครื่องมือหรือพลังเวทอะไรก็ตามที่ใช้ตรวจจับมีพลังมากพอก็อาจรู้ไปถึงที่อยู่ของทั้งผู้ส่งด้วย และเธอก็ไม่คิดว่าประจิมจะไม่มีสิ่งเหล่านี้ แค่พวกนางก็น่าจะพอจับได้อยู่แล้ว

 

            เปิ้นโทรจิตมาว่าจะไดบ้าง

            บอกว่าติดอยู่ในตานนะคอนเฟรนด์ชิปทาวเวอร์ ตำรวจล้อมไว้ ขู่ว่าถ้าบ่ออกมามอบตัวภายในหกโมงเย็นจะระเบิดตึกทิ้งเจ้า

            ก็ยังดีผีสาวถอนหายใจเฮือก แต่นั่นก็ทำให้ลูกศิษย์สาวทั้งสองขมวดคิ้วทันที

            หมายความว่าจะไดเจ้า ก็ยังดีกล้ายถาม ดวงตาที่เรืองแสงสีเขียวหรี่ลง อุ๊ยสายฮู้อะหยังกาเจ้า

            ฮื่อ หญิงสาวหน้าหวานตอบไม่เต็มเสียงนักด้วยรู้ว่าลูกศิษย์สาวทั้งสองคงโกรธเธอแน่ อุ๊ยหันจากในทีวี ฟ้าเปิ้นเป็นแกนนำเดินขบวนเรียกร้องหื้อหมู่เฮา แต่เกิดปะทะกับประชาชนทั่วไปเข้า แล้วตำรวจก็สลายการชุมนุม....

            แล้วยะหยังอุ๊ยสายบ่บอกหมู่เฮา !?” ตามคาด ราชินีตานีโวยเสียงสูงปรี๊ดทันที เพิ่งมาบอกตอนเปิ้นคับขันสุดๆเนี่ยกาเจ้า !?

            เพราะอุ๊ยฮู้ว่าจะเป็นจะอี้จะไดล่ะเสียงของอดีตพันเอกสาวแข็งขึ้นบ้าง หมู่เฮาตอนนี้ช่วยผู้ได๋บ่ได้หรอก เพราะจะอั้นถ้าบอกท่านกล้วย ท่านกล้ายก็ยะได้แค่นั่งดูอย่างเจ็บใจเท่านั้นแหละ

            แต่ถ้าหมู่เฮาบ่ช่วยเปิ้น เปิ้นตายแน่เน่อเจ้า !

            อุ๊ยก็บ่อยากจะอู้จะอี้หรอกเน่อ แต่ถ้าเปิ้นตาย ก็เป็นความผิดของเปิ้น

            อุ๊ยสาย !?” สองตานีและแม้แต่อีกหนึ่งผีสาวประท้วงพร้อมกันอย่างตกใจ

            อุ๊ยอู้แต๊สายยืนยัน ฮู้ทั้งฮู้ว่าสถานการณ์เป็นจะอี้ แต่ก็ยังดันทุรังเดินขบวนกัน บ่โดนจับหรือโดนฆ่าก็แปลกแล้ว

            แต่ถ้าหมู่เฮาบ่ไปช่วย ก็เท่ากับหมู่เฮาทิ้งตนที่สนับสนุนหมู่เฮาหื้อตายเน่อเจ้า !” เด็กสาวผมหางม้าสวนกลับ แล้วต่อไปผู้ได๋จะอยากช่วยหมู่เฮา !?

            เรื่องความฮู้สึกช่างก่อนกล้วยแทรกก่อนที่อาจารย์ของเธอจะทันตอบอะไรได้ ถ้าเปิ้นตายก็อาจจะแล้วไป แต่ถ้าฝ่ายนั้นได้ตัวเปิ้นไปล่ะก็เรื่องใหญ่เลยเน่อเจ้า ประจิมต้องพยายามรีดความลับออกมาจากฟ้าแน่ แล้วถ้าเปิ้นหลุดอะหยังออกไปหมู่เฮาแย่แน่ บ่สิ เปิ้นอาจจะบ่หลุด แต่ข้าเจ้าบ่คึดว่าฝ่ายประจิมจะบ่มีวิธีล้วงความลับเน่อเจ้า !

            เจอเหตุผลนี้เข้าไปทำเอาสายเริ่มอึกอัก แต่เธอก็ยังคงพยายามรักษาจุดยืนเดิม เรื่องที่ฟ้าฮู้ทั้งหมดประจิมก็น่าจะฮู้อยู่แล้ว.....

            แต่ถ้าประจิมบังคับหื้อฟ้าติดต่อหมู่เฮา แล้วดักจับคลื่นโทรจิตจนเจอที่นี่เข้าล่ะเจ้าเด็กสาวหน้าจืดสวนกลับ ที่ข้าเจ้าอยากไปช่วยฟ้าบ่แม่นเพราะเปิ้นเป็นเพื่อนหมู่เฮาและเปิ้นยะเพื่อหมู่เฮาอย่างเดียว แต่เพราะเรื่องนี้ด้วยเน่อเจ้า อุ๊ยสาย ไปช่วยเปิ้นกันเถอะ !

 

            สายเงียบ คิ้วบางขมวดเข้าหากันแน่นจนแทบจะผูกกันเป็นเงื่อนบ่วงขัดสมาธิขณะสมองชั่งน้ำหนักทั้งสองทางเลือกอย่างละเอียดยิบยิ่งกว่าอาเฮียแผงขายหมู จริงอยู่ กำลังของเธอตอนนี้แทบจะไม่มีทางฝ่ากองทัพเวียงตานทั้งกองทัพเข้าไปช่วยฟ้าแล้วกลับออกมาอย่างปลอดภัยได้เลย และเธอก็รู้ว่าฟ้าเป็นคนเข้มแข็ง คงยอมตายมากกว่าจะยอมคายความลับอยู่แล้ว แต่หากเธอเกิดหลุดอะไรออกมา หรืออย่างที่ลูกศิษย์ของเธอว่า หากประจิมมีวิธีอะไรในการล้วงความลับ ซึ่งเขาต้องมีแน่ ตำแหน่งที่ตั้งและข้อมูลอื่นๆของพวกเธอก็อาจจะถูกเปิดเผย และเมื่อนั้นก็เตรียมตัวแตกสลายไปเกิดใหม่ในโลกหลังความตายกันได้เลย และหลังจากรีดความลับได้แล้ว ประจิมก็คงไม่ไว้ชีวิตฟ้าแน่.....

 

            ระหว่างทางที่เสี่ยงจะสูญเสีย กับทางที่สูญเสียอย่างแน่นอน เธอเลือกทางเสี่ยง

 

            และแม้เธอจะคำนึงถึงตรรกะการรบเป็นอย่างแรกอย่างที่อดีตเสนาธิการจะพึงกระทำ แต่ลึกๆแล้ว เธอก็ไม่อยากสูญเสียเด็กสาวผู้ทั้งแข็งแกร่งและน่ารักในเวลาเดียวกันคนนี้ไป เช่นกัน

 

            ก็ได้ ในที่สุด สายก็เอ่ยขึ้น เธอเห็นแววแห่งความหวังสว่างวาบขึ้นมาในแววตาของลูกศิษย์สาวทั้งสอง แต่ก่อนอื่น หมู่เฮาต้องยืนยันก่อนว่าฟ้าอยู่ที่ตึกนั้นแต๊ บ่ได้อยู่ที่อื่นแล้วโดนบังคับหื้อโทรจิตหลอกมา

            ข้าเจ้าลองดูด้วยมือถือแล้ว เปิ้นอยู่ในบริเวณตานนะคอนแต๊ๆ แต่ยังระบุตำแหน่งชัดเจนบ่ได้ ราชินีตานีตอบพลางเดินไปนั่งหน้าแลปทอปของวิญญาณสาว อุ๊ยสายยืมแลปทอปหน่อยได้ก่อเจ้า ใช้ดาวเทียมน่าจะแม่นยำขึ้น

            เอาเลย

 

            กล้วยพรมนิ้วพิมพ์คำสั่งให้ดาวเทียมถ่ายภาพความละเอียดสูงของพลังงานวิญญาณในเขตตาน นะคอน เพียงไม่กี่อึดใจ ภาพที่เธอต้องการก็ปรากฏขึ้นในจอภาพ เธอเลือกซูมเข้าไปยังอาคารตานนะคอนเฟรนด์ชิปทาวเวอร์ แล้วตานีสาวหน้าจืดก็ร้องออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจยิ่งกว่าเดิม

 

            ยะหยังกล้วยกล้ายถามตั้งแต่ยังไม่ขาดคำอุทานของเพื่อนสาว

            บ่แม่นแค่ฟ้า แก้วกับแพร แล้วก็เอื้อยดาวเอื้อยแพรวด้วย !

