แว่วสำเนียงภูต

ตอนที่ 15 : "บ้านเกิดเมืองนอน"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 ก.พ. 63

บ้านเกิดเมืองนอน

ดวงจันทร์วันเพ็ญลอยเด่นอยู่บนฟ้า ทอแสงสีเหลืองนวลลงมายังผืนป่าเบื้องล่าง ทำให้ทัศนียภาพยามราตรีที่ถูกอาบด้วยแสงของมันดูงามตาน่ามอง อากาศที่เย็นสบายและเหล่าหรีดหริ่งเรไรส่งเสียงร้องระงมก็คล้ายกับจะกล่อมผู้คนทั้งหลายในละแวกนี้ให้เคลิบเคลิ้มจนคล้อยหลับไปจนกว่าจะถึงรุ่งสาง บรรยากาศแบบนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะทำให้ชาวบ้านบริเวณนั้นพากันนอนหลับพักผ่อนอยู่กับบ้าน หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากการงานมาทั้งวัน

                แต่ก็มีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้หลับไปกับค่ำคืนนี้.... ชายสองผู้สวมชุดเวสสีดำสนิทและรองเท้าคอมแบท ถือปืนเล็กยาวแบบ 11 หรือที่เรียกอีกอย่างว่า HK 33 อันเป็นอาวุธประจำกาย สีหน้าท่าทางของพวกเขาทั้งสองค่อนข้างเคร่งเครียดเกินกว่าจะเสพความงามในยามราตรีนี้ได้

“ฐานที่มั่นเราอยู่ด้านหน้าแล้ว ไอ้สิน เอ็งกลับเข้าไปก่อนเลย เดี๋ยวข้าตามไป” เสียงจากหนึ่งในชายสองคนพูดอย่างกระซิบกระซาบ หลังจากเห็นสิ่งปลูกสร้างบางอย่างอยู่ไกลๆ เขาเป็นชายหนุ่มผู้มีผิวเกรียมแดด ตัดผมรองทรงสูง ใบหน้าคมเข้มของเขามีหนวดเคราขึ้นเป็นตอบางๆ

“ไม่ไปด้วยกันล่ะวะ ไอ้เด่น? นายเราสั่งให้เราไปหาข่าวกันสองคน ให้ข้ากลับไปรายงานคนเดียวมันยังไงอยู่นะ” เพื่อนอีกคนเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ผู้ที่ถูกเรียกว่า “เด่น” กลับยิ้มจางๆ

“บอกนายด้วยว่าข้าขอพาข่าวเพิ่มอีกไม่นาน คืนนี้เดี๋ยวข้าจะกลับไป” เด่นกล่าวขึ้น ทำเอาเพื่อนที่ถูกเรียกว่า “สิน” ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“ก็ได้ๆ จะไปหาแหล่งข่าวสำคัญของเอ็งก่อนสินะ” สินพูดพลางยิ้มเจื่อนๆ เพราะเขารู้ดีว่าเพื่อนทหารพรานผู้นี้รู้จักกับใครบางคนที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ซึ่งจะยอมพูดคุยกับเจ้าหมอนี่แค่คนเดียวเท่านั้น จะเรียกว่าเป็นสายให้กับพวกเขาก็ไม่ผิด และข้อมูลที่เด่นได้มาจากสายที่เขาเลี้ยงไว้ก็แม่นยำและชัดเจน ข้อมูลจากเจ้าหมอนี่จึงถือว่าเชื่อถือได้มากในชุดการข่าวประจำกองร้อยเลยทีเดียว

“แล้วเจอกัน” เด่นพูดพลางยิ้มให้เพื่อนแล้วเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง แทนที่จะเข้าไปยังสิ่งปลูกสร้างที่ห่างออกไปด้านหน้าไม่กี่สิบเมตร ปล่อยให้เพื่อนกลับฐานที่มั่นไปคนเดียวก่อน ส่วนตัวเองก็แยกไปทางดงไผ่ข่างทาง

เด่นพนมมือไหว้เจ้าป่าเจ้าเขาก่อนครั้งหนึ่ง แล้วเดินฝ่าดงไผ่ไปประมาณห้านาทีก็ออกมาถึงด่านสัตว์เดิน ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าไปตามทางด่านสัตว์ แต่ก็พยายามเก็บเสียงการเดินไว้ให้เงียบกริบที่สุด พลางเงี่ยหูฟังเสียงสิ่งอื่นในป่าไปด้วย เขาไม่รู้ว่าติดนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไร มันเป็นสิ่งที่พ่อของเขาปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก จนกลายเป็นเหมือนสัญชาตญาณของเขาไปก่อนที่จะมาฝึกเป็นทหารพรานเสียอีก

ชายหนุ่มเสียแม่ไปตั้งแต่ตัวเองยังเล็ก เขาโตมาพร้อมกับการเลี้ยงดูของพ่อผู้เป็นนายพรานใหญ่ประจำป่าแถบนี้ แต่เขาก็เสียพ่อไปเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นและเข้าไปอาศัยในตัวเมืองกับป้าเพื่อเรียนชั้นมัธยมต้น เขาทราบภายหลังว่าพ่อเป็นสายให้กับทหาร คอยรายงานความเคลื่อนไหวของขบวนการค้ายาเสพติด ทำให้ถูกพวกมันสังหารเข้าเมื่อจับได้ว่าพ่อมีส่วนในการขัดขวางพวกมัน

