โนอาห์ นักดาบคนสุดท้ายแห่งเอ็นโดร่า

ตอนที่ 28 : การประชุมที่วังหลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 เม.ย. 63

บทที่ 24 – การประชุมที่วังหลวง

เช้ารุ่งขึ้น

อีกสองวันก็จะถึงวันประชุมใหญ่ของกลุ่มขุนนางชั้นสูงแล้ว ณ ตอนนี้ที่หน้าวังหลวง โนอาห์ได้เตรียมข้าวของเพื่อจะออกเดินทางไปที่เมืองเหล็กกล้าแห่งไออ้อนวอล ซึ่งเมืองเหล็กกล้านั้นก็เปรียบเสมือนเมืองหลวงของเอ็นโดร่า เพียงแต่ที่เมืองเหล็กกล้านั้นจะมีอยู่สี่ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกัน

ซึ่งแต่ละส่วนจะถูกดูแลโดยสี่จตุรเทพแห่งไออ้อนวอล ที่เมืองเหล็กกล้านั้นจะถูกเรียงเป็นขั้นบันได ชั้นล่างสุดเป็นส่วนที่หนึ่งซึ่งจะถูกเรียกว่า “ชั้นนอก” ไล่ขึ้นไปอีกส่วน “ชั้นกลาง” และไล่ขึ้นไปจากชั้นกลางก็จะเป็น “ชั้นใน” และส่วนสุดท้ายซึ่งเป็นเป้าหมายของโนอาห์มันก็ถูกเรียกว่า “ชั้นปกครอง”

ในแต่ละส่วนจะถูกแบ่งยากประเภทประชาชนกันอย่างชัดเจน เช่นชั้นนอกสุดก็ประชาชนตาดำ ๆ ธรรมดา ๆ แล้วไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ประชาชนที่อยู่ชั้นลึก ๆ ก็จะมียศถาบรรดาศักดิ์มากขึ้น ถือเป็นความเหลื่อมล้ำอย่างเห็นได้ชัดการจากระบบการปกครองแบบกึ่งเผด็จการ

.....

ณ หน้าวังหลวง

“ฮึบ~ เรียบร้อย” โนอาห์กล่าวพร้อมกับสะพายกระเป๋าเป้ใบขนาดพอดีกับตัวเขา จากนั้นเขาก็หันกลับไปมองวังหลวงพร้อมกับพูดในใจว่า

“ไปก่อนนะวินดี้...”

พอโนอาห์พูดในใจจบ เขาก็ออกเดินทางไปยังท่าเรือของเอ็นโดร่าที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ นอกเขตเมืองหลวง ซึ่งระหว่างที่เขากำลังรอเรืออยู่นั้น โนอาห์ก็สำรวจว่าตัวเองปลอมตัวมาเนียนหรือยัง

ในการปลอมตัวครั้งนี้ของโนอาห์ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ใส่วิกผมยาวแล้วก็สวมชุดชาวบ้านของไออ้อนวอลในส่วน “ชั้นนอก” ซึ่งมันเป็นชุดธรรมดาเอามาก ๆ

“โอเค น่าจะเข้าชั้นนอกได้แล้วล่ะ”

โนอาห์กล่าวออกมา แต่อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงของชายที่คุ้นเคยดังขึ้นมาข้าง ๆ โนอาห์ว่า

“คุณกำลังจะไปไหนครับ”

โนอาห์หันไป “อ้าว...จิล นายก็จะขึ้นเรือเหมือนกันเหรอ”

จิลส่ายหัว “ผมแค่ตามคุณมาเฉย ๆ แล้วตกลงคุณกำลังจะไปไหนล่ะครับ”

“เฮ้อ~ ฉันจะไปไออ้อนวอลน่ะ”

“ไปทำไมเหรอครับ?” จิลถามด้วยสีหน้าจริงจัง

“ถ้าฉันบอกนายไปมีหวังนายได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องน่ากลัวแน่ ๆ ”

“บอกผมมาเถอะครับ” จิลกล่าวออกมาด้วยความจริงจัง จนโนอาห์เห็นแบบนั้น เขาก็ต้องถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ~ ฉันจะไปที่ชั้นปกครองของไออ้อนวอลแล้วหยุดยั้งกระบวนการค้าสิ่งมีชีวิตน่ะ”

พอจิลได้ยินแบบนั้นเขาก็ใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางแตะที่ขมับซ้ายของตัวเองแล้วพูดกับใครสักคนออกไปว่า

“ครับ...ครับ...คุณโนอาห์ยืนยันภารกิจแล้วครับ...รับทราบครับ...”