            หา !?

 

            แสงสีเขียวที่เรืองรองอยู่ในดวงตาของหัวหน้าหน่วยอาวุธจู่โจมมอดลงวูบหนึ่ง เช่นเดียวกับสีเลือดบนใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วของผีสาวแห่งบัวใหญ่อพาร์ตเมนต์ที่หายวับไปกับตา แต่อารมณ์ที่อยู่บนใบหน้าของสายกลับตรงกันข้าม ถ้ามีผู้ที่ต้องช่วยเหลือถึงสามคน ปฏิบัติการครั้งนี้ก็จะคุ้มเสี่ยงมากยิ่งขึ้น และความขัดแย้งภายในตัวเธอระหว่างสัญชาตญาณสงครามของเสนาธิการกับอารมณ์รักลูกรักหลานอย่างที่คุณยายแก่ๆใจดีจะพึงมีก็ลดน้อยลงด้วย

 

            รูปบอกอะหยังอีกบ้าง

            มีสัญญาณวิญญาณของมนุษย์ตนอื่นๆอีกเกือบร้อยตนอยู่ในตึก แต่บอกบ่ได้ว่าเป็นผู้ชุมนุมรือฝ่ายประจิม เด็กสาวหน้าจืดตอบหลังจากสลับไปโหมดพลังงานวิญญาณและลากเมาส์ซูมดูรอบๆตึก เธอคลิกกลับมายังโหมดภาพถ่ายดาวเทียมอีกครั้งก่อนจะซูมออกเพื่อดูภาพรอบๆ ที่พื้นมีคนอยู่เต็มไปหมด ชุดสีดำ.... น่าจะเป็นตำรวจเจ้า แล้วก็..... มีเฮลิคอปเตอร์อยู่หลายลำเลยเจ้า

            มีลำที่อยู่ใกล้ๆตึกบ้างก่อ

            มีอยู่สองลำเจ้า เท่าที่ดู.... บินวนเวียนอยู่ตลอดเลย ถ้าบ่แม่นฮ.นักข่าวก็ฮ.ตำรวจแหละเจ้า

            ฮ. ก๋า สายเม้มปาก โดนปิดทั้งทางบกทางอากาศแบบนี้ลำบากแน่ หญิงสาวหน้าหวานตัดสินใจลองหยั่งเชิงลูกศิษย์สาวทั้งสองดู ท่านกล้วยท่านกล้ายคึดว่าหมู่เฮาจะไปช่วยจะไดดี

            เอาทิลต์โรเตอร์ไปดีก่อเจ้าอุ๊ยสายราชินีตานีเสนอทันที ทิลต์โรเตอร์มีอาวุธ มีที่นั่งมากพอเผื่อจะอพยพมนุษย์ตนอื่นๆมาด้วย ลอยลำอยู่เหนือดาดฟ้าได้ แล้วก็บินเร็วพอจะไปถึงที่โน่นก่อนเส้นตายด้วย

            ข้าก็คึดเหมือนกล้วยเจ้า

 

            ปัญหาคือหมู่เฮาจะบินจะไดหื้อทัพอากาศบ่สอยหมู่เฮาร่วงก่อน

            อดีตพันเอกสาวถามกลับเสียงเครียด ตานนะคอนไม่ค่อยมีระบบอาวุธต่อต้านอากาศยานติดตั้งอยู่ก็จริง แต่ฐานทัพอากาศที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่หลวงน้ำทา และเรดาร์ของทั้งศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศและทั้งทหารก็สามารถตรวจจับพวกเธอได้ตั้งแต่บินขึ้นจากที่นี่ด้วยซ้ำ หรือต่อให้บินต่ำหลบเรดาร์ไปเหมือนเมื่อขามาที่นี่ เรดาร์ก็ยังน่าจะจับได้ในระยะหลักร้อยกิโลเมตรอยู่ดี ซึ่งจากตรงนั้นกว่าจะไปถึงที่หมาย พวกเธอก็คงโดนจรวดนำวิถีจากเครื่องบินรบยิงร่วงไปนานแล้ว

 

            เอาเครื่องบินรบบินคุ้มกันสิเจ้าตานีสาวผมหางม้าเสนอ

            บ่พอ สายส่ายหน้า ฐานทัพที่หลวงน้ำทามีเครื่องบินเป็นร้อยลำ และถ้าอัดอาฟเตอร์เบิร์นเนอร์เต็มที่ก็จะเข้ามาถึงตานนะคอนได้ภายในไม่ถึงยี่สิบนาที แล้วอย่าลืมว่าเปิ้นตรวจจับหมู่เฮาได้แทบจะตั้งแต่ออกจากที่นี่เลยเน่อ

            แล้วถ้าบ่แม่นบินคุ้มกัน แต่บินล่อล่ะเจ้า เด็กสาวหน้าจืดบิดไอเดียของเพื่อนสาวเล็กน้อย บินไปล่อหมู่เปิ้น ยะเหมือนจะโจมตีหลวงน้ำทาหรือที่ได๋ก็ตามที่ไปคนละทางกับตานนะคอน ระหว่างนั้นทิลต์โรเตอร์ก็บินเข้าไป

            จะเสียเครื่องบินไปเปล่าๆก่อล่ะจะอั้นหญิงสาวตอบเสียงกังวล ยุทโธปกรณ์น้อยนิดแบบนี้เธอไม่อยากจะเสียอะไรไปเลย ถ้ามีเครื่องบินเก่าๆ ที่บ่แม่น TF-50 ก็ดีสิ

            เมื่อวานหัน TF-16 สองลำเหลืออยู่ในโรงเก็บที่สิบแน่ะเจ้า

            พอถามหารุ่นเก่าก็เอารุ่นแม่อุ๊ยมาเชียวแม่ค้าอาวุธแห่งป่าทิศตะวันออกถอนหายใจเฮือก TF-16 เข้าประจำการเมื่อเกือบสี่สิบปีมาแล้ว ถูกปลดจากเครื่องบินรบแนวหน้าเป็นเครื่องฝึกบินเมื่อราวสิบปีที่แล้ว และก่อนที่สวนกล้วยจะแตกก็เพิ่งมีแผนจะเอามันไปย่อยสลายรีไซเคิลวัสดุออกมานี่เอง ยังบินได้อยู่อีกก๋า

            บ่ฮู้ เหมือนกันเจ้า แต่เท่าที่ดูสภาพเมื่อวานก็บ่ได้มีอะหยังเสียหาย อาจจะต้องไปเช็กระบบอีกนิดหน่อยมั้งเด็กสาวผมหางม้าพูดอย่างไม่มั่นใจนัก เธอก็ไม่ได้รู้เรื่องเครื่องบินละเอียดด้วย ต้องยกให้กล้วยหรือน้ำไท ถ้าเกิดติดตั้งระบบบินบังคับวิทยุเข้าไปแล้วเอาไปบินล่อก็น่าจะได้อยู่เจ้า บินต่ำๆหลบไปหลบมาพยายามหื้อเปิ้นสนใจ อีกด้านก็รีบเอาทิลต์โรเตอร์เข้าไปเลย

            อุ๊ยกำลังจะบอกหื้อบินแบบบังคับวิทยุพอดีสายตอบ เธอไม่ยอมแน่หากลูกศิษย์สาวจะอาสาบินไปเอง ว่าแต่ติดตั้งทันก๋า แล้ว TF-16 ใช้ระบบนี้ได้ก๋า

            ได้อยู่เจ้า เป็นระบบบินด้วยคอมพิวเตอร์แล้ว* รุ่นแรกๆเลยราชินีตานีอธิบาย ว่าแต่ติดตั้งทันแน่ก๋ากล้าย เหลือเวลาอีกแค่สามชั่วโมงเองเน่อ และถ้าหมู่เฮาจะเข้าไปด้วยทิลต์โรเตอร์หื้อทันหกโมงเย็นก็ต้องออกสักสี่โมงครึ่ง ก็เท่ากับเหลือเวลาชั่วโมงกว่าๆเองเน่อ

