ตานี - (หมอ)ผีสาวผู้มีกล้วยเป็นอาวุธ

ตอนที่ 21 : ความขัดแย้งที่ริมสวนกล้วย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 ม.ค. 58

            จ้าดนั่งอยู่กับโต๊ะทำการบ้านในห้องของเขามาเกือบสี่ชั่วโมงแล้ว เบื้องหน้ามีตัวอย่างข้อสอบพื้นฐานวิศวกรรมเล่มหนาปึ้กเหมือนสารานุกรมเปิดกางเอาไว้ที่บทการเคลื่อนที่ในแนวพาราโบลา แต่พื้นที่ใต้โจทย์ทุกข้อยังคงว่างเปล่าไร้รอยปากกาหรือดินสอ อันที่จริงหลานชายหมอผีใหญ่ก็ไม่ได้จับดินสอมาเกือบสี่ชั่วโมงแล้วเช่นกัน ดวงตาตี่ปิดสนิท มือกุมขมับแน่น พยายามห้ามความเสียใจและผิดหวังในอกไม่ให้เอ่อท้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ....

 

            จ้าดเสียงกล้วยเรียกจากอีกฟากของประตูพร้อมเสียงเคาะ จ้าด ออกมากินข้าวเถอะ นายนั่งอยู่ในนั้นนานเกินไปแล้วเน่อ

            อย่ามายุ่งกับเรา

 

            เสียงจากอีกฟากของประตูเงียบไปอึดใจหนึ่งเหมือนชะงัก ก่อนจะดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงวิงวอน

 

            จ้าด ออกมาเถอะ ข้าเจ้าขอสุมานักๆเน่อ จ้าด อย่ายะจะอี้เลย

 

            เด็กหนุ่มหน้าดุไม่ตอบ เขารู้ดีว่าเพื่อนสาวบอกความลับนั้นไปเพราะอะไร ฟ้าก็บอกเขา และกล้วยก็ย้ำกับเขาหลายครั้งแล้วในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา แต่เขาก็ยังอดโกรธตานีสาวไม่ได้ ทำไมเธอต้องบอกออกไป ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงหรือ และถึงไม่มีวิธีอื่น จะไม่มีวิธีพูดแบบอื่นที่ไม่ต้องเผยความลับเลยงั้นหรือ.....

 

            จ้าด ข้าเจ้าจำเป็นแต๊ๆเน่อ ข้าเจ้าถึงได้ยะจะอั้นตานีสาวพยายามอธิบายอีกครั้ง ถ้าข้าเจ้าบ่ยะจะอั้....

            เราก็ตาย เรารู้ ! กล้วยบอกเราเป็นสิบๆครั้งแล้ว !” จ้าดขึ้นเสียง แล้วไงล่ะ เราต้องเสี่ยงแบบนั้นตั้งแต่แรกเพราะใครกัน !?"

            แต่จ้าดอู้เองบ่แม่นก๋าว่าอยากจะไปช่วยน่ะ !?” เสียงของเด็กสาวหน้าจืดแข็งขึ้นบ้าง ตอนแรกข้าเจ้าก็ห้ามแล้วแต่นายก็อู้ว่าอยากไปด้วย พอข้าเจ้าหื้อนายกลับบ้านนายก็ออกมาช่วยข้าเจ้าเอง ข้าเจ้าบ่ได้อยากหื้อนายออกมาเลยเน่อ !

            ก็ถ้ากล้วยไม่ต้องไปปราบผีแต่แรกก็จบแล้ว ก็ถ้ากล้วยไม่มาอยู่กับเราตั้งแต่แรกก็จบแล้ว !

 

            เสียงจากอีกฟากของประตูเงียบไปเกือบครึ่งนาที แต่จ้าดไม่แยแส ทั้งความโกรธ ความผิดหวังและความเสียใจพลุ่งพล่านอยู่ในอกจนเกินกว่าจะห้ามอยู่ แต่เมื่อตานีสาวเอ่ยขึ้นอีกครั้ง หลานชายหมอผีใหญ่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินชัดว่าเสียงของเธอสั่นเครือ

 

            ถ้าข้าเจ้าสร้างความเดือดร้อนหื้อนายจะอั้น นายจะไล่ข้าเจ้าออกไปก็ได้ ข้าเจ้าบ่ว่านายหรอกประโยคของกล้วยขาดห้วงเล็กน้อยเหมือนเธอกำลังสะอื้น ข้าวอยู่ข้างล่างเน่อ ดีขึ้นเมื่อได๋ก็ออกมากินละกัน ข้าเจ้าไปล่ะ

 

            เสียงฝีเท้ากระทบพื้นไม้ค่อยๆดังห่างออกไปจากห้อง ขณะดวงตาตี่ยังคงจ้องมองอีกด้านหนึ่งของประตู จิตใจสองฝ่ายกำลังยิงจรวดนำวิถีถล่มใส่กันอยู่ในสมอง ใจหนึ่งก็อยากจะออกไปขอโทษเพื่อนสาว แต่อีกใจหนึ่งก็ยังคงเต็มไปด้วยความโกรธและความเศร้า มันก็จริงไม่ใช่หรือที่ต้นเหตุคือกล้วย หากตานีสาวไม่ต้องออกไปปราบผี เขาก็คงไม่ต้องตกอยู่ในอันตราย และเธอก็คงไม่ต้องใช้วิธีสุดท้ายนั้น....

 

            แต่ก่อนที่จะรู้ผลแพ้ชนะ เด็กหนุ่มหน้าดุก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อบานประตูไม้เนื้อแข็งถูกทุบอย่างแรงจนหนังสือที่ตั้งเอาไว้บนโต๊ะโงนเงน จ้าดค่อยๆย่องไปแง้มประตูดูอย่างกล้าๆกลัวๆ ด้วยคิดว่าราชินีตานีคงงัดอาวุธหนักมาเล่นเขาเสียแล้ว

 

            แต่คนที่ยืนอยู่หน้าประตู ในมือขวาถือปืนลูกซองและมือซ้ายเงื้อค้างในท่าเตรียมทุบอีกครั้งนั้นไม่ใช่กล้วย หากเป็นนาง ใบหน้าสวยหวานมีแววโกรธขึ้งอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเรืองแสงสีเขียววาบจนเด็กหนุ่มเผลอถอยกรูดพร้อมดึงประตูปิดอย่างลืมตัว แต่นางรีบยกปืนลูกซองขึ้นขัดเอาไว้เสียก่อน

 

            จ้าด ฉันมีเรื่องต้องพูดกับเธอ ให้ฉันเข้าไปเดี๋ยวนี้ !

            เสียงที่เคยหวาน ยามนี้เฉียบขาดจนหลานชายหมอผีใหญ่เผลอขยับจะเปิดประตูให้ตามคำสั่ง แต่ทันทีที่นึกขึ้นได้ เด็กหนุ่มหน้าดุก็รีบขืนประตูต้านแรงดันของอีกฝ่ายสุดแรง

            มีเรื่องจะพูดแล้วทำไมต้องเอาปืนมาด้วยล่ะครับเจ๊ !?

            จะยอมให้ฉันเข้าไปดีๆหรือจะให้ฉันได้ใช้ปืนกระบอกนี้จริงๆ !?

            เอ้า ก็ได้ !

 

            จ้าดปล่อยประตูอย่างฉับพลันจนตานีสาวทรงโตล้มคะมำเข้ามาในห้อง แต่เธอไม่ใส่ใจ ความโกรธเรื่องอื่นดูจะบดบังการกระทำกวนส้นของหลานชายหมอผีใหญ่โดยสิ้นเชิงในยามนี้ เธอเดินเข้ามายืนกลางห้อง วางปืนลูกซองลงบนเตียง ก่อนจะเปิดฉากยิงคำถามเข้าใส่เพื่อนหนุ่มทันที

 

            จ้าด ทำไมเธอถึงพูดแบบนั้นกับองค์ราชินี องค์ราชินีเสียพระทัยมากนะรู้มั้ย !

            แล้วมันจริงมั้ยล่ะ !?” เด็กหนุ่มหน้าดุโต้กลับ ความเศร้าและความโกรธมีอำนาจเหนือความสงสารและความสำนึกผิดอีกครั้ง ที่กล้วยต้องบอกฟ้าเพราะจะช่วยชีวิตเรา แล้วถ้ากล้วยไม่มาอยู่กับเราตั้งแต่แรกเราจะต้องมาเสี่ยงแบบนี้รึเปล่า ก็ไม่ ถูกมั้ย นี่มันเป็นความผิดของกล้วยล้วนๆเลย !

 

            แล้วเธอคิดว่าถ้ากล้วยไม่ได้บอกฟ้าแล้วเธอจะสมหวังรึไง !?” คำตอบของนางทำเอาหลานชายหมอผีใหญ่สะอึก

            แต่.... ก็ถ้าเกิดเขายังไม่รู้ตอนนี้ เราก็มีเวลาพัฒนาความสัมพันธ์กับเขาให้สนิทมากขึ้นกว่านี้ได้น่ะสิ เด็กหนุ่มหน้าดุพยายามเถียง นี่มาบอกตอนที่เขาไม่พร้อม เขาก็ปฏิเสธอยู่แล้ว !

            ไม่ต้องมาพยายามเถียงข้างๆคูๆหรอกน่าตานีคนสวยสวนกลับ ฉันรู้ ถ้าเขาจะรับรักเธอจริงล่ะก็ จะรู้ก่อนหรือรู้หลังมันก็เหมือนกันนั่นแหละ ดีไม่ดีถ้าเธอยิ่งไปสนิทสนมกับเขามากๆ เขายิ่งมีโอกาสจะบอกว่าเป็นเพื่อนกันต่อไปเถอะมากกว่านี้อีกด้วยซ้ำไป

 

            เงียบเถอะน่า นางจะไปรู้อะไร ตานีมีแต่ผู้หญิงอย่างเดียว จะมารู้เรื่องความรักแบบนี้ได้ยังไง

            ทำไมถึงจะไม่รู้ล่ะ ที่แน่ๆฉันรู้ว่าฉันชอบเธอก็แล้วกัน !