เมื่อรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แทนที่เขาจะหวาดกลัว แต่ก็เปล่าเลย... เขาสาบานกับตัวเองว่าสักวันหนึ่งจะต้องแก้แค้นให้กับพ่อ และปกป้องผืนแผ่นดินอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนเอาไว้จากขบวนการค้ายานรก ซึ่งนี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กหนุ่มในตอนนั้นกลายมาเป็นทหารพรานในตอนนี้ก็ได้

                ทหารพรานหนุ่มเดินออกไปจากดงไผ่ยังไม่ถึงร้อยเมตร ก็ได้ยินเสียงคล้ายกับนกฮูกดังขึ้นมาจากข้างทาง และเมื่อเขาหันไปมองก็สังเกตเห็นแสงสีส้มจากข้างทางส่องสว่างและดับลงเป็นจังหวะ เมื่อเพ่งมองให้ดีก็พบว่าเป็นแสงจากตะเกียงใบหนึ่งซึ่งมีร่างเล็กๆ ของใครบางคนถืออยู่ ก็ทำให้ชายหนุ่มยิ้มออกมาอย่างยินดี เพราะสัญญาณเสียงและรหัสมอร์สจากตะเกียงเป็นสิ่งที่เขาตกลงกับสายของเขาเอาไว้นั่นเอง

                “สวัสดีไอ้เกิด อาทิตย์นี้ได้เรื่องอะไรมาบ้างนั่น?” เด่นเอ่ยทักทายสายของเขา แสงจากตะเกียงและดวงจันทร์ทำให้เขาเห็นว่าสีหน้าและแววตาของเด็กหนุ่มร่างเล็ก ที่มีผมสั้นเกรียนและสวมเสื้อม่อฮ่อม กำลังฉายแวววิตกกังวลระคนกับตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

                “เฮาได้เรื่องมาเยอะเลยอ้าย” เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่า “เกิด” ตอบกลับมาเป็นภาษาไทยกลางที่ปนสำเนียงท้องถิ่น ท่าทีของเขาร้อนรนไปกว่าทุกครั้ง จนเด่นอดคิดไม่ได้ว่าสัปดาห์นี้สายของเขารู้เรื่องอะไรมากันแน่

เด่นเคยสงสัยว่าเกิดรู้ความเคลื่อนไหวต่างๆ ในป่ามาจากไหน เพราะถึงแม้เกิดเคยบอกกับเขาเมื่อพบกันครั้งแรกยามเด็กหนุ่มมาดักจับกระต่ายป่า ว่าเด็กหนุ่มเป็นลูกชายของนายพรานมือฉมังของป่าแถบนี้ และเป็นคนที่รู้จักป่าแถบนี้ดีกว่าใคร ทว่าชาวบ้านไม่ต้องการสุงสิงกับเกิดสักเท่าไรนัก เพราะคิดว่าพ่อของเขาเป็นพวกเล่นมนตร์ดำ จนถึงแม้พ่อของเกิดตายไปก็ยังไม่มีใครอยากจะยุ่ง แต่เด่นก็ยังข้องใจในความสามารถของเกิด จนกระทั่งเมื่อเด่นใช้เวลาว่างที่เพื่อนๆ พักผ่อนหรือกินเหล้าสังสรรค์ ไปเดินสำรวจป่ากับเกิดตามลำพังสองคน เด่นก็พบว่าความสามารถในแกะรอย ล่าสัตว์ หลบซ่อนและแทรกซึมไปทุกที่ในป่าแถบนี้ของเกิดอยู่ในระดับที่เหนือกว่าเขาเสียอีก

เด่นจึงไม่ลังเลที่จะเลี้ยงเกิดเอาไว้เป็นสายคอยหาข้อมูลให้ตัวเอง โดยมีข้อแม้ว่าเด่นจะต้องไม่บอกใครเด็ดขาดว่ามาพบกับเกิด เพราะเด็กหนุ่มไม่อยากให้ทหารพรานบางคนซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่ รู้ว่าตัวเองพักอยู่ที่ไหน เนื่องจากกลัวตัวเองจะโดนขับไล่เหมือนกับพ่อและตั้งแต่มีเด็กหนุ่มเป็นสายให้ ข่าวที่ได้มาจากเด็กหนุ่มร่างเล็กวัยสิบหกผู้อ้างว่าเชี่ยวชาญพื้นที่มากที่สุดนั้น มันไม่เคยพลาดเลยสักครั้ง

                “หมู่เขาขนยามาถึงดอยลูกโน้นแล้ว” เกิดพูดพลางชี้ไปยังภูเขาลูกหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปราวหนึ่งกิโลเมตร “ดึกนี้หมู่เขาจะขนบางส่วนมาทางนี้ก่อน วันพูกหมู่เขาจะขนมาแหม”

คำตอบของเกิดทำเอาเด่นถึงกับตกตะลึง เพราะแหล่งข่าวอื่นที่เขาได้มาจากการหาข่าววันนี้นั้นไม่ได้บอกเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดชัดเจนขนาดนี้ และที่สำคัญคือการลำเลียงยาเสพติดครั้งนี้ใช้เส้นทางที่ห่างจากฐานที่ตั้งของเขาเพียงแค่ดงไผ่กั้นไว้เท่านั้น!