            ทัน..... มั้งกล้ายดูไม่มั่นใจยิ่งกว่าเดิมอีก แต่จะลองพยายามดู แล้วจะได TF-16 ก็บินได้เร็วกว่าทิลต์โรเตอร์ด้วย แล้วถ้าเกิดบ่ทันแต๊ๆ ก็เอาไปลำเดียวพอ หรือบ่อั้นก็ค่อยเอาตามออกไปอีกลำ

            ถ้าจะอั้นก็น่าจะได้อยู่วิญญาณสาวหน้าหวานพยักหน้าก่อนจะสรุป ถ้าจะอั้นก็ตามนี้ ด้านหนึ่งเอาเครื่องบินรบออกไปล่อหื้อหมู่เปิ้นติดพันอยู่อีกทาง อีกด้านหนึ่งเอาทิลต์โรเตอร์ออกไปช่วยเป้าหมาย ท่านกล้ายรับผิดชอบเรื่องเครื่องรบไปละกัน หื้อน้ำไทช่วยบินด้วย เดี๋ยวทิลต์โรเตอร์อุ๊ยกับกล้วยจะบินไปเอง แล้วเอาจ้าดกับหมิงไปช่วยสนับสนุน นอกนั้นหื้อเดือนกับน้ำว้าช่วยดูภาพถ่ายดาวเทียมเน่อ

            ค่ะ

            เอ๊ะ....กล้วยทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เธอก็ยั้งปากเอาไว้ได้ทัน

            อะหยังก๋าท่านกล้วย

            บ่มีอะหยังเจ้าราชินีตานีรีบส่ายหน้า แต่กล้ายรู้ว่าเพื่อนสาวอยากจะพูดเรื่องอะไร เธอคงไม่อยากให้จ้าดไปด้วยแน่ แต่สำหรับกล้วยแล้วภารกิจคงจะมาก่อนสิ่งใดทั้งปวง รวมทั้งความรู้สึกของเธอด้วย

            โอเค ถ้าจะอั้นก็ตามนี้ ว่าแต่ตนอื่นๆไปที่ได๋กันหมด

            เติมน้ำมันแล้วก็เตรียมอาวุธทิลต์โรเตอร์อยู่เจ้าเด็กสาวผมหางม้าตอบโดยไม่สบตาอีกฝ่าย

            นี่คือคึดว่าอุ๊ยจะต้องอนุมัติแน่ๆแม่นก่อตวงตาที่เรืองแสงสีแดงของสายหรี่ลง หรือบ่อั้น ถึงอุ๊ยบ่หื้อก็จะไปกันหื้อได้แม่นก่อ

            ก็.... อย่างแรกมากกว่าเจ้า แต่แต๊ๆก็ทั้งสองอย่าง.....กล้ายหัวเราะแหะๆ ขณะกล้วยยิ้มแหยๆเกาแก้มพลางเกาหัวพลางเหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าทำของแตก

            เอาเหอะ จะไดก็จะไปอยู่แล้ว ก็จะได้เร็วขึ้นสายตัดบท จะอั้นเตรียมตัว เสร็จเมื่อได๋ออกไปทันที

            เจ้า !

 

 

            ท้องฟ้ายามสี่โมงของฤดูหนาวมืดครึ้มขึ้นทุกขณะด้วยเมฆหิมะที่ลอยมาปกคลุมจากทางเหนือ จ่าอากาศหัวเกรียนนายหนึ่งห่อตัวอยู่ในเสื้อกันหนาวสีเทาอมเขียวของกองทัพ มือซ้ายหมุนสวิตช์เตาผิงไฟฟ้าที่วางอยู่ใกล้ๆจนสุด ขณะมือซ้ายแกะแซนด์วิชไส้หมีย่างก่อนจะกัดกร้วมใหญ่

 

            ตั้งแต่ตานีหนีไป กองทัพอากาศก็เพิ่มระดับการเฝ้าระวังทางอากาศขึ้นกว่าสามเท่า ซึ่งหมายถึงรอบเวรเตรียมพร้อมบินที่มากและนานขึ้นเช่นกัน และนั่นไม่สบอารมณ์จ่าสักเท่าไหร่ หนาวๆชื้นๆแบบนี้น่านอนเหลือเกิน แต่เขาก็ต้องทน อีกเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะได้เวลาเปลี่ยนเวรแล้ว และเขาจะได้กลับไปอาบน้ำอุ่นกอดเมียที่บ้านสักที

 

            แต่โชคร้ายของจ่า หรืออาจจะของเมียจ่า จู่ๆเสียงไซเรนก็แผดก้องฐานทัพ ทำเอานักบินทุกคนในห้องพักนักบินเวรรวมทั้งจ่าหัวเกรียนเด้งพรวดขึ้นจากความง่วงงุนยามเย็น ก่อนที่เสียงตามสายจะดังออกจากลำโพงที่มุมห้อง

 

            ข้าศึก สงสัยว่าเป็นตานี สองลำ ห่างออกไปทางใต้ร้อยสิบสามไมล์ทะเลและกำลังมุ่งหน้าตรงเข้ามา ความเร็วเจ็ดร้อยห้าสิบนอตคงที่ ความสูงหกพันสามร้อยฟุตคงที่ สูงจากพื้นดินห้าร้อยฟุต ขอกำลังบินขึ้นสกัดสี่ลำ ด่วน

 

            จ่านึกหงุดหงิดอยู่ในใจ ทำไมถึงต้องมาบุกตอนอีกไม่นานจะออกเวรด้วยหนอ แต่เขาก็ไม่มีเวลาอิดออด ด้วยความเร็วขนาดนี้เครื่องบินข้าศึกจะมาถึงที่นี่ภายในไม่ถึงสิบห้านาที ชายหนุ่มยัดแซนด์วิชที่เหลือเกือบครึ่งชิ้นเข้าปากก่อนจะวิ่งตามเพื่อนร่วมงานอีกสามคนออกจากห้องไปยังลานจอดด้านนอก เครื่องบินรบของเขาพวกเขาจอดรออยู่แล้ว

 

            เหล่านักบินปีนขึ้นเครื่อง ปิดฝาครอบ แล้วเสียงหวีดแหลมเหมือนเครื่องดูดฝุ่นขนาดยักษ์ก็ดังขึ้นเมื่อเครื่องยนต์แปดตัวพ่นไอร้อนออกทางท่อไอเสียพร้อมๆกัน มันวิ่งตามกันไปตั้งต้นที่ปลายรันเวย์ ก่อนที่เสียงคำรามของไอพ่นจะดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งฐานทัพเมื่อทั้งสี่ลำเกาะหมู่ทะยานขึ้นจากรันเวย์ มันไต่ระดับขึ้นไปเล็กน้อยก่อนจะเอียงตัวเลี้ยวออกไปทางทิศใต้ จุดเล็กๆสองจุดของข้าศึกปรากฏในจอเรดาร์ของพวกเขาแล้ว และอีกเพียงไม่ถึงนาทีมันก็จะเข้ามาในระยะยิงจรวดนำวิถีของพวกเขา.....

 

            แต่แทนที่จะมุ่งตรงเข้ามา มันกลับหักเลี้ยวออกไปทางทิศตะวันตก ฝูงบินขับไล่ทั้งสี่ลำเอียงปีกเลี้ยวตามทันที เครื่องยนต์ถูกเร่งจนเปลวเพลิงสีส้มแดงพุ่งออกจากท่อไอเสียเพื่อไล่กวดฝ่าย ตรงข้าม เบื้องหน้าพวกเขา ขุนเขาสลับซับซ้อนของเทือกเขาตานปันน้ำทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา ข้าศึกสองลำนั้นคงคิดจะใช้เทือกเขาเป็นที่กำลังจากเรดาร์และจากจรวดของพวก เขาแน่

 

            ในที่สุด เครื่องบินทั้งสองลำก็เข้ามาในระยะยิง จ่าผู้รั้งตำแหน่งหัวหน้าฝูงบินสั่งให้ลูกน้องของเขาเพิ่มระดับบินขึ้นเพื่อลดโอกาสที่จรวดจะพุ่งใส่เทือกเขาแทนที่จะเป็นเป้าหมาย และเมื่อเรดาร์ล็อกเครื่องบินทั้งสองสองลำนั้นได้ ชายหนุ่มหัวเกรียนก็กดปุ่มยิงทันที เครื่องบินลอยขึ้นเล็กน้อยเมื่อน้ำหนักลดลงในฉับพลันจากจรวดทั้งสองลูกที่ถูกปลดออกจากใต้ท้องเครื่องก่อนจะพุ่งออกไป มองเห็นเป็นสายควันยาวเหยียดพาดผ่านขุนเขา

 

            เหล่านักบินเฝ้ามองจอเรดาร์ด้วยใจระทึก ลุ้นให้ทั้งสองลำหายไปเมื่อจรวดฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ แต่มันกลับยังอยู่ แถมยังเลี้ยวมุ่งหน้าไปยังฐานทัพของพวกเขาเสียด้วย ไวเท่าความคิด จ่าร้องสั่งลูกน้องร่วมฝูงบินผ่านวิทยุก่อนที่มือขวาจะกระชากคันเร่งจนสุด ถ้าข้าศึกเข้าใกล้ฐานทัพของเขามากพอจะยิงได้ล่ะก็ไม่สนุกแน่ และเขาก็ไม่รู้ว่าเครื่องบินของตานีทำอะไรได้บ้าง มันอาจจะระเบิดเครื่องบินที่จอดอยู่ในลานทั้งหมดในครั้งเดียวก็เป็นได้......

