แว่วสำเนียงภูต

ตอนที่ 5 : "เจ้าแม่ไทรทอง" ส่วนสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    4 ม.ค. 58

                แสงตะวันเริ่มจับขอบฟ้า บ่งบอกว่ารุ่งสางของเช้าวันเสาร์ย่างกรายเข้ามา หลังจากที่คืนวันศุกร์แสนหฤโหดของสาวๆ ได้ผ่านพ้นไป

                นุชเป็นคนแรกที่ได้สติจากหยดน้ำค้างที่พร่างพรมลงมาจากยอดไทร เธองัวเงียตื่นขึ้นมา แล้วมองสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างสับสน ก่อนจะที่ลำดับความทรงจำที่เกิดขึ้นในหัว

                เด็กสาวตาคมจำได้ว่าเมื่อวานเธอมาที่ต้นไทรอาถรรพ์นี่กลางดึกเพื่อจะตบนิ่มให้แหลกคามือ แต่กลับถูกเหล่าสิ่งลี้ลับเหนือธรรมชาติทั้งหลายตามหลอกหลอน ซ้ำยังทำร้ายร่างกายเธอและผองเพื่อนจนบาดเจ็บสาหัส แต่ว่าสุดท้ายคนที่เธอจงเกลียดจงชัง กลับกลายเป็นผู้ช่วยชีวิตเธอกับเพื่อนเอาไว้ โดยแลกกับดวงวิญญาณของตัวเอง

                ตอนแรกเด็กสาวคิดว่าตัวเองอาจจะฝันเพ้อไปเอง แต่ว่าเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของตนกับเพื่อนร่างตุ้ยนุ้ยที่นอนอยู่ไม่ห่างก็พอจะเตือนสติให้เธอรู้ว่าเรื่องที่เกิดเมื่อคืนไม่ใช่แค่ความฝัน

                กลิ่นเหม็นเน่าปานผีตายซากจากร่างของพิมที่นอนอยู่ห่างจากทุกคนออกไปก็เป็นเครื่องยืนยันเป็นอย่างดี แม้ว่ากระดูกขาของเธอจะกลับคืนสภาพ แต่ร่างกายของเธอก็เต็มไปด้วยน้ำหนองและเลือดจากซากศพเดินได้เมื่อคืน ซ้ำยังเลอะอาเจียนและอุจจาระปัสสาวะของตนเองอีกต่างหาก... นุชอดคิดไม่ได้ว่า ที่เจ้าแม่ไทรทองรักษาบาดแผลให้ แต่ไม่ได้เอาสิ่งน่าขยะแขยงทั้งปวงออกจากเด็กสาวผิวเข้ม คงเป็นเพราะเธอเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นิ่มต้องมาอยู่ที่นี่ ไม่ก็เพราะความหมั่นไส้ส่วนตัวของเจ้าแม่ก็เป็นได้

                เธอมองซ้ายมองขวาแต่ก็ไม่เห็นร่างของนิ่ม เจ้าแม่ไทรทองคงเอาทั้งตัวและวิญญาณของหล่อนไปตามคำสัญญาแน่ๆ เด็กสาวรู้สึกผิดจริงๆ ที่เคยจงเกลียดจงชังผู้บริสุทธิ์อย่างนิ่ม แถมยังต้องทำให้นิ่มประสบชะตากรรมแบบนั้นอีก...

                ไม่ทันไรสามสาวที่เหลือก็ลืมตาตื่นขึ้นมาตาม พวกเธอมองซ้ายมองขวาแล้วใช้สมาธิลำดับเหตุการณ์เมื่อคืนไปครู่ใหญ่ ก่อนที่จะหันมามองหน้านุชอย่างเศร้าสร้อย

                “นี่นิ่ม ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วใช่ไหม? เธอยอมแลกตัวเองเพื่อช่วยพวกเราจริงๆ สินะ...” เด็กสาวร่างผอมสูงพูดขึ้นมาอย่างเศร้าสร้อย “ทั้งที่เธอเป็นคนดีขนาดนั้น แต่พวกเรากลับจงเกลียดจงชังเธอเพราะอคติบ้าๆ นี่ที่ผ่านมา... พวกเราทำอะไรลงไปเนี่ย...”

