โนอาห์ นักดาบคนสุดท้ายแห่งเอ็นโดร่า

ตอนที่ 3 : ทิศทางที่เปลี่ยนไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    20 มี.ค. 63

บทที่ 3 – ทิศทางที่เปลี่ยนไป

เช้ารุ่งขึ้น

โนอาห์เดินออกมาจากเต็นท์ด้วยความงัวเงียเล็กน้อยแล้วก็ทำการยืดเส้นยืดสายสูดอากาศยามเช้าอันบริสุทธิ์อยู่คนเดียว หลังจากที่สมองตื่นตัวเต็มที่แล้วโนอาห์ก็ไม่รอช้าที่จะเดินไปปลุกวินดี้ที่เต็นท์ของเธอ

“เฮ้~ วินดี้ตื่นได้แล้ว”

เต็นท์ของวินดี้ค่อย ๆ ขยับ และจากนั้นเธอก็เดินออกมาด้วยสภาพผมเผ้ารุงรัง

“ฮ่า ๆ ๆ ตอนตื่นใหม่ ๆ ก็ดูดีนะวินดี้”

“ชิ...นายไม่ต้องพูดเลยนะ”

วินดี้พูดจบเธอก็ยืดเส้นยืดสาย แล้วหันไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่ถูกผ่าออกเป็นสองซีก ที่นั่นมีจิลกำลังนั่งมองมาที่โนอาห์กับวินดี้อยู่

วินดี้เลยถามโนอาห์ว่า

“จะเอายังไงกับหมอนั่นล่ะ”

“อ๋อ...” โนอาห์เดินไปหาจิลที่ซากต้นไม้นั้นแล้วถามว่า“...นายสนใจจะเดินทางร่วมกับเราไหมล่ะจิล”

จิลทำสีหน้าแววตาดุ ๆ ใส่ผมแล้วก็ลุกขึ้นมาพร้อมกับถามโนอาห์กลับคืนมาว่า

“ขนาดเรื่องเมื่อคืนผมจะเอาชีวิตคุณ คุณยังมีหน้ามายิ้มระรื่นอยู่อีกนะครับ”

“ฮ่า ๆ ๆ นายไม่มีวันเอาชีวิตฉันได้หรอกน่า~ สรุปแล้วสนใจร่วมเดินทางกับฉันไหม ฉันกำลังขาดจอมเวทที่เก่งด้านวางแผนเหมือนนายพอดีเลย”

พอโนอาห์พูดออกไปแบบนั้น จิลก็ตกใจเล็กน้อยแล้วถามกลับมาว่า

“ทำไม...ทำไมคุณถึงรู้ว่าผมทำงานด้านวางแผน”

“...” ผมเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะก้มหน้าต่ำลงแล้วยิ้มออกมา“เพราะฉันจำความฝันในวัยเด็กของนายได้ยังไงล่ะ”

จิลได้ยินแบบนั้นก็ตกใจจนเริ่มน้ำตาซึมออกมา โนอาห์ก็พูดต่อไปว่า

“นายเป็นเด็กน้อยที่น่าสงสาร ครอบครัวของนายฝากนายกับพี่น้องเอาไว้กับฉันเมื่อสิบปีก่อน ฉันจำได้หมดแหละนะว่านายอยากจะเป็นอะไร เพราะฉะนั้น” โนอาห์เงยหน้ามามองจิลด้วยสายตาแน่วแน่“...ฉันดีใจนะที่นายเติบโตและเป็นอย่างที่ตัวเองใฝ่ฝันได้”

ด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความจริงใจผ่านคำพูดของโนอาห์ไปสู่จิล ทำให้จิลยิ้มออกมาอย่างธรรมชาติอีกครั้ง และพอวินดี้เห็นแบบนั้นเธอก็เดินเข้ามาในวงสนทนาแล้วถามจิลว่า

“นายเป็นจอมเวทที่แข็งแกร่งนะ และดูท่านายก็ไม่มาที่นี่เพราะคำสั่งบ้า ๆ อะไรของพวกจอมเวทในตำนานหรอกใช่ไหม”

จิลพยักหน้า“ก็ใช่...แต่เรื่องที่ได้รับคำสั่งให้มาทาบทามนั้นเป็นเรื่องจริง”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะแล้วก็พูดออกไปว่า

“ฮ่า ๆ งั้นนายก็ต้องกลับไปมือเปล่าแล้วล่ะ”

“ครับ ผมรู้ดีว่าคุณไม่กลับไปเข้ากองทัพอีกครั้งแน่นอน...แต่ผมอยากจะบอกอะไรคุณสักอย่างนะครับ”

