โนอาห์ นักดาบคนสุดท้ายแห่งเอ็นโดร่า

ตอนที่ 27 : การจู่โจมที่คาดไม่ถึง (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

บทที่ 23 – การจู่โจมที่คาดไม่ถึง (2)

หลังจากที่โนอาห์ฟาดคลื่นดาบขนาดใหญ่ออกไป เขาก็หันไปบอกเฟียร์ว่า

“กางบาเรียซะ”

เฟียร์พยักหน้าแล้วรีบกางบาเรียสายลมรอบ ๆ ตึกพยาบาลทันที

จากนั้นไม่นานนัก ปีศาจมังกรดำก็ปรากฏตัวขึ้นมาต่อหน้าของโนอาห์ภายในพริบตา

“หืม~ ไม่ได้เจอกันตั้งยี่สิบปี ไม่คิดถึงกันบ้างเหรอโนะอะระ” ปีศาจมังกรดำยิ้มและถามออกไป

“เฮ้อ~ คิดถึงสิ คิดถึงใจจะขาดเลยล่ะ...เซลิก้า” โนอาห์ยิ้มและตอบกลับไปเช่นกัน

แต่หลังจากที่ทั้งคู่พูดกันพอหอมปากหอมคอแล้วจู่ ๆ โนอาห์ก็พุ่งเข้าไปหาเซลิก้าด้วยความเร็วสูงเหนือเสียงจนเกิดคลื่นกระแทกพร้อมกับฟาดดาบด้วยกำลังแขนหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์

แกร้ง~

ดาบสีดำที่ฟันไปที่คอของเซลิก้าหักเป็นสองท่อนทันที ถึงแม้ว่าโนอาห์จะใช้พลังระดับหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วก็ตาม แต่เซลิก้ากลับไม่สะทกสะท้านอะไรเลย เธอทำแค่ยืนยิ้มนิ่ง ๆ ไม่ขยับไปไหน แถมยังดีดหน้าผากของโนอาห์กลับไป

เพี๊ยะ~ ตู้ม!!!!

โนอาห์โดนดีดหน้าผากเบา ๆ แต่กลับกระเด็นทะลุบาเรียสายลมขั้นสูงของเฟียร์เข้ามาอย่างง่ายดาย เฟียร์ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่สุดท้ายโนอาห์ก็ลุกขึ้นมาพร้อมกับบาดแผลที่หน้าผากแล้วบอกเซลิก้าไปว่า

“ผิวหนังของมังกรยังแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนเลยนะ”

“หึ” เซลิก้ายิ้มตอบกลับไป จากนั้นโนอาห์ก็ยื่นมือไปข้างหน้าและทันใดนั้นดาบสีดำที่แตกเป็นส่องท่อนก็หลอมรวมกันแล้วลอยกลับมาที่มือของโนอาห์

พอเซลิก้าเห็นแบบนั้นก็พูดว่า

“โห~ ดาบเขี้ยวมังกรในตำนานไม่ใช่เหรอ”

“ใช่...ทำไมเหรอ” โนอาห์ถามกลับ

“อ๋อ...ไม่มีอะไรหรอก”

“งั้นก็...” โนอาห์พูดจบก็ตั้งท่าอิไอทันที พอเซลิก้าเห็นท่าอิไอแบบนั้นเธอก็ตกใจขึ้นมาแล้วรีบบอกโนอาห์ว่า

“โนะอะระ จิตวิญญาณนักสู้ของนายมันจะมากเกินไปหรือเปล่านะ” เซลิก้ากล่าวพร้อมกับชี้ไปทางเฟียร์ และพอโนอาห์เห็นเฟียร์กำลังกางบาเรียเพื่อปกป้องมาเรียอยู่ เขาก็เลิกตั้งท่าอิไอที่น่ากลัวแบบนั้นแล้วถามเซลิก้าไปว่า

“เธอเป็นคนพาพวกจอมเวทของไดม่อนเกรทเข้ามาใช่ไหม”

“ใช่ แต่นั่นไม่ใช่จุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ของฉันหรอกนะ”

“แล้วเธอมาที่นี่ทำไม”