                “ฉันอยากจะให้นิ่มกลับมาอยู่ตรงนี้... ฉันอยากจะขอโทษเธอ... ที่เข้าใจผิดไปจริงๆ” นิดหน่อยบ่นขึ้นมาพลางดูเนื้อตัวที่บาดแผลหายสนิท แต่เสื้อผ้าบางส่วนยังขาดวิ่น

                “ฉัน... ก็อยากจะขอโทษนิ่มเหมือนกัน... ฉันไม่น่าจะปล่อยให้ความรัก ความอยากได้มาบังตาตัวเอง จนทำแบบนั้นกับคนดีๆ แบบนิ่มเลย...” นุชพูดไปก็ก้มหน้าลงมองพื้นดิน ก่อนจะขบกรามและจิดกระโปรงตัวเองแน่นก่อนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้แล้วหันไปมองพิม ที่กำลังทำหน้าสะอิดสะเอียนสภาพของตัวเองเสียเต็มประดา

                “พิมมีความคิดอะไรดีๆ บ้างไหม?”

                “ขอให้ฉันล้างไอ้พวกของโสโครกพวกนี้ออกจากตัวก่อนจะได้ไหม... แหวะ” พิมพูดพลางมองซ้ายมองขวาจะหาที่ล้างเนื้อล้างตัว แต่ว่านุชก็ยังไม่ยอมให้ทำแบบนั้น

                “เปลี่ยนจากเงินหนึ่งพันที่เธอแพ้พนัน เป็นช่วยคิดอะไรดีๆ ที่จะพานิ่มกลับมาก็ได้ เพราส่วนหนึ่งที่นิ่มต้องหายไปแบบนี้ก็เพราะเธอนะ”

                “งั้นไม่ลองอธิษฐานกับเจ้าแม่ที่เอาตัวนิ่มไปดูล่ะ แต่ฉันก็ไม่รู้นะว่าเจ้าแม่จะให้พวกเราเอาอะไรแลกกับนิ่ม แต่ถ้าเกิดว่าเจ้าแม่เต็มใจจะให้นิ่มกลับมา ก็คงปรากฏตัวให้เราเห็นแบบที่ลือกันเองแหละมั้ง” เด็กสาวผู้เต็มไปด้วยสิ่งโสโครกออกความเห็นไปส่งๆ แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นทางออกที่ดีมากเลยทีเดียว

                สิ้นเสียงพิม นุชก็รีบเดินไปที่ศาลเพียงตา ก่อนจะหยิบธูปขึ้นมาจุด แล้วคุกเข่าลงไหว้อธิษฐานด้วยเสียงอันดัง

                “เจ้าแม่ไทรทอง หนูขอให้พาเพื่อนหนูที่ท่านพาไปเมื่อคืนกลับมาที่นี่ด้วย”

                สายลมเย็นยะเยือกพัดกรรโชกมาอย่างรุนแรง ทำเอาใบไม้รอบบริเวณปลิวกระจัดกระจาย กลุ่มเด็กสาวหนาวสะท้านและขนลุกซู่ แล้วความหนาวเหน็บนั้นก็แผ่ขยายเข้าไปถึงขั้วหัวใจ เมื่อเสียงสตรีผู้ทรงอำนาจที่พวกเธอหวาดกลัวเมื่อคืนดังขึ้นมาจากทิศทางไหนสักแห่ง

                “พวกเจ้าปรารถนาจะได้สมดังปรารถนา แต่ว่ามีบางสิ่งที่พวกเจ้าต้องแลก...”

                “จะให้แลกกับอะไรพวกเราก็ยอมทั้งนั้นแหละ จะแลกกับฉันก็ได้! ขอให้เอานิ่มกลับมาเถอะ ยัยนั่นเป็นคนดี ไม่ควรจะมาเจออะไรแบบบนี้เลย!” นุชตอบกลับเสียงดังไปทั่วบริเวณ

                “ขอบคุณนะคะคุณนุช ที่เป็นห่วงเราแบบนี้ เราซึ้งใจจนน้ำตาแทบจะไหลแล้วนะคะเนี่ย” เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำเอาเด็กสาวตาคมและผองเพื่อนต้องสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ก่อนจะหันขวับกลับไปหาต้นเสียง แล้วก็พบกับเด็กสาวร่างเล็ก ผู้มีผิวขาว นัยน์ตากลมและผูกผมเปีย ที่กำลังปาดน้ำตาออกจากใบหน้า