 

            จ้าดสะดุ้งหนักกว่าเมื่อเพื่อนสาวทุบประตูเสียอีก ดวงตาตี่เบิกกว้าง จ้องมองเพื่อนสาวที่ดูเหมือนจะตกใจไม่น้อยเช่นกันที่เธอเผลอหลุดปากพูดออกไป ปื้นสีชมพูค่อยๆเข้มขึ้นทีละน้อยบนใบหน้าสวยหวาน ดวงตากลมโตเหมือนเนื้อทรายที่ฉายประกายสีเขียวหลบสายตาเขามองลงต่ำอย่างเขินอาย

 

            นาง.....เด็กหนุ่มพูดตะกุกตะกัก “....เมื่อกี้นางพูดว่าอะไรนะ

            ปละ เปล่านี่ ไม่ได้พูดอะไรสักหน่อยตานีคนสวยปฏิเสธ แต่ปื้นสีชมพูซึ่งกำลังกลายเป็นสีแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆบนใบหน้าสวนทางกับคำพูดนั้นโดยสิ้นเชิง

            นางจ้าดเน้นเสียง ที่พูดมาเมื่อกี้นี้จริงรึเปล่า

            กะ.... ก็.....เด็กสาวคนสวยยังคงอึกอัก ถะ.... ถ้าเธออยากจะรู้ให้ได้ล่ะก็.... มันก็ต้องจริงอยู่แล้วสิ..... ฉันจะล้อเล่นเรื่องแบบนี้ทำไม

 

            อะ.... เอ่อ.... คือ....หลานชายหมอผีใหญ่ถึงกับไปไม่เป็นด้วยไม่คิดว่าเพื่อนสาวจะมาไม้นี้

            รู้มั้ย แต่ละครั้งที่เธอพูดเรื่องฟ้ากับองค์ราชินี เราเจ็บปวดแค่ไหน เสียงหวานของนางยามนี้แฝงด้วยความเศร้าระคนอ้อนวอน ทุกครั้งเราต้องจมอยู่กับจินตนาการที่ว่าเธอกับฟ้ากำลังมีความสุขด้วยกัน พูดคุยหยอกล้อกัน รู้มั้ยว่ามันทรมานแค่ไหนน่ะ รู้บ้างมั้ยว่ามีตานีที่ชอบเธออยู่ตรงนี้น่ะ.....

 

            นาง คือ เรา.... เราก็.... ก็ขอบคุณมากนะที่นางมีความรู้สึกดีๆให้กับเรา จ้าดตอบตะกุกตะกัก เขาเบือนหน้ามองไปทางอื่นเช่นเดียวกับเพื่อนสาว พยายามห้ามเลือดที่กำลังสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้า เขาเพิ่งจะอกหักมา เขาจะมาดีใจกับเรื่องนี้ไม่ได้ ถึงตานีสาวตรงหน้าจะสวยปานเทพธิดาแถมยังตู้มยิ่งกว่านางแบบเท่าใดก็ตาม แต่เรา.... เราชอบฟ้าเขาจริงๆ ถึงเราจะอกหักมาแล้วแบบนี้ เราคงไม่เปลี่ยนใจจากเขาไปง่ายๆ.....

 

            เสียงของเด็กหนุ่มขาดหายไปในลำคอเมื่อเสียงแปลกๆเหมือนสำลักที่เกิดจากการกลั้น หัวเราะดังแว่วมาเข้าหู จ้าดหันขวับไปหาเพื่อนสาว แล้วใบหน้าของเขาก็ชาวูบเมื่อเห็นว่าตานีคนสวยกำลังพยายามกลั้นหัวเราะอย่างสุดชีวิต

 

            นี่นางหลอกเราเรอะ !?

            เด็กสาวหน้าหวานถึงกับหลุดหัวเราะก๊ากออกมาทันทีที่ได้ยินคำพูดของเพื่อนหนุ่ม ทำลายภาพลักษณ์สาวหวานผู้เรียบร้อยน่ารักตามปกติของเธอโดยสิ้นเชิง

            ก็ ใช่น่ะสิตาบ้า คิดว่า.... คิดว่าฉันชอบเธอจริงๆรึไง แล้วบทพูดก็ออกจะน้ำเน่าปานนั้น เสียงของนางขาดห้วงเช่นเดียวกับอกโตที่กระเพื่อมด้วยแรงหัวเราะ หากพื้นห้องของจ้าดไม่ได้ระเกะระกะไปด้วยแบบฝึกหัดและหนังสือเรียนเธอก็คงลงไปกลิ้งแล้ว สมกับที่โดนองค์ราชินีด่าว่าจ้าดง่าวจริงๆ แค่นี้ก็เชื่อด้วย ฮะฮะฮะ....

 

            สนุกมากนักใช่มั้ย จ้าดผู้หน้าแตกยับไม่เหลือชิ้นดีพูดเสียงอู้อี้ลอดไรฟันที่ขบกันแน่น มาล้อเล่นแบบนี้กับคนที่เขาเพิ่งโดนหักอกมาน่ะ

            แหมๆ อย่าซีเรียสเลยน่า ฉันก็แค่อยากให้เธอคิดเรื่องอื่นบ้าง ไม่ใช่มัวแต่นั่งรำพึงรำพันเศร้าซึมอยู่กับคนที่เขาไม่ได้ชอบเธอ เสียงของตานีคนสวยอ่อนลง อีกอย่างนะจ้าด ผู้หญิงมีตั้งเยอะแยะมากมาย โดนหักอกแค่หนเดียวก็ไม่ได้แปลว่าจะหาใหม่ไม่ได้นี่

            ถึงได้บอกไงว่านางไม่เข้าใจหลานชายหมอผีใหญ่พึมพำ เราไม่ใช่คนประเภทที่ โปรดส่งใครมารักฉันทีเหมือนเพลงของอินสะดิ้งหรอกนะ เรารักใครชอบใครน่ะเราไม่ตัดใจจากเขาง่ายๆหรอก ถึงจะอกหักไปแล้วก็เถอะ แต่เราก็ยังชอบเขาอยู่ดี.....

 

            เด็กสาวหน้าหวานจ้องหน้าเพื่อนหนุ่มนิ่งอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนที่เธอจะถอนหายใจเฮือก

 

            เอาเถอะ แล้วแต่เธอก็แล้วกัน ถ้าจะพูดกันจริงๆฉันก็ไม่เคยจะรักใครชอบใครกับเขาเหมือนกัน ก็อาจจะอย่างที่เธอพูดก็ได้ว่าฉันคงไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอนางตอบ ก่อนที่เสียงของเธอจะเข้มขึ้นในประโยคต่อมา แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เธอก็ไม่ควรจะไปลงกับองค์ราชินีแบบนั้น นี่ไม่ใช่ความผิดขององค์ราชินีเลยนะ แล้วองค์ราชินีก็ทำไปเพื่อช่วยเธอแท้ๆ

            พอ เถอะ เราเบื่อแล้วไอ้ที่ว่าทำเพราะช่วยเราเนี่ยเด็กหนุ่มหน้าดุตัดบท เขาเข้าใจดีตั้งนานแล้วว่าราชินีตานีทำไปเพราะอะไร แต่ก็ยังอดมีทิฐิไม่ได้ แล้วมันจริงมั้ยว่าถ้ากล้วยไม่มาอยู่กับเราซะตั้งแต่แรกเราก็ไม่ต้องเอาตัว ไปเสี่ยง แล้วเรื่องนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นเลยน่ะ

            ไม่จริงตานีคนสวยเน้นเสียง ก่อนจะพูดต่อก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ถาม ถึงองค์ราชินีจะไม่ได้มาอยู่กับเธอ เธอก็อยู่อย่างสงบไปได้อีกไม่นานหรอก เธอคงยังไม่รู้ตัวสินะว่าครอบครองพลังอะไรอยู่

 

            พลัง ?” จ้าดทวนคำ พลังอะไร นางหมายความว่ายังไง

            เอางี้ เธอจำได้รึเปล่าว่าคืนที่เธอช่วยองค์ราชินีเอาไว้น่ะ องค์ราชินีเห็นเธอแล้วมีปฏิกิริยายังไง

            จะมีปฏิกิริยาอะไรล่ะ เจ๊แกก็ด่าเราโขมงเลยน่ะสิ หาว่าไปช่วยทำไม ไม่ได้ขอให้ช่วย

            สมกับเป็นกะ.... องค์ราชินีเด็กสาวหน้าหวานพึมพำเบาๆ ก่อนจะถามเพื่อนหนุ่มอีกครั้งด้วยคำถามใหม่ แล้วก่อนหน้าที่จะด่าเธอน่ะ องค์ราชินีแสดงอาการยังไงออกมาบ้าง อย่างสีหน้าท่าทางอะไรประมาณนี้น่ะ

 

            แสดงอาการยังไงออกมาเหรอ.....

            คิ้วรกๆของจ้าดขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด ผ่านมากว่าสองเดือนแล้ว รายละเอียดปลีกย่อยของความทรงจำก็เริ่มเลือนหายไปบ้างแล้ว อีกทั้งเขาก็ไม่ได้สนใจจะจำสีหน้าท่าทางของเด็กสาวหน้าจืดในสถานการณ์คับขันแบบนั้นเสียด้วย แต่อย่างน้อยเขาก็คลับคล้ายคลับคลา.....

