โนอาห์ นักดาบคนสุดท้ายแห่งเอ็นโดร่า

ตอนที่ 6 : จอมเวทแปรธาตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    21 มี.ค. 63

บทที่ 6 – จอมเวทแปรธาตุ

โนอาห์กับชายสวมชุดโบราณยุคเอโดะคนนั้นก็กำลังปะดาบกันอย่างน่าอัศจรรย์ ระหว่างที่ทั้งสองคนนั้นกำลังปะดาบกันอย่างรวดเร็วจนวินดี้กับจิลมองตามไม่ทัน จิลก็พูดขึ้นมาว่า

“สุดยอด...คุณโนอาห์ยังแข็งแกร่งเหมือนเดิมเลย แต่ว่า...ชายคนนั้นก็แข็งแกร่งเหมือนกันนะครับว่าไหมคุณวินดี้”

“ใช่...นายพูดถูก ตอนนี้ทั้งคู่หายไปอีกแล้ว อ๊ะ พวกเขาโผล่มาแล้ว อ๊ะ หายไปอีกแล้ว”

วินดี้ก็หันไปหันมาตามสิ่งที่ตัวเองเห็น ผ่านไปสักพักโนอาห์กับชายคนนั้นก็หยุดต่อสู้ชั่วคราว

โนอาห์กับเขาคนนั้นก็หอบเหนื่อยอย่างรุนแรง แต่โนอาห์ก็พยุงตัวเองขึ้นได้ก่อนแล้วเอาปลายดาบสีดำจ่อไปที่คอของชายคนนั้นพร้อมกับพูดว่า

“ไม่คิดมาก่อนเลยนะว่าจะเจอนายในที่แบบนั้น [เร็น]”

“เฮ้อ~ แล้วทำไมนายต้องทักทายฉันแรงขนาดนี้ด้วยนะโนอาห์”

พอเร็นพูดจบเขาก็ถอนพลังเวทออกทำให้ดาบที่เขาถืออยู่หายไปในอากาศ วินดี้กับจิลก็รีบวิ่งมาหาโนอาห์ โนอาห์ก็เลยหันไปหาวินดี้แล้วยื่นดาบสีดำพร้อมกับยิ้มให้วินดี้หนึ่งครั้ง จากนั้นเร็นก็เอาร่มมาถือเหมือนเดิมแล้วถามโนอาห์ว่า

“พรรคพวกของนายงั้นเหรอ”

“อื้ม...ฉันเป็นพ่อค้าเร่แล้วนะ”

“ว้าว~ ในที่สุดนายก็ได้ทำตามฝันสักที”

“อื้ม เออ ว่าแต่นายเดินมาจากหมู่บ้านซันชายสินะ”

พอโนอาห์ถามออกไปแบบนั้น เร็นก็ตกใจเล็กน้อยก่อนที่จะหัวเราะแห้ง ๆ ออกมา

“ฮะ ๆ ๆ บอกตามตรงนะ ฉันหลงอยู่ที่นี่มาสามวันแล้วล่ะ”

“ฮ่า ๆ ๆ สมกับเป็นนายดีนะเร็น”

ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานวินดี้ก็เข้าร่วมวงสนทนาแล้วถามเร็นว่า

“คุณเร็นใช่ไหมคะ”

“อะ...อ๋อใช่ครับ”

“เอ่อ...คุณเร็นเป็นเพื่อนกับโนอาห์เหรอคะ”

“ก็อะไรประมาณนั้นแหละครับ”

จากนั้นโนอาห์ก็ถือโอกาสนี้แนะนำตัวจิลกับวินดี้ให้เร็นรู้จักทันทีว่า

“เด็กน้อยปีศาจคนนี้ชื่อว่าวินดี้ ส่วนจอมเวททางนู้นชื่อว่าจิล”

วินดี้กับจิลก็ยิ้มให้เร็น จากนั้นเร็นก็โค้งคำนับแล้วแนะนำตัวกับทั้งสองคนว่า

“อ๋อ สวัสดีทั้งสองท่านด้วยนะครับ ผมชื่อว่าเร็นเป็นอดีตหนึ่งในสิบสองจอมเวทในตำนานครับ

พอเร็นแนะนำตัวเสร็จ วินดี้กับจิลก็ตกใจทันที โนอาห์เห็นรีแอ็คชั่นของทั้งสองคนแบบนั้นเขาก็อธิบายไปว่า

“เมื่อสิบปีก่อนฉันกับเร็นเคยรบในสนามรบเดียวกันน่ะ แต่ตอนนี้เจ้าเร็นลาออกไปแต่งงานล่ะ ฮ่า ๆ”