โนอาห์ถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เซลิก้าก็นั่งลงบนเก้าอี้แถว ๆ นั้นที่มีโต๊ะหินขนาดใหญ่แล้วพูดว่า

“มานั่งใกล้ ๆ ฉันสิโนะอะระ”

ด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง โนอาห์ก็คล้อยตามเซลิก้าไปนั่งฝั่งตรงกันข้ามเธอ พร้อมกับกล่าวออกไปว่า

“น่าแปลกนะที่เธอยังไม่ระเบิดเมืองนี้ทิ้ง”

“หืม...คิดว่าฉันเป็นพวกชอบทำลายล้างเหรอ”

“ก็เออสิ...ปกติเธอเป็นคนแบบนั้นไม่ใช่เหรอไง”

“ฮ่า ๆ ๆ มันก็จริงอยู่ที่พวกไดม่อนเกรทจ้างฉันให้มาทำลายเมืองหลวง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะทำลายได้หรือเปล่าน่ะสิ”

เซลิก้าพูดพร้อมกับชูนิ้วชี้ขึ้นมาแล้วร่ายเวทคล้าย ๆ กระจกออกมา ซึ่งในกระจกบานนั้นก็มีภาพของวินดี้กำลังช่วยชาวบ้านและจอมเวทแถว ๆ นั้นต่อสู้กับทหารของไดม่อนเกรทจำนวนหนึ่งอยู่

“เซลิก้า...ถ้าเธอแตะต้องวินดี้แม้แต่ปลายเล็บแล้วล่ะก็...ชีวิตของเธอได้จบสิ้นตรงนี้แน่!!”

โนอาห์กล่าวออกไปพร้อมกับระเบิดจิตสังหารจนเฟียร์ยืนขาสั่นด้วยความหวาดกลัว แต่กับเซลิก้ากลับไม่เป็นอะไร เธอยิ้มและปิดเวทกระจกพร้อมกับพูดว่า

“น่ากลัวจังเลยนะ แบบนี้ฉันก็แตะต้ององค์หญิงของตระกูลรีรีล่าไม่ได้สินะ~”

“หา? เธอว่ายังไงนะ”

“หืม...อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ว่าวินดี้เป็นลูกสาวคนเล็กของ [เลน่า รีรีล่า] ?”

โนอาห์ส่ายหัวอย่างช้า ๆ ด้วยความตกใจ จากนั้นเซลิก้าก็หัวเราะออกมา

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ แย่จริง ๆ เลยนะโนะอะระ [ศัตรู] ที่นายคิดว่าตายไปแล้วยังมีชีวิตรอดอยู่ใกล้ ๆ ตัวโดยที่ไม่เอะใจเลยสักนิดเลย ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

“หุบปากไปซะเซลิก้า!!” โนอาห์ตะโกนออกไปแล้วลุกขึ้น “ฉัน...ฉันไม่เชื่อ วันนั้นตระกูลรีรีล่าล่มสลายไปแล้วฉันเห็นมากับตา!!”

“หืม...ถ้านายไม่เชื่อทำไมไม่ลองถามคุณจอมเวทอันดับสามที่ยืนขาสั่นอยู่ตรงนั้นดูล่ะ”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็ถามเฟียร์ไปว่า “เป็นเรื่องจริงใช่ไหมเฟียร์?”

เฟียร์พยักหน้าตอบกลับมา พอโนอาห์เห็นแบบนั้นเขาก็ต้องตกใจกับสิ่งที่รับรู้มา แต่ถึงกระนั้นโนอาห์ก็พยายามรวบรวมสติพร้อมกับบอกเซลิก้าไปอีกด้วยว่า

“ฉันยังไม่เชื่อทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะ เพราะฉันจำได้ว่าที่นั่นไม่มีใครรอดกลับออกมาเลยสักคน”

“มันก็จริงอยู่ที่เหตุการณ์ [ทะเลเพลิงสีขาว] นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ตระกูลรีรีล่าล่มสลายไป แต่นายแน่ใจจริง ๆ งั้นเหรอว่า [ลูกสาวของเลน่า] อยู่ที่นั่นด้วย”

พอโนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็หวนคิดกลับไปเมื่อช่วงที่สงครามยังคุกรุ่นอยู่....มันเป็นวันที่โนอาห์ต้องนำทัพไปปราบปีศาจที่ฐานทัพใหญ่ของพวกนั้น แล้วพอเขาเดินทางไปถึงก็พบว่าฐานทัพนั้นกลายเป็นทะเลเพลิงสีขาวไปเสียแล้ว ด้วยภาพเห็นเหตุการณ์นั้นยังติดตา โนอาห์เลยตอบคำถามของเซลิก้าไปว่า

“ใช่...ตระกูลรีรีล่าตายหมดแล้ว วันนั้นมันมีแค่เพียงทะเลเพลิงสีขาวเท่านั้น”

เซลิก้ามองหน้าโนอาห์ด้วยความสงสัย “นายกำลังหนีความจริงอยู่หรือเปล่านะ โนะอะระ”

ระหว่างที่เซลิก้ากับโนอาห์กำลังสนทนากันอยู่ จู่ ๆ วินดี้ก็วกกลับมาที่ตึกพยาบาลแล้วเห็นโนอาห์ฟื้นขึ้นมา เธอก็เลยวิ่งมาหาโนอาห์ด้วยความดีใจ แต่ว่า...พอโนอาห์เห็นดวงตาสีเขียวมรกตของเธอแบบนั้น โนอาห์ก็ชักดาบออกมาโดยอัตโนมัติด้วยความหวาดกลัวจนทำให้วินดี้หยุดชะงักแล้วทำหน้าตกใจทันที

“นะ...นะ...นี่เธอ...” โนอาห์กล่าวออกมาด้วยความหวาดกลัว

“นะ...โนอาห์...นายเป็นอะไร...ไป” วินดี้ถามด้วยความสงสัยปนตกใจ

เซลิก้าเห็นท่าทางแบบนั้นของโนอาห์เธอก็ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้แล้วบอกวินดี้ไปว่า

“วินดี้ รีรีล่า ฉันได้รับมอบหมายจากทวีปไดม่อนเกรทให้เอาหัวของเธอกลับไป ถ้าเธอไม่ว่าอะไรช่วยยืนอยู่นิ่ง ๆ สักครู่ได้หรือไม่?”

พอเซลิก้าพูดออกไปแบบนั้น โนอาห์ก็เหวี่ยงดาบกลับไปหาเซลิก้าด้วยความเร็วสูงทันที แต่เซริก้าก็ใช้นิ้วชี้แค่นิ้วเดียวหยุดดาบของโนอาห์ไว้อย่างง่ายดาย หลังจากนั้นเซลิก้าก็ถามโนอาห์ว่า

“น่าแปลกนะ ขนาดรู้ความจริงของวินดี้แล้วนายก็ยังคิดจะต่อต้านฉันอีกงั้นเหรอ”

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะเซลิก้า...อดีตก็คืออดีต ฉันย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว และเธอเองก็เช่นกัน”

เซลิก้าได้ยินแบบนั้นเธอก็สัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนประหลาด ๆ ของดาบสีดำได้ เธอก็เลยรีบกระโดดถอยกลับไปตั้งหลักด้วยความรวดเร็วทันที

ฟุ่บ~

โนอาห์ปักดาบสีดำไว้ที่พื้นหญ้าพร้อมกับปลดปล่อยออร่าสีแดงผสมสีดำออกมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาใส่เซลิก้าไปว่า

“เซลิก้า...ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอต้องการจะปั่นหัวฉันหรือต้องการจะทำอะไร แต่ถ้าสิ่งที่เธอพูดมาเมื่อกี้นี้เป็นเรื่องจริงแล้วล่ะก็...ข้ามศพฉันไปก่อนแล้วค่อยพูดจะดีกว่า”

“เห~ นายเอาจริงงั้นเหรอโนะอะระ...อย่าลืมไปสิว่านายไม่มีดาบเล่มที่สามนะ”

“เลิกพูดมากได้แล้วเซลิก้า...” โนอาห์พูดจบเขาก็ชูสามนิ้วขึ้นมา “ฉันจะให้เวลาเธอหนีฉันไปให้พ้นภายในสามวินาทีเท่านั้น”