                “นิ่ม!” เสียงเด็กสาวทั้งสี่อุทานออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความตกตะลึงยิ่งกว่าเจอผีหลอกวิญญาณหลอนเมื่อคืน ก่อนที่เด็กสาวนัยน์ตาคมจะโผเข้ากอดสาวน้อยร่างเล็ก

                “เจ้าแม่ไทรทองเอานิ่มกลับมาแล้วจริงด้วย นิ่มตัวเป็นๆ เลย” นุชพูดพลางกอดรัดนิ่มไว้แน่นด้วยความดีใจ

                “โอ๊ย... กอดแน่นเกินไปแบบนี้เราหายใจไม่ออกนะคะคุณนุช” นิ่มร้องออกมา แต่ก็กอดนุชตอบเบาๆ แล้วยิ้มน้อยๆ อย่างมีความสุข “ค่ะ... เรากลับมาแล้ว ขอบคุณนะคะที่ขอโทษเรา เราเองก็ขอโทษคุณนุชสำหรับที่ผ่านมาเหมือนกัน...”

                “ว่าแต่นิ่มกลับมาหาพวกเราแบบนี้แล้ว เจ้าแม่ไทรทองจะเอาอะไรจากพวกเราไปแลกการกลับมาของนิ่มกันเหรอ?” นุชถามด้วยความสงสัย พลางคลายอ้อมกอดออกจากเด็กสาวร่างเล็ก แล้วมองดวงตากลมโตเป็นประกายสดใสบนใบหน้าขาวใสของเจ้าหล่อน

                “ความเกลียดชังกับอคติที่คุณเคยมีกับเรามั้งคะ” นิ่มตอบพลางยิ้มให้กับนุชและผองเพื่อนอย่างเป็นมิตร “แล้วถ้าเจ้าแม่ไทรทองเอาสิ่งเหล่านั้นออกไปจากพวกคุณไปแล้ว พวกเราก็มาเป็นเพื่อนกันได้แล้วใช่ไหมคะ?”

                “ได้สิ ฉันตกลงยอมรับเธอเป็นเพื่อนของพวกเราแล้ว” เด็กสาวตาคมกล่าว ก่อนที่เธอและผองเพื่อนจะยิ้มให้กับนิ่ม และเจ้าหล่อนเองก็ยิ้มตอบพวกเธอกลับมาอย่างเป็นมิตรเช่นเดียวกัน

                สำหรับพวกนุช ต่อจากนี้นิ่มคือเพื่อนร่วมกลุ่มคนใหม่ และทั้งห้าคนคงจะเป็นเพื่อนกันไปอีกตราบนานเท่านาน...

                ทว่าสิ่งที่พวกนุชคิด รับรู้ และเห็นนั้น อาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดเสมอไป... เพราะพวกเธอไม่รู้เลยว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น... และนอกจากเด็กสาวที่ถูกเรียกว่านิ่มแล้ว ก็คงมีแต่ผู้ที่ถูกเรียกว่าเจ้าแม่ไทรทอง ที่กำลังจับจ้องทั้งห้าจากในศาลเพียงตานั่นเท่านั้น ที่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร...

                ย้อนกลับไปเมื่อสามทุ่มตรงของคืนก่อน...

                ท่อนแขนประหลาดยื่นออกมาจากปากประตูศาลเพียงตา แล้วคว้าข้อมือของนิ่มเอาไว้ ทำเอาเด็กสาวตกใจแทบจะสิ้นสติ จากนั้นท่อนแขนนั้นก็ฉุดร่างของเจ้าหล่อนอย่างรุนแรงเหมือนจะฉุดดึงให้แขนหลุดออกมาจากร่าง!