 

            อืม.... ไม่แน่ใจนะ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนเขาจะ.... มองมาที่เราแบบงงๆปนตกใจล่ะมั้ง

            นั่นแหละประเด็นนางเสียบทันที ถึงพลังจะอ่อนลงมาก แต่ตอนนั้นมนุษย์ทั่วไปก็ไม่ควรจะเห็นองค์ราชินีหรือตานีตนไหนๆได้แม้แต่เงารางๆ แต่เธอกลับมองเห็นและจับต้องตัวองค์ราชินีได้ แถมยังทำอันตรายผีร้ายพวกนั้นได้อีกทั้งที่เป็นผีร้ายขั้นสูง เธอไม่คิดบ้างเหรอว่านั่นไม่ใช่ธรรมดาเลยนะ

            ก็ เราไม่รู้นี่ว่าตอนนั้นมนุษย์ยังไม่ควรจะมองเห็นตานีน่ะ เด็กหนุ่มหน้าดุตอบอุบอิบ แต่เขาก็ถามขึ้นอีกครั้งเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ อ้าว แล้วทำไมตอนนี้ทุกคนถึงมองเห็นกล้วยได้ล่ะ

            ข้อหนึ่ง เพราะตอนนี้พลังของตานีอ่อนลงมากจนแทบไม่เหลือแล้ว ปกติพวกเรามีพลังมากพอที่จะเคลื่อนที่ในพริบตาได้ทีละเป็นสิบๆกิโลเมตร หรือใช้พลังยกของหนักเป็นตันๆยังได้ แต่ตอนนี้ก็อย่างที่เห็น เคลื่อนที่ได้อย่างมากก็สองกิโลเมตร สร้างได้แค่แรงเบาๆพอเบรกคนเวลาตกจากตึกได้เท่านั้นเอง แต่เรื่องนั้นไม่ต้องกังวลมากเพราะยังไงตานีก็ไม่ได้ใช้พลังนั้นมากมายอะไร อยู่แล้ว

 

            ตานีคนสวยหยุดพักเล็กน้อย ก่อนจะร่ายยาวต่อ

 

            ส่วนอีกเหตุผลก็เพราะองค์ราชินีปลดพลังพรางตัวที่พวกเราใช้ต่อเนื่องกันมา ตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษที่ยังใช้อำนาจเวทมนตร์เป็นหลักเมื่อหลายร้อยปีก่อนโน้นนั่นแหละ พลังนี้จะตัดคลื่นแสงช่วงที่มนุษย์มองเห็นได้ออกไปทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่ช่วงที่ชาวตานนะคอนมองเห็นได้ นี่คือเหตุผลทีไม่มีใครเคยเห็นตานีมาหลายร้อยปีอย่างที่เธอก็รู้ไง

            แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เราจะไม่อยู่อย่างสงบนี่ด้วยล่ะ จ้าดถามเมื่อรู้สึกว่าเรื่องชักจะล่องตามแม่น้ำตานลงแม่น้ำสหัสวารีออกทะเลสารขัณฑ์ตะวันออกไปไกลแล้ว

            ก็เพราะเธอมีพลังพิเศษนี่.... พลังพิเศษที่สามารถมองเห็นในช่วงคลื่นที่ชาวตานนะคอนทั่วไปมองไม่เห็น แถมยังมีพลังงานวิญญาณมากกว่าปกติจนสามารถทำร้ายผีร้ายได้โดยตรง คล้ายๆกับฟ้าที่มีพลังพิเศษที่ผีร้ายทำอะไรเขาไม่ได้นั่นแหละ ไม่ช้าไม่นานถ้าพวกผีร้ายรู้ว่าเธอกับฟ้ามีพลังพิเศษแบบนี้ล่ะก็ เธอสองคนก็จะต้องโดนตามล่าอยู่ดี การที่องค์ราชินีอยู่กับเธอแบบนี้เท่ากับว่าชีวิตเธอปลอดภัยขึ้นมากเลยนะ แล้วพระองค์ก็ต้องเสี่ยงมากเพื่อปกป้องเธอ ยิ่งผีร้ายเองก็น่าจะรู้เรื่องนี้ด้วยแล้ว รู้แบบนี้แล้วยังจะบอกว่าองค์ราชินีเป็นมารผจญของเธออยู่อีกรึเปล่า

 

            คราวนี้จ้าดเป็นฝ่ายนิ่งอึ้งไปบ้าง

 

            เราก็รู้แหละว่ากล้วยไม่ได้ผิด แต่.... แต่เราก็ไม่รู้จะทำยังไง.... เด็กหนุ่มหน้าดุเอ่ยเบาๆ ไม่รู้สิ เรา.... เราไม่รู้ว่าทำไมเราถึงพูดไปขนาดนั้นเหมือนกัน.....

            ไม่รู้ก็ไม่เป็นไรหรอก อารมณ์โกรธมันก็แบบนี้แหละนางตอบ แต่ยังไงไปขออภัยองค์ราชินีสักหน่อยก็แล้วกัน องค์ราชินีเสียพระทัยมากนะ ทรงกันแสงด้วย ปกติพระองค์ไม่กันแสงบ่อยๆหรอกนะ

            เอ่อ.... แต่เรา.... ไม่รู้จะสู้หน้ากล้วยยังไงเหมือนกัน พูดไปขนาดนั้นแล้ว....

            ถ้าเธอยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไรหรอก ฉันให้เวลานางยิ้มบางๆให้เพื่อนหนุ่ม แต่อย่านานนักล่ะ ไม่งั้นล่ะก็.... ปืนลูกซองฉันบรรจุกระสุนเอาไว้เรียบร้อยแล้วนะ

 

            เด็กสาวคนสวยขู่สำทับเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมรอยยิ้มหวานเย็น ก่อนจะเดินไปคว้าปืนลูกซองของเธอแล้วออกจากห้องไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกของหลานชายหมอผีใหญ่เลยแม้แต่น้อย

 

            จ้าดนั่งลงกับโต๊ะ พยายามรวบรวมความกล้าอยู่อึดใจใหญ่ๆ ก่อนที่จะลุกออกจากห้องและย่องลงไปชั้นล่างอย่างเงียบๆ

 

            ชั้นล่างแทบจะเงียบสนิท ยูคิยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ในโต๊ะอุ่นขา นางนั่งขัดปืนลูกซองทั้งสองกระบอกที่เธอมี ส่วนกล้วยนั่งก้มหน้าหันหลังให้บันไดอยู่ที่โต๊ะกินข้าว เด็กสาวชาวฮิมิตสึและตานีสาวคนสวยเงยหน้าขึ้นมองหลานชายหมอผีใหญ่เมื่อเท้าของเขาแตะพื้นชั้นล่าง ก่อนที่นางจะพยักเพยิดไปทางเด็กสาวหน้าจืด

 

            เอ่อ กล้วย

            จ้าดเรียกเพื่อนสาวเบาๆ ก่อนจะนั่งลงข้างๆเธอ แต่อีกฝ่ายไม่ตอบและไม่หันมามอง เธอไม่ได้ขยับตัวเลยด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มจึงเรียกด้วยเสียงดังขึ้น

 

            กล้วย

            คราวนี้ตานีสาวเงยหน้าขึ้นมองเขา หลานชายหมอผีใหญ่ใจหายเมื่อเห็นว่าใบหน้าของเธอเปียกชุ่ม ดวงตาเรียวก็แดงก่ำและเอ่อท้นไปด้วยน้ำตา เขารู้ดีว่าเพื่อนสาวไม่ใช่คนที่ร้องไห้พร่ำเพรื่อ คำพูดของเขาแรงเกินไปจริงๆ

 

            จ้าด....เสียงของราชินีตานียังคงสั่นเครือ ข้าเจ้า.... สร้างความเดือดร้อนหื้อนายแต๊ๆก๋า

            เอ่อ ไม่หรอก ไม่เลยเด็กหนุ่มรีบพูด ขอโทษนะ เราก็พูดแรงเกินไป เรา.... เราไม่รู้ว่าเราเป็นอะไรขึ้นมาเลยพูดแบบนั้นออกไป.....

            ข้าเจ้าเข้าใจกล้วยตอบเสียงแผ่ว แต่ถ้าข้าเจ้า.... ข้าเจ้าสร้างความเดือดร้อนหื้อนายจนทนบ่ไหว....

            ก็บอกว่าไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรให้ไงเล่า หลานชายหมอผีใหญ่พูดเสียงเข้มขึ้น ไม่ใช่ความผิดของกล้วยหรอก เราผิดเอง เราก็ไม่น่าขอไปกับกล้วยตั้งแต่แรก....

            แต่ถ้าข้าเจ้ารอบคอบกว่านี้.... ถ้าข้าเจ้าเก่งกว่านี้.... ก็คงบ่ต้องหื้อนายมาช่วย.... และฟ้าก็คง....

            พอเถอะน่ากล้วย อย่าโทษตัวเองเลย กล้วยพูดแบบนี้เรายิ่งรู้สึกผิดขึ้นไปอีกนะ จ้าดพยายามปลอบเพื่อนสาว เอางี้ ถ้ากล้วยยังรู้สึกผิด ช่วยติวพื้นฐานวิศวะให้เราหน่อยสิ เราอ่านเองไม่รู้เรื่องเลย วันพฤหัสนี้ก็สอบแล้ว

            อะ อื้ม ได้สิ.... ขอสุมานักๆนะจ้าด

            จะขอโทษทำไมอีกเล่า พอแล้วๆ เดี๋ยวเราเอาหนังสือลงมาเลยก็แล้วกัน ขอบคุณมากนะที่จะช่วยติวให้

            อื้ม บ่เป็นอะหยัง

 

            แต่ทบทวนไปได้เพียงไม่กี่บท ความง่าวของจ้าดก็ทำให้กล้วยกลับเข้าสู่โหมดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อเขาทำโจทย์การเคลื่อนที่ในแนวเส้นตรงและการชนซึ่งต่างก็เป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดของฟิสิกส์ผิดติดต่อกันห้าข้อ ทำเอาอาจารย์จำเป็นกุมขมับ สงสัยเธอคงส่งลูกศิษย์ให้ถึงฝั่งฝันไม่ได้เสียแล้ว

 

            จ้าด นายอยากเข้าวิศวะแต๊ก๋า

            แน่สิ อยากเข้าแน่เด็กหนุ่มหน้าดุตอบทันควัน ถ้าไม่อยากจะมานั่งหลังขดหลังแข็งทำโจทย์อยู่นี่เรอะ

            ข้าเจ้าบ่อยากอู้จะอี้เท่าได๋หรอกเน่อกล้วยพูดเสียงหนัก แต่เหลืออีกสี่วันจะสอบแล้วยะได้แค่นี้ ข้าเจ้าว่าบ่มีหวังหรอก ตัดใจเถอะ