เซลิก้าเห็นท่าทีของโนอาห์เปลี่ยนไปจนทำให้เธอรู้สึกสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ เพราะออร่าของโนอาห์ในตอนนี้นั้นสามารถฉีกกระชากเธอได้เป็นชิ้น ๆ ทันที นั่นจึงทำให้เซลิก้าเลือกเส้นทางที่ปลอดภัยที่สุด

“ก็ได้...ฉันยอมไปก่อนก็ได้” เซลิก้ากล่าว “แต่ว่า...จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้มาเด็ดหัวหนูน้อยรีรีล่าตรงนั้นหรอกนะ”

“...” โนอาห์เงียบแล้วค่อยถามออกไปว่า “กำลังเล่นลิ้นอะไรอีกล่ะยายมังกรดำ”

“แหม แหม~ นายก็รู้นี่ว่าฉันทำงานเกี่ยวกับอะไร”

พอโนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็ปลดออร่าที่ดูน่ากลัวออกไปพร้อมกับหันไปบอกวินดี้ว่า

“เรื่องไดม่อนเกรทฉันจะจัดการเอง ส่วนเธอไปพักผ่อนกับพวกเฟียร์เถอะ”

“ตะ...แต่ว่าโนอาห์--”

วินดี้ยังพูดไม่จบ โนอาห์ก็หันกลับไปหาเซลิก้าพร้อมกับพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเฉยชาว่า

“ไปพักผ่อนเถอะ ฉันขอทำธุระสักแป๊บนะ”

โนอาห์พูดจบเขาก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินอ่อนกับเซลิก้าอีกครั้ง วินดี้ได้แต่ส่งสายตาไปหาโนอาห์ด้วยความโหยหาและคะนึงคิดไปเองว่า“เหมือนระยะห่างระหว่างฉันกับเขาจะไกลมากขึ้นเรื่อย ๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ”

------------------

...

..

.

เวลาต่อมา หลังจากที่วินดี้เข้าไปพักผ่อนแล้ว เซลิก้าก็ส่งสารไปถึงทหารจอมเวทของไดม่อนเกรททุกคนให้ล่าถอยไปก่อนเพราะตอนนี้ภารกิจสำเร็จแล้ว แต่จริง ๆ คือเซลิก้าโกหกพวกนั้นไปเพื่อที่จะได้ใช้เวลาที่เหลืออันน้อยนิดคุยกับโนอาห์สองต่อสองนั่นเอง

เซลิก้าพกเหล้ามาสองขวดพร้อมกับยื่นให้โนอาห์หนึ่งขวดแล้วพูดว่า

“นานแล้วนะที่ไม่ได้ดื่มด้วยกันแบบนี้”

“อืม” โนอาห์หยิบขวดเหล้าแล้วเปิดฝาพร้อมกับกระดกเข้าไปหนึ่งอึก “สายลับอย่างเธอได้อะไรมาจากไดม่อน
เกรทบ้างล่ะ”

“แหม~ เปิดประเด็นด้วยคำถามที่ปิดการสนทนาได้ทันทีเลยงั้นเหรอ นายนี่มันเป็นผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องเหมือนเคยเลยนะ”

“ฉันไม่มีเวลามาเล่นลิ้นกับเธอหรอกนะเซลิก้า”

พอโนอาห์พูดออกไปแบบนั้นเซลิก้าก็ดื่มเหล้าเข้าหนึ่งอึกแล้วพูดว่า

“แพนดอร่า – รีเวิร์ส”

“ว่าไงนะ” โนอาห์ถามด้วยความตกใจ

“ไดม่อนเกรทกำลังคิดจะใช้แพนดอร่าที่ตัวเองถืออยู่เพื่ออะไรบางอย่างน่ะ”

“แล้วทำไมเธอไม่หยุดพวกมันไว้ล่ะ นั่นมันเป็นหน้าที่ของเธอไม่ใช่เหรอ”

เซลิก้าส่ายหัว “ฉันพยายามแล้ว แต่อีฟหนึ่งในกุนซือแห่งไดม่อนเกรทไม่ยอมและขัดขวางฉันอยู่ตลอดเลย”

“เดี๋ยวก่อนนะ อีฟ...ยายนั่นเป็นพวกกล่องดำนี่ เธอเป็นพวกเดียวกับทวีปไดม่อนเกรทแล้วเหรอ?”

