แว่วสำเนียงภูต

ตอนที่ 13 : "ผู้หยั่งรู้" ส่วนที่ ๔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ธ.ค. 57

                ยี่สิบสองธันวาคม

                เด็กสาวร่างเล็กลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับตัวเอง แล้วเธอก็พบว่าสิ่งที่ตัวเองรู้สึกนั้นเป็นความจริง เมื่อแสงจากตะเกียงที่ปลายเท้าทำให้เธอพบว่ารอบกายของตัวเองไม่ใช่ห้องนอนในบ้านของป้า แต่กลับเป็นภายในกระท่อมหนึ่งซึ่งเธอรู้สึกไม่คุ้นตาเอาเสียเลย

                เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตัวเองถึงมาโผล่ในกระท่อมนี่ได้ จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าก่อนหน้านี้เธอกำลังเดินทางไปโรงเรียนเหมือนทุกวันตามลำพัง ถึงแม้วันนี้เธอจะไม่อยากไปโรงเรียนเท่าไร เพราะเมื่อเธอก้าวเท้าลงจากบ้านแล้วมาเจอกับเหล็กที่ยืนรออยู่ เขาก็บอกว่าเช้านี้ไม่สามารถตามไปคุ้มครองเธอได้ เนื่องจากคุณลุงผู้หยั่งรู้เรียกกลับไปคุยด้วยเรื่องสำคัญบางอย่าง

แต่ถึงรู้ว่าถ้าไม่มีเหล็กคอยคุ้มครองแล้วเธออาจจะไม่ปลอดภัย เธอก็ไม่อยากหยุดเรียนให้ขัดใจคุณแม่ เธอจึงตัดสินใจเดินออกไปเรียนเหมือนปกติ ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือมีใครบางคนเข้ามาจากด้านหลังและทำอะไรบางอย่าง... จากนั้น เธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย...

เธอพยายามยันกายให้ลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ทำไม่ได้อย่างที่คิด หนำซ้ำเธอยังรู้สึกเจ็บที่มือทั้งสองข้างขึ้นมาอย่างประหลาด และเมื่อเธอมองไปที่สองมือก็ตัวเองก็พบกับสาเหตุดังกล่าว เมื่อทั้งมันถูกมีดแทงจนทะลุ และตรึงมันเอาไว้กับพื้นกระท่อม จนเธอไม่สามารถขยับเขยื้อนไปจากตรงนั้นได้เลยแม้แต่น้อย!

                “ฟื้นแล้วสินะ นังแม่มด” นุ่นได้ยินเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นมาจากด้านเหนือศีรษะของตัวเอง และเมื่อเธอแหงนหน้าขึ้นไปมองก็พบร่างของเด็กสาวในชุดนักเรียนซึ่งมีผิวสีน้ำผึ้ง ผมสีน้ำตาล เด็กสาวคนนั้นจ้องมองเธอมาด้วยสายตาเย้ยหยัน และแสยะยิ้มชั่วร้าย... เธอจำได้ดีว่าเด็กสาวคนนี้คือดอกไม้ เพื่อนที่ไม่ถูกกับเธอนั่นเอง!

                ตอนนี้นุ่นเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวขึ้นมาได้แล้ว... ดอกไม้คงแอบดักรอเธอระหว่างจะไปโรงเรียน แล้วทำอะไรบางอย่างให้เธอสลบ ก่อนจะลากเข้าในกระท่อมนี่เพื่อจะทรมานเธอแน่ๆ แต่เธอไม่เข้าเลยว่าดอกไม้จงเกลียดจงชังอะไรเธอนักหนา แค่เธอมีความสามารถลี้ลับที่ทำให้ตัวเองกับคนรอบตัวเจอผีบ่อยๆ ก็แค่นั้นเองนี่นา...

