คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย SF [Akaashi x Yukie] Ice Cream.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


Ice Cream.

    

    

    

Akaashi Keiji x Shirofuku Yukie Fanfiction.


Thank you.

S Y D N E Y ; THEME STORE { V.2 } l Pastel Wall

?sydney?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 มิ.ย. 62 / 01:15


"หน้านี้กับหน้า 36 เป็นการบ้านแล้วกันนะ วันนี้พอแค่นี้แล้วกัน"

"นักเรียนเคารพ!!"

น้ำเสียงที่หนักแน่น ขันแข็งของหัวหน้าห้องประกาศกร้าว หลังสิ้นเสียงบอกเลิกคาบของอาจารย์ ทุกคนลุกขึ้นยืนค้อมหัวเคารพ เมื่อแผ่นหลังของอาจารย์วัยกลางคนพ้นจากประตูห้อง เสียงเจี๊ยวจ๊าวพูดคุยกันของนักเรียนก็ดังขึ้นทันทีเหมือนถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้

นักเรียนบางคนจับกลุ่มกันอ่านหนังสือหรือถกกันถึงเรื่องที่เรียนไม่เข้าใจ บ้างก็จับกลุ่มคุยเรื่องไร้สาระ บ้างก็เก็บกระเป๋าเพื่อทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน รวมถึงเด็กหนุ่มเรือนผมสีเดียวกับผืนฟ้ายามราตรีที่มักจะทำสีหน้าเรียบนิ่งอยู่เสมอ ฝ่ามือหนาที่ช่ำชองในการเซ็ตลูกหนังเป็นประจำ เก็บของบนโต๊ะลงกระเป๋าอย่างไม่รีบร้อน ไม่นานของทุกอย่างก็ลงไปอยู่ในกระเป๋าอย่างเป็นระเบียบ ยกมันขึ้นสะพายบนบ่าแล้วเดินอย่างเนิบนาบไปตามทางเดินมุ่งหน้าสู่โรงยิมที่ใช้ฝึกซ้อมเป็นประจำ ขายาวก้าวไปเรื่อย ๆ อีกเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้นก็จะถึงที่หมาย พลันสายตานิ่งเฉยก็เหลือบเห็นเด็กสาวที่ดูคุ้นตา เดินอย่างยากลำบากโดยใช้มือข้างหนึ่งยันผนังตึกไปด้านหน้าเรื่อย ๆ

                "เอ่อ เจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ ?"

                "อะ อาคาชิคุงนี่เอง"

เจ้าของเรือนผมสีโลหิตนกเงยหน้าขึ้นมองผู้ทักท้วงก่อนยิ้มหัวเราะแหะ ๆ ส่งกลับมาให้

                "ทำไมเดินแบบนั้นล่ะครับ ? "

เด็กหนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับทำท่าจะเข้าไปประคองเพื่อช่วยเดิน แต่เธอยกมือปฏิเสธแล้วตอบคำถาม เพื่อคลายกังวลของหนุ่มรุ่นน้อง

                "ปวดท้องนิดหน่อย สงสัยกินอะไรแปลก ๆ เข้าไป แหะ ๆ "

เธอหันมาหัวเราะแห้ง ๆ อย่างหมดเรี่ยวหมดแรงแล้วทำท่าจะเดินต่อ แต่หนุ่มรุ่นน้องด้านข้างก็ยังเข้ามาประคองเธอเดินอยู่ดี ผู้จัดการสาวจึงยินยอมให้รุ่นน้องหมายเลขห้า ประคองเธอมาจนถึงยิม

"เกิดอะไรขึ้นเหรอ ? "

ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวเข้ายิม เด็กสาวหางม้า ผู้จัดการอีกหนึ่งของฝูงนกฮูกก็เข้ามาถามด้วยสีหน้าและน้ำเสียงแสดงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน รวมไปถึงเหล่านกฮูกทั้งหลายที่หันมามองตามเสียงกันเป็นตาเดียว

                "ปวดท้องนิดหน่อยน่ะ"

                "เดินไม่ไหวแบบนี้ไม่นิดแล้วมั้ง วันนี้กลับไปก่อนไม่ดีกว่าเหรอ"

ริมฝีปากหยักคล้ายลูกแมวของสมาชิกเบอร์สาม เอ่ยขัดความตั้งใจของเธอ ไม่เท่านั้นสมาชิกคนอื่นก็พาลพยักหน้าเออออเห็นด้วย อีกทั้งยังขับไสไล่เธอกลับไปพักที่บ้าน

                "อาคาชิ!!! "

                "ครับ"