โนอาห์ได้แต่ทำหน้างง ๆ กับท่าทีของจิล จากนั้นจิลก็ลดมือลงแล้วยิ้มให้โนอาห์พร้อมกับพูดว่า

“สงสัยผมต้องไปกับคุณด้วยแล้วล่ะ”

“นี่นาย...อย่าบอกนะว่านายทำงานกับไวท์ซอตด้วย”

จิลพยักหน้า “ใช่ครับ ผมเป็นสายสืบระดับสามขององค์กรไวท์ช็อต จิล คีย์ ครับ”

“หา?!!”

โนอาห์ตกใจกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของจิล จากนั้นเขาก็ถามจิลไปว่า

“แล้ว...เรื่องจอมเวทที่เอ็นโดร่าก็...”

“ครับ ถ้าอยู่ในเอ็นโดร่าผมคือจิลผู้ใช้เวทเพลิง แต่อีกบทบาทหนึ่งผมก็คือสายสืบที่ทำงานให้คุณเซลิก้าหัวหน้าหน่วยที่เจ็ดครับ”

“โอเค...ฉันเริ่มตามทันแล้วล่ะ...แล้วทำไมเซลิก้าถึงส่งนายมาจับตาดูฉันล่ะ”

“ก็หัวหน้าของผมกลัวคุณไปจะสู้กับรอยัลยังไงล่ะครับ”

“เฮ้อ~ ยายมังกรใจร้ายนั่นเคี่ยวน่าดูเลยสินะ”

“นั่นแหละครับ ท่านเซลิก้าสั่งให้ผมจับคุณทันทีเมื่อคุณเริ่มต่อสู้กับรอยัลเลยนะครับ”

“หืม...จอมเวทระดับนายจะจับฉันได้งั้นเหรอ----”

โนอาห์ยังพูดไม่ทันจบ อยู่ดี ๆ เชือกเพลิงที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ พุ่งเข้าไปรัดตัวโนอาห์ไว้แล้วทำให้เขาไม่สามารถใช้พลังจิตได้ทันที

“เฮ้ย!! จิล นายใช้เชือกของ [เทพแห่งเพลิง] ได้ด้วยเหรอ” โนอาห์ถามด้วยความตกใจ

“ใช่ครับ ผมได้รับอนุญาตมาจากทางองค์กรแล้วครับ”

“ชิ...โอเค ๆ เข้าใจแล้วปล่อยฉันได้แล้ว”

ฟุ่บ~ เชือกเพลิงก็หายไปทันที จากนั้นจิลก็เตือนโนอาห์ไปอีกว่า

“ใจจริงผมก็ไม่อยากทำแบบนี้กับคุณหรอกนะครับ แต่ผมเองก็กลัวท่านเซลิก้าโมโหเหมือนกัน”

“เออ เออ ฉันเข้าใจนายดี ถ้ายายนั่นโมโหมีหวังเมืองทั้งเมืองได้หายไปแน่ ๆ ”

“นั่นแหละครับ”

จากนั้นการสนทนาก็จบลงเพราะเรือที่จะข้ามไปยังทวีปไออ้อนวอลได้จอดเทียบท่าแล้ว ทั้งสองคนก็เลยออกเดินทางไปสู่ไออ้อนวอลต่อไป...

------------------

.....

...

..