“ขอบใจมากไอ้เกิด พี่คงต้องรีบแจ้งผู้บังคับบัญชาก่อนแล้ว คืนนี้คงมีปะทะแน่ๆ เอ็งรีบหลบเข้าบ้านไปก่อนเลยดีกว่า” เด่นพูดพลางหยิบธนบัตรสีแดงออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วส่งให้เด็กหนุ่ม “นี่ค่าข่าว เอ็งเอาไปเถอะ”

“เฮาบ่เอาเงิน อ้ายก็น่าจะฮู้ ไว้วันพูกอ้ายเอาข้าวมาเลี้ยงเฮาก่อพอ” เกิดพูดพลางยิ้มเจื่อนๆ “อ้ายเด่นระวังตัวไว้ด้วยเน่อ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกไอ้น้อง อย่างมากก็แค่ตายเพื่อชาติ” เด่นพูดพลางยิ้มเพื่อซ่อนอารมณ์บางอย่างเอาไว้ในใจ อันที่จริงตั้งแต่ก่อนออกไปหาข่าว เขาก็เขม่นหนังตา กับรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวแปลกๆ อยู่เหมือนกัน เขาอดคิดไม่ได้ว่าบางทีคืนนี้อาจจะมีเหตุไม่ดีเกิดกับตัวเองก็ได้ แต่เขาก็ไม่อยากปริปากบอกกับใครสักเท่าไร

“เฮาบ่ว่าอ้ายถ้าจะอู้ว่ายอมตายเพื่อบ้านเกิดเมืองนอน แต่ไว้เลี้ยงข้าวเป็นค่าข่าวหื้อเฮาก่อนเต๊อะ ราตรีสวัสดิ์เน้ออ้าย” เกิดพูดพลางยกมือไหว้เด่น ก่อนที่จะรีบเดินฉับๆ เข้าไปข้างทาง แล้วร่างของเขาก็ลับจากสายตาของเด่นไป

 ทหารพรานหนุ่มตั้งใจจะแยกย้ายกลับไปยังฐานบัญชาการให้เร็วที่สุดเพื่อรายงานเรื่องนี้ให้กับผู้บังคับบัญชา แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ทำแบบนั้น หูของเขาก็แว่วยินเสียงฝีเท้าของสัตว์ใหญ่กำลังลากเกวียนมาตามทางด่านสัตว์ เด่นอดคิดไม่ได้ว่ามันอาจจะเป็นคาราวานขนยานรกที่จะขนผ่านมาในคืนนี้อย่างที่เกิดว่าเอาไว้ แต่เขาไม่คิดเหมือนกันว่ามันจะมาไวแบบนี้!

เสียงของพวกมันใกล้เข้ามาจนน่าจะอยู่ไกลออกไปไม่กี่สิบเมตร เด่นรู้ตัวว่าเขาคนเดียวคงไม่อาจปะทะกับกองคาราวานที่คงจะติดอาวุธได้ เขารีบเร่งฝีเท้าไปทางดงไผ่ ตั้งใจจะไปรายงานเรื่องทั้งหมดให้ผู้บังคับบัญชา หวังว่าท่านจะให้ได้ส่งกำลังออกมาจัดการจับกุมพวกมันทีหลัง

แต่ชายหนุ่มก็ทำแบบนั้นไม่สำเร็จ เมื่อแสงไฟฉายถูกส่องมาจากทิศที่เสียงกองเกวียนกำลังจะมา มันสาดกระทบตัวชายหนุ่มเข้าอย่างจัง ก่อนที่เสียงตะโกนเป็นภาษาชนกลุ่มใดสักกลุ่มจะดังขึ้น แล้วกระสุนจากปืนในกองคาราวานก็ยิงทะลุร่างของทหารพรานหนุ่มเข้าหลายนัด!

“ระยำเอ๊ย!เด่นสบถในใจ เขาแทบไม่ได้ยินเสียงมาจากปืนของอีกฝ่ายเลย หมายความว่ามันมีอุปกรณ์เก็บเสียง ดังนั้นถ้าหากมันจะกระหน่ำยิงเขาจนตาย ฐานบัญชาการที่ห่างออกไปไม่ไกลจะไม่มีทางรู้เลยสักนิด!

