คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย SF [ Hanaya Taiga x Saiba Nico] Not the same as before SF [ Hanaya Taiga x Saiba Nico] Not the same as before | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Not the same as before .

          

          

          

Kamen Rider Ex-aid Fanfiction
Hanaya Taiga x Saiba Nico


Thank You
STAR ★ THEME ¡SS2!On The Beach
?star

เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 พ.ค. 62 / 03:20


**เนื้อเรื่องบางอย่างอาจจะไม่ตรงกับในเนื้อเรื่องจริงๆ นะคะ เพราะเป็นแฟนฟิคค่ะ55             

     ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วนะคะ วันนี้ก็กลับได้แล้วค่ะ
พยาบาลชุดขาวสะอาดตาบอกข่าวดีพร้อมส่งยิ้มสดใสกลับมาให้ ทั้งผู้ป่วยและญาติก็เบิกบานไม่แพ้กัน และไม่วายก้มหัวขอบคุณกันยกใหญ่ หญิงสาวรีบค้อมหัวรับแล้วขอตัวเพื่อไปทำงานต่อ

อดีตเกมเมอร์สาวอัจฉริยะแนบคลิปบอร์ดไว้กับอกเหยียบคัชชูสีขาวลงบนทางเดินของสถานที่ที่ดูเป็น  สถานพยาบาล  มากขึ้นกว่าเมื่อในอดีต ที่เธอเคยสวมผ้าใบกระโดดโลดเต้นไปมา

ไซบะ นิโกะ

จบม.ปลายเธอตัดสินใจเรียนต่อด้านพยาบาลเพราะเธอต้องเข้ามาพัวพันกับอะไรนี้พวกไปโดยไม่รู้ตัว จึงทำให้รู้สึกผูกพันกับมันอย่างไม่น่าเชื่อ 

     ฉันจะสอบพยาบาล

เธอลั่นวาจาออกไป คุณหมอหนุ่มตรงหน้าชะงักไปวินาทีหนึ่งแล้วระเบิดหัวเราะออกมาจนน้ำตาซิบ

     ม้าดีดกะโหลกแบบเธอดูแลใครเค้าเป็นด้วยหรือไง

พ่นคำดูแคลนพร้อมแค่นหัวเราะ ทำเอาเกมเมอร์สาวน้อยกระฟัดกระเฟียดไม่พอใจแล้วยื่นคำท้า

     ถ้าฉันเป็นพยาบาลเมื่อไหร่ นายต้องรับฉันเข้าทำงานที่นี่ โดยไม่มีข้อยกเว้น!!

แล้วก็วิ่งจากไป แต่อีกฝ่ายก็หาได้รู้ร้อนรู้หนาวแต่อย่างใด เพราะเขาชินเสียแล้วกับสถานการณ์ทำนองนี้

ร่วมเดือนเสียงฝีเท้าที่รีบเร่งอย่างไม่เกรงใจผู้ป่วยผู้ไข้ก็กลับมาก่อกวนเจ้าของสถานที่อีกครั้ง แขนเล็กแต่เปี่ยมด้วยพละกำลังกระชากประตูห้องของคุณหมอ(ที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายแล้ว)ดังปัง ด้วยความที่รีบร้อนวิ่งมาเธอจึงเอาแต่หอบแฮ่ก ๆ อยู่หน้าประตู

แพทย์หนุ่มดีดตัวขึ้นจากเก้าอี้พุ่งเข้ามาหาเธอทันที แล้วสำรวจเนื้อตัวว่าเธอเจ็บตรงไหน