“โอ๊ะ~ โนอาห์ยังจำเรื่องนั้นได้อยู่เหรอครับ” เร็นถามด้วยความแปลกใจ

“จำได้สิ...ก็นายติดเมียขนาดนั้นนี่ ฮ่า ๆ ๆ เออ ว่าแต่นายมาทำอะไรที่นี่ล่ะ”

พอโนอาห์ถามออกไปแบบนั้น เร็นก็หุบร่มแล้วเสกให้มันหายไปพร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธ ๆ ว่า

“ฉันกำลังออกตามหาจอมเวทที่ควบคุมแรงโน้มถ่วงได้อยู่ ฉันตามรอยมันมาจนถึงเมืองร้างแห่งนี้ แต่อยู่ดี ๆ เขาก็หายไปเฉยเลย”

“จอมเวทที่ควบคุมแรงโน้มถ่วงงั้นเหรอ”

“ใช่ มันขโมยปิ่นปักผมของอาริสาไป ฉันก็เลยออกตามล่ามันนี่แหละ”

พอโนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็ขำแตกออกมาทันที

“ฟุ~ ฮะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ โอ๊ย~~ ที่แท้ก็โดนเมียใช้ให้มาตามหาขโมยนี่เอง ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

“ฮะ ๆ กะ..ก็ประมาณนั้นแหละ แฮะ ๆ”

วินดี้เห็นโนอาห์หัวเราะร่าแบบนั้นเธอก็เผลอยิ้มออกมา จนจิลต้องถามวินดี้ไปว่า

“ยิ้มแฉ่งเชียวนะครับคุณวินดี้”

“อ๊ะ!” วินดี้ลืมหยุดยิ้มแล้วตอบจิลไปว่า“...ไม่มีอะไรหรอกน่า แค่พึ่งเคยเห็นโนอาห์มีความสุขขนาดนั้นนี่นา~”

“ฮ่า ๆ ผมเองก็เหมือนกันครับ ไม่คิดเลยว่าโนอาห์คนนั้นจะมีวันนี้ได้”

“นั่นสินะ...ฉันไม่รู้ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้างแต่การที่ได้เห็นเขายิ้มและหัวเราะแบบนี้ฉันก็รู้สึกมีความสุขไปด้วยยังไงก็ไม่รู้”

วินดี้พูดออกมาพร้อมกับจ้องมองโนอาห์แล้วยิ้มไปด้วย จิลเองก็พอจะเข้าใจชัดขึ้นแล้วว่า ตลอดหลายวันที่ผ่านมาวินดี้เริ่มมีใจมากกว่าเพื่อนกับโนอาห์แล้วนั่นเอง

---------

 

หลังจากที่โนอาห์กับเร็นได้คุยกันสักพัก โนอาห์ก็เอ่ยปากถามเร็นไปว่า

“นายจะมาร่วมทางกับเราสักพักไหมล่ะ”

“เอาสิ กำลังหาทางไปหมู่บ้านซันชายอยู่พอดีเลย”

พอเร็นตอบแบบนั้นกลับมา โนอาห์ก็หันไปถามวินดี้กับจิลว่า

“พวกเธอไม่ว่าอะไรใช่ไหม”

วินดี้กับจิลก็ส่ายหัวพร้อม ๆ กัน จากนั้นเร็นก็เดินไปหาทั้งสองคนพร้อมกับจับมือพวกเขาแล้วพูดว่า

“ขอบคุณที่ให้ร่วมทางด้วยนะครับ”

“อะ...เอ่อไม่เป็นไรค่ะ ฉันคิดว่าถ้าเดินทางไปด้วยกันหลาย ๆ คนคงสนุกน่าดูค่ะ” วินดี้ยิ้มและตอบกลับไป

“ใช่ครับ ผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ” จิลก็ยิ้มและตอบกลับไปเช่นกัน

จากนั้นเร็นก็เลยฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เขาก็เลยลองเสนอให้ทั้งสองคนฟังดูว่า

“อ้า~ เพื่อเป็นการตอบแทนที่พวกเราเป็นเพื่อนกัน ผมขอสอนเทคนิคการใช้พลังเวทให้ดีไหมครับ”

วินดีกับจิลต่างทำหน้างง ๆ แต่โนอาห์ก็พูดขึ้นมาว่า

“พวกเธอรับ ๆ ไว้เถอะ เห็นแบบนั้นแต่เร็นก็เป็นถึงอดีตจอมเวทในตำนานเลยนะ”

วินดี้กับจิลได้ยินโนอาห์พูดแบบนั้น พวกเขาทั้งสองคนก็พยักหน้าแล้วตอบเร็นไปพร้อม ๆ กันว่า

“ขอรบกวนด้วยค่ะ! / ขอรบกวนด้วยครับ!”