จู่ ๆ จ่าฝูงของเหล่านกฮูกก็ตะโกนเรียกชื่อเซ็ตเตอร์คนสนิทเสียก้องโรงยิม เซ็ตเตอร์หน้านิ่งตอบกลับเสียงเนือยแล้วหันเหความสนใจไปที่เจ้าของเสียงตะโกนเรียกชื่อตัวเอง

                "นายก็ไปส่งซะซี้!!! "

                "เอ๋ ไม่ต้องลำบากอาคาชิคุง-"

                "ไม่ต้องบอกผมก็ไปอยู่แล้วล่ะครับ"

เอ่ยปากตอบตกลงกับกัปตันแล้วหันหน้าไปทางคนป่วย ถึงเธอจะทำท่าขัดขืนความคิดส่วนใหญ่แต่ก็ถูกดันหลังออกมาด้านนอกอยู่ดี ด้วยหมดเรี่ยวหมดแรงจะงอแงจึงยอมแต่โดยง่าย

                "ไปกันเถอะครับ"

รุ่นน้องหน้านิ่งเอ่ยเรียกสติของเธอและเข้ามาประคองตัว เธอยกมือเป็นเชิงว่า  – ไหวน่า – จึงถอยลงไปเดินรั้งท้ายเพื่อสังเกตอาการ แต่กระนั้นเมเนเจอร์สาวก็เดินถอยลงไปเดินตีคู่ – แบบนั้นก็ไม่ต่างจากกลับคนเดียวสิ –

ทั้งคู่เดินไปเรื่อย ๆ โดยที่เธอช่วยบอกทางและชี้ทางกลับกันอีกฝ่ายลืมทิศหลงทาง กลับไม่ถึงบ้าน จากที่รู้สึกเกรงใจอยู่แล้วถ้าเป็นแบบนั้นก็จะรู้สึกผิดไปใหญ่ ผ่านร้านรวงสองข้างทางนอกจากจะชี้ทางกลับแล้วยังแนะนำร้านอาหาร ของหวานของคาวสารพัดจนแทบลืมทางกลับบ้าน รู้ตัวอีกทีก็มาถึงหน้าบ้านของเด็กสาว

                "หลังนี้แหละ ขอบใจมากน้า"

เธอยืนหันหลังให้ประตูรั้วแล้วกล่าวขอบคุณ เด็กหนุ่มจึงโบกมือลาแล้วหันหลังเดินกลับทางเดิม เดินออกมาได้เพียงไม่เกินสามสี่ก้าวเสียงตุบก็ดังขึ้นด้านหลัง เขาหันหลังมองต้นตอเสียงก็พบกับร่างของรุ่นพี่สาวที่นอนไร้สติอยู่หน้าประตูรั้วบ้านตัวเอง เด็กหนุ่มจึงเรียกสติตนเองแล้ววิ่งเข้าไปหาร่างบางที่นอนไม่ได้สติบนพื้นถนน

                "ตัวร้อน ? ที่โรงเรียนไม่เห็นร้อนเลย"

สุดท้ายเขาก็ต้องไปส่งเธอถึงในบ้าน  เขาจัดการเปิดประตูรั้วแล้วอุ้มเธอเข้ามาที่หน้าประตูบ้าน พยายามยกมือเคาะอย่างยากลำบาก ในที่สุดเจ้าบ้านก็ออกมาต้อนรับ

                "สวัส- เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ? "

หญิงสาวในผ้ากันเปื้อนส่งยิ้มพร้อมกับเปิดประตู แต่แล้วก็ทำหน้าตกตะลึงดูจะเป็นการอุทานมากเสียกว่าการถามคำถามกับเด็กหนุ่ม เมื่อกำลังจะอ้าปากตอบก็บอกให้เขาเข้าไปในบ้านเสียก่อน จัดแจงวางร่างเล็กบางลงบนโซฟานุ่มก็เล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ จนถึงตอนนี้ เมื่ออธิบายจบเธอก็หัวเราะไม่หยุดแล้วพูด – หน้าบ้านเนี่ยนะ – เป็นรอบที่สามได้ หญิงสาวหน้าตาใจดีเอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจที่ช่วยเหลือนำลูกสาวมาส่ง ไม่นานเขาก็ขอตัวกลับ เธอยิ้มอนุญาต แล้วกล่าวขอบคุณอีกรอบตอนที่เดินมาส่งที่หน้าประตู  เด็กหนุ่มโค้งให้เป็นการลาแล้วเปิดประตูออกมาจากบ้าน

 

                "ไม่เป็นไรแล้วเหรอ"

สมาชิกหมายเลขสองกล่าวถาม แม้ว่าเขามักจะทำหน้าทำตาไม่น่าเข้าหาเสียเท่าไหร่แต่เขาก็ดูจะเป็นห่วงเธอไม่น้อยกว่าคนอื่นเลย