 

            ฐานหลวงน้ำทา กระจาบหนึ่ง

            กระจาบหนึ่งฐานหลวงน้ำทา ว่ามาเสียงตอบจากหอดังขึ้นในหูฟังของเขา

            กระจาบหนึ่งขอกำลังเสริม

            กำลังจะขึ้นไปอีกแปดลำ

 

            ฐานทัพก็คงจะกังวลเช่นเดียวกับเขา ปกติแล้วการขอกำลังเสริมไม่ใช่เรื่องที่จะให้กันง่ายๆ แถมยังขึ้นมาให้ตั้งแปดลำแบบนี้ ชายหนุ่มหัวเกรียนวิทยุสั่งลูกน้องที่บินอยู่เบื้องหลังเขาให้ตีวงอ้อมไปดัก ข้าศึกจากทางทิศใต้ ขณะเครื่องที่ขึ้นมาใหม่อีกสี่ลำบินอ้อมไปดักทางทิศเหนือและทิศตะวันออก แบบนี้พวกมันหนีไม่พ้นแน่

 

            ราวกับรู้ตัวว่ามีเครื่องบินจ้องจะยิงมันอยู่จากทุกทิศทุกทาง สัญญาณเครื่องบินข้าศึกทั้งสองลำแยกออกจากกันทันที ลำหนึ่งไปทางทิศตะวันตก ขณะอีกลำฉีกตัวออกบ่ายหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือทำมุมกับลำแรกราวสี่สิบห้าองศา

 

            กระจาบจะตามลำที่มุ่งหน้าสองเจ็ดสองเอง เอี้ยงกับกางเขนตามลำที่มุ่งหน้าสามสองศูนย์ไป !

            จ่าหนุ่มวิทยุบอกเพื่อนร่วมน่านฟ้าให้ไล่ตามลำที่มุ่งหน้าตะวันตกเฉียงเหนือ ขณะเขาดันคันเร่งขึ้น แรงขับดันจากเครื่องยนต์ไอพ่นคู่ดันหลังเขาติดเบาะขณะเครื่องบินเพิ่มความเร็วขึ้น ก่อนที่จะตามมาด้วยหมอกควันสีขาวที่บดบังทัศนวิสัยของเขาแวบหนึ่งเมื่อเครื่องบินทะลุกำแพงเสียง แต่ดวงตาของชายหนุ่มหัวเกรียนก็ไม่ได้กำลังมองออกไปข้างนอก หากจับจ้องอยู่ที่หน้าจอเรดาร์บนแผงควบคุม เขากำลังเข้าใกล้ข้าศึกลำนี้มากขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่นานก็คงยิงขีปนาวุธแบบแสวงความร้อนได้แล้ว และในเมื่อระยะตอนนี้ประชิดกว่าครั้งที่แล้ว มันก็คงไม่พลาดเป้าได้ง่ายๆ.....

 

            จ่าผมโดนล็อกเป้.....

            เสียงวิทยุจากลูกน้องเบื้องหลังจ่าหนุ่มถูกแทนที่ด้วยเสียงซ่า พร้อมๆกับแสงสีส้มที่สว่างวาบเข้ามาในห้องนักบินของเขา ชายหนุ่มหันกลับไปดู แล้วหัวใจก็ร่วงวูบเมื่อพบว่าเครื่องบินของลูกน้องที่เคยบินตามเขามาสามลำ บัดนี้เหลือเพียงสอง อีกลำเหลือเพียงกลุ่มควันดำและเศษชิ้นส่วนไหม้ไฟที่กระจัดกระจายร่วงลงไปยังเทือกเขาสลับซับซ้อนเบื้องล่าง เขาเห็นร่มชูชีพสีม่วงอมน้ำเงินกางออกเหนือเศษซากพวกนั้น

 

            กระจาบโดนยิง ! สามสิบไมล์ทะเลทางสองเจ็ดศูนย์ !

            ชายหนุ่มหัวเกรียนพูดกรอกวิทยุ เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มหน้าผากขณะดวงตากวาดมองทั่วจอเรดาร์อย่างรวดเร็ว ฝูงของเขาโดนยิงได้ยังไงกัน ในเมื่อเครื่องบินข้าศึกหันหลังให้เขา ซึ่งแปลว่าขอบเขตเรดาร์ของจรวดก็ไม่น่าจะล็อกเป้าเขาได้เช่นกัน แต่คิดอีกที ข้าศึกของเขาก็ไม่ใช่มนุษย์ หากแต่เป็นตานี จะใช้ตรรกะเหมือนรบกับมนุษย์ก็คงไม่ได้

 

            อยู่ไกลๆแบบนี้เสียเปรียบแน่ แยกกันแล้วหาทางดักมันไว้ ใครยิงได้ยิงเลย !

            เครื่องบินที่เหลืออยู่อีกสองลำปฏิบัติตามคำสั่งหัวหน้าฝูงทันที พวกมันเอียงปีกก่อนจะฉีกตัวออกไปคนละทิศคนละทาง ขณะจ่าหนุ่มดันคันบังคับลดระดับเครื่องบินของเขาลง กรามขบกันแน่นด้วยความคับแค้นใจ ไอ้พวกปีศาจร้าย บังอาจยิงเครื่องบินรบและลูกน้องของเขาได้ คอยดูเถอะ เขาจะแก้แค้นให้สาสม....

 

            แต่ดูเหมือนการแก้แค้นจะไม่ง่ายอย่างที่คิด ยังไม่ทันเข้าถึงตัว จุดบนจอเรดาร์ก็เริ่มกะพริบก่อนจะหายวับไป ชายหนุ่มขมวดคิ้ว หูรอฟังรายงานว่าลูกน้องของเขาหรือเครื่องบินลำใดลำหนึ่งยิงได้ แต่สิ่งที่เขาได้ยินกลับเป็นหอบังคับการที่ถามแล้วถามอีกว่ามีใครยืนยันการยิงข้าศึกตกหรือไม่ นี่แปลว่าอะไร ข้าศึกเปรี้ยวบินต่ำเกินไปจนแพ้ภัยตัวเองด้วยการเสยภูเขา หรือว่ามันบินต่ำกว่าแนวเขาจนเรดาร์จับไม่ได้กันแน่ แต่ด้วยสัญชาตญาณนักบินของเขา มันน่าจะเป็นอย่างหลัง.....

 

            ยังไม่ทันหายสงสัย จุดบนจอเรดาร์ก็โผล่ขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ห่างจากเดิมไปเกือบห้าไมล์ทะเล แต่ยังไม่ทันจะได้ตัดสินใจอะไร มันก็หายวับไปในหมู่ภูเขาอีกครั้ง ชัดเจนแล้ว ข้าศึกยังอยู่ และใครก็ตามที่ควบคุมมันอยู่ก็ต้องชำนาญมากถึงขนาดบินต่ำเรี่ยเขาได้ ชักเริ่มไม่สนุกเสียแล้ว.....