                “เธอทำอะไรกับฉัน!” นุ่นถามกลับไป ทว่าดอกไม้ไม่ได้ตอบอะไร นอกจากแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย แล้วหยิบมีดอีกเล่มขึ้นมาถือในมือ ก่อนจะลุกขึ้นมาคร่อมร่างของนุ่นไว้ พลางเอามีดเล่มนั้นแตะที่ท้องของนุ่นเบาๆ

                “ทำให้แกค่อยๆ หายไปจากโลกนี้ไงล่ะ” ดอกไม้พูดพลางฉีกยิ้มอำมหิต ก่อนจะเอามีดกรีดเสื้อชุดนักเรียนของนุ่นจนขาด “แต่ไม่ต้องกลัวหรอกว่าเธอจะตายเร็ว ฉันจะให้เธอดูตับไตไส้พุงของเธอออกมากองอยู่อย่างช้าๆ...”

                “ทำไมเธอต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย ฉันไปทำอะไรให้เธอกัน...” นุ่นถามกลับไป ในขณะที่ดวงตาของเธอเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า ด้วยความไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนดีอย่างเธอ ถึงต้องมาตกเป็นเหยื่อคนเลวแบบนี้ด้วย...

                “ก็ฉันเกลียดแก! เกลียดมากด้วยนังแม่มด! ตั้งแต่แกมาอยู่ พวกเราก็เจอแต่เรื่องซวยๆ แทนที่คุณครูจะสนใจฉัน  ชื่นชมแค่ฉันคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน ก็หันไปสนใจแต่แก แกมันมีดีอะไรนักหนา!” ดอกไม้ตอบกลับมาแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด ก่อนจะเงื้อมีดขึ้นมาสุดแขน หมายจะปักให้ทะลุท้องของเด็กสาวเคราะห์ร้าย ทว่านุ่นกลับนึกอะไรบางอย่างที่สำคัญมากขึ้นมาได้เสียก่อน

                “คุณลุงผู้หยั่งรู้ช่วยหนูด้วย!

                สิ้นเสียงตะโกนของนุ่น ประตูกระท่อมก็พลันแยกออกจากกันเป็นท่อนๆ ก่อนที่ชายในชุดนักรบโบราณจะยืนตระหง่านอยู่ที่หน้าประตู ทำเอาดอกไม้ต้องหยุดชะงักแล้วหันไปมองทันที

ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรต่อจากนั้น เหล็กพุ่งเข้าไปจับข้อมือที่ถือมีดของดอกไม้และบีบมันจนเด็กสาวต้องกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มีดร่วงหล่นลงจากมือ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเหวี่ยงเธอกระเด็นไปที่อีกมุมหนึ่งของกระท่อม

“แก...” ดอกไม้พึมพำพลางส่งสายตาอาฆาต แต่เมื่อนุ่นหันไปมองให้ดีก็พบว่านั่นไม่ใช่ดอกไม้อย่างที่เธอเข้าใจแต่แรก แต่กลับเป็นเด็กสาวผิวเหลืองนวลที่สวมเสื้อแขนกระบอกสีเขียวอ่อนและนุ่งผ้าซิ่นสีเขียวเข้ม เธอจำได้ว่าร่างนั้นคือนีนั่นเอง!

                “จับมือข้าไว้ก่อนแม่หญิงนุ่น” เหล็กพูดพลางเอื้อมมือข้างหนึ่งมาส่งให้นุ่นจับ เด็กสาวรีบคว้าเอาไว้ทันที จากนั้นภาพที่เห็นก็พลันบิดเบี้ยวไป แล้วแสงสว่างจ้าก็ส่องมากระทบดวงตาของเธอจนต้องหลับตาหนี

                หลังจากเธอเริ่มเคยชินกับแสงสว่างนั้น เธอก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนพื้นดินข้างทางเดิน มือของเธอกุมมือของเหล็กไว้แน่น รอบกายเธอเป็นพุ่มไม้ใหญ่ และสิ่งที่เธอไม่อยากจะเห็นมันอีกเป็นครั้งที่สอง... กอกล้วยกอนั้น...