“อื้ม นายก็รู้นี่ว่าไดม่อนเกรทไม่สนผิดถูกอยู่แล้ว พวกเขาต้องการแค่พลังและอำนาจเพื่อให้ชื่อเสียงทวีปที่ใหญ่ที่สุดอยู่ยงคงกระพันต่อไป”

พอโนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ~ เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้วแต่การใช้แพนดอร่าแบบรีเวิร์สมันมีข้อเสียร้ายแรงอยู่หนึ่งข้อนะ”

“รู้อยู่...ไอ้ข้อเสียที่ทำให้พลังงานด้านลบที่อัดแน่นอยู่ในกล่องหายไปชั่วนิรันดร์ใช่ไหม”

โนอาห์พยักหน้า “ใช่...ถ้าพลังงานด้านลบหายไปแพนดอร่ากล่องนั้นก็จะกลายเป็นกล่องที่ว่างเปล่าทันที และสุดท้ายพลังงานด้านลบที่ได้ออกมายลโฉมโลกภายนอกก็จะไม่มีวันหายไปตราบจนโลกนี้แตกสลายแน่ ๆ ”

“นั่นแหละฉันเลยอาศัยพวกไดม่อนเกรทในการมาหานายยังไงล่ะ”

“ถึงเธอจะมาหาฉันมันก็ไร้ความหมายเหมือนเดิมแหละ เพราะฉันไม่ได้อยู่หน่วยเดียวกับเธอแล้ว”

“นั่นก็อีกเหตุผลหนึ่งที่ฉันบุกเข้ามาที่เอ็นโดร่าเหมือนกัน”

“นี่เธอ!!” โนอาห์โมโหขึ้นมาเมื่อได้ยินแบบนั้น แต่เซลิก้าก็พูดขึ้นมาว่า

“ใจเย็น ๆ ก่อน...ตอนนี้ฉันอาจจะใช้วิธีที่สกปรกไปหน่อย แต่ถ้านายลองคิดดูดี ๆ เกี่ยวกับเรื่องแพนดอร่า – รีเวิร์ส แล้วล่ะก็ นายจะเข้าใจเองว่าทำไมฉันต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็คิดในใจไปด้วยว่า

“ยายเซลิก้าเป็นคนประเภทพูดจริงทำจริงอยู่แล้วด้วยสิ ถ้าเธอโผล่ไปที่ไหนเธอก็ทำให้ที่นั่นหายไปจากแผนที่โลกได้ง่าย ๆ เลย แล้วอีกอย่างลุงเทพนักดาบก็เคยบอกว่าห้ามเปิดแพนดอร่าเด็ดขาดด้วย โถ่เอ้ย!! ทำไมความวุ่นวายมันวิ่งเข้ามาไม่จบไม่สิ้นสักทีนะ”

ระหว่างที่โนอาห์ครุ่นคิดอยู่นั้น เซลิก้าก็ยิ้มออกมา

“นายเปลี่ยนไปเยอะเลยนะโนะอะระ”

“ใคร ๆ ก็พูดแบบเธอนั่นแหละ”

“อื้ม...เอาล่ะฉันเองก็ไม่อยากจะรบกวนเพื่อนเก่ามากหรอกนะ แต่เรื่องนี้เท่านั้นที่ฉันทำคนเดียวไม่ได้ โนะอะระ ความสามารถของนักดาบที่สามารถสัมผัสกับพลังงานด้านลบในแพนดอร่าได้มีแค่นายที่เป็นนักดาบรุ่นที่สามเท่านั้น นายเข้าใจสิ่งที่ฉันบอกใช่ไหม”

โนอาห์พยักหน้า “อืม...เข้าใจ แล้วเธออยากจะให้ฉันช่วยอะไรล่ะ ไปจัดการยายอีฟหรือถล่มไดม่อนเกรทให้ราบเป็นหน้ากลอง?”

เซลิก้าได้ยินแบบนั้นเธอก็หัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน

“ฮ่า ๆ ๆ นายจะบ้าหรือเปล่า นายไม่มีวันต่อสู้กับทวีปไดม่อนเกรทด้วยตัวคนเดียวได้หรอก”

“เออ เออ ฉันก็พูดไปงั้นแหละ แล้วสรุปเธอจะให้ฉันทำอะไรล่ะ?”