 

            กระจาบ เอียง กางเขน เฝ้าระวังพื้นที่ไว้ สถานีเรดาร์และดาวเทียมจะช่วยติดตามเป้าหมายอย่างใกล้ชิด

            จ่าพ่นลมออกทางจมูกอย่างหงุดหงิดระคนเหนื่อยหน่าย คำสั่งนี้แปลว่าเขาต้องบินวนอยู่บนนี้อีกเป็นชั่วโมงแน่ๆ แต่ก็ยังดีที่ได้รู้ว่าภาคพื้นดินยังไม่ทิ้งพวกเขา ถ้ามีเรดาร์ภาคพื้นและดาวเทียมช่วยกันหาล่ะก็อีกไม่นานต้องเจอแน่

 

            เหล่าทหารอากาศหารู้ไม่ ว่าห่างออกไปเกือบสามร้อยกิโลเมตร มีคนกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อได้ยินคำพูดของพวกเขา

 

            นางนวลหนึ่ง ระบบนำร่องของข้าศึกพุ่งเป้าไปทางตะวันออกของหลวงน้ำทาแล้ว เข้าไปได้เลย

            รับทราบ นางนวลหนึ่ง

 

            สายตอบรายงานของน้ำว้า ขณะกล้วยที่นั่งอยู่ข้างๆยกมือขึ้นหมุนปรับปุ่มทิศทางการหันหัว ความสูงและความเร็วบนแผงควบคุมนักบินอัตโนมัติ ทิลต์โรเตอร์ค่อยๆเร่งเครื่องขึ้น ก่อนจะเอียงตัวเลี้ยวบ่ายหน้าขึ้นเหนือไปยังตานนะคอน พวกเธอบินต่ำเรี่ยๆพื้นรออยู่หน้าปากทางเข้าหุบเขาดอยสูงมาพักใหญ่แล้ว และเมื่อฝ่ายตรงข้ามหันเหความสนใจไปที่อื่น พวกเธอก็ได้เวลาย่องเข้าเมืองกันแล้ว

 

            กล้วยก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือ สี่โมงสี่สิบแล้ว ทิลต์โรเตอร์ลำนี้ใช้เวลาราวเกือบๆชั่วโมงกว่าจะไปถึงตานนะคอน แต่ถ้าบินต่ำแบบนี้ความเร็วสูงสุดที่ทำได้ก็ยิ่งลดลง เด็กสาวหน้าจืดเม้มปาก คงทันเวลาแบบฉิวเฉียดพอดี....

 

            รอก่อนเน่อฟ้า หมู่เฮากำลังไปช่วยแล้ว !

 

 

            ฟ้านั่งเอนหลังพิงกำแพงในโถงหน้าลิฟต์ของชั้นแปดสิบแปด หัวทั้งปวดทั้งมึนจนแทบจะขย้อนอาหารเช้าออกมาด้วยความอ่อนล้าจากการโทรจิตนับครั้งไม่ถ้วน แต่เธอก็ยังคงพยายามส่งโทรจิตออกไปทุกครั้งที่อาการปวดหัวพอจะทุเลาลงบ้าง ข้างตัวเธอ แก้วพลิกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาแทบจะทุกนาที ส่วนแพรนั่งกอดเข่าก้มหน้างุด ตัวสั่นระริกทั้งด้วยความหวาดกลัวและความหนาวเย็นจากลมแรงที่พัดเข้ามาตามกระจกหน้าต่างที่ถูกยิงแตกไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อน โดยมีดาวและแพรวคอยลูบหลังลูบไล่ปลอบเธออยู่ตลอดเวลา

 

            สภาพของผู้ชุมนุมคนอื่นๆที่นั่งๆนอนๆระเกะระกะอยู่ทั่วโถงลิฟต์ก็ไม่ได้ต่างกันนัก ทุกคนทั้งหนาว ทั้งหวาดกลัว ทั้งปวดหัวจากเสียงเฮลิคอปเตอร์ข้างนอกที่ดังรบกวนอยู่ลอดเวลา และทั้งหิวด้วยไม่ได้กินอะไรมาอย่างน้อยก็เกือบแปดชั่วโมงแล้ว ขนมที่พอมี น้ำที่พอเหลือก็ถูกแบ่งปันกันจนหมดเกลี้ยง แต่อย่างน้อย ไม่ว่าความช่วยเหลือจะมาหรือไม่ พวกเขาก็คงอยู่ในนี้อีกไม่นาน.....

 

            กล้วยตอบมาบ้างรึเปล่าฟ้าสาวแว่นผู้น่ารักแห่งภาคยานยนต์ถามเสียงสั่นเครือ

            เด็กสาวหน้าคมส่ายหน้าแทนคำตอบ

            เอาไงดี จะห้าโมงครึ่งแล้วนะเด็กสาวผมทวินเทลถามบ้าง

            เหลืออีกห้านาที

 

            ฟ้าตอบเสียงเรียบก่อนจะหลับตาลง พยายามบอกตัวเองให้ลืมความปวดร้าวที่บีบขมับทั้งสองข้างของเธอเหมือนคีมเหล็ก ขณะอีกใจหนึ่งก็พยายามบอกตัวเองให้เชื่อว่ากล้วยกำลังเดินทางมาช่วย กล้วยต้องได้ยินเธอแน่ กล้วยไม่มีทางทิ้งพวกเธอแน่.....

 

            แต่ดูเหมือนเด็กสาวหน้าคมจะคิดผิด

 

            เวลาห้าโมงครึ่งผ่านมาและผ่านไป แต่สาวหมัดเหล็กก็ยังประวิงเวลามอบตัวออกไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความกระวนกระวายของผู้ชุมนุมคนอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่เหล่าแกนนำและรุ่นพี่แกนนำ

 

            ฟ้า ห้าโมงสี่สิบแล้วนะแก้วบอกเพื่อนสาวเสียงสูง ยืดเวลาไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกน่า กล้วยไม่มาช่วยพวกเราหรอก

            ไม่เด็กสาวหน้าคมยืนยันหนักแน่นแม้ใจจะเริ่มสั่นคลอน กล้วยต้องมาแน่

            มองสถานการณ์ตามความเป็นจริงหน่อยฟ้าสาวแว่นทวินเทลเตือน เราไม่ได้บอกว่ากล้วยไม่อยากมาช่วย แต่กำลังเขามีแค่นั้น กล้วยก็น่าจะรู้ตัวดีว่าการจะฝ่าเข้ามาถึงนี่มันอันตรายมาก มอบตัวเถอะน่าฟ้า ไม่งั้นพวกเราจะตายกันหมดนะ !

 

            ฟ้าเงียบ ดวงตาคมยังคงปิดสนิท แต่คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันแน่นจนหน้าผากยับย่น และในที่สุด เธอก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

 

            ก็ได้ มอบตัวกันเถอะ มันจบแล้ว

 

            เด็กสาวหน้าคมยันตัวลุกขึ้น เซไปสองสามก้าวจากหัวที่ปวดหนึบขึ้นมาทันที แต่เธอก็ทรงตัวเอาไว้ได้ ก่อนจะสืบเท้าเดินอย่างช้าๆ ฝ่าเศษกระจกและเศษวัสดุมุ่งหน้ากลับไปยังห้องประชุม ไม่มีความลังเลหรือหวาดกลัวในท่วงท่าของสาวหมัดเหล็กเลยแม้แต่น้อย เธอเดินเข้าหาสิ่งที่อาจจะเป็นวาระสุดท้ายของเธออย่างนิ่งสงบ ราวกับนายพลผู้โดนจับเป็นเชลยและกำลังเดินขึ้นลานประหาร....

 

            เบื้องหลังเธอ แก้วลุกขึ้นบ้าง ก่อนจะเดินตามเพื่อนร่วมอุดมการณ์ไป ตามด้วยแพรผู้เหลียวหลังมามองดาวและแพรวด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์น้อยๆ แต่เธอก็เดินออกไปอย่างไม่ลังเลเช่นกัน ในเมื่อพวกเธอเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ เมื่อได้รับผลตอบแทน พวกเธอก็ต้องยอมรับมันได้อย่างองอาจเช่นเดียวกับเมื่อตอนสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา......