            เฮ้ย !?” หลานชายหมอผีใหญ่หน้าเหวอทันที ทำไมกล้วยพูดงี้ล่ะ จะแช่งกันรึไง

            บ่ได้แช่งเด็กสาวหน้าจืดรีบแก้ แต่ถ้านายยะโจทย์พื้นฐานจะอี้ยังผิด ข้าเจ้าว่านายมองๆคณะอื่นเผื่อเอวไว้บ้างดีกว่า

            งั้นเหรอจ้าดอึ้งไปเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่วายแก้ตัว แต่เราก็ไม่ได้ทำผิดอะไรเยอะขนาดนั้นนี่ แล้วนี่มันก็เป็นเรื่องง่ายๆ ข้อสอบไม่น่าออกเรื่องง่ายๆแบบนี้อยู่แล้ว

            อู้จะอี้มันประมาทเกินไปแล้วเน่อ แล้วอีกอย่าง เรื่องยากๆนายก็บ่แม่นจะยะได้เยอะนี่ตานีสาวโต้กลับ ก่อนที่เสียงของเธอจะอ่อนลงบ้างในประโยคถัดมา แต่เอาเถอะ ถ้านายยืนยันจะอั้น ข้าเจ้าก็จะช่วยติวหื้อนายหนักๆเลยละกัน เอ้า มายะโจทย์กันต่อเถอะ

 

            แต่ยังไม่ทันที่กล้วยจะหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็ต้องชะงักเมื่อเพื่อนหนุ่มท้วงขึ้น

 

            เดี๋ยวๆกล้วย เราทำโจทย์มาชั่วโมงกว่าแล้วนะ ขอพักก่อนได้มั้ย

            อะหยังอีกล่ะคิ้วบางขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิด ชั่วโมงครึ่งก็จะพักแล้วก๋า แล้วนายก็เพิ่งจะพักไปเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วเองด้วย แล้วจะอี้เมื่อได๋จะได้ยะสักทีล่ะ

            ก็ทำไปตั้งเยอะแล้วไง ตั้งสามบทแล้วจ้าดตอบก่อนจะดัดเสียงปะเหลาะ น่า นะ กล้วย ขอเราพักไปเล่นคอมสักแป๊บนึง เดี๋ยวค่อยกลับมาทำอีกทีตอนสักสี่ทุ่ม วันนี้เรายังไม่ได้เปิดคอมเลยนะ

            นี่นายฮู้ตัวก่อว่าอีกสามสี่วันจะสอบแล้ว ยังจะมาเอ้อระเหยอยู่จะอี้อีกก๋า !?

            มนุษย์ก็ต้องมีพักกันบ้างน่า เครียดเกินไปก็อ่านหนังสือไม่เข้าหัว หลานชายหมอผีใหญ่พูดพลางลุกจากเก้าอี้ ไว้สี่ทุ่มเจอกันอีกทีนะ เดี๋ยวเราขึ้นไปเล่นโน้ตบุ๊กข้างบน

            จ้าด เดี๋ยว จ้าด !

 

            ช้าเกินไป เด็กหนุ่มหน้าดุเผ่นพรวดขึ้นไปชั้นบนเสียแล้ว กล้วยมองตามก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ ในใจอดสงสัยไม่ได้เพื่อนของเธอคนนี้อยากจะเข้าวิศวะจริงหรือเปล่า ทั้งที่เหลือเวลาอีกเพียงสี่วันรวมวันนี้ และอีกเพียงสามชั่วโมงก็จะหมดวันนี้แล้วด้วย หากเป็นเธอสมัยยังเรียนอยู่ที่โรงเรียนของตานี ป่านนี้เธอคงนั่งจมกองหนังสืออยู่ทั้งวันแล้ว

 

            แต่ตานีสาวก็รู้ดีว่ายังไงๆ เธอก็คงไปแซะเพื่อนหนุ่มออกมาจากหน้าคอมพิวเตอร์ของเขาไม่ได้ สู้เธอรออีกหนึ่งชั่วโมงแล้วค่อยอัดให้เข้มๆไปเลยน่าจะเหมาะกว่า เด็กสาวหน้าจืดวางปากกา พลิกแบบฝึกหัดปิดก่อนจะถอนหายใจเฮือก เธอก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าการนั่งทบทวนบทเรียนให้เพื่อนหนุ่มตลอดชั่วโมงครึ่งก็สร้างความเมื่อยล้าให้ไม่น้อย กล้วยลุกขึ้น บิดขี้เกียจซ้ายทีขวาทีก่อนจะหันหลังกลับหวังจะเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์อุณหภูมิลบสามสิบองศาด้านนอก....

 

            องค์ราชินีเพคะ หม่อมฉันว่าคืนนี้องค์ราชินีคงไม่ได้ติวให้จ้าดแล้วล่ะเพคะ

            เด็กสาวหน้าจืดหันขวับกลับเข้ามาในบ้าน คิ้วบางขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นตานีคนสวยยืนกระหืดกระหอบอยู่ที่ตีน บันไดในชุดตะเบงมานคอมมานโดพรางป่าสนหิมะ*สีน้ำตาลเทาแซมขาวพร้อมรบ เธออุ้มพับผ้าหนาๆซึ่งดูจะเป็นตะเบงมานคอมมานโดพรางป่าสนหิมะอีกชุดหนึ่งมาด้วย

 

            อะหยังก๋านาง ยะเหมือนผีร้ายบุก

            ก็บุกน่ะสิเพคะนางตอบเน้นเสียง เมื่อกี้โปรแกรมตรวจจับวิญญาณของหม่อมฉันตรวจพบวิญญาณเป็นสิบๆตนกำลังมุ่งไปทางสวนกล้วย สัญญาณที่ได้รับดูเหมือนจะเป็นผีร้ายด้วยเพคะ

            บ้าแล้วคิ้วบางของราชินีตานีขมวดเข้าหากันแน่นขึ้น บ่มีอะหยังอยู่ในสวนกล้วยแล้วนี่ พลังข้าเจ้าก็หื้อหมู่เปิ้นไปแล้ว แล้วหมู่เปิ้นก็ฮู้ว่าข้าเจ้าอยู่ที่นี่ ถ้าหมู่เปิ้นอยากจะเอาชีวิตข้าเจ้าก็น่าจะมาที่นี่บ่แม่นก๋า จะไปที่สวนกล้วยอีกยะหยัง

            อย่าลืมสิเพคะว่าต้นกล้วยของพระองค์ยังอยู่ที่นั่น เด็กสาวหน้าหวานตอบเสียงเครียด ถึงจะมีการป้องกันดีเท่าไหร่ แต่อย่าลืมนะเพคะว่ากล้ายอยู่กับพวกมัน และกล้ายก็รู้ทั้งตำแหน่งทั้งวิธีการทำงานของกลไกระบบรักษาความปลอดภัยทุกอย่างด้วย รีบไปเถอะเพคะ ขืนชักช้าจะแย่เอานะเพคะ

            ดะ.... เดี๋ยวสิกล้วยรั้งเพื่อนสาวเอาไว้แม้เธอจะเริ่มวิตกเช่นกัน มีสองคนจะไปยะอะหยังได้ล่ะ....

            ดูจากจำนวนและพลังงานวิญญาณของผีร้ายพวกนั้น ถ้าพระองค์ซุ่มยิงให้เร็วสักหน่อย แล้วหม่อมฉันกวาดระยะใกล้ก็ไม่น่าจะเหนือบ่ากว่าแรงเพคะ สำคัญแค่กล้ายนั่นแหละ

            ก็ที่ข้าเจ้าห่วงก็คือกล้ายนั่นแหละ

            แต่หม่อมฉันว่าไม่เป็นไรหรอกเพคะ อย่างน้อยแค่ไปขัดขวางพวกมันเอาไว้ไม่ให้เข้าถึงตำแหน่งต้นกล้วยก็พอ และในเมื่อพวกเราเข้าไปตรงนั้นแล้วก็สามารถวางอุปกรณ์ป้องกันเพิ่มที่ ตำแหน่งต้นกล้วยได้ด้วย ถ้าสู้ไม่ไหวก็ค่อยถอนตัวก็ได้นี่เพคะ

            แต่ข้าเจ้า.... บ่อยากเข้าไป....

            องค์ราชินีกลัวกล้ายงั้นเหรอเพคะเสียงหวานของเด็กสาวทรงโตแข็งขึ้นในฉับพลัน ถ้าพระองค์มัวแต่กลัวอยู่แบบนี้ แล้วเมื่อไหร่พระองค์จะเอาชนะมันได้ล่ะเพคะ

 

            กล้วยนิ่งอึ้งไปอึดใจหนึ่ง แต่ในที่สุดเธอก็พยักหน้า

 

            เอาจะอั้นก็ได้เด็กสาวหน้าจืดก้าวฉับๆมุ่งหน้าไปทางบันได จะอั้นข้าเจ้าขึ้นไปบอกจ้าดก่อนเน่อ แล้วจะลงมาเปลี่ยนชุด....