จากนั้น...เร็วก็บอกให้วินดี้ลองร่ายระบำดาบกระบวนท่าที่ตัวเองถนัด ซึ่งเธอก็ร่ายรำได้แค่กระบวนท่าเดียว หลังจากที่วินดี้ร่ายรำจบแล้วเร็นก็ทำท่าครุ่นคิดแล้วหันไปมองโนอาห์พร้อมกับถามว่า

“นายสอนวินดี้กี่วันเหรอ”

“ห้านาที แค่นั้นแหละ”

“อื้ม~ สุดยอดไปเลยแฮะ” เร็นพูดจบก็หันไปหาวินดี้แล้วพูดว่า “วินดี้เธอเป็นนักดาบที่มีพรสวรรค์มาก ๆ เลยนะ แต่ว่าการที่จะใช้ดาบได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเหมือนกับโนอาห์นั้นจำเป็นต้องสละพลังเวทของตัวเองไปด้วย”

“ว่าไงนะคะ...แล้วทำไมคุณเร็นถึงยังใช้ดาบพร้อมกับเวทมนตร์ได้ล่ะคะ”

เร็นส่ายหัว“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะครับวินดี้ ผมไม่ใช่นักดาบหรอกนะ ฮะ ๆ”

“อ้าว..ก็เมื่อครู่นี้”

“อ๋อ...แบบนี้ใช่ไหมครับ” เร็นพูดจบก็เสกดาบคาตานะสีขาวขึ้นมาจากอากาศแล้วพูดต่อไปว่า“นี่ไม่ใช่ดาบจริง ๆ หรอกครับเป็นเพียงเวทมนตร์แปรธาตุประจำตัวผมเฉย ๆ ครับ”

“งั้น...งั้นก็แสดงว่าที่คุณเร็นต่อสู้กับโนอาห์เมื่อครู่นี้ก็...” วินดี้ตกใจ

“ใช่ครับ ผมใช้เวทมนตร์ล้วน ๆ เลย แล้วก็พยายามแอบลอกเลียนแบบกระบวนท่าจากโนอาห์ก็เท่านั้นแหละครับ”

พอวินดี้ได้ยินแบบนั้นเธอก็ตกใจและคิดในใจว่า

“สมกับเป็นอดีตจอมเวทในตำนานเลย ... สุดยอดจริง ๆ บนโลกนี้ยังมีคนเก่ง ๆ แบบนี้อีกเยอะเลยสินะ”

....

เวลาผ่านไปกลุ่มโนอาห์ก็ยังคงอยู่ที่เมืองร้าง และเร็นก็ได้สอนวิธีใช้เวทมนตร์ควบคู่กับการใช้ดาบให้กับวินดี้โดยการควบคุมปริมาณเวทมนตร์ให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดแล้วใช้กระบวนท่าที่โนอาห์สอน ถ้าทำได้จะเร่งประสิทธิภาพของกระบวนท่ามากขึ้นสิบเท่า

ซึ่ง ณ ตอนนี้วินดี้ยังทำได้ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เร็นก็เลยให้วินดี้ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป

คราวนี้เร็นก็เดินมาหาจิลแล้วพูดว่า

“สำหรับคุณจิลนั้นไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากเลยครับ ด้วยพลังของคุณจิลที่มีมหาศาลแล้ว แค่ฝึกร่ายเวทท่าไม้ตายให้ได้วันล่ะสิบครั้งก็พอครับ”

“วะ...ว่าไงนะครับ!!” จิลตกใจทันทีที่ได้ยินแบบนั้น

เร็นก็ยิ้มและพยักหน้า“ตามที่ผมพูดนั่นแหละครับ ถ้าคุณจิลร่ายเวทท่าไม้ตายได้วันละสิบครั้งขึ้นไป เดี๋ยวคุณจิวก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเองครับ”

“คะ...ครับ ผมจะพยายามดูครับ” จิลพยักหน้าตอบรับจากนั้นเขาก็แยกตัวไปไกล ๆ เพื่อลองฝึกดู

หลังจากที่เร็นแนะนำวิธีใช้พลังเวทให้กับวินดี้และจิลแล้ว เขาก็เดินมาหาโนอาห์อีกครั้งแล้วถามว่า