ตั้งแต่ที่เธอป่วยเป็นโรคเกมเขาก็เป็นห่วงเธอจนเว่อดูผิดนิสัยแบบนี้เสมอ

ตาคมไล่มองจากใบหน้ามายังมือข้างหนึ่งที่กำกระดาษแผ่นหนึ่งไว้เสียจนยับ

     นั่นอะไร

     ติดแล้ว...ฉันสอบติดแล้วไทกะ

ใบหน้าชื้นเหงื่อเงยขึ้นผุดยิ้มกว้าง ไม่วายยื่นกระดาษในมือให้อีกฝ่ายเห็นเต็ม ๆ ตา ว่าฉายาเกมเมอร์อัจฉริยะไม่ได้มีดีแค่เกมส์

     "ฉันคิดไว้แล้วว่าเธอต้องทำได้"

ใบหน้าหล่อคมระบายยิ้ม แล้วยกมือใหญ่ลูบหัวเบา ๆ เป็นรางวัล

นาทีนั้นที่ตัวเธอแปลกไป

หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ

อุณภูมิที่ใบหน้าสูงขึ้น

ตั้งแต่วันนั้นเธอก็รู้ตัวเองว่าเธอรู้สึกกับอีกฝ่ายแบบไหน...

เมื่อเรียนจบก็มาทวงสัญญาพร้อมกับปรับปรุงที่นี่ใหม่ทั้งหมด(โดยที่เธอไม่ช่วยออกเงินซักเยน)จนกลายเป็นสถานพยาบาลเล็ก ๆ ที่รักษาโรคเกมโดยเฉพาะ มีห้องและเตียงจำนวนหนึ่งไว้รองรับผู้ป่วย เพราะในปัจจุบันเชื้อไวรัสของโรคน้อยลงกว่าเมื่อก่อนแล้วทำให้คนที่ทำงานในนี้จึงมีแค่ไทกะที่ทำหน้าที่แพทย์ และเธอเป็นพยาบาลของที่นี่ 

     "ขออนุญาตค่ะ"

เธอเอ่ยพร้อมกันที่เลื่อนบานประตูเข้าไปในห้องของหมอ

คุณป้าที่เป็นคนไข้หันมายิ้มให้เธอแวบหนึ่งแล้วหันเหความสนใจไปที่คุณหมอต่อ

     "กลับบ้านไปพักซักหน่อยก็หายดีแล้วครับ"

คุณหมอที่มีสีผมแปลกประหลาดบอกกับคนไข้ และจดข้อมูลลงแบบฟอร์ม

     "ขอบคุณมาก ๆ นะจ๊ะ คุณหมอทานอะไรกันรึยังจ๊ะ"

     "ยังหรอกครับ"

     "ถ้าอย่างนั้น รับนี้ไปนะจ๊ะ"

มือที่หุ้มด้วยผิวหนังเหี่ยวย่นตามอายุหยิบแซนด์วิชสำเร็จรูปสองอันยื่นให้ นายแพทย์หนุ่มระบายยิ้มแล้วรับความใจดีนั้นไว้

     "เอาไปกินกับคุณภรรยานะจ๊ะ คุณภรรยาเนี่ยยังสาวยังสวยเอามาก ๆ เลยนะ หุ่นงี้เช้งกระเด๊ะเหมือนป้าตอนสาว ๆ เปี๊ยบ มีลูกกันสักคนรึยังจ๊ะ"

ทั้งสองได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะความเข้าใจผิดไปไกลของคุณป้าท่านนี้

     "คือว่า...เราสองคนไม่ได้เป็นสามีภรรยากันค่ะ"

ยิ้มเฝื่อน ๆ พร้อมกับเอ่ยค้านออกไป หญิงสูงวัยทำหน้าเหลือเชื่อส่งมาให้ แล้วหันไปมองหน้าคุณหมอหนุ่ม

     "ตายจริง เห็นทำงานด้วยกันสองคนนึกว่าอยู่กันแบบสามีภรรยาซะอีก"

     "ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ"

คุณหมอหนุ่มส่งยิ้มปั้นยากไปให้ แล้วยื่นเอกสารต่างๆพร้อมคำแนะนำด้านสุขภาพให้กับผู้ป่วย ไม่นานคุณป้าใจดีก็ขอตัวกลับ ทั้งสองกล่าวลาพร้อมๆกันและประตูห้องก็ถูกปิดลง