            ไม่ต้องบอกจ้าดหรอกเพคะตานีคนสวยรั้งผู้บังคับบัญชาของเธอเอาไว้ มือยัดตะเบงมานคอมมานโดลายพรางใส่อ้อมแขน ไม่มีเวลาแล้ว หม่อมฉันฝากยูคิบอกไว้แล้วล่ะเพคะ อีกอย่าง ขึ้นไปก็รบกวนเขาเปล่าๆ

            ก็ได้ จะอั้นนางช่วยเช็กปืน กล้องสแกนพลังงานวิญญาณ อุปกรณ์ตัดแสงช่วงคลื่นตานีในพื้นที่แล้วก็อุปกรณ์ดูดกลืนพลังงานวิญญาณหื้อ ข้าเจ้าทีเน่อ เดี๋ยวข้าเจ้ามา

            เพคะ

 

            กล้วยหายเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ ไม่ถึงสองนาทีต่อมาเธอก็ออกมาในสภาพพร้อมรบ เด็กสาวคว้าถุงผ้าใบสีดำขึ้นสะพายหลัง เธอโบกมือลาเด็กสาวชาวฮิมิตสึก่อนจะพยักหน้าให้นาง แล้วร่างของตานีทั้งสองก็หายวับไป

 

            ยูคินั่งนิ่งอยู่อึดใจหนึ่ง ดวงตาหลังแว่นกรอบดำเหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง เมื่อเห็นว่าทางสะดวกแน่นอนก็คว้าดาบลำแสงสีน้ำเงินซึ่งบัดนี้เหลือเพียง ด้ามดาบสีดำและวางอยู่หลังกองหนังสือมาถือไว้ นักเรียนแลกเปลี่ยนสาวลุกขึ้นย่องอย่างเงียบกริบขึ้นไปชั้นบนมุ่งหน้าสู่ห้องนอนของจ้าด ก่อนจะเคาะบานประตูไม้สีขาวที่ปิดสนิทเบาๆ

 

            รุ่นพี่จ้าดคะ ฉันวิชาภาษาสารขัณฑ์คำถามมี ให้ฉันเข้าไปได้ไหมคะ

 

 

            หากมีใครสักคนบ้าพอที่จะออกมายืนกินลมชมวิวหิมะหนาวเย็นเฉียบในคืนนี้ ก็อาจได้เห็นเงาตะคุ่มสองร่างปรากฏขึ้นและหายวับไปในพริบตา เงาทั้งสองมุ่งหน้าไปตามถนนเชียงม่วนที่แทบจะร้างรถรา มุ่งหน้าไปยังสวนกล้วยประวัติศาสตร์ตานนะคอนบนอีกฟากของแม่น้ำตานซึ่งบัดนี้ถูกสะพานแขวนสว่างไสวและทางรถไฟฟ้ายกระดับบดบังเอาไว้

 

            ตรงนี้แหละ ต่อไปหมู่เฮาจะย่าง

            เด็กสาวหน้าจืดโทรจิตบอกเพื่อนร่วมงานทันทีที่มาถึงชายป่าสนที่ล้อมรอบสวนกล้วย เอาไว้ จริงๆแล้วเธอและนางมีพลังและคุ้นกับพื้นที่มากพอที่จะเคลื่อนที่ในพริบตาเข้าไปยังกลางสวนกล้วยได้ แต่การเคลื่อนที่ในพริบตาเข้าไปกลางดงศัตรูโดยเฉพาะกล้ายที่สามารถกราดยิงพวกเธอได้ทันทีก็คงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก

 

            ทันทีที่ตั้งหลักได้ กล้วยก็พุ่งเข้าแนบตัวกับต้นสนที่อยู่ใกล้ที่สุด มือดึงสไนเปอร์ไรเฟิลกระบอกยักษ์ของเธอออกจากถุงผ้าใบบนหลัง เสียบซองกระสุนเข้าที่ก่อนจะดึงคันรั้งป้อนกระสุนเข้ารังเพลิง นางซึ่งอยู่ที่ต้นสนข้างๆดึงปืนลูกซองของเธอซึ่งบรรจุกระสุนเอาไว้เรียบร้อยมากระชากขึ้นลำดังแกร๊ก ตานีทั้งสองยืนนิ่งอยู่อึดใจหนึ่ง ดวงตาทั้งเรียวและกลมโตกวาดมองให้แน่ใจว่าไม่มีศัตรูตนใดอยู่ในบริเวณ ก่อนที่สองสาวจะย่างเท้าย่ำหิมะอย่างเงียบกริบ มุ่งตรงไปยังสวนกล้วยตายซากที่มองเห็นเป็นเงาตะคุ่มสีน้ำตาลอมเทาอยู่ห่างออกไปเบื้องหน้า

 

            หยุด !’

            โทรจิตของตานีสาวผู้ถือสไนเปอร์ไรเฟิลกะทันหันจนตานีสาวผู้ถือปืนลูกซองแทบไถลไปบนพื้นหิมะลื่นๆ

            มีอะไรเหรอเพคะนางถามผู้บังคับบัญชาของเธออย่างงงๆ

            ข้าเจ้าหันบางอย่างขยับอยู่ข้างหน้า

 

            กล้วยคุกเข่าลง มือขยับเปิดสวิตช์กล้องเล็งแบบสแกนพลังงานวิญญาณที่ติดอยู่กับตัวปืนก่อนจะ ยกขึ้นประทับบ่า เงาสว่างเป็นกลุ่มก้อนขยับไหวๆอยู่ที่กลางเป้าของกล้องเล็งพอดิบพอดี เด็กสาวหน้าจืดขยับปรับกำลังขยาย แล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ากลุ่มก้อนสว่างนั้น แท้จริงคือวิญญาณกว่ายี่สิบตนซึ่งกำลังขยับอย่างช้าๆอยู่ภายในสวนกล้วย

 

            ราชินีตานีกดปิดกล้องสแกนพลังงานวิญญาณ ก่อนจะคว้ากล้องเล็งธรรมดาจากในถุงปืนขึ้นมาเสียบแทนหมายจะดูลักษณะของเหล่าผีร้ายเบื้องหน้า แต่ไม่มีประโยชน์ ทิวสนและหมอกที่ลงหนาบดบังทัศนวิสัยของเธอจนมิด

 

            เห็นอะไรหรือเพคะตานีคนสวยเอ่ยถามผู้บังคับบัญชาเมื่อเห็นอีกฝ่ายถอนปืนออกจากร่องไหล่

            วิญญาณ ยี่สิบตนหรือมากกว่า เยอะพอสมควรกล้วยตอบเสียงเครียด เอาจะไดดี ข้าเจ้าว่าเข้าไปจะยิ่งหนีลำบาก ซุ่มยิงจากตรงนี้เลยดีก่อ

            หม่อมฉันว่าเข้าไปอีกดีกว่าเพคะ พวกเราจะได้เห็นด้วยว่าผีร้ายพวกนั้นต้องการอะไร แล้วถ้าสบโอกาสจะได้วางระบบป้องกันเพิ่มที่ตำแหน่งต้นกล้วยด้วย

            เอาจะอั้นก๋าเด็กสาวหน้าจืดลังเลเล็กน้อย แต่ในที่สุดก็พยักหน้า เอาก็เอา แต่เปิดเครื่องรบกวนพลังงานวิญญาณด้วยเน่อเพื่อความปลอดภัย นางมีก่อ

            มีเพคะ

 

            ตานีในชุดตะเบงมานคอมมานโดทั้งสองกดปุ่มเปิดอุปกรณ์เล็กๆที่คาดอยู่ที่เข็มขัด ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนที่จากต้นสนสู่ต้นสนทีละต้น สวนกล้วยสีน้ำตาลแก่ที่แซมด้วยสีขาวโพลนของหิมะค่อยๆใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมๆกับพลังงานวิญญาณที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆเป็นเงาตามตัว มันเข้มข้นและกดดันจนราชินีตานีรู้สึกทั้งอึดอัดและวิตกในเวลาเดียวกัน ดูท่าวิญญาณยี่สิบกว่าตนที่เธอเห็นจะไม่ใช่ระดับธรรมดาเสียแล้ว และหากทุกตนต้องการล้มต้นกล้วยของเธอจริง ลำพังนางกับเธอก็คงทำอะไรไม่ได้มาก....

 

            ในที่สุด เด็กสาวผู้มีความงามของใบหน้าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงทั้งสองก็มาถึงขอบด้านในของป่า เบื้องหน้าของพวกเธอที่เคยเป็นป่ากล้วย บัดนี้กลายเป็นทุ่งหิมะที่แทบไม่มีอะไรกำบังสายตาด้วยต้นกล้วยตายซากผุพังและหักโค่นไปตามกาลเวลา จากจุดที่สองตานียืนอยู่จนถึงเขตป่ากล้วยที่รกทึบจนพอจะใช้เป็นที่กำบังได้นั้นห่างกันเกือบยี่สิบเมตร แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะข้ามไปโดยไม่ถูกสังเกตเห็น หรือหากใช้การเคลื่อนที่ในพริบตาก็เสี่ยงที่จะถูกฝ่ายตรงข้ามตรวจจับพลังงานที่ปล่อยออกมาได้อยู่ดี

 

            ข้าเจ้าว่าซุ่มยิงจากตรงนี้เลยดีกว่าเด็กสาวหน้าจืดออกความเห็น ดวงตาเรียวเหลียวมองเพื่อนสาวซึ่งซุ่มอยู่หลังต้นสนข้างๆอย่างวิตกกังวล ข้ามไปมันเสี่ยงเกินไปเน่อ

            แต่ทำแบบนั้น ถ้าพวกมันเข้าไปถึงตำแหน่งต้นกล้วยแล้วองค์ราชินีจะป้องกันลำบากนะเพคะ แล้วพวกเราก็จะไม่ได้วางระบบป้องกันเพิ่มด้วยนางแย้ง หม่อมฉันว่าตาม....

            เงียบก่อน หลบหื้อดีด้วย !’

 

            โทรจิตเฉียบขาดของกล้วยทำเอาเด็กสาวคนสวยชะงัก ราชินีตานียกปืนขึ้นประทับบ่า ดวงตาเรียวจ้องเขม็งผ่านกล้อง นางมองตาม แล้วเธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไมผู้บังคับบัญชาของเธอจึงต้องออกคำสั่งเช่นนั้น....

 

            ภาย ในเงามืดของต้นกล้วยสูงใหญ่ที่ยืนต้นตายอยู่เบื้องหน้า ร่างดำทะมึนสูงเกือบสองเมตรเกือบยี่สิบร่างค่อยๆก้าวเท้าช้าๆ เหมือนนักโทษลากโซ่ตรวนตามกันไปเป็นแถว พวกมันอยู่ห่างจากชายป่ากล้วยเพียงระยะสองต้นกล้วยบัง และกำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก ที่ตั้งของเหล่าต้นกล้วยระดับหัวหน้าทั้งหลาย รวมถึงต้นกล้วยของราชินีตานี....