จิลหยิบกระดาษสีทองออกมาแล้วยื่นให้โนอาห์อ่าน...พอเขาอ่านไปได้สักพักโนอาห์ก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา จากนั้นเขาก็ขยำกระดาษสีทองนั้นทิ้งแล้วถามจิลไปว่า

“พวกสิบสองจอมเทพกำลังคิดอะไรอยู่”

จิลส่ายหัว“ไม่ทราบเหมือนกันครับ ผมเป็นแค่ผู้น้อยไม่มีทางรู้เรื่องภายในหรอกครับ”

“อืม...งั้น...” โนอาห์หันไปหาวินดี้แล้วพูดว่า“วินดี้ ถ้าฉันขอเปลี่ยนเส้นทางสักหน่อยเธอจะว่าอะไรไหม”

“ไม่ว่าหรอก ก็นายเป็นหัวหน้านี่ แล้วนายจะไปไหนล่ะ”

โนอาห์กางแผนที่ออกมาแล้วชี้ไปที่[เมืองซันชาย] ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกจากจุดที่เรายืนอยู่ประมาณสามร้อยกิโลเมตร

วินดี้เห็นแบบนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วถามโนอาห์ว่า

“นายจะไปที่เมืองที่มีแต่กลางวันทำไม”

“ที่นั่นมีดาบของฉันถูกเก็บไว้อยู่”

“ดาบของนายงั้นเหรอ”

จิลก็อธิบายให้วินดี้ฟังทันทีว่า

“เมื่อสมัยก่อนคุณโนอาห์จะพกดาบอยู่หลายเล่มครับ ... หนึ่งในดาบทั้งสามเล่มของคุณโนอาห์คือ[ดาบแสงอาทิตย์] มันเป็นดาบที่มีพลังของดวงอาทิตย์สถิตอยู่”

“อ๋อ...” วินดี้พยักหน้าเข้าใจจากนั้นเธอก็หันหลับไปหาโนอาร์แล้วถามว่า“...ไหนนายบอกว่าสัญญากับคนคนหนึ่งแล้วว่าจะไม่ใช้ดาบไง”

“ใข่...ฉันสัญญาไว้กับเธอคนนั้นแล้ว แต่ว่าตอนนี้ฉันจำเป็นต้องใช้มันและต้องตามหามันให้ครบทั้งสามเล่มให้ได้”

“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่โนอาห์”

โนอาห์เก็บแผนที่ของตัวเองแล้วบอกวินดี้ด้วยความใจเย็นว่า

“เอ็นโอร่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่แย่ที่สุด”

....

หลังจากนั้นกลุ่มโนอาห์ก็ต้องเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน โดยจิลก็เข้าร่วมเดินทางกับโนอาห์ในฐานะผู้ติดตามเพื่อสอดส่องพฤติกรรม ซึ่งการที่จะเดินทางไปถึงเมืองซันชายได้ต้องผ่าน[น้ำตกแห่งภูติ] และ[เมืองร้าง] เสียก่อน

ในตอนนี้กลุ่มของโนอาห์ก็กำลังออกเดินทางไปที่น้ำตกแห่งภูติ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าจอมเวทและยังเป็นหมู่บ้านในตำนานที่ว่ากันว่ามีภูติเผ่าพันธุ์ที่สาปสูญอาศัยอยู่ที่นี่

ระหว่างทางวินดี้กับจิลก็มองไปที่แผ่นหลังของโนอาห์ โดยครั้งนี้โนอาห์จริงจังกับการตามหาดาบมาก ๆ จนวินดี้ต้องถามจิลว่า

“ปกติแล้วโนอาห์เป็นคนนิสัยแบบไหนเหรอ”

“อ๋อ...เขาเป็นคนดีครับ แต่อาจจะขวานผ่าซากมากไปหน่อย”

“หืม? ทำไมตอนนี้เขาถึงดูร่าเริงกว่าที่นายพูดล่ะ”

“นั่นสิครับ...ผมเองก็แปลกใจเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่เหมือนก่อนเขามีสายตาที่เย็นชาและฆ่าคนได้โดยไม่แคร์ใครทั้งนั้น”

“อืม...” วินดี้พยักหน้าแล้วหันไปมองข้างหลังของโนอาห์พร้อมกับคิดในใจว่า

“ฉันไม่เข้าใจนายเลยจริง ๆ โนอาห์ นายเป็นใครกันแน่นะ”

....

...

..

.