เซลิก้าได้ยินแบบนั้น เธอก็หยิบรูปถ่ายของหนุ่มผมแดงหน้าตาอ่อนวัยและสวมชุดคลุมสีขาวพร้อมกับสัญลักษณ์กางเขนเหล็กซึ่งเป็นสิ่งบ่งบอกว่าเขาคือ [รอยัล หนึ่งในสี่จตุรเทพที่แข็งแกร่งที่สุดในไออ้อนวอล]

“นี่เธอเอารูปของรอยัลมาทำไม?”

“เพราะฉันได้ข่าวมาว่าจะมีการขนย้ายสิ่นค้าลอตใหญ่ระหว่างทวีปไดม่อนเกรทและไออ้อนวอลที่สถานีรถไฟไอน้ำแห่งเมืองเหล็กกล้าน่ะ”

“หา? มันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ สองทวีปนั้นเป็นพันธมิตรทางสงครามกันอยู่แล้ว”

เซลิก้าส่ายหัว “ไม่ปกติหรอก เพราะฉันได้ยินมาว่าสินค้าในคราวนี้เป็น [ปีศาจเด็กตัวเป็น ๆ] น่ะ”

“ว่าไงนะ...นี่เธอกำลังบอกว่าสองทวีปนั้นกำลังค้าสิ่งมีชีวิตงั้นเหรอ”

“อื้ม...ในฐานะจอมเวทขององค์กรไวท์ซอตอย่างฉันทนเห็นคนทำผิดกฏไม่ได้หรอกนะ”

“แล้วทำไมเธอถึงไม่จัดการเอาเองเลยล่ะ” โนอาห์ถาม

เซลิก้าก็ดีดหน้าผากโนอาห์ทันทีแล้วตอบไปว่า

“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าเป็นสายลับของไดม่อนเกรทอยู่และตอนนี้กำลังสืบเรื่องแพนดอร่า - รีเวิร์สอยู่ด้วย ขืนออกตัวแรงไปความก็ได้แตกกันพอดี”

“เฮ้อ~ เพราะแบบนี้แหละฉันเลยออกจากไวท์ซอตอะไรนั่น”

“เออช่างเถอะ...แล้วสรุปนายจะช่วยฉันไหม”

“ช่วยสิฟะ!! ขืนไม่ช่วยเธอก็ระเบิดเมืองหลวงทิ้งกันพอดี”

“ก็เข้าใจดีนี่...แต่ว่าโนะอะระ...นายต้องปลอมตัวเข้าไปที่ไออ้อนวอลนะ”

“อื้มรู้แล้วล่ะ พวกสี่จตุรเทพยังหมายหัวฉันอยู่ ฉันรู้ดี”

“โอเค ถ้าทำข้อตกลงกันได้แล้วฉันจะปลดเวทระเบิดเมืองออกไปก่อนครึ่งหนึ่ง ถ้านายช่วยกลุ่มปีศาจเด็กบนรถไฟขบวนที่สามสิบสี่ ณ เมืองเหล็กกล้าได้ ฉันก็จะปลดระเบิดอีกครึ่งหนึ่งออกให้ทันที”

“เฮ้อ~ เธอยังเป็นมังกรใจร้ายอยู่เหมือนเดิมเลยนะ”

“ฮ่า ๆ ๆ เอาล่ะ ฉันต้องรีบกลับไดม่อนเกรทแล้ว เออแล้วก็อย่าไปสู้กับรอยัลอีกล่ะ เข้าใจไหม”

“เออ...จะพยายาม”

“นายนี่มันไม่เข็ดเลยสินะ เอาเถอะ...อย่าตายก็แล้วกัน” เซลิก้าพูดจบก็ลุกขึ้นแล้วก็นึกอะไรบางอย่างออกเธอก็เลยพูดออกมาว่า “เออแล้วอีกอย่าง...เรื่องแพนดอร่า – รีเวิร์สอาจจะเกี่ยวข้องกับขบวนรถไฟค้าชีวิตด้วยก็ได้นะ นายสืบช่วยฉันอีกแรงด้วยล่ะ ไปล่ะ บ๊าย~~”

ฟุ่บ~~

พอเซลิก้าพูดจบเธอก็หายตัวไปทันที จากนั้นโนอาห์ก็เงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วพูดออกมาคนเดียวว่า

“เฮ้อ~ เมื่อไหร่จะได้กลับไปขายของเหมือนเดิมสักทีนะ”

.....