สองวันผ่านไป และแล้ววันประชุมสามขุนนางก็มาถึง

วินดี้ เฟียร์ และมาเรีย กำลังยืนอยู่หน้าประตูของห้องประชุมขนาดใหญ่ภายในวังหลวง ซึ่งแต่ละคนก็ยืนตัวสั่นด้วยกันทั้งนั้น แต่มาเรียก็ยิ้มออกมาแล้วบอกวินดี้ไปว่า

“องค์หญิงคะ ใกล้ได้เวลาแล้วนะคะ”

“อะ...อื้ม” วินดี้พยักหน้าตอบ จากนั้นเธอก็เปิดประตูเข้าไป และทันใดนั้นเองอาเทอร์ขุนนางชั้นสูงทางตอนเหนือของทวีปเอ็นโดร่า และ เจ้าหญิงผมขาวแห่งทุ่งน้ำแข็งทางตอนใต้ [ไดอาน่า] ก็ยืนขึ้นพร้อม ๆ กันบริเวณโต๊ะกลมที่มีเก้าอี้อยู่สามอัน

อาเทอร์เห็นวินดี้เดินเข้ามาเขาก็กล่าวทักทายก่อนเลยว่า

“สวัสดีครับองค์หญิงรีรีล่า”

“สวัสดีค่ะท่านอาเทอร์ แล้วก็...” วินดี้หันไปหาไดอาน่า ไดอาน่าก็โค้งคำนับเบา ๆ พร้อมกับทักทายวินดี้ไปว่า

“อรุณสวัสดิ์ค่ะองค์หญิงรีรีล่า”

“สวัสดีค่ะท่านไดอาน่า ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณที่เดินทางมาไกลขนาดนี้เพื่อทวีปเอ็นโดร่าด้วยนะคะ” วินดี้พูดจบเธอก็มองไปที่มาเรีย จากนั้นมาเรียก็ปรบมือสองครั้ง แปะ แปะ เมดคนรับใช้ก็เข็นชุดน้ำชาออกมา จากนั้นวินดี้ก็เอ่ยไปว่า

“เชิญดื่มชาต้นตำรับของวังหลวงก่อนนะคะ”

ไดอาน่าและอาเทอร์ก็โค้งขอบคุณพร้อม ๆ กัน จากนั้นวินดี้ก็นั่งลงไปบนเก้าอี้พร้อม ๆ กับทั้งสองคน เมดก็เสิร์ฟชากันเรียบร้อยแล้ว ไดอาน่ามองไปที่มาเรียกับเฟียร์แล้วถามวินดี้ออกไปว่า

“องค์หญิงจะให้พวกเธอฟังการประชุมด้วยเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ...ฉันให้พวกเธอมาฟังเองค่ะ”

“ค่ะ ถ้าองค์หญิงต้องการฉันก็ไม่ขัดหรอกค่ะ” ไดอาน่าพูดจบก็จิบชาไปนิดหน่อย จากนั้นอาเทอร์ก็ถามวินดี้ไปว่า

“ดูจากจดหมายเทียบเชิญแล้ว เราจะคุยเรื่องยุบสิบสองจอมเวทกันใช่ไหมครับ”

“ค่ะ ... เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา ก่อนที่จะคุยเรื่องยุบสิบสองจอมเวทฉันอยากถามถึงสถานการณ์ทางตอนเหนือและตอนใต้ของทวีปได้ไหมคะ”

พอวินดี้ถามออกไปแบบนั้น ไดอาน่าก็วางแก้วชาลงแล้วพูดออกไปว่า

“ทางตอนใต้ยังไม่มีปัญหาค่ะ แต่อาจจะมีเรื่องเสบียงขาดแคลนไปบ้างเพราะชาวบ้านแถวนั้นเริ่มไม่มีเสบียงเหลือมาเผื่อพวกทหารแล้วล่ะค่ะ”

“งั้นเหรอคะ” วินดี้กล่าว

จากนั้นอาเทอร์ก็รายงานบ้าง “ส่วนทางตอนเหนือกำลังอยู่ในช่วงยืดเยื้อกันอยู่ แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรเช่นกันครับ”

“อืม...แล้วมีใครพอจะทราบเรื่องชายแดนทางตะวันตกกับตะวันออกบ้างไหมคะ”