ณ ทางเข้าหมู่บ้านน้ำตกแห่งภูติ

“เอาล่ะ จิลถึงเวลาทำงานของนายแล้ว” โนอาห์หันมาหาจิลแล้วพูดออกไป

“ครับ ครับ~ เดี๋ยวผมจะคุยกับยามให้”

จิลพูดจบก็เดินไปคุยกับยามหน้าหมู่บ้าน ในตอนนั้นวินดี้ก็เดินมาข้าง ๆ โนอาห์แล้วถามว่า

“หมู่บ้านน้ำตกแห่งภูติคุมเข้มจังเลยนะ ... ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ด้วยนะ”

“ไม่รู้เหมือนกัน...แต่จากประสบการณ์ของฉัน ถ้ามียามมาเฝ้าแสดงว่าเกิดเรื่องภายในหมู่บ้านล่ะนะ”

หลังจากที่โนอาห์ตอบวินดี้ไปได้ไม่นาน จิลก็เดินมาแล้วบอกโนอาห์ว่า

“พวกเราเข้าไปได้ครับ แต่จะพักค้างคืนอยู่ที่นี่ไม่ได้”

“อ้าวทำไมล่ะ”

“พวกยามบอกผมว่า...ในหมู่บ้านมีแวมไพร์ออกอาละวาดครับตอนนี้ยังจับตัวการไม่ได้เลย”

“แวมไพร์งั้นเหรอ”

จิลพยักหน้า“ใช่ครับ”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นก็เดินไปถามยามเองเลยว่า

“คุณครับ ทำไมแวมไพร์ถึงอยู่ในหมู่บ้านแห่งภูติได้ล่ะ”

“เอ่อ...คุณเป็นใครเหรอครับ” ยามถามกลับมา

“อ๋อ...”

โนอาห์รีบล้วงป้ายที่แสดงตนว่าเป็นพ่อค้าเร่ขึ้นมาให้ยามพวกนั้นดู ยามพวกนั้นก็ตกใจแล้วรีบยืนตัวตรงพร้อมกับถามโนอาห์กลับมาว่า

“เดินทางเหนื่อยไหมครับท่าน”

“ฮ่า ๆ ๆ ทำตัวตามสบายเถอะนะ แล้วเรื่องที่ฉันถามล่ะว่าไง?”

“อ๋อ...เรื่องนั้นผมไม่มีสิทธิ์พูดครับ ผมทำได้แค่เตือนนักผจญภัยเพียงแค่นั้น”

“งั้นเหรอ...อื้ม แล้วหัวหน้าของพวกนายอยู่ไหนล่ะ ฉันอยากจะคุยด้วยหน่อย”

“ครับเดี๋ยวผมจะส่งคนไปแจ้งให้ครับ”

“อื้อ ขอบใจมากนะ”

โนอาห์เจรจาเสร็จเขาก็เดินกลับมาที่วินดี้และจิลยืนอยู่พร้อมกับบอกพวกเขาว่า

“ช่วยรอกันสักแป๊บนะ”

วินดี้กับจิลก็พยักหน้า จากนั้นพวกเขาทั้งสามคนก็ยืนรอ นั่งรออยู่แถว ๆ นั้นอยู่นานกว่าสามสิบนาที

....

ในที่สุดก็มีจอมเวททางการที่เป็นผู้หญิงผมยาว หุ่นดี ตาโตเดินออกมาแล้วพูดคุยกับยามสักครู่ก่อนที่พวกยามจะชี้มาทางโนอาห์ จากนั้นเธอก็เดินมาหากลุ่มโนอาห์แล้วแนะนำตัวว่า

“สวัสดีค่ะท่านพ่อค้าเร่...ดิฉันชื่อ [แองจี้] เป็นหัวหน้าผู้ดูแลหมู่บ้านนี้เองค่ะ”

“สวัสดีครับผมชื่อโนอาห์ ส่วนเด็กปีศาจคนนี้ก็มีชื่อว่าวินดี้ และจอมเวทคนนั้น...” โนอาห์ยังพูดไม่จบ แองจี้ก็มองไปที่วินดี้กับจิลแล้วพูดว่า

“ดิฉันรู้จักจิลดีค่ะ ส่วนวินดี้...เป็นปีศาจงั้นเหรอคะ”

โนอาห์พยักหน้า“อื้ม...ทำไมเหรอ”

“ปะ...เปล่าค่ะ ถ้าเธอมากับท่านฉันเองก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ”