                ทว่าสิ่งที่หลุดออกไปตามแรงฉุดไม่ใช่ท่อนแขนของเจ้าหล่อน หากแต่เป็นร่างกายอีกร่างที่อาจจะเรียกได้ว่าวิญญาณ มันหลุดลอยออกมาตามแรงฉุดจนเจ้าหล่อนเห็นร่างกายของตัวเองได้อย่างชัดเจน ก่อนที่จะถูกดึงเข้าไปในศาลเพียงตานั้น

                นิ่มรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองอยู่ในสิ่งปลูกสร้างคล้ายกับบ้านไม้ทรงไทยประยุกต์ และขณะที่เด็กสาวกำลังงุนงงสงสัยว่าตนเองอยู่ที่ไหน เจ้าของท่อนแขนที่จับเจ้าหล่อนอยู่ก็เอ่ยขึ้น

                “มีความปรารถนาเยอะเหลือเกินนะน้อง” เสียงหวานที่คุ้นหูนิ่มอย่างประหลาดนั้น ทำเอานิ่มอดไม่ได้ที่จะหันไปมองด้วยความสงสัย แล้วก็พบว่าคนที่จับข้อมือนิ่มอยู่นั้นเป็นหญิงสาวสวยผู้มีใบหน้ารูปไข่ นัยน์ตาคม และผมสีน้ำตาลยาวสยาย ห่มสไบเฉียงสีทองอร่ามตา นุ่งผ้าปักดิ้นทอง และตกแต่งเครื่องประดับสวยงามประหนึ่งนางในวรรณคดี

                “เอ่อ... คุณคือ... เจ้าแม่ไทรทองงั้นเหรอคะ?”

                “ใช่แล้วล่ะน้อง พี่คือเจ้าแม่ไทรทองที่น้องขอพรเมื่อกี้นี้เองแหละ แล้วที่นี่ก็คือภายในศาลของพี่เอง” สาวงามพูดพลางประคองสาวน้อยไปนั่งบนแท่น “ตอนแรกพี่ก็รู้ถูกใจน้องตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้คุยกันแล้วล่ะนะ แล้วยิ่งน้องขอพรกับพี่เมื่อครู่นี้ พี่ก็รู้สึกประทับใจน้องขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ”

                “ด... เดี๋ยวก่อนนะคะ คือ... เจ้าแม่เคยคุยกับเรามาก่อนด้วยเหรอคะ? ร... เราไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับอะไรเหนือธรรมชาติมาก่อนสักหน่อย” สาวน้อยร่างเล็กกล่าวด้วยเสียงสั่นเพราะความตื่นเต้น

                “เคยสิ เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วนี่เอง” เจ้าแม่ไทรทองพูดพลางหลับตาแล้วประนมมือ ก่อนที่ชุดสีทองงามวิจิตรจะกลายเป็นเสื้อแขนกระบอกกับผ้าถุงปอนๆ แล้วก็มีรถเข็นบรรทุกอุปกรณ์ทำความสะอาดออกมาโผล่ข้างกาย

                “พี่สาวภารโรงนี่นา!” นิ่มอุทานออกมาอย่างประหลาดใจ ก่อนที่ชุดของเจ้าแม่ไทรทองจะกลายเป็นชุดไทยสีทองแบบเดิม

                “พี่ไม่ได้พูดสักคำว่าเป็นภารโรงนะ แค่เปลี่ยนชุดแล้วถืออุปกรณ์ทำความสะอาดออกไปเตือนน้องให้รีบกลับบ้านก่อนสามทุ่มเท่านั้นเอง เพราะคนก่อตั้งโรงเรียนนี้รุ่นแรกๆ ได้มาตั้งอยู่บนป่าช้าเก่าที่เหล่าวิญญาณสิงสู่ ก็เลยทำพันธะสัญญากันให้พวกเราออกมาใช้พื้นที่ได้หลังสามทุ่มน่ะ” เจ้าแม่ไทรทองอธิบายด้วยเสียงหวาน “แต่คิดไม่ถึงเลยว่าน้องจะบ้าดีเดือดขนาดเดินมาขอให้พี่ช่วย ทั้งที่พี่เตือนแล้วว่าจะมีอะไรน่ากลัวๆ ออกมาแบบนี้ นี่น้องอยากจะมีเพื่อนมากเลยเหรอจ๊ะ?”

                “ก็... หนูโดนเข้าใจผิดว่าคิดร้ายกับพวกเขา ทั้งที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิด... ทั้งที่หนูอยากจะเป็นเพื่อนพวกเขาแท้ๆ...” นิ่มตอบเจ้าแม่ไทรทองไปอย่างเศร้าสร้อย “หนูก็อยากจะให้พวกเขาเชื่อที่หนูพูดบ้าง อยากให้คนที่เข้าใจหนูผิดเลิกคิดว่าหนูจะไปแย่งผู้ชายมาจากใครสักที... แล้วหนูก็อยากจะ...”