เด่นรู้ตัวว่าสถานการณ์แบบนี้ตัวเองคงไม่รอด ทางเดียวที่เขาพอจะทำได้คือยิงตอบโต้กลับไป แม้เขารู้ว่าจะยิงสู้ไม่ได้ แต่เสียงจากปืนที่ไม่เก็บเสียงของเขาต้องทำให้ฐานบัญชาการรู้ว่ามีการยิงปะทะ แล้วระดมพลออกมากันแน่

ทหารพรานหนุ่มรีบกลิ้งลงข้างทาง เตรียมจะประทับปืน ทว่าเขาก็ต้องประสบปัญหา เมื่อกระสุนนัดหนึ่งที่พวกนั้นยิงเข้ามาเมื่อครู่เจาะทะลุมือขวาข้างที่ถนัดของเขาจนใช้การไม่ได้ อีกนัดหนึ่งเจาะเข้าที่แขนซ้ายท่อนบนทำให้ยากแก่การขยับ หนำซ้ำเลือดยังไหลทะลักออกมาเรื่อยๆ อีกนัดถูกกระดูกแข้งของเขาจนหัก ซึ่งทั้งสามนัดนี่มันทำให้เขาไม่สามารถจะตอบเจ้าพวกกองคาราวานขนยานรก หรือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากฐานบัญชาการได้เลย

ชายหนุ่มกระเสือกกระสนคลานต่ำเข้าไปในดงไผ่ หวังจะใช้เรี่ยวแรงที่มีกลับฐานบัญชาการไปให้ได้ ทว่าแสงไฟฉายจากกองเกวียนขนยาเสพติดที่แล่นมาบนด่านสัตว์มันฉายตามร่างของเขามาติดๆ กระสุนนับสิบถูกส่งจากปืนหลายกระบอก เจาะทะลุลำตัวของทหารพรานหนุ่มไปอย่างไม่ปรานีเลยสักนิด!

เด่นนอนแน่นิ่งอยู่ข้างทาง เลือดไหลทะลักออกมาจากกาย กองคาราวานยาเสพติดเห็นว่าเขาไม่เคลื่อนไหวตอบสนองแสงไฟก็ค่อยๆ เคลื่อนเกวียนผ่านอย่างไม่แยแส ไม่มีกระสุนถูกส่งออกมาอีกสักนัด เนื่องจากหนึ่งในพวกกองกำลังติดอาวุธในคาราวานพูดกันด้วยภาษาของพวกนั้นว่าอย่าเสียเวลาและกระสุนให้มากกว่านี้กับคนคนเดียวเลย อย่างไรเสียก็คงจะตายในอีกไม่กี่นาทีอยู่ดี

ชายหนุ่มนอนหายใจรวยริน หูของเขาได้ยินเสียงกองคาราวานขนยานรกผ่านไปช้าๆ ในขณะที่เขาทำอะไรไม่ได้เลยสักนิด... ร่างกายของเขาเริ่มไม่ตอบสนองอะไรเขาอีกแล้ว... กระสุนปืนที่เจาะทะลุร่างได้พรากสมรรถภาพในการควบคุมร่างกายของเขาไปจนหมด และคงจะพรากชีวิตของเขาตามไปในอีกไม่ช้า....

เด่นกัดฟันด้วยความคับแค้น เลือดไหลทะลักออกมาจากปากแผลที่แขนขาและกลางลำตัว ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนทนแทบไม่ไหว...  น้ำตาลูกผู้ชายของเขาไหลรินออกมาอย่างไม่รู้ตัว... เขาแก้แค้นให้พ่อของเขาไม่ได้... เขาปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนตัวเองเอาไว้ไม่ได้เลยสักนิด...

“อ้ายๆ” เสียงของเกิดดังขึ้นมาจากไหนไม่ทราบ ตอนแรกเด่นอดคิดไม่ได้ว่าสมองของตัวเองคงเริ่มจะทำงานผิดพลาดจนหลอนแล้ว... ทว่าเมื่อเขารู้สึกว่ามีใครจับร่างของเขาพลิกหงายขึ้นมา เขาก็ต้องรู้สึกว่าตัวเองคิดผิด เพราะแสงจันทร์จากบนฟ้าที่ส่องผ่านยอดไม้ลงมานั้น ทำให้เขาเห็นว่าเกิดกำลังนั่งยองๆ อยู่ข้างร่างของเขา

เด่นคิดว่าสายของตนคงพยายามจะช่วยชีวิตเขา ทหารพรานหนุ่มจึงพยายามบอกให้เกิดอย่าช่วยชีวิตเขาเลย เพราะถึงรอดไปได้เขาก็คงจะพิการ สู้ปล่อยให้เขาตายที่นี่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่เสียยังดีกว่า... แต่ดูเหมือนเลือดจะท่วมปอดของเขาจะเปล่งเสียงออกมาไม่ไหวเสียแล้ว... แต่เด่นก็ต้องพบว่าตัวเองคิดผิด เมื่อเขาเห็นว่าเกิดไม่ได้เข้ามาเพื่อช่วยเหลือหรือปฐมพยาบาลเขาแต่อย่างใด ทว่ากลับพูดอะไรบางอย่างที่ทำเอาเด่นต้องรู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่าถูกกระสุนเจาะร่าง....

“ขอสุมาด้วยเน่ออ้าย ที่ผ่านมาเฮาขี้จุ๊”

เด็กหนุ่มขอโทษเด่นที่ตัวเองโกหก ก่อนจะหยิบมีดเดินป่าเล่มหนึ่งออกมาจากที่ขัดหลัง มันสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกาย... แม้ว่าเกิดไม่บอก แต่เด่นก็พอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดพูดเรื่องอะไร และทำไมถึงได้รู้ความเคลื่อนไหวพวกค้ายาเสพติดได้ดีนัก... เด็กหนุ่มต้องเป็นพวกมันที่มาเป็นสายลับสองหน้าให้เขาแน่!