ความเงียบโรยตัวชวนให้อึดอัด ปกติเธอคงไม่รู้สึกแบบนี้เพราะวิสัยของอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่ช่างพูดอยู่แล้ว แต่คำถามที่เจอไปเมื่อครู่ก็ทำเอาเธอไปไม่ถูกเหมือนกัน

     "นี่ไทกะ ไม่คิดจะแต่งงานหรอ"

เธอถามออกไปตรงๆถึงสิ่งที่คิดอยู่ในใจ เนื่องด้วยลักษณะนิสัยไม่ใช่คนที่อ้อมค้อมอยู่แล้ว

     "แล้วเธอจะให้ฉันแต่งกับใครล่ะ"

มือเรียวที่พลิกหน้าเอกสารในแฟ้มชะงัก ก่อนจะตั้งสติคิดหาคำพูดเพื่อจะต่อบทสนทนา

     "แล้วนายไม่มีหรือไง คนที่ชอบ...อะไรนั่นน่ะ"

     "มีสิ"

คำตอบที่ได้ทำเอาขาเธออ่อนยวบลงชั่วขณะหนึ่ง แต่ก็เป็นเพียงขณะหนึ่งเท่านั้น

นั่นสิ เธอออกต่างจังหวัดไปเรียนมหาลัยตั้งหลายปี หน้าตาของอีตานี่ก็ไม่ใช่ว่าดูไม่ได้เสียทีเดียว ออกจะดูดีด้วยซ้ำ หน้าที่การงานก็เป็นถึงแพทย์ ดูจากช่วงอายุก็พอเหมาะพอควรสำหรับสร้างครอบครัวแล้ว นั่นไม่แปลกเลยที่เขาจะคิดเรื่องแบบนั้นไว้

     "แล้วเธอเป็นคนแบบไหนล่ะ?"

     "เธอจะอยากรู้ไปทำไม"

เขาพูดทั้งที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากเอกสารบนโต๊ะ

     "ก็..."

เธออ้ำอึ้งนึกคำจะอ้างไม่ออก

     "...ไม่มีอะไร"

สุดท้ายก็ยอมแพ้

     "แล้วเธอล่ะ"

     "หา?"

     "เธอไม่มีรึไง? คนที่ชอบน่ะ"

อดีตเกมเมอร์อัจฉริยะเม้มปากแน่น นึกอยากจะเดินเข้าไปเขย่าตัวอีตาคนตรงหน้าแรงๆแล้วตะโกนใส่หน้าว่า ' ก็นายนั่นแหละ ' แต่ก็อายเกินกว่าจะทำแบบนั้นได้ จึงตอบไปแบบธรรมดาเท่านั้น

     "ก็มี...ล่ะนะ"

คุณหมอหนุ่มเงยหน้าจากเอกสารแล้วหันขึ้นมามองด้วยสายตาที่เธออ่านมันไม่ออก

     "งั้นหรอ วันนี้เย็นมากแล้ว เธอกลับได้แล้วล่ะ"

เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้รวบรวมเอกสารทุกอย่างบรรจุลงในแฟ้ม พร้อมกันนั้นยังไล่เธอให้กลับอีกต่างหาก

     "แล้วนายไม่อยากรู้รึไง..คนที่ฉันชอบน่ะ"

รู้สึกได้เลยว่าเธอพูดตะกุกตะกักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

     "เธอต้องการจะบอกอะไรกันแน่?"

คิดไว้อยู่แล้วเชียว เพราะเธอยังรู้สึกได้ว่าตัวเองต่างไปจากปรกติมีหรือที่เขาจะไม่รู้สึก คำถามที่ถูกส่งมาจึงเถรตรงอย่างไม่ต้องยืดเยื้อเสียเวลา

     "ฉัน..."