                “ตั้งแต่ที่พี่มาเป็นรุกขเทวดาประจำต้นไทร คอยควบคุมดูแลเหล่าภูตผีวิญญาณ กับช่วยเหลือคนที่นี่ น้องเป็นคนแรกที่ขออะไรเยอะและยุ่งยากแบบนี้เลยนะ รู้ไหม? โลภมากจริงๆ” หญิงสาวในชุดไทยงามวิจิตรบ่นเบาๆ ก่อนจะเริ่มบ่นออกมายืดยาว

                “ปกติแล้วรุกขเทวดา... หรือที่พวกคนชอบเอาไปเหมารวมกับผีอย่างพวกพี่ ไม่ได้ช่วยเหลือใครเปล่าๆ หรอกนะ ถ้าไม่ได้มีกรรมเกี่ยวข้องกันจริงๆ มันก็ต้องมีสิ่งที่มีค่าเท่าเทียมกันมาแลกเปลี่ยนบ้าง เช่นอาหาร การทำบุญกุศล หรืออย่างอื่นที่พี่อยากจะได้ ไม่เช่นนั้นก็เป็นการแนะนำพวกเขาให้ทำอะไรสักอย่างที่เป็นหนทางแห่งความสำเร็จที่มันดีกว่ามากราบไหว้ขอเอาจากพี่“

                “และแต่ละอย่างที่น้องขอมามันก็ยากอยู่นะ แล้วลำพังความสามารถน้อง สภาพจิตใจน้องคนเดียวก็ทำมันไม่ได้แน่ๆ ไม่ว่าจะทำให้เด็กสี่คนนั่นมาที่นี่แล้วกลับออกไปโดยปลอดภัย ทำให้พวกเขายอมรับน้องเป็นเพื่อน ทำให้พวกเขายอมเชื่อที่น้องพูด ทำให้คนที่เข้าใจน้องผิดอยู่เข้าใจน้องใหม่ แล้วก็ขอให้เหล่าสิ่งลี้ลับในโรงเรียนไม่ทำอันตรายน้องเนี่ย รู้ไหมว่าปกติแล้ว ถึงเอาดวงวิญญาณมาแลกเพื่อให้พี่ทำนี่เยอะขนาดนี้ พี่ยังว่าไม่คุ้มเลย”

                “งั้นหนูก็ขอโทษนะคะ... หนูคงขออะไรมากเกินไปจริงๆ... ขนาดเจ้าแม่ไทรทองแบบพี่ยัง...”

                “อย่าเพิ่งบอกว่าพี่ช่วยไม่ได้สิ เพราะน้องก็เป็นมนุษย์คนแรกที่ได้เข้ามาในนี้เหมือนกัน และนั่นก็หมายความว่า พี่ตกลงจะช่วยเหลือน้องจ้ะ” เจ้าแม่ไทรทองบอกพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย “แต่ว่าสิ่งที่แลกมันค่อนข้างราคามากโขอยู่นะ...”

                “อะไรเหรอคะ?”

                ”พี่อยากได้ช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตมัธยมปลายของน้อง น้องยินดีจะแลกมันกับการช่วยเหลือจากพี่ไหมล่ะ? ตอนนี้พี่ก็เบื่อๆ และอยากจะหาอะไรทำเล่นอยู่พอดี”

                “เอาช่วงชีวิตมัธยมปลายแลกเหรอคะ? จะแลกยังไงกันคะแล้วช่วงเวลาหนึ่งนี่มัน กี่เดือนกี่ปีกันคะ? แล้วพี่จะเอามันไปทำอะไรกัน?” นิ่มถามอย่างสนใจ ตอนนี้ความตื่นเต้นของเธอทุเลาลงแล้ว เหลือเพียงแค่ความต้องการให้เจ้าแม่ช่วยเหลือเท่านั้น

                “พี่ก็เกียจอธิบายเหมือนกัน จะแลกหรือไม่แลกกันล่ะ? ถ้าน้องยินดีแลก พี่ก็จะช่วยเหลือตามที่ต้องการทุกอย่าง แต่ถ้าไม่ น้องก็จัดการปัญหาทั้งหมดด้วยตัวเองก็แล้วกัน”

                “น... หนูคงจัดการกับปัญหาพวกนั้นไม่ไหว... หนูน่ะมัน... ทั้งซุ่มซ่าม ทั้งอ่อนแอเกินไป... หนูมัน...”