แต่ไม่ทันที่จะคิดอะไรต่อจากนั้น เด็กหนุ่มก็เสียบมีดเล่มนั้นลงไปที่คอของเด่นจนมิดด้าม!

.

                แสงจันทร์ในวันเพ็ญทอแสงลงมายังความมืดเบื้องล่าง ส่องแสงสว่างมาช่วยบรรเทาความมืดมิดของป่า ทว่าไม่ได้ทำให้ความมืดมิดในใจของใครบางกลุ่มลดลงได้เลยแม้แต่น้อย...

                หลังจากยิงทหารพรานหนุ่มได้ไม่นาน ตอนนี้กองคาราวานค้ายาเสพติดกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง เมื่อจู่ๆ วัวที่ลากสองเกวียนขนยาเสพติดของพวกมันพลันตื่นตระหนกจนควบคุมไม่อยู่ ก่อนที่สมาชิกของกลุ่มคนหนึ่งร่วมลงจากเกวียนลงไปกองกับพื้น และเมื่อกองคาราวานส่องไฟฉายไปยังเจ้าของเสียง ก็ต้องพบกับภาพที่แม้แต่เหล่ากองกำลังติดอาวุธซึ่งมาคุ้มกันการลำเลียงยาเสพติดยังต้องรู้สึกสยดสยอง ภาพของสมาชิกที่คอหักพับ เลือดพุ่งกระฉูดออกมาจากท้องพร้อมด้วยอวัยวะภายใน!

                พวกมันจับอาวุธเตรียมพร้อมประจัญบานกับอะไรบางอย่างที่เข้ามาเล่นงาน แต่ไม่ทันที่จะได้สาดกระสุน เถาวัลย์เส้นหนึ่งก็รัดคอหนึ่งในพวกมันเข้า และกระชากร่างนั้นขึ้นไปบนคาคบของต้นไม้ใหญ่ข้างทางเสียก่อน!

                กองกำลังติดอาวุธส่องไฟไปบนคาคบไม้ ภาพที่เห็นคือร่างของอะไรบางอย่างกำลังอยู่ใกล้ๆ เพื่อนผู้ติดอาวุธ พวกมันจึงสาดกระสุนเข้าใส่บางสิ่งที่อยู่บนต้นไม้ หวังจะสังเวยเพื่อนไปพร้อมกับผู้เล่นงานลึกลับ ทว่าสิ่งที่ตกลงมาจากคาคบ มีเพียงแค่ซากร่างที่เคยเป็นของเพื่อนมัน ซึ่งส่วนคอหักหมุนได้รอบ... แต่ไม่มีร่างที่เล่นงานพวกมันเลยสักนิด...

                ความกลัวแล่นเข้าสู่หัวใจของกองคาราวานค้ายาเสพติดทุกคน พวกมันเคยต่อสู้กับนักรบสารพัดกลุ่ม ทั้งทหาร ตชด. หรืออาสาสมัครทหารพราน แต่มันไม่เคยเจอกับอะไรแบบนี้มาก่อน แม้แต่หน่วยรบแบบจรยุทธ์ที่พวกมันเคยต่อกรก็ไม่เคยเคลื่อนไหวประหนึ่งปีศาจแบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้แม้แต่เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ใหญ่ พวกมันยังระแวงว่าจะเป็นเสียงกรีดร้องของปีศาจ ยอดไม้ไหวเอนพวกมันยังระแวงว่าเป็นอสุรกายยักษ์ที่จะเข้ามาเล่นงานด้วยซ้ำ

                พวกมันพยายามหยุดวัวที่ลากเกวียนขนยาเสพติดเพื่อจะปักหลักต่อสู้ ทว่ายังไม่ทันที่จะทำแบบนั้น วัวของพวกมันก็พลันล้มลงกับพื้นเสียก่อน และเมื่อส่องไฟไปดูเหตุการณ์ ก็พบว่าวัวทั้งหลายถูกบางอย่างเล่นงานที่ข้อเท้าจนเลือดนองไปทั่วบริเวณ! หลังจากนั้นไม่นาน สมาชิกคนหนึ่งของมันก็ร่วงหล่นลงจากเกวียน แล้วถูกลากหายเข้าไปในเงามืดพร้อมทั้งส่งเสียงร้องโหยหวนลั่นป่า!

                ไฟฉายจากกองคาราวานส่องไปยังต้นเสียงอีกครั้ง และสิ่งที่พบก็ชวนสยดสยองไม่แพ้กัน เมื่อเพื่อนของพวกมันคอหักพับ ช่วงท้องมีตับและลำไส้ไหลออกมากองด้านนอก แต่พวกมันบางคนก็เห็นบางสิ่งบางอย่างที่มากกว่านั้น... รอยเท้าของบางสิ่งบางอย่างที่ข้างร่างกายของเพื่อนร่วมกลุ่ม... รอยเท้าของบางอย่างที่คล้ายกับเสือ!