ระหว่างที่โนอาห์กำลังครุ่นคิดอย่างไม่ตกพร้อมกับถอนหายใจออกมาราวกับคนแก่ ทันใดนั้นเองวินดี้ก็เดินมายืนข้าง ๆ โนอาห์โดยที่โนอาห์ไม่รู้ตัว พอเขาเห็นก็ถามออกไปว่า

“อ้าว~ เธอไปนอนแล้วไม่ใช่เหรอ” โนอาห์ถาม

“อืม...แต่นอนไม่หลับน่ะ พอดีเห็นนายยืนอยู่คนเดียวก็เลยออกมาหา” วินดี้ตอบ

“...” โนอาห์มองวินดี้ด้วยความแปลกใจเล็กน้อยก่อนที่จะถามวินดี้ไปว่า “เธอเป็นองค์หญิงเล็กของตระกูลรีรีล่าจริง ๆ ด้วยสินะ”

“อื้ม...ขอโทษนะที่ปิดบัง”

“ไม่ต้องขอโทษหรอก ปิดบังไว้นั่นแหละดีแล้ว”

“แต่ฉันก็รู้สึกผิดที่โกหกนายนะ”

“อืม...ช่างมันเถอะวินดี้ มองที่ปัจจุบันดีกว่านะ”

พอโนอาห์พูดออกไปแบบนั้น วินดี้ก็ยิ้มออกมาได้เล็กน้อย จากนั้นเธอก็พยายามจะพูดอะไรบางอย่างออกไป แต่ก็เขินจนพูดไม่ออกจนโนอาห์ถามไปว่า

“วินดี้...อย่าบอกนะว่า...เธอปวดขี้งั้นเหรอ?”

วินดี้ได้ยินแบบนั้นเธอก็ยิ่งอายขึ้นมาแล้วใช้ฝ่ามือตอบไปที่แขนขวาของโนอาห์ทันที

“ตาบ้า!! ฉันเกลียดนายแล้ว หึ๊~”

วินดี้รีบวิ่งเข้าไปในตึกพักของเธอทันที จากนั้นโนอาห์ก็หัวเราะออกมาแล้วพูดว่า

“ฮะ ๆ ๆ นี่เราเผลอพูดอะไรไม่ดีออกไปหรือเปล่านะ...เฮ้อ~ สงสัยตอนเช้าต้องซื้อขนมไปง้อสักหน่อยแล้วล่ะ”

พอโนอาห์พูดจบเขาก็หยิบดาบสีดำขึ้นมาแล้วจ้องมองมันอยู่แบบนั้นด้วยสายตาที่อ่อนโยนแล้วจากนั้นโนอาห์ก็เดินไปหยิบฝักดาบสีดำแล้วใส่มันกลับคืน ระหว่างนั้นภาพความทรงจำในวันที่เกิดเหตุการณ์ [ทะเลเพลิงสีขาว] ก็แวบเข้ามาในหัวของโนอาห์ แต่เขาก็ส่ายหัวพร้อมกับพูดออกมาเบา ๆ ว่า

“มันจบแล้วโนอาห์...ฉันเป็นเพียงพ่อค้าเร่ไม่ได้เป็นมือสังหารอีกต่อไปแล้ว...”