                “งั้นพี่ขอแปลว่าน้องแปลว่าตกลงจะแลกเปลี่ยนนะ”

                หญิงสาวในชุดไทยอันวิจิตรเอามือแตะที่ศีรษะของเด็กสาว จากนั้นนิ่มก็รู้สึกว่ามีพลังงานบางอย่างที่พุ่งพล่านเข้ามาที่หัว แล้วร่างวิญญาณของเธอก็พลันเปลี่ยนแปลงไป จากเด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลาย กลับกลายเป็นหญิงสาวผมยาวที่คาดผ้าแถบพันอก และนุ่งโจงกระเบนสีทอง แต่ตัวเจ้าแม่กลับหดเล็กลงจนกลายเป็นเด็กสาวแรกรุ่นในชุดนักเรียนที่รูปร่างหน้าตาเหมือนเธอก่อนหน้านี้ไม่มีผิด

                “พี่ถ่ายทอดความจำและพลังอำนาจให้เธอไปส่วนหนึ่ง และดูความทรงจำที่ผ่านมาของเธอเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปจนกว่าจะถึงเวลาที่คำขอทุกข้อของเธอจะบรรลุผล เธอคือรุกขเทวดาประจำต้นไทรนี้ และพี่คือนางสาวนิ่ม นักเรียนมัธยมปลายธรรมดา”

                “ม... หมายความว่า ช่วงชีวิตหนึ่งที่พี่จะเอาจากหนูไป คือการที่พี่จะกลายเป็นหนูแทนงั้นเหรอคะ?” นิ่มกล่าวออกมาด้วยเสียงที่แปรเปลี่ยนไป “ทำไมพี่ต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ? เป็นเทวดามันก็สบายดีอยู่แล้วนี่คะ ทำไมต้องอยากเป็นมนุษย์แบบหนูด้วย? หนูว่าเป็นการแลกเปลี่ยนที่หนูได้กำไรเกินไปแล้วนะคะ”

                “จะกำไรหรือขาดทุน เธอจะได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง...” หญิงสาวที่กลายเป็นเด็กสาวยิ้มอย่างมีความหมายแอบแฝง “เธอจงทำตามบทบาทที่พี่จะบอกต่อไปนี้ทุกอย่าง แล้วความปรารถนาที่อยากจะให้เพื่อนรัก เพื่อนเชื่อที่เธอเคยพูดจะกลายเป็นจริงเอง... ส่วนความปรารถนาจะแก้ข่าวลือผิดๆ นั่น ค่อยว่ากันหลังจากที่พี่เป็นเธอไปแล้วสักพักก็แล้วกัน แบบนี้พอได้ไหม?”

                แล้วนิ่มก็ตอบตกลง... ก่อนจะเล่นไปตามบทบาทที่เจ้าแม่ไทรทองได้วางไว้ทุกสิ่งทุกอย่าง และนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกว่าการเป็นรุกขเทวดาผู้ควบคุมดูแลภูตผีนั้นช่างวิเศษเหลือเกิน...

                เจ้าหล่อนคิดว่าเป็นข้อตกลงที่เจ้าหล่อนได้เปรียบเต็มประตู เจ้าแม่ไทรทองจะช่วยใช้ชีวิตของเด็กสาวเพื่อแก้ไขปัญหาที่คนอ่อนแออย่างเธอทำไม่ได้ ส่วนเจ้าหล่อนก็จะเสวยสุขอย่างรุกขเทวดา มีอำนาจที่คนพากันยำเกรง ไปจนกว่าเจ้าแม่จะจัดการเรื่องสารพัดให้แล้วกลับมาเปลี่ยนตัวคืนพร้อมกับถ่ายโอนความจำว่าเจ้าแม่ทำอะไรลงไปในช่วงที่เป็นเธอ  แล้วเธอก็จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติเหมือนไม่มีปัญหาอะไรมาก่อน... นั่นคือเรื่องที่พวกนุชไม่รู้ และจะไม่มีวันรู้เลย...

แต่ก็ดูเหมือนนิ่มจะเข้าใจอะไรผิดไปอย่างหนึ่ง...