                ความสงสัยของพวกมันเริ่มกระจ่างแล้ว... สิ่งที่กำลังเล่นงานพวกมันอยู่ไม่ใช่มนุษย์ หากแต่เป็นสัตว์ร้ายเจ้าถิ่น หากแต่พฤติกรรมการฆ่าของสิ่งที่สังหารพวกมันนั้นไม่เหมือนกับที่คุ้นเคย เพราะโดยปกติแล้ว เสือเกือบทุกตัวจะสังหารเหยื่อด้วยการกัดเข้าที่คอเพื่อตัดหลอดลมและเส้นเลือดแดงให้ตายในทันที และหลังจากสังหารเสร็จมันจะลากเหยื่อออกไปเพื่อกินโดยเริ่มจากส่วนสะโพกก่อน ไม่ใช่การฆ่าด้วยการหักคอ หรือแหวกท้องจนเครื่องในไหลออกมาให้เหยื่อทรมาน โดยไม่ได้กินให้อิ่มท้องแบบนี้...

                ยังไม่ทันที่พวกมันจะคิดอะไรต่อ บางสิ่งบางอย่างก็กระโจนลงมาจากคาคบไม้ลงมาบนเกวียนยาเสพติด แต่พวกมันไม่มีโอกาสมองให้ถนัดตา บางอย่างที่ว่าก็ลากหนึ่งในพวกมันลงไปจากเกวียนอีกหน คราวนี้พวกมันรีบสาดกระสุนเข้าใส่อย่างไม่รอช้า แต่ร่างสีดำสนิทที่เล่นงานสมาชิกคาราวานกลับเผ่นหายไปในความมืดเสียก่อน กระสุนนั่นจึงเจาะทะลุร่างของเพื่อนพวกมันจนสมองไหลออกมาจากกะโหลก!

                กองกำลังติดอาวุธเริ่มหันมามีปากเสียงกันเองด้วยภาษาของพวกมัน หลังจากที่กระสุนของปืนของพวกมันเองเจาะทะลุร่างเพื่อนในกลุ่ม แต่พวกมันก็หยุดการถกเถียงลงเมื่อเห็นว่าการโจมตีลึกลับนั้นสิ้นสุด ก่อนที่จะมีใครบางคนในกลุ่มพูดอะไรบางอย่างออกมา...

                พวกมันเริ่มรู้แล้วว่าสิ่งที่โจมตีมันคืออะไร... จริงอยู่ว่าเสือโคร่งทุกตัวจะสังหารเหยื่อด้วยวิธีการกัดเส้นเลือดแดงหรือหลอดลมให้ตายในทีเดียว แล้วเริ่มกินเหยื่อจากสะโพก แต่มีเสือซึ่งแตกต่างออกไป พวกมันจะกัดคอเหยื่อเพื่อหักกระดูกคอให้แตกละเอียด ก่อนที่จะเริ่มกัดกินเหยื่อจากช่วงท้อง... พวกมันมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบากว่าเสือโคร่ง ทำให้มันเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว สามารถปีนป่ายได้อย่างว่องไว และกระโจนจากต้นไม้หนึ่งไปยังอีกต้นได้ดีพอกับลิง อีกทั้งสีดำก็มันก็กลมกลืนไปกับความมืด... สิ่งที่เล่นงานกองคาราวานอยู่ต่างเป็นเสือดำแน่ๆ!

                ถึงแบบนั้นพวกมันก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมถึงมีหนึ่งในสมาชิกของพวกมันถูกเถาวัลย์ลากขึ้นไปรัดคอบนต้นไม้ เพราะเสือไม่มีทางที่จะใช้เชือกจับเหยื่อได้ แล้วไหนจะพฤติกรรมห้าวหาญไม่กลัวมนุษย์ ทั้งที่ปกติแล้วต่อให้เป็นเสือชนิดไหนก็ไม่มีทางบุกมาหามนุษย์จำนวนมากแบบนี้แน่

ยังไม่ทันทีมันจะหายสงสัย ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาด้านหน้ากองเกวียน... ร่างของทหารพรานผู้มีผิวเกรียมแดด ตัดผมรองทรงสูง ใบหน้าคมเข้มของเขามีหนวดเคราขึ้นเป็นตอบางๆ ใครคนหนึ่งในกลุ่มคาราวานจำได้ดีว่ามันคล้ายกับทหารพรานคนหนึ่งที่พวกมันเพิ่งจัดการกระหน่ำยิงไป... เด่นนั่นเอง!

                ด้วยความกลัวหรืออารมณ์อะไรก็สุดจะหยั่งถึง พวกมันพากันสาดกระสุนออกไปพร้อมๆ กันโดยไม่ได้นัดหมาย ทว่าทหารพรานตรงหน้ากลับวิ่งหลบเข้าข้างทางด้วยความไวที่ไม่น่าจะมีมนุษย์คนไหนทำได้ กระสุนทั้งหมดจึงพลาดเป้าไป