พอวินดี้ถามออกไปแบบนั้น ไดอาน่าก็กล่าวออกไปว่า

“ทางตะวันตกติดกับทะเลสีชาดซึ่งตรงนั้นไม่มีการสู้รบอยู่แล้วค่ะ แต่ก็เห็นก่อนหน้านี้มีสิบสองจอมเวทประจำการเฝ้าระวังที่นั่นอยู่แล้วนะคะ”

อาเทอร์ก็รายงานเสริมไดอาน่า “ส่วนทางทิศตะวันออกก็ติดกับทะเลสาบเหล็กดำ จริงอยู่ที่ตรงนี้มีจุดยุทธศาสตร์ของไออ้อนวอลอยู่แต่ก็ไม่มีสงครามแถว ๆ นั้นเลยครับ”

“ทำไมเหรอคะ” วินดี้ถาม

“ก็ตรงนั้นเป็นพื้นที่พิเศษระหว่างไออ้อนวอลกับเอ็นโดร่ายังไงล่ะครับ”

พออาเทอร์พูดออกมาแบบนั้นวินดี้ก็ทำหน้างง ๆ เพราะขาดประสบการณ์ ไดอาน่าก็เลยยิ้มออกมาแล้วบอกวินดี้ด้วยความเอ็นดูว่า

“สำหรับพื้นที่ส่วนนั้นถ้าจะอธิบายง่าย ๆ ก็เป็นเหมือนพื้นที่แห่งสนธิสัญญาระหว่างทวีปค่ะ โดยที่ไออ้อนวอลกับเอ็นโดร่าได้ประกาศใช้พื้นที่ทะเลสาบในการทำธุรกิจทางน้ำเช่นการขนย้ายสินค้า การท่องเที่ยวเป็นต้นค่ะ”

“อ๋อ...ท่านไดอาน่าสุดยอดไปเลยค่ะ อธิบายให้ฉันเข้าใจได้ง่าย ๆ เลย”

“แหม~ ไม่หรอกค่ะองค์หญิง”

จากนั้นวินดี้ก็หัวเราะออกมานิดหน่อย อาเทอร์เองก็ไม่อยากจะขัดบรรยากาศตอนนี้เท่าไหร่ แต่เขาก็ต้องถามวินดี้ออกไปว่า

“แล้ว...องค์หญิงถามเรื่องพวกนี้ไปทำไมครับ มันไม่เกี่ยวกับที่ประชุมไม่ใช่เหรอครับ”

“อ๋อ...พอดีฉันอยากเรียนรู้เรื่องเอ็นโดร่าให้มากขึ้นค่ะ หวังว่าจะไม่เสียมารยาทนะคะ”

“อ๋อไม่หรอกครับเชิญถามได้ตามสะดวกเลยครับ เพราะองค์หญิงก็จะเป็นราชินีของทวีปเอ็นโดร่าต่อไปนี่ครับ”

พออาเทอร์พูดออกมาแบบนั้น วินดี้ก็สะดุ้งนิดหน่อยก่อนที่จะทำหน้าเศร้าขึ้นมาแล้วบอกทุกคนในห้องประชุมไปว่า

“จริง ๆ ฉันก็ไม่อยากจะเป็นราชินีอะไรนั่นหรอกค่ะ...แต่ในเมื่อฉันเกิดมาเป็นองค์หญิงแห่งตระกูลรีรีล่าแล้วก็คงไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้หรอกค่ะ”

วินดี้กล่าวออกมาด้วยความเศร้านิดหน่อย จากนั้นไดอาน่าก็เอามือไปแตะไหล่วินดี้เบา ๆ พร้อมกับพูดว่า

“จริงอยู่ที่เราทุกคนเกิดมาต้องมีหน้าที่ที่ต้องทำ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะทำแต่หน้าที่ตรงนั้นตลอดเวลานี่คะ...อย่างท่านเลน่าตอนที่เป็นราชินียังแอบไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนของท่านได้เลย ถึงแม้ว่าฉันกับอาเทอร์จะเหนื่อยตอนที่ท่านเลน่าไม่อยู่ก็ตาม แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า ชีวิตเราไม่ได้มีแค่นั้นเสมอไป ยังมีอะไรอีกมากให้ค้นหานะคะ”