 

            แต่สิ่งที่ทำให้กล้วยตกใจมากที่สุดไม่ใช่พวกมัน หากเป็นเงาร่างหนึ่งที่เดินนำอยู่หน้าสุดของแถว เงาร่างที่เรืองแสงสีเขียวจางๆ ของเด็กสาวในชุดตะเบงมานคอมมานโดสีน้ำตาลแซมขาว ผมยาวถึงกลางหลังถูกรวบเอาไว้เป็นหางม้า ในมือถือปืนไรเฟิลจู่โจมรูปร่างประหลาด.....

 

            กล้าย.....!?

 

 

            หลานชายหมอผีใหญ่นั่งนิ่งอยู่ที่เก้าอี้ติดกับโต๊ะทำงาน

 

            บนหน้าจอแลปทอปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะปรากฏหน้าต่างหยุดเล่นชั่วคราวของเกมวางแผนการรบเกมโปรดของเขา

 

            อันที่จริง เกมก็ค้างหน้าจอนั้นมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว และจ้าดก็ไม่ได้สนใจอะไรมัน เขากำลังนั่งมองสาวแว่นซึ่งนั่งทำแบบฝึกหัดวิชาภาษาสารขัณฑ์อยู่กับโต๊ะตัวเล็กข้างเตียงด้วยสายตากึ่งเหนื่อยใจกึ่งรำคาญ ใครมันจะไปเล่นเกมได้ในเมื่อมีอีกคนในห้องกำลังทบทวนสอบอยู่อย่างขะมักเขม้นจนเขาอาย แถมยังถามคำถามทุกๆห้านาทีแบบนี้....

 

            แต่อีกใจหนึ่ง เขาก็มีอะไรอยากถามเด็กสาวเบื้องหน้าอยู่หลายอย่าง เธอมาจากไหน ภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาคืออะไร ใครมอบหมาย ดาบลำแสงของเธอคืออะไรกันแน่ และที่สำคัญ จะมาขอถามวิชาเรียน ทำไมต้องเอามันมาด้วย.....

 

            เอ่อ ยูคิ

            คะนักเรียนแลกเปลี่ยนสาวตอบโดยไม่เงยหน้าจากตัวอย่างข้อสอบภาษาสารขัณฑ์

            ยูคิมาจากเมืองไหนในฮิมิตสึเหรอ

            รุ่นพี่ไม่รู้จักหรอกค่ะเธอตอบด้วยเสียงเบาและเรียบตามปกติ

            อ้าว พูดแบบนี้ดูถูกกันชัดๆ เห็นอย่างนี้เราก็เชี่ยวชาญเรื่องฮิมิตสึเหมือนกันนา

            เหรอคะมุมปากบนใบหน้าขาวกระตุกเล็กน้อยราวจะหัวเราะ ถ้างั้น เมืองหลวงชื่อ

            โทโฮ

            เมืองท่าสำคัญทางตะวันตก

            ชิตะกาคิ

            เมืองประวัติศาสตร์ในสำคัญที่สุด เมืองหลวงเก่า

            มิโดริอิ

            ใหญ่ที่สุดสนามบิน

            สนามบินนานาชาติเซตะกายะของโทโฮ

            ตะวันออกสุดเกาะ

            โคมะจิ

            ดังที่สุดแบรนด์เสื้อผ้าของฮิมิตสึ

            สการ์เล็ต

 

            เก่งนี่

ยูคิตอบ เธอดูเหมือนกำลังจะยิ้ม แต่แล้วใบหน้าขาวก็กลับไปไร้อารมณ์ตามเดิมเมื่อเธอก้มหน้าลงไปทำแบบฝึกหัดต่อ

 

            แล้วสรุปยูคิมาจากเมืองไหนล่ะ

            ยูคิชิมะ ประมาณสี่ร้อยกิโลเมตรทางตะวันออกของชิตะกาคิ

 

            เด็กสาวชาวฮิมิตสึตอบเพียงเท่านั้นก็เงียบไป หลานชายหมอผีใหญ่จึงตัดสินใจชวนคุยต่อเอง

 

            “เอ๋ ชื่อยูคิ มาจากยูคิชิมะ..... เมืองนี้ตั้งชื่อตามยูคิรึเปล่าเนี่ย”

 

            เด็กสาวก็ยังคงไม่ตอบ

 

            แล้วที่นั่นใหญ่มั้ย น่าอยู่มั้ย

            ก็ดีค่ะ

 

            ยูคิเงียบไปอีกครั้ง จ้าดมองเธอนิ่งอยู่อึดใจใหญ่ ก่อนจะโพล่งออกมาเสียงดังจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือก

 

            พูดให้มากกว่านี้หน่อยไม่ได้รึไงครับเจ๊ !? ยิ้มสักหน่อยก็ไม่ได้รึไง !?

            ละ.... แล้วทำไมฉันพูดมากหรือยิ้มต้องล่ะนักเรียนแลกเปลี่ยนสาวดูตกใจไม่น้อยกับปฏิกิริยาของหลานชายหมอผีใหญ่

            แล้วทำไมจะต้องถามคำตอบคำหรือมานั่งปั้นหน้าเฉยชาอยู่แบบนี้ด้วยล่ะครับเจ๊ เป็นหุ่นยนต์รึไงเด็กหนุ่มหน้าดุโต้กลับ เมื่อกี้เราเห็นนะ ยูคิจะยิ้มแล้ว แล้วก็มานั่งปั้นหน้าเฉยๆเหมือนเดิม ถามจริงไม่อึดอัดบ้างรึไงกัน

 

            ยูคินิ่งไปครู่หนึ่ง ดูเหมือนเธอลำบากใจที่จะตอบ

 

            ฉันถูกฝึกมาให้เป็นมือสังหารในที่สุดเธอก็เอ่ยขึ้น ด้วยเสียงเบาและเรียบเฉยเหมือนเดิม นักฆ่าอารมณ์ต้องมีไม่ นักฆ่ายิ้มต้องไม่

            เรอะจ้าดย้อน คิดว่าแบบนั้นจะทำให้เธอทำงานเป็นมือสังหารได้ดีขึ้นรึไง จะทำให้เหยื่อผิดสังเกตมากขึ้นล่ะไม่ว่า

            แล้วรุ่นพี่รู้มาจากไหนว่านักฆ่ายังไงควรเป็นคะเสียงของสาวแว่นเริ่มมีแววหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง รุ่นพี่นักฆ่าเป็นหรือเปล่าก็ไม่ใช่

            รู้สิ ก็รู้มาจากเกมแอสแซสซินคิดนี่ไง น็อกมาสิบรอบแบบไม่ตายเลยด้วยนะ

 

            ได้ผล เด็กสาวหน้าตายหลุดขำออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอหัวเราะอยู่เกือบครึ่งนาทีโดยไม่สนใจจ้าดผู้ตีหน้าปั้นยากด้วยประหลาดใจ ว่าอะไรจะขำมากมายและนานขนาดนั้น

 

            อะไรจะตลกขนาดนั้นครับเจ๊เด็กหนุ่มหน้าดุถามเสียงเนือยๆ

            กะ.... ก็มันตลกจริงๆนี่นักเรียนแลกเปลี่ยนสาวพยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติ แต่ไม่ได้ผลนัก

            เฮ้อ เอาเถอะจ้าดถอนหายใจเฮือก ว่าแต่ เห็นมั้ย ยูคิก็ทำได้นี่ ทั้งยิ้ม ทั้งหัวเราะ อย่าตีหน้าเฉยเมยแบบเมื่อก่อนต่อไปอีกเลยน่า

            ก็.... จะพยายามนะคะเสียงของเด็กสาวชาวฮิมิตสึยังคงมีแววกลั้วหัวเราะ

            เอ้อ ยูคิ ไหนๆก็ไหนๆแล้วขอถามหน่อยได้มั้ย หลานชายหมอผีใหญ่รีบถามก่อนที่อีกฝ่ายจะหันกลับลงไปสนใจแบบฝึกหัดและเข้า โหมดเงียบอีกครั้ง ดาบของยูคิน่ะมันเป็นดาบอะไรกันแน่เหรอ ไม่เคยเห็นใครใช้มาก่อนเลย

 

            ราวกับไปกระตุกต่อมจ้อของสาวแว่น หรือไม่เธอก็ชอบพูดเรื่องนี้อยู่แล้ว คำตอบที่เด็กหนุ่มหน้าดุได้จึงยาวราวกับสายน้ำตาน

 

            ดาบนี่น่ะเหรอคะ ดาบลำแสงแบบล่าสุดของหน่วยอาวุธลับกองกำลังป้องกันตนเอง ใช้จากตัวผู้ใช้พลังงานวิญญาณสร้างใบมีดขึ้นมา ก็เลยฟันสสารได้ทุกอย่าง แล้วยังสามารถรูปร่างเปลี่ยนได้อีกนะคะ ที่ฉันชอบเป็นคาตานะกับธนูยาว แต่ที่เคยใช้ก็มีไควเคน วากิซาชิ ไดคาตานะ โนดาจิ เคียว นากินาตะ แล้วก็ยังมีอาวุธอื่นๆอีกมากเลยค่ะ**

 

            จ้าดเมาชื่ออาวุธภาษาฮิมิตสึไปเล็กน้อย แต่เขาก็ถามต่อ

 

            กองกำลังป้องกันตนเองของฮิมิตสึมันก็กองทัพดีๆนี่เองไม่ใช่เหรอ ยูคิเป็นทหารด้วยเหรอเนี่ย

            ไม่ใช่ค่ะ ฉันในกลุ่มหมอผีผิดกฎหมายอยู่ ก็เลยอาวุธนี้มีโอกาสใช้

            งั้นเหรอหลานชายหมอผีใหญ่ตอบ แล้ว.... ยูคิบอกว่าอยู่ในกลุ่มหมอผีผิดกฎหมาย แล้วยูคิมาที่สารขัณฑ์นี่ทำไมล่ะ

            ก็มีคนว่าจ้างฉันให้มาสังหารรุ่นพี่กล้วย แล้วก็สังหารคุณไงคะ

 