                พวกกองคาราวานขนยาเสพติดส่องไฟฉายไล่หาร่างของทหารพรานหนุ่มไปตามข้างทางอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบร่างของทหารพรานคนดังกล่าวเหมือนครั้งที่รุมยิงเขาจนนอนแน่นิ่ง... หนึ่งในพวกมันที่อยู่บนเกวียนด้านหน้ารีบปรับปืนให้ยิงเป็นโหมดอัตโนมัติเพื่อจะได้ส่งกระสุนออกมาอย่างต่อเนื่อง แล้วกราดยิงใส่พงไม้ในทางอย่างไม่ปรานี เพราะคิดว่าเด่นคงจะพรางตัวและแอบซุ่มอยู่ข้างทาง

ทว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์ เมื่อเถาวัลย์เส้นหนึ่งทอดลงมาจากคาคบไม้ แล้วรัดคอของเจ้าคนที่กำลังกราดยิงจนคอหักตาย ก่อนจะลากมันขึ้นไปด้านบนต้นไม้ใหญ่ ซึ่งมันจะไม่เป็นปัญหากับกองคาราวานเลยสักนิด หากว่านิ้วของมันยังไม่ค้างอยู่ในโกร่งไกของปืนที่กำลังยิงแบบอัตโนมัติ!

กระสุนจากปืนเล็กยาวถูกส่งมาจากลำกล้องที่ส่ายไปมาของผู้ถูกรัดคอ มันเจาะทะลุร่างของสมาชิกกองคาราวานเบื้องล่างจำนวนมากจนพากันบาดเจ็บล้มตาย สมาชิกบางคนที่ดูมีฝีมือกว่าคนอื่น รีบพุ่งลงไปกำบังกายใต้เกวียนที่อยู่ด้านหลังทันที ทว่ากว่ากระสุนของปืนของผู้ถูกแขวนคอที่ยิงเข้ามาจะหมด ทั้งกองคาราวานก็เหลือแค่คนสามคนที่ลงไปกำบังกายใต้เกวียนเพียงเท่านั้น!

พวกมันอยู่ใต้เกวียนในสภาพหมอบ แต่ก็พร้อมจะเตรียมยิงผู้บุกรุกทุกเมื่อ หากมีผู้บุกรุกสักคนอย่างกรายเข้าใกล้เกวียน พวกมันก็พร้อมยิงขาของผู้บุกรุกให้กระจุย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ร้ายหรือผีทหารพรานก็ตามที!

ทว่าพวกมันกลับระลึกขึ้นได้ว่าศัตรูไม่ได้บุกเข้ามาแค่จากบนพื้น เมื่อรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างทิ้งตัวลงมาบนเกวียน... พวกมันเพิ่งจำได้ว่าศัตรูของมันสามารถจู่โจมได้จากบนต้นไม้ และถ้าแบบนั้นพวกมันก็กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายเข้าแล้ว และพวกมันควรออกจากใต้เกวียนไปเพื่อรับมือ...

แต่พวกมันก็ไม่มีโอกาสจะได้ทำแบบนั้น เมื่อจู่ๆ เพลาเกวียนขนยาเสพติดที่มันใช้กำบังกระสุนก็พลันหักเป็นสองท่อน อาจเพราะมันได้รับความเสียหายจากการกราดยิงเมื่อครู่ บวกกับการที่จู่ๆ มีบางอย่างกระโดดขึ้นมาบนเกวียน และนั่นก็ส่งผลให้เกวียนขนยาเสพติดถล่มลงมาทับพวกมันทั้งสาม!

ร่างของใครบางคนที่นั่งอยู่บนเกวียนฉีกยิ้มร่า ก่อนจะถอดอุปกรณ์เก็บเสียงออกจากปืนกระบอกหนึ่งบนเกวียน แล้วยิงมันเข้าใส่พื้นเกวียนให้ทะลุลงไปถูกสามคนที่โดนเกวียนทับ พวกมันร้องโหยหวนอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่จะเงียบเสียงไปก่อนที่กระสุนจากปืนกระบอกนั้นจะหมด

“อ้ายเด่นบ่ได้เปนผู้เดียวที่ฮักบ้านเกิดเมืองนอนเน่อ” ร่างของผู้ที่นั่งอยู่บนเกวียนคิดในใจ ก่อนที่จะเดินลงมาจากเกวียน ตรงเข้าไปยังพงไม้ข้างทาง ตอนนี้พวกค้ายาเสพติดชุดนี้ถูกจัดการไปหมดแล้ว ถ้าไม่ตายก็คงต่อสู้ขัดขืนไม่ได้อีก และจากเสียงปืนที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ ฐานบัญชาการของเด่นจะต้องได้ยินและส่งคนออกมาตรวจตรา ก่อนจะจับกุมพวกที่ยังไม่ตายไปสอบสวนแน่ๆ

แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาเริ่มถูกเมฆบัง ทำให้พวกขนยาเสพติดที่ยังไม่ตายมองเห็นได้อย่างลางเลือน พวกเขาเห็นว่าผู้ที่อยู่บนเกวียนนั่นเมื่อครู่เป็นชายหนุ่มในชุดทหารพราน ทว่าเมื่อเดินตรงเข้าไปข้างทาง กลับเห็นเป็นเด็กหนุ่มร่างเล็กที่สวมเสื้อม่อฮ่อมแทนเสียอย่างนั้น!