พอวินดี้ได้ยินแบบนั้นเธอก็รู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก จนทำให้เธอน้ำตาซึมออกมาแล้วกล่าวออกมาว่า

“ถ้าหนูเป็นราชินีที่ไม่ดีขึ้นมาได้โปรดช่วยสั่งสอนให้หนูได้ไหมคะ ท่านอาเทอร์ ท่านไดอาน่า”

อาเทอร์กับไดอาน่าลุกขึ้นพร้อม ๆ กันแล้วคุกเข่าลงไปต่อหน้าวินดี้พร้อมกับพูดว่า

“พวกเราจะไม่ทอดทิ้งองค์หญิงแน่นอนค่ะ / ครับ”

วินดี้เห็นแบบนั้นเธอก็รีบลุกลงไปคุกเข่าแล้วบอกทั้งสองคนไปว่า

“ได้โปรดยืนขึ้นเถอะค่ะ หนูเป็นแค่เด็กน้อยยังด้อยในหลาย ๆ เรื่อง”

ไดอาน่าเงยหน้าขึ้นมา “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พวกเราเต็มใจอยู่เคียงข้างองค์หญิงอยู่แล้ว”

“โถ่~ ทำไมทุกคนต้องทำแบบนี้ด้วยนะคะ”

วินดี้ออดอ้อนออกมาจนความน่ารักของปีศาจสาวน้อยทำเอามาเรียและเฟียร์อมยิ้มออกมาทันที

-----------

 

หลังจากที่วินดี้ได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับสองขุนนางชั้นสูงแล้ว ต่อไปคือหัวข้อหลักในวันนี้ ซึ่งวินดี้ก็กล่าวออกไปว่า

“ตอนนี้หนูคิดอยากให้สิบสองจอมเวทเป็นองค์กรอิสระที่ไม่ขึ้นตรงต่อใครค่ะ ท่านอาเทอร์กับท่านไดอาน่ามีความเห็นยังไงบ้างคะ”

อาเทอร์ทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะบอกไปว่า “จริง ๆ แล้วสิบสองจอมเวทถูกตั้งมาหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองจบลงเพื่อดูแลความเรียบร้อยหลังสงครามจบ แต่พอนานวันเข้าเริ่มมีการแทรกแซงจากตัวราชาเองทำให้ระบบนี้เสื่อมเสียไปหมด”

ทุกคนฟังไปก็พยักหน้าไปด้วย จากนั้นอาเทอร์ก็สรุปความเห็นของตัวเองออกไปว่า

“การที่เป็นแบบนั้นนอกจากจะทำให้เอ็นโดร่าอ่อนแอลงแล้วยังทำให้ตัวสิบสองจอมเวทไม่เป็นระบบอีก ดังนั้นผมเห็นด้วยกับการยุบสิบสองจอมเวทนะครับ”

จากนั้นไดอาน่าก็ออกความเห็นบ้าง

“การยุบสิบสองจอมเวทเป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่นั้น ฉันกลับคิดว่ามันทั้งควรทำและไม่ควรทำด้วยค่ะ”

“ยังไงเหรอคะท่านไดอาน่า” วินดี้ถาม

“ก็ลองคิดดูเล่น ๆ นะคะ ถ้าสิบสองจอมเวทซึ่งเป็นนักเวทที่แข็งแกร่งที่สุดสิบสองคนของเอ็นโดร่าไม่มีสังกัดที่ขึ้นตรงต่อใครแล้ว แล้วพวกเขาจะทำงานเป็นระบบอยู่อีกหรือเปล่า?”