“นายคิดจะสร้างดอกไม้สังหารขึ้นมาอีกครั้งงั้นเหรอโนอาห์”

“ไม่หรอก...ตำนานดอกไม้สังหารมันจบไปแล้วล่ะ ตอนนี้ฉันแค่อยากเป็นพ่อค้าเร่ทั่ว ๆ ไปก็เท่านั้นแหละ”

“งั้น...ถ้าการที่นายมาเอาดาบดวงอาทิตย์ที่ซันชายก็แสดงว่า”

โนอาห์พยักหน้าด้วยสีหน้าที่จริงจัง“ใช่...มีบางอย่างผิดปกติในกลุ่มสิบสองจอมเวทในตำนานและมันอาจจะนำไปสู่สงครามเวทมนตร์ครั้งที่สามก็ได้”

“งั้นเหรอ...”

“ใช่”

เร็นได้ยินแบบนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ~ ถ้าราเชลยังอยู่แล้วรู้ว่าประเทศที่ตัวเองสละชีวิตช่วยเอาไว้จะถูกทำลายอีกครั้ง เธอคงเสียใจแน่ ๆ เลยว่ามั้ย”

“ก็คงงั้นแหละ...แต่ว่า...ที่ฉันเป็นห่วงไม่ใช่แค่เรื่องสงครามหรอก”

เร็วแปลกใจกับสิ่งที่โนอาห์พูดขึ้นมา เขาก็เลยถามโนอาห์ไปด้วยความแปลกใจว่า

“นายมีเรื่องอื่นต้องห่วงนอกจากเรื่องตัวเองด้วยงั้นเหรอ”

โนอาห์พยักหน้า“เมื่อหลายวันก่อนฉันเจอกับพวกสี่ปีศาจมาล่ะ”

“วะ...ว่าไงนะ!!” เร็นตกใจทันที

“อืม...พวกนั้นกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ แล้วก็หัวหน้าของพวกนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือหนึ่งในดอกไม้สังหาร[ไดแมนชั่น] ปีศาจผู้ใช้เวทโบราณ”

“หา!! ไดแมนชั่น ชายที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในเมืองปีศาจคนนั้นน่ะเหรอ”

“อืม...เขาไปที่บ้านของมาสแล้วไปเอาอะไรบางอย่างที่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไร แต่ฉันสังหรณ์ใจไม่ดียังไงก็ไม่รู้สิ”

หลังจากที่โนอาห์พูดออกไปแบบนั้น เร็วก็ถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ~ สงสัยฉันต้องกลับบ้านช้ากว่ากำหนดแล้วล่ะ”

“หืม? นายกำลังพูดอะไรอยู่”

“ก็ดูทีมนายในตอนนี้สิ...พวกเขาแข็งแกร่งก็จริง แต่ถ้าต้องต่อสู้กับสี่ปีศาจฉันว่ายังห่างชั้นกันเกินไป”

“ฮ่า ๆ ๆ ทำไมเหรอ นายจะสอนวิชาให้พวกนั้นจนกว่าจะแข็งแกร่งขึ้นงั้นเหรอ ระวังเมียนายด่ากราดเอานะ”

เร็นได้ยินแบบนั้นก็สะดุ้งตกใจเพราะกลัวเมีย แต่เขาก็หัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วพูดว่า

“ไม่เป็นไรหรอก อาริสาต้องเข้าใจแน่นอน เดี๋ยวพอถึงเมืองซันชายฉันค่อยส่งจดหมายเวทมนตร์ไปบอกเธอก็ได้”

“อื้ม...ขอบใจมากนะเร็นที่ยอมช่วยเหลือเด็ก ๆ พวกนั้น”

“ไม่เป็นไรหรอก...ฉันไม่ต้องการให้เอ็นโดร่าที่ราเชลรักต้องแปดเปื้อนเหมือนกันกับนายนั่นแหละ”

----------------

....

...

.

หลังจากนั้นเร็นก็ฝึกจิลและวินดี้อยู่ที่เมืองร้างอันแสนสงบ ทุก ๆ วันวินดี้ต้องฝึกควบคุมพลังเวทมนตร์ให้ต่ำลงแล้วออกกระบวนท่าอย่างต่อเนื่องให้ได้เกินสามสิบนาทีต่อครั้ง ส่วนจิลก็ต้องฝืนร่ายท่าไม้ตายให้ได้มากกว่าสิบครั้งต่อวัน

ทั้งสองคนฝึกหนักมาก...พวกเขาทำซ้ำ ๆ โดยที่มีเร็นคอยแนะนำอยู่ใกล้ ๆ ราวกับเร็นกลายเป็นอาจารย์คนที่สองของพวกเขาไปโดยปริยาย

...