                “นังหนูไทรทองทำสัญญาเปลี่ยนตัว ให้เอาเด็กเมื่อวานซืนอย่างเธอมาแทนงั้นรึ? ติดอะไรกันอยู่ล่ะเนี่ย แบบนี้จะเอาแต่ใจเกินไปหน่อยแล้วมั้ง...” เสียงของร่างวิญญาณที่ยืนอยู่หน้าศาลเพียงตา แต่พวกนุชมองไม่เห็นกล่าวขึ้น เขาคือชายวัยกลางคนร่างเล็กท่าทางใจดีที่เมื่อคืนสวมชุดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แต่ตอนนี้สวมชุดขาวและมีลอมพอก[1]บนศีรษะ

                “ตอนแรกหนูก็ไม่รู้เหมือนกันสินะคะ... แต่ตอนนี้หนูว่าเริ่มจะเข้าใจอะไรขึ้นมาแล้วสิ...”

                ร่างวิญญาณของเด็กสาวที่ตอนนี้กลายเป็นหญิงสาวในชุดไทยเหม่อมองออกไปนอกประตูศาลที่สิงสถิต ด้วยความปรารถนาจะออกจากวิมานศาลเพียงตา กลับไปเป็นนางสาวนิ่มที่อยู่ด้านนอกอีกสักครั้ง...

                เธอรู้แล้วว่าตัวเองคิดผิดไปถนัดที่ยอมแลกความเป็นมนุษย์กับความเป็นเทวดา... หลังจากได้ที่เห็นเอกสารเกี่ยวกับเรื่องของคนที่มาบนบานศาลกล่าวที่กองเป็นภูเขาบนโต๊ะทำงานของเจ้าแม่ไทรทอง ซ้ำยังหนังสือตำราวิชาต่างๆ ตั้งแต่มัธยมหนึ่งถึงสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่มีไว้ให้อ่านเผื่อว่ามีเด็กมาบนบานศาลกล่าวเรื่องการสอบ พร้อมกับหนังสือทะเบียนเล่มมหึมาของเด็กนักเรียนและสิ่งลี้ลับทั้งหลายในโรงเรียนซึ่งลุงเจ้าที่เอามาให้เธอท่องจำให้ได้เมื่อครู่...

                เด็กสาวในร่างหญิงสาวอยากจะร้องไห้แล้วไปกราบอ้อนวอนให้เจ้าแม่ไทรทองช่วย แต่ตอนนี้เธอเป็นเจ้าแม่ไทรทองไปเสียแล้ว คงจะไปกราบไหว้อ้อนวอนใครให้มาช่วยไม่ได้อีก... มีแต่จะต้องเข้มแข็งขึ้นแล้วจัดการกับปัญหาทั้งหมดด้วยตนเอง มิฉะนั้นก็จะโดนคุณลุงพระภูมิเจ้าที่ลงโทษเอาเท่านั้น...

                เจ้าแม่ไทรทองคงจะอยากสั่งสอนและฝึกฝนเด็กอ่อนแอที่หวังแต่จะพึ่งพิงคนอื่นอย่างเธอ ให้รู้จักเข้มแข็งขึ้นจนจัดการปัญหาได้ด้วยตัวเองอย่างไม่ต้องสงสัย...



[1] เครื่องสวมศีรษะรูปร่างคล้ายชฎา ทำจากผ้าขาว พันและพับเป็นทรงหมวกยอดแหลม ใช้เป็นเครื่องเกียรติยศของขุนนาง

 

 


.............................