“มันก็จริงอย่างที่ท่านไดอาน่าบอกนั่นแหละค่ะ แต่ว่า...สิ่งที่หนูพบเจอมามันกลับมีช่องโหว่ให้คนภายนอกเข้ามาควบคุมได้อย่างเช่นตัวของราชาที่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้อยู่ที่ไหนค่ะ”

“จริงค่ะ เรื่องนั้นฉันเห็นด้วย แต่...ถ้าจะทำเป็นองค์กรอิสระฉันว่าเราควรเลือกตัวหัวหน้าองค์กรอิสระนั้นให้ดีด้วยค่ะ” ไดอาน่าเสนอออกไป

“อื้ม อย่างที่ไดอาน่าพูด ผมก็เห็นด้วยตรงจุดนั้นเหมือนกันครับองค์หญิง” อาเทอร์กล่าว

“งั้นเหรอคะ...อืม...” วินดี้ทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะเรียกเฟียร์และมาเรียมาใกล้ ๆ “คุณมาเรีย คุณเฟียร์คะ ช่วยมาทางนี้หน่อยค่ะ”

มาเรียและเฟียร์ก็เดินมา จากนั้นวินดี้ก็ถามทั้งสองคนไปว่า

“ถ้าสมมติว่าสิบสองจอมเวทยุบไปแล้วกลายเป็นองค์กรอิสระใหม่ พวกคุณอยากได้ใครเป็นหัวหน้าเหรอคะ?”

พอวินดี้ถามออกไป มาเรียก็ตอบออกมาทันทีเลยว่า

“สกาเล็ตค่ะ ท่านสกาเล็ตเป็นผู้หญิงในฝันของใครหลายคนเลย แถมยังทำงานด้านเอกสารได้ดีด้วย อีกอย่างเวทมนตร์ของเธอถึงจะไม่ถูกจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ แต่ก็เป็นเวทมนตร์ที่หยุดสิบสองจอมเวทได้ค่ะ”

เฟียร์ก็ออกความเห็นเสริมมาเรียต่อไปว่า

“ฉันเห็นด้วยกับมาเรียค่ะ และคิดว่าทุกคนน่าจะเห็นด้วยเหมือนกัน ไม่มีใครเหมาะไปมากกว่าสกาเล็ตแล้วค่ะ”

พอวินดี้ ไดอาน่าและอาเทอร์ได้ยินแบบนั้น ไดอาน่าก็ยิ้มออกมาแล้วพูดว่า

“เจ้าหนูสกาเล็ตงั้นเหรอ...น้องสาวของฉันฮอตเหมือนกันสินะ”

“อะ...เอ๋ คุณสกาเล็ตเป็นน้องสาวของท่านไดอาน่าเหรอคะ” วินดี้ถาม

“ใช่ค่ะ...น้องสาวคนสุดท้องเลย”

วินดี้ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน แม้กระทั่งพวกมาเรียก็ตกใจเช่นกัน แต่อาเทอร์ก็พูดสรุปไปว่า

“งั้นหัวหน้าองค์กรอิสระก็เป็นสกาเล็ตใช่ไหมครับ”

“ค่ะ ถ้าตัวแทนสิบสองจอมเวทอันดับสองและสามพูดแบบนั้น หนูก็เห็นด้วยตามนั้นค่ะ” วินดี้ตอบ

“สรุปว่าการยุบสิบสองจอมเวทได้ถูกอนุมัติแล้วสินะคะ” ไดอาน่าถามอาเทอร์

“ครับ” อาเทอร์หยิบเอกสารลงลายเซ็นเวทมนตร์สีทองขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ “ผมได้เตรียมเอกสารแผ่นดินไว้แล้วในเอกสารนี้เขียนทุกอย่างที่เราคุยกันไว้นับตั้งแต่เริ่มพูดเรื่องการยุบสิบสองจอมเวท ลองอ่านกันก่อนเซ็นด้วยนะครับ”

อาเทอร์เลื่อนเอกสารสีทองไปให้วินดี้ วินดี้ก็อ่านและตรวจเช็ดข้อความอย่างละเอียด พอวินดี้ตรวจจนพอใจแล้วเธอก็ยื่นให้ไดอาน่า ไดอาน่าก็อ่านเช่นกัน จากนั้นไดอาน่าก็ใช้นิ้วชี้ที่อาบพลังเวทสีขาวแตะลงไปที่เอกสารเพื่อลงลายเซ็นเวทมนตร์