                "อื้อ สบายมาก"

เธอตอบทั้งยังเคี้ยวขนมปังหยุบหยับ พ้อมกับชูนิ้วเป็นรูปตัววีส่งให้

                "ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น"

เขาเอ่ยก่อนไปซ้อมประจำตำแหน่งของตัวเอง เธอมองตามแผ่นหลังของสมาชิกที่เดินเข้าไปร่วมวงซ้อมกับคนอื่น ๆ สายตาก็พลันบรรจบกับเซ็ตเตอร์ตัวหลักของทีม แล้วคำสั่งของแม่ก็แวบเข้ามาในหัวพอดี จึงกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้าไปหาหนุ่มรุ่นน้องที่อยู่บริเวณนั้น

"อาคาชิคุง~"

เซ็ตเตอร์ผู้มีใบหน้าเรียบเฉยหันตามเสียงเรียก ก่อนถามจุดประสงค์ของอีกฝ่ายถึงสาเหตุการเรียกชื่อ

"มีอะไรเหรอครับ"

"คือว่า ขอบคุณมาก ๆ นะที่วันนั้นไปส่ง ขอเลี้ยงไอติมตอบแทนได้ไหม ?"

เขาตกใจนิดหน่อยกับคำขอ สำหรับเขาเรื่องเล็กน้อยแบบนั้นเขาเต็มใจอยู่แล้ว แต่จะให้ผู้หญิงเลี้ยงนี่มันออกจะ...

"เรื่องเล็กน้อยแค่นั้นไม่เป็นไรหรอกครับ"

"น้าา คุณแม่กำชับมาว่า 'เลี้ยงอะไรตอบแทนเค้าซะ' แบบเนี้ย ตอนแรกก็กะว่าจะพาไปพวกร้านบุฟเฟต์เค้กอะไรแบบนี้อยู่หรอกนะ แต่อาคาชิคุงเป็นเด็กผู้ชายอาจจะไม่ชอบของหวานเลยกะว่าจะเลี้ยงแค่ไอติม อ๊ะ หรือว่าจะชอบเค้กมากกว่า เอาแบบนั้นก็ได้นะ ถ้าไม่งั้นของคาวก็ดีนะ อยากกินอะไรก็บอ-"

เธออธิบายพร้อมทำเสียงเล็กเสียงน้อยเลียนแบบผู้มอบคำสั่ง แม้จะอยากปฏิเสธแต่ด้วยความตั้งใจ(จะกิน)ที่แสดงออกทางคำพูดของเธอนั้น ราวกับกำลังบีบบังคับให้เขาต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง หากปฏิเสธเขาคงจะเหมือนคุณพ่อสุดเข้มงวดที่ทำลายความฝันอันสดใสของสาวม.ปลายเป็นแน่ หรือแย่กว่านั้นถ้าร้องไห้ขึ้นมาคงไม่ดี

"แค่ไอติมก็พอครับ"

"งั้นเหรอ! ถ้างั้นวันเสาร์เลิกซ้อมแล้วไปด้วยกันนะ"

เธอนัดหมายอย่างร่าเริงแล้วเดินจากไปพร้อมกับฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี แต่ทุกคนก็ไม่ได้สงสัยถามไถ่สาเหตุแต่อย่างใด เพราะต่างรู้คำตอบเป็นอย่างดีว่าคงหนีไม่พ้น - ของกิน – เป็นแน่

วันเสาร์ที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เหล่ากลุ่มเมฆเปิดโล่งหลีกทางให้แสงแดดส่องลงมายังพื้นเบื้องล่างได้อย่างเต็มที่ เมื่อเทียบกับอากาศหน้าร้อนแล้ววันนี้จะเย็นกว่ามาก,แต่ก็เป็นวันที่แดดแรงวันนึงเลยทีเดียว หนุ่มสาวชมรมวอลเลย์บอลเดินทอดน่องไปตามถนนอย่างไม่เร่งรีบ เพราะวันเสาร์อาทิตย์นั้นมีเวลาซ้อมได้อย่างเต็มที่อยู่แล้วทุกคนจึงตกลงกันว่าจะเลิกเร็วกว่าปรกติ ทำให้ตอนนี้ทั้งสองคนสามารถปลีกตัวออกมาจากยิมได้ โดยที่ตะวันยังไม่ย่ำผิดกับวันธรรมดา

"ร้านนี้แหละ ๆ "

เสียงใสเอ่ยออกมาอย่างร่าเริง พร้อมกับวิ่งเหยาะ ๆ ไปที่หน้าร้านไอศกรีม ด้านหน้าของร้านถูกแต่งแต้มสีสันไปด้วยไอศกรีมหลากหลายสีสันและรสชาติวางเรียงรายกันอยู่ในตู้แช่