 

            แต่ฟ้าเดินยังไม่ทันถึงห้องประชุม เธอก็ต้องหลบวูบเข้าหลังผนังเมื่อเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากนอกตึก ก่อนจะตามมาด้วยลมแรงร้อนวูบที่พัดเศษกระจกให้ปลิวว่อนอีกครั้ง เด็กสาวหน้าคมโผล่หน้าออกไปดูสถานการณ์ในห้องทันทีที่กระแสลมสงบลง แล้วเธอก็ต้องอ้าปากค้าง

 

            เฮลิคอปเตอร์ที่ลอยคุมเชิงอยู่นอกตัวอาคาร บัดนี้กลายเป็นเพียงกลุ่มควันสีดำที่ค่อยๆลอยขึ้นเบื้องบน ความอยากรู้ทำให้สาวหมัดเหล็กลืมโรคประจำตัวของเธอไปแวบหนึ่งขณะวิ่งไปดูที่ริมหน้าต่าง ความหวาดกลัวที่ท่วมท้นกลับเข้ามาในหัวอย่างฉับพลันทำเอาเธอเกือบวูบตกจากขอบอาคารที่ไม่มีอะไรกั้น แต่อย่างน้อยเธอก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เบื้องล่าง เปลวเพลิงกำลังโหมไหม้ซากเฮลิคอปเตอร์ที่ร่วงผลอยลงสู่พื้นไม่ต่างอะไรจากก้อนเหล็ก ที่พื้นถนนเบื้องล่าง ตำรวจในชุดดำแหวกออกเหมือนจอกแหนเมื่อมีใครโยนอะไรลงไปในน้ำ แต่ก็ไม่อาจหนีพ้นลูกไฟดวงใหญ่ที่ระเบิดสนั่นหวั่นไหวเมื่อเฮลิคอปเตอร์ที่ เต็มไปด้วยเชื้อเพลิงตกกระแทกพื้น

 

            แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในโสตประสาทของแกนนำสาวทั้งสาม

 

            ฟ้า แก้ว แพร ได้ยินก่อ นี่กล้วย !’

            กล้วย !?’ เด็กสาวหน้าคมโทรจิตตอบอย่างลิงโลด กล้วยอยู่ไหน !?’

            บ่ไกลแล้ว หมู่เฮาเอาทิลต์โรเตอร์มาช่วย เพิ่งยิงฮ. ของตำรวจตกไปสองลำ

            ฝีมือกล้วยเองสินะ เยี่ยมเลย !’

            บอกทุกตนขึ้นมาที่ดาดฟ้า หมู่เฮารับได้ประมาณหกสิบคน

            ได้ !’ ฟ้าโทรจิตตอบเพื่อนสาว ก่อนจะวิ่งกลับไปยังโถงลิฟต์ ทุกคน ตานีมาช่วยแล้วค่ะ ขึ้นไปที่ดาดฟ้ากันเร็ว !’

 

            ราวกับเปลวเพลิงอ่อนแรงที่ได้แก๊สโพรเพนพ่นใส่ ความหวังลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ผู้ชุมนุมทุกคนลุกขึ้นทันทีก่อนจะกระโจนขึ้นบันได แม้จะเหลืออีกกว่ายี่สิบชั้น แต่ไม่มีใครยอมแพ้ เสียงรองเท้ากระทบกับขั้นบันไดดังก้องสะท้อนไปทั่วโถงบันไดใหญ่ของตึกจนน่ากลัวว่ามันอาจจะดังลงไปถึงตำรวจและเจ้าหน้าที่ซึ่งคงจะกำลังติดตั้งระเบิดกันอยู่ข้างล่าง แต่ไม่มีใครสนใจแล้ว ทางรอดของพวกเขารออยู่แค่เอื้อม.....

 

            ในที่สุด ผู้ชุมนุมคนแรกก็มาถึงดาดฟ้า เขาอ้าปากค้างเมื่อเห็นเฮลิคอปเตอร์หน้าตาประหลาดสีเทาลำยักษ์ลอยอยู่เหนือพื้นดาดฟ้าเพียงไม่กี่เมตรท่ามกลางท้องฟ้าสีเทาหม่น บันไดลิงห้อยต่องแต่งลงมาจากประตู และที่ประตูนั้น เด็กสาวหน้าจืดผู้มีผมสีดำประกายเขียว เด็กสาวผู้มีผมสีขาวสลับดำและใบหูแหลมเหมือนเสือ และเด็กหนุ่มหน้าดุที่พวกเขาต่างคุ้นหน้ากันดีในชุดสลิงที่โยงกับเชือกนิรภัยจากด้านในนั่งคุกเข่ารอดึงพวกเขาขึ้นไปอยู่แล้ว

 

            เร็ว ไต่ขึ้นมาเลย !

 

            เหล่าผู้ชุมนุมกรูกันเข้าไปหาบันไดลิงเหมือนแร้งเห็นซากศพ แล้วในฉับพลัน อุดมการณ์และมิตรภาพก็ถูกลืมสิ้นเมื่อพวกเขาทั้งชายทั้งหญิงเปิดฉากตะลุมบอนแย่งบันไดกันอยู่ตรงนั้นนั่นเอง เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงเจ็ดนาที ทุกคนรู้ดีว่าการจะให้คนเกือบสี่สิบคนซึ่งก็ไม่ได้เก่งกีฬาหรือเคยฝึกทหารมา ก่อนปีนขึ้นบันไดลิงความสูงเกือบหกเมตรแบบนี้ให้หมดก่อนที่ตึกจะถูกระเบิดเป็นไปไม่ได้แน่นอน ดังนั้น ใครดีใครก็ได้......

 

            ทุกคน พอเถอะ จะมาทะเลาะอะไรกันตอนนี้ล่ะ !?” สาวแว่นผู้น่ารักผู้ขึ้นมาเป็นชุดสุดท้ายพร้อมกับฟ้า แก้ว ดาวและแพรวร้องอย่างสิ้นหวัง จะใครก็ได้ ปีนขึ้นไปเถอะ !

 

            ไร้ผล การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป แต่อย่างน้อยก็ได้ผู้ชนะคนแรกในไม่กี่วินาทีต่อมา ตาลุงวัยเกือบกลางคนที่ฟ้าต่อยไปนั่นเอง เขาถีบเพื่อนร่วมม็อบออกไปให้ห่างจากบันไดลิงก่อนจะไต่ขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

 

            แต่ไต่ไปได้เพียงไม่ถึงครึ่งทาง เลือดสดๆก็พุ่งออกจากกลางอกของเขาพร้อมกับก้อนเนื้อก้อนใหญ่ ก่อนที่ร่างของเขาจะร่วงลงจากความสูงเกือบสามเมตรลงมากระแทกอั้กกับพื้นดาดฟ้าคอนกรีต ผู้ชุมนุมหญิงหลายคนส่งเสียงกรี๊ดดังลั่น แม้แต่แพร แก้วและดาวก็หวีดร้องไปกับเขาด้วย ขณะนักศึกษาแพทย์ปีที่หนึ่งยกมือขึ้นปิดปากด้วยความสยดสยอง แผลที่อกของชายเคราะห์ร้ายใหญ่จนแทบจะเอากำปั้นของเธอยัดเข้าไปพร้อมๆกันสองข้างได้ เขาคงตายก่อนที่จะกระแทกพื้นเสียอีก

 

            เหนือขึ้นไปบนทิลต์โรเตอร์ กล้วยรู้สึกถึงอีกอย่างหนึ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า เธอรู้ทันทีว่าแผลนั้นเกิดจากอะไร....

 

            ซุ่มยิง ! ทุกตนหมอบลง ! หมิงกับ..... เอ่อ หลบเข้าไปข้างในก่อน !

            จ้าดเจ็บแปลบอยู่ในอกเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนสาว แต่เขาไม่มีเวลามาเหิดไม่เข้าเรื่อง กระสุนอีกนัดพุ่งมาแล้ว มันถากผิวด้านล่างของปีกทิลต์โรเตอร์ก่อนจะชิ่งไปกระทบพื้นคอนกรีตของดาดฟ้า โชคดีที่ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น ไวเท่าความคิด ราชินีตานีหันหลังก่อนจะดึงสไนเปอร์ไรเฟิลกระบอกยักษ์ของเธอออกมาประทับบ่า ทันที หากฝ่ายตรงข้ามเป็นสไนเปอร์ เธอก็ต้องแก้ทางด้วยสไนเปอร์ และหากเธอไม่ยิงสไนเปอร์คนนั้นให้ดับดิ้น ฝ่ายที่ดับดิ้นก็คงจะเป็นเหล่าผู้ชุมนุมที่ไม่อาจปีนขึ้นบันไดลิงได้.....