                เธอไม่เข้าใจว่าเมื่อครู่นี้อยู่ในกระท่อมแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้โผล่มาที่นี่ได้ มันทำให้ตอนนี้เธอรู้สึกงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามันเป็นไงมาไงกันแน่ แต่คำพูดของชายที่กุมมือเธอเอาไว้ก็ทำให้ความสงสัยนั้นหายไปจากใจของเธอในทันที

                “แม่หญิงถูกนางผีตานีเล่นงานเข้า มันทำให้แม่หญิงหลับแล้วปลอมเป็นเพื่อนที่โรงเรียน จะฆ่าแม่หญิงในฝันเพื่อให้แม่หญิงอาฆาตเพื่อนแทน ยังดีที่แม่หญิงนึกถึงท่านผู้หยั่งรู้ ท่านก็เลยก็ส่งข้ามาที่นี่ได้ทันเวลา” เหล็กอธิบายพลางมองไปที่กอกล้วยตานีที่นุ่นเคยพบกับนีครั้งแรก แล้วมองไปยังขวดใบหนึ่งที่วางห่างออกไปไม่ไกลนัก “ท่านผู้หยั่งรู้บอกว่าในขวดนั้นมีน้ำมันก๊าด ข้างๆ นั้นมีไม้ขีดที่ลุงขี้เมาคนหนึ่งลืมไว้ ทางที่ดีท่านจัดการราดมันลงไปที่กอกล้วยแล้วจุดไฟเผากอกล้วยนี่ให้สิ้นซากดีกว่า”

                “อย่าทำแบบนั้นนะ!” เสียงของนีดังขึ้นมา ก่อนที่เด็กสาวผู้สวมเสื้อแขนกระบอกจะปรากฏตัวออกมาจากกอกล้วย ทว่านุ่นที่พยุงกายให้ลุกขึ้นยืนได้แล้วกลับไม่ได้สนใจคำห้ามปราม เธอเดินตรงไปที่ขวดที่ใส่น้ำมันก๊าด ก่อนที่จะหยิบมันขึ้นมาแล้วยิ้มร่า

                “ทำไมฉันจะทำไม่ได้ เธอยังตั้งใจจะฆ่าฉัน ถ้าฉันไม่ฆ่าผีเลวๆ อย่างเธอ สักวันเธอก็ต้องฆ่าฉันหรือฆ่าคนอื่นอีกแน่ๆ!

                “เดี่ยวก่อนนุ่น มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอเข้า...” นีพูดยังไม่ทันจบประโยค นุ่นก็เปิดขวดแล้วสาดน้ำมันก๊าดเข้าใส่กอกล้วยนั้น ก่อนจะวางขวดลงแล้วหยิบกล่องไม้ขีดบนพื้นขึ้นมาแล้วจุดไฟ

                “หายไปซะ นังผีต้นกล้วย!

นุ่นพูดจบก็โยนไม้ขีดไฟไปที่กอกล้วย เปลวเพลิงสีส้มลุกโหมขึ้นมาแล้วลามเลียกอกล้วยมอดลุกไหม้ ร่างของนีที่เธอเห็นก็พลันเกิดไฟลุกท่วมขึ้นมา นางตานีกรีดร้องด้วยความทุกข์ทรมาน เธอดิ้นทุรนทุรายก่อนจะกลิ้งไปกลิ้งมากับพื้นดิน ภาพที่เกิดขึ้นทำเอานุ่นรู้สึกสยดสยองขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แต่เธอก็กัดฟันกลั้นความรู้สึกนั้นเอาไว้

“ฉันทำถูกแล้วใช่ไหมเหล็ก” นุ่นถามพลางยืนมองวิญญาณนักรบที่กอดอกดูเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างนิ่งสงบ

“แม่หญิงทำถูกแล้ว หากไม่ฆ่ามัน สักวันมันจะต้องฆ่าแม่หญิงแน่ๆ ถือว่ามันเป็นเวรกรรมของนังผีนี่เอง”

คำตอบของเหล็กทำเอานุ่นรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วหันหลังจากกอกล้วยที่กำลังมอดไหม้เพื่อไปยังโรงเรียนต่อ โดยไม่สนใจเสียงกรีดร้องโหยหวนและร่างของอดีตเพื่อนที่กำลังดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดอีกต่อไป...