จากนั้นวินดี้ก็ลงบ้างและสุดท้ายอาเทอร์ก็ลงลายเซ็นลงไป

“เรียบร้อยแล้วครับ จากนี้กลุ่มสิบสองจอมเวทจะถูกยุบอย่างเป็นทางการ!!” อาเทอร์กล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น และทันใดนั้นเองเอกสารสีทองก็หายไปแล้วไปโผล่ที่บอร์ดทั่วเอ็นโดร่าทันทีเพื่อแจ้งให้ทุกคนในทวีปได้รับรู้โดยทั่วกัน

“เสร็จแล้วสินะคะ” วินดี้ถาม

“ใช่ครับ ตอนนี้คำสั่งขององค์หญิงถูกแจกจ่ายไปให้ทุกคนแล้วครับ”

“ขอบคุณทั้งสองท่านที่เดินทางไกลมาเพียงแค่ประชุมเล็ก ๆ น้อย ๆ ครั้งนี้กับหนูด้วยนะคะ” วินดี้ยืนขึ้นแล้วโค้งคำนับ อาเทอร์กับไดอาน่าก็ยืนขึ้นแล้วโค้งรับคำขอบคุณขององค์หญิง จากนั้นอาเทอร์ก็พูดว่า

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

“ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ”

จากนั้นอาเทอร์ก็เดินออกจากห้องประชุมไป เหลือแต่ไดอาน่าและพวกมาเรีย ซึ่งในตอนนั้นเองวินดี้ก็หันไปหาไดอาน่าแล้วถามเธอไปว่า

“ตอนนี้หนูสามารถออกไปนอกวังได้ไหมคะ”

“ได้สิองค์หญิง ตราบใดที่ยังไม่ถึงวัน [งานแต่งตั้งราชินี] องค์หญิงก็สามารถออกนอกวังได้ค่ะ”

“งั้นก็แปลว่า...ถ้าเมื่อไหร่ที่หนูอายุครบยี่สิบสองปี หนูก็ออกไปไหนไม่ได้แล้วสินะคะ”

วินดี้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้านิดหน่อย ไดอาน่าก็เดินมาลูบหัวเธอพร้อมกับพูดว่า

“ถ้าองค์หญิงต้องการ องค์หญิงก็จะออกไปไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละค่ะ”

“จริงเหรอคะท่านไดอาน่า”

“จริงสิคะ ... พอดู ๆ ไปแล้ว องค์หญิงก็เหมือนเลน่าตอนวัยรุ่นเลยนะ”

“เหรอคะ...จะว่าไปแม่ก็เคยเล่าให้ฟังถึงท่านไดอาน่าบ่อย ๆ ด้วยค่ะ”

“แหม แหม~ เลน่าชอบเม้าท์เหมือนกันนะนี่”

“ฮ่า ๆ ๆ ท่านแม่ชอบเล่าให้หนูฟังว่าท่านไดอาน่าเป็นจอมเวทน้ำแข็งที่สง่างามมาก ๆ เลยค่ะ ทั้งใจดีและใจกว้างจนทางตอนใต้ต่างรักท่านไดอาน่ากันทุกคนเลย”

“เล่นพูดแบบนี้ฉันก็เขินสิคะองค์หญิง”

ไดอาน่าเขินเล็กน้อย จากนั้นวินดี้ก็ยิ้มออกมาแล้วพูดว่า

“ถ้าท่านแม่ยังอยู่หนูคง...”

ไดอาน่ามองวินดี้ด้วยสายตาที่อ่อนโยนก่อนที่เธอจะดึงวินดี้เข้ามากอดอย่างแนบแน่นแล้วพูดออกไปเบา ๆ ว่า

“ถ้าองค์หญิงไม่รังเกียจ ฉันขอเป็นแม่คนที่สองได้ไหมคะ”

พอวินดี้ได้ยินแบบนั้นเธอก็ร้องไห้ออกมาคาอ้อมกอดของไดอาน่าทันที และคำพูดระหว่างที่วินดี้ร้องไห้ก็คือ

“ค่ะ...ท่านแม่~ ฮือ~~”

มาเรียและเฟียร์ต่างมองไปที่ทั้งสองคนนั้นด้วยสายตาที่ซาบซึ้ง และไม่นานนักน้ำตาของมาเรียก็ไหลพรากออกมาจนเฟียร์เริ่มอดกลั้นไม่ไหวและร้องไห้ออกมาเช่นกัน ... มาเรียก็พูดออกมาเบา ๆ ว่า

“ดีจังเลยนะ...องค์หญิง”

-------------------------

....