 

            เด็กสาวหน้าจืดอ่านทางกระสุนอย่างรวดเร็ว กระสุนทั้งสองนัดมาจากทางเดียวกัน ตอนที่เหยื่อโดนยิง ลมแรงตีบันไดลิงเฉียงไปข้างหนึ่งเกือบเก้าสิบองศา เมื่อประกอบกับกระสุนที่พุ่งมาแฉลบปีกก็ทำให้เธอพอจะคำนวณได้ว่ากระสุนมาจากทางเฉียงขวามือใกล้ๆหัวของทิลต์โรเตอร์ แต่ทางนั้นมีตึกระฟ้าที่สูงพอจะซุ่มยิงได้อยู่เป็นสิบๆตึก แถมกล้องเล็งแบบมองพลังงานวิญญาณก็ยังแสดงสัญญาณวิญญาณนับสิบหรืออาจจะนับร้อยในตึกเหล่านั้นอีก แล้วข้าศึกอยู่ตึกไหนกันแน่.....

 

            ราชินีตานีตัดสินใจใช้ความรู้พื้นฐานวิชาต่อต้านการซุ่มยิงที่เธอเรียนมาตั้งแต่ สมัยมัธยมต้น พอดีกับที่กระสุนแฉลบมาอีกนัดจากทิศทางเดิม กล้วยเริ่มนับเวลาทันที ก่อนจะหยุดนับเมื่อเสียงตูมเบาๆดังตามมา** มันเป็นวิธีง่ายๆ ที่ทำให้เธอรู้ระยะโดยประมาณระหว่างเธอกับเป้าหมาย และนั่นคือราวหนึ่งกิโลเมตร เด็กสาวกะระยะด้วยสายตาเทียบกับแผนที่ตานนะคอนที่จำแม่นอยู่ในสมองก่อนจะยกกล้องเล็งขึ้นอีกครั้ง แล้วเธอก็เห็นเงาร่างหนึ่งอยู่ในท่าคุกเข่าอยู่บนชั้นเจ็ดสิบกว่าๆของตึกสูงห่างออกไปราวหนึ่งกิโลเมตรพอดี ตานีสาวหน้าจืดพึมพำขอโทษฝ่ายตรงข้ามในใจ นิ้วโป้งบิดเปิดห้ามไก ก่อนที่นิ้วชี้จะเหนี่ยวไก....

 

            เสียงปืนดังก้อง กระสุนหัวทำลายวิญญาณพุ่งแหวกอากาศมองเห็นเป็นเส้นอยู่ในกล้องเล็ง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่แกนวิญญาณของเป้าหมายอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นมนุษย์มีร่างเนื้อ วิญญาณของเขาจะไม่แตกสลายไปเหมือนผีร้ายที่ถูกยิงทั้งหลาย หากแต่ระดับความเจ็บปวดที่ได้รับนั้นไม่หนีความเจ็บปวดเมื่อกระดูกทั้งร่างแหลกเป็นเสี่ยงๆพร้อมกันไปเท่าไหร่นัก กล้วยเห็นเงาร่างของเป้าหมายล้มลงทั้งคุกเข่าก่อนจะนอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น ต้องใช้เวลาเป็นวันกว่าพลังงานวิญญาณจะกลับมาเหมือนเดิม แต่จะใช้เวลาเท่าไหร่ก็ช่าง อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเธออีกต่อไปแล้ว

 

            ขึ้นมาได้แล้ว เร็ว !

            เหล่าผู้ชุมนุมที่ต่างกันยังสั่นกับเหตุการณ์สยองเมื่อครู่เรียงแถวกันปีนขึ้นมาอย่างว่าง่าย แต่ตอนนี้ปัญหาคือเวลา จ้าดก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงห้านาทีก่อนจะถึงเวลาที่ตำรวจอ้างว่าจะระเบิดตึก เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เขาแน่นหน้าอกขึ้นมาอย่างฉับพลันเมื่อเห็นเพื่อนสาวทั้งสามและรุ่นพี่สาวอีกสองคนยืนรั้งท้าย พวกเธอจะขึ้นมาทันไหมหนอ.....

 

            แต่เหล่าผู้ชุมนุมที่กำลังเสียขวัญก็ปีนขึ้นมาเร็วใช้ได้ เหลือเวลาอีกราวสองนาทีกว่าๆก่อนจะถึงหกโมง แพรถูกส่งขึ้นมาเป็นคนแรก ก่อนจะตามด้วยดาว แต่แทนที่จะไต่ตามคนอื่นๆขึ้นมา ฟ้ากลับยืนนิ่งอยู่บนดาดฟ้า ดวงตาคมที่มองขึ้นมายังทิลต์โรเตอร์ฉายแววที่อยู่ระหว่างความโล่งอกและความเศร้าสร้อย.....

 

            ฟ้า รออะไรอยู่ !?” จ้าดตะโกนแข่งกับเสียงใบพัดและเสียงลม ขึ้นมาเร็ว เหลืออีกแค่สามสิบวินาทีนะ !

            เราไม่ไปเด็กสาวหน้าคมร้องตอบ เราจะอยู่ที่นี่

            พูดบ้าอะไรน่ะฟ้า !?” หลานชายหมอผีใหญ่ร้องเสียงหลง ขึ้นมาเร็ว อยากตายรึไง !?

            ฟ้า เร็ว !” ทั้งหมิงทั้งกล้วยช่วยกันร้องสำทับ

            เราเป็นคนต้นคิดการชุมนุมครั้งนี้ คิดก่อนแก้วกับแพรอีกฟ้าตอบช้าๆ ราวกับไม่รับรู้ถึงเวลาที่เหลือน้อยลงทุกขณะ เราเป็นคนพาพวกเขามาตาย เราเป็นคนพาพวกเขามาโดนจับ เราต้องรับผิดชอบ เราจะไม่หนีไปทั้งๆที่คนอื่นยังอยู่ที่นี่

 

            เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว สั่นสะเทือนตึกสูงสี่ร้อยห้าสิบเมตรไปถึงฐานราก ก่อนที่มันจะเริ่มทรุดและค่อยๆเอียงลง สาวหมัดเหล็กยิ้มเศร้าให้เพื่อนทั้งสาม ยิ้มสุดท้ายที่เธอจะได้ส่งให้ในโลกนี้.....

 

            ขอบคุณมากนะทุกคน เราสนุกมาก และขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง

            บ้าเอ๊ย !

 

            ในเสี้ยววินาที จ้าดเกี่ยวตะขอของชุดสลิงเข้ากับห่วงบนชุดของเขา และก่อนที่ตานีสาวหน้าจืดและสมิงสาวแห่งป่าแสนคำจะห้ามเอาไว้ได้ทัน เด็กหนุ่มก็กระโดดลงไปแล้ว เขาคว้าข้อมือเพื่อนสาวเอาไว้ได้ทันท่วงที ขณะดาดฟ้าเอียงห่างออกไปเรื่อยๆ เมื่อตึกสูงกว่าร้อยชั้นที่ฐานรากถูกทำลายเอนลงเหมือนยักษ์เมาหลับกลางอากาศ ก่อนจะค่อยๆล้มลงไปยังตึกระฟ้าข้างเคียงที่เรียงตัวกันแน่นของเขตธุรกิจเชียงแสน

 

            จ้าด ปล่อย !” เด็กสาวหน้าคมพยายามดิ้น แม้เธอจะกลัวจนแทบหมดสติเมื่อเห็นพื้นดินที่อยู่ต่ำลงไปกว่าสี่ร้อยเมตรโดยไม่มีอะไรรองรับ ปล่อยเดี๋ยวนี้ ! เราต้องรับผิดชอบ !

            ไม่ !” หลานชายหมอผีใหญ่เกร็งมือกำข้อมือที่เริ่มชื้นเหงื่อของเพื่อนสาวเอาไว้แน่น เราไม่มีทางปล่อยฟ้าเด็ดขาด ต่อให้ฟ้าเอาปืนมายิงเราตายไปเราก็ไม่ปล่อย !

            บอกให้ปล่อยไง !

            ฟ้า เรารู้ว่าฟ้ารู้สึกผิด แต่ฟ้าไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ !” จ้าดตะเบ็งเสียง ผู้ชุมนุมคนอื่นๆก็ไม่ได้อยากเห็นฟ้าต้องมาตายหรอก คนที่ตายไปแล้วก็ไม่ได้อยากเห็นฟ้าตายตามพวกเขาไปหรอก เรารับรองได้เลย !

            จ้าดจะไปรู้อะไร จ้าดเป็นคนพวกนั้นรึไง !?