“โอเค...งั้นฉันขอถามคุณแองจี้เลยก็แล้วกัน ทำไมถึงมีแวมไพร์ในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยพลังเวทธาตุแสงแบบนี้ล่ะ”

“เรื่องนี้มันยาวมาก ๆ เลยค่ะ แต่ถ้าจะให้เล่าแบบสั้น ๆ ก็...[เป็นเพราะคำสาปของภูติพันปีค่ะ]”

พอจิลได้ยินแบบนั้นเขาก็ตกใจและอุทานออกมาว่า

“เป็นไปไมได้! … คำสาปภูติพันปีถูกทำลายไปโดยจอมเวทในตำนานแล้วไม่ใช่เหรอครับคุณแองจี้”

แองจี้พยักหน้า“ใช่ค่ะ แต่ว่า...เมื่อเดือนก่อนมีนักผจญภัยคู่หนึ่งไปที่น้ำตกศักดิ์สิทธิ์แล้วได้ทำการ...” แองจี้เขินอายที่จะพูดต่อไป แต่โนอาห์ก็เข้าใจและพูดออกมาว่า

“พวกนั้นไปพลอดรักกันสินะ”

แองจี้พยักหน้า วินดี้ก็เขินหน้าแดงทันที ส่วนจิลก็พยักหน้าแล้วพูดว่า

“อืม...ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็มีส่วนที่ทำให้ท่านภูติพันปีโกรธล่ะนะ แต่ว่า...มันเกี่ยวกับแวมไพร์ตรงไหนครับ”

โนอาห์ก็เลยตอบจิลไป“เกี่ยวสิ...คำสาปของภูติพันปีจะมีอยู่สามแบบ หนึ่งถ้ามีคนไปฆ่าตัวตายที่น้ำตกศักดิ์สิทธิ์ภูติพันปีจะสาปให้ใครคนหนึ่งในหมู่บ้านกลายเป็นวัว สองถ้ามีคนไปขโมยก้อหินสวย ๆ แถว ๆ น้ำตกก็จะโดนสาปให้เป็นนก และสุดท้ายถ้าหายมีใครไปพลอดรักกันก็จะโดนสาปให้เป็นอมตะไม่มีวันตาย แต่จะทรมาณถ้าไม่ได้จูบซอกคอแล้วดื่มเลือด”

วินดี้ได้ยินแบบนั้นก็ขวัญผวาทันที ส่วนจิลก็พยักหน้าเข้าใจ และสุดท้ายแองจี้ก็เตือนพวกโนอาห์ว่า

“แวมไพร์อันตรายมาก ๆ ดิฉันเลยแจ้งยามให้บอกนักเดินทางทุกคนว่าจะพักที่นี่ไม่ได้ค่ะ จนกว่าทางเราจะจัดการผู้เป็นอมตะได้”

“เฮ้อ~ ไม่มีทางที่คุณแองจี้จะจัดการแวมไพร์ได้หรอกนะครับ ... เอางี้แล้วกันผมขอทราบรายละเอียดเชิงลึกหน่อยว่าแวมไพร์ตนนั้นเป็นนักผจญภัยหรือคนในหมู่บ้านครับ”

“เป็นคนในหมู่บ้านค่ะ...และยังเป็นน้องสาวของฉันอีกด้วย”

จิลกับวินดี้ตกใจทันทีที่ได้รับรู้ความจริงที่น่าสงสารแบบนั้น แต่โนอาห์กลับยิ้มออกมาแล้วบอกแองจี้ไปว่า

“ให้ผมช่วยไหมครับ”

“ชะ..ช่วยงั้นเหรอคะ”

“ใช่ครับ ผมจะไปเจรจากับภูติพันปีให้เอง แต่ว่ามีข้อแลกเปลี่ยนนะครับ”

แองจี้ได้ยินแบบนั้น เธอก็จ้องมองมาที่โนอาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังแล้วพูดว่า

“ได้ค่ะ จะข้อแลกเปลี่ยนอะไรก็ได้ ฉันยอมทุกอย่างค่ะ ขอแค่น้องสาวกลับมาเป็นปกติก็พอแล้ว”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้า จากนั้นเขาก็ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่ต่างออกไป มันเป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวจนวินดี้กับจิลขนลุกไปพร้อม ๆ กัน จากนั้นโนอาห์ก็บอกเงื่อนไขให้แองจี้ไปว่า

“ถ้าคุณยอมแลกชีวิตของตัวเอง ผมก็จะไปเจรจากับภูติพันปีให้ครับ”

--------------------------

บทที่ 3 จบ

หากมีคำผิดหรือตกหล่นไหนกระผมก็กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น