“เฮาเองก็ฮักบ้านเกิดเมืองนอนของเฮาเหมือนกัน” เด็กหนุ่มผู้สวมเสื้อม่อฮ่อม ซึ่งเด่นรู้จักในชื่อว่าเกิดคิดในใจ ก่อนที่เขาจะระลึกถึงภาพในไม่กี่นาทีก่อน ภาพของเขาที่ปักมีดลงไปบนลำคอของเด่นเพื่อให้เขาตายจากโลกนี้ไป... ไม่ใช่ว่าเด็กหนุ่มเป็นพวกคาราวานค้ายาเสพติดอย่างที่เด่นเข้าใจก่อนจะสิ้นลม ทว่าเขาไม่อยากให้คนดีๆ ที่สู้เพื่อประเทศชาติอย่างเด่นต้องทนทรมานก่อนจะตายนานให้นานนัก...

หลังจากสังหารเด่น เด็กหนุ่มก็กรีดเข้าไปที่ท้องของทหารพราน ควักเอาหัวใจออกมาวางไว้บนพื้น จากนั้นร่างกายของเด็กหนุ่มก็พลันแปรเปลี่ยนไป เสื้อผ้าค่อยๆ แนบสนิทไปกับลำตัวและแปรเปลี่ยนเป็นขนสีดำขลับ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอำพัน หางเริ่มงอกออกมาจากก้นกบ แขนขาเริ่มกลายสภาพไป และไม่ถึงสามวินาที เด็กหนุ่มก็กลายร่างเป็นเสือดำ! แล้วเจ้าแมวใหญ่ก็พลันกัดกินหัวใจของเด่นที่เด็กหนุ่มควักออกมาอย่างเอร็ดอร่อย!

เด็กหนุ่มโกหกทหารพรานมาตลอด เขาไม่ใช่ลูกของนายพราน ไม่ใช่แม้กระทั่งมนุษย์ด้วยซ้ำ... เขาก็แค่เสือร้ายซึ่งมีวิชาอาคมแปลงเป็นมนุษย์ ที่ไปกินหัวใจจากศพเจ้าเกิดที่ตกเขาตายอย่างโดดเดี่ยวมัน จนได้รับความทรงจำและความรู้บางอย่างมาก็เท่านั้น... ที่เขาสวมรอยเป็นมันแล้วเข้าใกล้มาเด่นตลอด ก็เพราะรู้สึกว่ามนุษย์คนนี้ใจดี เลยต้องการให้เด่นเลี้ยงอาหารอันผ่านการปรุงของพวกมนุษย์จนมีรสชาติดีกว่าสัตว์จับกินเองบ่อยๆ ก็เท่านั้นเอง...

แต่พอรู้จักกันไปนานวัน เขาก็เริ่มซึมซับไอ้เจ้าสำนึกรักชาตินี่มาจากเด่นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้... กว่าจะรู้ตัวเขาก็เกิดความคิดไม่อยากให้ยาเสพติดถูกขนเข้ามาในประเทศนี้ จนคอยออกไปตามสังเกตพวกค้ายาเสพติดแล้วมารายงานเด่นไปเสียอย่างนั้น...

พอจู่ๆ เด่นมาตายตรงหน้า เขาก็ไม่อยากให้เด่นต้องตายไปเปล่าๆ เลยตัดสินใจกินหัวใจของเด่นเพื่อซึมซับเอาความรู้และความทรงจำของเด่นมาเสียเอง... แล้วก็ตัดสินใจมาแก้แค้นให้เด่นและพ่อของเด่น ด้วยการใช้ความรู้ที่ได้มาจากหัวใจของทหารพราน ผสมผสานกับความสามารถของเสือดำในการจัดการพวกนั้นแทนส่วนของเด่น

ตอนนี้เขาคิดว่าคงจะต้องหาทางตีสนิทกับทหารพรานคนอื่นแทนเด่นในวันรุ่งขึ้น แต่ถ้ายังหาทหารพรานที่ใจดีพอจะรับเขาเป็นสายไม่ได้ เขาอาจจะคอยซุ่มจัดการกองคาราวานขนยานรกพวกนี้ด้วยตัวเองต่อไปเรื่อยๆ

เพราะเขาเองก็รู้สึกรักบ้านเกิดเมืองนอนเหมือนกัน...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

56 ความคิดเห็น

  1. #33 Dragon_P (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 21:21
    อยากให้เรื่องสั้นนี้กลายเป็นเรื่องยาวเลยค่ะ
    #33
    0
  2. #32 นราฤษน์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มกราคม 2558 / 19:12
    อ่านจบแล้วนะครับ
    เนื้อเรื่องดีครับ ตัวละครมีมิติอย่างที่บอกไว้ แต่การแนะนำตัวประมาณว่า "ชายผู้ถูกเรียกว่า" "คนผู้ถูกเรียกว่า" ผมว่าควรมีแค่ส่วนแนะนำตัวครั้งแรกนะครับ ละเพราะบอกว่าเป็นการพูดกลางปนภาษาถิ่นเลยไม่ติดใจอะไร หักมุมได้ดีครับ ใช่รักเหลือเกินบ้านเกิดเมืองนอน รักได้เจ็บแสบมาก //พอครับ เดี๋ยวหาว่าผมสปอยล์ 5555++
    #32
    0