            จ้าดเย็นสันหลังวาบ ในยามนี้หากสาวแว่นผู้นี้คิดจะฆ่าเขาขึ้นมาจริงๆล่ะก็เธอมีอุปกรณ์ครบครัน แถมอยู่ในห้องปิดมิดชิดเสียด้วย แบบนี้ได้มีหวังกลายเป็นฆาตกรรมในห้องปิดตายแบบการ์ตูนเรื่องโคนันทวิศาลกันแหงๆ

 

            แล้ว....เด็กหนุ่มเอ่ยตะกุกตะกัก แล้วตอนนี้ยูคิยังอยากจะฆ่ากล้วยกับเราอยู่รึเปล่า

            เด็กสาวชาวฮิมิตสึส่ายหน้า ไม่ค่ะ รุ่นพี่กล้วยกับรุ่นพี่จ้าดดีกับฉันขนาดนี้ ฉันทำไม่ได้

            งั้นเหรอ ขอบคุณมากนะหลานชายหมอผีใหญ่ยิ้มให้รุ่นน้องสาวอย่างโล่งอก แต่วินาทีต่อมาเขาก็ผิดสังเกตบางอย่าง อ้าว แล้วนางล่ะ ทำไมพูดถึงแค่กล้วยกับเราล่ะ

 

            คราวนี้ยูคินิ่งเงียบไปนาน ดวงตากลมหลังกรอบแว่นหลบสายตารุ่นพี่หนุ่ม จ้าดขมวดคิ้ว เขาตัดสินใจเปลี่ยนคำถาม แต่ก่อนที่จะทันได้พูดขึ้น เด็กสาวชาวฮิมิตสึก็โพล่งออกมา

 

            รุ่นพี่จ้าดคะ อันตรายใหญ่รุ่นพี่กำลังจะมี !

            หมายความว่าไงคิ้วรกๆขมวดเข้าหากันแน่นขึ้น อันตราย อันตรายจากอะไร ยูคิคงไม่บอกว่าจากนา....

 

            ก่อนที่ชื่อของตานีสาวคนสวยจะหลุดออกมาจากปากหลานชายหมอผีใหญ่ แลปทอปของเขาก็ส่งเสียงร้องเตือนแสบแก้วหู จ้าดมองมันอย่างตกใจระคนฉงน สัญญาณนี้เขาตั้งไว้ให้ดังเมื่อได้รับเมลจากกล้ายที่ตั้งค่าความสำคัญว่าด่วนเท่านั้น เด็กหนุ่มรีบเลื่อนเก้าอี้ไปกดปิดเกมและเปิดหน้าต่างเมลของเขาขึ้นมาดู แล้วก็ต้องประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อเห็นสัญลักษณ์โทรศัพท์ออนไลน์ที่มี ปลายสายคือกล้ายอยู่ในหน้าจอ เขากดรับทันที

 

            บ่าสึ่งตึงผีบ้าจ้าด ! นายยะอะหยังถึงได้ปล่อยหื้อกล้วยเข้ามาที่สวนกล้วยตามลำพังกับนาง !?

            หา สองต่อสองกับนาง !?” หลานชายหมอผีใหญ่อ้าปากค้างอย่างงุนงง หมายความว่าไง ตอนนี้สองคนนั้นนั่งอยู่ชั้นล่างนี่เองนะ !

            ก็เรดาร์ระบบรักษาความปลอดภัยสวนกล้วยของข้าเปิ้นโชว์หราอยู่เนี่ยว่ากล้วยกับนางเข้ามาในสวนกล้วย !

            รุ่นพี่จ้าดคะ ฉันบอกลืมยูคิเอ่ยเบาๆ รุ่นพี่กล้วยกับรุ่นพี่นางสวนกล้วยไปค่ะ รุ่นพี่นางบอกว่าผีร้ายในนั้นเข้าไป

            และที่แย่กว่านั้นเน่อ ตอนนี้ข้าจับสัญญาณผีร้ายได้เป็นสิบๆตนเลย เปิ้นกำลังมุ่งหน้าเข้ามาทางนี้ สงสัยนางนั่นแหละเป็นตนเรียกมา เพราะทันทีที่กล้วยกับนางเข้ามาในสวนกล้วย หมู่ผีนั่นก็มาทันทีเลย !

            อ้าว เราไม่รู้ เรานั่งเล่นเก.... ทบทวนหนังสืออยู่ข้างบนมาตลอดเลยเนี่ย !” จ้าดรีบเปลี่ยนคำพูด บอกว่านั่งเล่นเกมจนลืมดูแลเพื่อนสาวผู้เป็นที่รักยิ่งของคู่สนทนาคงดูไม่ดีสักเท่าไหร่ ให้เราออกไปช่วยมั้ย

            บ่ต้อง ออกมาก็บ่ทัน แล้วจะยิ่งยะหื้อสถานการณ์แย่ลงเปล่าๆด้วย ตานีสาวผมหางม้าตอบเสียงห้วน นายรอฟังสถานการณ์อยู่ที่บ้านนั่นแหละ ข้าจัดการเอง !

            เดี๋ยว กล้าย เดี๋ยว !?

 

            ช้าเกินไป สายถูกตัดไปเสียแล้ว ทิ้งให้จ้าดนั่งตัวชาอยู่คนเดียวหน้าจอแลปทอป แม้เขาจะยังไม่ปักใจเชื่อเหมือนกล้ายว่านี่เป็นฝีมือของนาง และอีกอย่าง นางเองไม่ใช่หรือที่เป็นคนขอให้เขาไปคืนดีกับกล้วย ถ้านางไม่อยากให้เขาไปด้วยก็ไม่น่าจะขึ้นมาพูดกับเขาเหมือนเมื่อตอนหัวค่ำ ปล่อยให้เขาโกรธเกลียดกล้วยไปแบบเดิมน่าจะสะดวกมากกว่า

 

            แต่ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของนางหรือไม่ก็ตาม ตอนนี้ตานีทั้งสอง.... ไม่สิ ทั้งสามกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่เขากลับทำได้เพียงนั่งเฉยๆ รอฟังรายงานสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่เท่านั้นงั้นหรือ....

 

            เบื้องหลังเขา ยูคิเอ่ยเบาๆ

            รุ่นพี่จ้าด รุ่นพี่เรื่องรุ่นพี่นางคงรู้แล้ว แต่หนูเรื่องอื่นยังมีที่ต้องบอกรุ่นพี่.....

 

 

            แปลก

            เป็นคำแรกที่กล้วยโทรจิตหาเพื่อนร่วมงานของเธอในช่วงเกือบสิบนาทีที่ย่องย่ำหิมะสะกดรอยตามเหล่าผีร้ายมาด้วยกัน

 

            อะไรหรือเพคะ

            นี่มันเลยจุดต้นกล้วยของข้าเจ้าไปแล้วเน่อ ยะหยังหมู่เปิ้นถึงยังย่างต่อ

            หม่อมฉันก็ไม่รู้เพคะนางตอบ ไม่แน่ว่ากล้ายอาจจะย้ายต้นกล้วยไปแล้วเพราะเหตุผลบางอย่างก็ได้นะเพคะ

            ตลกน่า เปิ้นจะย้ายยะหยัง ถ้าเปิ้นต้องการจะล้มต้นกล้วยเปิ้นก็ยะได้เลย หรือถ้าเปิ้นยังบ่อยากยะตั้งแต่แรก ยะหยังเปิ้นจะต้องย้ายต้นกล้วยไป

            หม่อมฉันก็ไม่รู้เหมือนกันเพคะ หรือว่าพวกมันจะมีจุดประสงค์อื่นที่.....

 

            เสียงของนางขาดหายไปในลำคอพร้อมกับที่เธอชะงักกึก เด็กสาวหน้าจืดเองก็ชะงักเช่นกันเมื่อเห็นผีร้ายทั้งแถวหันขวับกลับมาเบื้อง หลังราวกับรู้ว่าพวกเธออยู่ตรงนั้น วินาทีต่อมา ร่างดำทะมึนของพวกมันก็หายวับ แล้วราชินีตานีก็ต้องเย็นสันหลังวาบเมื่อเธอจับพลังงานวิญญาณอันสับสน อ่อนแรงและเคลื่อนที่ไปมาตลอดเวลาได้ สัญญาณที่บ่งบอกว่าเธอถูกผีหลอกเข้าให้แล้ว.....

 

            นางเตรียมพร้อมรบ !’

            ยังไม่ทันขาดคำ ต้นสนยักษ์สูงเกือบห้าสิบเมตรในป่าสนทางซ้ายมือของเธอก็หักโค่นดังเปรี๊ยะก่อนที่จะลอยละลิ่วพุ่งตรงเข้าใส่ กล้วยเบี่ยงตัวหลบ แต่เธอก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบร่างดำทะมึนยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ไวเท่าความคิด เด็กสาวหน้าจืดยกปืนขึ้นเหนี่ยวไกโดยไม่จำเป็นต้องเล็ง แต่ร่างนั้นกลับหายวับไปในพริบตา

 

            เสี้ยววินาทีต่อมา อะไรบางอย่างก็กระแทกอั้กเข้าเต็มแผ่นหลังจนร่างของตานีสาวกระเด็นลอย กล้วยพยายามตั้งหลัก แต่ก่อนที่จะทันทำอะไรได้มากกว่านั้น เธอก็ต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อผีร้ายตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลัง ก่อนจะฝังเขี้ยวแหลมคมของมันเข้าใส่ครึ่งไหล่ครึ่งลำคอของเธออย่างแรง

 

            แม้ความเจ็บปวดจะวิ่งพล่านไปทั่วร่าง เด็กสาวหน้าจืดก็แข็งใจเหวี่ยงปืนกระแทกพานท้ายเข้าใส่ขมับของฝ่ายตรงข้ามที่งับติดหนึบเหมือนหมางับเหยื่อ เธอสลัดผีร้ายหลุด แต่เนื้อที่ลำคอก็หลุดเป็นริ้วๆตามไปด้วย แต่กล้วยไม่สนใจ แผลแค่นี้รักษาด้วยยาสมานแผลของตานีได้ง่ายนิดเดียว แต่ที่น่าเป็นห่วงคือผีร้ายรอบๆที่เริ่มตีกรอบล้อมเข้ามาหาเธอ คะเนด้วยสายตาคร่าวๆก็เกือบห้าสิบตนได้ กล้วยขบกรามกรอด แบบนี้คงต้องเคลื่อนย้ายในพริบตาถอนตัวกลับเสียแล้ว

 

            นางเตรียมเคลื่อน.... นาง !?