ความรู้สึกที่สั่งสมมาหลายปีตีขึ้นมาพาลให้ขอบตาร้อนผ่าว มือเล็กกำแน่นเสียจนสั่นระริก ถ้าเธอพูดมันออกไปวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นเธอไม่อาจรู้ได้ แต่ถ้าวันนึงเขาลงเอยกับใคร เธอจะไม่มีโอกาสได้บอกเขา เหมือนตอนนี้

     "ฉันชอบไทกะ"

เธอตัดสินใจบอกออกไปในที่สุด

คนตัวสูงยืนนิ่งไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมา

     "แล้วนายล่ะไทกะ...นายรู้สึกยังไงกับฉัน?"

"รู้สึกยังไงเหรอ?"

ร่างสูงก้าวขายาวๆไปที่บานหน้าต่างที่ถูกเปิดออกมองเห็นสีท้องฟ้ายามเย็นเป็นส้มแสบตา แสงอาทิตย์ด้านนอกย้อมในห้องเป็นสีเดียวกัน เท้าแขนแกร่งลงกับขอบหน้าต่าง ลมจาดด้านนอกพัดเรือนผมสีดำและขาวนั้นให้ไหวพริ้ว

     "ก็เป็นเด็กที่ชอบสร้างความวุ่นวาย"

เธอหันควับกลับไปมองแผ่นหลังนั้น แต่ก็เลือกที่ยืนอยู่เฉยๆ

     "อยู่ดีๆก็ลากกระเป๋าเข้ามา แล้วเอาตัวเองไปพัวพันกับเรื่องอันตราย ทำให้ตัวเองเจ็บตัว..."

เขาชะงักคำพูดแล้วเงยหน้าขึ้นสบกับท้องฟ้าที่เกือบแปรเปลี่ยนเป็นสีรัติกาล

     "...ทำให้ฉันเป็นห่วงแทบบ้า ครั้งนั้นที่เธอถูกโรคเกมเข้าเล่นงาน เสียงหอบหายใจแบบนั้นมันทำฉันเจ็บปวดแทบตาย ฉันได้แต่อยู่เฉยๆ ช่วยอะไรเธอไม่ได้...ฉัน...ทำได้แค่กุมมือเธอไว้"

     "..."

     "ตอนนั้น...ฉันทำอะไรไม่ได้เลย...ร่างกายมัน..หนักไปหมด"

ลมเย็นพัดเฉื่อยกระทบกับใบหน้าเมื่อกรอบหน้าคมเงยขึ้นสบกับท้องฟ้า

     "ใจฉันมันเหมือนกับ...จะสลาย"

พยาบาลสาวนิ่งค้างไปชั่วขณะ ไม่นานรอยยิ้มพอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

     "ใจสลาย น้ำเน่าชะมัด ฮะฮะ ๆ "

คนตัวสูงคิ้วกระตุก หันหน้าแดง ๆ หนีไปอีกทางเมื่อยินเสียงระเบิดหัวเราะที่ดังขึ้นด้านข้าง

แต่ก็ต้องหันกลับมาเมื่อเสียงหัวเราะนั้นหยุดไป

แทนด้วยเสียงสะอื้นและสองมือที่ปัดป่ายเช็ดเจ้าหยดน้ำใสที่กลิ้งเผาะ ๆ ลงมาไม่รู้จักหยุดจักหย่อน

มือใหญ่จับแขนสองข้างนั้นไว้อย่างทะนุถนอม ย่อตัวลงนิดหน่อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกันกับเธอ

     "มองมาที่ฉันสิ"

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขอ เธอเงยหน้าสบดวงตาสีดำขลับนั้นแล้วก็แทบหยุดหายใจ