            ก็ได้ ! เราไม่รู้ แต่เราไม่อยากให้ฟ้าตาย กล้วยก็ไม่ หมิงก็ไม่ พวกเราไม่มีใครอยากให้ฟ้าตาย ! อย่างน้อยเห็นแก่พวกเราหน่อยเถอะ ถ้าฟ้าตายเพราะจัดการชุมนุม พวกเราก็จะตายด้วย เพราะต้นเหตุที่แท้จริงของเรื่องนี้ก็คือพวกเรานี่แหละ !

 

            ฟ้าเงียบ ความคิดสองฝ่ายประเคนหมัดเท้าเข่าศอกเชิงมวยสารขัณฑ์ใส่กันนัวเนียในหัว ฝ่ายหนึ่งยืนกรานว่าเธอต้องรับผิดชอบต่อชีวิตและอิสรภาพที่เสียไปในวันนี้ของเหล่าผู้ชุมนุม แต่อีกฝ่ายก็เริ่มโอนอ่อนตามเพื่อนหนุ่ม ถ้าเธอมาตายตอนนี้ คนที่เสียใจที่สุดก็คงจะเป็นกลุ่มคนที่เธออยากช่วยนั่นเอง อีกอย่าง พวกเขาอุตส่าห์ฝ่าอันตราย ฝ่ากองทัพอากาศรัฐเวียงตานมาช่วยเธอถึงที่นี่ แต่เธอกลับปฏิเสธการช่วยเหลือของพวกเขา หักหลังพวกเขาเหมือนกับที่เคยหักหลังโจ้และกะตนอื่นๆ.....

 

            ก็ได้ในที่สุด เด็กสาวหน้าคมก็ตัดสินใจ ดึงเราขึ้นไปที

            ได้......

 

            สายเกินไป เหงื่อที่เปียกชุ่มทำให้ข้อมือของเธอลื่นหลุดจากมือของหลานชายหมอผีใหญ่ ฟ้าจ้องมองเพื่อนหนุ่มตาค้าง ขณะเขาค่อยๆห่างออกไปเรื่อยๆเมื่อร่างของเธอร่วงหล่น เด็กสาวหลับตาลง ก็ดีแล้ว..... ในที่สุด เธอก็ได้ชดใช้ในสิ่งที่เธอทำวันนี้แล้ว.....

 

            แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา เธอกลับรู้สึกว่าร่างของเธอค่อยๆลดความเร็วลงก่อนจะหยุดอยู่กลางอากาศ เด็กสาวหน้าคมขมวดคิ้วอย่างงุนงง ทำไมเธอถึงลอยได้ เธอตายแล้วงั้นหรือ ทำไมไม่รู้สึกถึงตอนตกกระแทกพื้นเลยเล่า หรือว่ามันเร็วเกินไป.....

 

            เด็กสาวตัดสินใจลืมตาขึ้น แล้วก็เห็นแพรวอุ้มเธออยู่ในอ้อมกอด ผีสาวหน้าหมวยยิ้มให้เธออย่างโล่งอก เหนือขึ้นไปเบื้องบน ทิลต์โรเตอร์ค่อยๆใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนที่เด็กสาวผู้มีเชือกมัดรอบคอจะวางเธอลงในห้องผู้โดยสาร หมิงและจ้าดพุ่งเข้ามากอดเธอทันที ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องของเหล่าม็อบผู้รอดชีวิตทุกคน

 

            เบื้องหลังจ้าดและหมิง ราชินีตานีเลื่อนประตูปิด ก่อนจะเดินเข้ามาหาเพื่อนสาว เธอแหวกตัวหลานชายหมอผีใหญ่และสมิงสาวออก และท่ามกลางความตกใจของเหล่าสหายร่วมรบทั้งหลาย เธอก็ฟาดมือลงบนแก้มของสาวหมัดเหล็กอย่างแรงจนหน้าหัน

 

            กล้วย......หมิงเรียกเพื่อนสาวอย่างเกรงๆ แต่เธอไม่ฟัง ดวงตาสีดำประกายเขียวจ้องมองฟ้าผู้นั่งก้มหน้า มือยกขึ้นกุมแก้ม

            ฟ้า ข้าเจ้าบอกว่าจะได ทุกตนบอกว่าจะได ยะหยังฟ้าถึงบ่ฟังกันบ้าง

            เราขอโทษ..... เราแค่อยากจะช่วยกล้วย.....

            เรื่องนั้นก็แย่พออยู่แล้ว แต่ฟ้ามายะจะอี้อีก ! ฟ้าฮู้ก่อว่าข้าเจ้าย่านเท่าได๋ตอนที่ตึกเริ่มถล่ม ฮู้ก่อว่าข้าเจ้าย่านเท่าได๋ตอนที่ฟ้าตกลงไป !?

            เรา.... เราขอโทษ.....

            อย่ายะจะอี้อีกเน่อฟ้ากล้วยดึงเพื่อนสาวเข้ามากอดไว้แน่น ข้าเจ้าเสียแทบทุกอย่างไปแล้ว เหลือแค่เพื่อน ข้าเจ้าทนบ่ได้แน่ถ้าต้องเสียฟ้าไป อย่ายะจะอี้อีกเน่อ.....

            อื้ม..... ฮึก.... เราขอโทษ.....

 

            น้ำตาของเด็กสาวผู้แข็งแกร่งทั้งสองไหลลงอาบแก้ม ก่อนจะหยดลงบนเสื้อกันหนาวของกันและกัน ฟ้าสะอึกสะอื้นกับไหล่ของเพื่อนสาว ไม่เหลือมาดสาวห้าวแห่งคณะแพทยศาสตร์เวียงเชียงหลวงอีกแล้ว ยามนี้เธอเพียงอยากจะทั้งขอบคุณ ขอโทษ และกอดเพื่อนสาวผู้นี้เอาไว้ให้แน่นที่สุดเท่านั้น......

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------

*ระบบบินด้วยไฟฟ้า (Fly-by-Wire หรือ FBW) – หลักการการควบคุมเครื่องบินที่ใช้ในเครื่องบินขนาดใหญ่และเครื่องบินรบรุ่น ใหม่ แทนที่คันบังคับของนักบินจะไปดึงสายเคเบิลให้พื้นบังคับต่างๆของเครื่องบินขยับเอง ระบบบินด้วยไฟฟ้าจะแปลงสัญญาณการขยับคันบังคับเป็นสัญญาณไฟฟ้าเข้าไปประมวลผลในคอมพิวเตอร์ ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะคุมพื้นบังคับอีกที ทำให้ปลอดภัยมากขึ้นเพราะหากนักบินทำอะไรแผลงๆเกินขีดจำกัดของเครื่องบิน คอมพิวเตอร์จะบล็อกเอาไว้

 

ระบบบังคับวิทยุของกล้ายใช้การส่งข้อมูลเข้าไปที่คอมพิวเตอร์ตัวนี้โดยตรง ทำให้ไม่ต้องติดอะไรซับซ้อน แค่คิดเสาอากาศก็บังคับได้ แต่ถ้าเครื่องบินแบบไหนไม่ได้เป็นแบบบินด้วยไฟฟ้า ระบบบังคับวิทยุของกล้ายก็ใช้ไม่ได้

 

**วิธีหาระยะแบบนี้เรียกว่า Crack and Thump (เสียง เฟี้ยวและเสียงตุ้บ) เสียงเฟี้ยวคือเสียงกระสุนที่มากระทบเป้าหมาย ส่วนเสียงตุ้บหรือเสียงตูมคือเสียงปืนที่ดังตามหลังมาเพราะกระสุนเดินทาง ด้วยความเร็วเหนือเสียง โดยปกติแล้วกระสุนของสไนเปอร์ไรเฟิลจะเดินทางด้วยความเร็วต้นที่ใกล้เคียงกัน ทำให้เมื่อจับเวลาของระยะห่างระหว่างสองเสียงนี้ก็จะสามารถคำนวณระยะทางโดยประมาณของผู้ยิงได้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

159 ความคิดเห็น

  1. #126 รักต์ศรา (จากตอนที่ 89)
    วันที่ 27 มกราคม 2560 / 17:29
    บ้าคลั่งกันเกินไปแล้ว...

    สงสารฟ้า ชีวิตเธอไม่น่าจะมาเจออะไรแบบนี้เลย... ไหนจะผุ้บริสุทธิ์อีก เฮ้อ
    #126
    1
    • #126-1 อัจฉราโสภิต(จากตอนที่ 89)
      28 มกราคม 2560 / 09:02
      เดี๋ยวฟ้าจะเจอหนักกว่านี้อีก เท่าที่วางโครงเรื่องของฟ้าไว้นะ....
      #126-1