เด็กหนุ่มเดินตามไปหยุดที่หน้าร้านด้านข้างเมเนเจอร์สาวที่มีท่าทีกระดี๊กระด๊า

"สตรอเบอร์รี่ไซส์ใหญ่สุดถ้วยนึงค่ะ"

เธอสั่งโดยไม่ลังเลราวกับคิดไว้ก่อนแล้ว พนักงานตอบรับออเดอร์แล้วตักเนื้อไอศกรีมสีชมพูสวยใส่ลงไปในถ้วยกระดาษที่เป็นลายเฉพาะของร้าน แล้วส่งให้ลูกค้า

เขาจ้องมองท่าทีมีความสุขของเธอ

"แล้วอีกท่านล่ะคะ"

แล้วจึงถูกดึงสติด้วยเสียงใสของพนักงานสาว เขาจ้องไอศกรีมหลากหลายภายในตู้กระจกอย่างเนือยนาย แล้วเงยหน้าขึ้นมาหาพนักงานสาว

"มีรสไหนแนะนำไหมครับ ?"

"สำหรับลูกค้าขอแนะนำเป็นอัลมอนด์ค่ะ ถ้าลูกค้าไม่ชอบหวาน หรือถ้าลูกค้าชอบทานหวานทางเราขอแนะนำเป็นคาราเมลค่ะ"

"ขอเป็นอัลมอนด์โคนนึงละกันครับ"

พนักงานตักไอศกรีมรสอัลมอนด์โปะลงบนแล้วส่งให้

"อ่ะ คิดตังค์รวมนะคะ"

พนักงานขานรับแล้วบอกจำนวนเงิน มือบางยื่นแบงค์ให้กับพนักงานแล้วรับเงินทอน เสร็จแล้วจึงเดินออกมาจากหน้าร้าน ทั้งสองเดินมุ่งหน้าไปทางสถานีรถไฟที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนัก โดยที่คนตัวเล็กกว่า เปิดประเด็นพูดเรื่องต่าง ๆ นา ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องอาหารทั้งนั้น โดยมีร่างสูงของหนุ่มรุ่นน้องเดินขนาบข้าง น่าแปลกที่เขาไม่ได้รู้สึกรำคาญหรือเบื่อหน่ายเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังมองหน้าเธอไปตลอดทาง

 

                "ไอติมตอนหน้าร้อนเนี่ยสุดยอดจริง ๆ เลยเน้อ~ โดยเฉพาะตอนใส่ถ้วยกินนี่อะไรสุด ๆ ตอนกินใส่โคนเนี่ย ไอติมจะลงไปไม่ถึงด้านในโคนใช่ม้า รู้สึกเหมือนได้น้อยเลยอ่ะ ฉันเลยชอบที่จะกินแบบใส่ถ้วยมากกว่าล่ะ แต่ก็อยู่ที่ว่าจะใส่กี่ก้อนด้วยสิเน้อ แล้วอาคาชิคุงล่ะ ชอบแบบไหนเหรอ ?"

เธอหันหน้าไปทาบทามคำตอบจากหนุ่มรุ่นน้อง เขาสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนโดนกระชากออกจากพะวงความคิด

"เมื้อกี้ว่าอะไรนะครับ ?"

"อาคาชิคุงชอบกินไอศกรีมแบบไหนเหรอ ?"

เมื่อได้ยินคำถามชัดเจนเขาก็ฉีกยิ้มบางตอบกลับไป

"สำหรับผมคิดว่า..."

ตอบคำถามยังไม่ทันจบประโยคดี เรือนผมสีราตรีก็เคลื่อนเข้ามาใกล้เธอจนริมฝีปากของทั้งคู่ประกบเข้าด้วยกัน เรียวลิ้นรสอัลมอนด์หอมหวานโลมเลียไปทั่วโพรงปากกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่ ลิ้นร้อนตวัดเกี่ยวชิมรสหวานกำลังดีที่ไม่รู้ว่ามาจากไอศกรีมหรือเพราะเป็นเธอกันแน่ เมื่อรู้สึกว่าอีกคนเริ่มส่งเสียงอื้ออึงทักท้วงขออากาศ จึงผละริมฝีปากออกแล้วจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีผลโอ๊ก แล้วส่งยิ้มที่ยากจะได้เห็นตอบกลับ

     "แบบนี้อร่อยที่สุดครับ"


E N D


เป็นอะไรที่งง ๆ ดีค่ะ เนื้อเรื่อง งง ๆ เข็นออกมาแบบ งง ๆ 5555

ผลงานอื่นๆ ของ เรือน้อยในทะเลทราย

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น