นุ่นหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลา และพบว่าตอนนี้เจ็ดโมงครึ่ง อีกครึ่งชั่วโมงถึงจะได้เวลาเข้าแถว เธอปัดเศษดินเศษฝุ่นที่ติดตามเนื้อตัวและเสื้อผ้าออก แม้ว่ามันจะออกไม่หมด และทำให้ชุดนักเรียนของเธอหมองไปบ้าง แต่เธอก็ไม่อยากจะกลับไปเปลี่ยนให้เสียเวลาไปเรียนมากกว่าอีกแล้ว

เด็กสาวก้าวเท้าไปตามเส้นทาง ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงหันไปมองวิญญาณหนุ่มที่กำลังเดินติดตามตนเป็นเงาตามตัวแล้วพูดขึ้นมา

“เหล็กไม่ต้องตามเรามากระชั้นชิดมากก็ได้ คนอื่นเห็นแล้วจะกลัวเรากว่าเดิมแน่ๆ ดูอยู่ห่างๆ ก็พอนะ เดี๋ยวถ้ามีอะไรเดือดร้อนจริงๆ เราจะเรียกให้ช่วยเอง”

“เป็นเช่นนั้นก็ได้ แม่หญิง ข้าจะคอยเฝ้าดูท่านอยู่ห่างๆ” เหล็กพูดจบก็หายไปจากด้านหลังของนุ่น เด็กสาวเห็นดังนั้นก็รีบเดินไปโรงเรียนต่อไปเหมือนปกติ

ทว่าความปกติของเด็กสาวคงไม่อาจเกิดขึ้นกับเธอได้ในวันนี้ เมื่อจู่ๆ เธอก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวเข่า และเมื่อเธอก้มลงไปมอง ก็พบว่าหัวเข่าของเธอเป็นแผลเลือดซิบๆ เหมือนถูกมีดกรีด จากนั้นเธอก็รู้สึกเจ็บแปลบที่แขนซ้าย และเมื่อเธอยกมันขึ้นมาดูก็มองเห็นรอยแผลที่เกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน

ตอนแรกเธอคิดว่าอาจจะโดนเศษหินเศษแก้วบาดเอาระหว่างนอนที่พื้นเมื่อครู่ แต่เมื่อจู่ๆ แผลเหมือนถูกมีดกรีดอีกแผลก็ปรากฏขึ้นมาบนแขนซ้ายต่อหน้าต่อตาเธอ ก็ทำให้เธอต้องตกใจกว่าที่เคยเป็น เหมือนกับว่าเธอถูกบางอย่างที่มองไม่เห็นเล่นงานเข้าให้แล้ว! แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน เมื่อพลังลี้ลับของเธอทำให้สิ่งที่มองไม่เห็นต้องปรากฏตัวตนออกมานี่!

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาทำให้นุ่นสลัดความสงสัยออกไปชั่วครู่ และเมื่อเธอหยิบมันออกมาดูก็พบวาคุณลุงผู้หยั่งรู้เป็นผู้โทรเข้ามา เธอจึงหยิบมันขึ้นมารับสายอย่างไม่รอช้า

“นุ่นระวังตัวไว้หน่อยนะลูก ถึงนุ่นจะปราบนังผีตานีได้แล้วก็จริง แต่ว่าตอนนี้นุ่นโดนผู้ไม่หวังดีทำของใส่ด้วย” เสียงทรงอำนาจจากปลายสายดังขึ้นมา ทำเอานุ่นต้องขนลุกเกรียว

“ใครทำอะไรหนูกันคะ แล้วหนูจะแก้ได้ยังไงกัน?”

“ลุงเห็นว่าผู้ไม่หวังดีนั่นมันคือนังดอกไม้นั่น! มันใช้วิชาอาคมจากสร้อยอาถรรพ์ที่นังครูนั่นให้มาทำร้ายหนู หนูต้องไปทำลายสร้อยของมัน แล้วทุกอย่างจะเป็นปกติเอง” คุณลุงผู้หยั่งรู้แนะนำเด็กสาว ก่อนที่เขาจะวางสายไป

ตอนนี้นุ่นพอจะเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ดอกไม้คงจงเกลียดจงชังเธอมากที่เธอแย่งความสนใจจากครูไป เลยพยายามจะทำทุกอย่างเพื่อให้ครูหันมาสนใจตัวเอง จนถึงกับต้องพึ่งคาถาอาคม ทั้งที่ตัวเองประณามเธอว่าเป็นแม่มดมาตลอดแท้ๆ... ตอนนี้นุ่นเชื่อแล้วว่าดอกไม้คงอิจฉาในพลังเธอและอะไรอะไรอีกหลายอย่างที่เธอได้รับ ตอนนี้เธอต้องหาดอกไม้ให้เจอก่อนที่จะเกิดอะไรกับตัวเองไปมากกว่านี้แล้ว!