            ดูท่าตานีสาวทรงโตจะเคลื่อนย้ายไปกับเธอไม่ได้เสียแล้ว อย่างน้อยก็ในเร็วๆนี้ นางถูกผีร้ายร่างยักษ์กล้ามโตแถมหน้าหื่นห้าหกตนกลุ้มรุมจนแทบไม่เห็นตัว เสียงปืนลูกซองดังก้องต่อเนื่องราวกับเป็นปืนกล แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย เด็กสาวหน้าจืดขยับจะเคลื่อนที่ในพริบตาเข้าช่วยเพื่อนสาว แต่ก่อนที่เธอจะทำเช่นนั้นได้ ผีร้ายอีกสองตนก็งับกร้วมเข้าที่ต้นแขน ก่อนที่อะไรบางอย่างซึ่งให้สัมผัสเหมือนกิ่งสนจะฟาดเปรี้ยงเข้าใส่แผ่นหลัง ส่งร่างของเธอลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้าขมุกขมัวที่เต็มไปด้วยเมฆ.... และฝูงบินกระสือเกือบสิบตนที่บินวนไปเวียนมาเหมือนเครื่องบินลาดตระเวนคอยดู สถานการณ์

 

            บ่าผีบ้านี่ !

            กล้วยขบกรามกรอด เธอพยายามหมุนตัวกลับหมายจะยิงผีที่ลอยไปลอยมาอยู่บนพื้นสวนกล้วยเบื้องล่าง แต่เหล่าผีร้ายก็ไม่ยอมให้เธอทำเช่นนั้นได้เช่นกัน แรงเหวี่ยงที่มองไม่เห็นกระชากเด็กสาวหน้าจืดลงกระแทกพื้นจนหิมะกระจาย และก่อนที่ราชินีตานีจะทันลุกขึ้นมาได้ ร่างดำทะมึนสามร่างก็ปรากฏตัวขึ้นเหนือร่างของเธอก่อนจะกระแทกน้ำหนักลงใส่จนอาหารเย็นในกระเพาะแทบไหลย้อนกลับ มือเน่าเฟะที่มีเล็บยาวแหลมตะปบเข้าที่คอก่อนจะเค้นราวจะรีดเอาพลังงาน วิญญาณที่เธอมีออกมาจนหยดสุดท้าย....

 

            อะไรบางอย่างผ่านหูเธอไปดังเฟี้ยว ก่อนจะปักเข้าใส่โคนต้นกล้วยสีน้ำตาลแก่ห่างจากใบหน้าเธอไปเพียงไม่ถึงเมตร แม้จะทั้งมืดและทั้งตาลายด้วยน้ำหนักนับร้อยกิโลกรัมที่กดลงมาบนหลัง แต่ตานีสาวก็มองเห็นได้ชัดว่ามันคือกระสุนปืนขนาด 5.56x45 มิลลิเมตร รอบส่วนกลางของกระสุนมีร่องบากตามยาวเอาไว้แปดร่อง

 

            เด็กสาวจำได้ทันทีว่ามันคือกระสุนที่กล้ายสั่งทำพิเศษ....

 

            ไอ้ผีบ้า เอานี่ไปกิน !

            ก่อนที่เด็กสาวหน้าจืดจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น ผีที่นั่งอำหลังของเธออยู่ก็มีอันต้องแตกกระเจิงเมื่อนางซึ่งสะบัดหลุดจากผีร้ายหน้าหื่นมาได้ด้วยวิธีใดก็สุดจะเดาปรี่เข้าหาพร้อมกับระดมยิงปืนลูกซองของเธอราวข้าวตอกแตก ทันทีที่ผีร้ายเริ่มถอยฉาก เธอก็คว้ามือเพื่อนสาวก่อนจะกระชากให้ลุกขึ้น และโดยไม่ต้องพูดกันแม้สักคำ ร่างของตานีทั้งสองก็หายวับไปในความมืดของรัตติกาล....

 

 

            แลปทอปสีเทาส่งเสียงร้องเตือนขึ้นอีกครั้ง หันเหความสนใจของจ้าดจากสิ่งที่เด็กสาวชาวฮิมิตสึกำลังอธิบายให้เขาฟัง แต่นักเรียนแลกเปลี่ยนสาวก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอเองก็ห่วงกล้วยมากพอๆกับรุ่นพี่หนุ่ม

 

            สถานการณ์เป็นไงบ้างกล้ายหลานชายหมอผีใหญ่พูดทันทีที่กดรับสายของเพื่อนสาวจากในสวนกล้วยแล้ว

            เกือบไปเหมือนกันปลายสายตอบกลับมา นายเตรียมยาสมานแผลเอาไว้หื้อกล้วยเลย เปิ้นมีแผลหลายที่ ส่วนนางบาดเจ็บเล็กน้อย

            ได้ๆจ้าดตอบก่อนจะตัดบท เราไปก่อนนะกล้าย เราได้ยินเสียงจากชั้นล่างแล้ว กล้วยกับนางคงจะกลับมากันแล้ว

            อย่าแสดงท่าทีว่านายฮู้เรื่องคืนนี้เด็ดขาดเน่อ เข้าใจก่อ ตานีสาวผมหางม้าสำทับ ถ้าจะหื้อดียะท่าประหลาดใจหรือบ่อั้นก็ช็อกไปเลยยิ่งดี

            ได้ งั้นไว้เจอกัน

 

            เด็กหนุ่มหน้าดุพยักหน้าให้รุ่นน้องสาว ก่อนจะเดินนำเธอลงไปยังชั้นล่าง เขาไม่ต้องแสร้งทำท่าตกใจเลย แผลฉกรรจ์ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดที่คอและแขนของราชินีตานีก็พอจะทำให้เขาช็อกได้แล้ว

 

            กล้วย ไปโดนอะไรมา !?

            ออกไปปราบผีแล้วพลาดนิดหน่อยเด็กสาวหน้าจืดตอบเสียงหอบ บ่ต้องเป็นห่วงหรอก

            จะไม่เป็นห่วงได้ยังไง เลือดเยอะแยะขนาดนี้หลานชายหมอผีใหญ่เริ่มออกอาการลนลาน นาง ยาสมานแผลของตานีอยู่ไหนนะ

            ก็ใส่ให้องค์ราชินีอยู่นี่ไงนางตอบเสียงห้วน ตาบอดเหรอยะตาบ้า

 

            เด็กหนุ่มหน้าดุหัวเราะแหะๆ เขาตกใจจนไม่ทันสังเกตว่าตานีคนสวยทำอะไรอยู่ แต่จะเป็นเพราะความตกใจของเขาเองหรือเปล่าหนอ ที่เห็นดวงตาหวานที่ส่องประกายเขียวจางๆของนางซึ่งมองยูคิอยู่นั้นฉายแววไม่ สบอารมณ์เอาเสียเลย.....

 

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

*ชุดตะเบงมานคอมมานโดมีการพรางหลายแบบ แต่ละแบบใช้ในภูมิประเทศต่างๆกัน ที่ใช้หลักๆได้แก่พรางสวนกล้วย (สีเขียว) พรางสวนกล้วยหิมะ (สีเขียว-เทา) พรางป่าสน (สีน้ำตาล-เขียว) พรางป่าสนหิมะ (สีน้ำตาล-เทา) พรางมาตรฐาน (สีเขียวขี้ม้า-เหลือง-น้ำตาล) พรางหิมะ (สีขาว-ฟ้า-เทา) และพรางรบในเมือง (สีเทา-ฟ้าอมเทา) ในตอนนี้แม้จะเข้าไปในสวนกล้วย แต่นางเลือกใช้พรางป่าสน เนื่องจากสีใกล้เคียงกับสวนกล้วยที่ตายซากแล้วมากที่สุด

 

**อาวุธที่พูดมาเป็นอาวุธประเภทมีดดาบทั้งหมด ไล่ความยาวตั้งแต่ไควเคนซึ่งยาวพอๆกับมีด วากิซาชิ คาตานะ ไดคาตานะ และโนดาจิซึ่งยาวได้เกือบหรือกว่าสองเมตร ส่วนนากินาตะคือง้าวสั้นสำหรับการรบกับทหารม้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

159 ความคิดเห็น

  1. #60 wat_r (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 เมษายน 2558 / 13:51
    ตอนนี้ดูตื่นเต้น นึกว่าจะได้รู้อะไรดีๆ ซะแล้ว ลุ้นแฮะ ได้กลิ่นไอสายลับสองหน้า 555 แฝงตัวล้วงความลับจากผู้ร้าย :)

    ทำไมต้องเข้าไปในสวนกล้วยนะ? แต่อย่างน้อยกล้วยก็คงพอระแคะระคายเมื่อเห็นกระสุนพิเศษของกล้าย ผู้ที่ไม่น่าใช่คนทรยศ แต่่มาช่วยในเวลาคับขัน

    โหยหาความรู้สึกอันเป็นปริศนา รู้สึกว่าตื่นเต้น ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวแบบโคนันทวิศาล 555 เรื่องนี้แปลงชื่อเยอะแฮะ ตลกร้าย!

    ... แต่ว่าควาามจริงนั้นคืออะไร?

    #60
    0
  2. #37 lllllllllllllllllllllllll '[27]' (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 16:36
    ทำไมคำว่า ตาบ้า ทำให้เรารู้สึกว่านางด่าได้ น่ารัก แบบแปลกๆนะ = =; (อ่านทั้งตอนมาพิมพ์เรื่องเนี้ยะ?!)
    #37
    0