เมื่อริมฝีปากถูกประกบปิดด้วยสิ่งเดียวกัน

เขาบดเบียดมันลงมาอย่างเนิบช้า คล้ายกับจะยื้อเวลาที่คงอยู่ตอนนี้ให้ได้นานที่สุด

ท่อนแขนเล็กโอบคล้องที่คอของอีกฝ่าย เงยหน้าขึ้นตอบรับสัมผัสหวานฉ่ำในใจ แล้วเบียดตัวเข้าหาอีกคน

ท่อนแขนแกร่งของคนสูงกว่าโอบกอดร่างบอบบางนั้นไว้แนบกาย ราวกับต้องการตรึงอีกฝ่ายไว้ไม่ให้ห่างไปไหนอีก

ลิ้นร้อนถลำลึกลงเข้าไปในโพรงปากรสลูกกวาดโดยที่อีกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าปล่อยตัวเองไปนานแค่ไหน รู้สึกตัวอีกทีเธอก็ถูกดันให้ถอยมาชนกับเตียงผู้ป่วยเสียแล้ว แขนข้างหนึ่งละจากลำคอมาค้ำยันเบาะหนาไว้ไม่ให้ตัวเองล้มลงไปนอน จากแรงบดเบียดของอีกฝ่าย

ไม่นานร่างด้านบนก็ผละริมฝีปากออกตั้งท่าจะเดินหันหลังให้ มือบางคว้าหมับเข้าที่เสื้อตัวยาวโดยที่ไม่ทันรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไป

     "พอแค่นั้นดีกว่า"

     "ทำไม-"

     "เธอไม่รู้หรอกว่าตลอดมาฉันต้องอดทนแค่ไหนเวลาที่เธออยู่ใกล้ๆ"

     "แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว..."

เธอหยุดคำพูดนั้นไว้ชั่วครู่ นายแพทย์หนุ่มยืนนิ่งรอฟังสิ่งที่เธอจะพูดต่อไป

     "ตอนนี้ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ"

เมื่อเอ่ยจบ ร่างกายของเธอก็ถูกกดให้ราบกับฟูกเตียงโดยไม่ทันตั้งตัว เธอไม่รู้ว่าเธอทำหน้าตาตกใจแบบนี้ไปกี่รอบของวันแล้วจากการกระทำของคนตรงหน้า

     "เธอรู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา"

อีกฝ่ายยักยิ้มมุมปากส่งให้ แล้วเดินไปที่ประตู
สิ่งที่เธอคิดไว้คืออีกคนจะเดินหาย ออกไปและทิ้งเธอให้นั่งหงอยอยู่ตรงนี้

แต่เธอคิดผิด

เธอเบิกตากว้างอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงล็อกประตูดังแกร๊กตามมา และเขายังเดินย้อนกลับมาทำแบบเดียวกันกับหน้าต่างบานใสของห้องแห่งนี้ เลื่อนผ่าม่านปิดทับกันไว้ราวกับไม่ต้องการให้ใครรับรู้ถึงการกระทำที่เขาจะเริ่มทำต่อไปนี้ โดยเธอได้แต่นั่งมองตาปริบๆ

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเขาก็จัดการถอดเสื้อกาวน์ตัวยาวพาดไว้ที่เก้าอี้ประจำตัว แล้วย่างสามขุมเข้าหา เธอลอบกลืนน้ำลายดังเอื้อกรู้สึกเสียใจขึ้นมานิดหน่อยกับคำพูดก่อนหน้านี้

'บ้าจริง ทำไมพูดไม่คิดอย่างนี้'

     "ก็เอาสิ ฉันก็จะไม่ปราณีเธอเหมือนตอนเด็กๆแล้วเหมือนกัน"

และเสื้อยืดสีดำที่ถูกโยนออกไปอย่างไร้ทิศทาง

 

END

 