ดูเหมือนว่าเธอจะยังมีโชคดีอยู่บ้าง เพราะเมื่อเธอเดินไปจนจะถึงทางโค้งก่อนไปโรงเรียน เธอก็พบว่าดอกไม้และเพื่อนตัวร่างสูงและเพื่อนผู้ใส่เหล็กดัดฟันกำลังเดินคุยกันอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส ถึงเธอไม่รู้ว่าพวกนั้นจะคุยเรื่องอะไรกัน แต่เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ ก็เห็นว่าดอกไม้กำลังอวดจี้ห้อยคอรูปร่างประหลาดให้กับเพื่อนๆ อยู่ มันเป็นสร้อยที่เธอไม่เคยเห็นว่าดอกไม้สวมใส่มันมาก่อนต้องเป็นสร้อยอาถรรพ์ที่ดอกไม้ใช้ทำร้ายเธอแน่!

“ส... สวัสดีนุ่น เป็นไงบ้า...” เพื่อนของดอกไม้ผู้มีใบหน้ากลมและใส่เหล็กดัดฟันที่ชื่อ “แพรว” เอ่ยทักทายนุ่นอย่างเกร็งๆ ขณะที่อีกสองสาวเหมือนจะเมินหน้า ไม่สนใจว่ามีเธอเข้ามาใกล้เลยสักนิด

นุ่นไม่สนใจคำทักทายของแพรว เธอเดินตรงไปที่ดอกไม้ ก่อนจะกระชากสร้อยออกมาจากคอของดอกไม้ที่กำลังหันไปคุยกับพิงค์อยู่จนสร้อยขาดกระจาย จี้ห้อยคอหลุดจากคอของดอกไม้ติดมือของเธอมาแล้ว

“จะทำอะไรน่ะ นังแม่มด!” ดอกไม้ตะโกนลั่นเมื่อจี้อาถรรพ์ถูกกระชากออกจากคอ เธอพยามจะคว้าเอามันกลับมาจากนุ่น แต่เด็กสาวก็เบี่ยงตัวหลบได้ทันท่วงที ก่อนที่จะขว้างจี้ห้อยคอนั้นให้กระเด็นหายไปในพงหญ้ารกๆ

“นุ่น! เธอทำอะไรลงไปน่ะ สร้อยนั่นมัน...” แพรวพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก่อนที่จะได้พูดจบ ดอกไม้ก็ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าของนุ่นอย่างเต็มแรง!

เด็กสาวร่างเล็กล้มกลิ้งลงไปกับพื้น แต่ดอกไม้ไม่ได้สนใจ เธอวิ่งเข้าไปที่พงหญ้ารกที่นุ่นเพิ่งขว้างสร้อยไป แต่นุ่นไม่ยอมให้เธอได้พบกับสร้อยอาถรรพ์นั่นอีกครั้ง เด็กสาวพยุงตัวแล้วรีบตามวิ่งไป ทว่าเพื่อนอีกสองคนของดอกไม้กลับเข้ามาขัดขวางเอาไว้ก่อน

“นุ่นใจเย็นๆ มีอะไรค่อยพูดค่อยจากันก็ได้นะ สร้อยนั่นน่ะ ดอกไม้ได้มาจาก...” แพรวพยายามจะอธิบายอีกครั้ง แต่นุ่นก็ผลักเธอจนล้มลงไปกองกับพื้น

“ไม่ต้องมาแก้ตัว พวกสารเลว!” นุ่นพูดพลางจะเดินไปหาดอกไม้ต่อ แต่เด็กสาวผิวสีน้ำผึ้งก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะล้มลงนอนกับพื้นดิน แล้วเอามือกุมขาข้างหนึ่งของตัวเองเอาไว้

“ดอกไม้ เธอเป็นอะไรน่ะ!” เสียงเด็กสาวร่างสูงที่ชื่อพิงค์พูดพลางจะเดินเข้าไปหาเพื่อนด้วยความเป็นห่วง แต่แล้วเธอก็ต้องหยุดฝีเท้า เมื่องูตัวใหญ่เลื้อยออกมาจากพงหญ้า แล้วเลื้อยหนีเข้าพงไม้อีกทางไป