..

.

หลังจากที่ไดอาน่ากับวินดี้ได้กลายเป็นแม่ลูกกันแล้ว วินดี้ก็เริ่มเปิดใจกับไดอาน่ามากยิ่งขึ้นจนเรียกไดอาน่าว่าแม่ทันที

“แม่คะ...พรุ่งนี้หนูจะไปไออ้อนวอลค่ะ”

“หืม...ไปทำไมล่ะจ๊ะ”

“พอดีหนูอยากช่วยเอ็นโดร่าอีกแรงด้วยค่ะ”

“อืม...มันจะไม่อันตรายไปหน่อยเหรอจ๊ะ”

พอไดอาน่าถามออกไปแบบนั้น มาเรียและเฟียร์ก็เดินเข้ามาแล้วพูดว่า

“ท่านไดอาน่าไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ เดี๋ยวพวกเราจะไปด้วยเองค่ะ” มาเรียกล่าวด้วยความมั่นใจ

“แหม แหม~ จอมเวทอันดับ...เอ๊ะ ไม่สิตอนนี้ไม่มีอันดับแล้วสินะ...มาเรีย...เธอเป็นจอมเวทแห่งผืนดินสินะ”

“ค่ะท่านไดอาน่า” มาเรียกล่าว

“แล้วก็เฟียร์สินะ เธอเป็นจอมเวทที่ใช้สายลมใช่ไหม”

“ใช่ค่ะท่านไดอาน่า” เฟียร์กล่าว

จากนั้นไดอาน่าก็ยืนขึ้นแล้วบอกทั้งสามคนไปว่า

“ถ้าอยากจะไปไออ้อนวอลกันจริง ๆ ฉันก็ไม่ห้ามหรอกนะคะ แต่การที่จะปล่อยไปทั้ง ๆ แบบนี้ ฉันเองก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน งั้นเอาแบบนี้นะคะ”

ไดอาน่าพูดจบเธอก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นเองก็มีน้ำแข็งแผ่กระจายออกไปทั่วห้องแล้วจู่ ๆ ก็มีประตูน้ำแข็งโผล่ขึ้นมาที่กลางห้อง จากนั้นไดอาน่าก็เปิดประตูน้ำแข็งนั้นออกมา ภาพหลังประตูนั้นเป็นพื้นที่ที่แปลกประหลาดราวกับว่ามันคือประตูมิติที่เชื่อมกับอีกที่ไว้อย่างไรอย่างนั้น

จากนั้นไดอาน่าก็บอกทั้งสามคนไปว่า

“ที่เมืองเหล็กกล้าไม่เหมือนเอ็นโดร่าหรอกนะ เพราะที่นั่นศัตรูของพวกเธอคือจตุรเทพเท่านั้น”

“ว่าไงนะคะท่านแม่” วินดี้ถาม

“ถ้าจะอธิบายง่าย ๆ เลยก็คือ... [ที่เมืองเหล็กกล้าไม่มีจอมเวททั่วไปเพราะรอยัลไม่อนุญาตให้จอมเวทในไออ้อนวอลใช้เวทมนตร์] ยังไงล่ะคะ”

พอมาเรียได้ยินแบบนั้นเธอก็ถามไดอาน่าไปว่า

“งั้นก็แสดงว่า...ศัตรูของพวกเราจะมีแค่จตุรเทพเท่านั้นเหรอคะ”

ไดอาน่าพยักหน้า “ใช่ค่ะ...ดังนั้นช่วยไปเมืองน้ำแข็งกับฉันเพื่อฝึกวิชาเพิ่มเติมก่อนที่จะไปที่ไออ้อนวอลด้วยค่ะ”

-----------------------------

บทที่ 24 จบ

หากมีคำผิดหรือตกหล่นตรงไหนกระผมก็กราบขออภัยด้วยนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น