และแล้วหนึ่งอาทิตย์ก็ผ่านไป...

“วินดี้ ลองใช้กระบวนท่าอีกครั้งดูครับ” เร็นบอกวินดี้ที่กำลังตั้งท่าอยู่

จากนั้นวินดี้ก็ทำการร่ายรำโดยใช้เวทมนตร์ต่ำที่สุดจนทำให้เกิดภาพที่สวยงามขึ้น การร่ายรำดาบของวินดี้อ่อนช้อย ละเมียดละไม และทุกครั้งที่วินดี้ก้าวเท้าออกไปก็มีแสงสีดำ ๆ เปล่งออกมาจากตัวดาบ นั่นมันเหมือนกับตอนที่โนอาห์ใช้ดาบสีดำเล่มนี้เลย

พอวินดีระบำดาบจบ เร็นก็ปรบมือให้พร้อมกับพูดว่า

“ยินดีด้วยครับคุณวินดี้สำเร็จวิชาดาบไร้เงากระบวนท่าร่ายรำที่หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ”

“จริงเหรอคะอาจารย์เร็น”

“จริงครับ”

พอวินดี้ได้ยินแบบนั้นเธอก็รีบวิ่งไปหาโนอาห์ที่ยืนมองดูแถว ๆ นั้นพร้อมกับกอดโนอาห์แล้วพูดว่า

“เย่~~ ในที่สุดฉันก็ทำได้แล้ว เป็นไงบ้างฉันเก่งไหมโนอาห์”

โนอาห์ลูบหัวของวินดี้ด้วยสายตาที่อ่อนโยนพร้อมกับพูดว่า

“อืม...เก่งมาก ๆ เลยล่ะ”

วินดี้ได้ยินแบบนั้นเธอก็ยิ้มและดีใจ แต่ไม่นานนักเธอก็พึ่งรู้ตัวว่ากำลังกอดโนอาห์อยู่ เธอก็เลยผลักตัวเองออกมาด้วยความเขินอายแล้วพูดไปว่า

“โนอาห์...นายชอบฉวยโอกาสสินะ”

“หา!! เธอวิ่งเข้ามาเองนะเฟ้ย”

จากนั้นจิลกับเร็นก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ในตอนนั้นเองเร็นก็ถามจิลไปว่า

“ทำท่าไม้ตายสิบครั้งต่อวันได้แล้วใช่ไหมครับ”

“ครับ...แต่ทำไมผมไม่เห็นมีการเปลี่ยนแปลงเหมือนวินดี้เลยล่ะครับ”

เร็นหัวเราะออกมาเบา ๆ

“ฮะ ๆ พวกเราเป็นจอมเวทนะครับ ความแข็งแกร่งของจอมเวทมันวัดที่อะไรล่ะครับคุณจิล”

“วัดที่มานาครับ”

“อื้ม...ตอนนี้คุณคงสัมผัสมานาที่มีอยู่มหาศาลในร่างกายไม่ได้สินะครับ”

“วะ...ว่าไงนะครับ ทำไมผมไม่เห็นรู้สึกเลย”

“อีกสักพักคุณก็จะเข้าใจเองครับ ตอนนี้ร่างกายกำลังปรับตัวอยู่”

“อ๋อครับ...ขอบคุณนะครับอาจารย์”

“ฮะ ๆ ๆ เล็กน้อยครับคุณจิล”

จากนั้นโนอาห์ก็เห็นว่าได้เวลาออกเดินทางไปที่เมืองซันซายแล้ว

“เอาล่ะทุกคน...ได้เวลาไปเมืองซันชายแล้ว เก็บข้าวของให้เรียบร้อย วินดี้เธออย่าลืมหาของเก่าแถว ๆ นี้ติดไม้ติดมือไปด้วยนะ ส่วนจิลนายสะพายกระเป๋าช่วยฉันด้วย แล้วก็เร็น นายเป็นคนคุ้มกันให้พวกฉันนะ ส่วนฉันจะเดินนำหน้าเอง
ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

ทุกคนได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาและตื่นเต้นที่จะได้เดินทางไปยังสถานที่ใหม่ ๆ อีกครั้ง และแล้วการเดินทางสู่เมืองซันชาย เมืองที่มีแต่กลางวันก็เริ่มต้นขึ้น...

-----------------

บทที่ 6 จบ

หากมีคำผิดหรือตกหล่นตรงไหนกระผมก็กราบของอภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น