“ฉ... ฉันโดนงูกัด... ช่วยด้วย...” ดอกไม้ครวญครางขอความช่วยเหลือ เพื่อทั้งสองรีบวิ่งเข้าไปประคองร่าง ทว่านุ่นกลับยืนมองอย่างเย็นชา ก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่ใยดี

"สมน้ำหน้าแล้วพวกสารเลว คิดร้ายกับฉันดีนัก กรรมสนองแล้วไงล่ะ” นุ่นคิดขึ้นในใจขณะที่หยิบโทรศัพท์มาดูนาฬิกาอีกครั้ง มันบอกเวลาเจ็ดโมงสี่สิบห้า ใกล้ได้เวลาเข้าแถวแล้ว และเธอก็ไม่ควรเสียเวลากับที่นี่ให้นานนักด้วย

เด็กสาวรีบเดินผ่านประตูโรงเรียน แล้วไปเข้าแถวเคารพธงชาติที่กลางสนามร่วมกับเด็กคนอื่นในโรงเรียน วันนี้เธอตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นๆ มากเป็นพิเศษ ไม่ใช่เพราะเรื่องพลังลี้ลับของเธอเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความมอมแมมจากเสื้อผ้าของเธอด้วย ซึ่งนุ่นก็พยายามจะไม่สนใจสายตาของคนอื่นที่มองเธอมาสักเท่าไร เพราะให้พูดไปพวกนั้นก็คงไม่เข้าใจว่าเธอเจออะไรมา และเธอก็ไม่อยากยุ่งกับพวกคนเลวทั้งหลายในโรงเรียนนี้ด้วย!

            นุ่นยืนเคารพธงชาติอย่างสบายใจกว่าทุกวันที่ผ่านมา อันที่จริงเธอรู้สึกสบายใจกว่าวันก่อนๆ ด้วยซ้ำ เพราะไม่มีสายตาของพวกดอกไม้ที่จ้องมองเธอแล้วคอยซุบซิบนินทา ทว่ายังไม่ทันทีทุกคนจะได้สวดมนต์หน้าเสาธง คุณครูคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาด้วยท่าทางโหวกเหวกโวยวายเสียก่อน

                “เกิดเรื่องใหญ่แล้วทุกคน หมู่บ้านของพวกเราไฟไหม้ ตอนนี้ไฟลามไปทั่วเลย!

                คำพูดของครูที่พุดขึ้นมาทำเอานุ่นต้องยืนอึ้ง แต่ว่าไม่นานนักเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นมาเสียก่อน นุ่นไม่รอช้ารีบหยิบมันขึ้นมารับสาย หวังว่าคุณลุงผู้หยั่งรู้จะโทรมาบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เธอก็ต้องผิดหวังเมื่อคนที่โทรมาคือป้าของเธอ

                “นุ่น! ป้าไปจ่ายตลาด กลับมาแถวบ้านเราก็ไฟไหม้หมดแล้ว แม่หนูยังอยู่ในบ้าน” เสียงจากปลายสายของป้ายังไม่ทันจะพูดอะไรจบ นุ่นก็เป็นลมล้มพับลงไปเสียก่อน... แล้วสติสัมปชัญญะของเธอก็พลันดับวูบไปตรงนั้น...

.

                นุ่นไม่รู้ว่าตัวเองสลบไปนานเท่าไร แต่รู้ตัวอีกทีเธอก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ เธอพยายามขยับเขยื้อนร่างกาย แต่ก็ทำไม่ได้อย่างใจคิด และเธอก็ทราบสาเหตุนั้นเมื่อเห็นว่ามีเห็นโซ่ว่าเส้นใหญ่พันรอบลำตัวท่อนบนของเธออย่างหนาแน่น!

                “คุณลุงผู้หยั่งรู้! เหล็ก! ทุกคนไปอยู่ที่ไหนกัน ตอบฉันหน่อยว่ามีอะไรเกิดขึ้น!” นุ่นส่งเสียงร้องเรียกที่พึ่งของเธอ หวังว่าเหล็กจะโผล่มาเหมือนกับครั้งที่เธอโดนนางตานีทำร้าย ทว่าไร้วี่แววของคนที่เธอร้องเรียกเลยแม้แต่น้อย...