ด้วยความที่ดูแล้วชิปคู้นี้เกินจะทนจนเกิดออกมาเป็นเรื่องนี้ค่ะ ในฟิคเราใช้คำแทนสถานที่ทำงานของพี่หมอเถื่อนว่า ' สถานพยาบาล ' เพราะไม่รู้ว่าต้องใช้คำไหนดีอ่ะค่ะ จะใช้ ' โรงพยาบาล ' แต่มีหมอคนเดียวก็ยังไงๆอยู่ ส่วนคำว่า ' คลีนิก ' ความหมายตามพจนานุกรมคือสถานพยาบาลขนาดเล็กแต่ไม่มีเตียงสำหรับพัก แต่ในเรื่องเราแอบเห็นว่ามีเตียงด้วยก็เลย เออ ใช้คำว่า สถานพยาบาล ละกันดูครึ่งๆกลางๆดีค่ะ ส่วนชื่อเรื่องนี่เราพิมพ์คำที่อยากได้ไปให้กูเกิ้ลแปลให้ค่ะ55 อย่าติหนู

ปล.เผื่อบางคนสงสัยจบแบบนี้ก็ได้หรอ เราคิดไว้ว่าจะแต่งคัทซีนดีมั้ยน้าาา ถ้าคนอยากได้+ขยันอาจจะมีก็ได้ค่ะ555(เราไม่เคยแต่งncมาก่อนเลยค่ะ)

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะค้า



 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เรือน้อยในทะเลทราย จากทั้งหมด 8 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 01:29

    น่ารักมากเลยค่ะ ตกใจเหมือนคอมเมนต์แรก คือไม่คิดว่าจะมีคนไทยแต่งคู่นี้


    ตอนไทกะสารภาพกลับทำเอาเขินมาก นึกภาพนิโกะจังชุดพยาบาลคอยอยู่ข้างๆ คุณหมอ (เคย) เถื่อนแล้วมันแอร๊ยยยย (////-\\\\) เข้าใจความรู้สึกต้องอดทนของไทกะขึ้นมาเลยค่ะ


    ชอบตอนที่นิโกะทำเป็นหัวเราะเยาะไทกะน้ำเน่า แต่สุดท้ายน้ำตาร่วงแหมะ ช่างน่าเอ็นดูจริงๆ เลยทปากแข็งกันทั้งคู่เล้ย


    ปล. เสื้อกาวน์ มาจากคำว่า Gown เพราะฉะนั้นตอนถอดเสียงเป็นภาษาไทย จึงใช้คำว่า “กาวน์” ไม่ต้องมี ร. เรือค่ะ ... จะว่าไป ไหนๆ ก็พูดถึงกาวน์แล้ว ชอบที่งานเขียนนี้ของคุณนักเขียนเก็บรายละเอียดเรื่องความยาวของเสื้อกาวน์ไทกะมากเลยค่ะ ??‘?

    #2
    1
    • 17 พฤษภาคม 2562 / 18:45
      ขอบคุณที่ชอบนะคะ แล้วก็ขอบคุณที่ติเหมือนกันค่ะ จริงๆลังเลอยู่เหมือนกันค่ะว่าคำนี้เขียนยังไงทีแรกก็เขียนแบบไม่มีร.แหละค่ะ แต่ยังไงไม่รู้รู้สึกมันแปร่งๆก็เลยเออ เติมๆไปละกัน

      ตอนดูนี่คือชิปคู่นี้มสกค่ะชิปแบบไม่ไหวแล้ว พอสองคนนี้อยู่ด้วยกันทีไรในหัวนี่แบบ"แต่งๆกันไปเลยสิวะ" มีคำนี้วนซ้ำไปมาตลอดเลยค่ะ รักกันแบบออกนอกหน้าโคตร ฟิคหาอ่านยากด้วยค่ะ เลยแต่งเองมันซะเลย
      #2-1
  2. #1 NONAME
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 23:43

    ฟหกดหกดดหฟไม่คิดว่าจะมีคนแต่งคู่นี้ น่ารักมากเลยค่ะ;w; /สู้เขานะนิโกะจัง/จัดการเลยค่ะคุณหมอไทกะ

    #1
    0