จบ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

56 ความคิดเห็น

  1. #55 งุ้งงิ้ง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 13:16
    เจ้าแม่รับจ๊อบกวดวิชาสินะ ต้องศึกษาตำราทุกระดับทุกวิชาเลย ว่าแต่ลุงยามชื่อรามป่ะเนี่ย แล้วถ้ามีนักเรียนมาบนว่าขอให้หนูอึ๋มขึ้น 400cc เจ้าแม่จะกรี๊ดใส่มั้ย อย่ามายุ่งกับช้านนนนน
    #55
    0
  2. #39 เพราะดีฉันจึงมา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มกราคม 2558 / 21:02
    จบโหดมาก หักไปหักมาจนข้าน้อยคอหงิก เดาเรื่องผิดไปถนัดเรื่องการแลกเปลี่ยน. แต่เรื่องอื่นข้าน้อยเดาถูก เหอะ เหอะ สนุกดีบรรยายเห็นภาพได้หลอนดี. มีคำผิดเขียนตกหล่นแต่ไม่มาก ไม่ได้ทำให้เสียอรรถรสในการอ่าน ชอบค่ะ
    #39
    0
  3. #26 Dragon_P (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 21:45
    อ่านแล้วเข้าใจได้เลยทันที ที่แท้เจ้าแม่อยากจะสั่งสอนให้นิ่มเข้มแข็งนี่เอง หุหุ
    #26
    0
  4. #21 มายท์มิ้ม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2557 / 10:54
    เป็นผีที่อบอุ่นมากเลย ชอบๆ ติดตาม
    #21
    0
  5. #17 dinn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 21:27
    สุดยอด อ่านเรื่องนี้จบแล้วบอกได้คำเดียวว่าสุดยอด 
    ไม่น่าเชื่อเลยว่าไม่ผ่านนะครับนี่ กรรมการเอาตาไปไว้ไหนกันฟ่ะ = =!!
    หักมุมได้เจ๋งมากจริงๆ ชอบเรื่องนี้มากครับ โดยเฉพาะภาษา สำนวน และความลงตัวที่สุด
    เรียกร้องให้นำส่งสนพ.ไหนสักที่ที่ลงเรื่องสั้นครับ เรื่องดีๆ แบบนี้ไม่ควรเก็บไว้กับตัวแค่คนเดียว
    (ปล.มีคติเตือนใจอย่างที่เรื่องเราไม่มีด้วยอ่ะ 555 ชอบตอนหักมุมจบให้ข้อคิดที่เฉียบคมแบบนี้มากเลยครับ ^ ^b)
    (ปล.2 พออ่านมาถึงตอนสุดท้าย(เฉพาะตอนสุดท้ายนี้นะครับ)ตลกมากกว่าน่ากลัวนะครับนี่ แต่ชอบมากกว่าแบบน่ากลัวครับ ^ ^)
    #17
    0
  6. #12 $heepySleepy 'DORI (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2557 / 14:02
    ตอนแรกนึกว่าจะให้นิ่มร้าย ที่ไหนได้ คนดี๊คนดี
    จบได้หักมุมดีค่ะ ไม่นึกว่านิ่มกับเจ้าแม่จะสลับตัวกัน อ่านจบนี่แทบทุบโต๊ะ (//เดาตอนจบผิด TwT)
    สำนวนภาษาดี อ่านง่ายเข้าใจง่าย เป็นเรื่องสั้นที่ตามหามานาน ชอบค่ะ >w #12
    0
  7. #6 meri12 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2556 / 11:04
    ตามมาจากการประกวดเรื่องสั้นจ้า ได้อ่านเรื่องของคุณแล้วตั้งแต่ที่บอร์ดเลยแวะมาเมนท์อ่านอีกรอบ 
    เรื่องนี้ใช้ภาษาเขียนดีมากเลยค่ะ ลื่นไหล (เป็นหนึ่งในเรื่องที่เราแอบเชียร์เลย)
    แต่เป็นสยองขวัญแนว feel good แปลกดีค่ะ ตอนอ่านมาถึงทำสัญญากับเจ้าแม่ไทรทอง คิดว่านิ่มจะขอให้พวกเพื่อนตายซะอีก 
    แต่ตัวละครดันแสนดี เราเลยเป็นนางมารร้ายเลย 555 
    มาจบหักมุมอีกรอบคือเรื่องเปลี่ยนตัว เหมือนจะจบแฮปปี้แต่ก็แอบขนลุกนะคะนี่ถ้านึกว่าเป็นตัวเองล่ะก็ คงไม่ยอมแน่ๆ
    เดี๋ยวแวะไปอ่านเรื่องอื่นดูด้วยดีกว่า :D
    ถ้าคุณว่างรบกวนช่วยอ่านของเราแล้ววิจารณ์หน่อยนะคะ ส่งประกวดเหมือนกันแหะๆ
    พอดีเพิ่งแต่งเรื่องสยองขวัญเป็นครั้งแรกเลย ไม่รู้ทาง อยากรู้เหมือนกันว่ามีผิดพลาดไม่ดีตรงไหนบ้างจะได้นำมาปรับปรุง
    ปกติแต่งแนวรัก >< ขอบคุณมากค่าและยินดีที่ได้รู้จักน้า
    #6
    0