                เด็กสาวเห็นว่าท่อนล่างไม่ได้โดนพันธนาการก็รีบก้าวลงมาจากเตียง เธอตรงไปที่ประตูบานใหญ่ หวังจะเปิดมันออกเพื่อไปสำรวจด้านนอก ทว่าสองมือของเธอถูกพันธนาการด้วยโซ่อยู่ เธอจึงใช้วิธีทุ่มสุดกำลัง เอาตัวกระแทกประตูเพื่อหวังว่ามันจะเปิดออก!

                เด็กสาวกระแทกประตูอยู่หลายหน แล้วความพยายามของเธอก็ประสบผล เมื่อจู่ๆ ประตูบานนั้นพลันเปิดอ้า ทว่าไม่ใช่จากแรงกระแทกของเธอ แต่เป็นของอสุรกายในชุดขาวจำนวนมากที่เปิดประตูเข้ามา พวกมันมีผิวสีแดงเหมือนเลือด ใบหน้าของพวกมันก็ดูเหมือนกับสัตว์ร้ายมากกว่ามนุษย์ ฟันเขี้ยวยาวออกมานอกปาก สองเขางอกออกมาจากหน้าผากดูน่าเกลียดน่ากลัว และดวงตาปูดโปนสีแดงที่จ้องมาอย่างมุ่งร้าย และพวกมันก็ไม่รอช้า สองตนจากบรรดาพวกมันจับเธอกดกับพื้นห้องทันที!

“จ... จะทำอะไรฉันน่ะไอ้ชั่ว! ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้นะ!” นุ่นแผดเสียงร้องดังลั่น ขณะที่อมนุษย์สองตนในบรรดาพวกนั้นจับเธอกดไว้กับพื้นดิน

“ไอ้พวกสารเลว! แกต้องการอะไรกันแน่!” นุ่นตะโกนด่าพร้อมกับถามไปในขณะเดียวกัน แต่พวกมันไม่ได้ตอบคำถามของเธอแม้แต่คำเดียว ตอนนี้เด็กสาวไม่รู้เลยว่าชะตากรรมของเธอจะเป็นเช่นไร เธอรู้สึกหวาดกลัวจับขั้วหัวใจเหลือเกิน...

“คุณลุงผู้หยั่งรู้คะ... คุณลุงอยู่ที่ไหน มาช่วยหนูด้วย...”

เด็กสาวพึมพำขอความช่วยเหลือจากใครสักคนที่ไม่ได้อยู่ในบริเวณนั้นด้วยความหวาดกลัว แต่ความกลัวก็อยู่กับเธอได้ไม่นานนัก เมื่อหนึ่งในพวกมันดึงมีดเล่มหนึ่งที่เปรอะด้วยเลือดสีแดงฉาน ก่อนที่มันนำมีดเข้ามาปักที่แขนข้างหนึ่งของเด็กสาว จนความเจ็บปวดทรมานเข้ามาแทนที่ความกลัว เธอกรีดร้องออกมาไม่เป็นภาษา ทว่าผู้เสียบมีดลงไปที่แขนของเธอกลับไม่ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจเลยแม้แต่นิดเดียว

“สงบลงซะ!” เสียงที่ฟังดูคล้ายสัตว์ป่าคำรามดังขึ้นมา เด็กสาวถึงกับกัดฟันกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ทันที เพราะไม่อยากจะโดนมีดปักลงบนร่างกายอีกครั้ง

เธอไม่เข้าใจเลยว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับเธอ... ใครจับตัวเธอมาที่นี่ ใครส่งอสุรกายพวกนี้มารังแกเธออีก... เธอไปทำเวรทำกรรมอะไรมา ทำไมคนดีๆ อย่างเธอถึงต้องมาประสบชะตากรรมแบบนี้ด้วย...

คำถามที่เธอสงสัยนั้น ใครบางคนที่กำลังเฝ้ามองเธออยู่จากที่อันแสนไกลรู้ดี...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

56 ความคิดเห็น