------------------------------

บทที่ 23 จบ

คุยกันท้ายตอนนิดหน่อย

วันนี้ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แค่มีเรื่องอยากจะสารภาพนิดหน่อยครับ สาเหตุที่ผมไม่ค่อยอับนิยายมันเป็นเพราะว่าผมเริ่มมองเห็นจำนวนผู้ติดตามที่ลดลงฮวบแบบภายในไม่กี่วันจนเหลือแค่ไม่กี่คน พอเห็นแบบนั้นแล้วก็ได้แต่ทบทวนตัวเองว่าเขียนไม่ดีหรือเปล่า เขียนตรงไหนผิดไหม ทำไมไม่ว่าเขียนนิยายเรื่องไหนก็เจอแต่เรื่องแบบนี้โดยที่ไม่รู้สาเหตุเลย

ทำให้ตอนนี้ผมรู้สึกเหนื่อยมาก ๆ เลยครับ ผมทราบดีนะครับว่ามีท่านผู้อ่านส่วนหนึ่งชอบ ซึ่งผมก็ได้กำลังใจจากตรงนั้นเยอะมาก ๆ เช่นกันแต่ว่า...ผมเองก็ไม่เข้าใจทำไมเหมือนกันว่าทำไมพอเห็นจำนวนผู้ติดตามลดลงเยอะ ๆ แบบนั้นแล้วจิตมันตกยังไงก็ไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่ผมวางพล็อตของ Episode 2 จบแล้วแท้ ๆ แต่มันเขียนไม่ออกเลยและคิดว่าในอนาคตถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ผมคงได้หยุดเขียนจริง ๆ ครับ เพราะถ้าฝืนต่อไปผมคงเขียนอะไรก็ไม่รู้ออกมาแน่ ๆ

ผมไม่อยากหยุดเลยครับ ผมอยากจะเขียนต่อไปแต่ผมเหนื่อยเหลือเกิน ไม่ว่าจะเรื่องนี้หรือเรื่องไหนผมก็เจออะไรแบบนี้อยู่ตลอดทั้ง ๆ ทีพักก็แล้ว หาอะไรทำก็แล้ว แต่พอมาเขียนตอนใหม่ก็จะเจอกับเหตุการณ์เดิม

เอาล่ะผมพูดมายืดยาวแล้ว ถ้ายังมีท่านใดยังติดตามอยู่ช่วยคอมเม้นบอกผมสักหน่อยได้ไหมครับ แค่สติกเกอร์หรือข้อความเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้ ผมอยากรู้ว่าเรื่องนี้มันยังสนุกอยู่ไหมครับ ผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า เพราะตอนนี้ผมแทบไม่มีกำลังใจจะทำต่อไปแล้ว ผมอยากได้กำลังใจจากทุกท่านมาก ๆ เลยครับ ช่วยหน่อยนะครับ

แต่ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ผมก็เขียนพล็อตไว้หมดแล้วนะครับ ตามภาพนี้

ซึ่งถ้าดูตามภาพทุกคนก็จะเห็นว่าผมเขียนพล็อตของ Episode 2 จบหมดแล้วเหลือแต่แต่งมันก็แค่นั้น

และตอนนี้ผมก็กำลังคิดว่าถ้าผมเขียนจบ Episode 2 แล้วยังไม่ดีขึ้นผมก็คงยอมรับว่าตัวเองคงไม่เหมาะกับเส้นทางนักเขียน...และจะขอกราบอภัยทุกท่านด้วยที่ต้องมารับความมืดหม่นจากผม บางทีถ้ามันไม่ใช่เส้นทางของผมจริง ๆ ผมก็ควรหยุดมันแล้วไปหาทำอย่างอื่นต่อ

ตอนเขียนคุยกันท้ายตอนผมก็ร้องไห้ไปด้วยครับ มันเหนื่อยจริง ๆ จะว่าผมอ่อนแอก็ได้ จะว่าผมปวกเปียกก็ได้ แต่มันเกินที่จะทนไหว ทุกเรื่องที่อยู่ในช่องทางของผมจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ทุกเรื่อง ผมควรทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นดีครับ?

แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ...ผมจะพยายามมองถึงท่านผู้ติดตามที่ถึงแม้จะมีเพียงน้อยนิดแต่ก็เป็นกำลังใจหลักให้ผมเสมอ ผมจะพยายามต่อไปครับ ส่วนอนาคตหลังจบ Episode 2 จะเป็นอย่างไรนั้น ก็มารอดูไปด้วยกันนะครับ...

สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามด้วยนะครับหากผมทำอะไรผิดพลาดไปผมก็ขอโทษด้วย ผมแค่อยากจะหาที่ระบายกับใครสักคนก็แค่นั้น ... ไว้เจอกันใหม่นะครับ... ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น